คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คณะเภสัชศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล
Logo Mahidol.png
ชื่ออังกฤษ Faculty of Pharmacy, Mahidol University
ที่อยู่ 447 ถนนศรีอยุธยา แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
วันก่อตั้ง 7 มิถุนายน พ.ศ. 2511
คณบดี ภญ.รศ.จุฑามณี สุทธิสีสังข์
วารสาร วารสารเภสัชศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล
สีประจำคณะ      สีเขียวมะกอก
สถานปฏิบัติการ สถานปฏิบัติการเภสัชชุมชน
เว็บไซต์ www.pharmacy.mahidol.ac.th
    
สำหรับคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในช่วงปี พ.ศ. 2512 - 2515 ดูที่ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นคณะเภสัชศาสตร์ลำดับที่สามของประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2511 ในยุคของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ซึ่งแรกก่อตั้งใช้ชื่อว่า คณะเภสัชศาสตร์ พญาไท มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เนื่องจากตอนนั้นมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์มีคณะเภสัชศาสตร์อยู่แล้วหนึ่งคณะ (คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปัจจุบัน) ต่อมาในปี พ.ศ. 2512 มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "มหาวิทยาลัยมหิดล" จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น "คณะเภสัชศาสตร์ พญาไท มหาวิทยาลัยมหิดล" ในปี พ.ศ. 2515 ได้โอนคณะเภสัชศาสตร์เดิม ของมหาวิทยาลัยมหิดลกลับไปสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงตัดสร้อย "พญาไท" ของคณะใหม่ออกกลายเป็น "คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล" เช่นในปัจจุบัน

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดตั้งขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลในขณะนั้นที่ขาดแคลนกำลังเภสัชกรในประเทศ จึงได้บรรจุแผนพัฒนาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 2 โดยมี เภสัชกร อาจารย์ ประดิษฐ์ โลหุตางกูร เป็นผู้ก่อตั้ง และให้นายแพทย์ชัชวาล โอสถานนท์ ผู้บัญชาการมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์และรักษาการคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (ปัจจุบันสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) นั้นดำรงตำแหน่งรักษาการคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ พญาไท มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์อีกตำแหน่งหนึ่ง

ปัจจุบันคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดการเรียนการสอนโดยแบ่งออกเป็น 10 ภาควิชา ทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ในระดับปริญญาตรีเปิดทำการสอนในหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต ใช้ระยะเวลาในการศึกษา 6 ปี นอกจากนี้ทางคณะฯ ยังส่งเสริมงานวิจัยของคณาจารย์และนักศึกษา ตลอดจนความร่วมมือทางวิชาการเภสัชศาสตร์ทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย

ประวัติ[แก้]

เมื่อมีการสถาปนามหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ในปี พ.ศ. 2485 ได้มีการโอนแผนกอิสระเภสัชกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาเป็นคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ โดยยังใช้พื้นที่เดิมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้เปิดหลักสูตรระดับปริญญาโทและพัฒนาหลักสูตรปริญญาตรี 5 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2500 ซึ่งอัตรากำลังผลิตเภสัชกรได้ปีละประมาณ 50 คน ซึ่งไม่เพียงพอต่อสัดส่วนการสาธารณสุขโดยรวมของประเทศ แม้ในระยะหลังได้เปิดรับและสามารถผลิตเภสัชกรได้ปีละ 100 คนก็ยังประสบปัญหาการใช้ยาของประชาชนในร้านยาที่จ่ายยาผิดไปจากใบสั่งแพทย์ เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ผู้ป่วยและผู้ซื้อยาไปใช้ กระทรวงสาธารณสุขได้พิจารณาและได้ติดต่อไปยังมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เรื่องการเพิ่มจำนวนนักศึกษาเภสัชสาสตร์ให้มากขึ้น โดยมีหนังสือที่ 2695/2505 ลงวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2505 ถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ขอให้เพิ่มจำนวนนักศึกษาสาขาวิชาเภสัชศาสตร์และให้เตรียมการโอนย้ายคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์นั้นกลับเข้าสังกัดเดิมคือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมาใน พ.ศ. 2508 มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์จึงเริ่มโครงการจัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์คณะที่สองขึ้นที่วิทยาเขตพญาไท

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดตั้งขึ้นตามประกาศพระราชกฤษฎีกาเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2511 โดยใช้ชื่อว่า "คณะเภสัชศาสตร์ พญาไท มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์" เนื่องจาก ณ ช่วงเวลานั้น มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มีคณะเภสัชศาสตร์อยู่แล้วหนึ่งแห่ง (คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปัจจุบัน) โดยโครงการจัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์แห่งใหม่นี้ ได้บรรจุลงในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 2 และตามนโยบายและโครงการของรัฐบาลในแผนกพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัย พ.ศ. 2510-2514 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเภสัชกรอันเป็นบุคลากรทางสาธารณสุขที่ขาดแคลนอยู่ในขณะนั้น สำนักนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งลงวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2511 ให้นายแพทย์ชัชวาลน์ โอสถานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์และรักษาการคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ในขณะนั้น ให้ดำรงตำแหน่งรักษาการคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ พญาไท มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์อีกตำแหน่งหนึ่ง

ต่อมาในปี พ.ศ. 2512 มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานนาม “ มหิดล “ ให้เป็นชื่อมหาวิทยาลัย โดยมีพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดลประกาศใช้เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2512 คณะเภสัชศาสตร์ พญาไท มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ จึงเปลี่ยนโอนสังกัดไปเป็น "คณะเภสัชศาสตร์ พญาไท มหาวิทยาลัยมหิดล" ครั้นต่อมาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2515 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปัจจุบัน) ได้โอนย้ายกลับเข้าสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอีกครั้งหนึ่ง คณะจึงได้ตัดสร้อย "พญาไท" หลังชื่อคณะ มาเป็น "คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล" เช่นในปัจจุบัน

บุคคล[แก้]

ทำเนียบคณบดี[แก้]

ตั้งแต่เปิดทำการสอน คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีคณบดีดำรงตำแหน่งในสังกัดต่างๆของคณะ ตามลำดับต่อไปนี้[1]

คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ พญาไท มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์
รายนามคณบดี วาระการดำรงตำแหน่ง
1. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดร. ชัชวาล โอสถานนท์ พ.ศ. 2511 - 2513
คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ พญาไท มหาวิทยาลัยมหิดล
รายนามคณบดี วาระการดำรงตำแหน่ง
2. เภสัชกร อาจารย์ ประดิษฐ์ หุตางกูร พ.ศ. 2513 - 2515
คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
รายนามคณบดี วาระการดำรงตำแหน่ง
2. เภสัชกร อาจารย์ ประดิษฐ์ หุตางกูร พ.ศ. 2515 - 2526
3. เภสัชกรหญิง ศาสตราจารย์ (พิเศษ)สุคนธ์ พูนพัฒน์ พ.ศ. 2526 - 2530
4. เภสัชกรหญิง รองศาสตราจารย์ ปราณี ใจอาจ พ.ศ. 2530 - 2534
5. เภสัชกรหญิง รองศาสตราจารย์ พจนีย์ สุริยะวงค์ พ.ศ. 2534 - 2536
6. เภสัชกรหญิง รองศาสตราจารย์ ดร. จันทรา ชัยพานิช พ.ศ. 2536 - 2540
7. เภสัชกรหญิง รองศาสตราจารย์ ดร. อรพรรณ มาตังคสมบัติ พ.ศ. 2540 - 2544
8. เภสัชกร ศาสตราจารย์ ดร. สมพล ประคองพันธ์ พ.ศ. 2544 - 2547
9. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ ธีรชัย ฉันทโรจน์ศิริ พ.ศ. 2547
10. เภสัชกร ศาสตราจารย์ ดร.อำพล ไมตรีเวช พ.ศ. 2547 - 2551
11. เภสัชกรหญิง รองศาสตราจารย์ ดร. จุฑามณี สุทธิสีสังข์ พ.ศ. 2551 - ปัจจุบัน

การเรียนการสอน[แก้]

ภาควิชา[แก้]

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลมี 10 ภาควิชา และ 1 ศูนย์การศึกษาดังนี้

การรับบุคคลเข้าศึกษา[แก้]

คณาจารย์[แก้]

มีอาจารย์ประจำคณะกว่า 95 คน ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก 56.8 %, ปริญญาโท 35.7 % และปริญญาตรี 4.2 % โดยมีอาจารย์ที่ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ 4 คน, รองศาสตราจารย์ 48 คน , ผู้ช่วยศาสตราจารย์ 18 คน และ อาจารย์ 16 คน

หลักสูตร[แก้]

ปริญญาตรี[แก้]

หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต

นักศึกษาจะต้องศึกษาครบ 5 ปี และจำนวนหน่วยการเรียนต้องไม่ต่ำกว่า 187 หน่วยกิตจึงจะสำเร็จการศึกษาได้ สำหรับหลักสูตรการเรียนการสอน เป็นลักษณะที่มีทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ และต้องมีชั่วโมงในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพทั้งหมด 500 ชั่วโมงครอบคลุมทั้งในด้าน เภสัชโรงพยาบาล และ เภสัชอุตสาหกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การศึกษาและฝึกสอนในเรื่องที่จำเป็นด้านความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และการรักษาพยาบาล เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ และมีทักษะในเรื่องดังกล่าวอย่างดียิ่งเพื่อที่นักศึกษาจะสามารถสำเร็จการศึกษาไปประยุกต์ใช้กับวิชาชีพของตนได้เป็นอย่างดี เช่น การวิเคราะห์ยา, การคำนวณสูตรยา, การแนะนำและจ่ายยาแก่คนไข้, การใช้ยาอย่างถูกต้อง และ การใช้พืชสมุนไพรต่าง ๆ เป็นต้น

ปริญญาโท[แก้]

ผู้สมัครต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ในสาขาวิชาเภสัชศาสตร์ , สาขาวิชาเคมี หรือ สาขาวิชาชีววิทยา จากสถาบันฯ ในความควบคุมของทบวงมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องมีเกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.50 หรือ มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่า 75% ผู้สมัครต้องทำคะแนนอย่างต่ำ 500 คะแนนในการสอบ TOEFL หรือต้องผ่านการทดสอบภาษาอังกฤษที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีรายละเอียดดังนี้

หลักสูตรเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต
หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
หลักสูตรการจัดการสุขภาพมหาบัณฑิต

เป็นหลักสูตรร่วมกันระหว่าง วิทยาลัยการจัดการ, บัณฑิตวิทยาลัย และ คณะเภสัชศาสตร์

ปริญญาเอก[แก้]

ผู้สมัครต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาวิชาเภสัชศาสตร์ สาขาวิชาเคมี หรือสาขาวิชาชีววิทยา หรือสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท จากสถาบันฯในความควบคุมของทบวงมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องมีเกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.50 ผู้สมัครต้องทำคะแนนอย่างต่ำ 500 คะแนนในการสอบ TOEFL หรือต้องผ่านการทดสอบภาษาอังกฤษในระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีรายละเอียดดังนี้

หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต

อันดับของคณะ[แก้]

จากผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

อ้างอิง[แก้]

  1. http://mulinet2.li.mahidol.ac.th/gsdl/cgi-bin/library.exe?e=d-000-00---0administ--00-1-0--0prompt-10---4------0-1l--1-en-50---20-help---00131-001-1-0utfZz-8-00&a=d&c=administ&cl=CL1.4.7 ชื่อตำแหน่ง] มหาวิทยาลัยมหิดล เรียกข้อมูลวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2554

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]