เอลฟ์จิฟูแห่งนอร์แธมตัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เอลฟ์จิฟูแห่งนอร์แธมตัน
Canute and Ælfgifu.jpg

พระนาม เอลฟ์จิฟู
พระอิสริยยศ ราชินีผู้สำเร็จราชการแห่งนอร์เวย์
ราชวงศ์ เดนมาร์ก
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ ค.ศ.990
สิ้นพระชนม์ หลังปีค.ศ.1040
พระบิดา เอลฟ์เฮล์ม ผู้นำท้องถิ่นของยอร์ก
พระสวามี พระเจ้าคนุตมหาราช
พระโอรส/ธิดา สเวน คนุตสัน กษัตริย์แห่งนอร์เวย์
แฮโรลด์ผู้เท้าไว กษัตริย์แห่งอังกฤษ

เอลฟ์จิฟูแห่งนอร์แธมตัน [ภาษาอังกฤษ Ælfgifu of Northampton] (ค.ศ.990-หลังค.ศ.1036) เป็นมเหสีพระองค์แรกของพระเจ้าคนุตแห่งอังกฤษและเดนมาร์ก และพระราชมารดาของพระเจ้าแฮโรลด์ที่ 1 แห่งอังกฤษ (ค.ศ.1035-1040) ทรงเป็นราชินีผู้สำเร็จราชการแทนแห่งนอร์เวย์ตั้งแต่ปีค.ศ.1030-1035

การเสด็จพระราชสมภพ และการอภิเษกสมรส[แก้]

เอลฟ์จิฟูเสด็จพระราชสมภพราวปีค.ศ.990 ในตระกูลที่ร่ำรวยและเป็นที่นับหน้าถือตาทางตอนเหนือของอังกฤษ ความจงรักภักดีที่พระบิดาของพระองค์มีต่อผู้รุกรานชาวเดนท์ทำให้เอลฟ์จิฟูได้อภิเษกสมรสกับพระโอรสของผู้นำไวกิ้ง ข้อมูลที่มีอยู่น้อยมากบอกว่าการจับคู่เป็นการอภิเษกสมรสทางการเมือง

ในตอนที่มีการอภิเษกสมรส พระราชบิดาของคนุต สเวนเคราส้อม (พระราชนัดดาของฮารัลด์ฟันฟ้า) ได้ตัดสินพระทัยที่จะพิชิตอังกฤษ ส่วนหนึ่งเพื่อแก้แค้นให้กับการสิ้นพระชนม์ของพระขนิษฐาในการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1002 ตามพระราชบัญชาของพระเจ้าเอเธลเร็ด คานุตต่อสู้เคียงข้างพระราชบิดาที่ชนะในท้ายที่สุด แต่กลับสวรรคตในอีก 5 อาทิตย์ต่อมา

เอเธลเร็ดที่หนีไปบ้านเกิดของพระมเหสี เอ็มม่า ได้รับการอัญเชิญจากสภาวิทันให้กลับมาปกครองอังกฤษ คานุตหนีไปเดนมาร์กพร้อมกับเอลฟ์จิฟูเพื่อสั่งสมเงินและกองกำลัง และปีต่อมาพระองค์เสด็จกลับมาพิชิตประเทศ ปราบทั้งเอเธลเร็ดที่สวรรคตและพระโอรสองค์โต เอ็ดมุนด์จอมพลัง แต่ในฐานะผู้ปกครองชาติที่คนส่วนใหญ่เป็นชาวคริสต์ (มีกลุ่มเล็กๆที่เป็นเพแกน ส่วนใหญ่อยู่ในเดนลอว์) สภาของคานุตประกาศว่ากษัตริย์ควรอภิเษกสมรสกับมเหสีชาวคริสต์และทอดทิ้งเอลฟ์จิฟู ผู้ที่พระองค์ได้ทำพิธีผูกข้อมือตามธรรมเนียมของเพแกน สตรีที่สภาวิทันเลือกคือเอ็มม่าแห่งนอร์ม็องดี มเหสีม่ายของเอเธลเร็ด

เพื่อป้องกันไม่ให้พระโอรสของเอเธลเร็ด เอ็ดเวิร์ดกับอัลเฟรด ช่วงชิงอำนาจของพระองค์ คานุตจึงอภิเษกสมรสกับพระมารดาของทั้งสองพระองค์ เอ็มม่า ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.1017 การอภิเษกสมรสกับเอ็มม่าก็เพื่อรักษาราชวงศ์ดั้งเดิมไว้ต่อไป และพระองค์ได้อาศัยประสบการณ์และความเฉียบแหลมของพระนาง ทว่าพระองค์ไม่ได้ทอดทิ้งมเหสีพระองค์แรก บางทีเอลฟ์จิฟูอาจเป็นพระสนมหรือไม่ก็มเหสีที่ผูกข้อมือด้วยตามธรรมเนียมของชาวสแกนดิเนเวีย สันนิษฐานกันว่าพระราชบุตรที่มีกับเอลฟ์จิฟูเป็นรัชทายาทแห่งบัลลังก์เดนมาร์กและนอร์เวย์ ขณะที่พระราชบุตรของเอ็มม่าที่มีกับคานุตจะได้เป็นรัชทายาทแห่งบัลลังก์อังกฤษ เอ็มม่ามีพระราชบุตรที่มีชีวิตรอดกับคานุตสองพระองค์ พระโอรส ฮาร์ธาคนุต และพระธิดา กุนฮิลด้า

การเป็นราชินีผู้สำเร็จราชการแทนแห่งนอร์เวย์ และพระมารดาของกษัตริย์แห่งอังกฤษ[แก้]

ในปีค.ศ.1028 คานุตพิชิตนอร์เวย์ และในปีค.ศ.1030 พระองค์วางตำแหน่งให้พระโอรส สเวน และพระมเหสี เอลฟ์จิฟู เป็นกษัตริย์และผู้สำเร็จราชการแทนแห่งนอร์เวย์ ทว่าเอลฟ์จิฟูบริหารราชการได้ย่ำแย่และเมื่อคานุตสวรรคตในปีค.ศ.1035 พระองค์และพระโอรสถูกขับไล่ออกจากนอร์เวย์โดยพระเจ้ามักนุส

หลังคานุตสวรรคต ฮาร์ธาคนุต พระโอรสที่พระองค์ตั้งใจจะให้สืบสัตติวงศ์พัวพันอยู่กับการสู้รบกับมักนุสแห่งนอร์เวย์และไม่สามารถทิ้งอาณาจักรของพระองค์ไปได้ เอ็มม่าและเอิร์ลก็อดวินต้องการให้ฮาร์ธาคนุตขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษ ขณะที่เอลฟ์จิฟูและเอิร์ลลีโอฟริคสนับสนุนแฮโรลด์ผู้เท้าไว โอรสสองพระองค์ของเอเธลเร็ด เอ็ดเวิร์ดและอัลเฟรด ก็ได้อ้างสิทธิ์ในบัลลังก์เช่นกัน เนื่องจากฮาร์ธาคนุตล่าช้าและเอ็ดเวิร์ดกับอัลเฟรดถูกขับไล่ออกจากประเทศไปนอร์ม็องดี ชาวอังกฤษจึงเลือกแฮโรลด์ผู้เท้าไวเป็นกษัตริย์ เอ็มม่าได้ส่งพระราชหัตถเลขาไปขอร้องฮาร์ธาคนุตให้กลับมายึดประเทศ ฮาร์ธาคนุตปฏิเสธ พระองค์เลือกที่จะอยู่ในเดนมาร์กและปล่อยให้แฮโรลด์เป็นผู้ปกครองของอังกฤษโดยไร้การโต้แย้ง

แต่เอ็มม่าไม่อยู่เฉย พระองค์อัญเชิญพระราชโอรสด้วยการส่งพระศพของสวามีพระองค์แรก (เอเธลเร็ด) กลับมาจากนอร์ม็องดีที่พระราชโอรสของพระองค์อาศัยอยู่นับตั้งแต่พระราชบิดาสวรรคต น่าเศร้าที่แผนการล้มเหลว จบลงด้วยการสิ้นพระชนม์ของพระโอรส อัลเฟรด ภายใต้สถานการณ์ที่ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันมาจนถึงทุกวันนี้ เอ็มม่าถึงขั้นพยายามทำลายชื่อเสียงของแฮโรลด์ผู้เท้าไว ในหนังสือที่เขียนถึงชีวประวัติของพระองค์ Encomium Emmae Reginae พระองค์กล่าวหาแฮโรลด์ว่าเป็นลูกนอกกฎหมาย ไม่ใช่เพราะเป็นพระโอรส "ที่ประสูติจากพระสนม" ของคนุต (พระองค์หมายถึงเอลฟ์จิฟู) แต่ "ถูกเอาตัวมาอย่างลับๆจากข้ารับใช้ที่คลอดลูก และนำมาวางไว้ในห้องบรรทมของพระสนมที่ป่วย"

 แหล่งข้อมูล[แก้]