พระเจ้าโอลาฟที่ 1 แห่งเดนมาร์ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระเจ้าโอลาฟที่ 1
พระมหากษัตริย์แห่งเดนมาร์ก
Coin of king Olaf I of Denmark Olof hunger.jpg
เหรียญที่สลักพระพักตร์ของกษัตริย์โอลาฟที่ 1
พระมหากษัตริย์แห่งเดนมาร์ก
ครองราชย์1086 – 1095[1]
ก่อนหน้าคนุตที่ 4
ถัดไปอีริคที่ 1
คู่อภิเษกอิงเงอเกิร์ดแห่งนอร์เวย์
พระนามเต็ม
โอลาฟ สเวนเซน แอสตริดเซน
ราชวงศ์แอสตริดเซน
พระราชบิดาพระเจ้าสเวนที่ 2 แห่งเดนมาร์ก
พระราชมารดาไม่ปรากฎนาม
ประสูติราว ค.ศ. 1050
สวรรคต18 สิงหาคม ค.ศ. 1095 (45 ปี)
ศาสนาโรมันคาทอลิก

พระเจ้าโอลาฟที่ 1 แห่งเดนมาร์ก (เดนมาร์ก: Oluf หรือ โอลัฟ; ราว ค.ศ. 1050 – 18 สิงหาคม ค.ศ. 1095) ทรงมีพระสมัญญานามว่า โอลาฟ ผู้หิวกระหาย ทรงเป็นพระมหากษัตริย์แห่งเดนมาร์กในช่วงปี ค.ศ. 1086 ถึง ค.ศ. 1095 หลังจากการสวรรคตของพระเชษฐาคือ พระเจ้าคนุตที่ 4 แห่งเดนมาร์ก พระองค์เป็นพระราชโอรสนอกสมรสของพระเจ้าสเวนที่ 2 แห่งเดนมาร์ก และเป็นพระราชโอรสองค์ที่สามของกษัตริย์สเวนที่ได้ครองราชย์ พระองค์อภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงอิงเงอเกิร์ดแห่งนอร์เวย์ พระราชธิดาในพระเจ้าฮารัลด์ ฮาร์ดราดาแห่งนอร์เวย์ แต่พระองค์ไม่ทรงมีพระราชโอรส ราชบัลลังก์จึงได้แก่พระเจ้าอีริคที่ 1 แห่งเดนมาร์ก พระราชอนุชา

พระราชประวัติ[แก้]

เจ้าชายโอลาฟประสูติราวปี ค.ศ. 1050 เป็นพระราชโอรสในพระเจ้าสเวนที่ 2 แห่งเดนมาร์กกับพระสนมไม่ปรากฎนาม[2] ในช่วงรัชกาลของพระเจ้าคนุตที่ 4 แห่งเดนมาร์ก พระเชษฐา เจ้าชายโอลาฟทรงได้เป็นดยุกแห่งชเลสวิช[3] ในปี ค.ศ. 1085 เจ้าชายโอลาฟทรงจัดตั้งเลดัง เพื่อโจมตีอังกฤษ กษัตริย์คนุตทรงถ่วงเวลาและพระองค์ไม่สามารถร่วมเป็นผู้นำการเรดังได้ ในขณะที่กองเรือไวกิงเริ่มเบื่อหน่ายท่าทีรีรอของพระองค์ เจ้าชายโอลาฟจึงทรงรับหน้าที่นี้แทนเพื่อคลายความกังวลของเหล่าทหาร กษัตริย์คนุตทรงกลับเกรงกลัวว่าเจ้าชายโอลาฟจะไปเข้าพวกกับขุนนาง และเจ้าชายโอลาฟเองทรงขุ่นข้องพระทัยในความทะเยอทะยานทางราชวงศ์ของกษัตริย์คนุต และเจ้าชายทรงมองพระโอรสของกษัตริย์คนุตคือ เจ้าชายคาร์ล ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานอา เป็นคู่แข่งทางอำนาจคนสำคัญ[4] กษัตริย์คนุตทรงตำหนิเจ้าชายโอลาฟ ว่าทรงก่อปัญหา พระองค์จึงให้เจ้าชายอีริค พระอนุชาอีกพระองค์หนึ่งซึ่งต่อมาคือ กษัตริย์อีริคที่ 1[3] ดำเนินการล่ามโซ่ตรวนเจ้าชายโอลาฟ และทรงเนรเทศเจ้าชายโอลาฟไปยังแฟลนเดอส์ภายใต้การควบคุมของโรแบร์ที่ 1 เคานท์แห่งแฟลนเดอส์[2]

พระมหากษัตริย์แห่งเดนมาร์ก[แก้]

กษัตริย์คนุตทรงถูกปลงพระชนม์ที่โบสถ์นักบุญอัลบันในโอเดนเซ เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1086 ตามมาด้วยการกบฏในจัตแลนด์เหนือ โอลาฟทรงได้รับการประกาศเป็นพระมหากษัตริย์โดยการประชุมสภาขุนนางที่วีบอร์ก ทั้ง ๆ ที่ พระองค์ทรงถูกกักบริเวณอยู่ในแฟลนเดอส์ มีการแลกเปลี่ยนตัวประกันระหว่างกษัตริย์โอลาฟที่ 1 กับพระอนุชาอีกพระองค์หนึ่งคือ เจ้าชายนีลส์ เพื่อให้กษัตริย์โอลาฟได้เสด็จนิวัติเดนมาร์ก เมื่อกษัตริย์โอลาฟกลับมา เจ้าชายอีริคจึงเสด็จหนีไปยังสคาเนีย[3] กษัตริย์โอลาฟเป็นพระราชโอรสองค์ที่สามของกษัตริย์สเวนที่ได้ครองราชย์[2]

รัชกาลของกษัตริย์โอลาฟที่ 1 ประสบปัญหาพืชผลล้มเหลวและภาวะอดอยากหลายปีติดต่อกัน จากบันทึกประวัติศาสตร์ของอาริลด์ ฮูทเฟลด์ใน "Danmarks Riges Krønike" บรรยายว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฤดูใบไม้ผลิแห้งแล้งมากราวกับถูกไฟไหม้ และในฤดูใบไม้ร่วง ท้องฟ้าก็เปิดและฝนตกลงมาบ่อยจนผู้คนล่องลอยไปพร้อมขอนไม้ เพื่อตัดยอดเมล็ดธัญพืชที่ชูโผล่พ้นน้ำขึ้นมา ความหิวโหยของผู้คนเพิ่มขึ้นอย่างมากจนพวกเขาต้องขุดดินเพื่อหารากไม้กิน คนที่มั่งมีเริ่มผ่ายผอมลง คนยากคนจนล้มตายเพราะอดอยาก ความป่วยไข้และความอดอยากมาเยี่ยมเยียนผู้คนทั้งบ้านใหญ่และบ้านน้อย ในความพยายามให้กษัตริย์คนุตที่ 4 ได้รับการประกาศเป็นนักบุญ กษัตริย์โอลาฟทรงได้พระสมัญญานามว่า "ผู้หิวกระหาย" จากความกระหายที่อวดอ้างภาพลักษณ์ของกษัตริย์คนุตที่ 4 ในภาพของความงดงามทางศาสนา[4] ในช่วงนั้นมีการเชื่อกันว่าภาวะทุพภิกขภัยถูกส่งมาโดยพระเจ้าในฐานะเป็นการลงโทษของพระเจ้าสำหรับการมรณสักขีการล่วงเกินทำลายสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างกษัตริย์คนุตที่ 4[2] แซ็กโซ แกรมมาติคัส นักพงศาวดาร ได้อธิบายถึง ความหิวโหยว่าเป็นปรากฏการณ์ของชาวเดนมาร์กอย่างแท้จริง แม้ว่าจะมีการอธิบายในเวลาภายหลังว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทั่วยุโรปในช่วงปีนั้น[2][3]

กษัตริย์โอลาฟที่ 1 ทรงตัดขาดเดนมาร์กจากการปฏิรูปเกรกอเรียน โดยพระองค์สนับสนุนผู้อ้างตนเป็นพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 3 แทน[3] ในช่วงรัชกาลของกษัตริย์โอลาฟ กฎหมายบางส่วนของกษัตริย์คนุตถูกยกเลิก และอำนาจของฝ่ายบาทหลวงและราชวงศ์ลดลง ส่วนอำนาจขุนนางเพิ่มมากขึ้น เมื่อสแกล์ม วีดพยายามขอความช่วยเหลือจากกษัตริย์โอลาฟให้ทรงช่วยล้างแค้นการตายของพี่ชายของเขาในการทำสงครามกับชาวเวนด์ แต่กษัตริย์โอลาฟกลับไม่สามารถรวบรวมกำลังพลเพื่อช่วยเขาได้[3] ขุนนางเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องในงานของศาสนจักรมากขึ้น และขุนนางชาวจัตแลนด์อย่าง อัสเชอร์ ทอร์คิลสัน ได้เป็นอาร์กบิชอปแห่งลุนด์ จากการแต่งตั้งจากกษัตริย์โอลาฟในปี ค.ศ. 1089[2]

สวรรคต[แก้]

กษัตริย์โอลาฟเสด็จสวรรคตในวันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 1095 อย่างเป็นปริศนา บางคนคาดว่าพระองค์อาจจะทรงก่ออัตวินิบาตกรรม หรืออาจจะทรงสังเวยตัวพระองค์เองเพื่อพสกนิกรผู้โชคร้ายของพระองค์ แซ็กโซ แกรมมาติคัสเขียนว่า พระองค์ "เต็มพระทัยที่จะสูญเสียดินแดนแห่งความโชคร้าย และทรงขอประทานอภัย (ในความผิด) ที่วนเวียนอยู่ในพระเศียรของพระองค์ พระองค์จึงสังเวยพระชนม์ชีพตนเองเพื่อุทิศแก่เพื่อนร่วมชาติของพระองค์"[5] มีการสันนิษฐานว่า พระบรมศพของพระองค์ถูกตัดแบ่งไปตามภูมิภาคต่าง ๆ ของเดนมาร์ก ในฐานะที่ทรงเป็นแพะรับบาป ซึ่งทรงตั้งพระทัยที่จะชำระล้างบาปเลือดของเดนมาร์กและพยายามฟื้นฟูประเทศให้กลับสู่สภาพเดิม[6] พระอนุชาของพระองค์ได้ครองราชย์ต่อเป็น พระเจ้าอีริคที่ 1 แห่งเดนมาร์ก

อ้างอิง[แก้]

  1. Monarkiet i Danmark – Kongerækken Archived 18 พฤศจิกายน 2009 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน ในราชาธิปไตยเดนมาร์ก
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 2.5 Stefan Pajung, Oluf Hunger 1050–1095 Archived 19 กรกฎาคม 2011 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, มหาวิทยาลัยออร์ฮุส, 22 มกราคม 2010
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 3.5 Bricka, Carl Frederik, Dansk Biografisk Lexikon, vol. XII [Münch – Peirup], 1898, pp.423–425.
  4. 4.0 4.1 Oluf 1. Hunger at Gyldendals Åbne Encyklopædi
  5. Saxo Grammaticus about Olaf Hunger in Danish
  6. Oluf I. Hunger King of Denmark Archived 21 กรกฎาคม 2011 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน at Skeel.info

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Olaf I of Denmark

ก่อนหน้า พระเจ้าโอลาฟที่ 1 แห่งเดนมาร์ก ถัดไป
พระเจ้าคนุตที่ 4 2leftarrow.png Coat of arms of Danish shield (14c).svg
พระมหากษัตริย์แห่งเดนมาร์ก
(ค.ศ. 1086 - ค.ศ. 1095)
2rightarrow.png พระเจ้าอีริคที่ 1
พระอิสริยยศใหม่ 2leftarrow.png Coat of arms of Danish shield (14c).svg
เอิร์ลแห่งจัตแลนด์ใต้
(ค.ศ. 1080 - ค.ศ. 1095)
2rightarrow.png ว่าง
ตำแหน่งถัดไป
เจ้าชายคนุต ลาวาร์ด