ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาควิชา
รัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์
คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สิงห์เขียว.jpg
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อภาษาอังกฤษ Department of Political Science and Public Administration,
Faculty of Social Sciences, Kasetsart University
ที่อยู่ ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เลขที่ 50 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
วันก่อตั้ง พ.ศ. 2517
หัวหน้าภาควิชา วัชรินทร์ ชาญศิลป์
สีประจำภาควิชา      สีเขียว
สัญลักษณ์ประจำภาควิชา สิงห์เขียว
เว็บไซต์ www.polsci.soc.ku.ac.th
    

ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นภาควิชาในสังกัดคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดสอนในหลักสูตรปริญญาตรีและปริญญาโทตลอดจนการเรียนการสอนและการวิจัยด้านสาขาวิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ประวัติ[แก้]

ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ แต่เดิมเป็นกลุ่มวิชาหนึ่งที่เปิดสอนในภาควิชาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อมีการก่อตั้งคณะสังคมศาสตร์ในปี พ.ศ. 2517 จึงได้จัดตั้งเป็น ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ โดยเปิดสอนในระดับปริญญาตรีหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์ โดยแบ่งย่อยออกเป็นสามสาขา คือ สาขาวิชาการปกครอง สาขาวิชาบริหารรัฐกิจ และสาขาวิชาบริหารงานยุติธรรม ต่อมาจึงได้เพิ่มสาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในหลักสูตรปริญญาตรีและเปลี่ยนชื่อสาขาวิชาบริหารรัฐกิจเป็นสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ และในระดับปริญญาโทได้เปิดสอนหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์ วิชาเอกการปกครอง เป็นหลักสูตรแรก ต่อมาจึงได้เพิ่มสาขาวิชามากขึ้น

สัญลักษณ์[แก้]

ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้สัญลักษณ์ สิงห์เขียว เป็นตราสัญลักษณ์ของภาควิชา โดยเป็นรูปติณสิงห์หรือราชสีห์แดง ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ชนิดของราชสีห์ แทนซึ่งความหมายของนักรัฐศาสตร์ ล้อมรอบด้วยลายรวงข้าวปรียบความหมายเฉกเช่นประชาชน อันเป็นการบ่งบอกถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างนิสิตและประชาชน ส่วนสีเขียวในตราสัญลักษณ์คือสีประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อสิงห์เขียว

การบริหารและหลักสูตร[แก้]

การบริหารของภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์จะแบ่งออกเป็น 4 สาขา ประกอบด้วย

  • สาขาการปกครอง เกี่ยวกับการเมืองการปกครองทั้งลักษณะการปกครองและความสัมพันธ์ทางการปกครองของประเทศต่างๆ ในระดับชาติและระดับท้องถิ่น
  • สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เกี่ยวกับนโยบายและการเมืองระหว่างประเทศ ทั้งในระดับประเทศและองค์การระหว่างประเทศ
  • สาขาบริหารงานยุติธรรมและความปลอดภัย เกี่ยวกับการบริหารในระบบงานยุติธรรมและการบริหารเพื่อความปลอดภัยทั้งในหน่วยงานรัฐและเอกชน
  • สาขารัฐประศาสนศาสตร์หรือสาขาบริหารรัฐกิจ เกี่ยวกับการบริหารในภาครัฐในระบบราชการและรัฐวิสาหกิจ

โดยภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ เปิดสอนในหลักสูตรระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ดังนี้

ปริญญาตรี ปริญญาโท

หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.)

  • สาขาวิชารัฐศาสตร์
    • แขนงวิชาการปกครองและการบริหารจัดการท้องถิ่น
    • แขนงวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
    • แขนงวิชาบริหารงานยุติธรรมและความปลอดภัย
  • สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์

หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ศศ.ม.)

  • สาขาวิชารัฐศาสตร์
    • กลุ่มวิชาการปกครอง
    • กลุ่มวิชาการบริหารจัดการท้องถิ่น
    • กลุ่มวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
    • กลุ่มวิชาบริหารงานยุติธรรมและความปลอดภัย
    • กลุ่มวิชารัฐประศาสนศาสตร์

ชีวิตนิสิต[แก้]

นิสิตทุกสาขาวิชาของภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ จะมีการเรียนตามหลักสูตรที่ได้เข้าศึกษา โดยในช่วงปีแรกของการศึกษาจะมีการเรียนในส่วนของวิชาพื้นฐานซึ่งอาจมีเรียนร่วมกับนิสิตสาขาอื่นๆในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และวิชาพื้นฐานทางรัฐศาสตร์ที่ภาควิชาทำการสอนเป็นวิชาบังคับ รวมถึงวิชาพื้นฐานทางรัฐศาสตร์ทั้ง 4 สาขา เพื่อให้มีองค์ความรู้รวมและความสัมพันธ์ของรัฐศาสตร์ เมื่อเรียนปีสูงขึ้นก็จะได้เรียนตามสาขาวิชารัฐศาสตร์ตามที่นิสิตได้เลือกไว้ และมีการทำกิจกรรมโดยทุกชั้นปีมีส่วนร่วมและเลือกทำกิจกรรมตามเสรี โดยอยู่ในการดำเนินการของชุมนุมรัฐศาสตร์ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรมในภาควิชา ตัวอย่างกิจกรรม เช่น กิจกรรมเปิดถ้ำสิงห์ กิจกรรมตามรอยประชาธิปไตย กิจกรรมรัฐศาสตร์วิชาการ ค่ายรัฐศาสตร์เพื่อเยาวชนและชุมชน ปลูกต้นคิด(ส์) เป็นต้น รวมถึงงานประเพณีสิงห์สัมพันธ์ที่มีกิจกรรมร่วมกับคณะรัฐศาสตร์ในประเทศไทยอีกด้วย

คณาจารย์และนิสิตเก่าที่มีชื่อเสียง[แก้]

คณาจารย์[แก้]

นิสิตเก่า[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]