พระเจ้าแอเทลสแตนแห่งอังกฤษ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระเจ้าแอเทลสแตนแห่งอังกฤษ
Athelstan from All Souls College Chapel detail.jpg

พระปรมาภิไธย พระเจ้าแอเทลสแตน
ราชวงศ์ เวสเซกซ์
ครองราชย์ 2 สิงหาคม ค.ศ. 924 - 27 ตุลาคม ค.ศ. 939
รัชกาลก่อน พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดผู้อาวุโส
รัชกาลถัดไป พระเจ้าเอ็ดมันด์ที่ 1 แห่งอังกฤษ
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ ค.ศ. 895
เวสเซกซ์ อังกฤษ
สวรรคต 27 ตุลาคม ค.ศ. 939
พระราชบิดา พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดผู้อาวุโส
พระราชมารดา เอ็กวินน์

พระเจ้าเอเธลสตานแห่งอังกฤษ (อังกฤษ: Athelstan of England; อังกฤษเก่า: Æþelstān) (ราว ค.ศ. 895 - ค.ศ. 940) กษัตริย์แห่งอังกฤษปีค.ศ.924-940 โอรสของเอ็ดเวิร์ดผู้อาวุโส เอเธลสตานนำอังกฤษสู่ความเป็นหนึ่งโดยการปกครองทั้งเมอร์เซียและเวสเซ็กซ์ พระองค์ปราบการรุกรานของชาวสก็อตแลนด์, ชาวไอร์แลนด์ และชาวสแตรธไคลด์ ที่บรูนันเบอร์ในปีค.ศ.937 พระองค์เอาชนะอาณาจักรของชาวสแกนดิเนเวียที่ตั้งรกรานอยู่ในยอร์กและเพิ่มอำนาจของอังกฤษในชายแดนของเวลส์และสก็อตแลนด์

ชีวิตช่วงต้น[แก้]

เอเธลสตานเป็นโอรสองค์โตของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดผู้อาวุโสกับเอ็คกวินน์ เกิดในปีค.ศ.895 ช่วงปีท้ายๆของรัชสมัยของพระอัยกา พระเจ้าอัลเฟรดมหาราช พระราชมารดาของเอเธลสตานไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก บางแหล่งข้อมูลบรรยายถึงพระนางว่าเป็น "ภรรยาตามกฎหมายทั่วไป" มีเหตุผลที่ทำให้สงสัยว่าพระนางมีสถานะทางสังคมที่ต่ำต้อยเกินไปสำหรับพระชายาของเจ้าชาย การอภิเษกสมรสหรือความสัมพันธ์ของเอ็ดเวิร์ดกับเอ็คกวินน์ปรากฏว่าสิ้นสุดลงก่อนที่เอ็ดเวิร์จะขึ้นเป็นกษัตริย์

เอเธลสตานถูกบันทึกไว้ว่าเป็นคนหนุ่มรูปร่างสูงและหล่อเหลาที่มีผมสีเฟล็กเซ็น (สีเหมือนป่านหรือปอ) อ่อน ในวัยหนุ่มพระองค์ได้รับเกียรติจากพระอัยกาที่ถูกพูดถึงว่าโปรดปรานพระองค์มาก เพื่อแสดงถึงความเป็นคนพิเศษพระเจ้าอัลเฟรดทรงมอบเสื้อคลุมไร้แขนสีม่วงของราชวงศ์, ผ้ารัดเอวที่มีเพชรพลอย และดาบแบบแซ็กซันที่มีฝักทองคำให้แก่พระราชนัดดา บรรยายไว้ใน Gesta Regum Anglorum ของวิลเลี่ยมแห่งมาล์มสบรี (ค.ศ.1080-1143) ว่า 'มีรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาและกิริยาท่าทางที่สง่างาม ยังไม่รวมถึงส่วนสูงที่น่าพึงพอใจและร่างกายที่ผอมเพรียว สีผมเช่นที่เราเห็นจากอนุสรณ์ของเขา สีเฟล็กเซ็น แซมด้วยเส้นด้ายสีทองคำ'

การขึ้นครองบัลลังก์[แก้]

เมื่อทรงพระเยาว์ เอเธลสตานได้รับการเลี้ยงดูภายใต้การดูแลของพระปิตุจฉาของพระองค์ เอเธลเฟลด เลดี้แห่งเมอร์เซีย พระองค์มีพระชนมายุ 30 พรรษาในตอนที่พระราชบิดาของพระองค์สวรรคต ตามพงศาวดารแองโกลแซ็กซัน เอ็ดเวิร์ดผู้อาวุโสได้รับการสืบทอดบัลลังก์โดยโอรสคนที่สอง เอลฟ์เวิร์ด (ค.ศ.904-924) ในวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ.924 ขณะที่เอเธลสตานรับช่วงต่ออาณาจักรย่อยแห่งเมอร์เซีย เอลฟ์เวิร์ดเป็นโอรสของเอ็ดเวิร์ดผู้อาวุโสจากการอภิเษกสมรสกับเอลฟ์เฟลด พระองค์อาจไม่เคยได้รับการสวมมงกุฎ สิ้นพระชนม์ในวันที่ 2 สิงหาคม ค.ศ.924 ที่อ็อกฟอร์ด เป็นไปได้ว่าเป็นไปตามพระบัญชาของเอเธลสตานที่ต่อมาได้สืบทอดบัลลังก์แห่งอังกฤษทั้งหมด วิลเลี่ยมแห่งมาล์มสบรีบรรยายเอเธลสตานไว้ว่าผมสีอ่อน ผอมเพรียว และสูงปานกลาง

เอเธลสตานได้รับการสวมมงกุฎด้วยความโอ่โถงมากที่คิงสตันเหนือเธมส์ในวันที่ 4 กันยายน ค.ศ.925 คิงสตันเป็นสถานที่ราชาภิเษกดั้งเดิมของกษัตริย์แซ็กซัน เจ็ดพระองค์ได้รับการสวมมงกุฎที่นี่ ตามธรรมเนียมโบราณ พวกเขาจะครอบครองบัลลังก์ที่ตั้งอยู่บนหินขนาดใหญ่ หินยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ตั้งอยู่นอกกิลด์ฮอลล์ที่คิงสตันเหนือเธมส์ ซึ่งมีเหรียญเงินจากรัชสมัยของกษัตริย์แซ็กซันแต่ละพระองค์ติดตั้งอยู่ที่ฐาน

การสบคบคิดกันต่อต้านกษัตริย์พระองค์ใหม่ก่อตัวขึ้นในเดือนแรกๆของรัชสมัยของเอเธลสตาน นำโดยอัลเฟรดที่อาจจะเป็นสมาชิกของตระกูลหลวงแซ็กซัน พระอนุชาของกษัตริย์ เอ็ดวิน ที่ในปีค.ศ.933 ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนในการสมคบคิด แม้พระองค์จะคัดค้านหัวชนฝาว่าไม่ได้ทำ

เอเธลสตานสงสัยเป็นอย่างมากว่าพระอนุชาของพระองค์ เอ็ดวิน มีส่วนรู้เห็นและแก้ปัญหาด้วยการกำจัดเขา เพื่อรักษากษัตริย์ไว้จำเป็นที่เขาจะต้องถูกประหารเสีย เอ็ดวินผู้โชคร้ายถูกส่งออกทะเลไปในเรือเก่าๆที่รั่วโดยไม่มีใบเรือและไม่มีทั้งน้ำหรืออาหาร เผชิญกับความเคว้งคว้างและการหิวตายที่น่าสะพรึง เอ็ดวินโยนตัวเองลงทะเลและจมน้ำตาย เอเธลสตานถูกพูดถึงว่าต่อมาได้เสียใจในการกระทำของพระองค์และได้กระทำทุกรกิริยาเพื่อสำนึกในบาปนั้น

ความยิ่งใหญ่ที่สมบูรณ์ของตระกูลเวสเซ็กซ์ถูกสร้างขึ้นมาอย่างมั่นคงภายใต้เอเธลสตานและสามารถบรรยายถึงพระองค์ได้ว่าทรงเป็นกษัตริย์ที่แท้จริงพระองค์แรกของอังกฤษทั้งหมด เอเธลสตานใช้พระราชอิสริยายศยศว่าบาซิลัส คำว่ากษัตริย์ในภาษากรีก

การรวบรวมอังกฤษ[แก้]

รัชสมัยของพระองค์ส่วนใหญ่เหมือนกับของบรรพบุรุษของพระองค์คือวุ่นอยู่กับการต่อสู้กับผู้รุกรานชาวไวกิ้งอย่างต่อเนื่อง เอเธลสตานตัดสินพระทัยทำสนธิสัญญากับพวกเขาที่แทมเวิร์ธ โดยมีเงื่อนไขว่าพระองค์จะอภิเษกพระขนิษฐา อีดิธ ให้แก่ผู้นำของชาวเดนท์ ซิธริค กษัตริย์แห่งยอร์ก ซิธริคสวรรคตในปีต่อมาและเอเธลสตานฉวยโอกาสยึดนอร์ธัมเบรีย อาณาจักรของพระองค์จึงมีขนาดโดยคร่าวๆเท่ากับอังกฤษในปัจจุบัน

เจ้าหญิงชาวเซลต์แห่งเวลส์ถวายการสวามิภักดิ์ต่อพระองค์ที่แบมบะระในตอนต้นของรัชสมัยของพระองค์ พร้อมกับฮีเวล กษัตริย์แห่งเวลส์, คอนสแตนตินที่ 2 กษัตริย์ของชาวสก็อตแลนด์ และโอเว่นแห่งเกว็นท์ เอเธลสตานประสบความสำเร็จในการขับไล่ชาวคอร์นวอลล์ออกไปจากเอ็กซิเตอร์และสร้างเส้นแบ่งเขตแดนกับคอร์นวอลล์ที่แม่น้ำแทมาร์

ในปีค.ศ.937 คอนสแตนตินที่ 2 แห่งสก็อตแลนด์ร่วมมือกับเอียวแกนแห่งสแตรธไคลด์และโอลาฟ กรุธฟริธสัน กษัตริย์แห่งดับลินรุกรานอังกฤษ กษัตริย์เดินทัพขึ้นเหนือเพื่อประจันหน้ากับพวกเขา ได้รับชัยชนะอันเรืองรองที่สมรภูมิแห่งบรูนันเบอร์ในปีค.ศ.937 เหนือการรุกรานร่วมของกองกำลังชาวไวกิ้งและชาวสก็อตแลนด์ จดหมายเหตุของอัลสเตอร์บันทึกเรื่องสมรภูมิไว้ว่า

'สมรภูมิครั้งใหญ่ ที่น่าเศร้าและน่าหวาดกลัวคือการสู้รบอย่างไร้ความปราณี ที่สังหารชาวนอร์ธจำนวนนับพันๆ และอีกฝั่ง ชาวแซ็กซันก็ถูกสังหาร แต่เอเธลสตาน กษัตริย์ของแซ็กซัน ได้ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ไปครอง'

บรูนันเบอร์ถูกเข้าใจว่าเป็นหนึ่งในสมรภูมิที่นองเลือดที่สุดของยุค กษัตริย์ห้าพระองค์กับเอิร์ลเจ็ดคนสูญเสียชีวิตไปกับการถูกสังหารโหด พระญาติของกษัตริย์ อัลฟริกกับเอเธลวินและบิชอปแซ็กซันที่มีชื่อเสียงก็ถูกสังหารโหดเช่นกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมรภูมิยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ตามที่แหล่งข้อมูลบางแห่งบอกมา ชาวเวสเซ็กซ์ใช้ทหารม้าจัดการกับศัตรู ขัดกับความเชื่อยอดนิยมที่ว่าชาวอังกฤษช่วงต้นต่อสู้บนพื้นราบ ทหารม้าในกองกำลังแซ็กซันเป็นไปได้สูงว่าเป็นทหารรับจ้าง ตัวพงศาวดารแองโกลแซ็กซันเองไม่ได้พูดถึงการใช้ทหารม้าและเชื่อกันว่าคำพูดที่ว่าชาวแซ็กซันใช้ทหารม้าเกิดจากการแปลความ eorodcistum ของแองโกลแซ็กซันที่ผิดพลาด ซึ่งหมายความว่ากองทหารไม่ใช่ทหารม้า คอนสแตนตินแห่งสก็อตแลนด์หนีไปจากสมรภูมิหลังจากลูกชายของพระองค์ถูกสังหารในการต่อสู้

แม้จะมีชื่อเสียง แต่ที่ตั้งของสมรภูมินั้นยังไม่ชัดเจนและทฤษฎีต่างๆได้รับการถกเถียง ที่ตั้งถูกเชื่อมโยงเข้ากับเบิร์นสวอร์กในสก็อตแลนด์ตะวันตกเฉียงใต้, ทินสลีย์วู้ดใกล้กับเชฟฟิลด์, ยอร์กเชียร์และเอ็กมินสเตอร์ในเดวอน ทว่าบรอมโบโร่ที่แหลมวิร์รอนยังคงเป็นตัวเลือกที่เป็นไปได้ที่สุด สมรภูมิครั้งนี้ยังคงเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ เนื่องจากการผงาดของเอเธลสตานและการบดขยี้กองกำลังร่วมของชาวนอร์สและชาวเซลต์ทำให้อังกฤษกลายเป็นอาณาจักรแองโกลแซ็กซัน บีบอาณาจักรเซลติกให้ตกอยู่ในสถานะถูกยึดครองมาจนถึงทุกวันนี้

พันธไมตรีทางการเมืองถูกสร้างขึ้นจากการแต่งงานของเหล่าพระขนิษฐาของกษัตริย์ พระองค์อภิเษกสมรสกับหนึ่งในพระขนิษฐาจำนวนมากมายของซิธริค กษัตริย์ไวกิ้งแห่งยอร์วิช (ยอร์ก) ที่ชื่อเซ็ค (แปลว่าตาเข) การอภิเษกสมรสถูกจัดขึ้นที่แทมเวิร์ธและเป็นผลให้ซิธริคยอมรับเอเธลสตานเป็นผู้อยู่เหนือกษัตริย์และเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ พระขนิษฐาของพระองค์ อีดิธ ได้อภิเษกสมรสกับจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ อ็อตโต้ที่ 1 และพระขนิษฐาอีกพระองค์ เอ็ดกิฟู ได้เป็นราชินีแห่งฝรั่งเศสจากการอภิเษกสมรสกับชาร์ลผู้เรียบง่าย พระองค์ยังอภิเษกพระขนิษฐาพระองค์หนึ่งกับไวกิ้ง เอกิล สแกลลากริมสัน ผู้อยู่ใต้การปกครองของวีรชนชาวไอร์แลนด์ และพระขนิษฐาคนต่อมาแต่งงานเพื่อสร้างพันธไมตรีทางการเมืองกับอลันที่ 2 แห่งบริททาเนีย

เอเธลสตานยังสามารถบริหารปกครองและสร้างกฎหมายดีๆมากมายที่ต่อต้านการลักขโมย, การกดขี่ และการฉ้อโกง และลดโทษแก่ผู้กระทำผิดที่อายุน้อย พระองค์มีเมตตาและเป็นที่นิยมและเหมือนเช่นพระปัยกา เอเธลวูล์ฟ ทรงจัดหาเสบียงให้ผู้อยู่ใต้การปกครองที่ยากไร้กว่า เอเธลสตานมีพระราชโองการโดยตรงว่าคฤหาสน์แต่ละหลังที่มีราชวงศ์เป็นเจ้าของต้องเสียภาษีรายปีซึ่งต้องถูกเอาไปใช้ในการบรรเทาความยากจนและขาดแคลน จดหมายเหตุของอุลสเตอร์อ้างอิงถึงเขาว่าเป็น "เสาหลักอันทรงเกียรติของโลกตะวันตก"

การเสด็จสวรรคต[แก้]

พระเจ้าเอเธลสตานสวรรคตในวันที่ 27 ธันวาคม ค.ศ.940 ที่กลอสเตอร์ พระชนมพรรษา 44 พรรษา หลังครองราชย์ได้ 16 ปีและเลือกที่จะถูกฝังที่มาล์มสบรีแอบบีย์ในวินต์เชียร์ ที่โปรดของพระองค์ พระองค์ถูกฝังใกล้กับแท่นบูชาของนักบุญอัลด์เฮล์มที่ทรงฝังพระญาติที่สิ้นพระชนม์ที่บรูนันเบอร์ไว้ อ้างอิงตามอนุสรณ์ของครอบครัวของพระองค์ที่วินเชสเตอร์ แม้หลุมฝังพระศพจะยังคงอยู่ แต่พระศพสูญหายไปในช่วงของการปฏิวัติ

วิลเลี่ยมแห่งมาล์มสบรีเขียนถึงพระองค์ในอีกสองร้อยปีต่อมา ความคิดเห็นที่หนักแน่นยังคงอยู่ในหมู่ชาวอังกฤษว่าไม่มีใครเข้าใจเรื่องการบริหารปกครองรัฐดีไปกว่าพระองค์

อ้างอิง[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ สมเด็จพระเจ้าเอเธลสตาน แห่งเวสเซ็กซ์

ดูเพิ่ม[แก้]

ก่อนหน้า พระเจ้าแอเทลสแตนแห่งอังกฤษ ถัดไป
พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดผู้อาวุโส 2leftarrow.png Royal Arms of England.svg
พระมหากษัตริย์อังกฤษ
(ราชวงศ์เวสเซ็กซ์)

(ค.ศ. 924ค.ศ. 939)
2rightarrow.png พระเจ้าเอ็ดมันด์ที่ 1