ราชวงศ์คองบอง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ราชวงศ์อลองพญา)
ราชวงศ์คองบอง
ကုန်းဘောင်ခေတ်
อาณาจักร

 

 

ค.ศ. 1752–ค.ศ. 1885
 


ธง

เมืองหลวง ชเวโบ (1752–1760)
สะกาย (1760–1765)
อังวะ (1765–1783, 1821–1842)
อมรปุระ (1783–1821, 1842–1859)
มัณฑะเลย์ (1859–1885)
ภาษา ภาษาพม่า
ศาสนา พุทธศาสนาเถรวาท
รัฐบาล ราชาธิปไตย
พระมหากษัตริย์
 -  ค.ศ. 1752–1760 พระเจ้าอลองพญา (แรก)
 -  ค.ศ. 1878–1885 พระเจ้าสีป่อ (สุดท้าย)
การปกครอง ปยีดองซุลุตอ
ยุคประวัติศาสตร์ สมัยใหม่ตอนต้น
 -  ก่อตั้งราชวงศ์ 29 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1752
 -  รวบรวมอาณาจักรในพม่า ค.ศ. 1752–1757
 -  สงครามกับสยาม ค.ศ. 1760–1854
 -  สงครามจีน-พม่า ค.ศ. 1765–1769
 -  สงครามพม่า-อังกฤษ ค.ศ. 1824–1826, 1852, 1885
 -  ราชวงศ์ล่มสลาย 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1885
พื้นที่
 -  ค.ศ. 1824 [1] 794,000 ตร.กม. (306,565 ตารางไมล์)
 -  ค.ศ. 1826 584,000 ตร.กม. (225,484 ตารางไมล์)
 -  ค.ศ. 1852 470,000 ตร.กม. (181,468 ตารางไมล์)
 -  ค.ศ. 1875 460,000 ตร.กม. (177,607 ตารางไมล์)
ประชากร
 -  ค.ศ. 1824 [1] ประมาณการ 3,000,000 
     ความหนาแน่น 3.8 คน/ตร.กม.  (9.8 คน/ตารางไมล์)
สกุลเงิน จัต
ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ  พม่า
 ไทย
 ลาว
 จีน
 อินเดีย
Burmese character k.svg บทความนี้อักษรพม่าปรากฏอยู่ คุณอาจเห็นเครื่องหมายคำถามหรือสัญลักษณ์อื่นแทนตัวอักษร หากคอมพิวเตอร์ของคุณไม่สามารถแสดงผลอักษรพม่าได้อย่างถูกต้อง
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ
ชุดบทความประวัติศาสตร์พม่า
WikiProject Burma (Myanmar) peacock.svg
ประวัติศาสตร์พม่ายุคต้น
นครรัฐปยู
(ประมาณ พ.ศ. 443 – ประมาณ พ.ศ. 1383)
อาณาจักรมอญ
(พศว. 14 – 16, พศว. 18 – 21, พศว. 23)
อาณาจักรพุกาม
(พ.ศ. 1392 – 1830, อาณาจักรยุคที่ 1)
อาณาจักรอังวะ (พ.ศ. 1907 – 2098)
อาณาจักรมเยาะอู (พ.ศ. 1977 – 2327)
ราชวงศ์ตองอู
(พ.ศ. 2029 – 2295, อาณาจักรยุคที่ 2)
ราชวงศ์คองบอง
(พ.ศ. 2295 – 2428, อาณาจักรยุคที่ 3)
สงครามพม่า-อังกฤษครั้งที่หนึ่ง (พ.ศ. 2367 – 2369)
สงครามพม่า-อังกฤษครั้งที่สอง ( พ.ศ. 2395)
สงครามพม่า-อังกฤษครั้งที่สาม (พ.ศ. 2428)
พม่าของอังกฤษ
(พ.ศ. 2367 – พ.ศ. 2485, พ.ศ. 2485 – 2491)
อาระกันของอังกฤษ (พ.ศ. 2367 – 2395)
ตะนาวศรีของอังกฤษ (พ.ศ. 2367 – 2395)
พม่าตอนล่างของอังกฤษ (พ.ศ. 2395 – 2429)
พม่าตอนบนของอังกฤษ (พ.ศ. 2428 – 2429)
การยึดครองพม่าของญี่ปุ่น (พ.ศ. 2485 – 2488)
ขบวนการชาตินิยมในพม่า (หลัง พ.ศ. 2429)
บามอว์
ออง ซาน
ยุคประชาธิปไตย (พ.ศ. 2491 - 2505)
อู นุ และอู ถั่น
รัฐบาลทหารครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2505 – 2532)
เน วิน
การก่อการปฎิวัติ 8888 (พ.ศ. 2531)
ออง ซาน ซูจี
รัฐบาลทหารครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2532 – 2554)
การปฏิวัติผ้ากาสาวพัสตร์ (พ.ศ. 2550)
พายุหมุนนาร์กิส (พ.ศ. 2551)
ความขัดแย้งภายในพม่า
เหตุจลาจลในรัฐยะไข่ พ.ศ. 2555
[แก้ไขแม่แบบนี้]

ราชวงศ์คองบอง (พม่า: ကုန်းဘောင်ခေတ်, ออกเสียง: [kóʊɴbàʊɴ kʰɪʔ]; อังกฤษ: Konbaung Dynasty) เป็นราชวงศ์ที่ 3 ในประวัติศาสตร์พม่า และเป็นราชวงศ์สุดท้ายของพม่า ก่อนที่จะตกเป็นเมืองขึ้นของสหราชอาณาจักร และสิ้นสุดการปกครองระบอบราชาธิปไตยของพม่า

ราชวงศ์อลองพญานั้นได้รับการสถาปนาขึ้นโดยการเสวยราชสมบัติของพระเจ้าอลองพญาในปี พ.ศ. 2295 พระองค์ขับไล่ชาวมอญและยึดครองอาณาจักรมอญได้อีกครั้งในปี พ.ศ. 2302 ภายหลังการล่มสลายของราชวงศ์ตองอู ทั้งยังสามารถกลับเข้ายึดครองเมืองมณีปุระได้ในช่วงเวลาเดียวกัน ทรงสถาปนาเมืองชเวโบขึ้นเป็นราชธานี ก่อนจะย้ายไปที่อังวะและทรงพัฒนาเมืองย่างกุ้ง หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ขึ้นเป็นเมืองท่าสำคัญ

ต่อมาพระเจ้าอลองพญาได้ทรงนำทัพบุกอาณาจักรอยุธยา เนื่องจากทางอยุธยาได้ให้การสนับสนุนมอญที่ลี้ภัยสงครามเข้ามาพึ่งกษัตริย์ไทย ซึ่งตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศและไม่พอใจที่อยุธยายึดเรือสินค้าที่จะเดินทางมาค้าขายกับพม่าที่เมืองมะริด โดยเดินทัพเข้ามาทางด่านสิงขร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จและสิ้นพระชนม์หลังจากการทำสงครามครั้งนั้น พระเจ้ามังระผู้เป็นพระราชโอรสของพระองค์ได้สืบทอดเจตนารมณ์ของพระราชบิดาต่อ โดยได้ส่งทัพใหญ่มา 2 ทางล้อมกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 2307 ทางหนึ่งให้เนเมียวสีหบดีนำพลเข้ามาทางเหนือด้วยการตีล้านนา ล้านช้างและหัวเมืองเหนือก่อน และอีกทางหนึ่งให้มังมหานรธานำกองทัพเข้ามาทางใต้ ทั้ง 2 ทัพเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้นานถึง 1 ปีครึ่งแม้ผ่านฤดูน้ำหลากก็ไม่ยกทัพกลับ ภายหลังแม่ทัพฝ่ายใต้ คือ มังมหานรธา เสียชีวิตลงก็ส่งแม่ทัพคนใหม่จากเมืองเมาะตะมะชื่อ เมงเยเมงละอูสะนา เข้ามาทำหน้าที่แทนจนในที่สุดก็สามารถตีกรุงศรีอยุธยาแตกได้ในปี พ.ศ. 2310 แต่กองทัพพม่าก็อยู่ได้ไม่นานเนื่องจากพระเจ้ามังระทรงให้เร่งทำการและรีบกลับเพื่อทำสงครามกับจีนในรัชสมัยของจักรพรรดิเฉียนหลง

ถึงแม้อาณาจักรอยุธยาจะถูกทำลายแต่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก็ทรงสถาปนาศูนย์กลางอำนาจขึ้นมาใหม่ที่กรุงธนบุรี พระเจ้ามังระจึงทรงส่งแม่ทัพคนใหม่มา คือ อะแซหวุ่นกี้ นำทัพใหญ่เข้ามาปราบปรามฝ่ายธนบุรีในปี พ.ศ. 2318 อะแซหวุ่นกี้สามารถตีหัวเมืองพิษณุโลกแตกและกำลังจะยกทัพตามลงมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ก็ต้องยกทัพกลับเนื่องจากการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้ามังระในปี พ.ศ. 2319 จากนั้นก็เกิดการแย่งชิงราชสมบัติราว 4 - 5 ปี ก่อนที่จะกลับมามีความมั่นคงขึ้นอีกครั้งในรัชสมัยของพระเจ้าปดุง พระองค์ทรงยกทัพเข้าตีดินแดนยะไข่ได้สำเร็จ ซึ่งไม่เคยมีกษัตริย์พม่าพระองค์ใดทำได้มาก่อน ทำให้พระองค์เกิดความฮึกเหิม ยกกองทัพใหญ่มา 9 ทัพ 5 เส้นทาง ที่เรียกว่า สงครามเก้าทัพ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

ในรัชสมัยพระเจ้าจักกายแมง พม่าได้ยึดครองแคว้นอัสสัมของอินเดียได้สำเร็จ ทำให้พม่าต้องเผชิญหน้ากับจักรวรรดิอังกฤษซึ่งกำลังล่าอาณานิคมอยู่ในขณะนั้น ก่อให้เกิดเป็นสงครามที่เรียกว่า "สงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่หนึ่ง" กินระยะเวลา 2 ปี คือ พ.ศ. 2367 - พ.ศ. 2369 สงครามจบลงด้วยชัยชนะของอังกฤษด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่า มหาบัณฑุละ แม่ทัพพม่าที่เลื่องชื่อก็เสียชีวิตลง ทำให้ต้องลงนามในสนธิสัญญาชื่อ สนธิสัญญายันดาโบ (Yandabo) พม่าจำต้องยกเมืองที่สำคัญให้แก่อังกฤษ เช่น มณีปุระ ยะไข่ ตะนาวศรี

ต่อมาได้มีการละเมิดสนธิสัญญาฉบับนี้ทำให้เกิดสงครามพม่า-อังกฤษครั้งที่สองและจบลงด้วยชัยชนะของอังกฤษ ในรัชสมัยของพระเจ้ามินดงพระองค์พยายามที่จะฟื้นฟูความเข้มแข็งของอาณาจักรขึ้นมาอีกครั้ง โดยสถาปนามัณฑะเลย์ขึ้นเป็นราชธานีมีการสร้างพระราชวังอย่างใหญ่โต แต่ในรัชสมัยของพระโอรสของพระองค์ คือ พระเจ้าสีป่อ พระองค์ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ทั้งในและนอกประเทศไว้ได้ทำให้นำไปสู่การทำสงครามกับอังกฤษอีกครั้ง และครั้งนี้อังกฤษสามารถครอบครองพม่าไว้ได้หมดทั้งประเทศในปี พ.ศ. 2428 ทำให้พระเจ้าสีป่อถูกบังคับให้สละราชสมบัติและเนรเทศไปอยู่ที่อินเดียหลังสิ้นสงครามพม่า-อังกฤษครั้งที่สาม ทรงเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่าและเป็นการสิ้นสุดระบอบกษัตริย์ในพม่าที่มีมายาวนาน

ราชวงศ์คองบอง มีกษัตริย์ทั้งหมด 11 พระองค์ กินระยะเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2295 จนถึงปี พ.ศ. 2428 มีเมืองหลวงหลายเมือง ทั้ง ชเวโบ สะกาย อังวะ อมรปุระ มัณฑะเลย์

ลำดับกษัตริย์[แก้]

ลำดับที่[2] พระฉายาลักษณ์ พระนามภาษาพม่า พระนามภาษาไทย ความหมายของพระนาม ตำแหน่ง/ความสัมพันธ์กับกษัตริย์ลำดับก่อนหน้า ครองราชย์ (พ.ศ.) หมายเหตุ
1 Pyinoolwin -- DSA Alaungpaya.JPG အလောင်းမင်းတရား
Alaung Min Thaya
อะลองเมงตะยา

အလောင်းဘုရား
Alaungpaya
อะลองปะยา
พระเจ้าอลองพญา[3] พระโพธิสัตว์ นายบ้านมุตโชโบ 2295 - 2303 ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์อลองพญา, ผู้นำทัพเข้าตีอาณาจักรอยุธยาใน พ.ศ. 2303
2 နောင်တော်ကြီးမင်း
Naungdawgyi Min
นองดอจีเมง
พระเจ้ามังลอก[4] พระบรมเชษฐาธิราช[5] พระราชโอรส
(ราชโอรสองค์โตในพระเจ้าอลองพญา)
2303 - 2306 ร่วมทัพในศึกกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 2303
3 ဆင်ဖြူရှင်
Hsinbyushin
เซงพยูเชง, สินพยุฉิ่น
พระเจ้ามังระ[6] พระเจ้าช้างเผือก พระอนุชา
(ราชโอรสองค์ที่ 2 ในพระเจ้าอลองพญา)
2306 - 2319 ชนะกรุงศรีอยุธยาสำเร็จ พ.ศ. 2310, ขยายอิทธิพลสู่ล้านนา ล้านช้าง และมณีปุระ, ประสบความสำเร็จในการต่อต้านการรุกรานจากจีน 4 ครั้ง
4 စဉ့်ကူးမင်း
Singu Min
เซงกูเมง
พระเจ้าจิงกูจา พระเจ้าเซงกู [7] พระราชโอรส 2319 - 2324
5 ဖောင်းကားစား မောင်မောင်
Phuangkaza Maung Maung
พองกาซาหม่องหม่อง
พระเจ้าหม่องหม่อง พระเจ้าพองกาซาหม่องหม่อง[8] พระญาติ
(ราชโอรสของพระเจ้ามังลอก)
2324 อยู่ในราชสมบัติเพียงหนึ่งสัปดาห์
6 King Bodawpaya in 1795.jpg ဘိုးတော်ဘုရား
Bodawpaya
โบดอปยา

ဗဒုံမင်း
Badon Min
บาดงเมง

Hsinbyumyashin
เซงพยูมยาเซง
พระเจ้าปดุง พระบรมอัยกาธิราช
พระเจ้าบาดง
พระเจ้าช้างเผือก[9]
พระปิตุลา
(ราชโอรสองค์ที่ 4 ในพระเจ้าอลองพญา)
2325 - 2362 ทำสงครามกับกรุงรัตนโกสินทร์, ผนวกดินแดนรัฐอาระกัน (ยะไข่) สำเร็จ
7 King Bagyidaw and Queen Nanmadaw Me Nu.jpg ဘကြီးတော
Bagyidaw
บาจีดอ

စစ်ကိုင်းမင်း
Sagaing Min
สะกายเมง
พระเจ้าจักกายแมง พระบรมปิตุลาธิบดี
พระเจ้าสะกาย[10]
พระราชนัดดา
(หลานปู่)
2362 - 2380 ร่วมรบกับพระเจ้าปดุงในสงครามกับกรุงรัตนโกสินทร์, ยกทัพตีมณีปุระและรัฐอัสสัมของอินเดีย, พ่ายแพ้สงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่หนึ่ง
8 သာယာဝတီမင်း
Tharrawaddy Min
ซายาวดีเมง
พระเจ้าแสรกแมง พระเจ้าสาราวดี [11] พระอนุชา 2380 - 2389 ร่วมรบในสงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่หนึ่ง ในฐานะเจ้าเมืองสาราวดี
9 ပုဂံမင်း
Pagan Min
ปะกันเมง
พระเจ้าพุกามแมง พระเจ้าพุกาม [12] พระราชโอรส 2389 - 2396 ถูกถอดจากราชบัลลังก์หลังทรงแพ้สงครามพม่า-อังกฤษครั้งที่สอง
10 -Mindon Min-2.JPG မင်းတုန်းမင်း
Mindon Min
เมงดงเมง
พระเจ้ามินดง พระเจ้ามินดง [13] พระอนุชา 2396 - 2421
11 Konbang-Thibaw.jpg သီပေါမင်း
Thibaw Min
ทีบอเมง
พระเจ้าธีบอ. พระเจ้าสีป่อ พระเจ้าสีป่อ [14] พระราชโอรส 2421 - 2428 กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งพม่า ถูกบังคับให้สละราชสมบัติและเนรเทศไปอยู่ที่อินเดีย หลังสิ้นสงครามพม่า-อังกฤษครั้งที่สาม

เชิงอรรถ[แก้]

  1. Harvey 1925, p. 333.
  2. http://www.4dw.net/royalark/Burma/konbaun1.htm
  3. บางแห่งเรียกว่า พระเจ้าอลองพระ, พระเจ้ามังลอง หรือพระเจ้ามางลอง
  4. เอกสารไทยเรียกตามพระนามเดิมก่อนขึ้นเสวยราชสมบัติ
  5. พระเชษฐา (พี่ชาย) ของพระเจ้ามังระและพระเจ้าปะดุง
  6. เอกสารไทยเรียกตามพระนามเดิมก่อนขึ้นเสวยราชสมบัติ
  7. พงศาวดารฝ่ายไทยออกพระนามว่าพระเจ้าจิงกูจา เหตุที่เรียกดังนี้เพราะพระองค์เคยปกครองเมืองเซงกูในสมัยก่อนเสวยราชสมบัติ
  8. หม่องหม่องเป็นพระนามเดิม ส่วนพองกาซาคือชื่อเมืองซึ่งพระเจ้าหม่องหม่องเคยปกครองในสมัยก่อนเสวยราชสมบัติ
  9. คำว่าโบดอปยา (ไทยมักสะกดว่า "โบดอพญา") ซึ่งแปลว่าพระบรมอัยกาธิราช หมายความว่าเป็นพระอัยกา (ปู่) ในพระเจ้าจักกายแมงและพระเจ้าสารวดี, คำว่าพระเจ้าบาดง (พระเจ้าปดุง) เรียกตามนามเมืองบาดงซึ่งพระองค์เคยปกครองในสมัยก่อนเสวยราชสมบัติ, คำว่าพระเจ้าช้างเผือก เป็นพระนามเฉลิมพระเกียรติของพระเจ้าปดุงซึ่งทรงมีช้างเผือกในครองครองตามราชประเพณี
  10. คำว่าบาจีดอ ซึ่งแปลว่าพระบรมปิตุลาธิบดี (ลุงฝ่ายพ่อ) หมายความว่าเป็นพระปิตุลาของพระเจ้าพุกามแมงและพระเจ้ามินดง, คำว่าพระเจ้าสะกายเมง ในพงศาวดารไทยเรียกเป็นพระเจ้าจักกายแมง เหตุที่มีพระนามดังนี้เพราะทรงเคยครองเมืองสะกายในสมัยก่อนเสวยราชสมบัติ
  11. เรียกตามนามเมืองสาราวดีซึ่งพระเจ้าแสรกแมงเคยปกครองในสมัยก่อนเสวยราชสมบัติ
  12. เรียกตามนามเมืองพุกามซึ่งพระเจ้าพุกามเมงเคยปกครองในสมัยก่อนเสวยราชสมบัติ (คำว่าพุกามนี้เป็นคำเรียกในภาษาไทย ภาษาพม่าเรียกว่า "ปะกัน")
  13. เรียกตามนามเมืองมินดงซึ่งพระเจ้ามินดงเคยปกครองในสมัยก่อนเสวยราชสมบัติ
  14. เรียกตามนามเมืองสีป่อซึ่งพระเจ้าธีบอเคยปกครองในสมัยก่อนเสวยราชสมบัติ เมืองสีป่อนี้เป็นเมืองของชาวไทใหญ่ (ปัจจุบันอยู่ในรัฐฉาน ประเทศพม่า) ชื่อดังกล่าวนี้เป็นการเรียกตามภาษาไทใหญ่ (ภาษาพม่าออกเสียงเป็น "ทีบอ") พระราชมารดาของพระเจ้าสีป่อเป็นพระราชธิดาของเจ้าฟ้าไทใหญ่เมืองนี้

อ้างอิง[แก้]