นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์
รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1
ดำรงตำแหน่ง
23 มีนาคม พ.ศ. 2547 – 21 มีนาคม พ.ศ. 2549
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 20 สิงหาคม พ.ศ. 2482 (80 ปี)
พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์
ศาสนา พุทธ

นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ 3 สมัย พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 และอดีตสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดอ่างทอง

ประวัติ[แก้]

นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ เกิดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2482 เป็นชาวจังหวัดอ่างทอง จบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนป่าโมกวิทยาภูมิ จังหวัดอ่างทอง และโรงเรียนอำนวยศิลป์ ธนบุรีตามลำดับ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และระดับปริญญาโท สาขาการจัดการภาครัฐและเอกชน จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

การทำงาน[แก้]

เคยเป็นเลขาธิการพรรคประชาธรรม (พ.ศ. 2517) เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในปี พ.ศ. 2518[1] ต่อมาได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 ถึง พ.ศ. 2535 สังกัดพรรคชาติไทย และเป็นสมาชิกวุฒิสภา[2] ในระหว่างปี พ.ศ. 2539 ถึง พ.ศ. 2543 และเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอ่างทองที่มาจากการเลือกตั้งชุดแรก ในระหว่างปี พ.ศ. 2543 ถึง พ.ศ. 2549 และได้รับตำแหน่งรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1

ต่อมาในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง และเป็น ส.ส.สัดส่วน สังกัดพรรคประชาธิปัตย์[3] และในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 ได้ลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อ[4] และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. อีกด้วย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. แจ้งความกระทรวงพาณิขย์ เรื่อง การแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  2. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา
  3. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 23
  4. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (พรรคประชาธิปัตย์)
  5. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๐ จำนวน ๔,๗๙๙ ราย)
  6. ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย ชั้นสายสะพาย สมาชิกวุฒิสภา เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๗)