ข้ามไปเนื้อหา

ไทยเบฟเวอเรจ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไทยเบฟเวอเรจ
ประเภทบริษัทมหาชนจำกัด
การซื้อขาย
SGX: Y92
ISINTH0902010014 Edit this on Wikidata
อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม
ก่อนหน้าเบียร์ไทย (1991)
ก่อตั้ง29 ตุลาคม พ.ศ. 2546; 22 ปีก่อน (2546-10-29)[1]
ผู้ก่อตั้งเจริญ สิริวัฒนภักดี
สำนักงานใหญ่62 อาคารไทยเบฟควอเตอร์ ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร
พื้นที่ให้บริการทั่วโลก
บุคลากรหลักเจริญ สิริวัฒนภักดี
(ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร)
พจนีย์ ธนวรานิช
(ประธานกรรมการตรวจสอบ)
นายแพทย์ ปิยะสกล สกลสัตยาทร
(ประธานกรรมการสรรหา)
ฐาปน สิริวัฒนภักดี
(ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร)
ผลิตภัณฑ์
ตราสินค้า
รายได้เพิ่มขึ้น 181.19 พันล้านบาท (2558)[2]
รายได้สุทธิ
เพิ่มขึ้น 26.46 พันล้านบาท (2558)[2]
สินทรัพย์เพิ่มขึ้น 182.01 พันล้านบาท (2558)[2]
พนักงาน
ประมาณ 30,000 คน
เว็บไซต์www.thaibev.com

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (อังกฤษ: Thai Beverage Public Company Limited; SGX: y92) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ไทยเบฟ (อังกฤษ: ThaiBev; SGX: y92) เป็นบริษัทมหาชนจำกัดของประเทศไทย และเป็นบริษัทอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทถือหุ้นใหญ่โดยเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการ และเป็นหนึ่งในบริษัทหลักของกลุ่มทีซีซี ไทยเบฟเวอเรจจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ โดยมีมูลค่าตามราคาตลาดมากกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (พ.ศ. 2568)

ประวัติ

[แก้]

ไทยเบฟเวอเรจก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2546 โดยเจริญ สิริวัฒนภักดี มีจุดประสงค์เพื่อรวมกิจการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเบียร์และสุราชั้นนำของไทยของเจริญและผู้ร่วมทุนรายอื่น ๆ เข้ามาเป็นกลุ่มบริษัทเดียวกัน เดิมไทยเบฟวางแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ถูกต่อต้านจากกลุ่มพระสงฆ์ จึงย้ายไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) ในวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ภายหลังจากจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ไทยเบฟได้ขยายขอบเขตธุรกิจโดยแบ่งธุรกิจออกเป็น 4 สายธุรกิจ ได้แก่ สุรา เบียร์ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอาหาร

ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2556 บริษัทนี้ได้ซื้อกิจการกลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ ที่ประเทศสิงคโปร์ ด้วยเงิน 11.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[3]

ไทยเบฟให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ โดยประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นตลาดหลักที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ด้วยประชากรกว่า 600 ล้านคน และมีสภาพเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นทุกปีช่วยสนับสนุนให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ความร่วมมือระหว่างไทยเบฟและเฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ, ลิมิเต็ด (F&N) ในด้านตราสินค้า ช่องทางการจัดจำหน่าย การประสานงานด้านการขายและการตลาด รวมถึงความช่วยเหลือสนับสนุนจากตัวแทนจำหน่ายได้ช่วยต่อยอดการขยายธุรกิจสู่ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค

ไทยเบฟได้รับคะแนนสูงที่สุดในโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของโลก จากการจัดโดย S&P Global เป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (The Dow Jones Sustainability Indices-DJSI) โดยไทยเบฟ ได้รับคะแนนสูงสุดจากการประเมินด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ประจำปี 2564 (Corporate Sustainability Assessment 2021) เป็นปีที่ 4 และได้รับการยอมรับให้เป็นสมาชิกของประเภท กลุ่มดัชนีโลก (World Index) เป็นปีที่ 5 และเป็นสมาชิกของกลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets Index) เป็นปีที่ 6[4]

สินค้าและบริการ

[แก้]

เครื่องดื่มที่มีแอลกฮอล์และไม่มีแอลกฮอล์ รวมถึงอาหารและเบเกอรี่

[แก้]

ปัจจุบัน บริษัทในกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560) มีทั้งหมด 138 บริษัท ดังนี้

  • บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
  • บริษัทในประเทศไทย 93 บริษัท แบ่งเป็น บริษัทย่อย 92 บริษัท และบริษัทซึ่งเป็นบริษัทรวมของบริษัทย่อย 1 บริษัท คือบริษัทเพ็ทฟอร์ม (ไทยแลนด์) จำกัด
  • บริษัทในต่างประเทศ 44 บริษัท (แบ่งเป็นบริษัทย่อย 41 บริษัท และบริษัทซึ่งเป็นบริษัทร่วมของบริษัทย่อย 3 บริษัท คือ Liquorland Limited, Fraser and Neave, Limited* และ Frasers Centrepoint Limited*
  • โรงงานงานผลิตสุรา 18 แห่ง โรงงานผลิตเบียร์ 3 แห่ง และโรงงานผลิตเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์อีก 12 แห่ง
  • บริษัทไทยเบฟ จำหน่าย สินค้าครอบคลุมกว่า 90 ประเทศทั่วโลกและ มีโรงงาน กลั่นสุรา 5 แห่งในประเทศสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตที่มีชื่อเสียงในการผลิตเหล้าวิสกี้ชั้นนำระดับโลกอย่าง Balblair, Old Pulteney และ Speyburn นอกจากนี้ยังมีโรงงานผลิตสุราอีก 1 แห่งในประเทศจีน ได้แก่ Yulinquan

โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 4 กลุ่ม ได้แก่

กรณีอื้อฉาวและการประท้วง

[แก้]

ใน พ.ศ. 2548 ไทยเบฟเวอเรจถูกวิจารณ์จากพระสงฆ์และกลุ่มศาสนาอื่น ๆ ทั่วประเทศ ในเวลานั้น หลังจากไทยเบฟเวอเรจประกาศเจตจำนงที่จะระดมทุนสาธารณะในรูปแบบการเสนอขายหุ้นครั้งแรกให้แก่สาธารณชน เพื่อจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งจะกลายเป็นการระดมทุนสาธารณะครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย[5][6] ถึงแม้ว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะพยายามห้ามไม่ให้พระสงฆ์ประท้วง แต่ก็ยังมีพระสงฆ์ 2,000 รูปจากวัดพระธรรมกาย อ่านบทสวดมนต์หน้าอาคารตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้สั่งยุติการเสนอขายหุ้นครั้งแรกให้แก่สาธารณชนของไทยเบฟเวอเรจ[7][8][note 1] กลุ่มนี้เรียกร้องของความร่วมมือให้ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น หยุดบริษัทนี้[7][8][9] หลังจากประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยลาออก ไทยเบฟเวอเรจจึงย้ายไปจดทะเบียนที่ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์แทน[10][11]

ในวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2564 มีคำสั่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดจัดหาวัคซีนโควิด-19 ให้พนักงานของไทยเบฟเวอเรจและครอบครัว 7.1 หมื่นคนทั่วประเทศ[12]

สำนักงานใหญ่

[แก้]

ปัจจุบันกลุ่มบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ อาคารแสงโสม และอาคารไทยเบฟควอเตอร์

อาคารแสงโสม

[แก้]

ไทยเบฟควอเตอร์

[แก้]
อาคารไทยเบฟควอเตอร์

ไทยเบฟควอเตอร์ (อังกฤษ: ThaiBev Quarter) เป็นอาคารสำนักงานความสูง 18 ชั้น ตั้งอยู่ริมถนนรัชดาภิเษก ในพื้นที่แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร โดยการปรับปรุงด้านหน้าอาคารใหม่จากอาคารที่ทำการเดิมของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ย้ายออกไปยังอาคารที่ทำการใหม่ตั้งแต่สิ้นปี พ.ศ. 2558[13] เพื่อใช้เป็นสำนักงานของบริษัทในกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ[14] โดยชื่อของอาคารนั้นหมายถึง "พื้นที่ของไทยเบฟเวอเรจ" เนื่องจากตัวอาคารและโครงการอื่น ๆ โดยรอบนั้นเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาย่านพระรามที่ 4 ของกลุ่มทีซีซี ส่วนอาคารสำนักงานใหญ่ของไทยเบฟเวอเรจยังอยู่ที่อาคารแสงโสมตามเดิม โดยมีพิธีบวงสรวงศาลพระภูมิเปิดอาคารอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2562 เวลา 06:58 น. และมีงาน Town Hall ในวันเดียวกัน[15] ก่อนจะมีพิธีอัญเชิญพระครุฑพ่าห์ขึ้นประดิษฐานพร้อมกับทำพิธีเปิดอาคารอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2563

ไทยเบฟควอเตอร์ประกอบด้วยอาคารสำนักงาน 2 อาคาร รวมพื้นที่ใช้สอย 48,273 ตารางเมตร ภายในตกแต่งแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ มีห้องประชุมหลายขนาด สำนักงานเสมือนสำหรับพนักงานและบุคคลภายนอก รวมถึงพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ ห้องฟิตเนส ลานกีฬา (บาสเกตบอล, ฟุตซอล, เทนนิส) และห้องคาราโอเกะ รวมถึงเชื่อมต่อกับสถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ของรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล และมีอาคารจอดรถรวม 496 คัน[15]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. วัดนี้ใช้ชื่อโครงการว่า "Thai Buddhist Monks National Coordination Center".[8]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "About Us". ThaiBev. สืบค้นเมื่อ 10 August 2015.
  2. 1 2 3 ThaiBev Annual Report 2015. Bangkok. 2015.
  3. Khettiya Jittapong (22 January 2013). "Thai billionaire Charoen Sirivadhanabhakdi builds empire with F&N takeover". Reuters. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 January 2013.
  4. ฐาปน สิริวัฒนภักดี ตอกย้ำผู้นำองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนระดับโลก ครองคะแนนสูงสุด DJSI โลก 4 ปีซ้อน
  5. Hills, Jonathan (5 April 2005). "CSR and the alcohol industry: a case study from Thailand". CSR Asia. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 29 November 2016. สืบค้นเมื่อ 29 November 2016.
  6. Kazmin, Amy (19 March 2005). "Buddhist monks protest against IPO plan". The Financial Times. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 31 August 2016.
  7. 1 2 Inbaraj, Sonny (20 March 2005). "Thailand: Beer and Buddhism, a Definite No, Cry Conservatives". Inter Press Service. สืบค้นเมื่อ 29 November 2016.
  8. 1 2 3 ขบวนการต้านน้ำเมา ร้อยบุปผาบานพร้อมพรัก ร้อยสำนักประชันเพื่อใคร? [Resistance against alcohol: a hundred flowers bloom fully, and for who do a hundred institutions compete?]. Nation Weekend. The Nation Group. 4 March 2005. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 1 December 2016. สืบค้นเมื่อ 28 November 2016.
  9. "Buddhists protest beer company's launch on stock exchange". Associated Press. 20 July 2005. สืบค้นเมื่อ 9 July 2017.
  10. Kazmin, Amy (4 January 2006). "Thai Beverage listing moves to Singapore". The Financial Times. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 July 2017.
  11. "Thai Bourse Chief Quits After Losing I.P.O. to a Rival". Financial Times. 25 May 2006. สืบค้นเมื่อ 29 November 2016 โดยทาง New York Times.
  12. "มหาดไทย แจงปมสั่งผู้ว่าฯ จัดหาวัคซีนให้ พนง.ไทยเบฟฯ และครอบครัว 7.1 หมื่นคน". BBC ไทย. สืบค้นเมื่อ 20 June 2021.
  13. "10 โปรเจกต์ยักษ์อสังหา ที่จะมาเปลี่ยนกรุงเทพฯ ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า". LivingPop. 22 เมษายน 2019. สืบค้นเมื่อ 25 ตุลาคม 2024. เมื่อรวมอาคารตลาดหลักทรัพย์เดิมข้างศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่กำลังรีโนเวตเป็น THAIBEV QUARTER...{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  14. "รายละเอียดโครงการ ThaiBev Quarter". สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์. สืบค้นเมื่อ 25 ตุลาคม 2024.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  15. 1 2 จันทร์พงษ์, ภิวัฒน์; สัมปัตตะวนิช, นิดา (กรกฎาคม–กันยายน 2019). "THAIBEV QUARTER เปิดบ้านหลังใหม่ เติมเต็มความสุขพนักงานไทยเบฟ". Thaibev. No. 260. pp. 58–59. สืบค้นเมื่อ 19 พฤษภาคม 2025.{{cite magazine}}: CS1 maint: date format (ลิงก์)

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]