เทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม
Na Nong Thum Municipality
เทศบาล
สำนักงานเทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม
สำนักงานเทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม
ตราอย่างเป็นทางการของเทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม
ตรา
คำขวัญ: ชุ่มฉ่ำน้ำการเกษตร
เขตปลอดอบายมุข
สุขสุดสวยด้วยภูมิทัศน์
ถนัดทำหมอนขิด
ผลิตผ้าไหมมัดหมี่งามสุด
ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจพอเพียง
ประเทศ ธงชาติของไทย ไทย
ที่ตั้ง สำนักงานเทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม ถนนนาแก-นาหนองทุ่ม ตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ
การปกครอง
 • นายกเทศมนตรี นายอุดม บำรุงเขต
เนื้อที่
 • ทั้งหมด 11.4 กม.2 (4.4 ตร.ไมล์)
ประชากร (พ.ศ. 2554)
 • ทั้งหมด 11,340 คน
 • ความหนาแน่น 990คน/กม.2 (2,600คน/ตร.ไมล์)
เว็บไซต์ www.nanongtum.go.th
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

เทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม เป็นเทศบาลขนาดกลาง ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ จากข้อมูลสถิติจังหวัดชัยภูมิ ปี พ.ศ. 2554 มีจำนวนประชากร 11,340 คน

ประวัติ[แก้]

ชุมชนในเขตเทศบาลตำบลนาหนองทุ่มเกิดขึ้นจากการอพยพเข้ามาของกลุ่มคนที่ต้องการแสวงหาพื้นที่ทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ที่มีความอุดมสมบูรณ์กว่าชุมชนเดิม มีการตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยจนเกิดเป็นชุมชนแห่งใหม่ขึ้นมา โดยมีประชาชนอยู่ 2 กลุ่มด้วยกันที่อพยพเข้ามาอยู่อาศัยในระยะแรก

กลุ่มแรกอพยพมาจากบ้านหนองแดง(ปัจจุบันอยู่ในเขตตำบลช่องสามหมอ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ)นำโดย นายจันทา สิงห์ชัยภูมิ นายชารี อิ่มอารมณ์ นายแปล หงษาแก้ว ส่วนอีกกลุ่มอพยพมาจากบ้านนาวัง(ปัจจุบันอยู่ในเขตตำบลนาเสียว อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ )นำโดยนายโหน พิมสมบรูณ์ ซึ่งอพยพครอบครัวพร้อมด้วยพรรคพวกเดินทางข้ามภูโค้งเข้ามาเพื่อหาทำเลสำหรับเลี้ยงวัว และหาสมุนไพรไปขายให้กับแพทย์แผนโบราณในสมัยนั้น

เมื่อมาถึงพื้นที่แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ข้างลำห้วยใหญ่ไปทางทิศเหนือ มีความเหมาะสมในการตั้งบ้านเรือนและยังมีการพบโบราณวัตถุเป็นหินเอวขันธ์รูปพานขนาดกว้าง 1 เมตร สูง 1 เมตร ตั้งอยู่กลางป่า จึงพร้อมใจกันปักหลักตั้งถิ่นฐาน ณ ที่แห่งนี้และช่วยกันหักร้างถางพงปลูกบ้านเรือนขึ้นเป็นชุมชนเล็กๆ เพื่ออยู่อาศัย โดยในระยะแรกนั้น มีการตั้งชื่อหมู่บ้านว่า "บ้านหนองไฮ"(ปัจจุบันคือบริเวณป่าช้าบ้านนาหนองทุ่ม)

บ้านหนองไฮตั้งอยู่ได้ประมาณปีเศษก็เกิดโรคระบาดขึ้น ผู้คนเจ็บป่วยล้มตายเป็นจำนวนมาก ทำให้ชาวบ้านต่างแตกตื่นหนีโรคระบาดกลับถิ่นเดิมไปบางส่วน พวกที่เหลืออยู่จึงได้ย้ายมาตั้งบ้านเรือนแห่งใหม่อยู่ทางทิศใต้ ห่างจากที่เดิมประมาณ 1 กิโลเมตร และเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านใหม่ว่า "บ้านนาหนองทุ่ม" ตามลักษณะพื้นที่อันอุดมสมบรูณ์เหมาะแก่การทำการเกษตร

ชุมชนบ้านนาหนองทุ่มและชุมชนบ้านนาแกมีความเจริญขึ้นมาตามลำดับและกลายเป็นเขตชุมชนขนาดใหญ่ในอำเภอแก้งคร้อ เป็นรองเพียงชุมชนบ้านแก้งคร้อหนองไผ่เท่านั้น ซึ่งเป็นที่ตั้งที่ว่าการอำเภอ ดังนั้นจึงมีการรวมเอาเขตหมู่บ้านนาหนองทุ่มและหมู่บ้านนาแกจัดตั้งเป็นเขตสุขาภิบาลขึ้นมา เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2530 เรียกว่า สุขาภิบาลนาหนองทุ่ม

เมื่อมีพระราชบัญญัติเปลี่ยนฐานะสุขาภิบาลเป็นเทศบาลตำบลทั่วประเทศในปี พ.ศ. 2542 สุขาภิบาลนาหนองทุ่มจึงเปลี่ยนฐานะเป็นเทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 เป็นต้นมา

สภาพภูมิศาสตร์[แก้]

เทศบาลตำบลนาหนองทุ่มตั้งอยู่บนที่ราบเชิงเขาภูแลนคา ลักษณะดินเป็นดินเหนียวปนทราย บางแห่งเป็นดินร่วนปนทราย มีความชุ่มน้ำอุดมสมบูรณ์ดี

จากข้อมูลทางสถิติ เทศบาลตำบลนาหนองทุ่มมีพื้นที่ 11.40 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 6,875 ไร่ คิดเป็นพื้นที่ทางการเกษตร 78 % พื้นที่อยู่อาศัย 20 % ที่เหลือเป็นพื้นที่ของหน่วยงานราชการและสถานศึกษา

สภาพเศรษฐกิจ[แก้]

ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทำนาทำไร่ รับจ้างและบางส่วนประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ เป็นรายได้เสริม เช่น เลี้ยงโค เลี้ยงไก่ เลี้ยงสุกร เลี้ยงปลา และทำ อุตสาหกรรมในครัวเรือน เช่น ทำขนมจีน ทอผ้า ทำที่นอน ทำหมอนขิด ทำตู้ เป็นต้น

การศึกษา[แก้]

เทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม มีสถานศึกษาที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับก่อนอนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษา โดยโรงเรียนระดับก่อนอนุบาลและอนุบาลอยู่ในการดูแลของเทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม ได้แก่ โรงเรียนเด็กเล็กเทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม และโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม

ระดับประถมศึกษา อยู่ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิเขต 2 มี 2 แห่ง คือ โรงเรียนบ้านนาหนองทุ่ม และโรงเรียนบ้านนาแก

ส่วนระดับมัธยมศึกษา มี 1 แห่ง คือ โรงเรียนนาหนองทุ่มวิทยา เปิดทำการเรียนการสอนมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2529

การสาธารณสุข[แก้]

ในเขตเทศบาลมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอยู่ด้วยกัน 2 แห่ง ได้แก่

  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาหนองทุ่ม บุคลากร 3 คน อสม. 87 คน
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาแก บุคลากร 3 คน อสม. 102 คน

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]