ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
| พระนามเต็ม | ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี |
| พระอิสริยยศ | เจ้าฟ้า |
| ฐานันดรศักดิ์ | ทูลกระหม่อมหญิง |
| ราชวงศ์ | ราชวงศ์จักรี |
| พระราชชนก | พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช |
| พระราชชนนี | สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ |
| พระสวามี | ปีเตอร์ เจนเซน (2515-2541) |
| โอรส/ธิดา | คุณพลอยไพลิน เจนเซน คุณพุ่ม เจนเซน คุณสิริกิติยา เจนเซน |
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถและทรงลาออกฐานันดรศักดิ์ เพื่อทรงสมรสกับปีเตอร์ เจนเซนและทรงประทับอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปี พ.ศ. 2541 และเสด็จนิวัติประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2544
ถือว่าทรงพระราชธิดาพระองค์ใหญ่พระองค์แรก ในบรรดาพระราชโอรส พระราชธิดาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถที่ได้ทรงลาออกฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์เป็นพระองค์และในรัชกาลปัจจุบัน
ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเกี่ยวกับการศึกษา การช่วยราษฎร์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การรณรงค์การแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นต้น เพื่อประชาชาชาวไทยได้อยู่ร่วามกันอย่างสงบสุขและการอยู่ร่วมกันสามัคคีจนทั่วถึง
และนอกจากนี้ เมื่อปีพ.ศ. 2551ได้ทรงแสดงภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งใจ... เดียวกัน เป็นภาพยนตร์ที่ทรงแสดงด้วยพระองค์เองอย่างมีพระอัจฉริยภาพจนทำให้ชาวต่างชาติต่างประเทศได้นำภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งใจ... เดียวกัน นำไปฉายต่างประเทศจนทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นภาพยนตร์นานาชาติ
เนื้อหา |
[แก้] พระประวัติ
[แก้] วันประสูติ
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ประสูติเมื่อ วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2494[1] ณ โรงพยาบาลมองชัวซีส์ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และได้เสด็จนิวัติพระนคร แล้วประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต
และเมื่อถึงงานพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระอิสริยยศเมื่อประสูติ คือ "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี" โดยพระนามของพระองค์มาจากพระนามและนามของพระประยูรญาติหลายพระองค์ อันได้แก่
- สร้อยพระนาม "สิริ" มาจากพระนามาภิไธยของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
- สร้อยพระนาม "วัฒนา" มาจากพระนามาภิไธยของ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (สว่างวัฒนา) ซึ่งเป็นสมเด็จพระอัยยิกาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
- พระนาม "อุบลรัตน์" มาจากนามของ หม่อมหลวงบัว กิติยากร พระอัยกีของพระองค์
นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงมีพระนามเล่นของพระองค์ว่า ลา ปูเป้ (La Poupée) ซึ่งเป็นคำมาจากภาษาฝรั่งเศส แปลว่า ตุ๊กตา ทูลกระหม่อมพ่อและสมเด็จแม่ของพระองค์ท่าน ทรงเรียกว่า "เป้" อีกด้วย
[แก้] การศึกษา
การศึกษาของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงเข้ารับการศึกษาจนสำเร็จการศึกษาขั้นต้นจากโรงเรียนจิตรลดา จนกระทั่งทรงสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษา
แล้วต่อมาจึงได้เสด็จไปประทับ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อทรงเข้ารับการศึกษาต่อจนจบสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ณ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์( MASSACHUSETTS INSTITUTE OF TECHNOLOGY )เมืองเคมบริดจ์ มลรัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกาในสาขาวิชาคณิตศาสตร์ และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ จากนั้น พระองค์ทรงเข้ารับการศึกษาต่อจนจบสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส( U.C.L.A )ณ ลอสแอนเจลิสประเทศสหรัฐอเมริกา ใน สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์( STATISTICS AND PUBLIC HEALTH ) จนสำเร็จในการศึกษา
[แก้] การเสกสมรส
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2515ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์[2] เพื่อทรงเสกสมรสกับนายปีเตอร์ แลด เจนเซน ชาวอเมริกัน และทรงประทับอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 26 ปี จนเมื่อ พ.ศ. 2541ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้ทรงประกาศทรงหย่ากับนายปีเตอร์ แลด เจนเซน ชาวอเมริกัน และ เสด็จกลับนิวัติประเทศไทยเป็นการถาวร เมื่อพ.ศ. 2544
[แก้] พระโอรส พระธิดา
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เมื่อได้ทรงประทับขณะอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกากับปีเตอร์ เจนเซนพระองค์ทรงมีพระโอรสพระธิดา 3 พระองค์ ที่ได้ประสูติประเทศสหรัฐอเมริกาคือ
- คุณพลอยไพลิน เจนเซน เกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2524
- คุณพุ่ม เจนเซนเกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2526 และถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547
- คุณสิริกิติยา เจนเซนเกิดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2528
[แก้] ประทับประเทศสหรัฐอเมริกา
เมื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้ประทับอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่นั้น บางปีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และ พระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จมาเยี่ยมบ้าง และพระองค์ จะเสด็จนิวัติประเทศไทยเพื่อทรงเยี่ยมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และได้ทรงร่วมงานพระราชพิธีต่างๆ พร้อมด้วยพระโอรสและพระธิดา
เมื่อปี พ.ศ. 2541 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้ทรงประกาศหย่ากับนายปีเตอร์ แลด เจนเซน ชาวอเมริกัน และ เสด็จกลับนิวัติประเทศไทยเป็นการถาวร และได้รับพระราชทานพระอิศริยยศเป็นทูลกระหม่อมหญิง แต่พระโอรสและพระธิดาอีก 3 พระองค์ ยังทรงศึกษาต่ออยู่ต่างประเทศ และบางปีพระโอรสและพระธิดาก็จะเสด็จนัวัติประเทศไทยเพื่อทรงเยี่ยมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และทรงร่วมงานพระราชพิธีหรือพิธีต่าง ๆ
[แก้] การเสด็จนิวัติประเทศไทย
เมื่อที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เมื่อได้ทรงประทับขณะอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาพระองค์ก็จะเสด็จนิวัติประเทศไทยหลายครั้ง เพื่อทรงร่วมงานพระราชพิธีและพิธีต่างๆ และทรงเยี่ยมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถและพระบรมวงศานุวงศ์เป็นประจำ มีดังนี้
การเสด็จนิวัติประเทศไทยครั้งที่ 1 เพื่อทรงเยี่ยมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถและพระบรมวงศานุวงศ์การเสด็จนิวัติประเทศไทยครั้งที่ 2 เพื่อทรงร่วมงานพระราชพิธีอภิเษกสมรสสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีและ นาวาอากาศเอกวีระยุทธ ดิษยะศรินขณะยังมียศทหารอากาศเป็น เรืออากาศโท เมื่อ พ.ศ. 2525 การเสด็จนิวัติประเทศไทยครั้งที่ 3 เพื่อทรงงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2530 การเสด็จนิวัติประเทศไทยครั้งที่ 4 เพื่อทรงงาน พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2535 การเสด็จนิวัติประเทศไทยครั้งที่ 5 เพื่อทรงร่วมงาน พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อพ.ศ. 2538 การเสด็จนิวัติประเทศไทยครั้งที่ 6 เพื่อทรงร่วมงาน พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อพ.ศ. 2539 การเสด็จนิวัติประเทศไทยครั้งที่ 7 เพื่อทรงร่วมงาน พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542
และเมื่อหลังประกาศทรงหย่ากับนายปีเตอร์ แลด เจนเซน ชาวอเมริกัน เมื่อพ.ศ. 2541 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีเสด็จนิวัติประเทศไทยเป็นการถาวร เมื่อพ.ศ. 2544
[แก้] พระกรณียกิจ
[แก้] ด้านการส่งเสริมและช่วยเหลือ
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้านการช่วยเหลือราษฎรษร์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะพระราชทานความช่วยเหลือในการบรรเทาความเดือดร้อนทุกข์ยากดังกล่าว จึงทรงพระกรุณาพระราชทานกำเนิดมูลนิธิชีวิตสดใสให้เป็นองค์การสาธารณกุศล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
- ส่งเสริมการสังคมสงเคราะห์ การศึกษา การกีฬา สุขภาพอนามัย และการศาสนา
- ส่งเสริมสนับสนุนและร่วมมือกับรัฐบาล เอกชน และองค์การการกุศลอื่น ๆ ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและความยากจนของประชาชน
- ดำเนินกิจกรรมในการช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และประชาชนในด้านเศรษฐกิจและสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถช่วยตัวเองและพึ่งตัวเองได้
- ดำเนินกิจกรรมในการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ความเดือดร้อนและความยากจนของประชาชน
- ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ก่อตั้งมูลนิธิชีวิตสดใสขึ้นเพื่อดำเนินการความช่วยเหลือราษฎรษร์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขกลับมามีความร่วมกันสามัคคีและสงบสุขมากขึ้น โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีจะทรงทอดพระเนตรชีวิตความเป็นอยู่ของ3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และทรงช่วยเหลือช่วยเหลือราษฎรษร์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความอยากลำบาก เพื่อให้ราษฎรษร์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีร่วมสุขและสามัคคีกันจนทั่วถึง
[แก้] ด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ
เมื่อปี พ.ศ. 2549 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มีพระดำรัสให้ครอบครัวผู้ประสบภัยสึนามิ มีพลังใจเข้มแข็งต่อสู้ชีวิต พร้อมขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยให้เห็นถึงความมีน้ำใจของคนไทย ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มีพระดำรัสหลังเป็นประธานเปิดงานพิธีรำลึก 2 ปี สึนามิ ณ บริเวณหาดบางเนียง ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ว่า ในปี 2549 ถือเป็นปีที่ 2 ของการจัดงานรำลึกถึงผู้ที่สูญเสียที่ซึ่งเป็นที่รักจากภัยพิบัติสึนามิ ทั้งนี้ งานดังกล่าวได้มีการเชิญผู้ที่ประสบด้วยตนเอง และครอบครัวของผู้สูญเสียเข้าร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์ด้วย โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ยังมีส่วนนำพาให้ชีวิตของคุณพุ่ม เจนเซ่น โอรสทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ซึ่งเป็นที่รักของปวงชนชาวไทยต้องจากไป จึงทำให้เข้าใจถึงความรู้สึกสูญเสียดังกล่าว ดังนั้น จึงขอให้ผู้ที่ประสบภัยรวมทั้งครอบครัวของผู้ที่สูญเสียบุคคลซึ่งเป็นที่รัก นำเอาความสูญเสียและความทรงจำในอดีต เก็บไว้เพียงแต่สิ่งที่ดีเพื่อเป็นพลังใจอันเข้มแข็งต่อสู้ดำเนินชีวิตต่อไป
นอกจากนี้ ต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยจัดงาน ซึ่งนอกจากจะมีส่วนช่วยแสดงให้เห็นถึงความช่วยเหลือเกื้อกูลและความไม่ทอดทิ้งกันแล้ว ยังแสดงถึงการมีน้ำใจของคนไทยที่ให้แก่กันด้วยส่วนที่จังหวัดภูเก็ตได้มีนักท่องเที่ยวและประชาชนจำนวนมากมาร่วมงาน Light Up Phuket ซึ่งจัดโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้เขต 4 และเทศบาลเมืองป่าตอง โดยทุกคนได้ร่วมกันวางพวงหรีดไว้อาลัยถึงผู้ที่จากไปจากเหตุการณ์สึนามิ จุดเทียนในหลุมทรายริมหาดป่าตองจำนวน 2หมื่นหลุม และปล่อยโคมลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สึนามิครบรอบ 2 ปีด้วย
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช.กล่าวถึงการแก้ปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัยของผู้ประสบภัยสึนามิว่า ได้ให้การช่วยเหลือด้านสินเชื่อในส่วนนี้ไปแล้ว1,000 ครอบครัว ส่วนการแก้ปัญหาที่ดินทางศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนแห่งชาติแก้ปัญหาไปแล้ว 20 ชุมชนยังมีปัญหาเหลืออีกว่า50ชุมชนหรือประมาณ 5,000 ครัวเรือน ซึ่งพอช.ได้เสนอปัญหาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมทราบแล้ว และกำลังมีการเตรียมจัดตั้งคณะกรรมการกลางขึ้นมาแก้ปัญหาทั้งหมด 17 เรื่อง เช่น เรื่องที่ดิน สิทธิชุมชน ปัญหาการไล่ที่ รวมทั้งปัญหาจากผลพวงของสึนามิ สำหรับปัญหาที่ยังคั่งค้างและแก้ไม่จบ ยอมรับว่ามีอีกมากโดยเฉพาะเรื่องที่ดินของคนไทยพลัดถิ่น และกลุ่มชายขอบที่ประสบภัยสึนามิที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ เนื่องจากไม่มีทะเบียนบ้าน และบางกลุ่มตกสำรวจ ซึ่งพอช.พยายามจัดงบให้ถึงชาวบ้านและตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบและแก้ปัญหาเพื่อให้ได้ผลอย่างจริงจังต่อไปแล้ว
[แก้] ด้านศาสนา
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีทรงปฏิบัติพระกรณียกิจทางศาสนา หลายครั้ง ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของคณะบุคคลต่างๆ หรือส่วนพระองค์ อยู่เป็นประจำ อาทิเช่นงานพระราชทานเพลิงศพจากบุคลคลสำคัญที่เสียชีวิตลง พิธีมหาพุทธาพิเษก งานเททองหล่อพระพุทธรูป พิธีตัดหวายลูกนิมิต พระอุโบสถ ของวัดต่างๆ การบำเพ็ญพระกุศลถวายแด่ คุณพุ่ม เจนเซน ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ถนนอัษฏางค์ เนื่องในวันเกิดและวันถึงแก่อนิจกรรม เป็นประจำ
และพระองค์ทรงมีพระกรุณาธิคุณได้เด็จทรงร่วมงานพิธีหล่อเทียนพรรษา และงานบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันเทศกาลเข้าพรรษาและวันอาสาฬหบูชาเป็นบางปี และงานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพร เนื่องในวันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เป็นประจำทุกปี
[แก้] ด้านการศึกษา
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจทางการศึกษา เป็นประจำทุกปี ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของคณะบุคคลต่างๆหรือเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ เช่น
การพระราชทานปริญญาบัตรจากมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยชื่อดังอาทิ เช่น วิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพและประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนสยามบริหารธุรกิจ(SBAC)เป็นแห่งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2544 และพระราชทานต่อมาอีกหลายสถาบันเช่น ม.ปทุมธานี ม.ศรีปทุม ม.ธุรกิจบัณฑิตเป็นต้น ซึ่งจะเสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีนี้เป็นประจำทุกๆปี
การทอดพระเนตรงานนิทรรศการเกี่ยวกับการส่งเสริมให้เยาวชนต้านภัยจากยาเสพติดของนักเรียนนักศึกษาในแต่ละโรงเรียนและสถาบันที่ร่วม โครงการและการดำเนินงานของโครงการทูบีนัมเบอร์วัน และการเสด็จเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นและการทอดพระเนตรการดำเนินงานของโครงการทูบีนัมเบอร์วันของนักเรียนเป็นประจำทุกปี เพื่อเยาวชนของไทยได้รู้โทษของยาเสพติด
การพระราชทานเงินคุณพุ่มของมูลนิธิคุณพุ่มเพื่อไว้สำหรับเป็นทุนการศึกษาของเด็กออทิสติกและเด็กผู้ที่พิการมากำเนิดสามารถได้เรยีนเท่ากับคนอื่นได้
[แก้] ด้านการรณรงค์การแก้ไขปัญหายาเสพติด
-
ดูบทความหลักที่ โครงการทูบีนัมเบอร์วัน
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงมีความห่วงใยต่อประชาชนชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน อายุระหว่าง 6-25 ปี จำนวน 21 ล้านคน ซึ่งถือเป็นกลุ่ม เสี่ยงสูง ดังนั้นพระองค์จึงทรงก่อตั้งและทรงรับเป็นองค์ประธานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดหรือโครงการทูบีนัมเบอร์วันประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่
- การรณรงค์ปลุกจิตสำนึกและสร้างกระแสที่เอื้อต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
- การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตให้แก่เยาวชนในชุมชน
- การสร้างและพัฒนาเครือข่าย
เพื่อให้เยาวชนสามารถปลดปล่อยและห่างไกลจากยาเสพติดและเพื่อให้การรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภายในประเทศดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ โดยความร่วมมือ และรวมพลังจากภาครัฐและเอกชน กระตุ้นและปลุกจิตสำนึกของปวงชนในชาติให้มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักว่าการที่จะเอาชนะปัญหายาเสพติดมิใช่หน้าที่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ทุกคนในชาติจะร่วมแรงร่วมใจกันเป็นพลังของแผ่นดินที่จะต่อสู้และเอาชนะปัญหา ยาเสพติดให้ได้โดยเร็ว
[แก้] ด้านสาธารณสุข
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2548 คุณพุ่ม เจนเซ่น ได้ถึงแก่กรรม โดยมีพระดำริเห็นว่าคุณพุ่ม เจนเซ่นซึ่งเป็นโรคออทิสติก ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีทรงเห็นเด็กที่มีเป็นโรคออทิสติกเป็นบานกลางและไม่ได้เรียนหนังสือและศึกษาเล่าเรียน จนทำให้เป็นคนไม่ปกติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ก่อตั้งมูลนิธิคุณพุ่มขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2548
เพื่อทรงช่วยเหลือเด็กที่เป็นโรคออทิสติกนั้น ได้ฝึกให้เด็กที่เป็นโรคออทิสติก ได้ศึกษาเล่าเรียนและพัฒนาตนเองทางประสาทเพื่อให้เป็นคนปกติเหมือนคนทั่วไปได้ และบางปีพระองค์จะทรงพระราชทานเงินส่วนพระองค์ให้แก่เด็กที่เป็นโรคออทิสติก นำไปใช้จ่ายเป็นทุนการศึกษา เพื่อให้เด็กที่เป็นโรคออทิสติกได้พัฒนาตนเองสู่วัยปกติได้ต่อผู้อื่นและสังคมของเราได้ และนอกจากนี้ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้ทรงเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารหรือพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารฝึกอบรมในเด็กออทิสติก และทอดพระเนตรการดำเนินการการฝึกอบรมของเด็กออทิสติกเพื่อให้คนที่เป็นเด็กโรคออทิสติก ได้เป็นคนปกติเหมือนคนทั่วไปในสังคมของเราให้ก้าวหน้าต่อไป
[แก้] ด้านอื่น
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีนอกจากจะทรงปฏิบัติพระกรณียกิจการช่วยเหลือประชาชน การส่งเสริมให้เยาวชนต้านภัยจากยาเสพติดแล้วทรงปฏิบัติพระกรณียกิจอื่นแล้วหลายครั้ง เช่น การวางศิลาฤกษ์ การเปิดอาคารของโครงการทูบีนัมเบอร์วัน การเปิดอาคารของมหาวิทยาลัยต่างๆ การประกวดการแข่งขันต่างๆ การเปิดงานที่เป็นการกุศล งานนิทรรศการ การแสดงโชว์เวทีต่างๆ เป็นต้น ตามคำกราบบังคมทูลเชิญเสด็จและเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ ทุกครั้ง
[แก้] พระปรีชาสามารถ
[แก้] ด้านการแสดงละคร
เมื่อปีพ.ศ. 2546 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้ทรงละครครั้งแรกของพระองค์ท่าน คือ กษัตริยา และ พระนเรศวรมหาราช ตามคำกราบบังคมทูลเชิญแสดงละครของบรษัทกันตนาจำกัด โดยได้ออกทางโทรทัศน์ทุกวันจัทร์ถึงศุกร์ เวลา19.30น.ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกเมื่อปี พ.ศ. 2546 โดยขณะนี้ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ซึ่งเป็นพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์แรกซึ่งได้ทรงเป็นดาราและทรงเล่นละครด้วยพระองค์เอง
[แก้] การออกรายการโทรทัศน์
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้เสด็จมาทรงถ่ายรายการโทรทัศน์ที่เกี่ยวกับพระองค์เป็นประจำ ตามคำกลาบทูลเชิยคณะบุคคลต่างๆ เพื่อออกเผยแพร่ทางโทรทัศน์ โดยเฉพาะรายการที่พระองค์ทรงออกรายการทางโทรทัศน์อยู่เป็นประจำเป็นรายการที่มีความรู้และสาระต่างๆ ที่ประชาชนได้รับชมอยู่จนถึงปัจจุบัน มีทั้งหมด 2 รายการ มีดังนี่
เมื่อปีพ.ศ. 2550ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้เสด็จมาทรงถ่ายรายการโทรทัศน์เป็นรายการแรก คือ รายการทูบีนัมเบอร์วัน วาไรตี้ เป็นรายการที่เน้นเกี่ยวกับสาระความรู้ จิตใจและการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในการห่างไกลยาเสพติด ซึ่งผลิตโดย โครงการทุบีนัมเบอร์วันและกรมสุขภาพจิต ซึ่งพระองค์จะออกรายการทางโทรทัศน์ คือ ช่วงtop to the princess หรือช่วงการตอบจดหมายของทางบ้าน ที่เกี่ยวกับเรื่องโครงการรณรงค์การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติดทุกครั้งที่เยาชนได้เขียนจดหมายส่งไป โดยพระองค์จะทรงอ่าน เลือกจดหมายที่เยาชนเขียนมา จะได้ออกทางโทรทัศน์และได้ทรงแนะนำเกี่ยวกับเรื่องการห่างไกลยาเสพติด ซึ่งรายการทูบีนัมเบอร์วัน วาไรตี้จะออกอากาศทุกวันเสาร์เวลา 20.30 น.- 21.30 น.ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
และเมื่อปีพ.ศ. 2551ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้ทรงถ่ายทำรายการโทรทัศน์เป็นรายการที่สอง คือ รายกาPrincess Diary เป็นรายการที่เกี่ยวกับสารคดีทสถานที่องเที่ยวที่สำคัญของต่างประเทศนำมาฉายให้ประชาชนได้รับชมและนอกจากนี้ยังมีดารามารับเชิญร่วมถ่ายทำด้วย ใน รายการPrincess Diary เพื่อที่ประชาชนที่ได้ดูรายการนี้ได้ความรู้เกี่ยวกับสถานที่ที่สำคัญของและประเทศ ซึ่งจะออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 23.05 - 24.00 น. ทาง โมเดิร์นไนน์ ทีวี
นอกจากที่พระองค์จะทรงออกรายการโทรทัศน์เป็นประจำอยู่แล้ว พระองค์ยังได้ทรงรับเชิญพิเศษออกรายการโทรทัศน์ และทรงรับเชิญมาทรงออกโฆษณาพิเศษมาแล้วด้วย
[แก้] การแสดงภาพยนตร์
เมื่อปี พ.ศ. 2551 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้ทรงถ่ายภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งใจเดียวกัน เป็นภาพยนตร์ที่ทรงแสดงด้วยพระองค์เองอย่างมีพระอัจฉริยภาพ สำหรับภาพยนตร์ที่พระองค์ทรงแสดงนี้เป็น ภาพยนตร์แนวดราม่า สร้างสรรค์สังคม จากบทพระนิพนธ์ "เรื่องสั้นที่...ฉันคิด" ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ภาพยนตร์ทำรายได้ 50 ล้านบาท[3]
ต่อมาพระองค์ยังทรงแสดงในภาพยนตร์เรื่อง My Best Bodyguard และ พระนางจามเทวี[4]
[แก้] ด้านการกีฬา
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงมีพระปรีชาสามารถในกีฬา โดยเฉพาะกีฬาเรือใบ โดยทรงลงแข่งกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการทรงเรือ อย่างทรงพระสำราญอยู่เสมอ เมื่อทรงแปรพระราชฐานยังพระราชวังไกลกังวลอ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ในประเภท โอ.เค.ในฐานะนักกีฬาทีมชาติไทยคราวที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งที่ ๔ ในพุทธศักราช ๒๕๑๐
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงแข่งขันกีฬาเรือใบในฐานะนักกีฬาทีม แล้วได้ทรงแข่งขันจนชนะเลิศการแข่งขันเรือใบชาติไทยและทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯก็ได้ทรงเข้าร่วมการแข่งขันด้วย ผลการแข่งขันปรากฏว่า ทรงทำคะแนนรวมได้เป็นที่ 1 เสมอด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้รับพระราชทานเหรียญทองจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงครองเหรียญทองร่วมกันกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คราวใน งานกีฬาแหลมทองครั้งที่ ๔ ณ สนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐
อันแสดงถึงพระปรีชาสามารถในกีฬาเรือใบของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ให้เป็นที่ประจักษ์และยังคงเป็นที่กล่าวขวัญถึงจนทุกวันนี้
[แก้] ด้านการร้องเพลง
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านการร้องเพลง มีตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ซึ่งได้ทรงขับร้องเพลงในประเภทเพลงพิเศษ
ปัจจุบันพระองค์ทรงร้องพิเศษ โดยได้ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เป็นผู้ถวายงานเบื้องหลังซึ่งได้ทรงขับร้องและทำนองแบบมิวสิคด้วยพระองค์เองซึ่งมีเพลงที่ขับร้องหลายเพลงอาทิ เช่น เพลงประจำโครงการทูบีนัมเบอร์วัน เพลงประกอบละคร และเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องหนึ่งใจ...เดียวกันซึ่งมีประชาชนได้รู้จักเพลงนี้เป็นอย่างดี และซึ่งเป็นพระบรมวงศานุวงศ์แห่งพระราชวงศ์จักรีวงศ์พระองค์แรกซึ่งทรงขับร้องเพลงและทำนองเพลงแบบมิวสิคด้วยพระองค์เอง
[แก้] พระเกียรติยศ
[แก้] รางวัลสูงสุด
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงได้รับรางวัลอันทรงสูงสุดต่อประเทศไทยและนานาชาติ ซึ่งรางที่ทรงได้รับ ทำให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้มีความปราบปรื้มปิติยินดีเป็นอย่างยิ่งที่พระองค์ทรงทำเพื่อประชาชน มีดังต่อไปนี้
- องค์การอนามัยโลก ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ถวายรางวัล WHO/SEARO Award ในฐานะที่ทรงประกอบพระกรณียกิจด้านการพัฒนางานสาธารณสุขของประเทศไทยและนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการรณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ทูลเกล้าฯถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาสาธารณสุขศาสตร์
[แก้] เครื่องราชอิสริยาภรณ์
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สายสะพายและเหรียญต่าง ๆ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์จนถึงปัจจุบัน ดังต่อไปนี้
- เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ พ.ศ. 2504[5]
- เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นปฐมจุลจอมเกล้า พ.ศ. 2515
- เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก พ.ศ. 2548[6]
- เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฎ พ.ศ. 2548
- เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 9 ชั้นที่ 1 พ.ศ. 2494
[แก้] พระอิสริยยศ
- สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระราชทานพระอิสริยยศตั้งแต่วันที่ทรงประสูติ เมื่อวันที่ 5 เมษายนพ.ศ. 2494 แต่ในการปัจจุบันหมายบัตรราชการกำหนดให้ออกพระนามว่า ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ด้วย คำนำหน้าพระนาม ทูลกระหม่อม เป็นคำอย่างลำลองสำหรับออกพระนาม สมเด็จพระเจ้าพระเจ้าลูกเธอ และสมเด็จพระลูกยาเธอ ที่ประสูติสมเด็จพระอัครมเหสี และพระภรรยาเจ้าชั้นลูกหลวง อาทิ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ข้าทูลละอองพระบาท จะออกพระนาม ทูลกระหม่อมเล็ก เป็นต้น
[แก้] เครื่องอิสริยยศ
เมื่อที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ขณะพระยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิง ได้ทรงมีเครื่องอิสริยยศประจำพระองค์ ทรงได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และภายหลังเมื่อทรงลาออกฐานันดรศักดิ์แห่งราชวงศ์ เป็นศักดิ์ ท่านผู้หญิง แล้วได้คืนเครื่องอิสริยยศประจำพระองค์ และจนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2544พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ พระราชทานอิสริยยศเป็น ทูลกระหม่อมหญิง แด่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องอิสริยยศประจำพระองค์ โดยอนุโลมตามราชประเพณี ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และทรงเป็นเจ้าฟ้าฝ่ายใน และเครื่องอิสริยยศ ของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มีดังต่อไปนี้
- พระสุพรรณบัฎ พร้อมหีบทองคำลงยาราชาวดี ประดับตราพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. ประดับเพชร
- พานพระศรีทองคำลงยาราชาวดี พร้อมจอกทองคำลงยาราชาวดี ผอบทองคำลงยาราชาวดียอดปริกประดับเพชร ซองพลูทองคำขอบบนล่างประดับทับทิม และมีตลับภู่ประดับทับทิมกับเพชร ไม้ควักพระกรรณ ไม้แคะพระทนต์ และพระกรรบิดทองคำลงยาราชาวดีประดับทับทิม
- หีบพระศรีทองคำลงยาราชาวดีประดับตราพระจุลมงกุฎ มีลูกหีบสามหีบ พร้อมพานรองลงยาราชาวดี
- พระสุพรรณศรีทองคำลงยาราชาวดี
- พระภิงคารทองคำลงยาราชาวดี พร้อมพานรองลงยาราชาวดี
- ขันพระสุธารสทองคำลงยาราชาวดี ที่ขอบประดับทับทิม พร้อมพานรองลงยาราชาวดี กับจอกทองคำลงยาราชาวดี
- ขันสรงพระพักตร์ทองคำลงยาราชาวดี พร้อมพานรองลงยาราชาวดีขอบประดับทับทิม กับคลุมปัก
- ที่พระสุธารสชาทองคำสลักลาย ประกอบด้วย กาพระสุธารสชาทองคำสลักลาย ถ้วยพระสุธารสชาทำจากหยก มีถาดทองคำสลักลาย
- กาพระสุธารสทองคำสลักลาย ทรงกระบอก พร้อมพานรอง ทองคำสลักลาย
[แก้] สถานที่อันเนื่องด้วยพระนาม
[แก้] สถาบันการศึกษา
- โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย
- โรงเรียนอุบลรัตน์พิทยาคม
- โรงเรียนสิริวัฒนาบริหารธุรกิจและพณิชยการ
- โรงเรียนมูลนิธิวัดศรีอุบลรัตนาราม
[แก้] มูลนิธิ
[แก้] การคมนาคม
- เขื่อนอุบลรัตน์ หรือที่ชาวขอนแก่น เรียกว่า "เขื่อนพองหนีบ" สร้างปิดกั้น แม่น้ำพอง ที่อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น
- อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น
- สะพานอุบลรัตน์
[แก้] สถานที่ท่องเที่ยว
[แก้] ราชตระกูล
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี |
พระชนก: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช |
พระอัยกาฝ่ายพระชนก: สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก |
พระปัยกาฝ่ายพระชนก: พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว |
| พระปัยยิกาฝ่ายพระชนก: สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า |
|||
| พระอัยยิกาฝ่ายพระชนก: สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี |
พระปัยกาฝ่ายพระชนก: พระชนกชู |
||
| พระปัยยิกาฝ่ายพระชนก: พระชนนีคำ |
|||
| พระชนนี: สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ |
พระอัยกาฝ่ายพระชนนี: พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านักขัตรมงคล กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ |
พระปัยกาฝ่ายพระชนนี: พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ |
|
| พระปัยยิกาฝ่ายพระชนนี: หม่อมเจ้าอัปสรสมาน เทวกุล |
|||
| พระอัยยิกาฝ่ายพระชนนี: หม่อมหลวงบัว กิติยากร |
พระปัยกาฝ่ายพระชนนี: เจ้าพระยาวงษานุประพัทธ |
||
| พระปัยยิกาฝ่ายพระชนนี: ท้าววนิดาพิจาริณี |
[แก้] อ้างอิง
- ^ ราชกิจจานุเบกษา, คำแถลงการณ์ประสูติ, เล่ม ๖๘, ตอน ๒๓ ง, ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๔, หน้า ๑๖๓๕
- ^ ราชกิจจานุเบกษา,พระบรมราชโองการ ประกาศ ลาออกจากฐานันดรศักดิ์, เล่ม ๘๙, ตอน ๑๑๒ ก ฉบับพิเศษ, ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๕, หน้า ๑
- ^ มยุรี อำนวยพร, ที่สุดของหนังเด่น-หนังโดนแห่งปี dailynews.co.th
- ^ 4 หนังไทยใหม่เปิดตัวที่เมืองคานส์ thaicinema.org
- ^ ราชกิจจานุเบกษา,แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์, เล่ม ๗๘, ตอน ๑๐๔ ง ฉบับพิเศษ, ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๔, หน้า ๑๗
- ^ ราชกิจจานุเบกษา,ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๑๒๒, ตอน ๒๐ ข ฉบับทะเบียนฐานันดร, ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘, หน้า ๒
[แก้] ดูเพิ่ม
- ราชสกุลวงศ์ในรัชกาลปัจจุบัน
- ทูบีนัมเบอร์วัน
- ไม่มีอะไรเกินฝัน - ทูบีนัมเบอร์วัน
- หนึ่งใจ... เดียวกัน
- เว็บไซด์โครงการทูบีนัมเบอร์วัน
- เว็บไซด์มูลนิธิชีวิตสดใส
- เว็บไซด์มูลนิธิคุณพุ่ม
- มีพระดำรัสให้ครอบครัวผู้ประสบภัยสึนามิ มีพลังใจเข้มแข็งต่อสู้ชีวิตต่อไปจากสำนักนายกรัฐมนตรี
|
||||||||||||||||
|
||||||||||||||||



