คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
| ชื่ออังกฤษ | Faculty of Medicine Naresuan University |
|---|---|
| ที่อยู่ | 99 หมู่ 9 ถนนพิษณุโลก-นครสวรรค์ ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก 65000 |
| วันก่อตั้ง | 18 มกราคม พ.ศ. 2537 |
| คณบดี | ศ.นพ.ดร.ศุภสิทธิ์ พรรณารุโณทัย |
| วารสาร | ใต้ร่มเสลา |
| สีประจำคณะ | สีเขียวหัวเป็ด |
| สัญลักษณ์ | งูพันคบเพลิง |
| สถานปฏิบัติการ | โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร |
| เว็บไซต์ | www.med.nu.ac.th |
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2537 เป็นคณะที่จัดตั้งขึ้นเป็นลำดับที่ 5 ของมหาวิทยาลัยนเรศวร[1] และเป็นคณะแพทยศาสตร์ที่จัดตั้งขึ้นเป็นลำดับที่ 12 ของประเทศไทย[2] โดยในช่วง 10 ปีแรกได้ร่วมมือกับทางโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในการร่วมผลิตแพทย์ตามนโยบายการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในส่วนภูมิภาค และหลังจากนั้นคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงเริ่มพัฒนาโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเป็นโรงพยาบาลหลักในการทำการเรียนการสอนของนิสิตแพทย์[3][4] โดยมีความร่วมมือระหว่างเครือข่ายศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก ทั้ง 5 แห่งในการพัฒนาทางด้านวิชาการและบริการร่วมกัน
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
การจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ในสมัยที่มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลก โดยภายหลังจากกระทรวงมหาดไทยอนุญาตให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลกใช้ประโยชน์ในที่ดินทุ่งหนองอ้อ-ปากคลองจิก ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน เพื่อขยายโครงการของมหาวิทยาลัยแล้ว ทางวิทยาเขตได้จัดทำ "แผนพัฒนาวิทยาเขตพิษณุโลก" ขึ้น โดยมีโครงการจัดตั้งคณะขึ้นมาใหม่ 3 คณะ คือ คณะเกษตรศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งคณะแพทยศาสตร์และพยาบาลศาสตร์ด้วย[1]
ภายหลังจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลกยกฐานะขึ้นเป็น "มหาวิทยาลัยนเรศวร" เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 แล้ว การจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ได้ดำเนินการอีกครั้งในปี พ.ศ. 2536 ซึ่งรัฐบาลในขณะนั้นมีนโยบายแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในส่วนภูมิภาค โดยจัดให้มีการผลิตแพทย์เพิ่มและกระจายแพทย์ลงสู่ส่วนภูมิภาคให้มากขึ้น รัฐบาลจึงศึกษาความเป็นไปได้ถึงความเหมาะสมของการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ขึ้นใหม่ในมหาวิทยาลัยภูมิภาค[5]
จากแนวทางดังกล่าว มหาวิทยาลัยนเรศวรได้เสนอความเห็นเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ต่อทบวงมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2536 โดยมีแนวทางที่จะใช้ทรัพยากรของมหาวิทยาลัยร่วมกับโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดภาคเหนือตอนล่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงได้ลงนามความร่วมมือการผลิตแพทย์ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและมหาวิทยาลัยนเรศวรในปี พ.ศ. 2537[6] หลังจากที่คณะรัฐมนตรีในขณะนั้นมีมติเห็นชอบให้กระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือกับทบวงมหาวิทยาลัย จัดทำโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (The Collaborative Project to Increase Production of Rural Doctor-CPIRD)
คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2537[5] และในคราวเดียวกันนั้น คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์วิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยมุ่งหวังให้เป็นสถานที่สำหรับการเรียนการสอนนิสิตในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพทั้งหมดของมหาวิทยาลัย และเพื่อเป็นโรงพยาบาลหลักของคณะสำหรับการเรียนการสอนของนิสิตแพทย์ต่อไปในอนาคต ซึ่งการก่อสร้างอาคารศูนย์วิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพแล้วเสร็จและเริ่มเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ในช่วงแรกได้ใช้ชื่อว่า "สถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยนเรศวร" โดยเป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงาน และต่อมาได้เข้ารวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของคณะแพทยศาสตร์ในปี พ.ศ. 2548 พร้อมทั้งใช้ชื่อเป็น "โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร"[3]
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรเริ่มรับนิสิตแพทย์รุ่นแรกตั้งแต่ปีการศึกษา 2538 โดยในช่วงแรกทำการเรียนการสอนชั้นปรีคลินิก (ชั้นปีที่ 1 - 3) ที่คณะแพทยศาสตร์และคณะอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยนเรศวร จากนั้นจึงไปศึกษาต่อระดับชั้นคลินิก (ชั้นปีที่ 4 - 6) ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก ซึ่งหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตของมหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับการรับรองจากแพทยสภาเมื่อปี พ.ศ. 2539[5] จากนั้นในปี พ.ศ. 2542 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ขยายการเรียนการสอนชั้นคลินิกเพิ่มโดยร่วมมือกับทางโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ ซึ่งนิสิตแพทย์ทั้งหมดจะอยู่ในโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท โดยรับนิสิตจากโควต้าในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง[7]
ปีการศึกษา 2546 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดรับนิสิตแพทย์แนวใหม่ (New Tract) โดยรับจากบุคลากรสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้โอกาสผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี สาขาวิชาวิทยาศาสตร์หรือสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพที่มีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับการสาธารณสุข เข้าศึกษาต่อในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ซึ่งเป็นหลักสูตรที่มีระยะเวลาเวลาศึกษา 5 ปี (เทียบโอนหน่วยกิตในชั้นปีที่ 1) และศึกษาตามหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต เหมือนกับนิสิตแพทย์ปกติทุกประการ ซึ่งจะอยู่ในโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบทเช่นเดียวกัน โดยจะทำการเรียนการสอนชั้นคลินิกที่โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โรงพยาบาลแพร่ และ โรงพยาบาลพิจิตร[5]
ต่อมาในปี พ.ศ. 2547 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดรับนิสิตแพทย์ระบบคัดเลือกจากส่วนกลางของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)[5] ซึ่งไม่ได้อยู่ในโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบทของกระทรวงสาธารณสุข โดยนิสิตแพทย์กลุ่มนี้จะทำการเรียนการสอนชั้นคลินิกที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ (สำหรับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จะรับเฉพาะนิสิตแพทย์ที่เข้าทำการศึกษาในปีการศึกษา 2547 - 2548 เท่านั้น)[8] และตั้งแต่ปีการศึกษา 2550 เป็นต้นไปทางคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้เปลี่ยนวิธีการรับนิสิตแพทย์ระบบคัดเลือกจากส่วนกลาง โดยรับร่วมกับกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.)
ปัจจุบันคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรแบ่งหน่วยงานออกเป็น 14 ภาควิชา สำนักงานเลขานุการ และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร[8][9]
[แก้] ทำเนียบคณบดี
รายนามคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบันมีดังนี้
| คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร | |
| รายนามคณบดี | วาระการดำรงตำแหน่ง |
|---|---|
| 1. ศาสตราจารย์ (พิเศษ) นายแพทย์สุจินต์ อึ้งถาวร | 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 - 17 เมษายน พ.ศ. 2541 (รักษาการ) 18 เมษายน พ.ศ. 2541 - 17 เมษายน พ.ศ. 2545 |
| 2. รองศาสตราจารย์นายแพทย์ ดร.ชุมนุม พรหมขัติแก้ว | 18 เมษายน พ.ศ. 2545 - 24 มกราคม พ.ศ. 2546 (รักษาการ) 25 มกราคม พ.ศ. 2546 - 31 สิงหาคม พ.ศ. 2548 |
| 3. ศาสตราจารย์นายแพทย์ ดร.ศุภสิทธิ์ พรรณารุโณทัย | 1 กันยายน พ.ศ. 2548 - 26 มกราคม พ.ศ. 2550 (รักษาการ) 27 มกราคม พ.ศ. 2550 - ปัจจุบัน |
[แก้] ภาควิชา
ปัจจุบัน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรมีภาควิชาทั้งสิ้น 14 ภาควิชา[8][10][11]ดังต่อไปนี้
|
|
[แก้] การศึกษา
[แก้] หลักสูตรการศึกษา
ปัจจุบัน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดทำการเรียนการสอนใน 5 หลักสูตร[26] ดังต่อไปนี้
|
|
|
|
|---|---|---|
|
หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม.) |
หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.) |
[แก้] การรับบุคคลเข้าศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มีโครงการรับนิสิตแพทย์เข้าทำการศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตทั้งสิ้น 4 โครงการ โดยจัดให้นิสิตแพทย์ได้ฝึกปฏิบัติงานในชั้นคลินิกที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหลักของคณะในการจัดการเรียนการสอน และโรงพยาบาลสมทบอีก 5 แห่งตามโครงการต่างๆ ดังต่อไปนี้
- โครงการรับตรงผ่าน กสพท. (Direct admissions)
รับนักเรียนที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทั่วประเทศผ่านกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) นิสิตแพทย์กลุ่มนี้จะทำการเรียนชั้นคลินิกที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เมื่อจบการศึกษาแล้วจะต้องจับสลากเพื่อทำงานใช้ทุนเป็นเวลา 3 ปี โครงการนี้จะดำเนินการเปิดรับสมัครในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี
- โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (CPIRD)
รับนักเรียนที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในเขตพื้นที่บริการการศึกษาของมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิจิตร กำแพงเพชร นครสวรรค์ และอุทัยธานี โดยนิสิตแพทย์กลุ่มนี้จะทำการเรียนชั้นคลินิกที่ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก หรือศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ เมื่อจบการศึกษาแล้วจะต้องทำงานใช้ทุนในจังหวัดภูมิลำเนาของตนเองเป็นเวลา 3 ปี โครงการนี้จะดำเนินการเปิดรับสมัครในช่วงเดือนกันยายนของทุกปี
- โครงการแพทย์แนวใหม่ (New tract)
โครงการนี้อยู่ในโครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (CPIRD) เช่นเดียวกัน รับเฉพาะข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่สำเร็จการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์สุขภาพ และมีประสบการณ์การทำงานทางด้านสาธารณสุขไม่น้อยกว่า 2 ปี และอายุนับถึงวันสมัครไม่เกิน 30 ปี[27] โดยนิสิตแพทย์กลุ่มนี้จะทำการเรียนชั้นคลินิกที่ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลแพร่ หรือศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลพิจิตร เมื่อจบการศึกษาแล้วจะต้องทำงานใช้ทุนในจังหวัดภูมิลำเนาของตนเองเป็นเวลา 3 ปี โครงการนี้จะดำเนินการเปิดรับสมัครในช่วงเดือนกันยายนของทุกปี
- โครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (ODOD)
รับนักเรียนที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีภูมิลำเนาในเขต 7 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์ โดยการสอบคัดเลือกจะต้องผ่านการคัดเลือกในรอบแรกจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดก่อนแล้วจึงสามารถสอบข้อเขียนของทางมหาวิทยาลัยได้ นิสิตแพทย์กลุ่มนี้จะทำการเรียนชั้นคลินิกที่ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก หรือศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ โดยจะมีทุนการศึกษาและทุนค่าใช้จ่ายให้ตลอดระยะเวลาการเรียน 6 ปี เมื่อจบการศึกษาแล้วจะต้องทำงานใช้ทุนในจังหวัดภูมิลำเนาของตนเองเป็นเวลา 12 ปี โครงการนี้จะดำเนินการเปิดรับสมัครในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี
[แก้] การเรียนการสอนในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต
การเรียนการสอนในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร แบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ ระดับชั้นปรีคลินิก (ชั้นปีที่ 1 - 3) และระดับชั้นคลินิก (ชั้นปีที่ 4 - 6)[28] ดังรายละเอียดต่อไปนี้
[แก้] ระดับชั้นปรีคลินิก
ในระดับชั้นนี้จะเป็นการเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานก่อนที่จะนำไปใช้กับผู้ป่วยในระดับชั้นคลินิกต่อไป โดยในชั้นปีที่ 1 นิสิตแพทย์จะเรียนในรายวิชาศึกษาทั่วไปร่วมกับนิสิตคณะอื่นๆ ของมหาวิทยาลัย ซึ่งส่วนใหญ่จะเรียนที่อาคารเรียนรวม 72 พรรษาบรมราชินีนาถ (ยกเว้นโครงการแพทย์แนวใหม่ (New tract) ที่ไม่ต้องเรียนในชั้นปีที่ 1[27]) ส่วนในชั้นปีที่ 2 - 3 จะเรียนในรายวิชาทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ตามระบบต่างๆ ของร่างกายโดยคณาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ และบูรณาการร่วมกับความรู้ในชั้นคลินิกโดยคณาจารย์จากคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งการเรียนในชั้นปีที่ 2 - 3 นี้จะเน้นการเรียนแบบการใช้ปัญหาเป็นพื้นฐาน (Problem-based learning) เป็นหลัก โดยส่วนใหญ่จะเรียนที่อาคารคณะแพทยศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์
นอกจากนี้ยังมีการเรียนโดยเน้นการสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม รวมทั้งการเข้าหาผู้ป่วยเพื่อการปรับตัวสู่ความเป็นแพทย์ในรายวิชาการพัฒนาพื้นฐานวิชาชีพแพทย์ (Professional development) ซึ่งมีการเรียนตลอดทั้ง 3 ปี[28]
[แก้] ระดับชั้นคลินิก
เป็นการเรียนต่อยอดจากระดับชั้นปรีคลินิกโดยเน้นการนำไปใช้กับผู้ป่วยจริง ในระดับชั้นนี้นิสิตแพทย์จะแยกกันเรียนในโรงพยาบาลต่างๆ ตามโครงการที่เข้ามาตั้งแต่แรกรับ โดยนิสิตแพทย์ในโครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบทและโครงการแพทย์แนวใหม่จะแยกไปเรียนในโรงพยาบาลร่วมผลิตแพทย์ ซึ่งหลักสูตรการเรียนการสอนจะอยู่ในกำกับของคณะแพทยศาสตร์ ในส่วนของคณะแพทยศาสตร์จะจัดการเรียนการสอนที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยในชั้นปีที่ 4 - 5 จะเรียนโดยการตรวจรักษาผู้ป่วยในหอผู้ป่วยต่างๆ ร่วมกับการเรียนภาคบรรยาย และในชั้นปีที่ 6 (Extern) จะเน้นการเรียนเสมือนการทำงานจริงภายใต้การควบคุมของแพทย์ใช้ทุน (Intern) และอาจารย์แพทย์ โดยจะมีการออกฝึกในโรงพยาบาลอื่นๆ ได้แก่ โรงพยาบาลกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร โรงพยาบาลลำปาง จังหวัดลำปาง โรงพยาบาลพิจิตร จังหวัดพิจิตร และโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์
ก่อนจบการศึกษา นิสิตแพทย์จะต้องผ่านการสอบวัดความรู้รวบยอดภาคทฤษฎี ในชั้นปีที่ 3 และชั้นปีที่ 5 และสอบวัดผลภาคปฏิบัติในชั้นปีที่ 6 โดยเป็นการสอบเพื่อปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (Comprehensive examination) ซึ่งจัดสอบโดยคณะแพทยศาสตร์เอง รวมทั้งการสอบเพื่อใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม (National license) ซึ่งเป็นการสอบส่วนกลาง จัดสอบโดยศูนย์ประเมินและรับรองความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม แพทยสภา (ศรว.) ทั้งนี้เพื่อควบคุมให้บัณฑิตแพทย์มีมาตรฐานเดียวกัน
เมื่อจบการศึกษา บัณฑิตแพทย์ทุกคนจากทุกโครงการจะได้รับปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยนเรศวรเหมือนกัน
[แก้] การวิจัย
จากการที่มหาวิทยาลัยนเรศวรได้วางเป้าหมายให้เป็น "มหาวิทยาลัยวิจัย (Research University) "[29] ดังนั้น คณะแพทยศาสตร์จึงสนับสนุนและส่งเสริมให้อาจารย์แพทย์ นิสิตแพทย์ รวมถึงบุคลากรของคณะในการทำวิจัย โดยได้มีการจัดตั้ง "งานวิจัย" ในสังกัด "ฝ่ายประกันคุณภาพและวิจัย" ภายใต้การกำกับของรองคณบดีและผู้ช่วยคณบดีฝ่ายประกันคุณภาพและวิจัย[30] เพื่อเป็นหน่วยงานในการบริหาร ประสานงานและพัฒนางานวิจัยของคณะ[31]
ผลงานวิจัยของอาจารย์แพทย์และบุคลากรของคณะที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ ระดับชาติ รวมทั้งที่ได้รับการเผยแพร่ในที่ประชุม สัมมนา ระดับนานาชาติและระดับชาตินับตั้งแต่ พ.ศ. 2544 จนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2553) มีมากกว่า 150 ผลงาน[32][33][34][35][36][37][38][39][40] โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 มีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่รวมทั้งสิ้น 23 ผลงาน[41]
ในส่วนของนิสิตแพทย์นั้น ทางคณะได้กำหนดให้นิสิตแพทย์ได้เรียนรู้และทำการวิจัยระหว่างการเรียนในชั้นคลินิก โดยจัดให้มีการเรียนการสอนในรายวิชาวิจัยทางการแพทย์พื้นฐาน ซึ่งเป็นวิชาเอกบังคับในหลักสูตรแพทยศ่าสตรบัณฑิต นอกจากนี้ยังมีรายวิชาวิจัยครอบครัว และวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานและระบบสาธารณสุข ซึ่งบรรจุให้เป็นวิชาเลือกเสรีอีกด้วย[8] ปัจจุบันมีผลงานวิจัยของนิสิตแพทย์ที่เผยแพร่ในฐานข้อมูลการวิจัยของคณะไม่ต่ำกว่า 340 เรื่อง[42]
[แก้] ศูนย์
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้มีการจัดตั้งศูนย์ต่างๆ เพื่อดำเนินการวิจัยและพัฒนาขีดความสามารถในการรักษาพยาบาลและบริการทางการแพทย์ ณ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์ต่างๆ ดังนี้[3][43]
- ศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ (ศธส.)
- ศูนย์โรคหัวใจภาคเหนือตอนล่าง
- ศูนย์วิจัยโลหิตวิทยา
- ศูนย์ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล มหาวิทยาลัยนเรศวร[44]
- ศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะภาคเหนือตอนล่าง
- ศูนย์โรคไตและไตเทียม
- ศูนย์วิจัยภูมิคุ้มกันวิทยา
- ศูนย์สุขภาพมหาวิทยาลัยนเรศวร
[แก้] ความร่วมมือระดับนานาชาติ
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ร่วมมือกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรภูฏาน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในการรับนักเรียนทุนเพื่อมาศึกษาต่อในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตของมหาวิทยาลัย[45][46] นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2551 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอีสต์ แองเกลีย สหราชอาณาจักร ในการรับนักศึกษาแพทย์มาทำการศึกษาวิชาเลือกเสรีในชั้นคลินิก ณ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร[45] และในปี พ.ศ. 2553 ทางคณะมีโครงการแลกเปลี่ยนนิสิตแพทย์ร่วมกับมหาวิทยาลัยนิวอิงแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย[46] ในส่วนของสโมสรนิสิตคณะแพทยศาสตร์นั้นได้ทำความร่วมมือกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์นานาชาติ (IFMSA) ในการประชุมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และทำข้อตกลงในการแลกเปลี่ยนนิสิตแพทย์ร่วมกัน[46]
[แก้] สถานที่ภายในคณะ
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรมีพื้นที่ในส่วนต่างๆ ดังนี้
- อาคารคณะแพทยศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์
- อาคารคณะแพทยศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นอาคารรูปตัวยู สูง 5 ชั้น อยู่ด้านข้างกลุ่มอาคารคณะเภสัชศาสตร์ และด้านหน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินินาถ โดยอาคารนี้ได้รับงบประมาณผูกผันในการก่อสร้างในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2535 - พ.ศ. 2541[1] แต่เดิมอาคารทั้งหมดนั้นเป็นของคณะแพทยศาสตร์ แต่เมื่อทางมหาวิทยาลัยได้จัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ เมื่อเดือน กันยายน พ.ศ. 2544[47] จึงได้โอนพื้นที่ส่วนใหญ่ของอาคารให้คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปัจจุบันคณะแพทยศาสตร์จึงเหลือพื้นที่ในฝั่งใต้ของอาคาร โดยเป็นที่ตั้งของภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน ครอบครัว และอาชีวเวชศาสตร์ ศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ (ศธส.) สำนักงานกิจการนิสิตและสร้างเสริมสุขภาพ ห้องออกกำลังกายคณะแพทยศาสตร์ และสโมสรนิสิตคณะแพทยศาสตร์
- โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร
- ประกอบด้วยอาคาร 3 หลัง[3] ดังนี้
- อาคารสิรินธร เป็นอาคารโรงพยาบาล สูง 9 ชั้น โดยนอกจากเป็นอาคารบริการทางด้านการรักษาพยาบาลแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานคณบดี สำนักงานเลขานุการคณะ ภาควิชาต่างๆ อีก 12 ภาควิชา สำนักงานแพทยศาสตรศึกษานเรศวร ศูนย์ต่างๆ ของคณะแพทยศาสตร์ ศูนย์วิจัยเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คณะเภสัชศาสตร์[48] และศูนย์นิติวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์[49]
- อาคารบริการ เป็นอาคารสูง 3 ชั้น ตั้งอยู่ด้านหลังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยเป็นที่ตั้งของภาควิชานิติเวชศาสตร์ หน่วยโภชนาการ หน่วยซักล้าง และศูนย์อาหาร
- อาคารรังสีรักษา ดำเนินการก่อสร้างระหว่างปี พ.ศ. 2555 - พ.ศ. 2556 เพื่อรองรับการบริการทางด้านรังสีรักษา และเวชศาสตร์นิวเคลียร์ รวมทั้งเป็นหอผู้ป่วยสงฆ์อาพาธด้วย โดยเป็นอาคารสูง 2 ชั้น ตั้งอยู่ระหว่างอาคารสิรินธร และอาคารศูนย์ความเป็นเลิศ คณะแพทยศาสตร์ (ที่ดินอาคารโภชนาการเดิม)
- กลุ่มอาคารเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา
- เป็นโครงการก่อสร้างเพื่อพัฒนาระบบบริการของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และเพิ่มศักยภาพในการเรียนการสอนของนิสิตแพทย์ โดยได้รับอนุมัติวงเงินงบประมาณภายใต้โครงการปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ซึ่งการก่อสร้างจะเริ่มในช่วงปลายปี พ.ศ. 2552 และมีกำหนดการแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2555 กลุ่มอาคารเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษาประกอบด้วยอาคาร 3 หลัง[50] ดังนี้
- อาคารเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลสูง 9 ชั้น เพื่อรองรับการขยายการบริการทางการแพทย์เพิ่มเติมจากอาคารสิรินธร
- อาคารศูนย์ความเป็นเลิศ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นโครงการก่อสร้างอาคารสูง 8 ชั้น เพื่อรองรับการเรียนการสอนนิสิตแพทย์และเป็นศูนย์กลางงานบริหารของคณะ โดยภายในจะประกอบด้วยด้วยห้องเรียนกลุ่มย่อย ห้องสโมสรนิสิต สมาคมศิษย์เก่า ห้องสมุดวิทยาศาสตร์สุขภาพ ห้องปฏิบัติการพยาธิวิทยา Clinical skill center โรงอาหารสำหรับผู้รับบริการของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร รวมทั้งสำนักงานคณบดี สำนักงานแพทยศาสตรศึกษา และงานสนับสนุนต่างๆ อีกด้วย
- อาคารที่จอดรถ สูง 7 ชั้น รองรับการจอดรถได้ 354 คัน
- หอพักนิสิตแพทย์
- เป็นอาคารหอพักสูง 4 ชั้น ตั้งอยู่ด้านหลังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร บริเวณด้านข้างหอพักอาจารย์ มน.นิเวศ 6 โดยสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2550 ปัจจุบันเป็นที่พักของทั้งนิสิตแพทย์ และบุคลากรของคณะแพทยศาสตร์
[แก้] โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยและสถาบันร่วมผลิตแพทย์
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดการเรียนการสอนนิสิตแพทย์ในชั้นคลินิก (ชั้นปี 4 - 6) ณ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และโรงพยาบาลสมทบที่ผลิตแพทย์ร่วมกับทางคณะอีก 5 โรงพยาบาล โดยได้มีการจัดตั้ง "ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก" ในโรงพยาบาลต่างๆ ที่ร่วมผลิตแพทย์ เพื่อเป็นหน่วยงานในการจัดการเรียนการสอน และเป็นเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและการบริการร่วมกับทางคณะ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะเน้นมาตรฐานคุณภาพของบัณฑิตแพทย์จากทุกสถาบันชั้นคลินิกภายใต้การประสาทปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยนเรศวรให้มีคุณภาพเดียวกัน[4] โดยมีดังนี้
| โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย | จังหวัด | สังกัด |
|---|---|---|
| โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร | จังหวัดพิษณุโลก | คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร |
- หมายเหตุ ในปีการศึกษา 2550 - 2551 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ในการจัดตั้งศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อเป็นโรงพยาบาลสมทบในการผลิตแพทย์อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งในปัจจุบันได้ผลิตแพทย์ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
[แก้] กิจกรรมและประเพณีของคณะ
สโมสรนิสิตคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และสำนักงานกิจการนิสิตและสร้างเสริมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ เป็นหน่วยงานหลักในการจัดกิจกรรมต่างๆ ของคณะ โดยส่วนใหญ่แล้วมักเป็นกิจกรรมของมหาวิทยาลัยที่คณะแพทยศาสตร์เข้าร่วม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมและประเพณีอื่นๆ ที่จัดขึ้นโดยคณะแพทยศาสตร์เอง หรือเป็นกิจกรรมที่เข้าร่วมกับสถาบันแพทยศาสตร์อื่นๆ ในประเทศไทย โดยมีรายละเอียดดังนี้
[แก้] ค่าย และการรับน้องใหม่
- งานแรกพบ สพท. (สมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย)[51]
- จัดในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ภายหลังจากการประกาศผลการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว โดยเป็นงานรวมตัวกันของนิสิตนักศึกษาแพทย์น้องใหม่จากทุกสถาบันของประเทศไทย เพื่อทำความรู้จักกันระหว่างสถาบันผลิตแพทย์ต่างๆ งานนี้จัดขึ้นที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- รับน้องเฟรชชี่และบีกินนิ่งแคมป์ (Beginning Camp)
- กิจกรรมรับน้องใหม่ก่อนเปิดเรียนภาคการศึกษาที่ 1 สำหรับนิสิตใหม่ชั้นปีที่ 1 โดยจะจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน เพื่อให้นิสิตใหม่รู้จักมหาวิทยาลัยรวมถึงคณะให้มากขึ้น และเป็นการปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนใหม่ๆ รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์ระหว่างน้อง-พี่
- กิจกรรมประชุมเชียร์
- เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นในช่วง 3 สัปดาห์แรกของการเปิดเรียนภาคการศึกษาที่ 1 เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์และความสามัคคีของนิสิตแพทย์ชั้นปี 1 และเป็นการสอนร้องเพลงมหาวิทยาลัยและเพลงต่างๆ ของคณะให้แก่นิสิตแพทย์ชั้นปี 1 ซึ่งภายหลังกิจกรรมประชุมเชียร์แล้ว ทางสโมสรนิสิตคณะแพทยศาสตร์ก็จะให้มีการซ้อมการแสดงสแตนเชียร์ต่อเนื่องไปอีก 1 สัปดาห์ ก่อนการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัย โดยกิจกรรมประชุมเชียร์นี้จะจัดขึ้นในห้องเชียร์ ซึ่งในส่วนของคณะแพทยศาสตร์จัดให้ห้องเรียนรวมในอาคารคณะแพทยศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นห้องเชียร์
- ค่ายนิสิตสัมพันธ์อนุรักษ์ธรรมชาติ
- เป็นกิจกรรมการเข้าค่ายนอกสถานที่ของนิสิตแพทย์ชั้นปี 1 ในช่วงเดือนมิถุนายน
- ค่ายซีเพิร์ด (CPIRD)
- เป็นกิจกรรมสานความสัมพันธ์ระหว่างนิสิตนักศึกษาแพทย์จากสถาบันต่างๆ ในประเทศไทยที่อยู่ในโครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท โดยจัดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม โดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรเคยได้รับเป็นเจ้าภาพเมื่อปี พ.ศ. 2547[52]
- ค่ายเส้นทางฝัน เพื่อวันเป็นหมอ (Med Camp)
- เป็นค่ายแนะนำคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และแนะแนวการเรียนแพทย์ให้แก่นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 โดยรับสมัครจากนักเรียนทั่วประเทศในช่วงเดือนมกราคม และจัดค่ายในช่วงเดือนมีนาคม ของทุกปี
[แก้] กิจกรรมกีฬา
- หนองอ้อเกมส์
- กีฬาภายในของมหาวิทยาลัยนเรศวรที่จัดขึ้นเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างนิสิตคณะต่างๆ ซึ่งนอกจากการแข่งขันกีฬาแล้ว ยังมีจุดที่น่าสนใจที่สุดของงานก็คือ การแสดงสแตนเชียร์ของคณะต่างๆ โดยจะจัดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม ของทุกปี
- กีฬาเมดเกมส์ (Med Games)
- งานกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ภายในคณะแพทยศาสตร์ โดยจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนตุลาคม ของทุกปี
- กีฬาเข็มสัมพันธ์
- หรือที่ในอดีตเรียกว่า "กีฬา 13 เข็มสัมพันธ์" เป็นกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันผลิตแพทย์ต่างๆ ของประเทศไทย โดยจัดขึ้นทุกปีในช่วงปลายเดือนตุลาคม สถาบันที่เป็นเจ้าภาพนั้นจะจัดหมุนเวียนสลับกันไป โดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรเคยได้รับเป็นเจ้าภาพเมื่อปี พ.ศ. 2546 และได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในปี พ.ศ. 2554[53]
- กีฬาเฮลธ์ไซนซ์ (Health Sciences Games)
- เป็นการแข่งขันกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคณะต่างๆ ในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ 7 คณะ ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยจะจัดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม ของทุกปี
[แก้] กิจกรรมวิชาการ
- สัปดาห์วิทยาศาสตร์
- จัดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ของทุกปี โดยในส่วนของคณะแพทยศาสตร์นั้นมีการจัดงานใน 2 ส่วน คือ อาคารคณะแพทยศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ จะเป็นการให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสและเรียนรู้ทางด้านกายวิภาคศาสตร์ของมนุษย์จากร่างอาจารย์ใหญ่ ส่วนที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรนั้นมีนิทรรศการและการให้ความรู้ทางด้านสุขภาพ
[แก้] กิจกรรมส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม
- พิธีไหว้ครูคณะแพทยศาสตร์
- เป็นกิจกรรมที่ให้นิสิตแพทย์ทุกชั้นปีได้น้อมรำลึกถึงพระคุณของอาจารย์แพทย์ ซึ่งนอกจากพิธีไหว้ครูแล้ว ยังมีพิธีการมอบประกาศนียบัตรแก่นิสิตแพทย์ที่ได้คะแนนสูงสุดในแต่ละสาขาวิชาในแต่ละชั้นปี การมอบประกาศนียบัตรแก่นิสิตแพทย์ที่ดำรงตำแหน่งในสโมสรนิสิตแพทย์ในปีที่ผ่านมา รวมถึงการมอบประกาศนียบัตรแก่อาจารย์ในดวงใจที่นิสิตโหวตให้คะแนนสูงสุด และมอบโล่เกียรติคุณจากแพทยสภาให้แก่อาจารย์แพทย์ที่มีคุณธรรม จริยธรรม[54]
- วันมหิดล
- ตรงกับวันที่ 24 กันยายน ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันทิวงคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทางคณะแพทยศาสตร์ได้จัดให้มีพิธีวางพวงมาลาหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และมีกิจกรรมเพื่อสาธารณกุศล เช่น การตรวจสุขภาพโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เป็นต้น และในส่วนของสโมสรนิสิตคณะแพทยศาสตร์ได้จัดให้นิสิตแพทย์ได้รับบริจาคเงินจากบุคคลทั่วไปโดยสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร
- งานลอยกระทง เทิดไท้องค์ราชันย์ มิ่งขวัญนเรศวร
- งานประเพณีลอยกระทงของมหาวิทยาลัยที่จัดขึ้นทุกปีในวันลอยกระทง โดยภายในงานจะมีขบวนแห่กระทงยักษ์ งานจัดร้านขายของและซุ้มเกมส์ของนิสิตคณะแพทยศาสตร์และคณะอื่นๆ รวมทั้งงานแสดงมหรสพอีกมากมาย
- งานทำบุญและพระราชทานเพลิงศพอาจารย์ใหญ่
- จัดขึ้นโดยภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งนิสิตแพทย์ชั้นปี 2 ที่เรียนในรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับกายวิภาคศาสตร์เป็นเจ้าภาพงานร่วมด้วย งานทำบุญอาจารย์ใหญ่จะจัดขึ้นก่อนเปิดภาคเรียนในช่วงเดือนพฤษภาคม ส่วนงานพระราชทานเพลิงศพอาจารย์ใหญ่จัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ของปีถัดไปหลังจากที่การเรียนแล้วเสร็จ
[แก้] กิจกรรมสานสัมพันธ์ภายในคณะ
- งานเมดไนท์ (Med Night)
- เป็นงานราตรีสังสรรค์ของคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงปลายเดือนมกราคม หรือต้นเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้นิสิตแพทย์ทุกชั้นปี ทุกศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกได้มาพบปะ พูดคุย สังสรรค์กัน นอกจากนี้ในงานยังมีพิธีรับขวัญโดยอาจารย์แพทย์ให้แก่นิสิตแพทย์ชั้นปี 3 ที่เตรียมตัวขึ้นเรียนในชั้นคลินิก รวมทั้งนิสิตแพทย์ชั้นปี 6 ที่กำลังจะจบการศึกษา
- งานปัจฉิมนิเทศนิสิตแพทย์ชั้นปี 3
- จัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ภายหลังจบภาคเรียนที่ 2 ของนิสิตแพทย์ชั้นปี 3 โดยในงานนอกเหนือจากการปัจฉิมนิเทศโดยผู้บริหารคณะ รวมทั้งการแนะนำโรงพยาบาล และศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกต่างๆ ให้แก่นิสิตแพทย์ชั้นปี 3 ที่กำลังจะขึ้นเรียนต่อในชั้นปี 4 แล้ว นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยนิสิตแพทย์ชั้นปี 1 และ 2 เพิ่อขอบคุณและเลี้ยงส่งพี่ๆ นิสิตแพทย์ปี 3 ที่จะแยกย้ายไปเรียนในโรงพยาบาลต่างๆ อีกด้วย
- งานปัจฉิมนิเทศนิสิตแพทย์ชั้นปี 6
- จัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เช่นเดียวกัน โดยในงานจะเป็นการกล่าวให้โอวาทของผู้บริหารมหาวิทยาลัยและผู้บริหารคณะให้แก่นิสิตแพทย์ชั้นปี 6 ที่กำลังจะจบการศึกษา นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเลี้ยงส่งซึ่งเป็นงานสังสรรค์ที่จัดขึ้นโดยคณะแพทยศาสตร์อีกด้วย
[แก้] การพักอาศัยของนิสิตแพทย์
สำหรับนิสิตแพทย์ชั้นปี 1 ทางมหาวิทยาลัยให้นิสิตชั้นปี 1 ทุกคณะ ทุกคน พักอาศัยอยู่ภายในหอพักนิสิตของมหาวิทยาลัยเพื่อให้มีโอกาสได้ทำความรู้จักกับเพื่อนนิสิตคณะอื่นๆ ซึ่งหอพักนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรนั้นตั้งอยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัยบริเวณข้างอ่างเก็บน้ำ เป็นอาคาร 4 ชั้น มีทั้งสิ้น 15 อาคาร โดยมี "อาคารขวัญเมือง" เป็นอาคารบริการและอาคารอเนกประสงค์ของหอพักนิสิต การพักอาศัยในหอพักของมหาวิทยาลัยนั้นจะมีการเก็บค่าใช้จ่ายรายเทอม[55]
ในส่วนของนิสิตแพทย์ชั้นปี 2 - 6 สามารถย้ายเข้ามาพักอาศัยในหอพักนิสิตแพทย์ซึ่งเป็นหอพักของคณะแพทยศาสตร์เอง โดยเป็นอาคารหอพักสูง 4 ชั้น ตั้งอยู่ด้านหลังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร บริเวณด้านข้างหอพักอาจารย์ มน.นิเวศ 6 และมีการเก็บค่าใช้จ่ายเป็นรายปี[56] การพักอาศัยในหอพักนิสิตแพทย์นี้ไม่เป็นการบังคับ ซึ่งนิสิตแพทย์สามารถเช่าหอพักเอกชนที่มีอยู่โดยรอบมหาวิทยาลัยได้[57]
ในส่วนของนิสิตแพทย์ชั้นปี 4 - 6 ที่ศึกษา ณ ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกในแต่ละแห่งนั้น นิสิตแพทย์สามารถพักอาศัยในหอพักนิสิตแพทย์ในโรงพยาบาลแต่ละแห่ง โดยมีการเก็บค่าใช้จ่ายเป็นรายปีเช่นเดียวกัน
[แก้] อ้างอิง
- ^ 1.0 1.1 1.2 รังสรรค์ วัฒนะ. อนุทินของการเป็นมหาวิทยาลัยนเรศวร. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์พัฒนาศึกษา,2547.
- ^ สถาบันแพทยศาสตร์ในประเทศไทย
- ^ 3.0 3.1 3.2 3.3 ประวัติโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ 4.0 4.1 การผลิตบัณฑิตแพทย์ รูปแบบมหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ 5.0 5.1 5.2 5.3 5.4 ประวัติคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ ประวัติ-ความเป็นมา ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก
- ^ ประวัติ-ความเป็นมา ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกโรงพยาบาลอุตรดิตถ์
- ^ 8.0 8.1 8.2 8.3 คู่มือนิสิตระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยนเรศวร ปีการศึกษา 2551
- ^ โครงสร้างการบริหารคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ การจัดการศึกษาในหลักสูตรต่างๆ ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ การขออนุมัติเปลี่ยนแปลงชื่อภาควิชาและจัดตั้งภาควิชาเพิ่มเติมของคณะแพทยศาสตร์
- ^ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ ภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ ภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน ครอบครัว และอาชีวเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ หลักสูตรการศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ 27.0 27.1 ประกาศมหาวิทยาลัยนเรศวร เรื่อง การรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (แนวใหม่) โครงการการผลิตแพทย์เพิ่มแนวใหม่เพื่อชาวชนบท
- ^ 28.0 28.1 หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2551
- ^ เป้าหมายในการบริหารมหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ โครงสร้างองค์กรงานวิจัย ฝ่ายประกันคุณภาพและวิจัย
- ^ นโยบาย ยุทธศาสตร์และภารกิจการวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ ผลงานวิจัย อาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปีงบประมาณ 2544
- ^ ผลงานวิจัย อาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปีงบประมาณ 2545
- ^ ผลงานวิจัย อาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปีงบประมาณ 2546
- ^ ผลงานวิจัย อาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปีงบประมาณ 2547
- ^ ผลงานวิจัย อาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปีงบประมาณ 2548
- ^ ผลงานวิจัย อาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปีงบประมาณ 2549
- ^ ผลงานวิจัย อาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปีงบประมาณ 2550
- ^ ผลงานวิจัย อาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปีงบประมาณ 2551
- ^ ผลงานวิจัย อาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปีงบประมาณ 2552
- ^ ผลงานวิจัย อาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปีงบประมาณ 2553
- ^ ฐานข้อมูลผลงานวิจัยนิสิตแพทย์
- ^ วารสารใต้ร่มเสลา ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 กันยายน 2550
- ^ ศูนย์ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ 45.0 45.1 วารสารใต้ร่มเสลา ปีที่ 1 ฉบับที่ 4 พฤษภาคม 2551
- ^ 46.0 46.1 46.2 NU Newsletter Volume 6 Number 24 October-December 2007
- ^ ประวัติคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ ศูนย์นิติวิทยาศาสตร์และหน่วยงานปฏิบัติการกลางและส่งเสริมงานวิจัย คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์
- ^ โครงการพัฒนาระบบบริการระดับตติยภูมิ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ งานแรกพบ สพท. พ.ศ. 2550
- ^ ค่าย CPIRD สัมพันธ์
- ^ ลำดับเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเข็มสัมพันธ์
- ^ พิธีไหว้ครู คณะแพทยศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2551
- ^ หอพักนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร
- ^ ประกาศคณะแพทยศาสตร์ เรื่องการเข้าพักในหอพักนิสิตแพทย์ ปีการศึกษา 2551
- ^ รายชื่อหอพักเอกชนรอบบริเวณมหาวิทยาลัยนเรศวร
[แก้] ดูเพิ่ม
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- มหาวิทยาลัยนเรศวร
- คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร
- ห้องสมุดสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
- ห้องอ่านหนังสือ สำนักงานแพทยศาสตรศึกษานเรศวร
- สโมสรนิสิตแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- สมาคมศิษย์เก่าแพทย์นเรศวร
|
||||||||||
|
||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||