ข้ามไปเนื้อหา

พระยาอรรคราชวราทร (ภัสดา บุรณศิริ)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระยาอรรคราชวราทร (ภัสดา บุรณศิริ)
อธิบดีกรมกองตระเวน คนที่ 2
ดำรงตำแหน่ง
พ.ศ. 2435 – พ.ศ. 2440
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ก่อนหน้าหลวงรัถยาภิบาลบัญชา (กัปตัน เอส.เย.เอมส์)
ถัดไป อาเธอร์ จอห์น อเล็กซานเดอร์ จาร์ดีน
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด23 มกราคม พ.ศ. 2403
เสียชีวิตไม่ปรากฏ

พระยาอรรคราชวราทร (ภัสดา บุรณศิริ) (23 มกราคม พ.ศ. 2403 - ไม่ปรากฏ) เป็นอธิบดีกรมกองตระเวน คนที่ 2 อดีตอัครราชทูตสยามประจำกรุงวอชิงตัน และอดีตอัครราชทูตสยามประจำกรุงอังกฤษ[1]

ประวัติ

[แก้]

พระยาอรรคราชวราทร (ภัสดา บุรณศิริ) เกิดเมื่อวันพุธขึ้น 12 ค่ำ เดือนสาม ปีวอก จุลศักราช 1222 ตรงกับวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2403 เป็นบุตรของพระยาธรรมจรรยานุกูลมนตรี (จำเริญ บุรณศิริ) กับนางโหมด มีพี่น้องร่วมบิดา-มารดา รวมตัวท่านคือ

1. พระยาอรรคราชวราธร (ภัสดา บุรณศิริ) (ตัวท่าน)

2. จมื่นมหาสนิท (มานพ บุรณศิริ)

3. เป็นหญิงชื่อ อบเชย บุรณศิริ ถึงแก่กรรมเมื่อวัยเยาว์

4. เป็นชายชื่อ เกยไชย บุรณศิริ ถึงแก่กรรมเมื่อวัยเยาว์

รับราชการ

[แก้]
  • พ.ศ. 2415 ได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กวิเศษในรัชกาลที่ 5
  • พ.ศ. 2424 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นนายรองบำรุงราชบทมาลย์[2]
  • พ.ศ. 2425 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกไปศึกษาวิชา ณ ประเทศอังกฤษ
  • พ.ศ. 2432 กลับจากประเทศอังกฤษเข้ารับราชการในกรมมหาดเล็กและเป็นเลขานุการส่วนพระองค์เสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศ
  • พ.ศ. 2434 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ไปเป็นปลัดกรมกองตระเวรฝ่ายกองรักษาในกรมพระนครบาล
  • พ.ศ. 2435 เลื่อนตำแหน่งเป็นเจ้ากรมกองตระเวรฝ่ายกองรักษาในกระทรวงนครบาล
  • 25 เมษายน พ.ศ. 2436 เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระอนันต์นรารักษ์[3]
  • 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2439 ลาออกจากตำแหน่งเจ้ากรมหรืออธิบดีกรมกองตระเวน[4]
  • วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2440 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ไปเป็นข้าหลวงจัดราชการเมืองสมุทรปราการและเมืองนครเขื่อนขันธ์ (จังหวัดสมุทรปราการและจังหวัดพระประแดง)
  • 8 ธันวาคม พ.ศ. 2440 ได้รับพระราชทานเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยาเพชรชฎา ปลัดทูลฉลองกระทรวงนครบาล[5]
  • พฤษภาคม พ.ศ. 2441 กลับจากข้าหลวงจัดราชการ มารับราชการในกองบัญชาการหน้าที่เจ้ากรมกองแปล
  • วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2441 ได้รับพระราชทานตรามงกุฎสยามชั้นที่ 3
  • วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2444 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาอรรคราชวราทร ถือศักดินา ๑๐๐๐[6]
  • 23 ธันวาคม พ.ศ. 2444 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ไปเป็นอัครราชทูตสยามประจำกรุงวอชิงตัน[7]
  • 18 ธันวาคม พ.ศ. 2449 ย้ายจากอัครราชทูตสยามประจำกรุงวอชิงตันกลับกรุงเทพฯ[8]
  • พ.ศ. 2449 รับราชการเป็นอธิบดีกองทูตและกองกงสุลในกระทรวงการต่างประเทศ
  • วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2451 ได้รับพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา
  • วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2452 ได้รับพระราชทานตราช้างเผือกชั้นที่ 3
  • 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2452 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้กลับไปเป็นอัครราชทูตสยามประจำกรุงวอชิงตัน[9]
  • พ.ศ. 2454 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ย้ายจากอัครราชทูตสยามกรุงวอชิงตัน ไปเป็นอัครราชทูตประจำกรุงอังกฤษ และได้รับพระราชทานตรามงกุฎสยามชั้น 2
  • กรกฎาคม พ.ศ. 2455 ย้ายจากอัครราชทูตกรุงอังกฤษกลับกรุงเทพฯ แลกราบถวายบังคมลาออกจากราชการ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้รับพระราชทานเบี้ยบำนาญ[10]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ List of Thai Ambassadors in UK เก็บถาวร 2015-03-17 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. รายนามเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ( List of Ambassadors )
  2. ↑ พระราชทานสัญญาบัตรปีมะโรงโทศก (หน้า ๑๖๗ ลำดับที่ ๑๒๖)
  3. ↑ พระราชทานสัญญาบัตร
  4. ↑ ประกาศกระทรวงนครบาล
  5. ↑ "พระราชทานสัญญาบัตร" (PDF). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 2021-12-09. สืบค้นเมื่อ 2020-07-07.
  6. ↑ พระราชทานสัญญาบัตรขุนนาง
  7. ↑ อรรคราชทูตสยามถวายพระราชสาสนแด่พระเจ้าแผ่นดิน และส่งพระราชสาสน แก่ประธานาธิบดีต่างประเทศ
  8. ↑ ข้าราชการเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
  9. ↑ พระยาอรรคราชวราทรกราบถวายบังคมลาออกไปเป็นอรรคราชทูตกรุงวอชิงตันตามเดิม
  10. ↑ หลวงอัครเทพฯ ทวิภพ ที่แท้ “ปู่ทวด” นีโน่!! เก็บถาวร 2015-05-18 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์. 18 สิงหาคม 2554.
  11. ↑ ส่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไปพระราชทาน
  12. ↑ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
  13. ↑ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
  14. ↑ "พระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา" (PDF). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 2016-03-04. สืบค้นเมื่อ 2020-07-07.
  15. ↑ ส่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลปัจจุบันไปพระราชทาน