โรคซึมเศร้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก โรคซึมเศร้าซ้ำ)
โรคซึมเศร้า
(Major depressive disorder)
Vincent Willem van Gogh 002.jpg
ภาพเขียน At Eternity's Gate ของฟินเซนต์ ฟัน โคค ในปี ค.ศ. 1890
การจำแนกและแหล่งข้อมูลภายนอก
ICD-10 F32, F33
ICD-9 296
OMIM 608516
DiseasesDB 3589
MedlinePlus 003213
eMedicine med/532
MeSH D003865

โรคซึมเศร้า (อังกฤษ: major depressive disorder, MDD) หรือภาวะซึมเศร้าคลินิก (clinical depression) ภาวะซึมเศร้ารุนแรง (major depression) ภาวะซึมเศร้าขั้วเดียว (unipolar depression) หรือโรคซึมเศร้าซ้ำ (recurrent depression) ในกรณีผู้ป่วยมีคราวซ้ำ ๆ เป็นความผิดปกติทางจิตอันมีลักษณะโดยรวมคือ มีภาวะซึมเศร้าต่อเนื่องร่วมกับมีความภูมิใจแห่งตนต่ำ และขาดความสนใจหรือสุขารมณ์ในกิจวัตรซึ่งปกติน่าพอใจ คำว่า "ซึมเศร้า" ใช้ในหลายทาง มักใช้เพื่อหมายถึงกลุ่มอาการนี้ แต่อาจหมายถึงความผิดปกติทางจิตอื่นหรือหมายถึงเพียงภาวะซึมเศร้าก็ได้ โรคซึมเศร้าเป็นภาวะทำให้พิการ (disabling) ซึ่งมีผลเสียต่อครอบครัว งานหรือชีวิตโรงเรียน นิสัยการหลับและกิน และสุขภาพโดยรวมของบุคคล ในสหรัฐอเมริกา ราว 3.4% ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าฆ่าตัวตาย และมากถึง 60% ของผู้ที่ฆ่าตัวตายนั้นมีภาวะซึมเศร้าหรือความผิดปกติทางอารมณ์อย่างอื่น

การวินิจฉัยโรคซึมเศร้าอาศัยประสบการณ์รายงานเองของผู้ป่วย พฤติกรรมที่ญาติหรือเพื่อนรายงาน และการตรวจสถานะทางจิต ไม่มีการทดสอบทางห้องปฏิบัติการสำหรับโรคนี้ แม้โดยทั่วไปแพทย์ขอทดสอบสภาพกายที่อาจก่ออาการคล้าย ๆ กัน เวลาเริ่มต้นที่พบมากที่สุด คือ ระหว่างอายุ 20 ถึง 30 ปี โดยมีอีกยอดหนึ่งระหว่าง 30 ถึง 40 ปี[1]

การรักษาตรงแบบใช้ยารักษาโรคแก้ซึมเศร้า และในหลายกรณี ยังได้รับการให้คำปรึกษาด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบำบัดการรู้พฤติกรรม (cognitive behavioral therapy, CBT)[2] ยารักษาโรคดูได้ผล แต่ผลนั้นอาจมีนัยสำคัญในผู้ซึมเศร้ารุนแรงที่สุดเท่านั้น[3][4] การให้เข้าโรงพยาบาลอาจจำเป็นในผู้ป่วยที่มีการเพิกเฉยตนเองร่วมหรือมีความเสี่ยงทำร้ายตนเองหรือผู้อื่นอย่างสำคัญ ส่วนน้อยรักษาด้วยการรักษาทางจิตเวชด้วยไฟฟ้า (ECT) การดำเนินของโรคมีได้หลากหลาย ตั้งแต่หนึ่งคราวซึ่งกินเวลาหลายสัปดาห์จนความผิดปกติตลอดชีวิตโดยมีคราวซึมเศร้ารุนแรงเกิดซ้ำหลายคราว บุคคลซึมเศร้ามีการคาดหมายคงชีพสั้นกว่าผู้ที่ไม่ป่วย ส่วนหนึ่งเพราะไวต่อความเจ็บป่วยทางกายและการฆ่าตัวตายที่เพิ่มขึ้น ยังไม่ชัดเจนว่ายารักษาโรคมีผลต่อความเสี่ยงการฆ่าตัวตายหรือไม่ ผู้ป่วยปัจจุบันและอดีตผู้ป่วยอาจถูกสังคมไม่ยอมรับ (stigmatize)

ความเข้าใจธรรมชาติและสาเหตุของโรคซึมเศร้ามีการพัฒนาในช่วงหลายศตวรรษ แต่ความเข้าใจนี้ยังไม่สมบูรณ์และยังมีอีกหลายประเด็นของโรคซึมเศร้ายังเป็นหัวข้ออภิปรายและการวิจัย สาเหตุที่มีผู้เสนอมีปัจจัยทางจิตวิทยา จิตสังคม กรรมพันธุ์ วิวัฒนาการและชีววิทยา การใช้สารเสพติดเป็นเวลานานอาจก่อหรือทำให้อาการของโรคซึมเศร้ารุนแรงขึ้น การรักษาทางจิตวิทยาอาศัยทฤษฎีบุคลิกภาพ การสื่อสารระหว่างบุคคล และการเรียนรู้ ทฤษฎีทางชีววิทยาส่วนมากมุ่งสารโมโนเอเมีนซีโรโตนิน นอร์อีพิเนฟรินและโดพามีน ซึ่งมีอยู่ตามธรรมชาติในสมองและช่วยการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาท มีการตั้งชื่อ อธิบายและจำแนกกลุ่มอาการนี้อยู่ในกลุ่มความผิดปกติทางอารมณ์ในคู่มือวินิจฉัยของสมาคมจิตแพทย์อเมริกาฉบับ ค.ศ. 1980

อาการ[แก้]

ภาวะซึมเศร้าขั้นรุนแรงมีผลกระทบอย่างชัดเจนต่อครอบครัวผู้ป่วย ความสัมพันธ์ส่วนตัว การทำงานหรือการเรียน การนอนหลับและการรับประทานอาหาร และสุขภาพทั่วไป

ผู้ป่วยที่มีลักษณะภาวะซึมเศร้าจะมีอารมณ์หดหู่ และไม่อยากทำกิจกรรมที่ปกติเคยชอบทำ มักจะหมกมุ่น มีความคิดหรือรู้สึกถึงการไม่มีคุณค่า ความเสียใจหรือรู้สึกผิดอย่างไม่มีเหตุผล ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หมดหวัง และเกลียดตัวเอง ในรายที่รุนแรงจะแสดงอาการของภาวะทางจิต (psychosis) เช่น เห็นภาพหลอน (hallucination) หรือหลงผิด (delusion) ส่วนอาการอื่นๆ ได้แก่ สมาธิแย่ลงและความจำสั้นในผู้ป่วยที่มีภาวะใจลอยร่วมด้วย การแยกตัวจากสังคมและกิจกรรมต่างๆ ความต้องการทางเพศลดลง และมีความคิดเกี่ยวกับความตายหรือการฆ่าตัวตาย

โรคนอนไม่หลับ (insomnia) เป็นลักษณะหนึ่งของการซึมเศร้า โดยทั่วไปจะตื่นนอนตอนเช้ามากและเมื่อต้องการนอนหลับก็ไม่สามารถทำได้ ซึ่งโรคนอนหลับมากเกินไป (hypersomnia) ก็เป็นอาการของโรคซึมเศร้าได้เช่นกัน

ลักษณะทางกายภาพ เช่น เหนื่อยง่าย ปวดหัว หรือมีปัญหาทางระบบย่อยอาหาร ความอยากทานอาหารลดลงทำให้น้ำหนักลดลง ซึ่งถึงการกินอาหารมากเกินไปและน้ำหนักขึ้นก็สามารถเกิดขึ้นได้ในบางราย คนใกล้ตัวสามารถสังเกตเห็นได้ว่าพฤติกรรมผู้ป่วยมีลักษณะอาการร้อนรนหรือเอื่อยเฉื่อย (agitated or lethargic)

สาเหตุของอาการซึมเศร้าทั่วไปที่พบได้บ่อย[แก้]

สาเหตุของอาการซึมเศร้า [5] สามารถแบ่งได้ ดังนี้

  • ความเครียดเรื้อรัง โดยเกิดจากความเครียดทางร่างกายหรือทางจิตใจ หากเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานแล้วจะสามารถส่งผลกระทบในทางลบ และอาจนำไปสู่ภาวะต่อมหมวกไตอ่อนล้า หรือเกิดการขาดสมดุลทางชีวเคมี ซึ่งจะส่งผลเสียต่ออารมณ์ ความมีชีวิตชีวา ความทรงจำและการนอนหลับ
  • เหตุการณ์ฝังใจที่เกิดขึ้นในอดีต ความเครียดอันเนื่องมาจากเรื่องฝังใจในวัยเด็ก หรือความเครียดที่เกิดจากการเผชิญเหตุการณ์รุนแรงหรือเลวร้ายในอดีต
  • ฮอร์โมนผันผวน สตรีหลังคลอดบุตรหรือในช่วงที่มีประจำเดือนฮอร์โมนจะมีการเปลี่ยนนแปลงอันอาจก่อให้เกิดอาการซึมเศร้า ซึ่งความรุนแรงอาจแตกต่างกันไป แต่ก็มักจะสามารถหายไปได้เองเมื่อผ่านช่วงเวลานั้นไป
  • จิตใจ ทัศนคติทางอารมณ์ และรูปแบบทางความคิด การมองโลกในแง่ร้ายและการคิดลบอย่างต่อเนื่องรวมไปถึงความรู้สึกโกรธแค้นหรือขมขื่นที่มีต่อบุคคลอื่น สถานการณ์ชีวิตโดยรวมอาจส่งผลให้เกิดอาการซึมเศร้า วิตกกังวลและอารมณ์ขุ่นเคืองได้
  • ความรู้สึกไร้จุดมุ่งหมายในชีวิต ความรู้สึกว่าชีวิตที่ผ่านไปแต่ละวันนั้นไร้จุดมุ่งหมายหรือการทำงานที่ไม่มีความก้าวหน้า อาจทำให้รู้สึกว่างเปล่า เศร้าใจหรือหงุดหงิด ความรู้สึกเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นอาการซึมเศร้าอีกชนิดหนึ่งซึ่งเกิดจากการใช้ชีวิตที่ไม่สมปรารถนา
  • ความเจ็บป่วยทางการแพทย์ ความเจ็บป่วยทางการแพทย์ต่างๆ เช่น โรคพาร์กินสัน โรคต่อมไทรอยด์ โรคทที่เกี่ยวข้องกับตับหรือไตอาจส่งผลให้ผู้ป่วยตกอยู่ในอาการของโรคซึมเศร้าได้
  • การรับประทานยารักษาโรคบางชนิด สามารถเป็นสาเหตุของอาการซึมเศร้าได้ ดังนั้นหากพบว่ามีอาการซึมเศร้าเสียใจภายหลังจากการเริ่มใช้ยาตัวใหม่ควรเข้าปรึกษาแพทย์ทันที

การป้องกัน[แก้]

ในปี 2008 มีการค้นพบว่า interpersonal therapy(IPT) ใช้ได้ผลและมีประสิทธิภาพเมื่อใช้กับรายบุคคลหรือกลุ่มเล็กๆ และโดยผ่านทางอินเทอร์เน็ต

การดูแล[แก้]

การรักษาโรคซึมเศร้าหลักๆ มี 3 วิธี คือ การบำบัดทางจิต การจ่ายยา และการกระตุ้นด้วยไฟฟ้า โดยการกระตุ้นด้วยไฟฟ้าจะใช้เป็นทางเลือกท้ายสุดของการรักษา

อ้างอิง[แก้]

  1. "Major Depressive Disorder". American Medical Network, Inc. สืบค้นเมื่อ 15 January 2011. 
  2. Driessen Ellen, Hollon Steven D (2010). "Cognitive Behavioral Therapy for Mood Disorders: Efficacy, Moderators and Mediators". Psychiatric Clinics of North America 33 (3): 537–55. doi:10.1016/j.psc.2010.04.005. PMC 2933381. PMID 20599132. 
  3. Fournier JC, DeRubeis RJ, Hollon SD, Dimidjian S, Amsterdam JD, Shelton RC, Fawcett J (January 2010). "Antidepressant drug effects and depression severity: a patient-level meta-analysis". JAMA 303 (1): 47–53. doi:10.1001/jama.2009.1943. PMC 3712503. PMID 20051569. 
  4. Kirsch I, Deacon BJ, Huedo-Medina TB, Scoboria A, Moore TJ, Johnson BT (February 2008). "Initial severity and antidepressant benefits: a meta-analysis of data submitted to the Food and Drug Administration". PLoS Med. 5 (2): e45. doi:10.1371/journal.pmed.0050045. PMC 2253608. PMID 18303940. 
  5. [1]
  • [2] เดอะ เคบิน กรุงเทพฯ สถานบำบัดอาการเสพติดและรักษาสุขภาพจิต
  • American Psychiatric Association (2000a). Diagnostic and statistical manual of mental disorders, Fourth Edition, Text Revision: DSM-IV-TR. Washington, DC: American Psychiatric Publishing, Inc. ISBN 0890420254. 
  • Barlow DH; Durand VM (2005). Abnormal psychology: An integrative approach (5th ed.). Belmont, CA, USA: Thomson Wadsworth. ISBN 0534633560. 
  • Beck, Aaron T.; Rush J, Shaw BF, Emery G (1987) [1979]. Cognitive Therapy of depression. New York, NY, USA: Guilford Press. ISBN 0898629195. 
  • Freeman, Arthur; Epstein, Norman & Simon, Karen M. (1987). Depression in the Family. Haworth Press. ISBN 0866566244. 
  • Hergenhahn BR (2005). An Introduction to the History of Psychology (5th edition ed.). Belmont, CA, USA: Thomson Wadsworth. ISBN 0534554016. 
  • May R (1994). The discovery of being: Writings in existential psychology. New York, NY, USA: W. W. Norton & Company. ISBN 0393312402. 
  • Parker, Gordon; Dusan Hadzi-Pavlovic, Kerrie Eyers (1996). Melancholia: A disorder of movement and mood: A phenomenological and neurobiological review. Cambridge: Cambridge University Press. ISBN 052147275X. 
  • Royal Pharmaceutical Society of Great Britain (September 2008). [[British National Formulary]] (BNF 56). UK: BMJ Group and RPS Publishing. ISBN 9780853697787.  Wikilink embedded in URL title (help)
  • Sadock, Benjamin J.; Sadock, Virginia A. (2002). Kaplan and Sadock's Synopsis of Psychiatry: Behavioral Sciences/Clinical Psychiatry (9th ed.). Lippincott Williams & Wilkins. ISBN 0781731836. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]