เจ้าพระยามุขมนตรี (อวบ เปาโรหิตย์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มหาอำมาตย์โท
เจ้าพระยามุขมนตรี
(อวบ เปาโรหิตย์)
Uap Paorohit.jpg
เกิด16 มิถุนายน พ.ศ. 2419
เสียชีวิต27 มีนาคม พ.ศ. 2476 (58 ปี)
คู่สมรสคุณหญิงล้วน
บิดามารดาขุนศรีธรรมราช (สมบุญ)
ท่านน้อย

มหาอำมาตย์โท เจ้าพระยามุขมนตรี (อวบ เปาโรหิตย์) เป็นขุนนางชาวสยาม ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น ปลัดทูลฉลองกระทรวงมหาดไทย สมุหพระนครบาล องคมนตรี ผู้ได้รับพระราชทานนามสกุล "เปาโรหิตย์" (Paurohitya)[1]

ประวัติ[แก้]

เจ้าพระยามุขมนตรี มีนามเดิมว่าอวบ เป็นบุตรขุนศรีธรรมราช (สมบุญ) กับท่านน้อย ซึ่งเป็นเชื้อสายของพระมหาราชครูปุโรหิตาจารย์ (บุญรอด) เกิดเมื่อวันศุกร์ แรม 10 ค่ำ เดือน 7 ปีชวด ตรงกับวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2419[2] ได้เข้าเรียนหนังสือที่วัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหารและที่พระตำหนักสวนกุหลาบ จนจบประโยค 2 โดยสอบไล่ได้รับรางวัลที่ 1 และได้รับประกาศนียบัตรชั้นเปรียญพิเศษของคณะศึกษาการปกครอง มณฑลอยุธยาและปราจีน ในปี พ.ศ. 2450[3]

พ.ศ. 2435 เริ่มเข้ารับราชการเป็นเสมียนในกระทรวงยุติธรรม แล้วย้ายไปอยู่กระทรวงมหาดไทย วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2440 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงพัฒนกิจวิจารณ์ ตำแหน่ง ผู้ตรวจการกองเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า ถือศักดินา 400[4]แล้วเลื่อนเป็น พระวิเศษไชยชาญ ผู้ว่าราชการเมืองอ่างทอง ถือศักดินา 3000 เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2443[5]และ พระยาอินทรวิชิต เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2444[6] ต่อมาในวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2447 ได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยาจ่าแสนบดีศรีบริบาล เจ้ากรมมหาดไทยฝ่ายพลำพัง คงถือศักดินา 3,000[7]

วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าพระราชทานสัญญาบัตรให้เป็น พระยากำแหงสงคราม รามราชภักดีพิริยพาห ตำแหน่งข้าหลวงเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลนครราชสีมา ถือศักดินา 10,000[8] ถึงวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2456 ได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยาราชนกูล วิบูลยภักดีพิริยพาห ปลัดทูลฉลองกระทรวงมหาดไทย คงถือศักดินา 10,000[9]และยังได้ทำหน้าที่เป็นพระยายืนชิงช้า ในพระราชพิธีตรียัมพวาย ตรีปวาย(พระราชพิธีโล้เสาชิงช้า)ในปี พ.ศ. 2458[10][11]

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงตั้งท่านเป็นผู้แทนรัฐบาลสยาม ณ คณะข้าหลวงใหญ่ฝรั่งเศส-สยามประจำแม่น้ำโขงตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2470[12] ท่านก็ได้ปฏิบัติราชการได้โดยเรียบร้อยตามพระราชประสงค์ วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2472 จึงทรงโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นเจ้าพระยา มีราชทินนามว่าเจ้าพระยามุขมนตรี ศรีสมุหนครบาล ราชบทมาลยมหาสวามิภักดิ์ บริรักษ์เทพธานีนิกรเกษม เปรมเปาโรหิตยาภิชาต ไตรโลกยนาถสรณธาดา มหามาตยาธิบดี อภัยพีริยบรากรมพาหุ ถือศักดินา 10,000[13]

เจ้าพระยามุขมนตรี ปฏิบัติราชการจนกระทั่งเกษียณอายุและรับพระราชทานบำนาญในปี พ.ศ. 2475[14]

เจ้าพระยามุขมนตรี ป่วยเป็นฝีผักบัวและปอดบวม ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2476 สิริอายุได้ 58 ปี ได้รับพระราชทานโกศแปดเหลี่ยม ชั้นรอง 2 ชั้น ฉัตรเบญจา 4 คัน ผ้าไตร 3 ไตร เป็นเกียรติยศ[15]

ครอบครัว[แก้]

เจ้าพระยามุขมนตรี สมรสกับคุณหญิงล้วน ธิดาหลวงวารีราชายุกติ (เจ้าสัวโป๊) กับนางเสงี่ยมโปษยานนท์ มีบุตรหลายคน เช่น นายศรีศุกร์ เปาโรหิตย์ นายประโพธ เปาโรหิตย์ เป็นต้น[14]

ยศ[แก้]

  • มหาอำมาตย์ตรี
  • 11 กันยายน พ.ศ. 2458 มหาอำมาตย์โท[16]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

เชิงอรรถ
  1. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศกระทรวงมุรธาธร เรื่อง ประกาศพระราชทานนามสกุล ครั้งที่ 4, เล่ม 30, ตอน ง, 7 กันยายน 2456, หน้า 1167
  2. เรื่องตั้งเจ้าพระยาในกรุงรัตนโกสินทร์, หน้า 254
  3. "ประวัติบุคคลสำคัญด้านกฎหมาย : เจ้าพระยามุขมนตรี (อวบ เปาโรหิตย์)". พิพิธภัณฑ์ศาลไทย. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-03-11. สืบค้นเมื่อ 18 กรกฎาคม 2558. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  4. พระราชทานสัญญาบัตร (ลำดับที่ 11)
  5. พระราชทานสัญญาบัตร์ขุนนาง
  6. พระราชทานสัญญาบัตรขุนนาง
  7. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานสัญญาบัตรขุนนาง, เล่ม 21, ตอน 39, 25 ธันวาคม ร.ศ. 123, หน้า 147
  8. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์, เล่ม 28, ตอน 0 ง, 29 ตุลาคม ร.ศ. 130, หน้า 1647
  9. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์, เล่ม 30, ตอน ง, 20 เมษายน 2456, หน้า 147
  10. รายการ Lineกนก (สถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี) วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม 2561
  11. รายนามพระยาผู้ยืนชิงช้า ตั้งแต่สมัย ร.5-ร.7 มีใครบ้าง ? สยามบรรณาคม
  12. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งผู้แทนฝ่ายสยาม ณ คณะข้าหลวงใหญ่ฝรั่งเศส - สยามประจำแม่น้ำโขง, เล่ม 44, ตอน 0 ก, 14 สิงหาคม พ.ศ. 2470, หน้า 151-2
  13. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งกรม ตั้งพระองค์เจ้าและเจ้าพระยา, เล่ม 46, ตอน 0 ก, 10 พฤศจิกายน 2472, หน้า 195-7
  14. 14.0 14.1 เรื่องตั้งเจ้าพระยาในกรุงรัตนโกสินทร์, หน้า 256
  15. ราชกิจจานุเบกษา, ข่าวตาย, เล่ม 51, ตอน 0 ง, 1 เมษายน 2477, หน้า 75
  16. พระราชทานยศและเลื่อนยศ
  17. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๓๔ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๓๓๐๙, ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๔๖๐
  18. ราชกิจจานุเบกษา, รายพระนามแลนามผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๓๐ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๒๗๔, ๔ มกราคม ๒๔๕๖
  19. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๓๐ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๑๙๖๕, ๓๐ พฤศจิกายน ๒๔๕๖
  20. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา, เล่ม ๓๕ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๓๐๕๔, ๙ กุมภาพันธ์ ๒๔๖๑
  21. ราชกิจจานุเบกษา, ส่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไปพระราชทาน, เล่ม ๔๓ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๔๗๘, ๒ พฤษภาคม ๒๔๖๙
  22. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลปัจจุบัน ฝ่ายหน้า, เล่ม ๒๗ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๔๑๓, ๑๑ มกราคม ๑๒๙
  23. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญฝ่ายหน้า, เล่ม ๔๓ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๓๙๙๕, ๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๖๙
  24. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเข็มพระชนมายุสมมงคล, เล่ม ๒๖ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๖๓๙, ๖ มีนาคม ๒๔๕๒
  25. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๕๖ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๘๑๒, ๑๖ มิถุนายน ๒๔๗๒
บรรณานุกรม
  • สมมตอมรพันธุ์, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระ. เรื่องตั้งเจ้าพระยาในกรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2545. 404 หน้า. หน้า 154-156. ISBN 974-417-534-6