ทางรถไฟสายบางบัวทอง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ทางรถไฟสายบางบัวทอง หรือ ทางรถไฟสายพระยาวรพงษ์ เป็นทางรถไฟราษฎร์ที่เดินรถระหว่างอำเภอบางพลัด จังหวัดธนบุรี กับอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่ พ.ศ. 2452 ถึง พ.ศ. 2485 ดำเนินการโดยบริษัทรถไฟสายบางบัวทอง จำกัดสินใช้ ของเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์[1] เดินรถด้วยรถจักรไอน้ำ ใช้รางขนาดเล็ก กว้าง 0.75 เมตร ต่อมาได้ขยายเส้นทางรถไฟไปสิ้นสุดที่ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี เมื่อ พ.ศ. 2469[2]

สถานีต้นทางอยู่บริเวณซอยรถไฟพระยาวรพงษ์ (ปัจจุบันคือซอยจรัญสนิทวงศ์ 46) ใกล้วัดลิงขบ ตรงข้ามกับปากคลองผดุงกรุงเกษม ตัดขวางกับทางรถไฟสายใต้ที่สถานีรถไฟบางบำหรุ อำเภอบางใหญ่ (บางกรวยปัจจุบัน) จังหวัดนนทบุรี ผ่านอำเภอตลาดขวัญและอำเภอบางแม่นาง ไปสิ้นสุดที่อำเภอบางบัวทอง โดยมีเส้นทางแยกออกจากทางหลักที่ตำบลบางสีทองไปยังท่าน้ำบางศรีเมือง ฝั่งตรงข้ามศาลากลางจังหวัดนนทบุรี (หลังเก่า)[3] และที่ตำบลบางเลนไปยังคลองบางกอกน้อย ฝั่งตรงข้ามที่ว่าการอำเภอบางแม่นาง[4]

ปัจจุบันแนวทางรถไฟกลายเป็นซอยจรัญสนิทวงศ์ 46 แยก 19, ซอยจรัญสนิทวงศ์ 46 (พระยาวรพงษ์), ซอยจรัญสนิทวงศ์ 57 (วัดรวก), ถนนเทอดพระเกียรติ, ถนนบางกรวย-ไทรน้อย (ช่วงทางแยกเทอดพระเกียรติถึงโค้งสามวังและช่วงทางแยกการไฟฟ้าบางใหญ่ถึงคลองบางกอกน้อย), ถนนเทศบาลบางศรีเมือง 1,[5] ถนนบางศรีเมือง (ช่วงทางแยกบางศรีเมืองถึงท่าน้ำบางศรีเมือง), ถนนบางศรีเมือง-วัดโบสถ์ดอนพรหม (ช่วงต้น),[6] ซอยบางเลน ซอย 21 (วัดบางเลนเจริญ)[7] และถนนเทศบาล 14 (สามวัง) ส่วนระยะทางที่เหลือตั้งแต่ตัวอำเภอบางบัวทองไปจนถึงตัวอำเภอลาดหลุมแก้วยังเหลือร่องรอยคันทางเก่าตัดผ่านท้องนาให้เห็นอยู่บ้าง[8]

ความเป็นมา[แก้]

  • พ.ศ. 2451 ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ก่อตั้งบริษัทรถไฟสายบางบัวทอง จำกัดสินใช้ โดยสร้างทางรถไฟสายบางบัวทองลงทุนด้วยเงินยืม
  • พ.ศ. 2458 เริ่มเดินรถไฟสายบางบัวทอง ใช้รถจักรไอน้ำรางกว้างขนาด 75 เซนติเมตร เป็นรถจักรไอน้ำขนาดเล็ก
  • 8 มกราคม พ.ศ. 2465 ได้ทำสัญญากับกรมรถไฟหลวงเพื่อขยายเส้นทางรถไฟ (หลักฐานสัญญาเก็บรักษาไว้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)
  • พ.ศ. 2468 จดทะเบียนตั้งบริษัทรถไฟสายบางบัวทอง จำกัดสินใช้
  • พ.ศ. 2469 เริ่มการขยายเส้นทางไปวัดระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี
  • พ.ศ. 2470 ต่อมาปรับปรุงจากรถกำลังไอน้ำ พลังงานฟืน มาเป็นรถราง 4 ล้อ เครื่องเบนซิน โดยใช้น้ำมันตราหอยจากบริษัทอีสต์เอเชียติก ปิโตรเลียม จำกัด ซึ่งปัจจุบันคือน้ำมันเชลล์จากบริษัทเชลล์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แต่ต่อมาซื้อน้ำมันจากโซโกนี่ (เปลี่ยนชื่อเป็นสแตนดาร์ดแวคัมออยล์ เมื่อปี พ.ศ. 2477) ซึ่งปัจจุบันคือบริษัทเอสโซสแตนดาร์ด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
  • 5 เมษายน พ.ศ. 2473 แก้ไขสัญญาเดินรถไฟบางบัวทองกับกรมรถไฟหลวงเพื่อถอนรางที่อยู่วัดเฉลิมพระเกียรติ ตำบลบางศรีเมือง (ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดนนทบุรีเดิมที่ตลาดขวัญ) ให้เดินรถไฟตรงไปที่ท่าน้ำบางศรีเมือง ฝั่งตรงข้ามศาลากลางจังหวัดนนทบุรีแห่งใหม่ที่บางขวาง พร้อมยืดระยะรถไฟจากบางบัวทองไปที่วัดระแหง (หลักฐานสัญญาเก็บรักษาไว้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติเช่นกัน)
  • พ.ศ. 2477 ปรับปรุงรถราง 4 ล้อให้มาใช้น้ำมันดีเซลแทนเพื่อลดค่าใช้จ่าย
  • 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2480 เกิดอุบัติเหตุรถราง 4 ล้อรถไฟบางบัวทองชนกัน คนขับช้ำในเสียชีวิตที่โรงพยาบาลกลาง
  • พ.ศ. 2483 เมื่อบริษัทอีสต์เอเชียติก ปิโตรเลียม จำกัด และสแตนดาร์ดแวคัมออยล์เลิกการจำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศไทย บริษัทรถไฟสายบางบัวทอง จำกัดสินใช้ ต้องซื้อน้ำมันดีเซลจากกรมเชื้อเพลิง กระทรวงกลาโหม (น้ำมันสามทหาร) แทน
  • 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2485 ประกาศเลิกกิจการรถไฟบางบัวทอง แล้วดำเนินการถอนรางและรถจักรไปขายบริษัทส่งเสริมอุตสาหกรรมไทย จำกัด เจ้าของโรงงานน้ำตาลวังกะพี้
  • กันยายน พ.ศ. 2485 เริ่มการถอนรางและไม้หมอนไปกองรวมกันที่สถานีรถไฟบางบำหรุ
  • 2 มกราคม พ.ศ. 2486 เลิกกิจการรถไฟบางบัวทองอย่างเป็นทางการ

อ้างอิง[แก้]