พระเจ้าคนุตมหาราช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
พระเจ้าคนุตมหาราช
Knut der Große cropped.jpg

พระปรมาภิไธย พระเจ้าคนุตมหาราช
ครองราชย์ ค.ศ. 1016ค.ศ. 1035 (อังกฤษ)
ค.ศ. 1018ค.ศ. 1035 (เดนมาร์ก)
ค.ศ. 1028ค.ศ. 1035 (นอร์เวย์)
รัชกาลก่อน พระเจ้าเอ็ดมันด์ที่ 2 แห่งอังกฤษ (อังกฤษ)
พระเจ้าฮาโรลด์ที่ 2 แห่งเดนมาร์ก (เดนมาร์ก)
พระเจ้าโอลาฟที่ 2 แห่งนอร์เวย์ (นอร์เวย์)
รัชกาลถัดไป พระเจ้าฮาโรลด์ แฮร์ฟุต (อังกฤษ)
พระเจ้าฮาร์ธาคนุต (เดนมาร์ก)
พระเจ้าแม็กนัสที่ 1 แห่งนอร์เวย์ (นอร์เวย์)
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ ราว ค.ศ. 985-ค.ศ. 995
สวรรคต 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 1035
พระราชบิดา พระเจ้าสเวนที่ 1 แห่งเดนมาร์ก
พระราชมารดา ซิกริดผู้ทรนง
พระอัครมเหสี เอลฟ์จิฟูแห่งนอร์แธมตัน
เอ็มมาแห่งนอร์มังดี สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ
พระราชบุตร พระเจ้าสเวนแห่งนอร์เวย์

พระเจ้าฮาโรลด์ แฮร์ฟุต
พระเจ้าฮาร์ธาคนุต
กุนฮิลดาแห่งเดนมาร์ก

พระเจ้าคนุตมหาราช[1] (อังกฤษ: Canute the Great หรือ Cnut the Great; นอร์สโบราณ: Knútr inn ríki; นอร์เวย์: Knut den mektige; สวีเดน: Knut den Store; เดนมาร์ก: Knud den Store) หรือ คานุต กษัตริย์แห่งอังกฤษตั้งแต่ปีค.ศ.1016 เดนมาร์ตั้งแต่ปีค.ศ.1018 และสวีเดนตั้งแต่ปีค.ศ.1028 พระองค์เริ่มต้นชีวิตวัยหนุ่มด้วยการเป็นนักรบไวกิ้งและกลายเป็นผู้ปกครองของจักรวรรดิที่ในยุคที่รุ่งเรืองที่สุดประกอบด้วยอังกฤษ เดนมาร์ก นอร์เวย์ และส่วนหนึ่งของสวีเดน

คานุตรุกรานอังกฤษในปีค.ศ.1013 ร่วมกับพระราชบิดา สเวน กษัตริย์แห่งเดนมาร์ก หลังการสวรรคตของสเวนในปีค.ศ.1014 พระองค์ได้รับการยกย่องเป็นกษัตริย์โดยกองกำลังไวกิ้ง คานุตปราบเอ็ดมุนด์ที่ 2 จอมพลังที่อาสซานดุน เอสเซ็กซ์ ในปีค.ศ.1016 พระองค์กับเอ็ดมุนด์จอมพลังแยกอังกฤษออกจากกัน คานุตได้ปกครองเมอร์เซียและนอร์ธัมเบรียจนกระทั่งพระองค์ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ของอังกฤษทั้งหมดหลังการสวรรคตของเอ็ดมุนด์ พระองค์สืบสันตติวงศ์เป็นกษัตริย์แห่งเดนมาร์กต่อจากพระเชษฐา ฮารัลด์ ในปีค.ศ.1018 ทรงบังคับให้พระเจ้าแมลคอล์มถวายความจงรักภักดีด้วยการรุกรานสก็อตแลนด์ในช่วงราวปีค.ศ.1027 และพิชิตนอร์เวย์ในปีค.ศ.1028 พระองค์ได้รับการสืบสันตติวงศ์โดยพระโอรสนอกกฎหมาย แฮโรลด์ที่ 1

ภายใต้การปกครองของคานุต การค้าของอังกฤษเจริญรุ่งเรืองขึ้น และพระองค์ได้รับความนิยมจากไพร่ฟ้าชาวอังกฤษจากการส่งทหารกลับเดนมาร์ก ทว่าจักรวรรดิทะเลเหนือที่ประกอบด้วยเดนมาร์ก อังกฤษ และนอร์เวย์ล่มสลายหลังการสวรรคตของพระองค์ ทรงถูกฝังที่วินเชสเตอร์

ชีวิตช่วงต้น[แก้]

คานุตหรือคนุตมหาราช เสด็จพระราชสมภพในปีค.ศ.985-995 เป็นพระโอรสของพระเจ้าสเวนเคราส้อมแห่งเดนมาร์ก พระอัยกาของพระองค์คือฮารัลด์ฟันฟ้าและพระปัยกาคือพระเจ้ากอร์ม ตัวตนของพระราชมารดาของพระองค์ยังไม่แน่ชัด แม้จะเป็นไปได้ว่าพระนางเป็นเจ้าหญิงชาวสลาฟ พระธิดาของเมียซโก้ที่ 1 แห่งโปแลนด์

อังกฤษในปีค.ศ.1000 พระเจ้าเอเธลเร็ดผู้ไม่พร้อมของชาวแซ็กซันปล้นสะดมเกาะแมนและบางส่วนของเดนลอว์ พยายามทำลายถิ่นที่อยู่ของชาวสแกนดิเนเวีย เนื่องด้วยทรงกลัวว่าไวกิ้งจะกลับมามีอำนาจในอังกฤษอีกครั้ง ในปีค.ศ.1002 พระองค์อภิเษกสมรสกับเอ็มม่า น้องสาวของดยุกริชาร์ดแห่งนอร์ม็องดี การอภิเษกสมรสครั้งนี้อาจเป็นการอภิเษกสมรสทางการเมือง แต่ความกลัวชาวสแกนดิเนเวียทำให้เอเธลเร็ดทำผิดพลาดครั้งใหญ่ ในปีที่พระองค์อภิเษกสมรสกับเอ็มม่า สายสัมพันธ์กับราชวงศ์ที่ปกครองนอร์มันอาจทำให้พระองค์รู้สึกมั่นคง ทรงมีพระราชบัญชาให้ฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวเดนท์ทุกคนในอังกฤษ พระขนิษฐาและพระเทวันของสเวนเคราส้อม แพลลิก อยู่ในกลุ่มคนที่ถูกสังหาร สเวนจึงเสด็จมาอังกฤษเพื่อแก้แค้นให้กับการสิ้นพระชนม์ของทั้งสองพระองค์ สเวนรุกรานอังกฤษตอนใต้และตะวันออกตลอดปีค.ศ.1003 และ 1004 แต่ทรงนำกองกำลังของพระองค์กลับไปเดนมาร์กในปีค.ศ.1005 เมื่อขาดการสนับสนุนเนื่องจากภาวะข้าวยากหมากแพงครั้งใหญ่ในอังกฤษ

หลายปีต่อมาสเวนกลับมารุกรานอีกครั้งและได้เงินก้อนใหญ่เป็นเดเนเกลด์ (สินบนที่จ่ายเพื่อให้ไวกิ้งเลิกรุกราน) ในปีค.ศ. 1013 พระองค์กลับมาพร้อมกับพระโอรส คานุต ด้วยจุดประสงค์ที่ต่างไปจากเดิม ครั้งนี้พระองค์ตั้งพระทัยจะพิชิตอังกฤษ เมื่อกองทัพของพระองค์ขึ้นฝั่งในอังกฤษตอนใต้ พระองค์ได้ตั้งเดนลอว์ขึ้นมา และพิชิตส่วนที่เหลือของประเทศ พงศาวดารแองโกลแซ็กซันบันทึกไว้ว่า "ทั่วทั้งประเทศเคารพประองค์เป็นกษัตริย์อย่างสมบูรณ์" เอเธลเร็ดหนีไปนอร์ม็องดี

สเวนสวรรคตในปีต่อมาและเอเธลเร็ดทอดพระเนตรเห็นโอกาสที่จะกอบกู้อาณาจักรกลับมาอีกครั้ง พระองค์เสด็จกลับมาจากนอร์ม็องดีและจัดการเนรเทศกองทัพของสเวนที่ขณะนั้นอยู่ภายใต้การนำของคานุต

กษัตริย์แห่งอังกฤษ[แก้]

เมื่อเอเธลเร็ดผู้ไร้ประสิทธิภาพสวรรคตในปีค.ศ.1016 ชาวลอนดอนเลือกพระโอรสของพระองค์ เอ็ดมุนด์จอมพลัง เป็นกษัตริย์ แต่สภาวิทันเลือกคานุต หลังการสู้รบอย่างต่อเนื่องกับเอ็ดมุนด์ คานุตได้รับชัยชนะที่สมรภูมิแห่งแอชิงดอน (แอชิงดาวน์) คานุตและเอ็ดมุนด์ร่างสนธิสัญญาแห่งออลนี่ย์ แบ่งเดนลอว์และอังกฤษตอนกลางให้คนุต ขณะที่เอ็ดมุนด์ได้ปกครองอังกฤษตอนใต้ต่อไป ซึ่งเป็นเหมือนการซ้ำรอยสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพระเจ้าอัลเฟรดมหาราชแห่งเวสเซ็กซ์กับชาวไวกิ้งในศตวรรษที่ 9 เอ็ดมุนด์สวรรคตหนึ่งเดือนต่อมาในวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ.1016 คานุตจึงขึ้นเป็นกษัตริย์ของอังกฤษทั้งหมด พิธีราชาภิเษกของพระองค์จัดขึ้นที่ลอนดอนในช่วงคริสมาสต์

ในช่วงรัชสมัยของพระองค์ คานุตเป็นผู้นำที่รุนแรง ใช้การประหารชีวิตและขับไล่ออกจากประเทศในการรักษาตำแหน่งกษัตริย์แห่งจักรวรรดิทะเลเหนือที่ไม่มั่นคงของพระองค์ ทรงวางแผนปลงพระชนม์พระอนุชาของเอ็ดมุนด์จอมพลัง พระราชบุตรของเอ็ดมุนด์ถูกขับไล่ออกจากอังกฤษไปอยู่ฮังการีเพื่อความปลอดภัย สองสามปีต่อมาเมื่อตำแหน่งของพระองค์มั่นคงขึ้น พระองค์ก็เลือกใช้นโยบายที่รุนแรงน้อยลง และยอมให้ชาวแซ็กซันเข้ามามีตำแหน่งในอำนาจมากขึ้น

เพื่อแสดงท่าทีประนีประนอม คานุตตัดขาดกับพระมเหสี เอลฟ์จิฟู และอภิเษกสมรสกับพระมเหสีม่ายของเอเธลเร็ด เอ็มม่าแห่งนอร์ม็องดี พระองค์ขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งเดนมาร์กในปีค.ศ.1019 และแห่งนอร์เวย์ในปีค.ศ.1028 ทำให้พระองค์เป็นผู้ปกครองของจักรวรรดิขนาดใหญ่รอบทะเลเหนือ คานุตเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์และปวารณาตนเป็นผู้ทักษ์ศาสนจักร ทรงเลื่อนตำแหน่งให้ผู้นำของคาสนจักรอังกฤษและได้รับการยอมรัยจากโป๊ปว่าเป็นไวกิ้งคนแรกที่เป็นกษัตริย์ชาวคริสต์ การเสด็จพระราชดำเนินไปจาริกแสวงบุญที่โรมในปีค.ศ.1027 แสดงให้เห็นถึงความเคารพและการอ่อนน้อม และเมื่อเสด็จกลับอังกฤษ พระองค์สัญญากับไพร่ฟ้าชาวแซ็กซันว่าจะทรงปกครองด้วยความเมตตาและยุติธรรม คานุตเป็นที่จดจำในฐานะกษัตริย์ที่ฉลาดเฉลียว ประสบความสำเร็จ และเก่งกาจ แม้ว่าอาจจะมาจากการปรนเปรอศาสนจักรที่เป็นผู้บันทึกประวัติศาสตร์ในช่วงเวลานั้น พระองค์ถูกพรรณนาว่าเป็นชายที่เคร่งศาสนาและอุทิศตน แม้จะมีความสัมพันธ์ที่เป็นบาปกับพระสนม เอลฟ์จิฟู ที่เป็นพระมเหสีพระองค์แรกและประสูติพระโอรสนอกกฎหมายสองพระองค์ แฮโรลด์และสเวน ทั้งยังทรงปฏิบัติต่อศัตรูชาวคริสต์อย่างรุนแรง

ในด้านการบริหารปกครอง คานุตแบ่งอังกฤษออกเป็นสี่เขตการปกครอง เวสเซ็กซ์ยังคงเป็นเมืองหลักและได้รับการปกครองโดยตรงจากพระองค์, อีสต์แองเกลียอยู่ภายใต้ผู้แทนพระองค์ เอิร์ลเธอร์คิลล์, เอ็ดริค สเตรโอน่า คนกลับกลอกและทรยศได้รับรางวัลจากถวายตัวรับใช้ด้วยการได้รับการแต่งตั้งเป็นเอิร์ลแห่งเมอร์เซีย, พระญาติของพระองค์ อีริค ขึ้นเป็นอุปราชแห่งนอร์ธัมเบรีย

เอ็ดริค สเตรโอน่าไม่พอใจกับตำแหน่งใหม่ที่สูงส่งของตน เขามองว่าคานุตให้รางวัลที่ไม่ดีพอ เขาทะเลาะเบาะแว้งกับกษัตริย์ ด้วยความเดือดดาล สเตรโอน่าอ้างว่าทุกอย่างเป็นเพราะเขาทอดทิ้งเอ็ดมุนด์จอมพลังได้อย่างถูกเวลา คานุตจึงได้ครองบัลลังก์ คานุตที่ระวังพระองค์ตอบกลับมาว่าคนที่เคยหักหลังเจ้านายของตนย่อมทำแบบเดิมอีก ขณะที่สเตรโอน่าขัดแย้งกับกษัตริย์อยู่ อิริคแห่งนอร์ธัมเบรียก็ก้าวออกมาและจามเขาด้วยขวาน ร่างของเขาถูกโยนลงแม่น้ำเธมส์ ส่วนศีรษะถูกเสียบบนสะพานลอนดอน

คานุตยืนกรานว่าอาณาจักรของพระองค์ควรถูกปกครองต่อไปด้วยกฎหมายที่วางโดยเอ็ดการ์ผู้รักสงบ ทำให้พระองค์ได้รับความนิยมอย่างมาก และทรงตรากฎหมายเพิ่มว่าห้ามกระทำพิธีกรรมนอกรีต

กษัตริย์แห่งจักรวรรดิทะเลเหนือ[แก้]

พระเชษฐาของคานุต ฮารัลด์ กษัตริย์แห่งเดนมาร์ก สวรรคตในปีค.ศ.1018 และคานุตได้สืบสันตติวงศ์เป็นกษัตริย์แห่งเดนมาร์ก สองปีต่อมาคานุตเริ่มอ้างสิทธิ์ในนอร์เวย์ พระองค์ยึดครองและส่งพระโอรส สเวน และพระสนม เอลฟ์จิฟู ไปบริหารปกครอง หลังการรุกรานสก็อตแลนด์ แมลคอล์มที่ 2 กษัตริย์แห่งสก็อตแลนด์ยอมรับคานุตเป็นเจ้าเหนือหัว และในยุค 1020 คานุตอ้างพระองค์ว่าเป็น "กษัตริย์แห่งอังกฤษทั้งหมด และแห่งเดนมาร์ก และแห่งนอร์เวย์ และบางส่วนของสวีเดน" คานุตกังวลพระทัยกับการเป็นเอกภาพทางการเมืองในอังกฤษจึงทรงรื้อถอนบะระที่สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องอังกฤษตอนใต้จากไวกิ้งในเดนลอว์ เข้าใจกันว่ากำแพงป้องกันและคูน้ำที่คริกแลด ลิดฟอร์ด แคดบรีใต้ และวอร์แฮมถูกทำลายด้วยเหตุผลเดียวกัน

การสวรรคตและการล่มสลายของจักรวรรดิ[แก้]

พระเจ้าคานุตสวรรคตในวันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ.1035 ที่ชาฟท์สบรีในดอร์เซ็ต พระชนมพรรษาราว 40 พรรษา และถูกฝังที่มหาวิหารวินเชสเตอร์ ในวินเชสเตอร์ อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรเวสเซ็กซ์ของชาวแซ็กซันและเป็นเมืองที่พระองค์เคยอาศัยอยู่

โชคร้ายที่โอรสของคานุตไม่สามารถทำได้เช่นพระบิดา หลังการสวรรคตของพระองค์ อาณาจักรแองโกลสแกนดิเนเวียก็เริ่มสลาย โอรสของเอลฟ์จิฟู แฮโรลด์ ขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษแต่สวรรคตในปีค.ศ.1040 ต่อมาฮาร์ธาคนุตปกครองได้เพียงสองปีก่อนสวรรคตเช่นกัน

ไม่มีพระราชบุตรของคานุตพระองค์ใดที่มีทายาท โอรสของเอ็มม่ากับเอเธลเร็ด เอ็ดเวิร์ดผู้สารภาพ จึงเสด็จกลับจากนอร์ม็องดีเพื่อสืบทอดบัลลังแห่งอังกฤษในปีค.ศ.1042

การอภิเษกสมรสและพระราชบุตร[แก้]

  1. เอลฟ์จิฟูแห่งนอร์แธมตัน
  2. เอ็มม่าแห่งนอร์ม็องดี
    • ฮาร์ธาคนุต กษัตริยแห่งเดนมาร์กและอังกฤษ
    • กุลฮิลด้าแห่งเดนมาร์ก อภิเษกสมรสกับอองรีที่ 3 จักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูล[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ พระเจ้าคานุต

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า พระเจ้าคนุตมหาราช ถัดไป
พระเจ้าเอ็ดมันด์ที่ 2 2leftarrow.png England COA.svg
พระมหากษัตริย์แห่งอังกฤษ
(ราชวงศ์เดนมาร์ก)

(ค.ศ. 1016ค.ศ. 1035)
2rightarrow.png พระเจ้าฮาโรลด์ แฮร์ฟุต
พระเจ้าฮาราลด์ที่ 2 2leftarrow.png Arms of Denmark.svg
พระมหากษัตริย์แห่งเดนมาร์ก
(ยุคไวกิง)

(ค.ศ. 1018ค.ศ. 1035)
2rightarrow.png พระเจ้าฮาร์ธาคานูท
พระเจ้าโอลาฟที่ 2 2leftarrow.png พระมหากษัตริย์แห่งนอร์เวย์
(ราชวงศ์แฟร์แฮร์)

(ค.ศ. 1028ค.ศ. 1035)
2rightarrow.png พระเจ้าแม็กนัสที่ 1
  1. ราชบัณฑิตยสถาน, สารานุกรมประเทศในทวีปยุโรป ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน, 2550, หน้า 149