กรมประชาสัมพันธ์
| กรมประชาสัมพันธ์ | |
|---|---|
| Public Relations Department | |
| สำนัก | |
| ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร | |
| ภาพรวม | |
| วันก่อตั้ง | 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2476 |
| งบประมาณ | 1,565.4023 ล้านบาท (พ.ศ. 2555)[1] |
| ผู้บริหาร | ธีระพงษ์ โสดาศรี, อธิบดี ลดาวัลย์ บัวเอี่ยม, รองอธิบดี เตือนใจ สินธุวณิก, รองอธิบดี |
| ต้นสังกัด | สำนักนายกรัฐมนตรี |
| เว็บไซต์ | |
| http://www.prd.go.th | |
กรมประชาสัมพันธ์ เป็นหน่วยงานประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทย ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่เสริมสร้างความเข้าใจ ระหว่างหน่วยงานรัฐกับประชาชน และระหว่างประชาชนกับประชาชนด้วยกัน นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่โน้มน้าวชักจูงประชาชน ให้ร่วมมือกับรัฐบาล และหน่วยงานราชการ
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
กรมประชาสัมพันธ์ มีวิวัฒนาการมาจาก “กองโฆษณาการ” ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2476 ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สำนักงานโฆษณาการ” เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ปีเดียวกัน[2] เปลี่ยนชื่อเป็น “กรมโฆษณาการ” เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2483 และเปลี่ยนชื่อเป็น “กรมประชาสัมพันธ์” ดังเช่นปัจจุบันเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2495
[แก้] ตราสัญลักษณ์
ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งปรากฏในราชกิจจานุเบกษา ตอนที่ 7 เล่มที่ 64 ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2490 กำหนดเครื่องหมายราชการ "กรมโฆษณาการ" ให้เป็นรูปพระอินทร์เป่าสังข์เหาะลอยอยู่เหนือเมฆ มีวงกลมล้อมรอบ โดยอิงตามคติในวรรณคดีโบราณว่า พระอินทร์มีหน้าที่เป่าสังข์ชื่อ "ปาญจนันท์" ปลุกพระนารายณ์ให้ตื่นจากบรรทมสินธุ์ในสะดือทะเล เพื่อขึ้นมาปราบเหตุร้ายต่างๆ ในโลก และโดยความเชื่อในศาสนาฮินดู สังข์ถือว่าเป็นมงคล 3 ประการ คือ ถือกำเนิดจากพระพรหม ท้องสังข์เคยเป็นที่ซ่อนคัมภีร์พระเวท และตัวสังข์มีรอยนิ้วพระหัตถ์ของ พระนารายณ์ ในพิธีทางศาสนาพราหมณ์จึงมีการเป่าสังข์เพื่อความเป็นศิริมงคลด้วย สอดคล้องกับหลักการประชาสัมพันธ์ที่เป็นการเผยแพร่ ชี้แจงประชาชนเข้าใจอย่างกว้างขวาง และสร้างความเข้าใจอันดี จึงเปรียบได้กับการเป่าสังข์เพื่อเรียกประชุมของเทวดา ตราสัญลักษณ์นี้ใช้สีม่วง ซึ่งเป็นสีของงานประชาสัมพันธ์เป็นสีหลักของตรา และใช้มาจนกระทั่งเป็นกรมประชาสัมพันธ์ในปัจจุบัน[3][4]
[แก้] ที่ตั้งสำนักงาน
สำนักงานกรมประชาสัมพันธ์ เดิมตั้งอยู่ที่ อาคารหัวมุมถนนราชดำเนิน ติดกับกรมสรรพากร และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นสถานที่เกี่ยวข้องในประวัติศาสตร์ทางการเมืองหลายครั้ง ในการรัฐประหารทุกครั้ง จะเป็นสถานที่แรกๆ ที่ถูกกำลังทหารเข้ายึด รวมทั้งใน เหตุการณ์ 14 ตุลา และ เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ก็ถูกประชาชนเข้ายึด [5] หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ อาคารกรมประชาสัมพันธ์ ถูกเพลิงไหม้เสียหายอย่างหนัก จึงย้ายไปตั้งอยู่ที่ ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร
[แก้] หน่วยงานในสังกัด
- สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท.,NBT)
- สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.,NBT)
- สำนักข่าวแห่งชาติ (สขช. หรือ NNT)
- สถานีวิทยุโทรทัศน์ไททีวี (ให้เอกชนเช่าสัมปทาน)
- สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี (สถานีโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟ)(ยุติการออกอากาศแล้ว)
- สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เพื่อการศึกษา (สวศ.)
- สถาบันการประชาสัมพันธ์
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด
- สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอ็นบีที (ร่วมผลิตกับเอกชน)
[แก้] สำนักประชาสัมพันธ์เขต
กรมประชาสัมพันธ์ ได้ตั้ง สำนักประชาสัมพันธ์เขต (สปข.) จำนวน 8 สำนัก ตามภูมิภาคต่างๆ ดังนี้
- สำนักประชาสัมพันธ์เขต 1 จังหวัดขอนแก่น
- สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 จังหวัดอุบลราชธานี
- สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
- สำนักประชาสัมพันธ์เขต 4 จังหวัดพิษณุโลก
- สำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 จังหวัดสุราษฎร์ธานี
- สำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 จังหวัดสงขลา
- สำนักประชาสัมพันธ์เขต 7 จังหวัดจันทบุรี
- สำนักประชาสัมพันธ์เขต 8 จังหวัดกาญจนบุรี
นอกจากนี้ ยังได้ตั้ง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ
[แก้] อ้างอิง
- ^ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 129 ตอนที่ 15ก วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555
- ^ พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทะบวง กรม พุทธศักราช 2476
- ^ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ ๑๗) เรื่อง กำหนดภาพเครื่องหมายราชการตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พุทธศักราช ๒๔๘๒ จากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา
- ^ ความเป็นมาของตราสัญลักษณ์กรมประชาสัมพันธ์ เว็บไซต์สำนักประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
- ^ 9แหล่งสำคัญทางประวัติศาสตร์เดือนตุลาคม ในบล็อก รีเบล เอ็กซ์ ที่บล็อกแก๊งค์
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
|
|||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||||||||