พระเจ้าอโศกมหาราช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับภาพยนตร์ ดูที่ อโศกมหาราช
พระเจ้าอโศกมหาราช
จักรพรรดิ[1][2]
Indian relief from Amaravati, Guntur. Preserved in Guimet Museum.jpg
จักรพรรดิแห่งโมริยะ องค์ที่ 3
ครองราชย์ พ.ศ. 270–311 [3]
ราชาภิเษก พ.ศ. 275 [3]
ก่อนหน้า พระเจ้าพินทุสาร
ถัดไป พระเจ้าทศรถ
อัครมเหสี พระนางอสันธิมิตรา
พระสนม 4 นาง
พระราชบุตร 11 พระองค์
ราชวงศ์ โมริยะ
พระราชบิดา พระเจ้าพินทุสาร
พระราชมารดา พระนางสุภัทรางคี
ประสูติ พ.ศ. 239 ณ ปัฏนา
สวรรคต พ.ศ. 311 (ชันษา 72) ณ ปัฏนา

พระเจ้าอโศกมหาราช (สันสกฤต: अशोकः; พ.ศ. 240 - พ.ศ. 312 ครองราชย์ พ.ศ. 270 - พ.ศ. 311) เป็นจักรพรรดิผู้ครองแคว้นมคธสมัยราชวงศ์โมริยะ ซึ่งมีราชธานีชื่อว่าปาฏลีบุตร (ปัจจุบันเรียกว่าปัฏนา) พระองค์เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าพินทุสารกับพระนางสุภัทรางคี มีพระราชโอรสธิดา 11 พระองค์

พระเจ้าอโศกมหาราชเดิมมีพระอัธยาศัยโหดร้าย ชอบการทำสงครามกับแว่นแคว้นต่างๆ จนได้รับสมญานามว่า จัณฑาโศกราช (พระเจ้าอโศกผู้โหดเหี้ยม) แต่หลังจากที่พระองค์หันมานับถือศาสนาพุทธ พระองค์ก็ทรงกลายเป็นองค์เอกอัครพุทธศาสนูปถัมภก์ ผู้อุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองและแผ่ขยายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ศาสนาพุทธ และจากพระราชกรณียกิจมากมายนานัปการที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญด้วยทศพิธราชธรรมอย่างแท้จริง ทำให้ภายหลังทรงได้รับการขนานพระราชสมัญญานามว่า ธรรมาโศกราช (พระเจ้าอโศกผู้ทรงธรรม)

กับพระพุทธศาสนา[แก้]

จักรวรรดิโมริยะช่วงรุ่งเรืองที่สุดประมาณ พ.ศ. 278

ก่อนที่จะเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ มีความดุร้ายและโหดเหี้ยมเป็นอย่างยิ่ง ได้สั่งฆ่าขุนนางที่กระด้างกระเดื่อง จำนวน 500 ใคร ไม่เชื่อฟัง หรือ ขัดคำสั่งของพระองค์ให้ฆ่าเสีย ในคราวหนึ่ง นางสนมกำนัลไปหักกิ่งรานกิ่ง ดอกและต้นอโศกเล่น พระองค์ทรงกริ้วมาก จึงจับนางสนมกำนัลเหล่านั้นเผาทั้งเป็น ด้วยเหตุนี้จึงได้รับฉายาว่า จัณฑาโศก แปลว่า อโศกผู้ดุร้าย ต่อมาเมื่อไปรบที่แคว้นกลิงคะ (ปัจจุบันอยู่รัฐโอริศา) มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก จึงเกิดความสลดสังเวชในบาปกรรม และตั้งใจแสวงหาสัจธรรมและพบนิโครธสามเณรที่มีกิริยามารยาทสงบเรียบร้อย จึงทรงนิมนต์พระนิโครธโปรดแสดงธรรม พระนิโครธก็แสดงธรรม จึงมีความเลื่อมใสในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า ต่อมาได้ฟังพระธรรมจากพระสมุทรเถระ ทรงส่งกระแสจิตตามพระธรรมเทศนาจนเข้าถึงพระรัตนตรัย พระองค์ทรงทำนุบำรุงพุทธศาสนา เช่น ทรงสร้างวัด วิหาร พระสถูป พระเจดีย์ ศิลาจารึก มหาวิทยาลัยนาลันทา ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์แรกที่ผนวชขณะที่ยังทรงครองราชย์อยู่ และเลิกการแผ่อำนาจในการปกครอง มาใช้หลักธรรม (ธรรมราชา) ปกครอง นอกจากนี้ พระเจ้าอโศกมหาราชยังทรงส่งสมณทูตไปเผยแพร่ศาสนา โดยแบ่งเป็น 9 สาย สายที่ 8 มาเผยแพร่ที่ สุวรรณภูมิ โดยพระโสณะและพระอุตระเป็นสมณทูต และพระองค์เป็นผู้จัดการสังคายนาครั้งที่สามในศาสนาพุทธ ณ วัดอโศการาม เมืองปาฏลีบุตร

ต่อมาก็โปรดเกล้าให้สร้างบ่อน้ำ ที่พักคนเดินทาง โรงพยาบาล และปลูกต้นไม้ เพื่อจัดสาธารณูปโภคและสาธารณะตามหลักพุทธธรรม ต่อจากนั้นก็เสด็จไปพบสังเวชนียสถาน 4 แห่งเป็นคนแรก และทรงสถาปนาให้เป็นเป็นสถานที่สักการบูชาของพุทธศาสนิกชนในเวลาต่อมา นับว่าพระองค์เป็นอัครศาสนูปถัมภ์พระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง และต่อมาพระองค์ทรงได้สมญานามว่า ธรรมาโศก แปลว่า อโศกผู้ทรงธรรม

ทรงครองราชย์ได้ 41 ปี

หัวเสารูปสิงห์ 4 ทิศ ที่สารนาถ ซึ่งต่อมารัฐบาลอินเดียได้นำมาใช้เป็นรูปตราแผ่นดิน

อัครศาสนูปถัมภก[แก้]

พระเจ้าอโศกมหาราชทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนา เป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ในชมพูทวีป เป็นพระอัครศาสนูปถัมภกทั้งฝ่ายมหายานและเถรวาท ตามพระราชประวัติในคัมภีร์อโศกาวทานของฝ่ายมหายาน ในสมันตปาสาทิกา ทีปวงศ์ และมหาวงศ์ ของฝ่ายเถรวาท และทรงอุปถัมภ์ผู้ที่นับถือศาสนาเชนโดยการถวายถ้ำหลายแห่งให้แก่เชนศาสนิกเชนเพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนา

เป็นหนึ่งใน 6 ในอัครมหาบุรุษ[แก้]

เอช. จี. เวลส์ (H. G. Wells; 1866 – 1946) นักเขียนชาวอังกฤษ ยกย่องพระเจ้าอโศกมหาราชว่าทรงเป็นอัครมหาบุรุษท่านหนึ่งใน 6 อัครมหาบุรุษแห่งประวัติศาสตร์โลก คือ พระโคตมพุทธเจ้า โสกราตีส อาริสโตเติล รอเจอร์ เบคอน และอับราฮัม ลิงคอล์น

ในวัฒนธรรมสมัยนิยม[แก้]

ในปัจจุบัน พระราชประวัติของพระเจ้าอโศกมหาราช ได้ถูกศิลปินจับนำมาทำเป็นละครโทรทัศน์ และภาพยนตร์ ในชื่อเดียวกันว่า อโศกมหาราช

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Lars Fogelin (1 April 2015). An Archaeological History of Indian Buddhism. Oxford University Press. pp. 81–. ISBN 978-0-19-994823-9. 
  2. Fred Kleiner (1 January 2015). Gardner’s Art through the Ages: A Global History. Cengage Learning. pp. 474–. ISBN 978-1-305-54484-0. 
  3. 3.0 3.1 Upinder Singh 2008, p. 331.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า พระเจ้าอโศกมหาราช ถัดไป
พระเจ้าพินทุสาร 2leftarrow.png กษัตริย์แห่งราชวงศ์โมริยะ
(พ.ศ. 185 - พ.ศ. 322)
2rightarrow.png พระเจ้าทศรถ เมารยะ