เทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม
สำนักงานเทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม
สำนักงานเทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม
ตราประจำเทศบาลเทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม
ตราประจำเทศบาลเทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม
ชุ่มฉ่ำน้ำการเกษตร
เขตปลอดอบายมุข
สุขสุดสวยด้วยภูมิทัศน์
ถนัดทำหมอนขิด
ผลิตผ้าไหมมัดหมี่งามสุด
ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจพอเพียง
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อภาษาไทย เทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม
ชื่อภาษาอังกฤษ Na Nong Thum Municipality
นายกเทศมนตรี นายอุดม บำรุงเขต
ข้อมูลสถิติ
ประชากร 11,340 คน (พ.ศ. 2554)
พื้นที่ 11.4 ตร.กม.
ความหนาแน่น 994.74 คน/ตร.กม.
สำนักงาน
ที่ตั้ง สำนักงานเทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม ถนนนาแก-นาหนองทุ่ม ตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ
เว็บไซต์ www.nanongtum.go.th

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย
    

เทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม เป็นเทศบาลขนาดกลาง ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ จากข้อมูลสถิติจังหวัดชัยภูมิ ปี พ.ศ. 2554 มีจำนวนประชากร 11,340 คน

ประวัติ[แก้]

ชุมชนในเขตเทศบาลตำบลนาหนองทุ่มเกิดขึ้นจากการอพยพเข้ามาของกลุ่มคนที่ต้องการแสวงหาพื้นที่ทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ที่มีความอุดมสมบูรณ์กว่าชุมชนเดิม มีการตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยจนเกิดเป็นชุมชนแห่งใหม่ขึ้นมา โดยมีประชาชนอยู่ 2 กลุ่มด้วยกันที่อพยพเข้ามาอยู่อาศัยในระยะแรก

กลุ่มแรกอพยพมาจากบ้านหนองแดง(ปัจจุบันอยู่ในเขตตำบลช่องสามหมอ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ)นำโดย นายจันทา สิงห์ชัยภูมิ นายชารี อิ่มอารมณ์ นายแปล หงษาแก้ว ส่วนอีกกลุ่มอพยพมาจากบ้านนาวัง(ปัจจุบันอยู่ในเขตตำบลนาเสียว อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ )นำโดยนายโหน พิมสมบรูณ์ ซึ่งอพยพครอบครัวพร้อมด้วยพรรคพวกเดินทางข้ามภูโค้งเข้ามาเพื่อหาทำเลสำหรับเลี้ยงวัว และหาสมุนไพรไปขายให้กับแพทย์แผนโบราณในสมัยนั้น

เมื่อมาถึงพื้นที่แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ข้างลำห้วยใหญ่ไปทางทิศเหนือ มีความเหมาะสมในการตั้งบ้านเรือนและยังมีการพบโบราณวัตถุเป็นหินเอวขันธ์รูปพานขนาดกว้าง 1 เมตร สูง 1 เมตร ตั้งอยู่กลางป่า จึงพร้อมใจกันปักหลักตั้งถิ่นฐาน ณ ที่แห่งนี้และช่วยกันหักร้างถางพงปลูกบ้านเรือนขึ้นเป็นชุมชนเล็กๆ เพื่ออยู่อาศัย โดยในระยะแรกนั้น มีการตั้งชื่อหมู่บ้านว่า "บ้านหนองไฮ"(ปัจจุบันคือบริเวณป่าช้าบ้านนาหนองทุ่ม)

บ้านหนองไฮตั้งอยู่ได้ประมาณปีเศษก็เกิดโรคระบาดขึ้น ผู้คนเจ็บป่วยล้มตายเป็นจำนวนมาก ทำให้ชาวบ้านต่างแตกตื่นหนีโรคระบาดกลับถิ่นเดิมไปบางส่วน พวกที่เหลืออยู่จึงได้ย้ายมาตั้งบ้านเรือนแห่งใหม่อยู่ทางทิศใต้ ห่างจากที่เดิมประมาณ 1 กิโลเมตร และเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านใหม่ว่า "บ้านนาหนองทุ่ม" ตามลักษณะพื้นที่อันอุดมสมบรูณ์เหมาะแก่การทำการเกษตร

ชุมชนบ้านนาหนองทุ่มและชุมชนบ้านนาแกมีความเจริญขึ้นมาตามลำดับและกลายเป็นเขตชุมชนขนาดใหญ่ในอำเภอแก้งคร้อ เป็นรองเพียงชุมชนบ้านแก้งคร้อหนองไผ่เท่านั้น ซึ่งเป็นที่ตั้งที่ว่าการอำเภอ ดังนั้นจึงมีการรวมเอาเขตหมู่บ้านนาหนองทุ่มและหมู่บ้านนาแกจัดตั้งเป็นเขตสุขาภิบาลขึ้นมา เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2530 เรียกว่า สุขาภิบาลนาหนองทุ่ม

เมื่อมีพระราชบัญญัติเปลี่ยนฐานะสุขาภิบาลเป็นเทศบาลตำบลทั่วประเทศในปี พ.ศ. 2542 สุขาภิบาลนาหนองทุ่มจึงเปลี่ยนฐานะเป็นเทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 เป็นต้นมา

สภาพภูมิศาสตร์[แก้]

เทศบาลตำบลนาหนองทุ่มตั้งอยู่บนที่ราบเชิงเขาภูแลนคา ลักษณะดินเป็นดินเหนียวปนทราย บางแห่งเป็นดินร่วนปนทราย มีความชุ่มน้ำอุดมสมบูรณ์ดี

จากข้อมูลทางสถิติ เทศบาลตำบลนาหนองทุ่มมีพื้นที่ 11.40 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 6,875 ไร่ คิดเป็นพื้นที่ทางการเกษตร 78 % พื้นที่อยู่อาศัย 20 % ที่เหลือเป็นพื้นที่ของหน่วยงานราชการและสถานศึกษา

สภาพเศรษฐกิจ[แก้]

ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทำนาทำไร่ รับจ้างและบางส่วนประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ เป็นรายได้เสริม เช่น เลี้ยงโค เลี้ยงไก่ เลี้ยงสุกร เลี้ยงปลา และทำ อุตสาหกรรมในครัวเรือน เช่น ทำขนมจีน ทอผ้า ทำที่นอน ทำหมอนขิด ทำตู้ เป็นต้น

การศึกษา[แก้]

เทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม มีสถานศึกษาที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับก่อนอนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษา โดยโรงเรียนระดับก่อนอนุบาลและอนุบาลอยู่ในการดูแลของเทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม ได้แก่ โรงเรียนเด็กเล็กเทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม และโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม

ระดับประถมศึกษา อยู่ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิเขต 2 มี 2 แห่ง คือ โรงเรียนบ้านนาหนองทุ่ม และโรงเรียนบ้านนาแก

ส่วนระดับมัธยมศึกษา มี 1 แห่ง คือ โรงเรียนนาหนองทุ่มวิทยา เปิดทำการเรียนการสอนมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2529

การสาธารณสุข[แก้]

ในเขตเทศบาลมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอยู่ด้วยกัน 2 แห่ง ได้แก่

  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาหนองทุ่ม บุคลากร 3 คน อสม. 87 คน
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาแก บุคลากร 3 คน อสม. 102 คน

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]