กรมสอบสวนคดีพิเศษ
| กรมสอบสวนคดีพิเศษ | |
|---|---|
| ที่ทำการ | |
| 128 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 | |
| ภาพรวม | |
| วันก่อตั้ง | 3 ตุลาคม พ.ศ. 2545 |
| เขตอำนาจ | ทั่วราชอาณาจักร เฉพาะคดีที่คณะกรรมการคดีพิเศษมีมติให้เป็นคดีพิเศษ |
| งบประมาณ | 1,038.9427 ล้านบาท (พ.ศ. 2555)[1] |
| ผู้บริหาร | ธาริต เพ็งดิษฐ์, อธิบดี พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์, รองอธิบดี 1 พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน, รองอธิบดี 2 สรรเสริญ ปาลวัตน์วิชัย, รองอธิบดี 3 |
| ต้นสังกัด | กระทรวงยุติธรรม |
| เว็บไซต์ | |
| www.dsi.go.th | |
กรมสอบสวนคดีพิเศษแห่งราชอาณาจักรไทย (อังกฤษ: Department of Special Investigation) หรือ ดีเอสไอ (อังกฤษ: DSI) เป็นหน่วยงานของรัฐ สังกัด กระทรวงยุติธรรม เพื่อป้องกัน ปราบปราม และควบคุมอาชญากรรมที่มีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
เนื้อหา |
ประวัติ [แก้]
กรมสอบสวนคดีพิเศษก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2545 ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Department of Special Investigation มีชื่อย่อว่า DSI
อำนาจหน้าที่ [แก้]
กรมสอบสวนคดีพิเศษมีบทบาทภารกิจดังต่อไปนี้
- ป้องกัน ปราบปรามและควบคุมอาชญากรรมที่มีผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
- พัฒนา กฎหมาย กฎระเบียบ รูปแบบ วิธีการ และมาตรการในการป้องกัน ปราบปรามและควบคุมอาชญากรรมที่มีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
- พัฒนาโครงการและการบริหารจัดการองค์กร
- พัฒนาบุคลากรโดยเสริมสร้างศักยภาพในด้าน ความรู้ ความสามารถ คุณธรรม จริยธรรม และขวัญกำลังใจ
- ประสานส่งเสริมเครือข่าย ความร่วมมือในการป้องกัน ปราบปรามและควบคุมอาชญากรรมกับทุกภาคส่วนทั้งภายในและต่างประเทศ
หน่วยงานในสังกัด [แก้]
- สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ
- สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา
- สำนักคดีอาญาพิเศษ
- สำนักคดีการเงินการธนาคาร
- สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ
- สำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ
- สำนักคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม
- สำนักคดีภาษีอากร
- สำนักพัฒนาและสนับสนุนคดีพิเศษ
คดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ [แก้]
คดีพิเศษ หรือคดีอาชญากรรมพิเศษในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หมายถึง คดีอาญาตามกฎหมายกำหนดไว้ในบัญชีท้าย พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2551) หรือคดีอาญาที่ได้กำหนดเป็นกฎกระทรวงโดยการเสนอแนะของคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ซึ่งคดีดังกล่าวต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
- คดีความผิดทางอาญาที่มีความซับซ้อน จำเป็นต้องใช้วิธีการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเป็นพิเศษ
- คดีความผิดทางอาญาที่มีหรืออาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนความมั่งคงของประเทศความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือระบบเศรษฐกิจหรือการคลังของประเทศ
- คดีความผิดทางอาญาทีมีลักษณะเป็นคดีความผิดข้ามชาติที่สำคัญหรือเป็นการกระทำขององค์กรอาชญากรรม
- คดีความผิดทางอาญาที่มีผู้ทรงอิทธิพลที่สำคัญเป็นตัวการผู้ใช้หรือผู้สนับสนุน
- คดีความผิดทางอาญาที่มีพนักงานฝ่ายปกครองชั้นผู้ใหญ่หรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งมิใชพนักงานสอบสวนคดีพิเศษหรือเจ้าหน้าที่คดีพิเศษเป็นผู้ต้องสงสัยเมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าน่าจะได้กระทำความผิดอาญา หรือเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องหา
ทั้งนี้การกระทำความผิด ตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติฯ หรือคดีพิเศษเพิ่มเติมตามกฎกระทรวงฯ จะเป็นคดีพิเศษจะต้องเข้าลักษณะตาม (1) – (5) และเพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น ได้มีการกำหนดลักษณะของการกระทำความผิด อาทิ มูลค่าความเสียหาย จำนวนผู้กระทำความผิดไว้ในประกาศ กคพ. เรื่องการกำหนดรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 (แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ. 2551)
ทำเนียบอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ [แก้]
| รายนาม | วาระการดำรงตำแหน่ง |
|---|---|
| 1. พลตำรวจโท นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ | 21 ตุลาคม พ.ศ. 2545 - 23 กันยายน พ.ศ. 2546 |
| 2. พลตำรวจเอก สมบัติ อมรวิวัฒน์ | 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 - 9 มกราคม พ.ศ. 2550 |
| 3. นายสุนัย มโนมัยอุดม | 16 มกราคม พ.ศ. 2550 - 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 |
| 4. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง | 11 เมษายน พ.ศ. 2551 - 29 กันยายน พ.ศ. 2552 |
| 5. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ | 29 กันยายน พ.ศ. 2552 - ปัจจุบัน |
อ้างอิง [แก้]
- ↑ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 129 ตอนที่ 15ก วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
|
|||||||||||||||||
พิกัดภูมิศาสตร์: 13°53′25″N 100°33′56″E / 13.890401°N 100.565656°E