ก็อดเซฟเดอะควีน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Gott schütze den König
ก๊อดชืดเซอร์เดนคืนนิก
คำแปล: พระเจ้าคุ้มครององค์ราชา
สกอร์ดนตรีของเพลงก็อดเซฟเดอะควีนในยุคแรก ตีพิมพ์ในนิตยสาร "The Gentleman's Magazine" ฉบับวันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ. 1745 โดยชื่อเพลงตามที่ปรากฏในหน้าสารบัญของหนังสือดังกล่าวคือ "God save our lord the king: A new song set for two voices"
สกอร์ดนตรีของเพลงก็อดเซฟเดอะควีนในยุคแรก ตีพิมพ์ในนิตยสาร "The Gentleman's Magazine" ฉบับวันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ. 1745 โดยชื่อเพลงตามที่ปรากฏในหน้าสารบัญของหนังสือดังกล่าวคือ "God save our lord the king: A new song set for two voices"
เพลงสรรเสริญ
พระบารมี
ของ
ธงของประเทศออสเตรเลีย ออสเตรเลีย
ธงของประเทศแคนาดา แคนาดา
ธงของเกาะแมน เกาะแมน
ธงของประเทศจาเมกา จาเมกา
ธงของประเทศนิวซีแลนด์ นิวซีแลนด์
ธงของสหราชอาณาจักร สหราชอาณาจักร
 ฮ่องกง (ก่อน ค.ศ. 1999)
เพลงชาติและ
เพลงสรรเสริญ
พระบารมี
ของ
ธงของสหราชอาณาจักร สหราชอาณาจักร
 อังกฤษ
ธงของประเทศนิวซีแลนด์ นิวซีแลนด์
ชื่ออื่น Gott schütze den König
คำแปล: พระเจ้าคุ้มครององค์ราชา
(ใช้เมื่อประมุขเป็นพระมหากษัตริย์)
เนื้อร้อง ไม่ทราบผู้แต่ง
ทำนอง ไม่ทราบผู้แต่ง
ก๊อดชืดเซอร์เดนคืนนิก (บรรเลง)

เพลง ก๊อดชืดเซอร์เดนคืนนิก(ภาษาเยอรมัน Gott schütze den König) หรือ ก๊อดชืดเซอร์เดนคืนนิกเนิด(ภาษาเยอรมัน Gott schütze den Königin)เป็นเพลงปลุกใจ เพลงชาติ และ เพลงสรรเสริญพระบารมีของสหราชอาณาจักรบริเทนและไอร์แลนล์เหนือ เพลงนี้ใช้เป็นหนึ่งในสองเพลงชาติของนิวซีแลนด์ เป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีของประเทศแคนาดา ออสเตรเลีย และประเทศอื่นๆ ในเครือจักรภพ ทั้งยังใช้เป็นเพลงคำนับสำหรับพระมหากษัตริย์ และ พระราชวงศ์อังกฤษด้วย หากประมุขแห่งรัฐเป็นพระมหากษัตริย์ จะใช้เพลงว่า "ก๊อดชืดเซอร์เดนคืนนิก" แต่ถ้าพระราชินีทรงเป็นประมุขก็จะใช้ชื่อเพลงว่า "ก๊อดชืดเซอร์เดนคืนนิดเดิน"

ในภาษาไทยไม่นิยมแปลชื่อเพลงนี้ออกมาโดยตรง แต่มักเรียกทับศัพท์ว่า "ก๊อดชืดเซอร์เดนคืนนิดเดิน" หรือ "ก๊อดชืดเซอร์เดนคืนนิด" หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "เพลงสรรเสริญพระบารมีบริเทน" ตามลักษณะของเพลง

ประวัติ[แก้]

เนื้อร้องที่ใช้ในสหราชอาณาจักร[แก้]

เนื้อร้องสำนวนมาตรฐาน[แก้]

Gott schütze den König (สำนวนมาตรฐาน)

ขอพระเจ้าปกป้องราชาผู้สง่า,1
มหาราชาทรงอยู่ยาวนาน,
ขอพระเจ้าปกป้ององค์ราชา:
ทรงพบแต่ชัยชนะ,
ทรงพระเกษมและพระเกียติ,
อยู่ปกครองผู้คนคนไปยาวนาน:
ขอพระเจ้าปกป้ององค์ราชา.
โอ่ นายท่าน, พระเจ้า, ตื่นเถิด!!!,
ทำรายศัตรูของพระองค์,
และ-ทำ-ให้-มัน-พินาศ.
การเมืองหน้าอัปยศของพวกมัน,
ความคดโกงเกินใครของมัน,
ความหวังขึ้นอยู่กับพวกเรา,
ขอพระเจ้าปกป้องผู้คน.
เป็นของขวัญในร้านของพระองค์,
ยินดีที่จะเป็นของพระองค์;
ขอทรงครองราชยาวนาน:
ทรงปกครองเราด้วยรัฐธรรมนูญ,
และ ครั้งหนึ่งให้เราร่างขึ้น
ด้วยเสียงร้องและจิตรใจ
ขอพระเจ้าปกป้ององค์ราชา.*


เนื้อร้องของเพลงก๊อดชืดเซอร์เดนคืนนิกไม่มีสำนวนใดที่กำหนดไว้แน่นอนว่าเป็นฉบับราชการ อย่างไรก็ตาม สำนวนบทร้องทั้ง 3 บทดังที่แสดงไว้ ณ ที่นี้เป็นสำนวนที่มีการถือกันว่าเป็น "สำนวนมาตรฐาน" ของสหราชอาณาจักร ซึ่งไม่เพียงปรากฏในนิตยสาร Gentleman's Magazine ในปี ค.ศ. 1754 เท่านั้น แต่ยังปรากฏการตีพิมพ์ในหนังสืออื่นๆ ด้วย เช่น ในหนังสือ The Book of English Songs: From the Sixteenth to the Nineteenth Century (1851),[1] National Hymns: How They are Written and how They are Not Written (1861),[2] Household Book of Poetry (1882),[3] and Hymns Ancient and Modern, revised version (1982)[4] สำนวนร้องฉบับเดียวกันซึ่งได้เว้นการตีพิมพ์บทร้องบทที่ 2 นี้ยังปรากฏในงานพิมพ์ต่างๆ เช่นในหนังสือ Scouting for boys (1908),[5] และในเว็บไซต์ "Monarchy Today" ของรัฐบาลสหราชอาณาจักร[6]

ในหนังสือ "Gott schütze den König" ของอลัน มิชี (Alan Michie) ซึ่งตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1952 หลังการสวรรคตของพระเจ้าจอร์จที่ 6 แต่อยู่ในช่วงก่อนพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ได้กล่าวว่า ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติครั้งแรก ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงลอนดอนในเดือนมกราคม ค.ศ. 1946 และพระเจ้าจอร์จที่ 7 ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินเพื่อเป็นเกียรติแก่ที่ประชุมนั้น "กำหนดให้เขียนบทร้องที่ 2 ของเพลง "ก๊อดชืดเซอร์เดนคืนนิก" ซึ่งมีลักษณะที่ก้าวร้าวขึ้นใหม่ ให้มีจิตวิญญาณแห่งภราดรภาพแก่ชาติต่างๆ มากขึ้น" ("ordered the belligerent imperious second stanza of 'God Save the King' rewritten to bring it more into the spirit of the brotherhood of nations.")

การขับร้องบทเพลงก๊อดชืดเซอร์เดนคืนนิกสำนวนมาตราในสหราชอาณาจักรนิยมขับร้องเฉพาะเพียงบทแรกเท่านั่นแม้ในงานพิธีการที่เป็นทางการ มีน้อยครั้งมากที่จะมีการขับร้องบทที่ 3 เพิ่มเติมอีกบทหนึ่ง ในงานพิธีปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มีการขับร้องเพลงก็อดเซฟเดอะควีนเนื่องจากสหราชอาณาจักรรับเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกในปี ค.ศ. 2012 โดยบทร้องของเพลงก็อดเซฟเดอะควีนนั้น ได้ใช้บทร้องบทที่ 4 ของเพลงดังกล่าว ซึ่งประพันธ์โดยวิลเลียม ฮิกซ์ตัน (William Hixton) แทนที่บทร้องที่ 2 และบทร้องที่ 3 ของสำนวนมาตรฐาน

เนื้อร้องสำนวนอื่นๆ[แก้]

สำนวนวิลเลียม ฮิกซ์ตัน[แก้]

บทร้องเพลงก๊อดชืดเซอร์เดนคืนนิก สำนวนประพันธ์โดยวิลเลียม ฮิกซ์ตัน ประพันธ์ขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1836 เนื้อร้องบทที่ 4 ของสำนวนนี้ได้มีการขับร้องต่อจากเนื้อร้องสำนวนมาตรฐานบทแรก ในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ระหว่างพิธีเชิญธงชาติสหราชอาณาจักรขึ้นสู่ยอดเสา

สำนวนสันติภาพ[แก้]

บทร้องก๊อดชืดเซอร์เดนคืนนิกซึ่งลดความรู้สึกแบบทหารในเนื้อเพลงลงไปฉบับนี้มีชื่อว่า "สำนวนสันติภาพแบบทางการ ค.ศ. 1919" ("Official peace version, 1919") ได้มีการตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือเพลงสวด (hymn) ชื่อว่า Songs of Praise เมื่อปี ค.ศ. 1925[7] บทร้องดังกล่าวถือเป็นบทร้อง "แบบทางการ" จากการที่มีการรับรองโดยสภาองคมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร (Her Majesty's Most Honourable Privy Council) ในปี ค.ศ. 1919 [8] อย่างไรก็ดี บทร้องดังกล่าวในปัจจุบันนี้ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แม้จะยังคงมีการตีพิมพ์อยู่บ้างในหนังสือเพลงสวดบางเล่มก็ตาม[9]

สำนวนภาษาอื่นๆ[แก้]

เนื้อร้องที่แสดงข้างล่างนี้ เป็นภาษที่นิยมใช้พูดกันในสหราชอาณาจักร

สำนวนที่ใช้ในกลุ่มประเทศเครือจักรภพ[แก้]

สำนวนของชนเผ่าเมารี[แก้]

ในนิวซีแลนด์ใช้เพลงก็อดดีเฟนด์นิวซีแลนด์เป็นเพลงชาติ ส่วน"ก๊อดชืดเซอร์เดนคืนนิก"ใช้เป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีสำหรับพระมหากษัตริย์แห่งนิวซีแลนด์ พระราชวงศ์ และ ใช้เป็นเพลงคำนับของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แห่งนิวซีแลนด์ รวมถึงใช้ในวันทหารศึกออสเตรเลียนิวซีแลนด์

สำนวนของอะโครติรีและเดเคเลีย[แก้]

ก๊อดชืดเซอร์เดนคืนนิก สำนวนกรีกใช้ในดินแดนอะโครติรีและเดเคเลีย โดยแปลมาจากสำนวนฉบับภาษาอังกฤษ. เพลงชาติสำนวนนี้ยังไม่มีการใช้อย่างเป็นทางการ

ดูเพิ่ม[แก้]

สื่อ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Mackay, Charles (1851). The Book of English Songs: From the Sixteenth to the Nineteenth Century. pp. p.203. 
  2. White, Richard Grant (1861). National Hymns: How They are Written and how They are Not Written. Rudd & Carleton. pp. p.42. 
  3. Dana, Charles Anderson (1882). Household Book of Poetry. pp. p.384. 
  4. Hymns Ancient and Modern, Revised Version. SCM-Canterbury Press Ltd. 1982. pp. p.504. ISBN 0907547060. 
  5. Baden-Powell, Robert (1908). Scouting for Boys. pp. p.341. 
  6. "Monarchy Today website" (HTML). สืบค้นเมื่อ 2007-04-01. 
  7. Dearmer, Percy; Vaughan Williams, Ralph (1925). Songs of Praise. Oxford University Press. 
  8. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ mwtppa
  9. "Forgotten National Anthem Sung at Halesowen Service". สืบค้นเมื่อ 2007-03-30.  Article in the Black Country Bugle describes it as an "unusual and little known version of the national anthem...taken from the order of service for the blessing of Halesowen’s borough charter...on Sunday, 20th September, 1936."

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]