โซเดียม
| โซเดียม | ||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ลักษณะปรากฏ | โลหะสีขาวเงิน | |||||||||||||||||||||||||
| น้ำหนักอะตอมมาตรฐาน Ar°(Na) | ||||||||||||||||||||||||||
| โซเดียมในตารางธาตุ | ||||||||||||||||||||||||||
| เลขอะตอม (Z) | 11 | |||||||||||||||||||||||||
| หมู่ | 1 | |||||||||||||||||||||||||
| คาบ | คาบที่ 3 | |||||||||||||||||||||||||
| บล็อก | บล็อก-s | |||||||||||||||||||||||||
| การจัดเรียงอิเล็กตรอน | [Ne] 3s1 | |||||||||||||||||||||||||
| อิเล็กตรอนต่อระดับพลังงาน | 2, 8, 1 | |||||||||||||||||||||||||
| สมบัติทางกายภาพ | ||||||||||||||||||||||||||
| สถานะ ที่ STP | ของแข็ง | |||||||||||||||||||||||||
| จุดหลอมเหลว | 370.944 K (97.794 °C, 208.029 °F) | |||||||||||||||||||||||||
| จุดเดือด | 1156.090 K (882.940 °C, 1621.292 °F) | |||||||||||||||||||||||||
| ความหนาแน่น (ที่ 20° C) | 0.9688 ก./ซม.3[3] | |||||||||||||||||||||||||
| ขณะเป็นของเหลว (ที่จุดหลอมเหลว) | 0.927 g/cm3 | |||||||||||||||||||||||||
| จุดวิกฤต | 2573 K, 35 MPa (ประมาณค่าจากแนวโน้ม) | |||||||||||||||||||||||||
| ความร้อนของการหลอมเหลว | 2.60 kJ/mol | |||||||||||||||||||||||||
| ความร้อนของการกลายเป็นไอ | 97.42 kJ/mol | |||||||||||||||||||||||||
| ความจุความร้อนจำเพาะเชิงโมล | 28.230 J/(mol·K) | |||||||||||||||||||||||||
ความดันไอ
| ||||||||||||||||||||||||||
| สมบัติของอะตอม | ||||||||||||||||||||||||||
| สถานะออกซิเดชัน | ทั่วไป: +1 −1,[4] | |||||||||||||||||||||||||
| อิเล็กโทรเนกาติวิตี | สเกลเพาลิง: 0.93 | |||||||||||||||||||||||||
| พลังงานไอออไนเซชัน |
| |||||||||||||||||||||||||
| รัศมีอะตอม | จากการทดลอง: 186 pm | |||||||||||||||||||||||||
| รัศมีโควาเลนต์ | 166±9 pm | |||||||||||||||||||||||||
| รัศมีแวนเดอร์วาลส์ | 227 pm | |||||||||||||||||||||||||
| สมบัติอื่น ๆ | ||||||||||||||||||||||||||
| โครงสร้างผลึก | body-centered cubic (bcc) (cI2) | |||||||||||||||||||||||||
| ค่าคงที่แลตทิซ | a = 428.74 pm (ที่ 20 °C)[3] | |||||||||||||||||||||||||
| การขยายตัวจากความร้อน | 69.91×10−6/K (ที่ 20 °C)[3] | |||||||||||||||||||||||||
| การนำความร้อน | 142 W/(m⋅K) | |||||||||||||||||||||||||
| สภาพต้านทานไฟฟ้า | 47.7 nΩ⋅m (ที่ 20 °C) | |||||||||||||||||||||||||
| สมบัติแม่เหล็ก | พาราแมกเนติก[5] | |||||||||||||||||||||||||
| สภาพรับไว้ได้ทางแม่เหล็กเชิงโมล | +16.0×10−6 cm3/mol (298 K)[6] | |||||||||||||||||||||||||
| มอดุลัสของยัง | 10 GPa | |||||||||||||||||||||||||
| มอดุลัสเฉือน | 3.3 GPa | |||||||||||||||||||||||||
| มอดุลัสเชิงปริมาตร | 6.3 GPa | |||||||||||||||||||||||||
| ความเร็วเสียง แท่งโลหะบาง | 3200 m/s (ที่ 20 °C) | |||||||||||||||||||||||||
| ความแข็งโมส | 0.5 | |||||||||||||||||||||||||
| ความแข็งบริเนล | 0.69 MPa | |||||||||||||||||||||||||
| เลขทะเบียน CAS | 7440-23-5 | |||||||||||||||||||||||||
| ประวัติ | ||||||||||||||||||||||||||
| การตั้งชื่อ | อาจมาจากภาษาอาหรับ suda หมายถึง 'ปวดศีรษะ' เนื่องจากการใช้โซเดียมคาร์บอเนต (โซดา) เป็นยาบรรเทาอาการปวดศีรษะ | |||||||||||||||||||||||||
| การค้นพบและการแยกธาตุครั้งแรก | ฮัมฟรี เดวี (1807) | |||||||||||||||||||||||||
| สัญลักษณ์ | "Na": from New Latin natrium, coined from German Natron, 'natron' | |||||||||||||||||||||||||
| ไอโซโทปของโซเดียม | ||||||||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||||||||
โซเดียม (อังกฤษ: sodium) เป็นธาตุเคมี มีสัญลักษณ์ Na (มาจากภาษาละตินสมัยใหม่ว่า natrium) และมีเลขอะตอม 11 โซเดียมเป็นโลหะที่อ่อน นุ่ม มีสีขาวเงิน และมีความว่องไวต่อปฏิกิริยาสูงมาก จัดอยู่ในกลุ่มโลหะแอลคาไล ซึ่งเป็นธาตุหมู่ 1 ในตารางธาตุ โซเดียมมีไอโซโทปที่เสถียรเพียงชนิดเดียวคือ 23Na ในธรรมชาติไม่พบโซเดียมในรูปโลหะอิสระ แต่ต้องเตรียมจากสารประกอบต่าง ๆ โซเดียมเป็นธาตุที่มีปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับ 6 ในเปลือกโลก และปรากฏอยู่ในแร่จำนวนมาก เช่น เฟลด์สปาร์, โซดาไลต์ และหินเกลือ (NaCl) เกลือของโซเดียมหลายชนิดละลายน้ำได้ดีมาก ไอออนของโซเดียมถูกชะละลายโดยน้ำจากแร่ธาตุในโลกมาเป็นเวลาช้านาน ดังนั้นโซเดียมและคลอรีนจึงเป็นธาตุที่ละลายอยู่ในมหาสมุทรมากที่สุดเมื่อเทียบตามน้ำหนัก
ฮัมฟรี เดวี เป็นผู้แยกธาตุโซเดียมได้เป็นครั้งแรกใน ค.ศ. 1807 โดยใช้วิธีอิเล็กโทรลิซิสของโซเดียมไฮดรอกไซด์ ท่ามกลางสารประกอบโซเดียมที่มีประโยชน์มากมาย โซเดียมไฮดรอกไซด์ (โซดาไฟ) ถูกนำมาใช้ในการผลิตสบู่ และโซเดียมคลอไรด์ (เกลือแกง) ใช้เป็นสารละลายน้ำแข็ง รวมถึงเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับสัตว์และมนุษย์
โซเดียมเป็นธาตุที่จำเป็นสำหรับสัตว์ทุกชนิดและพืชบางชนิด โซเดียมไอออนเป็นไอออนบวกหลักในของเหลวนอกเซลล์ (ECF) และเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความดันออสโมติกของของเหลวนอกเซลล์[8] เซลล์สัตว์จะทำหน้าที่ปั๊มโซเดียมไอออนออกนอกเซลล์ผ่านโซเดียม-โพแทสเซียมปั๊ม ซึ่งเป็นกลุ่มของเอนไซม์ที่ฝังตัวอยู่ในเยื่อหุ้มเซลล์ เพื่อรักษาความเข้มข้นของโซเดียมไอออนภายนอกเซลล์ให้สูงกว่าภายในเซลล์ประมาณสิบเท่า[9] ในเซลล์ประสาท การไหลเข้ามาของโซเดียมไอออนอย่างกะทันหันผ่านช่องโซเดียมแบบควบคุมด้วยศักย์ไฟฟ้า จะทำให้เกิดการส่งกระแสประสาทในกระบวนการที่เรียกว่า ศักย์งาน
ลักษณะเฉพาะ
[แก้]ทางกายภาพ
[แก้]
โซเดียมที่อุณหภูมิและความดันมาตรฐานเป็นโลหะที่อ่อนนุ่ม มีสีขาวเงิน ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศจนเกิดเป็นโซเดียมออกไซด์ โซเดียมในปริมาณมากมักถูกเก็บไว้ในน้ำมันหรือก๊าซเฉื่อย โลหะโซเดียมสามารถตัดได้ง่ายด้วยมีด และเป็นตัวนำไฟฟ้าและความร้อนที่ดี จุดหลอมเหลว (98 °C) และจุดเดือด (883 °C) ของโซเดียมต่ำกว่าลิเทียม แต่สูงกว่าโลหะแอลคาไลที่หนักกว่าอย่างโพแทสเซียม รูบิเดียม และซีเซียม ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มตามหมู่ในตารางธาตุ[10] คุณสมบัติเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงอย่างมากภายใต้ความดันสูง: ที่ความดัน 1.5 เมกะบาร์ สีจะเปลี่ยนจากสีขาวเงินเป็นสีดำ, ที่ 1.9 เมกะบาร์ วัสดุจะโปร่งแสงและมีสีแดง และที่ความดัน 3 เมกะบาร์ โซเดียมจะกลายเป็นของแข็งที่ใสและโปร่งใส โดยอัญรูปที่เกิดภายใต้ความดันสูงเหล่านี้ล้วนเป็นฉนวนและเป็นอิเล็กไทรด์[11]

ในการทดสอบเปลวไฟ โซเดียมและสารประกอบของมันจะให้แสงสีเหลือง[12] เนื่องจากอิเล็กตรอนในวงโคจร 3s ที่ถูกกระตุ้นจะปล่อยโฟตอนออกมาเมื่อกลับลงมายังชั้น 3s ความยาวคลื่นของโฟตอนนี้ตรงกับเส้น D2 ที่ประมาณ 589.3 นาโนเมตร อันตรกิริยาสปิน-วงโคจรที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กตรอนในออร์บิทัล 3p ทำให้เส้น D แยกออกเป็นสองเส้น คือที่ 589.0 และ 589.6 นาโนเมตร ส่วนโครงสร้างไฮเปอร์ไฟน์ที่เกี่ยวข้องกับทั้งสองออร์บิทัลยังทำให้เกิดเส้นสเปกตรัมอื่น ๆ อีกมากมาย[13]
ไอโซโทป
[แก้]มีการค้นพบไอโซโทปของโซเดียมแล้ว 20 ชนิด แต่มีเพียง 23Na เท่านั้นที่เสถียร 23Na เกิดจากกระบวนการเผาไหม้คาร์บอนในดาวฤกส์โดยการหลอมรวมอะตอมคาร์บอนสองอะตอมเข้าด้วยกัน ซึ่งต้องใช้อุณหภูมิสูงกว่า 600 เมกะเคลวิน และดาวฤกษ์ต้องมีมวลอย่างน้อย 3 เท่าของมวลดวงอาทิตย์[14] นอกจากนี้ยังมีไอโซโทปกัมมันตรังสีที่เกิดจากการแตกตัวจากรังสีคอสมิก (cosmogenic isotopes) สองชนิด ได้แก่ 22Na ซึ่งมีครึ่งชีวิต 2.6 ปี และ 24Na ซึ่งมีครึ่งชีวิต 15 ชั่วโมง ส่วนไอโซโทปอื่น ๆ ทั้งหมดมีครึ่งชีวิตน้อยกว่าหนึ่งนาที[15] มีการค้นพบนิวเคลียร์ไอโซเมอร์สองชนิด ชนิดที่มีอายุยาวนานกว่าคือ 24mNa ซึ่งมีครึ่งชีวิตประมาณ 20.2 มิลลิวินาที การได้รับรังสีนิวตรอนอย่างรุนแรง เช่น จากอุบัติเหตุทางรังสีระดับวิกฤต จะเปลี่ยน 23Na ที่เสถียรในเลือดของมนุษย์ให้กลายเป็น 24Na โดยสามารถคำวณปริมาณรังสีนิวตรอนที่ผู้ประสบอุบัติเหตุได้รับได้จากการวัดความเข้มข้นของ 24Na เมื่อเทียบกับ 23Na[16]
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ "Standard Atomic Weights: โซเดียม". CIAAW. 2005.
- ↑ Prohaska, Thomas; Irrgeher, Johanna; Benefield, Jacqueline; Böhlke, John K.; Chesson, Lesley A.; Coplen, Tyler B.; Ding, Tiping; Dunn, Philip J. H.; Gröning, Manfred; Holden, Norman E.; Meijer, Harro A. J. (2022-05-04). "Standard atomic weights of the elements 2021 (IUPAC Technical Report)". Pure and Applied Chemistry (ภาษาอังกฤษ). doi:10.1515/pac-2019-0603. ISSN 1365-3075.
- 1 2 3 Arblaster, John W. (2018). Selected Values of the Crystallographic Properties of Elements. Materials Park, Ohio: ASM International. ISBN 978-1-62708-155-9.
- ↑ Greenwood, Norman N.; Earnshaw, Alan (1997). Chemistry of the Elements (2nd ed.). Butterworth-Heinemann. p. 28. ISBN 978-0-08-037941-8.
- ↑ Magnetic susceptibility of the elements and inorganic compounds, in Lide, D. R., บ.ก. (2005). CRC Handbook of Chemistry and Physics (86th ed.). Boca Raton (FL): CRC Press. ISBN 0-8493-0486-5.
- ↑ Weast, Robert (1984). CRC, Handbook of Chemistry and Physics. Boca Raton, Florida: Chemical Rubber Company Publishing. pp. E110. ISBN 0-8493-0464-4.
- ↑ Kondev, F. G.; Wang, M.; Huang, W. J.; Naimi, S.; Audi, G. (2021). "The NUBASE2020 evaluation of nuclear properties" (PDF). Chinese Physics C. 45 (3): 030001. doi:10.1088/1674-1137/abddae.
- ↑ Diem K, Lentner C (1970). "Blood – Inorganic substances". in: Scientific Tables (Seventh ed.). Basle, Switzerland: CIBA-GEIGY Ltd. pp. 561–568.
- ↑ Gagnon, Kenneth B.; Delpire, Eric (2021). "Sodium Transporters in Human Health and Disease". Frontiers in Physiology. 11. doi:10.3389/fphys.2020.588664. ISSN 1664-042X. PMC 7947867. PMID 33716756.
{{cite journal}}: ไม่รู้จักพารามิเตอร์|article-number=ถูกละเว้น (help) - ↑ ""Alkali Metals." Science of Everyday Things". Encyclopedia.com. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 October 2016. สืบค้นเมื่อ 15 October 2016.
- ↑ Gatti, M.; Tokatly, I.; Rubio, A. (2010). "Sodium: A Charge-Transfer Insulator at High Pressures". Physical Review Letters. 104 (21). arXiv:1003.0540. Bibcode:2010PhRvL.104u6404G. doi:10.1103/PhysRevLett.104.216404. PMID 20867123. S2CID 18359072.
{{cite journal}}: ไม่รู้จักพารามิเตอร์|article-number=ถูกละเว้น (help) - ↑ Schumann, Walter (5 August 2008). Minerals of the World (2nd ed.). Sterling. p. 28. ISBN 978-1-4027-5339-8. OCLC 637302667.
- ↑ Citron, M. L.; Gabel, C.; Stroud, C.; Stroud, C. (1977). "Experimental Study of Power Broadening in a Two-Level Atom". Physical Review A. 16 (4): 1507–1512. Bibcode:1977PhRvA..16.1507C. doi:10.1103/PhysRevA.16.1507.
- ↑ Denisenkov, P. A.; Ivanov, V. V. (1987). "Sodium Synthesis in Hydrogen Burning Stars". Soviet Astronomy Letters. 13: 214. Bibcode:1987SvAL...13..214D.
- ↑ แม่แบบ:NUBASE 2003
- ↑ Sanders, F. W.; Auxier, J. A. (1962). "Neutron Activation of Sodium in Anthropomorphous Phantoms". Health Physics. 8 (4): 371–379. Bibcode:1962HeaPh...8..371S. doi:10.1097/00004032-196208000-00005. PMID 14496815. S2CID 38195963.
บรรณานุกรม
[แก้]- Greenwood, Norman N.; Earnshaw, Alan (1997). Chemistry of the Elements (2nd ed.). Butterworth-Heinemann. ISBN 978-0-08-037941-8.
