ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 สายปากเกร็ด - นครราชสีมา เป็นถนนที่เชื่อมการจรระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดในภาคตะวันออกและภาคอีสาน จุดเริ่มต้นอยู่ที่สะพานพระราม 4 ในอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และปลายทางอยู่ที่ทางแยกต่างระดับนครราชสีมา ในอำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา โดยผ่านหลายจังหวัด เป็นทางหลวงแผ่นดินสายจังหวัดที่ยาวที่สุด โดยมีระยะทาง 335 กม. และแบ่งออกเป็น 7 ช่วงคือ
- ถนนแจ้งวัฒนะ
- ถนนรามอินทรา
- ถนนสุวินทวงศ์
- ถนนมหาจักรพรรดิ
- ถนนฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี
- ถนนกบินทร์บุรี-ปักธงชัย
- ถนนสืบศิริ
เนื้อหา |
ถนนแจ้งวัฒนะ [แก้]
ถนนแจ้งวัฒนะ (อังกฤษ: Thanon Chaeng Watthana) ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่นายชลอ แจ้งวัฒนะ อดีตนายช่างกำกับแขวงการทางกรุงเทพที่ 2 กรมทางหลวง ซึ่งเป็นนายช่างที่ควบคุมการก่อสร้างถนนสายนี้[1] ต่อมาได้รับการตั้งชื่อดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2493[1] ถนนแจ้งวัฒนะแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ
ช่วงท่าน้ำปากเกร็ด-ห้าแยกปากเกร็ด [แก้]
ถนนช่วงนี้อยู่ในความควบคุมของเทศบาลนครปากเกร็ด เป็นถนนระดับดิน 6 ช่องจราจร เดิมเรียกว่า ถนนปากเกร็ด และมีสะพานยกระดับ (สะพานพระราม 4) 6 ช่องจราจร ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ถือเป็นหลักกิโลเมตรที่ 0 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304
เมื่อ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ทางการได้เปิดใช้งานสะพานพระราม 4 สำหรับข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อเชื่อมถนนแจ้งวัฒนะช่วงนี้เข้ากับถนนชัยพฤกษ์ ทางตะวันตกของอำเภอปากเกร็ด
ช่วงห้าแยกปากเกร็ด-คลองประปา [แก้]
คือถนนแจ้งวัฒนะส่วนที่อยู่ในเขตอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เริ่มต้นจากห้าแยกปากเกร็ดบริเวณเชิงสะพานพระราม 4 ผ่านถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด ศูนย์การประชุมเมืองทองธานี แยกเมืองทอง 3 แยกทางด่วนปากเกร็ด-บางปะอิน (ทางพิเศษอุดรรัถยา) ผ่านเข้าสู่เขตกรุงเทพมหานคร (เขตหลักสี่) ที่ริมคลองประปา บางครั้งเรียกถนนช่วงนี้ว่า "ถนนแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด" ตามชื่อซอยย่อยของถนน (ตั้งโดยเทศบาลนครปากเกร็ด) นอกจากนี้ ถนนแจ้งวัฒนะตอนท่าน้ำปากเกร็ด-ห้าแยกปากเกร็ดยังมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ถนนปากเกร็ด"
ช่วงคลองประปา-หลักสี่ [แก้]
คือส่วนถนนแจ้งวัฒนะในเขตกรุงเทพมหานคร เริ่มจากอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ณ วงเวียนหลักสี่ ในพื้นที่แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน ผ่านมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ข้ามคลองถนน เข้าสู่พื้นที่แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ ตัดกับถนนวิภาวดีรังสิต (สี่แยกหลักสี่) ในพื้นที่แขวงทุ่งสองห้อง ผ่านศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร ทางแยกเมืองทอง 1 สุดที่คลองประปา ต่อกับปลายถนนแจ้งวัฒนะที่มาจากปากเกร็ด
ทางแยกสำคัญ [แก้]
- ทางแยกปากเกร็ด (สะพานข้ามแยกและสัญญาณไฟจราจร)
- จุดตัดกับถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด (ลอดใต้สะพาน)
- ทางแยกเมืองทองธานี ทางแยกเข้าเมืองทองธานี (สะพานข้ามแยก)
- ทางพิเศษอุดรรัถยา
- ทางแยกคลองประปา ถนนประชาชื่น (สะพานข้ามแยก)
- ทางแยกแจ้งวัฒนะ 14
- ทางแยกเข้าศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร (ถนนระดับดิน)
- ทางแยกหลักสี่พลาซ่า (ข้ามทางรถไฟ)
- ทางแยกหลักสี่ (สะพานข้ามแยก)
- วงเวียนอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ (วงเวียนหลักสี่หรือวงเวียนบางเขน)
สถานที่สำคัญ [แก้]
ถนนรามอินทรา [แก้]
ถนนรามอินทรา (อังกฤษ: Thanon Ram Inthra) เริ่มจากอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ณ วงเวียนหลักสี่ ในพื้นที่แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ตัดออกไปทางตะวันออก เฉียงไปทางใต้เล็กน้อย ผ่านถนนลาดปลาเค้า ถนนประดิษฐ์มนูธรรม เข้าสู่เขตบึงกุ่ม (ตอนเหนือ) เขตคันนายาว ผ่านถนนนวมินทร์ ถนนวงแหวนรอบนอกตะวันออก ถนนรัชดาภิเษก-รามอินทรา ถนนสวนสยาม เข้าสู่เขตมีนบุรี สิ้นสุดที่แยกเมืองมีน
ถนนรามอินทราตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ พลตำรวจโท พระรามอินทรา (ดวง จุลัยยานนท์) อธิบดีกรมตำรวจระหว่างปี พ.ศ. 2488-พ.ศ. 2489
ทางแยกสำคัญ [แก้]
- วงเวียนอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ/วงเวียนบางเขน
- ทางแยกลาดปลาเค้า
- ทางแยกมัยลาภ (ซอยรามอินทรา 14)
- ทางแยกนวลจันทร์ (ซอยรามอินทรา 40)
- ทางแยกต่างระดับวัชรพล
- ทางแยกรามอินทรา กม.8
- ทางแยกต่างระดับรามอินทรา
- จุดตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 350
- ทางแยกนพรัตน์
- ทางแยกเมืองมีน
สถานที่สำคัญ [แก้]
- มหาวิทยาลัยเกริก
- ห้างเซ็นทรัลพลาซา รามอินทรา
- สนามกอล์ฟกองทัพบก
- ห้างบิ๊กซี สาขารามอินทรา
- ห้างฟู้ดแลนด์ สาขารามอินทรา
- เสถียรธรรมสถาน
- กองบินตำรวจ
- ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์
- สวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์
- สวนสยาม
- โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี
- โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ
ถนนสุวินทวงศ์ [แก้]
ถนนสุวินทวงศ์ (อังกฤษ: Thanon Suwinthawong) เริ่มต้นจากปลายถนนรามอินทราที่สี่แยกเมืองมีน เขตมีนบุรี เลี้ยวซ้ายขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านถนนหทัยราษฎร์ ถนนสามวา คลองสามวา ถนนร่มเกล้า และถนนนิมิตใหม่ แล้ววกลงไปทางตะวันออกเฉียงใต้ เข้าแขวงแสนแสบ ตัดกับถนนรามคำแหง ถนนราษฎร์อุทิศ ถนนบึงขวาง และถนนคุ้มเกล้า เข้าสู่แขวงโคกแฝดและแขวงลำผักชี เขตหนองจอก ผ่านถนนเชื่อมสัมพันธ์ ถนนฉลองกรุง ถนนอยู่วิทยา และถนนร่วมพัฒนา เข้าสู่แขวงลำต้อยติ่งและแขวงกระทุ่มราย ผ่านถนนทหารอากาศอุทิศ สถานีตำรวจนครบาลสุวินทวงศ์ แล้วออกนอกเขตกรุงเทพมหานคร เข้าสู่ตำบลศาลาแดง อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ผ่านตลาดสดสุวินทวงศ์ เข้าสู่อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา สิ้นสุดที่สะพานข้ามทางรถไฟฉะเชิงเทรา
ถนนสุวินทวงศ์เดิมมีชื่อเรียกว่า "ทางหลวงแผ่นดินสายมีนบุรี-ฉะเชิงเทรา-ปราจีนบุรี"[1] ได้รับการตั้งชื่อดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2493[1] ในสมัยที่จอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นเกียรติแก่นายเกษม สุวินทวงศ์ ผู้ดำรงตำแหน่งนายช่างกำกับการเขตการทางปราจีนบุรีในขณะเริ่มก่อสร้างถนนสายนี้[1]
แยกที่สำคัญ [แก้]
- ทางแยกเมืองมีน
- ทางแยกนิมิตใหม่
- ทางแยกรามคำแหง-สุวินทวงศ์ (การไฟฟ้า)
- ทางแยกลำผักชี
- ทางแยกหลวงแพ่ง
- ทางแยกตลาดปองพล
- ทางแยกสตาร์ไลท์
- ทางแยกต่างระดับโสธราเวช
สถานที่สำคัญ [แก้]
- สถานีตำรวจนครบาลสุวินทวงศ์
- ชุมชนเคหะฉลองกรุง
- เทสโก้ โลตัส สาขา มีนบุรี
- โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 4
- ห้างบิ๊กซี สาขา สุวินทวงศ์
- วัดแสนสุข
ถนนมหาจักรพรรดิ [แก้]
ถนนมหาจักรพรรดิ (อังกฤษ: Thanon Maha Chakkraphat) สันนิษฐานว่าตั้งชื่อขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เมื่อครั้งที่ทรงปรับปรุงหัวเมืองต่าง ๆ หลังจากที่เสียสมเด็จพระศรีสุริโยทัย ในสงครามช้างเผือก
เริ่มต้นที่ปลายถนนสุวินทวงศ์ ตัดไปทางตะวันออก ผ่านสถานีรถไฟชุมทางฉะเชิงเทรา ถนนศรีโสธร (ทางเข้าวัดโสธรวราราม) ข้ามแม่น้ำบางปะกง ผ่านวัดสุวรรณาราม สิ้นสุดที่ กองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า
ถนนฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี [แก้]
เริ่มต้นที่ปลายถนนมหาจักรพรรดิ หน้ากองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา เลี้ยวซ้ายไปทางตะวันออก ผ่านอำเภอบางคล้า มีทางแยกเป็นสองทาง ทางแรกเข้าสู่อำเภอพนมสารคาม อีกทางหนึ่งเป็นทางเลี่ยงเมืองพนมสารคาม ไปบรรจบกันบริเวณตำบลเขาหินซ้อน ใกล้กับศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ แล้วตัดตรงขึ้นเหนือ เข้าสู่อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ผ่านนิคมอุตสาหกรรม 304 1 และ นิคมอุตสาหกรรม ไฮเทคกบินทร์ เข้าสู่อำเภอกบินทร์บุรี ตัดกับถนนสุวรรณศร (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33) เรียกว่าสี่แยกสามทหาร โดยช่วงนี้จะเรียกโดยทั่วไปว่า ถนนฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี
ทางแยกสำคัญ [แก้]
- ทางแยกเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทรา-บ้านโพธิ์
- ทางแยกบางคล้า
- ทางแยกพนมสารคาม
- ทางแยกพนมสารคาม-ราชสาส์น
- ทางแยกพนมสารคาม-กบินทร์บุรี
- ทางแยกพนมสารคาม-สระแก้ว
- ทางแยกกบินทร์บุรี
ถนนกบินทร์บุรี-ปักธงชัย [แก้]
เริ่มจากถนนสุวรรณศร (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33) แล้วมุ่งขึ้นเหนือ ผ่านอำเภอนาดี อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และอุทยานแห่งชาติทับลาน เข้าสู่อำเภอวังน้ำเขียวและอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ผ่านค่ายปักธงชัย อ่างเก็บน้ำบ้านโนนแดง กู่เกษม และศูนย์วัฒนธรรมผ้าไหมปักธงชัย ก่อนถึงตัวอำเภอปักธงชัยมีทางแยกสองทาง โดยแยกไปเป็นทางเลี่ยงเมืองปักธงชัย สิ้นสุดที่หน้าโรงพยาบาลปักธงชัย โดยช่วงนี้ชาวบ้านจะเรียกโดยทั่วไปว่า "ถนนกบินทร์บุรี-ปักธงชัย"
ถนนในช่วงนี้ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2498 เป็นถนนลูกรังตลอดสาย จนกระทั่งในช่วงสงครามเวียดนาม เมื่อประเทศไทยประกาศเป็นมิตรร่วมรบกับสหรัฐอเมริกา จึงยินยอมรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลอเมริกันในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2508 สหรัฐอเมริกาได้เดินทางมาถึงประเทศไทย และเริ่มก่อสร้างค่ายพักทหารห่างจากตัวจังหวัดนครราชสีมา 42 กิโลเมตร จึงมีการก่อสร้างถนนลาดยาง ระยะทาง 132.5 กิโลเมตร ความกว้าง 22 ฟุต เพื่อประโยชน์ทางด้านยุทธศาสตร์และเชื่อมชายฝั่งทะเลตะวันออกกับภาคอีสาน ด้วยมูลค่าโครงการ 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ถนนสายนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2511 ต่อมากรมทางหลวงได้รับมอบถนนสายนี้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2512 ขึ้นทะเบียนเป็นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 สายฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี-นครราชสีมา โดยมีจอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นประธานในพิธีเปิด
บริเวณสามแยกปักธงชัย กิโลเมตรที่ 132+500 ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 กับทางแยกถนนมิตรภาพ (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2) ได้มีการก่อสร้างอนุสรณ์ซึ่งก่อขึ้นด้วยปูนซีเมนต์และทาสีขาว แสดงข้อมูลในอนุสรณ์ว่า “ทางหลวงสายที่ ๓๐๔ นครราชสีมา-กบินทร์บุรี ทำการก่อสร้างโดยกองพันทหารช่างพิเศษที่ ๒๓ (ประเทศไทย) กองพันทหารช่างที่ ๕๓๘ (สหรัฐอเมริกา) และกองพันทหารช่างที่ ๘๐๙ (สหรัฐอเมริกา) โดยการควบคุมของกองบัญชาการทหารสูงสุดแห่งประเทศไทย ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงธันวาคม ๒๕๑๑ ก้าวหน้า เพื่อมิตรภาพ ความปลอดภัย”
อนุสรณ์ดังกล่าวตั้งอยู่ใต้สะพานต่างระดับที่กรมทางหลวงได้ก่อสร้างทางแยกต่างระดับปักธงชัย อีกทั้งยังมีการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมาเพิ่มเติม จนกระทั่งสำนักงานแขวงการทางนครราชสีมาที่ 2 ได้เคลื่อนย้ายไปไว้บริเวณทางลงสะพานต่างระดับสามแยกปักธงชัย โดยได้ถอดเหล็กที่เป็นแผ่นป้ายข้อความจารึกการก่อสร้างถนนสาย 304 ออก เพื่อนำมาติดตั้งกับฐานจารึกใหม่
ทางแยกสำคัญ [แก้]
- ทางแยกกบินทร์บุรี
- ทางแยกวังน้ำเขียว (เขาแผงม้า)
- ทางแยกลำพระเพลิง
- ทางต่างระดับปักธงชัย
ถนนสืบศิริ [แก้]
ถนนสืบศิริ (อังกฤษ: Thanon Suep Siri) เริ่มจากตรงจุดแยกก่อนถึงอำเภอปักธงชัย แต่เป็นแยกเข้าเมืองปักธงชัย ไปบรรจบกับทางเลี่ยงเมืองที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลปักธงชัย จากนั้นมุ่งขึ้นเหนือตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 เข้าสู่อำเภอเมืองนครราชสีมา ผ่านสวนสัตว์นครราชสีมา สิ้นสุดเมื่อบรรจบกับถนนมิตรภาพ ที่ทางแยกต่างระดับนครราชสีมา อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
ถนนสืบศิริเดิมมีชื่อเรียกว่า "ทางหลวงแผ่นดินสายนครราชสีมา-กบินทร์บุรี"[1] ต่อมาได้รับการตั้งชื่อดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2493[1] ในสมัยที่จอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นเกียรติแก่นายจำรัส สืบศิริ อดีตนายช่างกำกับการเขตการทางนครราชสีมา[1]
ทางแยกสำคัญ [แก้]
- ทางต่างระดับปักธงชัย
- ทางแยกไปสวนสัตว์นครราชสีมา
- ทางต่างระดับสืบศิริ (เลี่ยงเมืองนครราชสีมา)
อ้างอิง [แก้]
- ทางหลวงแผ่นดินภาคกลาง
- ทางหลวงแผ่นดินภาคตะวันออก
- ทางหลวงแผ่นดินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- ทางหลวงตามหมายเลข
- ทางหลวงแผ่นดินสายจังหวัด
- ถนนในจังหวัดนนทบุรี
- ถนนในกรุงเทพมหานคร
- ถนนในเขตหลักสี่
- ถนนในเขตบางเขน
- ถนนในเขตคันนายาว
- ถนนในเขตมีนบุรี
- ถนนในเขตหนองจอก
- ถนนในจังหวัดฉะเชิงเทรา
- ถนนในจังหวัดปราจีนบุรี
- ถนนในจังหวัดนครราชสีมา
- บทความเกี่ยวกับ การคมนาคมขนส่ง ที่ยังไม่สมบูรณ์