ผู้ตรวจการแผ่นดิน (ประเทศไทย)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ราชอาณาจักรไทย
Ombudsman thailand.jpg
ตราสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน
พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์.jpg
ผู้ดำรงตำแหน่งคนปัจจุบัน
พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์

ตั้งแต่ 18 กันยายน พ.ศ. 2559
เป็นผู้ตรวจการแผ่นดินตั้งแต่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
ผู้แต่งตั้ง พระมหากษัตริย์ไทย
วาระ 6 ปี
ผู้ประเดิมตำแหน่ง พิเชต สุนทรพิพิธ
(ในตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินฯ)
สถาปนา พ.ศ. 2543

ผู้ตรวจการแผ่นดิน (เดิมเรียกว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา) คือ บุคคลที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภาจากผู้ซึ่งเป็นที่ยอมรับนับถือของประชาชน มีความรอบรู้และมีประสบการณ์ในการบริหารราชการแผ่นดิน วิสาหกิจ หรือกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ร่วมกันของสาธารณะ และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

ผู้ตรวจการแผ่นดินมีจํานวนสามคนซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภา จากผู้ซึ่งได้รับการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหาผู้ซึ่งได้รับการสรรหาต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินไม่ต่ํากว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าหรือหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่เทียบได้ไม่ต่ํากว่ากรมตามที่คณะกรรมการสรรหาประกาศกําหนด โดยต้องดํารงตําแหน่งดังกล่าวเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี จํานวนสองคน และเป็นผู้มีประสบการณ์ในการดําเนินกิจการอันเป็นสาธารณะมาแล้วไม่น้อยกว่ายี่สิบปี จํานวนหนึ่งคน

ผู้ตรวจการแผ่นดินมีวาระการดํารงตําแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และให้ดํารงตําแหน่งได้เพียงวาระเดียว[1]

ประวัติ[แก้]

ตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน มีแนวคิดมาจากประเทศแถบสแกนดิเนเวียที่ปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ มีตำแหน่งที่เรียกว่า "ออมบุดสแมน" (Ombudsman) เพื่อทำหน้าที่ดูแลปัดเป่าเรื่องทุกข์ร้อนของประชาชนแทนพระมหากษัตริย์ และมีการพัฒนามาสู่ระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ในประเทศไทยเริ่มมีการจัดตั้งครั้งแรกในปี พ.ศ. 2542 โดยใช้ชื่อว่า "ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา"[2]

ต่อมารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 หมวด 11 ส่วนที่ 1 มาตรา 242 - 244 ประกอบบทเฉพาะกาลมาตรา 299 วรรคหนึ่ง กำหนดให้มี "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" จำนวน 3 คน และให้ "ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา" ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ (24 สิงหาคม พ.ศ. 2550) ดำรงตำแหน่งเป็น "ผู้ตรวจการแผ่นดิน"

หน้าที่และอํานาจ[แก้]

หน้าที่และอํานาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน มาตรา ๒๓๐ ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีดังต่อไปนี้

(๑) เสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคําสั่ง หรือขั้นตอนการปฏิบัติงานใดๆ บรรดาที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรม แก่ประชาชน หรือเป็นภาระแก่ประชาชนโดยไม่จําเป็นหรือเกินสมควรแก่เหตุ

(๒) แสวงหาข้อเท็จจริงเมื่อเห็นว่ามีผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมอันเนื่องมาจาก การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือปฏิบัตินอกเหนือหน้าที่และอํานาจตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องให้ขจัดหรือระงับความเดือดร้อน หรือความไม่เป็นธรรมนั้น

(๓) เสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ทราบถึงการที่หน่วยงานของรัฐยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วน ตามหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ

ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ดําเนินการตามข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดินตาม (๑) หรือ (๒) โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแจ้งให้คณะรัฐมนตรีทราบเพื่อพิจารณาสั่งการ ตามที่เห็นสมควรต่อไป

ในการดําเนินการตาม (๑) หรือ (๒) หากเป็นกรณีที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติดําเนินการต่อไป

มาตรา ๒๓๑ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๓๐ ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจเสนอเรื่อง ต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองได้เมื่อเห็นว่ามีกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ให้เสนอเรื่อง พร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ และให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

(๒) กฎ คําสั่ง หรือการกระทําอื่นใดของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีปัญหา เกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครอง และให้ศาลปกครองพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง [3]

รายนามผู้ดำรงตำแหน่งประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน[แก้]

รายนาม วาระการดำรงตำแหน่ง
1. พิเชต สุนทรพิพิธ 1 เมษายน พ.ศ. 2543 - 23 ธันวาคม พ.ศ. 2546 (ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา)
2. พลเอก ธีรเดช มีเพียร 24 ธันวาคม พ.ศ. 2546 - 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 (ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา)
14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 - 21 มีนาคม พ.ศ. 2552
3. ปราโมทย์ โชติมงคล 5 เมษายน พ.ศ. 2553 - พ.ศ. 2554
4. ผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 26 มกราคม พ.ศ. 2556
5. ศรีราชา เจริญพานิช 24 มีนาคม พ.ศ. 2558 - 18 กันยายน พ.ศ. 2559
พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ (รักษาการ) 18 กันยายน พ.ศ. 2559 - ปัจจบัน


รายนามผู้ตรวจการแผ่นดิน[แก้]

ปัจจุบัน[แก้]

ในอดีต[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560
  2. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา พ.ศ . 2542
  3. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/040/1.PDF
  4. พระบรมราชโองการ ประกาศแต่งตั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน (พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์)
  5. ประกาศสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓ ตอน ๒๒๐ ง พิเศษ หน้า ๘ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๙
  6. ประกาศแต่งตั้งผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาราชกิจจานุเบกษา เล่ม 117 ตอนพิเศษ 35ง วันที่ 12 เมษายน 2543
  7. ประกาศแต่งตั้งผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาราชกิจจานุเบกษา เล่ม 119 ตอนพิเศษ 63ง วันที่ 10 กรกฎาคม 2545
  8. ประกาศแต่งตั้งผู้ตรวจการแผ่นดินราชกิจจานุเบกษา เล่ม 121 ตอนพิเศษ 1ง วันที่ 8 มกราคม 2547
  9. ประกาศแต่งตั้งประธานผู้ตรวจการแผ่นดินราชกิจจานุเบกษา เล่ม 124 ตอนพิเศษ 185ง วันที่ 28 พฤศจิกายน 2550
  10. ประกาศแต่งตั้งผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนพิเศษ 76ง วันที่ 5 กันยายน 2548
  11. ประกาศแต่งตั้งประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดินราชการกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนพิเศษ 52ง วันที่ 26 เมษายน 2553
  12. 12.0 12.1 ประกาศแต่งตั้งประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดินราชกิจจานุเบกษา เล่ม 128 ตอนพิเศษ 138ง วันที่ 17 พฤศจิกายน 2554
  13. ประกาศสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓ ตอน ๒๒๐ ง พิเศษ หน้า ๘ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๙

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]