การระบาดทั่วของไวรัสโคโรนาในประเทศไทย พ.ศ. 2563

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
การระบาดทั่วของไวรัสโคโรนาในประเทศไทย พ.ศ. 2563
COVID-19 Outbreak Cases in Thailand.svg
แผนที่ของประเทศไทยที่พบผู้ป่วยไวรัสโคโรนายืนยันแล้วหรือผู้ป่วยต้องสงสัย (ณ 21 เมษายน):
  มีรายงานผู้ป่วยยืนยันแล้วและผู้เสียชีวิต
  มีรายงานผู้ป่วยยืนยันแล้ว
  มีรายงานผู้ป่วยต้องสงสัย
  ไม่มีรายงานผู้ป่วย (รักษาหายทั้งหมด)
COVID-19 outbreak Thailand per capita cases map.svg
จำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมรายจังหวัดต่อล้านคน
โรคโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
สถานที่ประเทศไทย
ผู้ป่วยต้นปัญหาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ
วันแรกมาถึง13 มกราคม พ.ศ. 2563 (4 เดือน และ 13 วัน)
ต้นกำเนิดอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน
ยืนยันป่วย3,045 คน[1]
สงสัยป่วย160,320 คน
มีอาการรุนแรง61 คน
หาย2,929 คน[1]
เสียชีวิต57 คน[1]
เว็บไซต์ทางการ
ddc.moph.go.th/viralpneumonia/ covid19.th-stat.com
ผู้ป่วยต้องสงสัยยังไม่ได้รับยืนยันว่าเกิดขึ้นจากสายพันธุ์นี้จากการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ แม้อาจแยกสายพันธุ์อื่นออกไปบ้างแล้ว

การระบาดทั่วของไวรัสโคโรนา พ.ศ. 2562–2563 ดำเนินอยู่ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2563 โดยเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยยืนยันรายแรกนอกประเทศจีน[2] การคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศพบผู้ป่วยประปรายตลอดเดือนมกราคม ซึ่งเป็นผู้ที่เดินทางมาจากหรือเป็นผู้พำนักอยู่ในประเทศจีนแทบทั้งสิ้น การแพร่เชื้อท้องถิ่นที่มีรายงานรายแรกมีการยืนยัน เมื่อวันที่ 31 มกราคม[3] จำนวนผู้ป่วยยังมีน้อยตลอดเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีผู้ป่วยยืนยัน 40 ราย เมื่อสิ้นเดือน แต่จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากในกลางเดือนมีนาคม ซึ่งมีการระบุสาเหตุจากกลุ่มการแพร่เชื้อหลายกลุ่ม ซึ่งกลุ่มใหญ่สุดเกิดที่การชกมวยไทย ณ สนามมวยเวทีลุมพินี เมื่อวันที่ 6 มีนาคม[4] ผู้ป่วยยืนยันแล้วเพิ่มเกิน 100 คนต่อวัน ในอีก 1 สัปดาห์ต่อมา

การตอบสนองของรัฐบาลต่อการระบาดเริ่มจากการคัดกรองและการติดตามการสัมผัส มีการคัดกรองโควิดตามท่าอากาศยานนานาชาติ ตลอดจนที่โรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยที่มีประวัติเดินทางหรือสัมผัส[5] มีการสอบสวนโรคกรณีที่เกิดกลุ่มการระบาด กระทรวงศึกษาธิการเน้นการเฝ้าระวังตนเอง การรักษาความสะอาดโดยเฉพาะการล้างมือ และการเลี่ยงฝูงชน (หรือใส่หน้ากากอนามัยแทน)[6] แม้บุคคลที่เดินทางมาจากประเทศเสี่ยงสูงจะได้รับคำแนะนำให้กักตนเอง แต่ยังไม่มีคำสั่งจำกัดการเดินทางจนวันที่ 5 มีนาคม[7] และวันที่ 19 มีนาคม มีประกาศเพิ่มเติมให้ต้องมีเอกสารการแพทย์รับรองการเดินทางระหว่างประเทศ และคนต่างด้าวต้องมีประกันสุขภาพ[8][9] ปลายเดือนมีนาคม สถานที่สาธารณะและธุรกิจห้างร้านได้รับคำสั่งให้ปิดในกรุงเทพมหานคร และอีกหลายจังหวัด[10] นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน มีผลวันที่ 26 มีนาคม[11] และมีประกาศห้ามออกนอกเคหะสถานยามวิกาล ตั้งแต่คืนวันที่ 3 เมษายน 2563[12] พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินยังสั่งงดจำหน่ายสุราชั่วคราวและให้ประชาชนชะลอการเดินทางข้ามจังหวัด

รัฐบาลถูกวิจารณ์อย่างหนักจากการรับมือวิกฤตการณ์ในหลายด้าน ในต้นเดือนกุมภาพันธ์ หลังเกิดความกังวลต่อการกักตุนและโก่งราคาขายหน้ากากอนามัย รัฐบาลเข้าควบคุมราคาและแทรกแซงการจัดจำหน่าย[13] แต่ยังไม่สามารถป้องกันการขาดแคลนตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ได้ และเกิดกรณีอื้อฉาวจากกรณีที่ประชาชนสงสัยว่ามีการฉ้อราษฎร์บังหลวงและการลักเอาจากคลัง[14][15][16] นอกจากนี้ รัฐบาลยังถูกวิจารณ์เกี่ยวกับนโยบายข้อกำหนดการเดินทางระหว่างประเทศและการกักโรค ลงมือไม่เด็ดขาดและล่าช้า และการสื่อสารแบบกลับไปกลับมา[17][18] การสั่งปิดธุรกิจห้างร้านในกรุงเทพมหานครโดยพลัน ทำให้คนงานหลายหมื่นคนเดินทางกลับภูมิลำเนา ยิ่งทำให้เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อเข้าไปอีก สะท้อนภาพความล้มเหลวของการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ[19]

เส้นเวลา[แก้]

มกราคม[แก้]

ใบประกาศแจ้งเตือนผู้ป่วยที่กลับจากประเทศจีนและมีอาการ ที่ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพฯ ตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่พบการติดเชื้อในประเทศไทย สังเกตว่าระบุเฉพาะผู้ป่วยที่กลับมาจาก “ประเทศจีน” เท่านั้น

วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2563 มีการพบผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันรายแรก นับเป็นรายแรกที่พบนอกประเทศจีน โดยเป็นหญิงชาวจีน อายุ 61 ปี ซึ่งมีถิ่นฐานอยู่ในนครอู่ฮั่น เธอไม่เคยเดินทางไปยังตลาดอาหารทะเลหวาหนานมาก่อน แต่เคยไปที่ตลาดอื่นแทน เธอมีอาการเจ็บคอ มีไข้ มีอาการหนาวสะท้าน และปวดศีรษะ ในวันที่ 5 มกราคม และได้เดินทางกับครอบครัว และกลุ่มทัวร์จากนครอู่ฮั่นมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันที่ 8 มกราคม โดยเธอถูกตรวจพบด้วยกล้องตรวจจับความร้อน และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในวันเดียวกัน 4 วันให้หลัง จากการใช้ RT-PCR ผลการทดสอบหาไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นั้นผลเป็นบวก[20][21][22]

ผู้ป่วยรายที่ 2 เป็นหญิง อายุ 74 ปี ซึ่งเดินทางมาถึงกรุงเทพมหานครโดยเที่ยวบินจากนครอู่ฮั่น ในวันที่ 17 มกราคม[23] ในวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2563 ชายอายุ 18 ปี เดินทางถึงยังเชียงใหม่ด้วยเที่ยวบินจากนครอู่ฮั่นถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนครพิงค์ และผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ ได้ระบุว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรนา และมีการส่งตัวอย่างเลือดไปยังโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อตรวจสอบ[24][25]

วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2563 กระทรวงสาธารณสุขประกาศว่าพบผู้ป่วยในประเทศไทยเป็นรายที่ 3 และ 4 โดยรายที่ 3 เป็นนักท่องเที่ยวชายชาวจีน อายุ 68 ปี คล้ายกรณีก่อนหน้า และรายที่ 4 เป็นหญิงไทย อายุ 74 ปี ซึ่งเดินทางกลับมาจากนครอู่ฮั่น และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลนครปฐม จังหวัดนครปฐม[26][27]

มีการยืนยันผู้ป่วยรายที่ 5 ในวันที่ 24 มกราคม เป็นหญิงชาวจีน อายุ 33 ปี เดินทางมาจากนครอู่ฮั่นพร้อมบุตรสาว อายุ 7 ปี ซึ่งไม่มีการติดเชื้อ มีรายงานว่าเธอเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชวิถี ในสามวันให้หลังนับจากที่เดินทางถึงกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 21 มกราคม[28]

วันที่ 25 มกราคม หน่วยราชการของอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รายงานว่าพบผู้ป่วยเป็นหญิงชาวจีน อายุ 73 ปี ที่เดินทางมาจากนครอู่ฮั่นตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม และเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชนในหัวหิน เมื่อวันที่ 23 มกราคม ผลการตรวจเลือดแรกให้ผลเป็นบวก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กำลังรอผลยืนยันจากห้องปฏิบัติการอื่นร่วมด้วย[29]

วันที่ 26 มกราคม กระทรวงสาธารณสุข ออกแถลงสรุปสถานการณ์ โดยมีผู้ป่วยยืนยันแล้ว 8 คน รวมถึงกรณีจากหัวหินด้วย เนื่องจากผลทดสอบทางห้องปฏิบัติการออกแล้ว ทั้งหมดเป็นชาวจีน ยกเว้นหญิงไทยคนเดียวจากจังหวัดนครปฐม และผู้ป่วย 5 คนแรก ได้รับการรักษาจนอาการดีขึ้น และออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว และมีผู้ต้องสงสัยรอการยืนยันอีก จำนวน 39 ราย[30]

วันที่ 28 มกราคม มีการยืนยันผู้ป่วยเพิ่มอีก 6 ราย โดย 5 คน เป็นสมาชิกครอบครัวเดียวกันจากนครอู่ฮั่น และอีกรายมาจากฉงชิ่ง เป็นผลให้ประเทศไทยเริ่มคัดกรองนักท่องเที่ยวชาวจีนทุกคนในทันที[31][32]

วันที่ 31 มกราคม มีรายงานผู้ป่วยเพิ่มเติมอีก 5 ราย ทำให้จำนวนผู้ป่วยรวมอยู่ที่ 19 ราย หนึ่งในนั้นเป็นคนขับรถแท็กซี่ ที่ไม่เคยเดินทางไปยังประเทศจีน และต้องสงสัยว่าอาจติดเชื้อจากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่รับมา ทำให้เป็นกรณีแรกของการแพร่ระหว่างมนุษย์สู่มนุษย์ของไวรัสในประเทศไทย มีรายงานว่าคนขับแท็กซี่ได้ติดต่อกับคนอื่นอย่างน้อย 13 คน ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกในครอบครัว ก่อนจะเดินทางไปเข้ารับการรักษา[33] ส่วนผู้ป่วยรายอื่นเป็นชาวจีน[34][35]

กุมภาพันธ์[แก้]

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ แพทย์ 2 คนจากโรงพยาบาลราชวิถี พบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงจากไวรัสโคโรนา โดยใช้ยารักษาไข้หวัดใหญ่ (โอเซลทามิเวียร์) และเอชไอวี (โลปินาเวียร์และริโตนาเวียร์) โดยคนไข้อาการดีขึ้นอย่างมากภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากนำไปรักษา อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะกล่าวได้ว่าวิธีการนี้จะสามารถนำไปใช้กับผู้ป่วยรายอื่นได้[36]

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ รัฐบาลไทยส่งเที่ยวบินของสายการบินไทยแอร์เอเชีย ไปรับพลเมือง 138 คน ที่ติดอยู่ในนครอู่ฮั่นจากมาตรการปิดเมือง โดยเครื่องลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา (ระยอง–พัทยา) ในเวลา 19:00 น. โดยในบรรดาผู้ได้อพยพมาทั้งหมด มีผู้มีไข้สูงถูกนำส่งโรงพยาบาล 6 ราย ส่วนที่เหลือถูกกักโรคไว้ที่สัตหีบ เป็นเวลา 2 สัปดาห์ และยังมีผู้ที่ไม่ได้อพยพอีก 3 คน ประกอบด้วยนักศึกษา 2 คน ที่มีไข้สูง และอีกคนเนื่องจากวีซ่าหมดอายุ[37] ในวันเดียวกัน มีการยืนยันผู้ป่วยเพิ่มเติมอีก 6 ราย รวมถึงคู่สามีภรรยาชาวไทยที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศญี่ปุ่น และยังไม่แน่ชัดว่าทั้งคู่ติดเชื้อมาในระหว่างการเดินทาง หรือหลังจากกลับมาประเทศไทยแล้ว และอีก 2 กรณีเป็นคนขับรถซึ่งรับส่งผู้โดยสารชาวจีน[38]

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ มีผู้ป่วยยืนยันเพิ่มขึ้นอีก 6 ราย เป็นชาวจีน 2 ราย เป็นผู้โดยสารที่เดินทางมากับเที่ยวบินอพยพเมื่อ 4 วันก่อน และที่เหลือเป็นชาวไทยที่ได้สัมผัสกับนักท่องเที่ยว รวมทำให้มีผู้ป่วยยืนยันเป็น 32 ราย[39]

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ มีผู้ป่วยยืนยันเพิ่มอีก 1 ราย รวมเป็น 33 ราย[40]

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ มีการพบหญิงชาวไทยคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ป่วยรายที่ 35 ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง โดยเป็นกรณีแรกที่ผู้ป่วยเป็นบุคลากรด้านสาธารณสุขในประเทศไทย จากการสอบสวนพบว่า บุคคลนี้มิได้มีการสวมหน้ากากอนามัยและชุดป้องกันขณะให้การรักษาผู้ป่วย[41] ทั้งนี้มีรายงานหลายแห่งออกมากล่าวว่าบุคคลนี้ทำงานอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง และภายหลังมีการชี้แจงโดยกระทรวงสาธารณสุข[42]

ต่อมานับเป็นเวลา 8 วันที่ไม่มีผู้ป่วยเพิ่มเติม จนวันที่ 24 กุมภาพันธ์ มีการรายงานผู้ป่วยเพิ่มอีก 2 ราย ทำให้ยอดรวมเป็น 37 ราย[43] สองวันต่อมา จำนวนผู้ป่วยเพิ่มเป็น 40 ราย เป็นชาวไทยที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นคู่ตายายที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากจังหวัดฮกไกโด และได้แพร่เชื้อต่อไปยังหลานชายวัย 8 ปี ที่บ้าน ขณะก่อนเข้ารับการรักษา โดยมีกลุ่มเสี่ยงจำนวน 101 คนที่ทั้งคู่ได้สัมผัสด้วยซึ่งได้รับการตรวจหาไวรัส ประกอบด้วย สมาชิกกลุ่มทัวร์ สมาชิกในครอบครัว ผู้โดยสารที่เดินทางมาโดยเที่ยวบินเดียวกัน บุคลากรทางการแพทย์ และเพื่อนร่วมชั้นของหลานชาย[44] กรณีนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้กล่าวว่า การที่คุณตาปกปิดประวัติการเดินทางเมื่อเดินทางไปพบแพทย์ ทำให้ตัวของคุณตาเองนั้นมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์[45]

วันที่ 29 กุมภาพันธ์ มีการพบผู้ป่วยรายใหม่อีก ทำให้ยอดรวมเป็น 42 ราย โดยผู้ป่วยเป็นพนักงานขาย อายุ 21 ปี ซึ่งจากลักษณะการทำงานทำให้ต้องมีการสัมผัสกับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ[46]

มีนาคม[แก้]

มาตรการป้องกันการติดเชื้อโดยการเว้นระยะห่างกับสังคม (Social distancing) โดยห้ามนั่งเก้าอี้ติดกัน ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

วันที่ 1 มีนาคม กระทรวงสาธารณสุขรายงานพบผู้เสียชีวิตรายแรกของประเทศ เป็นชายไทย อายุ 35 ปี ซึ่งมีอาการไข้เลือดออกมาแต่เดิมเมื่อปลายเดือนมกราคม ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ต่อมาได้มีการส่งตัวต่อไปยังสถาบันบำราศนราดูร ในวันที่ 5 มีนาคม ภายหลังจากการทดสอบพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ด้วย จึงได้มีการรักษาและหายดีตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่ไวรัสสร้างเอาไว้ที่ปอดของผู้ป่วยเกินกว่าจะรักษาได้ ต่อมาผู้ป่วยเสียชีวิตด้วยกลุ่มอาการการทำหน้าที่ผิดปกติของหลายอวัยวะ ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์[47]

15​ มีนาคม​ มีคำสั่งนายกรัฐมนตรี​ปลดอธิบดีกรมการค้าภายใน​[48]โดยให้ ทันตแพทย์ ​ประโยชน์​ เพ็ญสุต​ เป็นรักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นคำสั่งที่วิพากษ์วิจารณ์​อย่างกว้างขวางเนื่องจากนายกรัฐมนตรี​สั่งปลดเองและแต่งตั้งเป็น กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ศบค.

17 มีนาคม รัฐบาลมีนโยบายให้ปิดสถานที่มีคนมารวมตัวกันเป็นกิจวัตร ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อได้ง่าย โดยสถาบันการศึกษา สถาบันกวดวิชา ร้านนวด ผับ สถานบันเทิง สถานบริการ นวดแผนโบราณ และโรงมหรสพ ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ให้ปิดตั้งแต่ 18–31 มีนาคม ขณะที่สนามมวย สนามกีฬา สนามม้า ให้ปิดทันทีจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และให้งดการจัดกิจกรรมรวมคนจำนวนมากที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดของโรค และให้ทุกหน่วยงานพิจารณามาตรการเหลื่อมเวลาทำงาน และการทำงานที่บ้าน[49] วันที่ 23 มีนาคม ประชาชนในกรุงเทพมหานครทยอยเดินทางกลับต่างจังหวัด[50]

24 มีนาคม กระทรวงสาธารณสุขยืนยัน มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย รวมผู้เสียชีวิต 4 ราย และมีผู้ป่วยรายใหม่ 106 ราย รวมผู้ป่วยสะสมในไทย 827 ราย โดยผู้เสียชีวิต 3 ราย ได้แก่ ชายไทย อายุ 70 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 มีนาคม เป็นผู้ป่วยที่มีอาการวัณโรคร่วม รักษาที่สถาบันบำราศนราดูร คนที่ 2 เป็นชายไทย อายุ 79 ปี มีประวัติเดินทางไปดูมวยที่สนามมวย มีอาการหนักตั้งแต่แรกรับ มีโรคประจำตัวหลายโรค รักษาที่สถาบันบำราศนราดูร และคนที่ 3 เป็นชายไทย อายุ 45 ปี มีภาวะโรคเบาหวานและโรคอ้วนอยู่เดิม รักษาที่โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ[51]

วันที่ 25 มีนาคม รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 30 เมษายน โดยมีระบุสิ่งที่ห้ามทำและให้ทำ เช่น ห้ามเข้าพื้นที่เขตกำหนดตามคำสั่งผู้ว่าฯ ห้ามคนทั้งหลายเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย (มีข้อยกเว้นสำหรับบุคคลต่าง ๆ) ห้ามชุมนุมมั่วสุม ห้ามแพร่ข่าวเท็จ เป็นต้น[52] นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้ง "ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)" (ศบค.)[53]เป็นหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้อำนวยการ[54]

ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม ปิดบริการเกือบทั้งหมด ยกเว้นเพียงส่วนซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา และร้านอาหารแบบนำกลับบ้าน

เมษายน[แก้]

3 เมษายน รัฐบาลประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานในยามวิกาล (เคอร์ฟิว) ทั่วประเทศ ระหว่างเวลา 22.00–04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น[55]

วันที่ 9 เมษายน อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงว่ามีการค้นหาโรคเชิงรุก (Active case finding) และกำลังเฝ้าติดตามคนไทยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ นอกจากนี้ยังระบุว่าได้ชี้เป้าหมายให้จังหวัดถูเก็ตดำเนินการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค หลังพบผู้ป่วยในจังหวัดภูเก็ต 158 รายตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทางจังหวัดมีมาตรการปิดสถานบันเทิง ร้านนวดขยายทั้งจังหวัด และปิดช่องทางเข้าออกจังหวัด[56] 17 เมษายน พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง แถลงว่าจากการลงพื้นที่ตรวจหาเชื้อ SARS-CoV-2 เชิงรุกในพื้นที่กรุงเทพมหานครร่วมกับเพจ หมอแล็บแพนด้า ทำให้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5 ราย[57]

รายงานการศึกษาพฤติกรรมคนไทยในช่วงล็อกดาวน์จัดทำโดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม และคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า คนในเขตเมืองปฏิบัติตามคำแนะนำของรัฐค่อนข้างดีมากกว่า 75% ทุกมาตรการ แต่คนยากจนในเขตเมืองและคนชนบทยังปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมได้น้อย เนื่องจากเลี่ยงพื้นที่แออัดไม่ได้ และคนชนบทยังมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันอยู่ งานวิจัยพบว่า 89% ของกิจกรรมเกิดขึ้นในบ้านพักตนเองหรือญาติ ประชาชนติดตามข่าวสารน้อยลงและมีความตั้งใจปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ลดลงมากหลังจากล็อกดาวน์ 2 สัปดาห์ และพบว่าหากมีการล็อกดาวน์ต่อ ความตั้งใจในการปฏิบัติตามอาจไม่กลับสู่ค่าเดิมในช่วงแรกของการล็อกดาวน์ได้อีก[58]

แถวประชาชนที่รอรับแจกอาหาร ถ่ายที่เกาะสมุย

วันที่ 20 และ 22 เมษายน เกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่จับผู้แจกอาหารให้แก่ผู้มารอรับบริจาคทั้งที่จังหวัดนครปฐมและจังหวัดภูเก็ตตามลำดับ[59] ด้านกรุงเทพมหานครมีข้อกำหนดสำหรับการแจกอาหาร เช่น ให้เจ้าหน้าที่ช่วยแจก แจกในที่ที่ราชการกำหนด หรือใช้เว็บไซต์เป็นช่องทางในการประสานงานกับเจ้าหน้าที่[60] 25 เมษายน มีข่าวว่าราชการอำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท ไม่รับประสานการแจกของบริจาคช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยมีคำพูดว่า "จะแจกเพื่ออะไร อยากได้หน้า หรือหาเสียง"[61]

24 เมษายน ฝ่ายค้านเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกพระราชกำหนดฯ สถานการณ์ฉุกเฉิน และให้เปิดสมัยประชุมวิสามัญเพื่ออภิปรายปัญหาโควิด-19[62]

25 เมษายน ศบค. เปิดเผยว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 42 รายจากการตรวจหาเชื้อในแรงงานข้ามชาติ ณ ศูนย์กักขังที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อ. สะเตา จ. สงขลา[63]

พฤษภาคม[แก้]

ศาสนิกชนที่เข้าร่วมฟังเทศน์ในวันอัฐมีบูชาภายในวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหารนั่งโดยเว้นระยะห่างกันเพื่อป้องกันการระบาดตามนโยบายของวัด

3 พฤษภาคม มาตรการผ่อนปรน 6 กลุ่มกิจกรรมให้กลับมาดำเนินการได้ปกติ ได้แก่ ตลาด ร้านจำหน่ายอาหาร กิจการค้าปลีก-ส่ง กีฬาสันทนาการ ร้านตัดผมและเสริมสวยและร้านตัดผมและฝากเลี้ยงสัตว์ ของ ศบค. มีผล[64] วันเดียวกัน จังหวัดยะลาพบจำนวนผู้ป่วยจากการตรวจหาผู้ป่วยใหม่เชิงรุกจำนวน 23 คน ด้านโฆษก ศบค. แถลงว่า จากกระแสข่าวที่ตรวจพบผู้ป่วยใหม่ 40 รายก่อนหน้านี้นั้นเป็นตัวเลขสัดส่วนที่มากผิดปกติ จึงสั่งให้มีการทบทวนใหม่ก่อน และยืนยันว่าจะไม่มีการปกปิดข้อมูล[65]

4 พฤษภาคม พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 18 รายที่ศูนย์กักคนเข้าเมือง อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา[66] วันเดียวกัน ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยอยู่ในระดับที่ควบคุมได้และมีจังหวัดเกินครึ่งหนึ่งของประเทศที่ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ในช่วง 4 สัปดาห์หลัง แต่จะยังเฝ้าระวังการระบาดระลอกที่สองต่อไป[67]

13 พฤษภาคม ศบค. แถลงว่าประเทศไทยไม่พบผู้ป่วยรายใหม่เป็นวันแรก และเป็นวันที่ 17 ที่จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อต่ำกว่าวันละ 10 คน นอกจากนี้ ภายใน 28 วันที่ผ่านมามี 50 จังหวัดที่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม โดยจำนวนผู้ป่วยสะสมยังคงมากในกรุงเทพมหานครและภาคใต้[68]

17 พฤษภาคม มาตรการผ่อนปรนในระยะที่ 2 ตามประกาศของ ศบค. มีผลบังคับโดย อนุญาตให้เปิดห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า สถานออกกำลังกายบางส่วน แต่ให้ปิดบริการเวลา 20.00 น. และปรับเวลาเคอร์ฟิวจาก 22.00 เป็น 23.00 น. แต่ยังคงงดและชะลอการเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัด[69]

สถิติ[แก้]

ผู้ป่วยโควิด-19 (COVID-19) ในประเทศไทย  ()
     เสียชีวิต        รักษาหาย        ผู้ป่วยที่ยังป่วยอยู่

ม.ค. ม.ค. ก.พ. ก.พ. มี.ค. มี.ค. เม.ย. เม.ย. พ.ค. พ.ค. 15 วันล่าสุด 15 วันล่าสุด

วันที่
# ของผู้ป่วย
2020-01-13
1(+1) (n.a.)
1(=) (=)
2020-01-17
2(+1) (+100%)
2(=) (=)
2020-01-22
4(+2) (+100%)
2020-01-23
4(=) (=)
2020-01-24
5(+1) (+25%)
2020-01-25
6(+1) (+20%)
2020-01-26
8(+2) (+33%)
2020-01-27
8(=) (=)
2020-01-28
14(+6) (+75%)
2020-01-29
14(=) (=)
2020-01-30
14(=) (=)
2020-01-31
19(+5) (+36%)
2020-02-01
19(=) (=)
2020-02-02
19(=) (=)
2020-02-03
19(=) (=)
2020-02-04
19(=) (=)
2020-02-05
25(+6) (+32%)
25(=) (=)
2020-02-09
32(+7) (+28%)
2020-02-10
32(=) (=)
2020-02-11
33(+1) (+3.1%)
2020-02-12
33(=) (=)
2020-02-13
33(=) (=)
33(=) (=)
2020-02-16
34(+1) (+3.0%)
2020-02-17
35(+1) (+2.9%)
35(=) (=)
2020-02-20
35(=) (=)
2020-02-21
35(=) (=)
2020-02-22
35(=) (=)
2020-02-23
35(=) (=)
2020-02-24
35(=) (=)
2020-02-25
37(+2) (+5.7%)
2020-02-26
40(+3) (+8.1%)
2020-02-27
40(=) (=)
2020-02-28
40(=) (=)
2020-02-29
40(=) (=)
2020-03-01
42(+2) (+5.0%)
2020-03-02
43(+1) (+2.4%)
43(=) (=)
2020-03-05
47(+4) (+9.3%)
2020-03-06
48(+1) (+2.1%)
2020-03-07
50(+2) (+4.2%)
2020-03-08
50(=) (=)
2020-03-09
50(=) (=)
2020-03-10
53(+3) (+6.0%)
2020-03-11
59(+6) (+11%)
2020-03-12
70(+11) (+19%)
2020-03-13
75(+5) (+7.1%)
2020-03-14
82(+7) (+9.3%)
2020-03-15
114(+32) (+39%)
2020-03-16
147(+33) (+29%)
2020-03-17
177(+30) (+20%)
2020-03-18
212(+35) (+20%)
2020-03-19
272(+60) (+28%)
2020-03-20
322(+50) (+18%)
2020-03-21
411(+89) (+28%)
2020-03-22
599(+188) (+46%)
2020-03-23
721(+122) (+20%)
2020-03-24
827(+106) (+15%)
2020-03-25
934(+107) (+13%)
2020-03-26
1,045(+111) (+12%)
2020-03-27
1,136(+91) (+8.7%)
2020-03-28
1,245(+109) (+9.6%)
2020-03-29
1,388(+143) (+11%)
2020-03-30
1,524(+136) (+10%)
2020-03-31
1,651(+127) (+8.3%)
2020-04-01
1,771(+120) (+7.3%)
2020-04-02
1,875(+104) (+5.9%)
2020-04-03
1,978(+103) (+5.5%)
2020-04-04
2,067(+89) (+4.5%)
2020-04-05
2,169(+102) (+4.9%)
2020-04-06
2,220(+51) (+2.4%)
2020-04-07
2,258(+38) (+1.7%)
2020-04-08
2,369(+111) (+4.7%)
2020-04-09
2,423(+54) (+2.3%)
2020-04-10
2,473(+50) (+2.0%)
2020-04-11
2,518(+45) (+1.8%)
2020-04-12
2,551(+33) (+1.3%)
2020-04-13
2,579(+28) (+1.1%)
2020-04-14
2,613(+34) (+1.3%)
2020-04-15
2,643(+30) (+1.1%)
2020-04-16
2,672(+29) (+1.1%)
2020-04-17
2,700(+28) (+1.0%)
2020-04-18
2,733(+33) (+1.3%)
2020-04-19
2,765(+32) (+1.2%)
2020-04-20
2,792(+27) (+0.98%)
2020-04-21
2,811(+19) (+0.68%)
2020-04-22
2,826(+15) (+0.53%)
2020-04-23
2,839(+13) (+0.46%)
2020-04-24
2,854(+15) (+0.52%)
2020-04-25
2,907(+53) (+1.86%)
2020-04-26
2,922(+15) (+0.52%)
2020-04-27
2,931(+9) (+0.31%)
2020-04-28
2,938(+7) (+0.24%)
2020-04-29
2,947(+9) (+0.30%)
2020-04-30
2,954(+7) (+0.24%)
2020-05-01
2,960(+6) (+0.20%)
2020-05-02
2,966(+6) (+0.20%)
2020-05-03
2,969(+3) (+0.10%)
2020-05-04
2,987(+18) (+0.61%)
2020-05-05
2,988(+1) (+0.03%)
2020-05-06
2,989(+1) (+0.03%)
2020-05-07
2,992(+3) (+0.10%)
2020-05-08
3,000(+8) (+0.27%)
2020-05-09
3,004(+4) (+0.13%)
2020-05-10
3,009(+5) (+0.17%)
2020-05-11
3,015(+6) (+0.20%)
2020-05-12
3,017(+2) (+0.07%)
2020-05-13
3,017(=) (=)
2020-05-14
3,018(+1) (+0.03%)
2020-05-15
3,025(+7) (+0.24%)
2020-05-16
3,025(=) (=)
2020-05-17
3,028(+3) (+0.10%)
2020-05-18
3,031(+3) (+0.10%)
2020-05-19
3,033(+2) (+0.07%)
2020-05-20
3,034(+1) (+0.03%)
2020-05-21
3,037(+3) (+0.09%)
2020-05-22
3,037(=) (=)
2020-05-23
3,040(+3) (+0.09%)
2020-05-24
3,040(=) (=)
2020-05-25
3,042(+2) (+0.06%)
2020-05-26
3,045(+3) (+0.09%)
แหล่งข้อมูล:
  • "รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019". ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค. กระทรวงสาธารณสุข.


รายละเอียดของจำนวนผู้ป่วยและผู้ต้องสงสัยป่วยในประเทศไทย (ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2563)[70][71]
สถานะ ในโรงพยาบาล เสียชีวิต หาย สังเกตอาการ รวม
ยืนยันติดเชื้อ 59 57 2,929 3,045 (+3 จากวันก่อน)
ต้องสงสัย 160,320 (+6,329 จากวันก่อน)
การเติบโตของจำนวนผู้ป่วยยืนยันทั้งหมด

 รายละเอียดผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่เสียชีวิตในประเทศไทย[72] (ณ 25 พฤษภาคม 2563) () 

รายที่ อายุ เพศ จังหวัด สัญชาติ โรงพยาบาลที่รับการรักษา ประวัติไป ต่างประเทศ เสียชีวิตเมื่อ อาชีพ หมายเหตุ
1 35 ชาย สมุทรปราการ ไทย สถาบันบำราศนราดูร นนทบุรี ไม่มี 29 กุมภาพันธ์ พนักงานในสาขาศรีวารีของบริษัทคู่ค้าของคิงพาวเวอร์ ผู้ป่วยสัมผัสกับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ต่อมาได้รับการวินิจฉัยพบทั้งไข้เลือดออกและโควิด-19 โดยมีผลการทดสอบเป็นลบ (ไม่พบเชื้อ) สำหรับโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ แต่ร่างกายของผู้ป่วยได้รับความเสียหายมากเกินกว่าจะเยียวยาได้ และเสียชีวิตลงด้วยกลุ่มอาการการทำหน้าที่ผิดปกติของหลายอวัยวะ[73][74][47]
2 70 ชาย กรุงเทพมหานคร ไทย สถาบันบำราศนราดูร นนทบุรี ไม่มี 23 มีนาคม พนักงานขับรถส่วนบุคคล ผู้ป่วยมีวัณโรคร่วมด้วย[75][76]
3 79 ชาย กรุงเทพมหานคร ไทย สถาบันบำราศนราดูร นนทบุรี ไม่มี 23 มีนาคม ผู้เชียวชาญด้านมวยไทย มีอาการรุนแรงตั้งแต่เริ่มต้น[77]
4 45 ชาย กรุงเทพมหานคร ไทย ไม่เปิดเผยโรงพยาบาล ไม่มี 23 มีนาคม พนักงานรักษาความปลอดภัย มีโรคเบาหวานและโรคอ้วน[78][79]
5 50 ชาย นราธิวาส ไทย โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก มาเลเซีย 27 มีนาคม เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ผู้ป่วยชาวไทยรายแรกที่เสียชีวิต จากการเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาในกัวลาลัมเปอร์ ขณะที่ภรรยาของผู้เสียชีวิตซึ่งติดเชื้อจากสามีได้รับการปล่อยตัวจากโรงพยาบาลแล้ว ส่วนบุตรจำนวน 3 คนมีผลการทดสอบโควิด-19 เป็นลบ (ไม่พบเชื้อ)[80]
6 55 หญิง กรุงเทพมหานคร ไทย ไม่มี 27 มีนาคม ผู้ป่วยประวัติป่วยเบาหวานควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี และมีไขมันในเลือดสูง[81]
7 68 ชาย นนทบุรี ไทย โรงพยาบาลนนทเวช ไม่มี 28 มีนาคม มีประวัติเชื่อมโยงกับการไปสนามมวย[81]
8 54 ชาย ยะลา ไทย โรงพยาบาลยะลา มาเลเซีย 29 มีนาคม เดินทางกลับจากมาเลเซียวันที่ 12 มีนาคม เริ่มป่วยวันที่ 15 และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลวันที่ 16 มีนาคม[82]
9 56 หญิง กรุงเทพมหานคร ไทย ไม่เปิดเผยโรงพยาบาล ไม่มี 29 มีนาคม เริ่มป่วยวันที่ 18 มีนาคม เข้าการรักษาวันที่ 20 มีนาคม พบภาวะปอดอักเสบรุนแรง[81]
10 48 ชาย มหาสารคาม ไทย โรงพยาบาลมหาสารคาม (25–30 มีนาคม) ไม่มี 30 มีนาคม นักดนตรีทำงานที่กรุงเทพฯ มีโรคประจำตัวคือ เบาหวาน ไวรัสตับอักเสบบี มะเร็งลำไส้ ได้รับการผ่าตัดและเคมีบำบัดครบ[83]
11 79 ชาย ยะลา ไทย โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา มาเลเซีย 31 มีนาคม พ่อบ้าน เดินทางไปที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เพื่อร่วมงานแต่งงาน โดยสารด้วยรถตู้ และไม่ได้ค้างคืน ผู้ตายมีประวัติรักษาโรคประจำตัว ทั้งไตวายเรื้อรัง และเบาหวาน[84]
12 58 ชาย กรุงเทพมหานคร ไทย สหราชอาณาจักร 31 มีนาคม ที่ปรึกษาการเงิน เริ่มมีอาการป่วยเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ด้วยอาการไข้ ไอ มีเสมหะ เดินทางกลับจากอังกฤษถึงไทยเมื่อวันที่ 14 มีนาคม และเข้ารักษาที่โรงพยาบาล 15 มีนาคม[85]
13 57 ชาย ประจวบคีรีขันธ์ ไทย (เสียชีวิตบนรถไฟ) ปากีสถาน 31 มีนาคม เสียชีวิตระหว่างเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปสุไหงโก-ลก พบประวัติมีโรค เบาหวาน ความดันโลหิตสูง[86]
14 77 ชาย ปัตตานี ไทย โรงพยาบาลปัตตานี ไม่มี 31 มีนาคม มีโรคประจำตัวคือเบาหวาน ถุงลมโป่งพอง ปอดอักเสบเรื้อรัง ประวัติสัมผัสใกล้ชิดลูกชายที่กลับจากเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ประเทศมาเลเซีย เริ่มป่วย 18 มีนาคม[87][86]
15 55 ชาย กรุงเทพมหานคร ไทย ไม่เปิดเผยโรงพยาบาล ไม่มี 1 เมษายน ขับรถสาธารณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ กักตัวที่จังหวัดสุรินทร์ 15 มีนาคม จากนั้นขับรถมากรุงเทพ 16 มีนาคม[86]
16 59 ชาย ปทุมธานี ไทย โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ไม่มี 2 เมษายน พนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย [88][89]
17 72 ชาย กรุงเทพมหานคร ไทย โรงพยาบาลราชวิถี ไม่มี 2 เมษายน มีโรคประจำตัวคือโรคไต มีประวัติบุตรชายเดินทางไปสนามมวยบางแห่งในกรุงเทพฯ[88][89]
18 84 ชาย กรุงเทพมหานคร ไทย โรงพยาบาลกลาง กรุงเทพมหานคร ไม่มี 2 เมษายน พนักงานเฝ้าประตู สนามมวยราชดำเนิน มีโรคประจำตัวคือโรคไต ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และ โรคเกาต์[88][89]
19 84 ชาย กรุงเทพมหานคร ไทย โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า พร. ไม่มี 2 เมษายน มีประวัติการไปสนามมวยบางแห่งในกรุงเทพมหานคร[88][89]
20 72 ชาย กรุงเทพมหานคร ไทย สถาบันโรคทรวงอก นนทบุรี ไม่มี 3 เมษายน ผู้เชียวชาญด้านมวยไทย มีประวัติไปสนามมวยลุมพินี มีโรคประจำตัว เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง[90][91]
21 46 ชาย ไม่เปิดเผย ไทย สหราชอาณาจักร 3 เมษายน รับจ้าง [92][93]
22 82 ชาย ประจวบคีรีขันธ์ สวิตเซอร์แลนด์ ไม่เปิดเผยโรงพยาบาลในจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ภายหลังส่งต่อไปยังจังหวัด เพชรบุรี ไม่มี 2 เมษายน มีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง[92][93]
23 30 ชาย สุรินทร์ ไทย โรงพยาบาลปราสาท สุรินทร์ ไม่มี 4 เมษายน คนงานก่อสร้าง [92][93]
24 28 ชาย กรุงเทพมหานคร ไทย ไม่เปิดเผยโรงพยาบาล ไม่มี 4 เมษายน พนักงานบริษัท มีประวัติเพื่อนร่วมงานของภรรยาติดโควิด-19 เริ่มป่วย 27 มีนาคม[94][95]
25 51 ชาย กรุงเทพมหานคร ไทย ไม่เปิดเผยโรงพยาบาล ไม่มี 4 เมษายน ธุรกิจส่วนตัว มีโรคประจำตัวคือเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคอ้วน มีประวัติคนในครอบครัวติดเชื้อโควิด-19[94][95]
26 59 หญิง กรุงเทพมหานคร ไทย ไม่เปิดเผยโรงพยาบาล ไม่มี 5 เมษายน ค้าขาย มีโรคประจําตัวคือเบาหวาน มีประวัติพบผู้คนจํานวนมาก[94][95]
27 54 ชาย กรุงเทพมหานคร ไทย ไม่เปิดเผยโรงพยาบาล ไม่มี 6 เมษายน มีประวัติไปสถานบันเทิงย่านทองหล่อ[96][97]
28 48 ชาย ชลบุรี รัสเซีย ไม่มี 5 เมษายน [98][99]
29 69 ชาย กรุงเทพมหานคร อินเดีย ไม่เปิดเผยโรงพยาบาล ไม่มี 7 เมษายน ธุรกิจส่วนตัว มีโรคประจำตัวคือเบาหวาน และโรคหัวใจ[98][99]
30 69 ชาย บุรีรัมย์ สหรัฐอเมริกา โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ไม่มี 7 เมษายน มีโรคประจำตัวคือโรคไต และมีประวัติเดินทางไปเยี่ยมพี่ชายซึ่งเป็นชาวต่างชาติด้วยกันที่กรุงเทพฯ ซึ่งมาจากอเมริกาและเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง[100][99]
31 74 ชาย ชลบุรี ฝรั่งเศส โรงพยาบาลชลบุรี ฝรั่งเศส 7 เมษายน [101][102]
32 82 ชาย สมุทรปราการ ไทย โรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ ไม่มี 8 เมษายน [101][102]
33 43 หญิง ฉะเชิงเทรา ไทย โรงพยาบาลฉะเชิงเทรา ไม่มี 7 เมษายน ขายอาหารในโรงงาน มีโรคประจำตัวแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง (SLE)[103][104]
34 46 ชาย ไม่เปิดเผย ไทย ไม่เปิดเผยโรงพยาบาล ไม่มี 11 เมษายน ทำงานโรงรับจำนำ มีโรคประจำตัวเป็นโรคอ้วน[105]
35 65 ชาย พะเยา ไทย โรงพยาบาลพะเยา ไม่มี 11 เมษายน พนักงานทำความสะอาด มีประวัติทำงานสถานบันเทิงย่านอโศก[105][106]
36 74 ชาย นครศรีธรรมราช ไทย โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ไม่มี 12 เมษายน มีโรคประจำตัวเบาหวาน ความดัน และหัวใจ[107][108]
37 65 หญิง ชุมพร ไทย โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ไม่มี 12 เมษายน มีโรคประจำตัวไขมันในเลือดสูง และโรคอ้วน[107][109]
38 44 ชาย ไม่เปิดเผย ไทย สถาบันบำราศนราดูร นนทบุรี ไม่มี 12 เมษายน [107][110]
39 56 ชาย สมุทรปราการ ไทย ไม่เปิดเผยโรงพยาบาล ไม่มี 12 เมษายน มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ เริ่มป่วยตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม[111]
40 43 ชาย กรุงเทพมหานคร ไทย ไม่เปิดเผยโรงพยาบาล ไม่มี 11 เมษายน พนักงานบริษัท มีโรคประจำตัวเบาหวาน ไตวายเรื้อรัง และไขมันในเลือดสูง เริ่มป่วยตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม[111]
41 52 หญิง สมุทรปราการ ไทย โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า พร. ไม่มี 12 เมษายน พนักงานรัฐวิสาหกิจ (ขับรถ ขสมก.) มีโรคประจำตัวคือ ความดันโลหิตสูง และหัวใจโต ติดเชื้อจากเพื่อนในกลุ่มสังสรรค์ ที่มีการสัมผัสเชื้อโควิด-19 จากพนักงานในสถานบันเทิงย่านทองหล่อ[112][113]
42 65 หญิง เชียงใหม่ ไทย โรงพยาบาลนครพิงค์ ไม่มี 13 เมษายน มีโรคประจำตัวคือโรคไต, ความดันโลหิตสูง มีประวัติคนในครอบครัวเป็นผู้ป่วยโควิด-19[114]
43 60 ชาย พระนครศรีอยุธยา ไทย โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา อินโดนีเซีย 14 เมษายน เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ ประเทศอินโดนีเซีย เข้ารับการรักษาตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 เมษายน มีโรคประจำตัวคือเบาหวาน ความดัน โรคไต[115]
44 55 ชาย กรุงเทพมหานคร มาเลเซีย โรงพยาบาลราชวิถี จอร์เจีย 14 เมษายน มัคคุเทศก์ เดินทางไปประเทศจอร์เจีย มีประวัติมีลูกทัวร์เป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19[116]
45 35 หญิง กรุงเทพมหานคร ไทย ไม่เปิดเผยโรงพยาบาล ไม่มี 15 เมษายน พนักงานบริษัท มีโรคประจำตัวเบาหวาน, ไขมันในเลือดสูง ประวัติคู่สมรสทำงานในสถานบันเทิงที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 (คู่สมรสตรวจไม่พบเชื้อ)[116]
46 37 ชาย ปราจีนบุรี ไทย โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ไม่มี 15 เมษายน รับจ้างทั่วไปและขับรถขุด มีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน ประวัติคู่สมรสเคยทำงานเป็นพนักงานร้านอาหารในกรุงเทพฯ[117][116]
47 85 หญิง ชุมพร ไทย โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ไม่มี 16 เมษายน แม่บ้าน มีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และหลอดเลือดสมอง มีประวัตินอนรักษาตัวในโรงพยาบาลใกล้กันกับผู้เสียชีวิตรายที่ 37[118][119]
48 50 ชาย กรุงเทพมหานคร ไทย ไม่เปิดเผยโรงพยาบาล ไม่มี 20 เมษายน ขับรถแท็กซี มีโรคประจำตัวเบาหวาน ชนิดที่ 2 มีประวัติเสี่ยงคือ รับ-ส่งผู้โดยสารไปดูมวยที่สนามมวยลุมพินี[120]
49 58 หญิง กรุงเทพมหานคร ไทย ไม่เปิดเผยโรงพยาบาล ไม่มี 21 เมษายน แม่บ้าน มีโรคประจำตัวเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้าซึ่งเป็นลูกสาว เริ่มมีอาการป่วยวันที่ 20 มีนาคม[121]
50 78 หญิง กรุงเทพมหานคร ไทย ไม่เปิดเผยโรงพยาบาล ไม่มี 21 เมษายน มีโรคประจำตัวคือ โรคหลอดเลือดสมอง และไทรอยด์ วันที่ 21 มีนาคม เข้ารับการรักษาที่หอผู้ป่วยวิกฤติด้วยโรคหลอดเลือดสมองและติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ก่อนผลตรวจพบเชื้อโควิด-19[122]
51 48 ชาย กรุงเทพมหานคร ไทย โรงพยาบาลราชวิถี ไม่มี 24 เมษายน รับจ้างทั่วไป มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า 4 รายซึ่งเป็นคนในครอบครัว โดยหนึ่งในนั้นมีประวัติทำงานสถานบันเทิงย่านทองหล่อ เริ่มมีอาการป่วยวันที่ 1 เมษายน[123]
52 64 หญิง ภูเก็ต ไทย โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ไม่มี 26 เมษายน มีโรคประจำตัวคือโลหิตจาง มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นคนในครอบครัว[124]
53 52 ชาย กรุงเทพมหานคร ไทย ไม่เปิดเผยโรงพยาบาล ไม่มี 27 เมษายน ธุรกิจส่วนตัว มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยโรคโควิด 19 จากการเข้าร่วมประชุมสัมมนา เริ่มมีอาการป่วยวันที่ 19 มีนาคม[125]
54 63 หญิง ภูเก็ต ไทย โรงพยาบาลป่าตอง ไม่มี 27 เมษายน ค้าขาย (เจ้าของกิจการ) มีประวัติสัมผัสทั้งคนไทยและต่างชาติ ไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย และสัมผัสกับคนในครอบครัวที่เป็นผู้ป่วยโรคโควิด-19[126]
55 69 ชาย ภูเก็ต ออสเตรเลีย โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ไม่มี 5 พฤษภาคม ผู้จัดการโรงแรม มีประวัติมีโรคประจำตัวหอบหืด และถุงลมโป่งพอง[127]
56 68 ชาย กรุงเทพมหานคร ไทย ไม่เปิดเผยโรงพยาบาล ไม่มี 9 พฤษภาคม ธุรกิจส่วนตัว เริ่มป่วยมีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบากเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2563 ก่อนผลตรวจพบเชื้อโควิด-19[128]
57 56 หญิง ชุมพร ไทย โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ไม่มี 24 พฤษภาคม มีโรคประจำตัว คือไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม[129]


ดูเพิ่มเติมที่: การระบาดทั่วของไวรัสโคโรนา 2019/ประเทศไทย/ข้อมูลผู้ติดเชื้อ

สถิติผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายจังหวัดในประเทศไทย ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2563[130] ()

ภูมิภาค จังหวัด จำนวนผู้ป่วย เปลี่ยนแปลงจากวันก่อน จำแนกตามเพศ จำแนกตามสัญชาติ เสียชีวิต
ชาย หญิง ไม่ระบุ ไทย ต่างชาติ ไม่ระบุ
กรุงเทพมหานคร
และปริมณฑล
Flag of Bangkok.svg กรุงเทพมหานคร 1,550 ไม่เปลี่ยนแปลง 821 729 1,374 164 12 24
Nonthaburi Flag.png จังหวัดนนทบุรี 159 ไม่เปลี่ยนแปลง 92 67 153 4 1
Flag Samut Prakan Province.png จังหวัดสมุทรปราการ 117 Negative increase +1 64 53 115 2 4
Pathum Thani Flag.png จังหวัดปทุมธานี 39 ไม่เปลี่ยนแปลง 16 23 39 1
Flag Nakhon Pathom Province.png จังหวัดนครปฐม 22 ไม่เปลี่ยนแปลง 12 10 22
Flag Samut Sakhon Province.png จังหวัดสมุทรสาคร 14 ไม่เปลี่ยนแปลง 7 7 14
รวม กรุงเทพมหานครและปริมณฑล  1,900 Negative increase +1 1,012 888 0 1,716 170 12 30
ภาคเหนือ Flag Chiang Mai Province.png จังหวัดเชียงใหม่ 41 ไม่เปลี่ยนแปลง 23 18 36 5 1
Chiangrai Flag.png จังหวัดเชียงราย 9 ไม่เปลี่ยนแปลง 5 4 9
Flag of Mae Hong Son Province.png จังหวัดแม่ฮ่องสอน 5 ไม่เปลี่ยนแปลง 4 1 5
Flag Lampang Province.png จังหวัดลำปาง 4 ไม่เปลี่ยนแปลง 1 3 4
Flag Lam Phun Province.png จังหวัดลำพูน 4 ไม่เปลี่ยนแปลง 2 2 4
Flag of Phayao Province.jpg จังหวัดพะเยา 3 ไม่เปลี่ยนแปลง 1 2 3 1
Flag of the Uttaradit Province.png จังหวัดอุตรดิตถ์ 3 ไม่เปลี่ยนแปลง 2 1 3
Flag of Phrae Province.png จังหวัดแพร่ 1 ไม่เปลี่ยนแปลง 1 1
รวม ภาคเหนือ  70 Steady ไม่เปลี่ยนแปลง 39 31 0 65 5 0 2
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ Nakhon Ratchasima Flag.png จังหวัดนครราชสีมา 19 ไม่เปลี่ยนแปลง 5 14 19
Flag Ubon Ratchathani Province.png จังหวัดอุบลราชธานี 15 ไม่เปลี่ยนแปลง[i] 8 7 15
Flag Buriram Province.png จังหวัดบุรีรัมย์ 13 ไม่เปลี่ยนแปลง 3 10 11 2 1
Surin Flag.png จังหวัดสุรินทร์ 9 ไม่เปลี่ยนแปลง 5 4 9 1
Udon Thani Flag.png จังหวัดอุดรธานี 9 ไม่เปลี่ยนแปลง 5 4 8 1
Flag Sisaket Province.png จังหวัดศรีสะเกษ 8 ไม่เปลี่ยนแปลง 3 5 8
Flag Khonkaen Province.png จังหวัดขอนแก่น 6 ไม่เปลี่ยนแปลง[ii] 3 3 6
Flag Loei Province.png จังหวัดเลย 5 ไม่เปลี่ยนแปลง 3 2 5
Flag Mokdahan Province.png จังหวัดมุกดาหาร 4 ไม่เปลี่ยนแปลง 3 1 4
Flag Nongbualamphu Province.png จังหวัดหนองบัวลำภู 4 ไม่เปลี่ยนแปลง 1 3 4
Flag Karasin Province.png จังหวัดกาฬสินธุ์ 3 ไม่เปลี่ยนแปลง 2 1 3
Flag Chaiyaphom Province.png จังหวัดชัยภูมิ 3 ไม่เปลี่ยนแปลง 1 2 3
Flag Roi-Et Province.png จังหวัดร้อยเอ็ด 3 ไม่เปลี่ยนแปลง 1 2 3
Flag Nong Khai Province.png จังหวัดหนองคาย 3 ไม่เปลี่ยนแปลง 1 2 3
Nakhon Phanom provincial flag.png จังหวัดนครพนม 2 ไม่เปลี่ยนแปลง 2 2
Flag Amnatcharoen Province.png จังหวัดอำนาจเจริญ 2 ไม่เปลี่ยนแปลง 1 1 2
Flag Maha Sarakham Province.png จังหวัดมหาสารคาม 1 ไม่เปลี่ยนแปลง 1 1 1
Yasothon provincial flag.png จังหวัดยโสธร 1 ไม่เปลี่ยนแปลง 1 1
Sakon Nakhon Flag.png จังหวัดสกลนคร 1 ไม่เปลี่ยนแปลง 1 1
รวม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  111 Steady ไม่เปลี่ยนแปลง 47 64 0 108 3 0 3
ภาคกลาง Flag Nakhon Sawan Province.png จังหวัดนครสวรรค์ 9 ไม่เปลี่ยนแปลง 4 5 9
Flag Phitsanulok Province.png จังหวัดพิษณุโลก 6 ไม่เปลี่ยนแปลง 2 4 6
Flag Suphan Buri Province.png จังหวัดสุพรรณบุรี 6 ไม่เปลี่ยนแปลง 3 3 6
Saraburi Flag 2.png จังหวัดสระบุรี 5 ไม่เปลี่ยนแปลง 3 2 5
Flag Phra Nakhon Si Ayutthaya Province.png จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 4 ไม่เปลี่ยนแปลง 3 1 4 1
Flag Phetchabun Province.png จังหวัดเพชรบูรณ์ 3 ไม่เปลี่ยนแปลง 2 1 2 1
Flag Sukhothai Province.png จังหวัดสุโขทัย 3 ไม่เปลี่ยนแปลง 1 2 3
Flag Nakhon Nayok Province.png จังหวัดนครนายก 2 ไม่เปลี่ยนแปลง 2 2
Flag Lop Buri Province.png จังหวัดลพบุรี 2 ไม่เปลี่ยนแปลง 1 1 2
Flag Samut Songkhram Province.png จังหวัดสมุทรสงคราม 1 ไม่เปลี่ยนแปลง 1 1
Uthai Thani Flag.png จังหวัดอุทัยธานี 1 ไม่เปลี่ยนแปลง[iii] 1 1
รวม ภาคกลาง  42 Steady ไม่เปลี่ยนแปลง 22 20 0 41 1 0 1
ภาคตะวันออก Chon Buri Flag.png จังหวัดชลบุรี 108 Negative increase +2 65 43 91 17 2
Chachoengsao Flag.png จังหวัดฉะเชิงเทรา 17 ไม่เปลี่ยนแปลง 13 4 16 1 1
Sa Kaeo Flag.png จังหวัดสระแก้ว 10 ไม่เปลี่ยนแปลง 3 7 10
Flag Prachinburi Province.png จังหวัดปราจีนบุรี 9 ไม่เปลี่ยนแปลง 4 5 9 1
Rayong Flag.png จังหวัดระยอง 6 ไม่เปลี่ยนแปลง 2 4 6
Chanthaburi Flag.png จังหวัดจันทบุรี 3 ไม่เปลี่ยนแปลง 1 2 3
รวม ภาคตะวันออก  153 Negative increase +2 88 65 0 135 18 0 4
ภาคตะวันตก Prachuap Khiri Khan Flag.png จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 17 ไม่เปลี่ยนแปลง[iv] 10 7 8 9 2
Kanchanaburi Flag.png จังหวัดกาญจนบุรี 9 ไม่เปลี่ยนแปลง 6 3 8 1
Ratchaburi Flag.png จังหวัดราชบุรี 7 ไม่เปลี่ยนแปลง 3 4 7
Tak Flag.png จังหวัดตาก 3 ไม่เปลี่ยนแปลง 2 1 2 1
Flag Petchaburi Province.png จังหวัดเพชรบุรี 2 ไม่เปลี่ยนแปลง 2 2
รวม ภาคตะวันตก  38 Steady ไม่เปลี่ยนแปลง 23 15 0 27 11 0 2
ภาคใต้ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต 227 ไม่เปลี่ยนแปลง 95 132 184 42 1 2
Yala Flag 2.png จังหวัดยะลา 133 ไม่เปลี่ยนแปลง 97 36 133 2
Flag Songkhla Province.png จังหวัดสงขลา 128 ไม่เปลี่ยนแปลง 86 42 63 65
Pattani Flag.png จังหวัดปัตตานี 91 ไม่เปลี่ยนแปลง 61 30 91 1
Flag Naratiwat Province.png จังหวัดนราธิวาส 40 ไม่เปลี่ยนแปลง 31 9 40 1
Chumphon Flag.png จังหวัดชุมพร 21 ไม่เปลี่ยนแปลง 2 19 21 3
Krabi Flag.png จังหวัดกระบี่ 20 ไม่เปลี่ยนแปลง[v] 8 12 13 7
Satun Flag.png จังหวัดสตูล 18 ไม่เปลี่ยนแปลง 18 18
Flag Surat Thani Province.png จังหวัดสุราษฎร์ธานี 18 ไม่เปลี่ยนแปลง 11 7 15 3
Phatthalung Flag.png จังหวัดพัทลุง 14 ไม่เปลี่ยนแปลง 8 6 14
Flag Nakhon Si Thammarat Province.png จังหวัดนครศรีธรรมราช 12 ไม่เปลี่ยนแปลง 6 6 12 1
Trang Flag.png จังหวัดตรัง 7 ไม่เปลี่ยนแปลง 2 5 6 1
Phangnga Flag.png จังหวัดพังงา 2 ไม่เปลี่ยนแปลง 1 1 2​ 1
รวม ภาคใต้  731 Steady ไม่เปลี่ยนแปลง 426 305 0 612 118 2 11
ไม่ระบุจังหวัด[vi] 39 Steady ไม่เปลี่ยนแปลง 23 16 0 29 5 5 4
รวม 68​ จังหวัด 3,045 Negative increase +3 1,657 1,388 0 2,707 326 12 57
หมายเหตุ
  1. ผู้ป่วยรายที่ 396 และ 474 เดิมเมื่อวันที่ 27 มีนาคมถูกระบุอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี ต่อมาวันที่ 28 มีนาคมไม่มีการระบุจังหวัด
  2. ผู้ป่วยรายที่ 181 เดิมเมื่อวันที่ 27 มีนาคมถูกระบุอยู่ในจังหวัดขอนแก่น ต่อมาวันที่ 28 มีนาคมระบุเป็นกรุงเทพมหานคร
  3. ผู้ป่วยรายที่ 945 เดิมเมื่อวันที่ 27 มีนาคมถูกระบุอยู่ในจังหวัดอุทัยธานี ต่อมาวันที่ 28 มีนาคมระบุเป็นจังหวัดนครสวรรค์
  4. ผู้ป่วยรายที่ 991 เดิมเมื่อวันที่ 27 มีนาคมถูกระบุอยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาวันที่ 28 มีนาคมไม่มีการระบุจังหวัด
  5. ผู้ป่วยรายที่ 626 และ 973 เดิมเมื่อวันที่ 27 มีนาคมถูกระบุอยู่ในจังหวัดกระบี่ ต่อมาวันที่ 28 มีนาคมไม่มีการระบุจังหวัด
  6. รายที่ระบุเป็นไม่ทราบ (ผู้ป่วยรายที่ 377 จำนวน 1 ราย) และที่เหลือเป็นรายที่อยู่ระหว่างการสอบสวนหรือไม่มีการระบุข้อมูล




แผนภูมิเซมิลอกพล็อตเปรียบเทียบจำนวนผู้ติดเชื้อโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ณ วันที่ 11 เมษายน 2563) ()


แผนภูมิเซมิลอกพล็อตเปรียบเทียบจำนวนผู้ติดเชื้อโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ตั้งแต่วันที่มีผู้ติดเชืื้อเกิน 100 คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ณ วันที่ 11 เมษายน 2563) ()

มาตรการรับมือ[แก้]

มาตรการต่อผู้เดินทางเข้าประเทศ[แก้]

เริ่มมีการคัดกรองผู้โดยสารขาเข้าจากประเทศจีนในท่าอากาศยาน 6 แห่ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานภูเก็ต, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานกระบี่ และท่าอากาศยานเชียงราย (เริ่ม 24 มกราคม) พบผู้ป่วยต้องสงสัยจำนวนหนึ่งที่มีภาวะทางเดินหายใจที่พบทั่วไปโรคอื่น[131][132][5]

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ เอ็มเอส เวสเตอร์ดัม ถูกปฏิเสธเข้าเทียบท่า ณ ท่าเรือแหลมฉบัง[133] หลังถูกปฏิเสธจากฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และกวม มาแล้วก่อนหน้านี้[134] วันที่ 13 กุมภาพันธ์ เรือ เอ็มวี ซีบอร์นโอเวชัน และเรือ ควอนตัมออฟเดอะซีส์ ได้รับอนุญาตให้เทียบท่า ทั้งนี้ เพราะเรือทั้งสองมีกำหนดขึ้นฝั่งที่ประเทศไทยอยู่แล้ว ผู้โดยสารบนเรือได้รับการตรวจคัดกรองก่อนได้รับอนุญาตให้ขึ้นฝั่ง[135][136]

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ การคัดกรองโควิด-19 ขยายรวมไปถึงผู้เดินทางเข้าประเทศจากประเทศญี่ปุ่นและสิงคโปร์ กระทรวงสาธารณสุขยังเพิ่มมาตรการต่อโควิด-19 เป็นระดับ 3 เพื่อเตรียมรับการแพร่เชื้อที่เพิ่มขึ้น ทุกจังหวัดต้องมีโรงพยาบาลที่มีศักยภาพทดสอบโควิด-19 ได้อย่างน้อย 1 แห่ง[137] วันที่ 21 กุมภาพันธ์ กระทรวงสาธารณสุขประกาศเกณฑ์คัดรองใหม่ โดยเพิ่มการตรวจเพิ่มเติมสำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศจากฮ่องกง มาเก๊า เกาหลีใต้ และไต้หวัน ผู้ป่วยที่มีอาการปอดบวมไม่ทราบสาเหตุ และอาศัยอยู่ในพื้นที่ 8 จังหวัดที่นักท่องเที่ยวจีนนิยมเดินทางมา ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ เชียงราย ชลบุรี กระบี่ ภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ์ และสมุทรปราการ จะถือว่าเป็นผู้ป่วยต้องสงสัยโควิด-19 อัตโนมัติ[138]

วันที่ 6 เมษายน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยออกประกาศขยายเวลาห้ามเที่ยวบินขาเข้าประเทศ จนถึงวันที่ 18 เมษายน[139]

มาตรการจำกัดการระบาดในประเทศ[แก้]

วันที่ 25 มีนาคม 2563 รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศเพื่อสกัดการแพร่ของโควิด-19 โดยมีระยะเวลาตั้งแต่ วันที่ 26 มีนาคม – 30 เมษายน มีใจความสำคัญเกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ห้ามบุคคลเข้าไปในเขตที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งห้าม รวมทั้งห้ามชุมนุมและเผยแพร่ข่าวปลอม[140] วันที่ 3 เมษายน รัฐบาลประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถาน ตั้งแต่เวลา 22.00 น. – 4.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ยกเว้นบางอาชีพ เป็นมาตรการรับมือโควิด-19 วันที่ 17 เมษายน ตำรวจรายงานว่าจับกุมผู้ฝ่าฝืนคำสั่งได้ 7,000 คน[141]

วันที่ 7 เมษายน คณะรัฐมนตรีสั่งเลื่อนวันเปิดภาคเรียนภาคเรียนที่ 1/2563 เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม วันที่ 8 เมษายน กระทรวงวัฒนธรรมสั่งห้ามจัดงานสงกรานต์ทุกระดับ[50]

จนวันที่ 9 เมษายน 14 จังหวัดและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นประกาศห้ามเข้าออก ได้แก่ เชียงราย ตาก น่าน แพร่ ตราด บึงกาฬ ภูเก็ต สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส เมืองพัทยา และระนอง[142] วันที่ 11 เมษายน 47 จังหวัดมีคำสั่งงดจำหน่ายสุราชั่วคราว[143] หลังราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งอนุญาตให้จำหน่ายสุราได้แต่ห้ามนั่งดื่มที่ร้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีและพิษณุโลกสั่งห้ามจำหน่ายสุราต่อไปถึงวันที่ 31 พฤษภาคม และสั่งปิดท่าอากาศยานพิษณุโลกสำหรับให้อากาศยานใช้ขึ้นลงด้วย[144]

วันที่ 1 พฤษภาคม พรก. ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ โดยยังคงเคอร์ฟิวและให้งดเว้นการเดินทางข้ามจังหวัดยกเว้นมีเหตุจำเป็น และให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่กำหนด[145]

มาตรการทางเศรษฐกิจ[แก้]

วันที่ 17 เมษายน ประยุทธ์แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ ว่าจะส่งจดหมายเปิดผนึกถึงมหาเศรษฐีไทย 20 อันดับแรก เพื่อขอให้ร่วมมือกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาโควิด-19[146] วันที่ 19 เมษายน ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกำหนดกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รวม 3 ฉบับ วงเงินรวม 1.9 ล้านล้านบาท[147]

วันที่ 21 เมษายน สำนักงานประกันสังคมเปิดเผยว่ามีผู้ประกันตนยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนแล้วกว่า 1.2 ล้านราย พร้อมยืนยันว่าสำนักงานฯ มีเงินลงทุนกรณีว่างงานกว่า 160,000 ล้านบาท ไม่กระทบต่อเสถียรภาพของสำนักงานฯ[148]

วันที่ 24 เมษายน ศบค. ออกมาเปิดเผยว่าค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19 คิดเป็นประมาณ 1 ล้านบาทต่อคน[149]

กระทรวงการคลังแถลงว่าจะมีผู้ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาททางเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ครบ 11 ล้านคนจนถึงวันที่ 8 พฤษภาคม 2563[150]

ข้อจำกัดสำหรับผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงติดโรค[แก้]

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดพื้นที่เสี่ยงแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ เขตติดโรคติดต่ออันตราย[151] และพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง[152]

เขตติดโรคติดต่ออันตราย

ผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศ จีน (รวมฮ่องกง และ มาเก๊า), เกาหลีใต้, อิตาลี และ อิหร่าน จะได้รับการกักตัวในพื้นที่ที่รัฐกำหนดเป็นเวลา 14 วัน

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 เมษายน ได้มีประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดเขตติดโรคติดต่ออันตราย เพิ่มเติมจากประกาศฉบับแรกอีก 5 ประเทศ[153] รวมเป็นทั้งหมด 9 ประเทศ

ในวันที่ 15 พฤษภาคม มีประกาศกระทรวงสาธารณสุขยกเลิกท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดต่อโรคอันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยยกเลิกประเทศ จีน (รวมฮ่องกง และ มาเก๊า) และ เกาหลีใต้ ออกจากเขตติดต่อโรคอันตราย[154]

พื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง

ผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศดังกล่าว ต้องแยกตัวจากผู้อื่นและไม่ควรออกจากบ้านเป็นเวลา 14 วัน และจะมีเจ้าหน้าที่ติดตามใกล้ชิด

ผลกระทบ[แก้]

วันที่ 13 เมษายน ประธานหอการค้าไทยเปิดเผยว่า คนไทยอาจสูญเสียงานแล้วกว่า 7 ล้านตำแหน่ง และอาจเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านตำแหน่งหากการระบาดยังยืดเยื้อต่อไปอีก 2–3 เดือน[155] วันที่ 17 เมษายน สายการบินพาณิชย์ที่ดำเนินการในประเทศไทย 8 แห่งยื่นหนังสือทวงถามกระทรวงการคลังถึงมาตรการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 25,000 ล้านบาทที่ร้องขอไปก่อนหน้านี้[156] ด้านสายการบินแห่งชาติของไทย การบินไทย ได้รับผลกระทบต่อผลประกอบการอย่างหนัก สำนักข่าวนิกเกอิรายงานเมื่อวันที่ 23 เมษายนว่า การบินไทยอาจเป็นสายการบินแห่งชาติรายแรกของโลกที่ล้มละลายท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19[157] แม้ว่ากระทรวงการคลังจะออกเงินกู้วงเงิน 50,000 ล้านบาทเมื่อวันที่ 29 เมษายน แต่จำนวนดังกล่าวน่าจะทำให้บริษัทคงสภาพคล่องไปได้ถึงสิ้นปี 2563 เท่านั้น[158]

การแพร่กระจายไปยังประเทศอื่น ๆ[แก้]

Flag of South Korea.svg เกาหลีใต้ – เมื่อ 4 กุมภาพันธ์ หญิงชาวเกาหลีใต้กลับจากการเดินท่องเที่ยวประเทศไทย พบว่าผลเป็นบวก และยืนยันการติดเชื้อเป็นกรณีที่ 16 ของประเทศ[159]

Flag of Germany.svg เยอรมนี – เมื่อ 4 มีนาคม เมืองโคโลญยืนยันผู้ป่วย 5 กรณี ซึ่งรวมถึงหญิงที่กลับจากการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย และคาดว่าติดเชื้อที่นั่น[160]

Flag of Australia (converted).svg ออสเตรเลีย – เมื่อ 5 มีนาคม รัฐควีนส์แลนด์ยืนยันว่า ชายวัย 81 ปี ที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศไทยได้ทำการทดสอบโรค พบว่าผลเป็นบวก และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยซันไชน์โคสต์[161]

Flag of India.svg อินเดีย – เมื่อ 6 มีนาคม อินเดียรายงานยืนยันกรณีที่ 31 ผู้ป่วยเป็นชาวอินเดียที่มีประวัติการเดินทางจากประเทศไทยและมาเลเซีย[162]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 COVID-19 Dashboard
  2. Cheung, Elizabeth (13 January 2020). "Thailand confirms first case of Wuhan virus outside China". South China Morning Post. Archived from the original on 13 January 2020. สืบค้นเมื่อ 13 January 2020.
  3. "สธ.แถลง พบคนขับแท็กซี่ ติดไวรัสโคโรน่า เป็นคนไทยรายแรก ไม่มีประวัติไปจีน" [MOPH announces taxi driver infected with coronavirus; first Thai case with no records of travelling to China]. Thairath Online. 31 January 2020. Archived from the original on 31 January 2020. สืบค้นเมื่อ 31 January 2020.
  4. "ผู้ป่วยโควิด-19 ในไทย ปะทุจากผับกทม.4 ย่านดัง- สนามมวยแพร่ไป 9 จ." [COVID-19 cases in Thailand surge; spreads from four major Bangkok-area entertainment districts – boxing stadiums to 9 provinces]. Krungthep Turakij. 20 March 2020. สืบค้นเมื่อ 29 March 2020.
  5. 5.0 5.1 "รายงานข่าวกรณีโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (Novel Coronavirus;2019-nCoV) ประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563" [Report of Novel Coronavirus (2019-nCoV) situation in Thailand, 1 February 2020]. 1 February 2020. สืบค้นเมื่อ 2 February 2020 – โดยทาง Ministry of Public Health, Thailand.
  6. "สธ.ยกระดับควบคุมป้องกันโรค ประกาศคำเตือนระดับ 3 หลีกเลี่ยงเดินทางไปพื้นที่ระบาด" [MOPH ramps up disease control measures; issues level 3 warning to avoid areas with ongoing transmission]. The Bangkok Insight. 31 January 2020. สืบค้นเมื่อ 29 March 2020.
  7. "4 ประเทศกลุ่มเสี่ยงเข้าไทยต้องมี "ใบรับรองแพทย์"" [Arrivals from 4 high-risk coutries required to present "medical certificates"]. Thai PBS. 9 March 2020. สืบค้นเมื่อ 29 March 2020.
  8. "ประกาศสกัดโควิด-19 ต่างชาติเข้าไทยต้องมีใบรับรองแพทย์-ประกันภัยแสนเหรียญ" [To curb COVID-19, foreigners arriving in Thailand now required to possess medical certificate – 100,000 USD health insurance]. Thairath Online. 19 March 2020. สืบค้นเมื่อ 29 March 2020.
  9. "Covid-19: Thailand's strict new entry requirements take effect". New Straits Times. 22 March 2020. สืบค้นเมื่อ 29 March 2020.
  10. "กทม.และ 5 จังหวัด ประกาศปิดห้างกับ 25 สถานที่ (คลิป)" [Bangkok and five other provinces close malls and 25 other locations (with clip)]. Thairath Online. 22 March 2020. สืบค้นเมื่อ 29 March 2020.
  11. The Standard Team (24 March 2020). "นายกฯ ประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน คุมโควิด-19 มีผล 26 มี.ค. ย้ำยังไม่ประกาศเคอร์ฟิวห้ามออกนอกบ้าน" [PM declares state of emergency effective 26 March in response to COVID-19; maintains there is no curfew yet]. The Standard. สืบค้นเมื่อ 29 March 2020.
  12. "Curfew starts today". Bangkok Post. 3 April 2020. สืบค้นเมื่อ 3 April 2020.
  13. "ประกาศราชกิจจาฯ 'หน้ากากอนามัย-เจลล้างมือ' สินค้าควบคุม 1 ปี" [New regulations imposed on 'face masks – hand gels' to remain in effect for one year]. Krungthep Turakij. 4 February 2020. สืบค้นเมื่อ 29 March 2020.
  14. "'จุรินทร์'รับกำลังผลิตหน้ากากอนามัยไม่เพียงพอ" ['Churin' admits production capacity of face masks still not enough]. Daily News. 11 February 2020. สืบค้นเมื่อ 29 March 2020.
  15. "หน้ากากอนามัยไม่เพียงพอ สธ.แนะคนไม่ป่วยให้ใส่หน้ากากผ้า" [In face of mask shortage, MOPH advises the healthy to wear cloth masks]. Workpoint News. 5 March 2020. สืบค้นเมื่อ 29 March 2020.
  16. Rojanaphruk, Pravit (9 March 2020). "Minister's Aide Accused of Hoarding, Selling Millions of Masks to China". Khaosod English. สืบค้นเมื่อ 29 March 2020.
  17. "คนไทยในต่างแดนฟ้องศาลปกครองสั่งยกเลิกใบ Fit to Fly" [Thais living abroad file petition with Administrative Court to rescind fit-to-fly order]. BBC Thai. 27 March 2020. สืบค้นเมื่อ 29 March 2020.
  18. "มึน กทม. "ยกเลิกข่าว" ปิดห้าง 22 วัน" [Confusion ensues as Bangkok authorities "cancel" news release of 22-day mall shutdown]. Thansettakij. 21 March 2020. สืบค้นเมื่อ 29 March 2020.
  19. "เผยคนแห่นั่งรถทัวร์ กลับบ้านหนีโควิด เกือบแสน! รมว.คมนาคม สั่งทำ 7 ขั้นตอน" [Nearly 100,000 flock home on tour buses to flee COVID! Transport Minister orders 7-step procedure]. Khaosod. 22 March 2020. สืบค้นเมื่อ 29 March 2020.
  20. Schnirring, Lisa (14 January 2020). "Report: Thailand's coronavirus patient didn't visit outbreak market". CIDRAP. Archived from the original on 14 January 2020. สืบค้นเมื่อ 15 January 2020.
  21. "Novel coronavirus (02): Thailand ex China (HU) WHO. Archive Number: 20200113.6886644". Pro-MED-mail. International Society for Infectious Diseases. สืบค้นเมื่อ 14 January 2020.
  22. "Thailand confirms first case of Wuhan virus outside China". South China Morning Post. 13 January 2020. Archived from the original on 13 January 2020. สืบค้นเมื่อ 13 January 2020.
  23. Sui-Lee Wee (15 January 2020). "Japan and Thailand Confirm New Cases of Chinese Coronavirus". The New York Times. ISSN 0362-4331. Archived from the original on 16 January 2020. สืบค้นเมื่อ 17 January 2020.
  24. CityNews. "New patient suspected of new corona virus found in Chiang Mai". Chiang Mai Citylife (in English). สืบค้นเมื่อ 2020-01-22.
  25. Nwdnattawadee, Nwdnattawadee (2020-01-21). "ด่วน! เชียงใหม่พบผู้ต้องสงสัยปอดอักเสบ เป็นชายชาวจีน มีไข้สูง เดินทางมาจากอู่ฮั่น ประเทศจีน". CM108 เชียงใหม่108. สืบค้นเมื่อ 2020-01-22.
  26. "First Thai infected with coronavirus". Bangkok Post. 22 January 2020. สืบค้นเมื่อ 23 January 2020.
  27. "Govt confirms Thai coronavirus case". Bangkok Post. 23 January 2020. สืบค้นเมื่อ 24 January 2020.
  28. "สธ.ยืนยัน สาวจีนป่วย ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ รายที่ 5 แล้วในไทย". Khaoosod. 24 January 2020. สืบค้นเมื่อ 25 January 2020.
  29. "ผลออกแล้ว!หญิงชาวจีนที่หัวหิน ติดเชื้อ'ไวรัสโคโรน่า'". Dailynews. 25 January 2020. สืบค้นเมื่อ 25 January 2020.
  30. "สธ.ยืนยันพบผู้ป่วย "ไวรัสโคโรนา" 8 ราย". PPTVHD36. 25 January 2020. สืบค้นเมื่อ 26 January 2020.
  31. "ด่วน! สธ.ยืนยัน พบนักท่องเที่ยวจีนในไทยติดเชื้อโคโรนาเพิ่ม 6 คน". Thai PBS. 2020-01-28. สืบค้นเมื่อ 2020-01-28.
  32. "Thailand confirms 6 more Wuhan virus infections, bringing total to 14". CNA. 28 January 2020. สืบค้นเมื่อ 28 January 2020.
  33. "สธ.แถลง พบคนขับแท็กซี่ ติดไวรัสโคโรน่า เป็นคนไทยรายแรก ไม่มีประวัติไปจีน" [Ministry of Health announces taxi driver infected with coronavirus, first Thai with no records of travelling to China]. Thairath Online. 31 January 2020. Archived from the original on 31 January 2020. สืบค้นเมื่อ 31 January 2020.
  34. "Thailand confirms first human-to-human coronavirus transmission, total cases rises to 19". CNA. 31 January 2020. Archived from the original on 31 January 2020. สืบค้นเมื่อ 28 January 2020.
  35. "Human transmission of coronavirus confirmed in Thailand". Bangkok Post. 31 January 2020. สืบค้นเมื่อ 28 January 2020.
  36. "Cocktail of flu, HIV drugs appears to help fight coronavirus: Thai doctors". Reuters. 3 February 2020. Archived from the original on 2 February 2020. สืบค้นเมื่อ 2 February 2020.
  37. "เครื่องบินรับ 138 คนไทยจากอู่ฮั่น เดินทางถึงสนามบินอู่ตะเภาแล้ว (มีคลิป)" [Plane carrying 138 Thais from Wuhan has landed at U-Tapao Airport (with clip)]. Sanook. February 4, 2020. Archived from the original on February 4, 2020. สืบค้นเมื่อ February 4, 2020.
  38. Thepgumpanat, Panarat; Tanakasempipat, Patpicha (February 4, 2020). "Thailand confirms six new coronavirus cases, including four Thais". Reuters. Archived from the original on February 4, 2020. สืบค้นเมื่อ February 4, 2020.
  39. "Seven new virus cases found". Bangkok Post. 11 February 2020. สืบค้นเมื่อ 17 February 2020.
  40. "Thailand reports 1 new case of coronavirus, brings total to 33". Bangkok Post. Reuters. 11 February 2020. สืบค้นเมื่อ 11 February 2020.
  41. "First case of medical worker found". Bangkok Post. 11 February 2020. สืบค้นเมื่อ 17 February 2020.
  42. "บุคลากรทางการแพทย์ไทย ติด 'ไวรัสโคโรน่า 2019' รายแรก". 15 February 2020. สืบค้นเมื่อ 17 February 2020 – โดยทาง กรุงเทพธุรกิจ.
  43. Boonbandit, Tappanai (February 25, 2020). "Thailand Reports 2 More Cases of Coronavirus, 37 in Total". Khaosod English. สืบค้นเมื่อ February 26, 2020.
  44. "ผลตรวจ 101 คน สัมผัส 'ปู่ย่าหลาน' ป่วย 'โควิด-19' ออกแล้ว!" [Lab results of 101 individuals who came into contact with 'grandparents-grandson' infected with 'COVID-19' are out!]. Krungthep Turakij. February 27, 2020. สืบค้นเมื่อ February 27, 2020.
  45. "`อนุทิน` รับผู้ป่วยโควิด-19 ล่าสุด เสี่ยงเป็น Super spreader". efinancethai. February 26, 2020. สืบค้นเมื่อ February 26, 2020.
  46. "New coronavirus infection in Thailand takes tally to 42". Reuters (in อังกฤษ). 2020-02-29. สืบค้นเมื่อ 2020-02-29.
  47. 47.0 47.1 "ไวรัสโคโรนา : ผู้ป่วยโควิด-19 คนไทย เสียชีวิตรายแรก" [First Thai COVID-19 death]. 1 March 2020. สืบค้นเมื่อ 1 March 2020 – โดยทาง BBC Thailand.
  48. นายก สั่งเด้ง! อธิบดีกรมการค้าภายใน ย้ายไปสำนักนายก
  49. "ไวรัสโคโรนา : ครม.สั่งปิดสถานศึกษา-สถานบันเทิง ชาวต่างชาติจากเขตโรคติดต่อต้องมีใบรับรองแพทย์". บีบีซีไทย. 17 มีนาคม 2563. สืบค้นเมื่อ 24 มีนาคม 2563.
  50. 50.0 50.1 ย้อนไทม์ไลน์ 100 วัน กับสถานการณ์ ‘โควิด-19’ ในประเทศไทย
  51. "ไวรัสโคโรนา : สธ.แถลงผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตอีก 3 ติดเชื้อเพิ่ม 106 ราย". บีบีซีไทย. 24 มีนาคม 2563. สืบค้นเมื่อ 24 มีนาคม 2563.
  52. "ไวรัสโคโรนา : รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินทั้งประเทศ 26 มี.ค.-30 เม.ย. สกัดโควิด-19 ยังไม่สั่ง "ปิดประเทศ-ปิดเมือง-ปิดบ้าน"". บีบีซีไทย. 25 มีนาคม 2563. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2563.
  53. คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๕/๒๕๖๓ เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
  54. ไทยโพสต์ (25 มีนาคม 2563). "เปิดคำสั่งตั้ง 'ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19' บิ๊กตู่นำทัพต้านไวรัสนรก". www.thaipost.net. สืบค้นเมื่อ 6 เมษายน 2563.
  55. หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ (10 เมษายน 2563). "โควิด-19 : เคอร์ฟิว 24 ชม. ในไทยยังเป็นแค่ "ข่าวปลอม" แล้วมีประเทศไหนบ้างที่สั่ง "ปิดบ้าน" สกัดไวรัสโคโรนา". บีบีซีไทย. สืบค้นเมื่อ 10 เมษายน 2563.
  56. ปูพรมตรวจ Active case finding ตัดตอน COVID-19 ระบาด
  57. กรุงผวาอีกรอบ! กทม.ตรวจโควิดเชิงรุก เจอติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 5
  58. “เจาะลึกพฤติกรรมคนไทย” ต่อมาตรการลดแพร่ระบาดโควิด-19
  59. เพื่อไทย ห่วง จนท.ทำเกินกว่าเหตุ จับผู้ใจบุญแจกอาหารช่วงโควิด-19
  60. เปิดวิธี ‘แจกอาหาร’ ให้ถูกระเบียบ กทม. สู้ภัยโควิด-19 ไปด้วยกัน
  61. ฟังแล้วจุก! ติดต่อแจก ของบริจาค โดนถามกลับ อยากได้หน้าเหรอ?
  62. โควิด-19 : ฝ่ายค้านมีมติให้รัฐบาลเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขอเปิดสภาสมัยวิสามัญถกปัญหาไวรัส
  63. โควิด-19 : ไทยพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 53 ราย จากการตรวจกลุ่มแรงงานข้ามชาติซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงรายใหม่
  64. โควิด-19 : ศบค. เคาะมาตรการผ่อนปรน 6 กลุ่มกิจการ-กิจกรรม เริ่ม 3 พ.ค.
  65. เผยยะลาปฏิบัติการเชิงรุก พบผู้ติดโควิดที่ยะหากว่า 20 คน สั่งตรวจใหม่
  66. ไทยพบผู้ติดเชื้อ 'โควิด-19' เพิ่ม 18 ราย รวมยอดสะสม 2,987 ราย ไม่พบเสียชีวิตเพิ่ม
  67. '4 สัญญาณ'เฝ้าระวัง'โควิด-19'ระบาดระลอก2ในไทย
  68. โควิด-19 : ไทยไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายใหม่เป็นวันแรก
  69. โควิด-19 : ศบค. เดินหน้าผ่อนปรนมาตรการระยะ 2 ลดเวลาเคอร์ฟิว เปิดห้างใหญ่-สนามกีฬา 17 พ.ค.
  70. "เว็บท่าสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)". ไทยรู้สู้โควิด. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นเมื่อ 11 เมษายน 2563.
  71. "โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สถานการณ์ในประเทศไทย". กรมควบคุมโรค. สืบค้นเมื่อ 11 เมษายน 2563.
  72. "รายงาน COVID-19 ประจำวัน" (in Thai). 25 May 2020 – โดยทาง Digital Government Development Agency.
  73. "ไทยพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อีก 7 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 32 ราย". 8 กุมภาพันธ์ 2563. สืบค้นเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2563 – โดยทาง สำนักข่าวไทย.
  74. "สธ.เผยผู้ป่วยเสียชีวิต ป่วยไข้เลือดออกก่อนติดเชื้อโควิด-19". 1 มีนาคม 2563. สืบค้นเมื่อ 1 March 2020 – โดยทาง โพสต์ทูเดย์.
  75. "ด่วน! พบผู้ป่วยติดเชื้อ'โคโรนา'สายพันธุ์ใหม่ในไทยเพิ่มอีก 6 ราย". 4 กุมภาพันธ์ 2563. สืบค้นเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2563 – โดยทาง แนวหน้า.
  76. "คนไทยรายที่ 2 เสียชีวิตจากโควิด-19 รอ สธ.แถลงยืนยัน". Thansettakij. 24 March 2020. สืบค้นเมื่อ 24 March 2020.
  77. "สธ.แถลงวันนี้ พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 30 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 177 ราย". 17 March 2020 – โดยทาง ประชาชาติธุรกิจ.
  78. "รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 18 มีนาคม 2563". 18 March 2020 – โดยทาง สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน).
  79. "ด่วน! 'โควิด' ทำคนไทยตายแล้ว 4 ราย สธ.แถลงข่าวทำเนียบ เผย 1 ในผู้ตายเป็น รปภ.ผับทองหล่อ". Matichon Online. 24 March 2020. สืบค้นเมื่อ 24 March 2020.
  80. "รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ประจำวันที่ 27 มีนาคม 2563". Matichon Online. 27 March 2020. สืบค้นเมื่อ 27 March 2020.
  81. 81.0 81.1 81.2 "ไวรัสโคโรนา : จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่มเป็น 9 ราย ติดเชื้อรายใหม่ 136". บีบีซีไทย. 30 มีนาคม 2563. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2563.
  82. "เปิดไทม์ไลน์ "2 ผู้ป่วย" ก่อนดับเพราะ "โควิด-19"". มติชน. 30 มีนาคม 2563. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2563.
  83. "ด่วน หนุ่มนักดนตรีป่วยโควิด-19 รายแรกมหาสารคาม รักษา 5 วันเสียชีวิต". ไทยรัฐ. 31 มีนาคม 2563. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2563.
  84. "เหยื่อโควิด-19 ตายรายที่ 11 ชาวยะลาวัย 79 ปี กลับจากมาเลเซีย". สำนักข่าวไทย. 31 มีนาคม 2563. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2563.
  85. "ไทม์ไลน์ ผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่ม 2 ศพ เดินทางกลับจากมาเลเซีย-อังกฤษ". ไทยรัฐ. 1 เมษายน 2563. สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2563.
  86. 86.0 86.1 86.2 "ไทม์ไลน์ ผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่ม 3 ศพ ไปปากีสถาน-สัมผัสผู้ติดเชื้อ". ไทยรัฐ. 2 เมษายน 2563. สืบค้นเมื่อ 2 เมษายน 2563.
  87. "ปัตตานี พบผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายแรก สัมผัสลูกชายร่วมกิจกรรมศาสนาที่มาเลเซีย". กรุงเทพธุรกิจ. 1 เมษายน 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-04-16.
  88. 88.0 88.1 88.2 88.3 "ไทยพบผู้ป่วยโควิดใหม่ 103 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 4 ราย". www.bangkokbiznews.com. สืบค้นเมื่อ 2020-04-04.
  89. 89.0 89.1 89.2 89.3 "รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ประจำวันที่ 3 เมษายน 2563". สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นเมื่อ 2020-04-04.
  90. "รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ประจำวันที่ 4 เมษายน 2563". สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นเมื่อ 2020-04-04.
  91. thebangkokinsight (2020-04-03). "'อื้อ อพลอลโล่' เซียนมวยรุ่นใหญ่ชื่อดัง เสียชีวิตจาก 'ไวรัสโควิด-19' ติดจากเวทีลุมพินี". The Bangkok Insight. สืบค้นเมื่อ 2020-04-04.
  92. 92.0 92.1 92.2 "ศบค.เปิดข้อมูลผู้เสียชีวิต "โควิด-19" เพิ่ม! ล่าสุดอายุน้อยลง ร่วมดื่มสุราเป็นประจำ". pptvhd36.com. สืบค้นเมื่อ 2020-04-10.
  93. 93.0 93.1 93.2 "รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ประจำวันที่ 5 เมษายน 2563". สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นเมื่อ 2020-04-10.
  94. 94.0 94.1 94.2 "เปิดไทม์ไลน์ผู้ป่วยโควิด-19เสียชีวิต3รายล่าสุด". Thai Post | อิสรภาพแห่งความคิด. สืบค้นเมื่อ 2020-04-10.
  95. 95.0 95.1 95.2 "รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ประจำวันที่ 6 เมษายน 2563". สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นเมื่อ 2020-04-10.
  96. "ตายเพิ่มอีก 1 ศพที่ 27 ผู้ป่วยใหม่พบติดจากในบ้าน ที่ทำงาน สถานที่ชุมชน". www.thairath.co.th. 2020-04-07. สืบค้นเมื่อ 2020-04-10.
  97. "รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ประจำวันที่ 7 เมษายน 2563". สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นเมื่อ 2020-04-10.
  98. 98.0 98.1 "ไทม์ไลน์ ผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตรายที่ 28-30 เป็นชาวต่างชาติทั้ง 3 ศพ". www.thairath.co.th. 2020-04-08. สืบค้นเมื่อ 2020-04-10.
  99. 99.0 99.1 99.2 "รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ประจำวันที่ 8 เมษายน 2563". สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นเมื่อ 2020-04-10.
  100. "จังหวัดบุรีรัมย์แถลง สามารถรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลับบ้านแล้ว จำนวน 3 คน ไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม". สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์. 9 เมษายน 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-04-16.
  101. 101.0 101.1 "ไทม์ไลน์ ผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตรายที่ 31-32 เป็นชายสูงอายุ 74-82 ปี". www.thairath.co.th. 2020-04-09. สืบค้นเมื่อ 2020-04-10.
  102. 102.0 102.1 "รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ประจำวันที่ 9 เมษายน 2563". สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นเมื่อ 2020-04-10.
  103. "เตือนอายุ20-39ปีเป็นพาหะเดินได้! เผยใช้เวลา1เดือนเคลียร์กลุ่มใหญ่". เดลินิวส์. 10 เมษายน 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-04-10.
  104. "รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ประจำวันที่ 10 เมษายน 2563". สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นเมื่อ 2020-04-10.
  105. 105.0 105.1 "ลดลงต่อเนื่อง ผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ในไทย เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย". www.thebangkokinsight.com. 2020-04-11. สืบค้นเมื่อ 2020-04-11.
  106. "ป่วย COVID-19 เสียชีวิตคนแรกของพะเยา เคยทำงานสถานบันเทิง". ไทยพีบีเอส. 11 เมษายน 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-04-16.
  107. 107.0 107.1 107.2 "เซ่นโควิดอีก 3 ราย ผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ในไทย". www.thebangkokinsight.com. 2020-04-12. สืบค้นเมื่อ 2020-04-12.
  108. "ผู้ป่วยโควิด -19 อาการหนัก เสียชีวิตอีก 1 ราย ที่นครศรีธรรมราช". ประชาชาติธุรกิจ. 11 เมษายน 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-04-16.
  109. "ชุมพร พบ "ผู้ป่วยรายที่ 2" เป็นพาหะขณะนอนรพ. ทำติดโควิดเพิ่มอีก 2". ไทยรัฐ. 13 เมษายน 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-04-16.
  110. "รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ประจำวันที่ 12 เมษายน 2563". สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นเมื่อ 2020-04-12.
  111. 111.0 111.1 "ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 28 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย". www.infoquest.co.th. 2020-04-13. สืบค้นเมื่อ 2020-04-13.
  112. "14 เม.ย. ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 34 คน ยอดรวมสะสม 2,613 เสียชีวิต 1 คน". www.hfocus.org. 2020-04-14. สืบค้นเมื่อ 2020-04-14.
  113. "เปิดไทม์ไลน์ พขร. หญิง 140 เสียชีวิตจากโควิด". กรุงเทพธุรกิจ. 14 เมษายน 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-04-16.
  114. "ด่วน เชียงใหม่ หญิง 65 ปี ป่วยโควิด เสียชีวิตอีก 1 ราย". www.matichon.co.th. 2020-04-14. สืบค้นเมื่อ 2020-04-14.
  115. "ผู้ติดเชื้อโควิดเมืองกรุงเก่าเสียชีวิต 1 ราย เตรียมกักตัวแพทย์ พยาบาล คนใกล้ชิดนับ 10". สยามรัฐ. 15 เมษายน 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-04-16.
  116. 116.0 116.1 116.2 "รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ประจำวันที่ 16 เมษายน 2563". สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. 16 เมษายน 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-04-16.
  117. "ปราจีนบุรี พบผู้ติดเชื้อโควิดอีก 3 ราย". บ้านเมือง. 10 เมษายน 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-04-16.
  118. "รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ประจำวันที่ 17 เมษายน 2563". สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. 17 เมษายน 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-04-17.
  119. "ชาวชุมพร เสียชีวิตจาก COVID-19 คนที่สอง". ไทยพีบีเอส. 17 เมษายน 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-04-17.
  120. "รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ประจำวันที่ 21 เมษายน 2563". สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. 21 เมษายน 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-04-21.
  121. "ไทม์ไลน์ ผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตรายที่ 49 หญิงวัย 58 ติดเชื้อจากลูกสาว". ไทยรัฐ. 22 เมษายน 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-04-22.
  122. "รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ประจำวันที่ 23 เมษายน 2563". สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. 23 เมษายน 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-04-23.
  123. "เปิดไทม์ไลน์ผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายที่ 51 ของไทย". คม ชัด ลึก. 25 เมษายน 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-04-25.
  124. "รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ประจำวันที่ 27 เมษายน 2563". สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. 27 เมษายน 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-04-27.
  125. "เปิดไทม์ไลน์ผู้เสียชีวิตจากโรคไวรัสโควิด-19 รายที่ 53 และ 54". คม ชัด ลึก. 28 เมษายน 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-04-28.
  126. "รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ประจำวันที่ 28 เมษายน 2563". สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. 28 เมษายน 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-04-28.
  127. "รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ประจำวันที่ 6 พฤษภาคม 2563". สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. 6 พฤษภาคม 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-05-06.
  128. "เปิดไทม์ไลน์ผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายที่ 56". เนชันทีวี. 9 พฤษภาคม 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-05-09.
  129. "ด่วน หญิงวัย 56 ผู้ป่วยโควิด-19 รายที่ 6 ของชุมพร เสียชีวิตแล้ว". ไทยรัฐ. 24 พฤษภาคม 2563. สืบค้นเมื่อ 2020-05-25.
  130. รายงาน COVID-19 ประจำวัน. สืบค้นเมื่อ 15 พฤษภาคม 2563 – โดยทาง สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล.
  131. "WHO | Novel Coronavirus – Thailand (ex-China)". WHO. 14 January 2020. Archived from the original on 21 January 2020. สืบค้นเมื่อ 15 January 2020.
  132. "Wuhan viral pneumonia alert". Chiang Mai Citylife. 7 January 2020. สืบค้นเมื่อ 15 January 2020.
  133. Slessor, Camron (11 February 2020). "Westerdam cruise ship stranded at sea again after being refused entry to Thailand amid coronavirus fears". ABC News. สืบค้นเมื่อ 11 February 2020.
  134. "Thailand bars Westerdam cruise ship, China virus toll tops 1,000". Bangkok Post. 11 February 2020. สืบค้นเมื่อ 11 February 2020.
  135. "Phuket liner let-in cops flak". Bangkok Post. 14 February 2020. สืบค้นเมื่อ 20 February 2020.
  136. "สรุปประเด็นเรือสำราญเทียบท่าภูเก็ต". The Standard. 13 February 2020. สืบค้นเมื่อ 20 February 2020.
  137. "Japanese and S'pore arrivals screened". Bangkok Post. 18 February 2020. สืบค้นเมื่อ 18 February 2020.
  138. "Thailand expands virus detection". Bangkok Post. 21 February 2020. สืบค้นเมื่อ 22 February 2020.
  139. โควิด-19 : ออกคำสั่งขยายเวลาห้ามเครื่องบินโดยสารเข้าไทยชั่วคราว จาก 6 เม.ย. ไปถึง 18 เม.ย.
  140. ไวรัสโคโรนา : รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินทั้งประเทศ 26 มี.ค.-30 เม.ย. สกัดโควิด-19 ยังไม่สั่ง “ปิดประเทศ-ปิดเมือง-ปิดบ้าน”
  141. 7,000 Curfew Arrests Made Over the Past Two Weeks: Police
  142. เช็กที่นี่!! 14 จังหวัดประกาศล็อกดาวน์ ห้ามเข้า-ออกแล้ว
  143. “มหาดไทย” เปิดชื่อ 47 จังหวัด งดขายเหล้า สกัดโควิด-19
  144. เพชรบุรี-พิษณุโลก ยังห้ามขายเหล้าต่ออีก 1 เดือน
  145. พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯยังคงเคอร์ฟิว4ทุ่มถึงตี4ชะลอการเดินทางข้ามจังหวัด
  146. นายกฯ ปลุกพลังคนไทย ขอความร่วมมือ 20 เศรษฐีไทย รวมใจ ฝ่าภัยโควิด-19. ไทยรัฐ.
  147. ด่วน! ราชกิจจาประกาศ พ.ร.ก.เงินกู้ 1.9 ล้านล้าน 3 ฉบับรวด “ห้ามจ่ายนอกรายการโควิด”
  148. ผู้ว่างงานขอเยียวยาทะลุ 1.2 ล้านราย ได้เงินแล้ว 8 พันราย
  149. ศบค.เผย งบฯ รักษาติดเชื้อโควิด-19 คนละล้าน-เกิดระบาดรอบ 2 อีกไม่ได้
  150. 'เราไม่ทิ้งกัน' โอน 'เงินเยียวยา' ส่วนที่เหลือแล้ว 5-8 พ.ค.ได้เงินครบทั้ง 11 ล้านคน
  151. "ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ท้องที่นอกราชอาณาจักร ที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019". กรมควบคุมโรค. 6 มีนาคม 2563.
  152. "ผู้เดินทางมาจากพื้นที่ระบาดต่อเนื่อง หรือพื้นที่พบผู้ป่วยตามรายงานขององค์การอนามัยโลก". กรมควบคุมโรค. 16 มีนาคม 2563.
  153. "ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) (ฉบับที่ 2) พ.ศ. ๒๕๖๓" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๙๓ ง หน้า ๑๖. ๒๒ เมษายน ๒๕๖๓.
  154. "ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยกเลิกท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) พ.ศ. ๒๕๖๓" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๑๔ ง หน้า ๒๑. ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓.
  155. Covid-19 outbreak ‘could kill 10m Thai jobs’
  156. ออกโรงทวงเงินกู้ 2.5 หมื่นล้าน วอนรัฐอย่าลืม “ธุรกิจการบิน”
  157. Thai Airways on financial brink as government debates rescue
  158. โควิด-19 : วิกฤตโรคระบาดทำสายการบินทั่วโลก ลดคน-ลดเงินเดือน-ขอรัฐช่วย
  159. "Coronavirus: South Korean woman travelling home from Thailand tests positive for virus". The Straits Times. 4 กุมภาพันธ์ 2563. Archived from the original on 4 กุมภาพันธ์ 2563. สืบค้นเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2563.
  160. "Coronavirus Mitglied des WDR-Rundfunkrats positiv getestet – 29 Fälle in Köln". Kölner Stadt-Anzeiger. 4 มีนาคม 2563.
  161. "Novel Coronavirus alert". Queensland Government. 5 มีนาคม 2563.
  162. "Coronavirus: Delhi resident tests positive for coronavirus, total 31 people infected in India". Hindustan Times. สืบค้นเมื่อ 6 มีนาคม 2563.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]


#invoke:Navbox