ประเทศเวียดนามเหนือ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เวียดนามเหนือ)
สาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม
Việt Nam Dân Chủ Cộng Hòa
สาธารณรัฐ

พ.ศ. 24882519
ธงชาติ ตราแผ่นดิน
เพลงชาติ
Tiến Quân Ca
แผนที่ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม(สีเขียวอ่อน) และสาธารณรัฐเวียดนาม(สีเขียวเข้ม)
เมืองหลวง ฮานอย
รัฐบาล สาธารณรัฐสังคมนิยม
ประวัติศาสตร์
 -  ปกครองตนเอง พ.ศ. 2488
 -  ได้รับเอกราช 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2496
 -  เปลี่ยนแปลงสู่ระบอบสาธารณรัฐ 2519
พื้นที่ 157,880 ตร.กม. (60,958 ตารางไมล์)
ประชากร
 -  ประมาณการ 15,916,955 
     ความหนาแน่น 100.8 คน/ตร.กม.  (261.1 คน/ตารางไมล์)
สกุลเงิน ด่อง

เวียดนามเหนือ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม (เวียดนาม: Việt Nam Dân Chủ Cộng Hòa) คือประเทศที่เกิดจากการรวมของแคว้นตังเกี๋ยและแคว้นอันนามของฝรั่งเศส ประกาศก่อตั้งเมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) โดยประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ตั้งอยู่บริเวณครึ่งบนของประเทศเวียดนามในปัจจุบัน

ประวัติ[แก้]

ประวัติศาสตร์เวียดนาม Dien Thai Hoa.jpg
ราชวงศ์ห่งบ่าง 2879–258 ปีก่อนคริสต์ศักราช
ราชวงศ์ถุก 257–207 ปีก่อนคริสต์ศักราช
ราชวงศ์เจี่ยว 207–111 ปีก่อนคริสต์ศักราช
การปกครองของจีนครั้งแรก 111 ปีก่อนคริสต์ศักราช – 40
พี่น้องจึง 40–43
การปกครองของจีนครั้งที่สอง 43–544
ราชวงศ์ลี้ยุคก่อน 544–602
การปกครองของจีนครั้งที่สาม 602–938
ราชวงศ์โง 939–967
ราชวงศ์ดิญ 968–980
ราชวงศ์เลยุคก่อน 980–1009
ราชวงศ์ลี้ 1009–1225
ราชวงศ์เจิ่น 1225–1400
ราชวงศ์โห่ 1400–1407
การปกครองของจีนครั้งที่สี่ 1407–1427
ราชวงศ์เล 1428–1788
ราชวงศ์หมัก 1527–1592
เจ้าตระกูลจิ่ญ 1545–1787
เจ้าตระกูลเหงียน 1558–1777
ราชวงศ์เต็ยเซิน 1778–1802
ราชวงศ์เหงียน 1802–1945
ลัทธิจักรวรรดินิยมตะวันตก 1883–1945
สาธารณรัฐประชาธิปไตย
 เวียดนาม
1945–1976
สาธารณรัฐเวียดนาม 1955–1975
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ตั้งแต่ 1976
หัวเรื่องสืบเนื่อง
ราชวงศ์จามปา 192–1471
ราชวงศ์ฟูนาน 1–627
รายชื่อเมืองหลวงของประวัติศาสตร์เวียดนาม
รายพระนามกษัตริย์และจักรพรรดิแห่งเวียดนาม
ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของเวียดนาม
วัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์ของเวียดนาม
    

หลังจากที่สงครามโลกครั้งที่สองได้ยุติลงในปี พ.ศ. 2488 เวียดนามได้ประกาศที่จะต่อสู้เพื่อให้เวียดนามหลุดพ้นจากสภาพการเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสอย่างเปิดเผย ด้วยความต้องการที่จะเป็นเอกราช จึงได้มีการสู้รบกันอย่างหนักเป็นเวลานานถึง 8 ปี จนกระทั่งกองกำลังเวียดมินห์ ของพรรคนิยมคอมมิวนิสต์เวียดนามสามารถโจมตีป้อมปราการสำคัญของฝรั่งเศสที่เดียนเบียนฟูแตกลงในวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2497 วิกฤตการณ์สงครามครั้งนั้นมีทางที่จะรุกรานจนกลายเป็นสงครามระหว่างประเทศ ฝรั่งเศสจึงยอมรับความปราชัยและสงบศึก ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการลงนามในอนุสัญญาเจนีวา พ.ศ. 2497 ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีผลให้เวียดนามถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เวียดนามเหนือ และเวียดนามใต้ โดยมีเส้นขนานที่ 17 องศาเหนือเป็นเส้นแบ่งเขตเวียดนามเหนือ ยึดถือการปกครองแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ภายใต้การนำของนายโฮจิมินห์

ต่อมา เมื่อมีความพยายามที่จะรวมเวียดนามทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน เวียดนามเหนือจึงได้ส่งกำลังกองโจรเวียดกงเข้าก่อกวนและแทรกซึมเข้าไปในเวียดนามใต้อย่างต่อเนื่อง โดยแฝงเข้ามาในลักษณะผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2498 เรื่อยมา จากนั้นได้มีการปฏิบัติรุกรานด้วยอาวุธ และกำลังทหารอย่างรุนแรง ตลอดจนโฆษณาชวนเชื่อชักจูงใจราษฎรเวียดนามใต้ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี ประกอบการดำเนินการนโยบายด้านการบริหารประเทศของรัฐบาลเเวียดนามใต้ประสบความล้มเหลว จึงไม่สามารถต่อต้านได้เพียงลำพังตนเอง และได้ร้องขอความช่วยเหลือจากมิตรประเทศฝ่ายโลกเสรี

เมื่อปี พ.ศ. 2508 เวียดนามใต้ตกอยู่ในจุดล่อแหลมที่สุดจนรัฐบาลสหรัฐอเมริกาต้องส่งกำลังทหารเข้าไปปฏิบัติการในเวียดนามใต้พร้อมด้วยกำลังทหารของพันธมิตรอีก 6 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สเปน ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ และประเทศไทย ซึ่งผลออกมาก็คือการพ่ายแพ้ของสหรัฐอเมริกา ทำให้เวียดนามเหนือและเวียดนามใต้รวมเข้าด้วยกันในนามของประเทศเวียดนามที่มีการปกครองระบอบสาธารณรัฐสังคมนิยมที่ปกครองด้วยพรรคคอมมิวนิสต์ดั่งเช่นการปกครองของเวียดนามเหนือมาจนถึงปัจจุบัน

เศรษฐกิจ[1][แก้]

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2502 สาธารณรัฐประชาชนจีนมีการทำสัญญากับเวียดนามเหนือ เพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจเป็นเงิน 168,775,000 ดอลล่าร์

การเพาะปลูก พลเมืองทำมาหากินในทางการเกษตร ทางดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดง มีการปลูกข้าวโพด น้ำตาลอ้อย ใบชา กาแฟ-ยาสูบ มันหวาน อุตสาหกรรมไม่มากนัก มีแร่ดีบุก หินปูน ทองคำ มีการวางทางรถไฟติดต่อกับสาธารณรัฐประชาชนจีน

นโยบายของรัฐบาลเวียดนามเหนือ[แก้]

ด้านภายในประเทศ[2]

1.รวบรวมประชาชนทั้งหมดให้ทำการแข่งขันในอันที่จะผลิต เพื่อนำสวัสดิภาพมาสู่ประชาชน ส่งเสริมสันติภาพให้บรรลุถึงซึ่งการรวมตัวของชาติ โดยให้ผ่านการเลือกตั้งทั่วไปโดยอิสระ

2.ส่งเสริมการเศรษฐกิจวัฒนธรรมให้กลับเข้ามาสู่รูปเดิม และพิพัฒนาการมากขึ้น เช่นการเพิ่มเครื่องมือในการกสิกร ปุ๋ย สัตว์ โดยขายให้แก่ชาวนาพอสมควร ออกกฏข้อบังคับให้กสิกรผู้ไม่มีที่ดินมีสิทธิซื้อได้ตามความต้องการ

3.สร้างสรรค์ภูมิภาคชนกลุ่มน้อยในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ

4.ขยายและรวบรวมเอกภาพของชาติ และรับการช่วยเหลือสนันสนุนจากประเทศต่างๆในโลก

5.ต่อสู้เพื่อสันติภาพ เอกภาพ อิสรภาพและประชาธิปไตย

ด้านต่างประเทศ[3]

1.ผูกสัมพันธไมตรีอย่างใกล้ชิดกับภราดรประเทศ

2.เชื่อมสัมพันธไมตรีกับประเทศเขมร ลาว และประเทศอื่นๆในเอเชีย ผูกสัมพันธไมรีกับฝรั่งเศส และประเทศอื่นๆที่รักสันติ และให้ประจักษ์แจ้งถึงหลักสำคัญ 15 ประการ ในการดำรงอยู่ร่วมกันโดยสันติ

พรรคการเมืองต่างๆในช่วง 2508[4][แก้]

1.พรรคดังลาวดอง เป็นพรรคใหญ่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุด คุมอำนาจบริหารแผ่นดินไว้ทั้งหมด โดยมีโฮจิมินห์ เป็นหัวหน้าพรรค

2.พรรคเลียนเวียต พรรคนี้เป็นพรรคแนวหน้าของรัฐบาลมีนายทองดุ๊ก ทัน เป็นหัวหน้าพรรค

3.พรรคโซเชียลลิสต์ พรรคนี้เป็นพรรคเล็ก มีสมาชิกไม่มากนักมี นายพันทู เจีย เป็นหัวหน้าพรรค

4.พรรคประชาธิปไตย พรรคนี้ไม่ค่อยมีอิทธิพล มีสมาชิกไม่มากมีนายดวงดุ๊ก เฮียน เป็นหัวหน้าพรรค

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]