คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
| ชื่ออังกฤษ | Faculty of Pharmaceutical Sciences Chulalongkorn university |
|---|---|
| ที่อยู่ | 254 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 |
| วันก่อตั้ง | 8 ธันวาคม พ.ศ. 2456 |
| คณบดี | ภญ.รศ.ดร.พิณทิพย์ พงษ์เพ็ชร |
| วารสาร | วารสารไทยเภสัชสาร |
| สีประจำคณะ | สีเขียวมะกอก |
| สัญลักษณ์ | งูศักดิ์สิทธิ์พันถ้วยยาไฮเกีย |
| สถานปฏิบัติการ | โอสถศาลา |
| เว็บไซต์ | www.pharm.chula.ac.th |
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นคณะเภสัชศาสตร์แห่งแรกในประเทศไทย โดยถือกำเนิดจาก "โรงเรียนแพทย์ปรุงยา"[1] ตามดำริของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานารถและสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาชัยนาทนเรนทร เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2456 ซึ่งถือเป็นวันสถาปนาคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นวันสถาปนาวิชาชีพเภสัชกรรมในประเทศไทยอีกด้วย[2]
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดิมเป็นแผนกปรุงยา คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล และได้รับการพัฒนาหลักสูตรขึ้นเป็นแผนกเภสัชกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยต่อมาในปี พ.ศ. 2486 ได้ย้ายสังกัดไปยัง มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยมหิดล) เมื่อมหาวิทยาลัยมหิดลจัดตั้งคณะคณะเภสัชศาสตร์ขึ้นใหม่ จึงได้โอนคณะเภสัชศาสตร์เก่ากลับมาสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอีกครั้งหนึ่ง โดยใช้อาคารเภสัชศาสตร์ (ปัจจุบันคือคณะศิลปกรรมศาสตร์) เป็นที่ทำการเรียนการสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2482 จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2525 ได้ย้ายอาคารมาทำการเรียนการสอน ณ ที่ตั้งปัจจุบัน บริเวณสยามสแควร์ ติดกับคณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะสัตวแพทยศาสตร์[2]
ปัจจุบัน คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี, ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยในระดับปริญญาตรีได้เปิดการเรียนการสอนใน 2 หลักสูตรคือ หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม และหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ ทั้ง 2 หลักสูตรใช้ระยะเวลาในการศึกษาทั้งสิ้น 6 ปี โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 7 ภาควิชา และยังมีโครงการแลกเปลี่ยนนิสิตกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ อาทิ โครงการแลกเปลี่ยนนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ-ชิบะ, โครงการแลกเปลี่ยนคณาจารย์ นักวิจัย และนิสิตคณะเภสัชศาสตร์กับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, ญี่ปุ่น และเกาหลี เป็นต้น[3]
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
การศึกษาด้านเภสัชศาสตร์ของไทยในแบบตะวันตก เริ่มต้นขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามพระดำริของสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถซึ่งประทานแก่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร ผู้บัญชาการโรงเรียนราชแพทยาลัยในขณะนั้น ถึงเรื่องการตั้งโรงเรียนปรุงยาขึ้น ด้วยงานการแพทย์ในกองทัพขณะนั้นยังไม่มีนักปรุงยา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระชัยนาทนเรนทร จึงมีดำริให้จัดการศึกษาเภสัชศาสตร์อย่างเป็นระบบและสถาปนาโรงเรียนปรุงยาขึ้นตามประกาศเสนาบดีกระทรวงธรรมการ เรื่อง "ระเบียบการจัดนักเรียนแพทย์ผสมยา พ.ศ. 2457" เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2456 จึงถือว่าวันดังกล่าวเป็นวันก่อตั้งวิชาชีพเภสัชกรรมในประเทศไทย และถือเป็นวันกำเนิดคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วย และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทรจึงได้รับการยกย่องเป็น "บิดาแห่งวิชาชีพเภสัชกรรมแห่งประเทศไทย"[2]
การศึกษาด้านเภสัชศาสตร์เริ่มต้นการสอนในโรงเรียนปรุงยาซึ่งขึ้นกับโรงเรียนราชแพทยาลัยในแผนกปรุงยา เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2457 เมื่อจบการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตรแพทย์ปรุงยา โดยมีนักเรียนจบการศึกษาในรุ่นแรก 4 คน (ในปีถัดมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนแพทย์ปรุงยา) ต่อมาได้มีการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขึ้น กระทรวงธรรมการจึงได้ประกาศให้รวมโรงเรียนราชแพทยาลัยเข้ามาสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2460 การศึกษาด้านเภสัชศาสตร์จึงได้ยกระดับขึ้นสู่ระดับอุดมศึกษา[2] โดยใช้สถานที่ทำการสอนบริเวณวังวินด์เซอร์และโรงพยาบาลศิริราช ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น "โรงเรียนเภสัชกรรม" ในปี พ.ศ. 2475[4] ตามที่ปทานุกรมของไทยให้ใช้คำว่า "เภสัชกรรม" แทนคำว่า "ปรุงยา"[5] ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2477 กำหนดจัดตั้งแผนกอิสระเภสัชกรรมศาสตร์ และเปลี่ยนวุฒิเป็น "ประกาศนียบัตรเภสัชกรรม (ป.ภ.)" เทียบเท่าอนุปริญญา โดยให้คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รักษาการตำแหน่งหัวหน้าแผนกอิสระเภสัชกรรมศาสตร์อีกตำแหน่งด้วย
การปรับปรุงการศึกษาทางเภสัชศาสตร์ดำเนินอย่างสืบเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2479 ได้ยกระดับหลักสูตรเป็น "อนุปริญญาเภสัชศาสตร์" ใช้ระยะเวลาศึกษา 3 ปี เป็นหลักสูตรที่ครอบคลุมเนื้อหาวิชาทางเภสัชศาสตร์อย่างกว้างขวาง และนำเอาวิชาทางการแพทย์สมัยใหม่เข้ามาบรรจุในหลักสูตรดังกล่าวโดยเริ่มใช้ในปีการศึกษาต่อมา และมีการแบ่งแผนกวิชาต่างๆ ขึ้นตามกฎหมาย แม้กระนั้นการศึกษาเภสัชศาสตร์ก็ไม่ได้รับความสนใจต่อผู้เข้าการศึกษามากนัก จนกระทั่ง เภสัชกร ดร. ตั้ว ลพานุกรม อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐการในขณะนั้น ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกอิสระเภสัชกรรมศาสตร์อีกตำแหน่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2482[2] และได้จัดการศึกษาเภสัชศาสตร์ขึ้นอย่างเต็มรูปแบบโดยยกระดับหลักสูตรเภสัชกรรมศาสตร์จนถึงระดับปริญญา (หลักสูตร 4 ปี) และจัดสร้างอาคารเรียนถาวรของแผนกอิสระเภสัชกรรมศาสตร์ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยเปิดใช้ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2484 (อาคารคณะศิลปกรรมศาสตร์ในปัจจุบัน)[6]
ต่อมาเมื่อมีการสถาปนามหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ในปี พ.ศ. 2485 จึงได้โอนแผนกอิสระเภสัชกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปเป็นคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (ใช้บริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) และได้เปิดหลักสูตรระดับปริญญาโทและพัฒนาหลักสูตรปริญญาตรี 5 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2500 จนกระทั่งวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2512 ได้มีพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยมหิดล จึงเปลี่ยนชื่อเป็น "คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล" ต่อมาในปี พ.ศ. 2511 มหาวิทยาลัยมหิดลจัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์ขึ้นใหม่ที่วิทยาเขตพญาไท จึงโอนคืนคณะเภสัชศาสตร์เก่า กลับเข้าสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 118 ลงวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2515[7] จึงเปลี่ยนชื่อเป็น "คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" จวบจนปัจจุบัน และได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งคณะทันตแพทยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2538 (ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 118 ลงวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2515 ว่าด้วยการจัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์และคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกใช้บังคับในระหว่างที่มีการปกครองโดยคณะปฏิวัติและใช้ชื่อว่าประกาศของคณะปฏิวัติ สมควรปรับปรุงรูปแบบและบทบัญญัติของกฎหมายตามประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าวให้เป็นพระราชกฤษฎีกา เพื่อให้เป็นไปตามวิธีการตรากฎหมายในระบบปกติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้)[8]
ในปี พ.ศ. 2525 คณะเภสัชศาสตร์ได้ย้ายอาคารเรียนไปยังบริเวณสยามสแควร์ ติดกับคณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะสัตวแพทยศาสตร์ หลังจากนั้นคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้จัดโครงการเภสัชกรคู่สัญญาโดยใช้ทุนเป็นเวลา 2 ปี ในวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2527[9] โดยคณะเภสัชศาสตร์ยังคงปรับปรุงการศึกษาอย่างสืบเนื่อง ในปี พ.ศ. 2532 ได้เปิดหลักสูตรดุษฎีบัณฑิต 3 สาขา และในปีถัดมาได้ปรับปรุงหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิตเป็นลักษณะกึ่งเฉพาะทาง 5 สาขา ประกอบด้วย สาขาเภสัชกรรมโรงพยาบาลและเภสัชกรรมคลินิก, สาขาเทคโนโลยีการผลิตยา, สาขาวิจัยและพัฒนาเภสัชภัณฑ์, สาขาเภสัชกรรมชุมชนและบริหารเภสัชกิจ และสาขาเภสัชสาธารณสุข และมีการจัดสร้างอาคารเรียนและปฏิบัติการแห่งใหม่เพื่อเฉลิมฉลองการสถาปนาเภสัชศาสตร์ในสยามประเทศครบ 80 ปีโดยใช้ชื่อ "อาคาร 80 ปีเภสัชศาสตร์" ในปี พ.ศ. 2536
นอกจากการพัฒนาด้านการเรียนการสอนและอาคารสถานที่นั้น คณะเภสัชศาสตร์ยังได้รวบรวมเภสัชภัณฑ์, เครื่องยา และเภสัชวัตถุโบราณซึ่งสั่งสมมาแต่ครั้งก่อตั้งคณะจัดสร้างเป็น "พิพิธภัณฑ์สมุนไพร" ขึ้น โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเป็นองค์ประธานในการเปิดพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวพร้อมกับเปิดอาคารโอสถศาลาในวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2544[10] และได้มีการจัดตั้งสมาคมนิสิตเก่าคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขึ้นในปี พ.ศ. 2548 เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์นิสิตเก่าและนิสิตปัจจุบัน ให้มีความแน่นแฟ้น รวมทั้งส่งเสริมกิจกรรมคณะฯ พร้อมทั้งกิจกรรมวิชาชีพเภสัชกรรมอีกด้วย[11]
ปัจจุบันคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ใช้หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิตฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2552 โดยแบ่งเป็น 2 สาขา คือ หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต สาขาเภสัชศาสตร์ และหลักสูตรเภสัชศาสตบัณฑิต สาขาบริบาลทางเภสัชกรรม โดยใช้ระยะเวลาการศึกษา 6 ปี[12] มีการพัฒนาผลงานวิจัยทางเภสัชกรรมโดยจัดตั้งศูนย์พัฒนาเภสัชภัณฑ์และสมุนไพร ณ อาคารนวัตกรรมทางเภสัชศาสตร์ ซึ่งได้ทำพิธีเปิดเมื่อ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเป็นองค์ประธานในพิธี[13] และยังมีโครงการต่างๆ อาทิ สถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ "โอสถศาลา" ศูนย์คอมพิวเตอร์ทางเภสัชศาสตร์ ศูนย์เภสัชสารสนเทศ ศูนย์บริการเทคโนโลยีทางเภสัชอุตสาหกรรม หน่วยวิจัยและพัฒนาสมุนไพรและเครื่องเทศ รายการคลินิก FM 101.5 วิทยุจุฬาฯ ศูนย์ผลิตสื่อประสมคอมพิวเตอร์ ศูนย์สื่อสารการเรียนรู้ด้วยตนเอง ห้องสมุดและระบบคอมพิวเตอร์ทางเภสัชศาสตร์ เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาวิชาชีพเภสัชกรรมให้ปกป้องคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ตาม "ปรัชญาแห่งวิชาชีพเภสัชกรรม"[14]
[แก้] สัญลักษณ์ประจำคณะ
- งูศักดิ์สิทธิ์พันถ้วยยาไฮเกีย เป็นสัญลักษณ์วิชาชีพเภสัชกรรมของกรีก โดยมีที่มาจากเทพีไฮเกีย เทพีแห่งสุขอนามัยและความสะอาด สัญลักษณ์ดังกล่าวได้นำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีพระเกี้ยวประดับเหนือถ้วย
- กระถินณรงค์ ต้นไม้ประจำคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีสถานที่ปลูกบริเวณป้ายคณะ
- สีเขียวมะกอก เป็นสีประจำคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นสีประจำคณะเภสัชศาสตร์ทั่วประเทศ และยังเป็นสีประจำของวิชาชีพเภสัชกรรมอีกด้วย
- "เพลงมาร์ชเภสัช" ผลงานการประพันธ์ของเภสัชกร พันโท สำเริง อุทัยวรรณ โดยใช้ทำนองเพลง March Inda และ "เพลงเภสัช" หรือที่นิยมเรียกว่า "เภสัชเกียรติกำจร" ผลงานการประพันธ์ของเอื้อ สุนทรสนานซึ่งเป็นจังหวะมาร์ช ทั้งสองเพลงเป็นเพลงประจำคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครั้นแต่สมัยยังสังกัดมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์[15]
[แก้] การเรียนการสอน
[แก้] หลักสูตรการศึกษา
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการเรียนการสอนใน 3 ระดับการศึกษา คือ ระดับปริญญาตรี, ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยการเรียนการสอนในระดับปริญญาบัณฑิต (ปริญญาตรี) ของคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใช้ระบบทวิภาคคือ แบ่งปีการศึกษาหนึ่งออกเป็น 2 ภาคการศึกษา ได้แก่ ภาคการศึกษาต้นและภาคการศึกษาปลาย โดยแบ่งเป็น 2 สาขา อันประกอบด้วย สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรมและสาขาวิชาเภสัชศาสตร์ ทั้งสองสาขาใช้ระยะเวลาในการศึกษาทั้งสิ้น 6 ปี แบ่งเป็นการศึกษาวิชาการศึกษาทั่วไปและวิชาพื้นฐานวิชาชีพเป็นเวลา 1 ปีครึ่ง และการศึกษาวิชาเฉพาะวิชาชีพเป็นเวลา 4 ปีครึ่ง ในสาขาการบริบาลทางเภสัชกรรมเป็นการเน้นด้านการดูแลผู้ป่วยในกระบวนการใช้ยา และในสาขาวิชาเภสัชศาสตร์สามารถเลือกวิชาเฉพาะของสาขาใน 3 สาขา ได้แก่ สาขาเภสัชกรรมและเทคโนโลยี, สาขาค้นพบและพัฒนายา และสาขาเภสัชศาสตร์สังคมและบริหาร ซึ่งทั้งสองหลักสูตรได้รับการรับรองจากสภาเภสัชกรรมและสภามหาวิทยาลัยแล้ว[16][17][18] และต้องใช้ทุนหลังสำเร็จการศึกษาเป็นเภสัชกรสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นระยะเวลา 2 ปี[19]
นอกจากการจัดการศึกษาในระดับปริญญาบัณฑิตนั้น คณะเภสัชศาสตร์ยังได้จัดการเรียนการสอนในระดับบัณฑิตศึกษาโดยใช้ระยะเวลาศึกษาทั่วไป 2 ปี แบ่งเป็นหลักสูตรเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต, หลักสูตรเภสัชศาสตรดุษฎีบัณฑิตและวิทยาศาสตรดุษฎีบันฑิต ทั้งนี้ยังมีการเรียนการสอนในหลักสูตรนานาชาติในสาขาเทคโนโลยีเภสัชกรรม และสาขาเภสัชศาสตร์สังคมและบริหาร
|
|
|
|
|---|---|---|
|
หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต ใช้ระยะเวลาศึกษา 6 ปี |
หลักสูตรเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต ใช้ระยะเวลาศึกษา 2 ปี
|
หลักสูตรเภสัชศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้ระยะเวลาศึกษา 2 ปี
หลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต
|
[แก้] การรับบุคคลเข้าศึกษาในหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีเกณฑ์การรับบุคคลเข้าศึกษาในหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต (ปริญญาตรี) ทั้งสิ้น 4 โครงการ ดังต่อไปนี้
- โครงการรับผ่านระบบแอดมิสชัน ของคณะกรรมการการอุดมศึกษา เปิดรับนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ช่วงชั้นที่ 4) ทั่วไปที่ผ่านการสอบในระบบแอดมิสชัน
- โครงการรับตรงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยใช้คะแนนสอบแอดมิสชันในการเลือกคณะได้ 4 คณะของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[20]
- โครงการพัฒนากีฬาชาติ ตามนโยบายจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มุ่งส่งเสริมการพัฒนานักกีฬาของชาติให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ โดยเปิดรับผ่านการสมัครโครงการพัฒนากีฬาชาติตามระเบียบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [21]
- โครงการจุฬาฯ ชนบท เปิดรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่พักอาศัยในต่างจังหวัด โดยนิสิตในโครงการนี้จะได้รับเงินอุดหนุนค่าการศึกษาตลอดการศึกษา[22]
[แก้] ภาควิชา
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมี 7 ภาควิชา[23] ดังนี้
|
|
[แก้] การวิจัย
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สนับสนุนและส่งเสริมการวิจัยทางเภสัชกรรม โดยมีผลงานการตีพิมพ์เชิงวิชาการเกี่ยวกับเภสัชกรรมและเภสัชวิทยาได้อันดับที่ 2 ของคณะเภสัชศาสตร์ในประเทศไทย[24] และจัดสร้างอาคารนวัตกรรมทางเภสัชศาสตร์ ซึ่งทำพิธีเปิดในวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552 เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมกรบวนการวิจัยทางยาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เนื่องด้วยปัจจุบัน ยาเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งประเทศไทยมีอัตราการนำเข้าสูง คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงจัดตั้งอาคารนี้เพื่อเป็นอาคารวิจัยทางเภสัชภัณฑ์และสมุนไพร เพื่อลดอัตราการนำเข้ายาจากต่างประเทศ[25]
นอกจากนี้คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังสนับสนุนงานวิจัยของคณาจารย์เพื่อนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ทางเภสัชกรรมและอุตสาหกรรมยา โดยจัดตั้งหน่วยงานวิจัยและศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางดังต่อไปนี้[19]
|
|
[แก้] ศูนย์นวัตกรรมทางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ
นอกจากการเรียนการสอนในวิชาเภสัชศาสตร์แล้ว คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมทางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ อาคารนวัตกรรมทางเภสัชศาสตร์ ซึ่งถือเป็นการเชื่อมโยงการศึกษาในระดับอุดมศึกษาและภาคการผลิต การจัดตั้งศูนย์ฯดังกล่าว เพื่อการค้นคว้าวิจัยด้านยาและเวชภัณฑ์รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางเภสัชกรรม เชื่อมโยงระหว่างภาครัฐและเอกชน ประกอบด้วยหน่วยวิจัย 5 หน่วย[26] ได้แก่
- หน่วยวิจัยสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ (HERB) เป็นนวัตกรรมในการวิเคราะห์สารเคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและพันธุกรรมสมุนไพร
- หน่วยวิจัยจุลชีววิทยา ชีววิทยาโมเลกุลและเทคโนโลยีชีวภาพ (MMBB) ซึ่งวิจัยเชิงชีวภาพและกลไกการออกฤทธิ์ของยาระดับเซลล์และชีววิทยา
- หน่วยประเมินประสิทธิศักย์และความปลอดภัยพรีคลินิก (PESA) โดยการทดสอบสมุนไพรหรือสารที่ใช้เป็นยาโดยการใช้เซลล์เพาะเลี้ยง และประเมินอัตรกิริยาของยา
- หน่วยพัฒนาเภสัชภัณฑ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี (PDTT) เน้นการตั้งและออกแบบสูตรตำรับยา การพัฒนาโรงงานต้นแบบ
- หน่วยวิจัยเครื่องสำอาง (COSM) เน้นการพัฒนาระบบการทดสอบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพของเวชสำอาง
[แก้] อันดับของคณะ
จากผลการรายงาน 50 อันดับของคณะทางสาขาชีวการแพทย์ของคณะกรรมการการอุดมศึกษา ประจำปี พ.ศ. 2552 โดยประเมินคุณภาพของการเรียนการสอนและงานวิจัย คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้อันดับที่ 23 และเป็นอันดับที่ 1 ในคณะเภสัชศาสตร์ทั้งหมด[27][28][29]
[แก้] ความร่วมมือระดับนานาชาติ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีโครงการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศเพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ อาทิ โครงการแลกเปลี่ยนนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ-ชิบะ โครงการแลกเปลี่ยนคณาจารย์ นักวิจัย และนิสิต คณะเภสัชศาสตร์กับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ อาทิ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศญี่ปุ่น และประเทศเกาหลี เป็นต้น โครงการเชิญคณาจารย์และวิทยากรจากต่างประเทศ ร่วมบรรยายและสัมมนา[30]
[แก้] สถานที่ภายในคณะ
- พื้นที่การศึกษาและวิจัย
- ประกอบด้วยอาคาร 3 หลัง ดังนี้
- อาคารเภสัชศาสตร์ ก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2525 เป็นอาคารรูปตัวเอช (H) จำนวน 4 ชั้น เป็นอาคารแรกของคณะฯ ในบริเวณสยามสแควร์ เป็นที่ตั้งของสำนักเลขานุการคณะฯ และสำนักงานภายในคณะฯ รวมถึงที่ตั้งของห้องพักอาจารย์ตามภาควิชา และห้องปฏิบัติการรายภาควิชา แต่เดิม อาคารนี้ได้รับการออกแบบเป็นรูปตัวอี (E) ซ้อนกัน แต่งบประมาณในขณะนั้นมีจำกัด จึงได้ดัดแปลงแปลนบางส่วน ทำให้เกิดปัญหาพื้นที่ใช้สอยไม่เพียงพอในเวลาต่อมา
- อาคาร 80 ปี เภสัชศาสตร์ เป็นอาคารสูง 8 ชั้น เป็นที่ตั้งของห้องปฏิบัติการทางเภสัชกรรมขนาดใหญ่ ห้องบรรยายรวม และห้องประชุม ตั้ว ลพานุกรม อาคารหลังนี้ได้รับงบประมาณการก่อสร้างจากสำนักงบประมาณแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามความประสงค์ของคณะฯ ซึ่งไม่สามารถทำการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากพื้นที่อาคารเดิมคับแคบ ต้องแบ่งนิสิตออกเป็นหลายกลุ่ม ไม่สะดวกต่อการทำการเรียนการสอน นอกจากนี้ อาคาร 80 ปี เภสัชศาสตร์ ได้นำครุภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในกระบวนการเรียนการสอนอีกด้วย
- อาคารนวัตกรรมทางเภสัชศาสตร์ เป็นอาคารสูง 10 ชั้น เป็นที่ตั้งของหอประชุม และห้องปฏิบัติการทางเภสัชกรรมและเคมี ห้องบรรยาย และศูนย์นวัตกรรมทางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาคารหลังนี้ได้เริ่มต้นการก่อสร้างในปี พ.ศ. 2546 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2549 และในวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอาคารหลังนี้
- สวนพฤกษศาสตร์ ตั้งอยู่บริเวณริมรั้วคณะฯ ฝั่งสยามสแควร์ ภายในมีการปลูกพืชสมุนไพรสำหรับการวิจัยยา และคิดค้นตำรายาสมุนไพรใหม่ๆ
- พื้นที่ปฏิบัติงานวิชาชีพ
- ประกอบด้วยอาคาร 2 หลัง ดังนี้
- อาคารโอสถศาลา เป็นร้านยามาตรฐานสำหรับให้นิสิตเภสัชศาสตร์ได้ฝึกจ่ายยาในร้านยาจริง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอาคารหลังนี้ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2544
- อาคารโอสถศาลาเดิม การบริการโอสถศาลาของคณะฯ ได้ให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2529 เพื่อเป็นสถานฝึกงานแก่นิสิตภาควิชาเภสัชกรรมคลินิกถึงวิธีการบริการผู้ป่วยด้านยา ปัจจุบันอาคารดังกล่าวได้ปรับปรุงใช้เป็นห้องประชุมและการนันทนาการของคณะฯ[31]
- พื้นที่นันทนาการและพักผ่อนหย่อนใจ
- สนามบาสเกตบอล ตั้งอยู่บริเวณหลังอาคารนวัตกรรมทางเภสัชศาสตร์ สำหรับให้นิสิตเภสัชศาสตร์ได้ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมอื่นๆ
- ลาน Rx เป็นลานกว้างภายในอาคารเภสัชศาสตร์ ภายในมีการปลูกพืชสมุนไพรทั่วไป บริเวณกลางลานเป็นที่ตั้งของบ่อน้ำพุ และสัญลักษณ์ Rx อันเป็นสัญลักษณ์ของวิชาชีพเภสัชกรรมอีกด้วย
- พิพิธภัณฑ์สมุนไพร
- เป็นพิพิธภัณฑ์รวบรวมสมุนไพรท้องถิ่นในประเทศไทยไว้ รวมทั้งวิวัฒนาการเภสัชกรรมตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์ได้รวบรวมไว้ และได้ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2544 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาเสด็จเข้าเยี่ยมชมเป็นพระองค์แรก พร้อมทั้งคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัย[32]
[แก้] การเดินทาง
นิสิตคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสมารถเดินทางได้หลายเส้นทาง
- รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสยาม
- รถประจำทาง สาย 11 16 21 25 27 29 34 36 36ก 47 50 54 65 79 93 141 177 204 501 508
- รถโดยสารภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาย 1 และ 4
[แก้] บุคคล
[แก้] รายนามและรายพระนามหัวหน้าแผนกอิสระเภสัชกรรมศาสตร์และคณบดี
ตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีหัวหน้าแผนกปรุงยา หัวหน้าแผนกอิสระเภสัชกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณบดีตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบันมีดังนี้
| ผู้บัญชาการโรงเรียนปรุงยา | |
| รายนามผู้อำนวยการและผู้บัญชาการ | วาระการดำรงตำแหน่ง |
|---|---|
| 1. อำมาตย์เอก พระยาเวชสิทธิ์พิลาศ (จรัส วิภาตะแพทย์) | พ.ศ. 2456 - 2458 |
| 2. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร | พ.ศ. 2458 - 2459 |
| หัวหน้าแผนกปรุงยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย | |
| รายนามและรายพระนามหัวหน้า | วาระการดำรงตำแหน่ง |
| 2. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร | พ.ศ. 2459 - 2460 |
| 1. อำมาตย์เอก พระยาเวชสิทธิ์พิลาศ (จรัส วิภาตะแพทย์) | พ.ศ. 2460 - 2465 |
| 3. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ แอลเลอร์ กัสติน เอลลิส | พ.ศ. 2465 - 2475 |
| 4. ศาสตราจารย์ หลวงพรตพิทยพยัต | พ.ศ. 2475 - 2476 |
| หัวหน้าแผนกอิสระเภสัชกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย | |
| รายนามหัวหน้า | วาระการดำรงตำแหน่ง |
| 3. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ แอลเลอร์ กัสติน เอลลิส | พ.ศ. 2476 - 2481 (วาระที่ 2) (รักษาการ) |
| 5. ศาสตราจารย์ พระอัพภันตราพาธพิศาล (กำจร พลางกูร) | พ.ศ. 2481 - 2482 (รักษาการ) |
| 6. เภสัชกร ดร.ตั้ว ลพานุกรม | พ.ศ. 2482 - 2484 |
| คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ | |
| รายนามคณบดี | วาระการดำรงตำแหน่ง |
| 7. เภสัชกร ศาสตราจารย์ หลวงลิปิธรรมศรีพยัต (ลิ ศรีพยัตต์) | พ.ศ. 2485 - 2487 (รักษาการ) |
| 8. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ เรือโท อวย เกตุสิงห์ | พ.ศ. 2487 - 2489 |
| 9. เภสัชกร ศาสตราจารย์ จำลอง สุวคนธ์ | พ.ศ. 2489 - 2500 |
| 10. เภสัชกร ศาสตราจารย์ ชลอ โสฬสจินดา | พ.ศ. 2500- 2509 |
| 11. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ชัชวาลย์ โอสถานนท์ | พ.ศ. 2509 - 2512 (รักษาการ) |
| คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล | |
| รายนามคณบดี | วาระการดำรงตำแหน่ง |
| 11. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ชัชวาลย์ โอสถานนท์ | พ.ศ. 2512 - 2513 (รักษาการ) |
| 12. เภสัชกร ศาสตราจารย์ ไฉน สัมพันธารักษ์ | พ.ศ. 2513 - 2515 |
| คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย | |
| รายนามคณบดี | วาระการดำรงตำแหน่ง |
| 13. เภสัชกร ศาสตราจารย์(พิเศษ) ดร.วิเชียร จีรวงส์ ราชบัณฑิต | พ.ศ. 2515 - 2517 |
| 14. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สมัคร พุกกะณะเสน | พ.ศ. 2517 (รักษาการ) |
| 15. เภสัชกร ศาสตราจารย์ นาวาเอก พิสิทธิ์ สุทธิอารมณ์ | พ.ศ. 2517 - 2521 |
| 16. เภสัชกร รองศาสตราจารย์ ดร.บุญอรรถ สายศร | พ.ศ. 2521 - 2532 |
| 17. เภสัชกร ศาสตราภิชาน ดร.ภาวิช ทองโรจน์ | พ.ศ. 2532 - 2536 |
| 18. เภสัชกร รองศาสตราจารย์ ดร.สุนิพนธ์ ภุมมางกูร | พ.ศ. 2536 - 2544 |
| 19. เภสัชกร รองศาสตราจารย์ ดร.บุญยงค์ ตันติสิระ | พ.ศ. 2544 - 2548 |
| 20. เภสัชกรหญิง รองศาสตราจารย์ ดร.พรเพ็ญ เปรมโยธิน | พ.ศ. 2548 - 2552 |
| 21. เภสัชกรหญิง รองศาสตราจารย์ ดร.พิณทิพย์ พงษ์เพ็ชร | พ.ศ. 2552 - ปัจจุบัน |
[แก้] นิสิตเก่าที่มีชื่อเสียง
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ผลิตเภสัชกรและบุคลากรที่ประสบความสำเร็จในหลากสาขาทางเภสัชกรรม และสาขาอื่นๆ ทั้งด้านการศึกษาและวงการบันเทิง ตลอดจมีบทบาทยังด้านการเมืองการปกครองของชาติ สามารถดูรายนามนิสิตเก่าที่มีชื่อเสียงได้ที่ รายนามบุคคลจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
[แก้] กิจกรรมและประเพณีของคณะ
กิจกรรมนิสิตของคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดขึ้นโดยสโมสรนิสิตเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับหน่วยงานของคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมทั้งหน่วยงานส่วนกลางของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่จัดขึ้นมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
[แก้] งานรับน้องใหม่
- วันแรกพบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ CU First Date เป็นวันแรกของนิสิตใหม่ที่ได้เข้าทำกิจกรรมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย งานนี้ได้จัดขึ้นเพื่อทดแทนงาน ณ สถานที่ประกาศผลเอนทรานซ์ในระบบเก่า งานนี้จัดขึ้นโดยองค์การบริหารนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสโมสรนิสิตและคณะกรรมการคณะต่างๆ ทุกคณะ จัดขึ้น ณ บริเวณลานหลังพระบรมรูป 2 รัชกาล ช่วงหลังประกาศผลแอดมิสชันของทุกปี
- สู่รั้วกระถินณรงค์ จะจัดขึ้นภายหลังการสอบสัมภาษณ์ของนิสิตใหม่ งานนี้เปรียบเสมือนงานแรกพบของคณะฯ เป็นกิจกรรมแรกที่จัดขึ้นภายในคณะฯ สำหรับนิสิตใหม่ งานนี้จัดขึ้น โดยสโมสรนิสิตเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นประจำทุกปี
- แรกพบ สนภท. (สหพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย) จัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี เป็นงานที่นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์ทั่วประเทศมาพบปะกัน เพื่อทำความรู้จัก และสานสัมพันธ์ร่วมกัน จัดขึ้นโดยสหพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย โดยจัดขึ้น ณ บริเวณคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ในภายหลังได้มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดงาน โดยเวียนไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ในปีการศึกษาล่าสุด งานนี้ได้จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
- รับน้องคณะฯ จัดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี โดยสโมสรนิสิตเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ของนิสิตใหม่ด้วยกันเอง และกับรุ่นพี่ภายในคณะฯ
- กิจกรรมห้องเชียร์ จัดขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม - ต้นเดือนมิถุนายนของทุกปี เป็นกิจกรรมส่งเสริมความสามัคคีนิสิตใหม่ โดยฝึกการร้องเพลงประจำคณะฯ เพลงมหาวิทยาลัย โดยจัดขึ้นภายในบริเวณของคณะฯ
[แก้] กิจกรรมกีฬา
- กีฬาเฟรชชี่ เป็นงานสำหรับนิสิตใหม่ทุกคณะในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดขึ้นในช่วงกลางเดือนมิถุนายนของทุกปี โดยองค์การบริหารนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์นิสิตภายในมหาวิทยาลัย
- กระถินณรงค์คัพ จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์นิสิตภายในคณะในแต่ละชั้นปี เป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลของนิสิตแต่ละชั้นปี และบุคลาการในคณะฯ
- กีฬาเภสัชสัมพันธ์ จัดขึ้นโดยสหพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์ในแต่ละมหาวิทยาลัย โดยจัดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี โดยเจ้าภาพหมุนเวียนสลับกันไปในแต่ละสถาบัน
- กีฬาสีภายในคณะฯ เป็นกิจกรรมแข่งขันกีฬาพื้นบ้านของนิสิต บุคลากร ครู-อาจารย์ภายในคณะฯ จัดขึ้นโดยสโมสรนิสิตเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นประจำทุกปี
- กีฬา 5 หมอ เป็นการแข่งขันกีฬาร่วมกันของนิสิตคณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ และ คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดขึ้นในช่วงเดือนมกราคมของทุกปี ณ ศูนย์กีฬาในร่มแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
[แก้] กิจกรรมวิชาการ
- สัปดาห์เภสัชกรรม เป็นกิจกรรมเผยแพร่บทบาทของเภสัชกรในสังคมปัจจุบัน รวมทั้งให้ความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับสุขอนามัยและยาแก่ประชาชนทั่วไป จัดขึ้น ณ สถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน โอสถศาลา ในช่วงเดือนกรกฎาคม ของทุกปี
- จุฬาฯ วิชาการ เป็นกิจกรรมให้ความรู้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ถึงบทบาทและหน้าที่ของเภสัชกร และวิชาชีพเภสัชกรรม จัดขึ้นโดยองค์การบริหารนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยจัดขึ้นทุกๆ 3 ปี
- ค่ายอยากเป็นเภสัชกร เป็นกิจกรรมเผยแพร่ความรู้แก่นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยให้เข้าค่ายเป็นเวลา 2 วัน ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการศึกษาทางเภสัชศาสตร์ แขนงวิชา และการปฏิบัติการทางเภสัชกรรมจริง จัดขึ้นในช่วงต้นเดือนมกราคมของทุกปี
[แก้] กิจกรรมส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม
- พิธีไหว้ครู เป็นกิจกรรมที่นิสิตเภสัชศาสตร์จัดขึ้น เพื่อน้อมรำลึกถึงพระคุณของครู-อาจารย์ที่อบรมสั่งสอน ให้ความรู้ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทำบุญตักบาตร พิธีการมอบทุนการศึกษาแก่นิสิต การมอบประกาศนียบัตรนิสิตดีเด่น นิสิตที่ทำกิจกรรมดีเด่น นิสิตที่มีผลการเรียนดีเด่น โดยจัดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี
- งานลอยกระทงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นกิจกรรมที่มีชื่อเสียงของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดขึ้นบริเวณสนามฟุตบอลหน้าลานพระบรมรูป 2 รัชกาล โดยนิสิตทุกคณะร่วมกันจัดขบวนแห่นางนพมาศ และลอยกระทงร่วมกัน ณ บ่อน้ำหน้าพระบรมรูป 2 รัชกาล โดยจัดขึ้นในวันลอยกระทงของทุกปี
[แก้] กิจกรรมสานสัมพันธ์ภายในคณะ
- งานคืนถิ่นกระถินณรงค์ จัดขึ้นเพื่อแสดงความยินดีกับนิสิตที่จบการศึกษาเภสัชศาสตร์ โดยสโมสรนิสรนิสิตเภสัชศาสตร์ จัดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี
- งานแฟร์เวลล์ จัดขึ้นเพื่อแสดงความยินดีและอำลานิสิตชั้นปีที่ 5 ที่จะสำเร็จการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ ในงานประกอบไปด้วยการแสดงของนิสิตชั้นปีที่ 1 - 4 และการเลี้ยงอาหารแก่รุ่นพี่
- งานบายบายเฟรชชี่ จัดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม เป็นกิจกรรมส่งท้ายของนิสิตชั้นปีที่ 1 ที่จะทำกิจกรรมร่วมกันในฐานะเป็นเฟรชชี่ จัดขึ้นโดยสโมสรนิสิตเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- งานส่งพี่ข้ามฟาก เป็นกิจกรรมที่นิสิตชั้นปีที่ 1 ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อขอบคุณรุ่นพี่ปี 2 ที่ดูแลมาโดยตลอดปีการศึกษา โดยถือเป็นประเพณีที่นิสิตชั้นปีที่ 2 จะไม่ได้ศึกษาในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของถนนพญาไท หรือ จุฬาใหญ่
[แก้] อ้างอิง
- ^ ประวัติคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552
- ^ 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 หนังสือ "กระถินณรงค์'44"
- ^ แนะนำคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552
- ^ ราชกิจจานุเบกษา ประกาศกระทรวงธรรมการ เรื่อง แก้ไขความคลาดเคลื่อนประกาศขนานนามแผนกเภสัชกรรม เรียกข้อมูลวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
- ^ ภญ.รศ.ภรทิพย์ นิมมานนิตย์, "ประวัติการศึกษาเภสัชศาสตร์" การประกาศเกียรติคุณศิษยืเก่าดีเด่น, สมาคมนิสิตเก่าคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.
- ^ รายงานวิจัยบุคคลสำคัญทางเภสัชศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552
- ^ ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 118 ลงวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2515 เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552
- ^ http://www.lawreform.go.th/lawreform/images/th/legis/compe/th/decree/2538/a820-2A-2538-001.htm
- ^ ทางเลือกโครงการเภสัชกรคู่สัญญา : ผลกระทบด้านกำลังคนเภสัชกร วารสารการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านสุขภาพปีที่ 2 ฉบับที่ 2 (หน้า 80 - 92) เมษายน - มิถุนายน 2543
- ^ พิพิธภัณฑ์สมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552
- ^ ประกาศนายทะเบียนสมาคม กรุงเทพมหานคร เรื่องจดทะเบียนจัดตั้งสมาคม ลงวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2548 เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552
- ^ หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552
- ^ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552
- ^ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หน่วยสนับสนุนการศึกษาและวิจัย เรียกข้อมูลเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552
- ^ Booklet รวมเพลงเภสัช สมาคมนิสิตเก่าคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ^ ประกาศสภาเภสัชกรรม เรื่อง สถาบันการศึกษาเภสัชศาสตร์ที่สภาเภสัชกรรมรับรอง เรียกข้อมูลวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553
- ^ หลักสูตรปริญญาตรีของคณะเภสัชศาสตร์ เรียกข้อมูลวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2553
- ^ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียกข้อมูลวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2553
- ^ 19.0 19.1 หน่วยทะเบียนคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, เอกสารแนะนำคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ^ ประกาศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง การรับสมัครและคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระดับปริญญาตรี ด้วยวิธีการรับตรง (แบบปกติ) พ.ศ. ๒๕๕๓ เรียกข้อมูลวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2553
- ^ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : โครงการพัฒนากีฬาชาติ เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552
- ^ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : โครงการจุฬาชนบท เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552
- ^ ข้อบังคับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วยการแบ่งหน่วยงานในคณะเภสัชศาสตร์ พ.ศ. 2551
- ^ ผลงานวิจัยมากที่สุดประจำปี พ.ศ. 2551 เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552
- ^ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ เตรียมจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมทางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ มุ่งสร้างมาตรฐานนวัตกรรมยาเชิงพาณิชย์ เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552
- ^ สมาคมนิสิตเก่าคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จุลสารข่าว อาคารนวัตกรรมทางเภสัชศาสตร์ ฉบับที่ 5 มีนาคม 2553.
- ^ จัดอันดับคุณภาพคณะชีวการแพทย์ 50 อันดับแรก เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552
- ^ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 50 อันดับคณะชีวการแพทย์ เรียกข้อมูลวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552
- ^ เปิด 50 อันดับสาขาด้าย "วิจัย-สอน" เรียกข้อมูลวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552
- ^ แนะนำคณะฯ เรียกข้อมูลวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2552
- ^ หน่วยงานสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชนโอสถศาลา เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552
- ^ ประวัติพิพิธภัณฑ์สมุนไพร เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552
[แก้] ดูเพิ่ม
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศของ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ภาพถ่ายดาวเทียม จาก วิกิแมเปีย หรือ กูเกิลแมปส์
- แผนที่ จาก มัลติแมป หรือ โกลบอลไกด์
- ภาพถ่ายทางอากาศ จาก เทอร์ราเซิร์ฟเวอร์
พิกัดภูมิศาสตร์: 13°44′37″N 100°31′53″E / 13.743588°N 100.531455°E
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||