บุคลิกภาพ
บุคลิกภาพ อธิบายถึงรูปแบบทางพฤติกรรม ความคิด และอารมณ์ ที่ประกอบกันเป็นการปรับตัวเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคลต่อการดำเนินชีวิต[1] แม้บุคลิกภาพจะค่อนข้างมีความมั่นคง แต่ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลาอันเนื่องจากประสบการณ์และกระบวนการพัฒนาการ[1][2][3][4] แม้จะยังไม่มีฉันทามติเกี่ยวกับนิยามของบุคลิกภาพ แต่ทฤษฎีส่วนใหญ่ในสาขานี้มุ่งเน้นไปที่ลักษณะนิสัย แรงจูงใจ ทักษะ และอัตลักษณ์ [5]
การวิจัยในด้านจิตวิทยาบุคลิกภาพ โดยทั่วไปมุ่งอธิบายลักษณะเฉพาะของบุคคลที่เป็นรากฐานของความแตกต่างในพฤติกรรม โดยลักษณะบุคลิกภาพมีความเกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ในชีวิตหลายประการ เช่น ความสำเร็จในการทำงานและความสัมพันธ์ สุขภาพจิต สวัสดิภาพ และอายุขัย[1][4] ตัวอย่างเช่น บุคคลอาจพัฒนาอุปนิสัยขี้โมโหขึ้นในช่วงชีวิตหนึ่ง หรืออาจตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นักจิตวิทยาได้ใช้วิธีการที่แตกต่างกันมากมายในการศึกษาบุคลิกภาพ สามารถจำแนกออกได้เป็นกลุ่มตามแนวทางต่าง ๆ ได้แก่ลักษณะนิสัย ชีววิทยา ภายในจิตใจ (จิตพลวัต) ปัญญาและประสบการณ์, สังคมและวัฒนธรรม และการปรับตัว[1] วิธีการต่างๆ ที่ใช้ในการศึกษาบุคลิกภาพในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของนักทฤษฎียุคบุกเบิกในสาขานี ซึ่งรวมถึง ซิกมุนด์ ฟรอยด์, อัลเฟรด แอดเลอร์, กอร์ดอน ออลพอร์ต, ฮันส์ ไอเซนค์, อับราฮัม มาสโลว์ และ คาร์ล โรเจอร์ส
พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของแนวคิด
[แก้]ความรู้สึกถึงบุคลิกภาพเฉพาะบุคคลในยุคสมัยใหม่นั้น เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมที่เริ่มขึ้นในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในความทันสมัย ในทางตรงกันข้าม ความรู้สึกถึงตัวตนของชาวยุโรปในยุคกลางนั้นผูกติดอยู่กับเครือข่ายของบทบาททางสังคม: "ครัวเรือน เครือข่ายเครือญาติ สมาคมอาชีพ องค์กร – สิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของความเป็นบุคคล" สตีเฟน กรีนแบลตต์ ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ในการเล่าถึงการค้นพบบทกวี De rerum natura ของลูเครเตียสอีกครั้งในปี ค.ศ. 1417 ว่า "แก่นของบทกวีนี้ คือหลักการสำคัญของความเข้าใจโลกในยุคสมัยใหม่"[6] ฌาคส์ เฌลิส สังเกตว่า[7] "เมื่อต้องพึ่งพาครอบครัว บุคคลเพียงลำพังก็ไม่มีความหมายอะไร" "ลักษณะเฉพาะของคนสมัยใหม่มีสองส่วน: ส่วนหนึ่งภายใน อีกส่วนหนึ่งภายนอก ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมของเขา อีกส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับทัศนคติ ค่านิยม และความรู้สึกของเขา"[8] แทนที่จะผูกติดอยู่กับเครือข่ายของบทบาททางสังคม มนุษย์ในยุคสมัยใหม่กลับได้รับอิทธิพลอย่างมากจากปัจจัยแวดล้อม เช่น "การทำให้เป็นเมือง การศึกษา การสื่อสารมวลชน การปรับให้เป็นอุตสาหกรรม และการปลุกสำนึกทางการเมือง [8]
ดูเพิ่มเติม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- 1 2 3 4 Larsen, Randy; Buss, David; Song, John; Jeronimus, Bertus F.; van den Berg, Stephanie; Sagoe, Dominic (2025). Personality psychology: Domains of knowledge about human nature (4th European ed.). UK: McGraw-Hill. ISBN 9781526850089. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "Handbook2" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน - ↑ Corr, Philip J.; Matthews, Gerald (2009). The Cambridge handbook of personality psychology (1. publ. ed.). Cambridge: Cambridge University Press. ISBN 978-0-521-86218-9.
- ↑ Khazan, Olga (March 2022). "My Personality Transplant". The Atlantic. 329 (2).
- 1 2 Soto, Christopher J. (2019). "How Replicable Are Links Between Personality Traits and Consequential Life Outcomes? The Life Outcomes of Personality Replication Project". Psychological Science. 30 (5): 711–727. doi:10.1177/0956797619831612. PMID 30950321 – โดยทาง SAGE.
- ↑ Roberts, Brent W.; Yoon, Hee J. (September 13, 2021). "Personality Psychology". Annual Review of Psychology. 73: 489–516. doi:10.1146/annurev-psych-020821-114927. PMID 34516758.
- ↑ Greenblatt, Stephen (2011). The swerve : how the world became modern. W.W. Norton. ISBN 978-0-393-08338-5. OCLC 755097082.
- ↑ Gélis (1989). "The Child: from anonymity to individuality". ใน Ariès, Philippe; Duby, Georges (บ.ก.). A History of Private Life III: Passions of the Renaissance. p. 309.
- 1 2 Inkeles, Alex; Smith, David H. (1974). Becoming Modern. doi:10.4159/harvard.9780674499348. ISBN 978-0-674-49934-8.[ต้องการเลขหน้า]