อะแซหวุ่นกี้

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

อะแซหวุ่นกี้ (ราว พ.ศ. 2246 - พ.ศ. 2325) เป็นแม่ทัพเฒ่าชาวพม่าผู้เคยทำสงครามพิชิตแคว้นมณีปุระ และปกป้องกรุงอังวะจากกองทัพจีน

ชื่อของอะแซหวุ่นกี้นั้น ตามสำเนียงพม่าออกเสียงว่า อะติ๊กหวุ่งหยี่ หรือ หวุ่งยีตีหะตุระ ทั้งนี้ไม่ใช่ชื่อบุคคลแต่เป็นชื่อตำแหน่งขุนนาง เป็นตำแหน่งของเสนาบดีที่ดูแลไพร่ราบหรืออะติ๊ก และมีอีกชื่อหนึ่งที่อาจออกสำเนียงไทยได้ว่า "หวุ่งยีมหาเสนาบดี" สำหรับในภาษาอังกฤษนั้นเรียกตามชื่อตำแหน่งในภาษาพม่าว่า Maha Thiha Thura (พม่า: မဟာသီဟသူရ, "มหาสีหสุระ", แปลว่า "มหาเสนาบดีผู้กล้าหาญดุจดั่งสิงห์")

อะแซหวุ่นกี้เป็นหนึ่งในแม่ทัพของพระเจ้าอลองพญา ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์คองบอง ตั้งแต่สมัยที่พระเจ้าอลองพญายังเป็นสามัญชน เป็นหนึ่งใน 68 ทหารผู้กล้าหาญที่ร่วมกันสถาปนาราชวงศ์คองบอง และเป็นหนึ่งในแม่ทัพพม่าที่รบกับราชวงศ์ชิงของจีนด้วย ในสงครามครั้งนี้อะแซหวุ่นกี้ได้เจรจาสงบศึกกับจีน โดยไม่ได้รับพระราชานุญาตจากพระเจ้ามังระ พระเจ้ามังระจึงลงโทษภรรยาของอะแซหวุ่นกี้ ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่ของพระชายาองค์หนึ่งของพระองค์ด้วย ด้วยการให้ยืนตากแดดและทูลหัวด้วยเครื่องบรรณาการจากจีน นอกจากนี้แล้วอะแซหวุ่นกี้ยังมีศักดิ์เป็นพระสัสสุระ (พ่อตา) ของพระเจ้าจิงกูจา หรือพระเจ้าเซงกูด้วย[1] [2]

ตามบันทึกในพงศาวดารฝ่ายไทย (ฝ่ายเดียว) เล่าว่า อะแซหวุ่นกี้วัย 65 ปี ได้รับพระราชบัญชาจากพระเจ้ามังระให้ยกทัพมาตีเมืองพิษณุโลก ในปี พ.ศ. 2318 แต่ไม่สามารถตีได้จึงขอพบกับเจ้าพระยาจักรี พร้อมกับสรรเสริญเจ้าพระยาจักรีว่าภายหน้าจะได้เป็นพระมหากษัตริย์ ซึ่งต่อมาเจ้าพระยาจักรีนั้นคือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือรัชกาลที่ 1 และเนินดินที่อะแซหวุ่นกี้ขอดูตัวเจ้าพระยาจักรี อยู่ที่หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองพิษณุโลกในปัจจุบัน (ปัจจุบันราชการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 บนเนินนี้)[3] [4]

ในพงศาวดารพม่าระบุว่า ยังไม่ทันที่จะได้รบตัดสินแพ้ชนะกัน อะแซหวุ่นกี้ต้องยกทัพกลับอังวะอย่างกะทันหัน ทั้งนี้เชื่อว่าในระหว่างนั้นกรุงอังวะเกิดความวุ่นวายเพราะอยู่ในช่วงผลัดแผ่นดินหลังพระเจ้ามังระสวรรคต มีบรรดาขุนนางและเสนาอำมาตย์แตกออกเป็นพวก ๆ ต่างสนับสนุนเชื้อพระวงศ์คนละพระองค์ โดยอะแซหวุ่นกี้เป็นผู้สนับสนุนมังหม่องให้รัฐประหารพระเจ้าจิงกูจาที่สืบราชสมบัติจากพระราชบิดา และเมื่อพระเจ้าปดุงปราบดาภิเษกพระเจ้าจิงกูจาและมังหม่องขึ้นครองราชย์ อะแซหวุ่นกี้จึงถูกลดตำแหน่ง[5] [6] [7]

อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]