อิมโนเดเรียโก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สเปน: El Himno de Riego
คำแปล: เพลงสรรเสริญเรียโก
ราฟาเอล เดล เรียโกผู้เป็นที่มาของชื่อเพลง "อิมโนเดเรียโก"
ราฟาเอล เดล เรียโกผู้เป็นที่มาของชื่อเพลง "อิมโนเดเรียโก"
เพลงชาติของ Flag of the First Spanish Republic.svg สาธารณรัฐสเปนครั้งที่ 1
Flag of the Second Spanish Republic.svg สาธารณรัฐสเปนครั้งที่ 2
เนื้อร้อง เอวาริสโต เด ซาน มิเกล วาลเลดอร์ (ฉบับทางการ)
ทำนอง ฟรันซิสโก แกร์ตา, พ.ศ. 2363
ประกาศใช้ พ.ศ. 2416 Flag of the First Spanish Republic.svg สาธารณรัฐสเปนที่ 1
พ.ศ. 2474 Flag of the Second Spanish Republic.svg สาธารณรัฐสเปนที่ 2
ใช้จนถึง พ.ศ. 2417 Flag of the First Spanish Republic.svg สาธารณรัฐสเปนที่ 1
พ.ศ. 2482 Flag of the Second Spanish Republic.svg สาธารณรัฐสเปนที่ 2
อิมโนเดเรียโก (บรรเลง)

อิมโนเดเรียโก (สเปน: El Himno de Riego) เป็นบทเพลงปลุกใจของสเปนที่มีต้นกำเนิดในช่วงสงครามกลางเมืองของสเปนระหว่าง พ.ศ. 2363 - พ.ศ. 2366 โดยชื่อของเพลงนี้มาจากนายพันโท ราฟาเอล เดล เรียโก นายทหารและนักการเมืองสายเสรีนิยมของสเปนที่บทบาทสำคัญในสงครามกลางเมืองครั้งนั้น เพลงนี้ต่อมาได้กลายเป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐสเปนครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2416 - พ.ศ. 2417) และสาธารณรัฐสเปนครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2474 - พ.ศ. 2482)

หลังการล่มสลายของสาธารณรัฐสเปนครั้งที่ 2 เพลงนี้ได้กลายเพลงต้องห้ามตลอดสมัยการปกครองอย่างเผด็จการของจอมพลฟรันซิสโก ฟรังโก

ประวัติ[แก้]

ข้อขัดแย้ง[แก้]

ในประวัติของเพลงอิมโนเดเรียโก มีเรื่องราวของความขัดแย้งที่สำคัญเกิดขึ้นดังนี้

กุสโก ค.ศ. 1951[แก้]

ในบันทึกเรื่อง The Motorcycle Diaries (สเปน: Diarios de motocicleta) หรือบันทึกการเดินทางไปทั่วทวีปอเมริกาใต้ของเออร์เนสโต "เช" เกบารา ซึ่งเขียนขึ้นในช่วงก่อนที่เขาจะเป็นนักปฏิวัติ เขาได้บรรยายถึงเหตุการณ์หนึ่งเกี่ยวกับเพลงนี้ที่เขาพบในเมืองกุสโก ประเทศเปรู ว่า ชาวเมืองกุสโกต้องการที่จะบรรเลงเพลงชาติสเปนเพื่อแสดงความขอบคุณจอมพลฟรันซิสโก ฟรังโก ผู้ปกครองประเทศสเปนขณะนั้น ที่ช่วยเหลือในการบูรณะโบสถ์คริสต์แห่งหนึ่งที่เสียหายจากภัยธรรมชาติ แต่ด้วยความเข้าใจผิด แทนที่วงดนตรีจะบรรเลงเพลงมาร์ชากราเดนารา (ชื่อเดิมของเพลงมาร์ชาเรอัล เพลงชาติสเปนในปัจจุบัน) พวกเขากลับบรรเลงเพลงอิมโนเดเรียโก ซึ่งเป็นเพลงต้องห้ามของสเปนเวลานั้น สร้างความไม่พอใจต่อชาวสเปนที่อยู่ในที่นั้นด้วย[1]

การแข่งขันเทนนิสเดวิสคัพ 2003[แก้]

ก่อนเริ่มการแข่งขันเทนนิสเดวิสคัพ 2003 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่างสเปนกับออสเตรเลีย ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546 ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ได้เกิดเหตุผิดพลาดขึ้นจากการบรรเลงเพลงอิมโนเดเรียโกในฐานะเพลงชาติสเปน แทนที่จะเป็นเพลงมาร์ชาเรอัล ซึ่งเป็นเพลงชาติของราชอาณาจักรสเปนปัจจุบัน[2][3] จากเหตุการณ์นี้ทำให้รัฐมนตรีกระทรวงกีฬาของสเปนยื่นหนังสือประท้วงต่อคณะกรรมการจัดการแข่งขัน พร้อมเรียกร้องให้มีการขอโทษจากฝ่ายออสเตรเลีย ด้วยเห็นว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็น "การคุกคามชาติสเปน"[4][5] ซึ่งภายหลังได้มีคำชี้แจงและขอโทษจากฝ่ายจัดการแข่งขันว่าเกิดจากความเข้าใจผิดของนักดนตรีผู้บรรเลงเพลง[6] อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายสเปนเห็นว่ายังไม่เป็นการเพียงพอ และต้องการให้รัฐบาลออสเตรเลียทำหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการด้วย[7]

เนื้อร้อง[แก้]

เนื้อร้องดังกล่าวนี้ถือเป็นเนื้อร้องฉบับทางการ ประพันธ์โดย เอวาริสโต เด ซาน มิเกล วาลเลดอร์ (Evaristo de San Miguel Valledor)

ภาษาสเปน

Serenos y alegres, valientes y osados,
Cantemos, soldados, el himno a la lid.
De nuestros acentos el orbe se admire
Y en nosotros mire los hijos del Cid.

Soldados, la patria nos llama a la lid.
Juremos por ella vencer o morir.

¿El mundo vio nunca, más noble osadía?
Ni vio nunca un día más grande el valor,
Que aquel, inflamados, nos vimos del fuego,
Excitar a Riego de Patria el amor?

Soldados, la patria nos llama a la lid.
Juremos por ella vencer o morir.

La trompa guerrera sus ecos al viento,
Horror al sediento, ya ruge el cañón.
A Marte sañudo la audacia provoca
Y el ingenio invoca de nuestra nación.

Soldados, la patria nos llama a la lid.
Juremos por ella vencer o morir.

คำแปล

ด้วยความสงบและความสุข ด้วยความกล้าหาญและองอาจ
ทหารทั้งหลาย จงร่วมขับขานเพลงศึกกันเถิด
เสียงของเราจะยังความพิศวงแก่โลก
ซึ่งมองเราในฐานะลูกหลานของเอลซิด

ทหารทั้งหลาย ประเทศชาติเรียกร้องให้พวกเราสู้
เราขอสาบานว่า จะมีแต่ชัยชนะหรือความตายเท่านั้น

โลกมิเคยพบมาก่อน ซึ่งความหาญกล้าอันทรงศักดิ์
ไม่มีวันใดที่ความองอาจอันยิ่งใหญ่ได้เคยปรากฏ
ยิ่งไปกว่าวันอันน่าตื่นเต้นที่เราได้เห็นไฟแห่งการต่อสู้
ตื่นขึ้นในตัวของท่านเรียโก ด้วยความรักในแผ่นดิน

ทหารทั้งหลาย ประเทศชาติเรียกร้องให้พวกเราสู้
เราขอสาบานว่า จะมีแต่ชัยชนะหรือความตายเท่านั้น

เสียงแตรศึกดังก้องในสายลม
ก่อความตระหนกแก่พวกคนโลภ ทั้งบัดนี้ปืนใหญ่ได้คำรามแล้ว
นักรบผู้องอาจของเราเรียกร้องไปข้างหน้า ต่อความกล้า
และความชาญฉลาดของชาติเรา

ทหารทั้งหลาย ประเทศชาติเรียกร้องให้พวกเราสู้
เราขอสาบานว่า จะมีแต่ชัยชนะหรือความตายเท่านั้น

อ้างอิง[แก้]

  1. ข้อความในบันทึกมีดังนี้
    Los campanarios de la catedral, derribados por el terremoto de 1950, había sido reconstruidos por cuenta del gobierno del general Franco y en prueba de gratitud se ordenó a la banda ejecutar el himno español. Sonaron los primeros acordes y se vio el bonete rojo del obispo encarnarse más aún mientras sus brazos se movían como los de una marioneta: “Paren, paren, hay un error”, decía, mientras se oía la indignada voz de un gaita: “dos años trabajando, ¡para esto!”. La banda -no sé si bien o mal intencionada-, había iniciado la ejecución del himno republicano.
    คัดจาก Diarios de motocicleta, capítulo El Señor de los Temblores, Ernesto Che Guevara
  2. Diario AS, 28 de noviembre de 2003
  3. Fragmento de cobertura informativa en CNN+ (video)
  4. El País, 28 de noviembre de 2003
  5. Libertad Digital, 28 de noviembre de 2003
  6. BBC Sport: Spain demands Davis Cup apology. Friday, 28 November, 2003, 14:22 GMT
  7. Himne de la República a la Copa Davis (บันทึกการรายงานข่าวของสำนักข่าว CNN)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]