พระยาวาสุเทพ (กุสตาฟ เชา)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระยาวาสุเทพ (กุสตาฟ เชา)
อธิบดีกรมตำรวจภูธร
ดำรงตำแหน่ง
พ.ศ. 2456 – พ.ศ. 2458
ก่อนหน้า อีริกเซ็นต์ เย ลอสัน
ถัดไป พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด พ.ศ. 2402
ประเทศเดนมาร์ก
เสียชีวิต พ.ศ. 2462

พลตรี พระยาวาสุเทพ (กุสตาฟ เชา) (อังกฤษ: Gustave Schau; พ.ศ. 2402-พ.ศ. 2462) เป็นอธิบดีกรมตำรวจภูธรคนที่ 5

ประวัติ[แก้]

พลตรี พระยาวาสุเทพ (กุสตาฟ เชา) เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2456 เป็นชาวเดนมาร์ก บิดาชื่อพันตรีเอินส์ท เฟรเดอริก เชา บิดาของเขาก็ได้เสียชีวิตในสงครามกับปรัสเซีย กุสตาฟ เชา ลาออกจากโรงเรียนไปเป็นทหาร สังกัดหน่วยทหารราบเมื่ออายุได้ 17 ปี ในขณะที่วัลเดอมาร์ เชา พี่ชายที่แก่กว่าสองปีได้ทำงานเป็นนักกฎหมาย และได้เป็นถึงผู้พิพากษาศาลสูงในโคเปนเฮเกน เมืองหลวงของเดนมาร์ก

ต่อมาร้อยตรีกุสตาฟ เชาได้เดินทางไปทำงานในสยาม โดยได้ขอเข้าเฝ้าพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ[1] (พระยศในขณะนั้น) เพื่อทูลขอให้รับเข้าทำงานในกองทัพ โดยได้แสดงเอกสารรับรองด้านการทหารให้ทอดพระเนตร ซึ่งพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพทรงพอพระทัยและทรงรับไว้ทำงานทันที โดยให้ทำงานในตำแหน่งครูฝึกทหาร และก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ[2]

ผลงานหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้แก่กุสตาฟ เชา คือ การปราบปรามอั้งยี่ในย่านสำเพ็ง โดยบันทึกของเจ้าหน้าที่ทางการของเดนมาร์ก คือ วอลเตอร์ คริสต์มาส เมิลเลอร์กล่าวว่า ผู้บังคับการทหารเรือ คือ อองเดร ริเชอลิเยอ ได้นำกำลังทหารเรือ 400 นาย ร่วมกับทหารใต้บังคับบัญชาของร้อยเอกกุสตาฟ เชาอีก 300 นายร่วมกันปฏิบัติการดังกล่าว โดยมีผู้ถูกจับกุมไปร่วมร้อยคน[3]

รับราชการ[แก้]

หลังรับราชการในกองทัพ กุสตาฟ เชาได้รับการติดต่อให้ทำหน้าที่ก่อตั้งและควบคุมดูแลงานตำรวจนครบาล และงานตำรวจภูธร โดยกุสตาฟ เชา ยินดีรับทำเพียงงานเดียว คือ การก่อตั้งกิจการตำรวจภูธร โดยกรมหลวงดำรงราชานุภาพ (พระอิสริยยศในขณะนั้น) เสนาบดีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กราบบังคมทูลและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง "กรมตำรวจภูธร" ขึ้น ในปี พ.ศ. 2440[4] แทนกรมกองตระเวนหัวเมือง และได้แต่งตั้งให้ พันเอกกุสตาฟ เชา หรือ หลวงศัลวิธานนิเทศ มาเป็นเจ้ากรม

ในการเริ่มต้นก่อตั้งสถานีตำรวจภูธร กุสตาฟ เชาได้จัดวางอัตรากำลังสำหรับสถานีตำรวจแต่ละแห่งไว้ 250 นาย มีนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาทั้งชาวสยามและเดนมาร์ก โดยกระจายสถานีตำรวจออกไปในแต่ละท้องที่ประมาณ 400 สถานี ซึ่งต้องใช้กำลังตำรวจร่วมหมื่นนาย เนื่องจากต้องการกำลังพลจำนวนมาก เจ้ากรมตำรวจภูธรจึงรายงานความเห็นและขออนุมัติจากกระทรวงมหาดไทยเพื่อจัด ตั้งโรงเรียนสำหรับผลิตนายตำรวจขึ้นเอง ในปี พ.ศ. 2444 จึงได้มีการจัดตั้งโรงเรียนนายร้อยตำรวจภูธรขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา[5] ในบริเวณที่ราชการให้ชื่อว่า"ประตูชัยณรงค์" ซึ่งเดิมชาวเมืองเรียกกันว่า "ประตูผี" (ปัจจุบันคือที่ตั้งกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3) ไปก่อน แล้วจึงค่อยย้ายไปในที่ที่เหมาะสมต่อไป

ในฐานะของเจ้ากรมตำรวจภูธร กุสตาฟ เชาถือได้ว่าเป็นเจ้านายที่ลูกน้องรัก ได้รับความเคารพนับถือในความสามารถด้วย ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการบริหารจัดการองค์กร ความมองการณ์ไกล ความยุติธรรม เหนือสิ่งอื่นใด คือ พลังงานในการทำงานที่ล้นเหลือ ความทุ่มเทของพระยาวาสุเทพ เจ้ากรมตำรวจภูธรนี้ เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หน่วยงานตำรวจภูธรถือเป็นหน่วยงานที่มีผลงานดีเยี่ยมที่สุดหน่วยงานหนึ่งในยุคนั้น

ลาออกจากราชการ[แก้]

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เจ้านายพระองค์ต่าง ๆ ที่เสด็จไปศึกษายังต่างประเทศได้เสด็จกลับมา ก็ได้เข้ารับราชการในตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ แทนชาวต่างชาติ ในช่วงเวลานั้น สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพก็ทรงลาออกจากตำแหน่งเสนาบดีมหาดไทย และตัวของพระยาวาสุเทพ หรือกุสตาฟ เชาก็ขอลาออกไปเพื่อขอรับพระราชทานเงินบำนาญด้วยเช่นกัน ณ เวลานั้น เขามีอายุเพียง 44 ปี

พระยาวาสุเทพ (กุสตาฟ เชา) ถึงแก่กรรมเมื่อพ.ศ. 2462 อายุได้ 60 ปี

อ้างอิง[แก้]

  1. ตำรวจของเราแต่เก่าก่อน จากเรือนไทย.com
  2. กบฏเงี้ยว พ.ศ. ๒๔๔๕ รวมพลคนฮักเจียงคำ
  3. ข้าราชการต่างประเทศแผ่นดินร.5. จากข่าวสดรายวัน. วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554.
  4. การต่างประเทศสมัยรัตนโกสินทร์
  5. ประวัติโรงเรียนนายร้อยตำรวจ, โรงเรียนนายร้อยตำรวจ.