สหราชอาณาจักรสวีเดนและนอร์เวย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สหราชอาณาจักร สวีเดนและนอร์เวย์

Förenade konungarikena Sverige och Norge
De forenede Kongeriger Norge og Sverige
ค.ศ. 1814–ค.ศ. 1905
ธงชาติของสวีเดนและนอร์เวย์
ธงฉานและธงราชทูต
ตราแผ่นดินของสวีเดนและนอร์เวย์
ตราแผ่นดิน
สหราชอาณาจักรสวีเดนและนอร์เวย์ ค.ศ. 1905
สหราชอาณาจักรสวีเดนและนอร์เวย์ ค.ศ. 1905
สถานะรัฐร่วมประมุข
เมืองหลวงสต็อกโฮล์ม และ คริสตีเนีย[a]
ภาษาทั่วไปสวีเดน, เดนมาร์ก, นอร์เวย์[b] และซามิตะวันตก
ศาสนา
ศาสนาคริสต์
นิกายโปรเตสแตนต์ (ลูเทอแรน)
การปกครองราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
ราชวงศ์เบอร์นาดอตต์ 
• ค.ศ. 1814–1818
พระเจ้าคาร์ลที่ 13
• ค.ศ. 1818–1844
พระเจ้าคาร์ลที่ 14 (โยฮันที่ 3)
• ค.ศ. 1844–1859
พระเจ้าออสการ์ที่ 1
• ค.ศ. 1859–1872
พระเจ้าคาร์ลที่ 15
• ค.ศ. 1872–1905
สมเด็จพระเจ้าออสการ์ที่ 2
สภานิติบัญญัติฝ่ายนิติบัญญัติ:[d]
• รัฐสภาสวีเดน
สภาริกสดาก
• รัฐสภานอร์เวย์
สภาสตอร์ทติง
ยุคประวัติศาสตร์คริสต์ศตวรรษที่ 19
14 มกราคม ค.ศ. 1814
• ก่อตั้ง
4 พฤศจิกายน ค.ศ. 1814
• รัฐสภานอร์เวย์เลือกพระเจ้าคาร์ลที่ 13 ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์
4 พฤศจิกายน ค.ศ. 1814
• ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนอร์เวย์ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
4 พฤศจิกายน ค.ศ. 1814
• ประกาศใช้สกุลเงินเดียวกัน
16 ตุลาคม ค.ศ. 1875
• นอร์เวย์ประกาศเอกราช
7 มิถุนายน ค.ศ. 1905
• ความเป็นสหภาพสิ้นสุดลง
13 สิงหาคม ค.ศ. 1905
• พระเจ้าออสการ์ที่ 2 สละราชสิทธิ์เหนือราชบัลลังก์นอร์เวย์
26 ตุลาคม ค.ศ. 1905
• สิ้นสุด
13 สิงหาคม ค.ศ. 1905
พื้นที่
ค.ศ. 1905774,184 ตารางกิโลเมตร (298,914 ตารางไมล์)
ประชากร
• ค.ศ. 1820
3,550,000[c] คน
• ค.ศ. 1905
7,560,000[c] คน
สกุลเงินสวีเดน:
ริกสดาเลอร์ (ค.ศ. 1814–1873)
โครนาสวีเดน (ค.ศ. 1873–1905)
นอร์เวย์:
สเปซีดาเลอร์ (ค.ศ. 1814–1875)
โครนานอร์เวย์ (ค.ศ. 1875–1905)
ก่อนหน้า
ถัดไป
สวีเดน
นอร์เวย์ ค.ศ. 1814
สวีเดน
นอร์เวย์
a. ^ พระมหากษัตริย์ประทับอยู่ ณ กรุงสต็อกโฮล์ม (เป็นส่วนมาก) และกรุงคริสตีเนีย (ปีละหนึ่งเดือนโดยปกติ) ทรงมี่ราชกิจกับทั้งคณะรัฐมนตรีร่วมของสองประเทศในสหภาพ และคณะรัฐมนตรีเฉพาะของสวีเดนหรือนอร์เวย์ ซึ่งในเวลาที่พระมหากษัตริย์มิได้ประทับอยู่ในนอร์เวย์ รัฐมนตรีนอร์เวย์ส่วนมากในคณะรัฐมนตรีจะประชุมกันที่กรุงคริสตีเนีย

b. ^ มีการเลิกใช้ภาษาเขียนของนอร์เวย์ (บูกมอล) ตั้งแต่ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 โดยเปลี่ยนไปใช้ภาษาเดนมาร์กแทน ซึ่งภาษาเขียนของเดนมาร์กนี้ยังคงถูกใช้ต่อไป แม้กระทั่งในช่วงการรวมเป็นสหภาพกับสวีเดน แต่ถูกดัดแปลงเล็กน้อยในช่วงครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 19 ต่อมาในปี ค.ศ. 1885 สภาสตอร์ทติงยอมรับภาษานือนอสก์ (ภาษานอร์เวย์ใหม่) เป็นภาษาราชการเทียบเท่ากับภาษาเดนมาร์ก
c. ^ ค.ศ. 1820: 2,585,000 คนในสวีเดน และ 970,000 คนในนอร์เวย์[1]
ค.ศ. 1905: 5,260,000 คนในสวีเดน และ 2,300,000 คนในนอร์เวย์[2]

d. ^ แต่เดิมสภาริกสดากของสวีเดนคือรัฐสภาที่ประกอบไปด้วยสี่ฐานันดร จนกระทั่ง ค.ศ. 1866 มีการเปลี่ยนแปลงไปใช้ระบบสองสภา ส่วนสภาสตอร์ทติงของนอร์เวย์ใช้ระบบสภาเดี่ยวมาแต่เดิม ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ในสภาทำหน้าที่เลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี

สหราชอาณาจักรสวีเดนและนอร์เวย์ หรือ สหภาพสวีเดน–นอร์เวย์ หรือ สวีเดน–นอร์เวย์ (สวีเดน: Svensk-norska unionen; นอร์เวย์: Den svensk-norske union) คือรัฐร่วมประมุขระหว่างสวีเดนและนอร์เวย์ภายใต้การปกครองของราชวงศ์เบอร์นาดอตต์ ระหว่างปี ค.ศ. 1814 ถึง ค.ศ. 1905[3] ก่อนที่สวีเดนจะยอมรับการออกจากสหภาพของนอร์เวย์[4] รัฐทั้งสองมีรัฐธรรมนูญและอธิปไตยทั้งสามเป็นของตนเองซึ่งรวมถึงกองทัพ ศาสนจักร และการคลัง ส่วนพระมหากษัตริย์ประทับในกรุงสต็อกโฮล์ม ทรงมีอำนาจในการแต่งตั้งเอกอัคราชทูตประจำประเทศในต่างแดน ในส่วนของนอร์เวย์มีผู้สำเร็จราชการแทนทำหน้าที่บริหาราชการ ในสวีเดนจนถึง ค.ศ. 1829 และในนอร์เวย์จนถึง ค.ศ. 1856 โดยยกเลิกตำแหน่งรักษาการเมื่อปี ค.ศ. 1873 นโยบายต่างประเทศเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศจนถึง ค.ศ. 1905 ภายหลังการล่มสลายของสหราชอาณาจักร

นอร์เวย์มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับเดนมาร์ก, แต่เดนมาร์ก-นอร์เวย์เป็นพันธมิตรร่วมกับจักรวรรดินโปเลียน โดยมีสาเหตุจากการที่สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์และจักรวรรดิรัสเซียเข้าร่วมสงครามหลังจากที่สวีเดนเข้าครอบครองฟินแลนด์ ค.ศ. 1809 ในปี ค.ศ. 1814 นอร์เวย์ขอแยกตัวออกจากเดนมาร์กภายใต้สนธิสัญญาคีล ส่งผลให้นอร์เวย์เป็นอิสรภาพ โดยมีการเรียกประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญที่อิดโวลส์

ภายหลังจากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งนอรเวย์ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 1814, พระเจ้าคริสเตียนที่ 8 (เจ้าชายคริสเตียน เฟรเดอริค) ทรงได้รับเลือกตั้งเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งนอร์เวย์ ระหว่างสงครามสวีเดน-นอร์เวย์ (ค.ศ. 1814) และ การประชุมใหญ่แห่งมอสส์ เจ้าชายคริสเตียน เฟรเดอริคทรงสละราชสมบัติภายหลังการเรียกประชุมรัฐสภา, Storting, โดยให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญใหม่ และ การเข้าเป็นสหภาพร่วมกับสวีเดน. พระเจ้าคาร์ลที่ 13 ทรงลงพระปรมาภิทัยร่างรัฐธรรมนูญของสหภาพเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน. วันที่ 7 มิถุนายน ค.ศ. 1905 รัฐสภาประกาศว่ากษัตริย์แห่งสวีเดนไม่ได้เป็นกษัตริย์ของนอร์เวย์อีกต่อไป ทำให้การล่มสลายของสหราชอาณาจักรมีผลนับแต่นั้น ปฏิกิริยาตอบกลับในสวีเดนรุนแรงและสงครามระหว่างนอร์เวย์และสวีเดนใกล้จะเริ่มขึ้น เนื่องมากจากการลงประชามติทั้งสองครั้งเกิดขึ้นในปีเดียวกัน จึงเป็นตัวกำหนดให้สหภาพกับสวีเดนล่มสลายและชาติใหม่ของนอร์เวย์เป็นการปกครองโดยมีกษัตริย์เป็นประมุข มีผลในวันที่ 26 ตุลาคม ภายหลังจากการรับรองผลการออกเสียงประชามติให้ฟื้นฟูสถาบันกษัตริย์ขึ้นอีกครั้ง เจ้าชายคาร์ลแห่งเดนมาร์กทรงได้รับเลือกตั้งเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีองค์ใหม่ และ ทำพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ 18 พฤศจิกายน ทรงมีพระนามว่า สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 7

ภูมิหลัง[แก้]

ผลพวงจากสงครามนโปเลียน[แก้]

สวีเดนสูญเสียฟินแลนด์แก่รัสเซีย[แก้]

สหราชอาณาจักร[แก้]

พระราชบัญญัติสหภาพ[แก้]

ดูบทความหลักที่: Riksakten

การควบรวม และ แยกสลาย[แก้]

พระเจ้าคาร์ลที่ 14 (พระเจ้าโยฮันที่ 3 แห่งนอร์เวย์) ในเครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ.

การรวมสหราชอาณาจักร ค.ศ.1844–1860[แก้]

สแกนดิเนเวียร์นิยม

สาเหตุแห่งการล่มสลาย[แก้]

สมเด็จพระเจ้าออสการ์ที่ 2 ในเครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ.

การล่มสลายของสหราชอาณาจักร[แก้]

การเมืองการปกครอง[แก้]

กองทัพ[แก้]

เศรษฐกิจ[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

เชิงอรรถ[แก้]

  1. Tacitus.no - Skandinaviens befolkning (in Swedish)
  2. SSB - 100 års ensomhet? Norge og Sverige 1905–2005 (in Norwegian)
  3. "Sweden". World Statesmen. สืบค้นเมื่อ 17 January 2015.
  4. "Norway". World Statesmen. สืบค้นเมื่อ 17 January 2015.

วรรณกรรม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]