หลวงชาติตระการโกศล (เจียม ลิมปิชาติ)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
หลวงชาติตระการโกศล (เจียม ลิมปิชาติ)
อธิบดีกรมตำรวจ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 10 มีนาคม พ.ศ. 2445
ตำบลท่าวัง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
เสียชีวิต 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 (93 ปี 141 วัน)
โรงพยาบาลตำรวจ
บิดา ขุนสุมนสุขการ
มารดา นางสุมนสุขการ (จือ ลิมปิชาติ)
คู่สมรส นางชาติตระการโกศล (สุคนธ์ สุขุม)
บุตร 3 คน
การเข้าเป็นทหาร
ยศ Thai police O9.png พลตำรวจเอก

พลตำรวจเอก หลวงชาติตระการโกศล นามเดิม เจียม ลิมปิชาติ (ได้รับพระราชทานนามสกุลนี้เมื่อครั้งยังเป็นนักเรียนมหาดเล็กหลวง) เกิดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2445 ที่ตำบลท่าวัง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช[1] เป็นบุตรคนโตของขุนสุมนสุขการ และนางสุมนสุขการ (จือ ลิมปิชาติ) มีน้องร่วมบิดามารดา 7 คน

ได้รับการศึกษาขั้นแรกในโรงเรียนสอนศาสนาอเมริกัน ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จนถึง พ.ศ. 2456 จึงติตตามมหาอำมาตย์นายก เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) ซึ่งขณะนั้นยังมีบรรดาศักดิ์เป็นพระยาสุขุมนัยวินิต เทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราช เข้ามาอาศัยที่บ้านศาลาแดง และศึกษาต่อในกรุงเทพฯ โดยเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง

ถึง พ.ศ. 2460 พลตำรวจเอก หลวงชาติตระการโกศล ได้เดินทางไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา พร้อมกับนักเรียนไทยอีก 18 คน (คราวเดียวกับที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จไปทรงศึกษาวิชาพยาบาล) ได้ศึกษาชั้นมัธยมที่วอชิงตัน ดีซี, แมตซาชูเซส และนิวเจอร์ซี ตามลำดับ จนจบการศึกษาเมื่อ พ.ศ. 2467 นอกเหนือจากการเรียนแล้ว ยังมีความสามารถในทางแสดงละครของโรงเรียน การกีฬา ตลอดจนการเล่นดนตรี Dixieland Jazz ด้วย โดยเครื่องดนตรีที่ถนัดคือ แซกโซโฟน

ต่อมาท่านได้รับทุนจากกระทรวงมหาดไทย ให้ศึกษาวิชาการตำรวจที่ Police Academy Of New York City ที่เมืองชิคาโก, ฟิลาเดเฟีย, วอชิงตัน ดีซี และบอสตัน ตามลำดับ จนสำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. 2468 ก่อนเดินทางกลับยังได้ฝึกงานในกรมตำรวจประเทศอังกฤษ 6 เดือน

เมื่อกลับประเทศไทยแล้ว ได้เข้ารับราชการในกรมตำรวจ เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2469 ยศว่าที่ร้อยตำรวจตรี และเลื่อนยศและตำแหน่งตามลำดับ อาทิ ผู้กำกับการตำรวจเทศบาล, รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล, ผู้บังคับการตำรวจภูธรเขต 1 จังหวัดลำปาง, ผู้บังคับการตำรวจภูธรเขต 7 จังหวัดนครปฐม, ผู้บังคับการตำรวจสนามประจำกองข้าหลวงใหญ่ทหาร 4 รัฐ, ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จนได้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจ ในรัฐบาลของพลเรือตรี ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2490

ต่อมาท่านได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร, อธิบดีกรมมหาดไทย, อธิบดีกรมการปกครอง และดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นตำแหน่งสุดท้าย ก่อนเกษียณอายุราชการเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2506 ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก, มหาวชิรมงกุฎ, ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ, เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 8 และ 9 ชั้นที่ 2 เป็นเกียรติยศ

ภายหลังจากเกษียณอายุราชการแล้ว ท่านยังดำรงตำแหน่งทางเอกชนและสาธารณกุศลต่อมาอีกมาก เช่น กรรมการธนาคารไทยพาณิชย์, ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่ง, กรรมการและประธานในองค์การส่งเสริมการกีฬาแห่งประเทศไทย, กรรมการสภากาชาดไทย, กรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย, สมาชิกวุฒิสภา เป็นต้น

ด้านชีวิตครอบครัว ได้สมรสกับนางสาวสุคนธ์ สุขุม (นางชาติตระการโกศล) ธิดาพระยาสุขุมนัยวินิต (สวาสดิ์ สุขุม) และคุณหญิงถนิม สุขุมนัยวินิต มีบุตร-ธิดารวม 3 คน คือ

บั้นปลายชีวิต พลตำรวจเอก หลวงชาติตระการโกศล ได้พำนักอยู่กับครอบครัวที่บ้านเลขที่ 40 ถนนคอนแวนต์ จวบจนกระทั่งถึงอนิจกรรมด้วยโรคการหายใจล้มเหลวและกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ณ โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 สิริอายุได้ 95 ปี โดยเมื่อถึงแก่อนิจกรรมแล้วยังได้บริจาคดวงตาและร่างกายให้สภากาชาดไทยไว้ใช้ประโยชน์ในการศึกษาของนักเรียนแพทย์ด้วย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  • อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พลตำรวจเอก หลวงชาติตระการโกศล (เจียม ลิมปิชาติ) ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส พ.ศ. 2540