อำเภอแก้งคร้อ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอแก้งคร้อ
แผนที่จังหวัดชัยภูมิ เน้นอำเภอแก้งคร้อ
แก้งคร้อเมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก ศาสนจักร
ก้าวไกล พระชัยมงคลคู่บ้าน ศาลปู่ด้วงย่าดีคู่เมือง
ลือเลื่องเขื่อนลำปะทาว ชาวประชาสามัคคี
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย อำเภอแก้งคร้อ
อักษรโรมัน Amphoe Kaeng Khro
จังหวัด ชัยภูมิ
รหัสทางภูมิศาสตร์ 3612
รหัสไปรษณีย์ 36150
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 582.2 ตร.กม.
ประชากร 93,558 คน (พ.ศ. 2555)
ความหนาแน่น 160.69 คน/ตร.กม.
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้ง ที่ว่าการอำเภอแก้งคร้อ หมู่ที่ 1
ถนนชัยภูมิ-ชุมแพ ตำบลช่องสามหมอ อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ 36150
พิกัด 16°6′31″N 102°15′29″E / 16.10861°N 102.25806°E / 16.10861; 102.25806
หมายเลขโทรศัพท์ 0 4488 2776
หมายเลขโทรสาร 0 4488 2776

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

อำเภอแก้งคร้อ เป็นอำเภอในเขตตอนบนของจังหวัดชัยภูมิที่มีความเจริญอีกอำเภอหนึ่ง โดยถือเป็นศูนย์กลางทางด้านการค้าและการศึกษาในเขตตอนบนของจังหวัด

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอแก้งคร้อตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ที่มาของชื่ออำเภอ[แก้]

ตัวอำเภอแก้งคร้อ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอ

"แก้งคร้อ" เป็นคำประสมมาจากคำว่า "แก้ง" หมายถึง แก่ง ซึ่งออกเสียงในสำเนียงอีสานว่า แก้ง และคำว่า "คร้อ" มาจากชื่อของ "ต้นตะคร้อ" ซึ่งเมื่อนำมารวมกันแล้วจะได้ความหมายว่า บริเวณแก่งที่มีต้นตะคร้อใหญ่

ประวัติ[แก้]

เดิมทีท้องที่อำเภอแก้งคร้อทั้งอำเภอถูกรวมอยู่ภายใต้การปกครองของตำบลกวางโจน อำเภอภูเขียว นับตั้งแต่มีการปฏิรูปการปกครองมาเป็นจังหวัด อำเภอ และตำบล ซึ่งเหตุที่เป็นเช่นนี้อาจเนื่องมาจาก ในสมัยก่อนท้องที่แถบนี้ยังมีราษฎรเข้ามาจับจองพื้นที่อาศัยและทำกินอยู่อย่างเบาบาง

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2481 จึงได้มีการจัดตั้ง ตำบลแก้งคร้อ (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ตำบลช่องสามหมอ) ขึ้นมา โดยแบ่งท้องที่บางส่วนมาจากตำบลกวางโจน[1] ต่อมาในปี พ.ศ. 2495 มีการแบ่งปันพื้นที่บางส่วนของตำบลกวางโจนมาจัดตั้งเป็นตำบลขึ้นอีก นั่นคือ ตำบลหนองสังข์[2] และในปีถัดมานั้นเองก็ได้มีการแบ่งเอาท้องที่ตำบลแก้งคร้อบางส่วนจัดตั้งเป็น ตำบลหนองขาม ขึ้นมาอีกแห่ง[3] แสดงให้เห็นว่าท้องที่แทบนี้เริ่มมีราษฎรเข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มจำนวนมากขึ้นแล้ว

การที่ทั้ง 3 ตำบลที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาใหม่นี้มีพื้นที่รวมกันกว้างขวางและอยู่ห่างไกลจากที่ทำการอำเภอภูเขียวในขณะนั้น ทำให้ราษฎรที่ต้องไปติดต่อราชการในอำเภอได้รับความลำบากจากการเดินทาง ดังนั้น ในวันที่ 16 สิงหาคม 2501 ทางราชการจึงได้รวมเอาท้องที่ 3 ตำบลนี้ คือ ตำบลช่องสามหมอ ตำบลหนองสังข์ และตำบลหนองขาม จัดตั้งเป็น กิ่งอำเภอแก้งคร้อ ขึ้นมา[4] และใช้เวลาเพียงปีเดียว กิ่งอำเภอแก้งคร้อ ก็ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น อำเภอแก้งคร้อ ในวันที่ 11 ธันวาคม 2502[5]

อำเภอแก้งคร้อที่ถูกตั้งขึ้นมาใหม่นี้ยังเหลือพื้นที่ว่างเปล่าที่ยังไม่ถูกจับจองทำกินอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงมีราษฎรจากอำเภอใกล้เคียงไม่ว่าจะเป็นอำเภอภูเขียว อำเภอคอนสวรรค์ อำเภอเมืองชัยภูมิ หลั่งไหลเข้ามาจับจองพื้นที่ทำกินเป็นจำนวนมาก ทำให้ท้องที่อำเภอแก้งคร้อได้รับการพัฒนาทางด้านการเกษตรและการค้าอย่างรวดเร็ว

จากจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปี พ.ศ. 2513 ได้มีการจัดตั้งตำบลเพิ่มขึ้นมาพร้อมกันอีก 3 ตำบล คือ ตำบลนาหนองทุ่ม ตำบลหลุบคา และตำบลบ้านแก้ง[6] เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการปกครอง และในปี พ.ศ. 2522 ก็ได้มีการจัดตั้ง ตำบลโคกกุง ขึ้นมาอีกแห่ง[7]

เมื่อพื้นที่ราบใต้เชิงเขาภูแลนคาเริ่มถูกจับจองทำกินจนไม่เหลือที่ว่าง ดังนั้นจึงมีราษฎรบางส่วนอพยพขึ้นสู่เทือกเขาภูแลนคา เพื่อแผ้วถางพื้นที่ทำมาหากินและอยู่อาศัย ต่อมาเมื่อมีจำนวนราษฎรเพิ่มมากขึ้น ทำให้ยากแก่การปกครองท้องที่ เพราะเป็นเขตภูเขาสูง ดังนั้นในปี พ.ศ. 2529 จึงได้แบ่งท้องที่ตำบลนาหนองทุ่ม เพื่อจัดตั้งเป็น ตำบลเก่าย่าดี[8] และในปี พ.ศ. 2531 ได้จัดตั้ง ตำบลท่ามะไฟหวาน ขึ้นมาอีกแห่ง โดยแบ่งพื้นที่มาจากตำบลหนองขาม[9]

ตำบลช่องสามหมอซึ่งเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจหลักของอำเภอ มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ดังนั้นในปี พ.ศ. 2533 จึงได้แบ่งปันท้องที่บางส่วนเพื่อจัดตั้งเป็นตำบลขึ้นมาอีกแห่ง คือ ตำบลหนองไผ่[10] ทำให้ปัจจุบันอำเภอแก้งคร้อมีท้องที่ในเขตปกครองทั้งสิ้น 10 ตำบล

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอแก้งคร้อแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 10 ตำบล 126 หมู่บ้าน ได้แก่

1. ช่องสามหมอ (Chong Sam Mo) 11 หมู่บ้าน 6. หลุบคา (Lup Kha) 10 หมู่บ้าน
2. หนองขาม (Nong Kham) 13 หมู่บ้าน 7. โคกกุง (Khok Kung) 13 หมู่บ้าน
3. นาหนองทุ่ม (Na Nong Thum) 19 หมู่บ้าน 8. เก่าย่าดี (Kao Ya Di) 9 หมู่บ้าน
4. บ้านแก้ง (Ban Kaeng) 12 หมู่บ้าน 9. ท่ามะไฟหวาน (Tha Mafai Wan) 11 หมู่บ้าน
5. หนองสังข์ (Nong Sang) 16 หมู่บ้าน 10. หนองไผ่ (Nong Phai) 12 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอแก้งคร้อประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 12 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลแก้งคร้อ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลช่องสามหมอและตำบลหนองไผ่
  • เทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลนาหนองทุ่ม
  • เทศบาลตำบลหนองสังข์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองสังข์ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลช่องสามหมอ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลช่องสามหมอ (นอกเขตเทศบาลตำบลแก้งคร้อ)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองขาม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองขามทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลนาหนองทุ่ม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาหนองทุ่ม (นอกเขตเทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแก้ง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านแก้งทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหลุบคา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหลุบคาทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโคกกุง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกกุงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเก่าย่าดี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเก่าย่าดีทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลท่ามะไฟหวาน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลท่ามะไฟหวานทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองไผ่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองไผ่ (นอกเขตเทศบาลตำบลแก้งคร้อ)

การศึกษา[แก้]

  • ระดับอนุบาลและประถมศึกษา โรงเรียนระดับประถมศึกษาขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในอำเภอแก้งคร้อ คือ โรงเรียนชุมชนบ้านแก้งคร้อหนองไผ่ ซึ่งปัจจุบันเปิดสอนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีจำนวนนักเรียน 1,253 คน บุคลากร 60 คน นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนระดับประถมศึกษาขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง อาทิ โรงเรียนศรีแก้งคร้อ (นักเรียน 787 คน) โรงเรียนบ้านนาหนองทุ่ม (นักเรียน 406 คน) โรงเรียนบ้านนาแก (นักเรียน 405 คน) ปัจจุบันมีโรงเรียนประถมศึกษาหลายแห่งเปิดสอนถึงระดับมัธยมศึกษาต้อนต้น หรือที่เรียกว่า โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา เพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านการศึกษาสำหรับเด็กนักเรียนในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลจากโรงเรียนมัธยมศึกษา

โดยในปี พ.ศ. 2555 อำเภอแก้งคร้อมีโรงเรียนขยายโอกาสทั้งสิ้น 10 แห่ง ได้แก่

ตำบลโคกกุง

  • โรงเรียนบ้านโคกกุง มีจำนวนนักเรียน 510 คน
  • โรงเรียนบ้านเซียมป่าหม้อ จำนวนนักเรียน 227 คน
  • โรงเรียนบ้านหนองแวง จำนวนนักเรียน 233 คน

ตำบลหลุบคา

  • โรงเรียนบ้านหลุบคา จำนวนนักเรียน 128 คน
  • โรงเรียนบ้านภูดินหินกอง จำนวนนักเรียน 187 คน

ตำบลหนองขาม

  • โรงเรียนบ้านโนนงิ้วงาม จำนวนนักเรียน 173 คน

ตำบลท่ามะไฟหวาน

  • โรงเรียนบ้านกุดโง้งดงสวรรค์ จำนวนนักเรียน 442 คน

ตำบลเก่าย่าดี

  • โรงเรียนบ้านเก่าวิทยานุกูล จำนวนนักเรียน 253 คน

ตำบลหนองไผ่

  • โรงเรียนบ้านซำมูลนาก จำนวนนักเรียน 234 คน

ตำบลช่องสามหมอ

  • โรงเรียนชุมชนบ้านแก้งคร้อหนองไผ่ จำนวนนักเรียน 1,253 คน
  • ระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาในอำเภอแก้งคร้อมีจำนวนทั้งสิ้น 7 แห่ง แต่โรงเรียนที่มีขนาดใหญ่และได้รับความนิยมจากผู้ปกครองมากที่สุด คือ โรงเรียนแก้งคร้อวิทยา มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 2,531 คนในปีการศึกษา 2555 โดยในปี พ.ศ. 2553 โรงเรียนแก้งคร้อวิทยาได้รับการคัดเลือกเข้าสู่โครงการ โรงเรียนมาตรฐานสากล (World-Class Standard School) ซึ่งมีเพียง 6 โรงเรียนในจังหวัดชัยภูมิที่ได้รับการคัดเลือกเข้าโครงการ และโรงเรียนที่น่าสนใจอีกแห่ง คือ โรงเรียนนาหนองทุ่มวิทยา ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 อำเภอ 1 โรงเรียนในฝัน (Lab School Project) มีจำนวนนักเรียน 823 คน นอกจากนี้ในอำเภอแก้งคร้อยังมีโรงเรียนมัธยมศึกษาที่เปิดบริการในระดับตำบลอีกหลายแห่ง ได้แก่
    • โรงเรียนหนองสังข์วิทยายน ในเขตตำบลหนองสังข์ จำนวนนักเรียน 500 คน
    • โรงเรียนมัธยมหนองศาลา ในเขตตำบลหนองสังข์ จำนวนนักเรียน 385 คน
    • โรงเรียนท่ามะไฟหวานวิทยาคม ในเขตตำบลท่ามะไฟหวาน จำนวนนักเรียน 281 คน
    • โรงเรียนมัธยมบ้านแก้งวิทยา ในเขตตำบลบ้านแก้ง จำนวนนักเรียน 305 คน
    • โรงเรียนหนองขามวิทยา ในเขตตำบลหนองขาม จำนวนนักเรียน 241 คน
  • ระดับอาชีวศึกษา ในอำเภอแก้งคร้อมีสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา 1 แห่ง คือ วิทยาลัยการอาชีพแก้งคร้อ มีจำนวนนักเรียน 948 คน ในปีการศึกษา 2555

การสาธารณสุข[แก้]

  • โรงพยาบาลแก้งคร้อ เป็นโรงพยาบาลชุมชนระดับอำเภอขนาด 94 เตียง โดยในปี พ.ศ. 2555 มีผู้ป่วยขอเข้ารับการบริการทั้งสิ้น 137,165 ครั้ง จัดเป็นผู้ป่วยใน 6,856 ครั้ง ปัจจุบันได้เข้าแผนพัฒนาเป็นโรงพยาบาลชุมชนแม่ข่ายระดับ M2 ขนาด 120 เตียงขึ้นไป ภายในปี พ.ศ. 2559 [11]
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 11 แห่ง ให้บริการครอบคลุมทุกตำบล
  • สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 1 แห่ง

การคมนาคม[แก้]

ด้วยสภาพพื้นที่ของจังหวัดชัยภูมิที่ถูกแบ่งแยกระหว่างตอนล่างและตอนบนด้วยภูเขา มีเพียงช่องแคบระหว่างภูโค้งและภูผาแดงที่เกิดจากลำห้วยสามหมอ หรือที่เรียกว่า ช่องสามหมอ เป็นเส้นทางคมนาคมที่สะดวกที่สุดระหว่างเขตตอนล่างและตอนบนของจังหวัด ทำให้อำเภอแก้งคร้อ ซึ่งตั้งอยู่หลังช่องแคบช่องสามหมอ กลายเป็นประตูสู่อำเภอทางตอนบนของจังหวัดชัยภูมิ ไปโดยปริยาย

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 เป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญที่สุดในอำเภอแก้งคร้อ ซึ่งเริ่มต้นมาจาก แยกทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ที่อำเภอสีคิ้ว พาดผ่านอำเภอจัตุรัส อำเภอเมืองชัยภูมิ แล้วตัดเข้าสู่อำเภอแก้งคร้อที่ช่องสามหมอ ผ่านไปยังอำเภอภูเขียว อำเภอชุมแพ แล้วไปสิ้นสุดที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย นับเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญอีกเส้นหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงเป็นสี่ช่องจราจรตั้งแต่อำเภอจัตุรัสจนถึงแยกช่องสามหมอ เพื่อรองรับกับการเพิ่มจำนวนขึ้นของการใช้รถใช้ถนน และในอนาคตมีโครงการปรับปรุงให้เป็นสี่ช่องจราจรตั้งแต่อำเภอแก้งคร้อจนถึงอำเภอชุมแพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางมากยิ่งขึ้น และเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของอำเภอแก้งคร้อให้สูงขึ้น

นอกจากนี้ยังมีทางหลวงหมายเลข 2389 ที่เชื่อมระหว่างอำเภอแก้งคร้อกับอำเภอบ้านแท่น และต่อไปยังอำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น เป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงระหว่างอำเภอแก้งคร้อกับจังหวัดขอนแก่น ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2353 ที่เชื่อมระหว่างอำเภอแก้งคร้อกับพื้นที่ทางการเกษตรบนเขตเทือกเขาภูแลนคา ถือเป็นเส้นทางสายหลักในการลำเลียงผลิตผลทางการเกษตรออกสู่ตลาดของอำเภอแก้งคร้อ

ศาสนสถาน[แก้]

พระมหาเจดีย์สิริชัยภูมิ ณ อรุณธรรมสถาน

1. วัดป่าสุคะโต เป็นสถานที่สอนปฏิบัติธรรมที่มีชื่อเสียงโด่งดังทางด้าน การเจริญสติ วิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวทางของหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูแลนคา ที่บ้านใหม่ไทยเจริญ ตำบลท่ามะไฟหวาน ปัจจุบันมีพระไพศาล วิสาโล พระนักเผยแพร่ที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย เป็นเจ้าอาวาส

2. อรุณธรรมสถาน เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมในการดำริของพระธรรมสิริชัย เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม รูปที่ 13 ดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2550 บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ ณ บ้านภูสองชั้น ตำบลเก่าย่าดี ที่อรุณธรรมสถานแห่งนี้ ยังมีศาสนสถานสำคัญ คือ พระมหาเจดีย์สิริชัยภูมิ ซึ่งเป็นเจดีย์ที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างศิลปะล้านช้างกับล้านนา [12]

ธนาคาร[แก้]

  • ธนาคารกสิกรไทย สาขาแก้งคร้อ
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาแก้งคร้อ (ชัยภูมิ)
  • ธนาคารกรุงไทย สาขาแก้งคร้อ
  • ธนาคารออมสิน สาขาแก้งคร้อ
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) สาขาแก้งคร้อ
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) สาขาชัยสามหมอ

อ้างอิง[แก้]

  1. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องเปลี่ยนแปลงเขตต์ตำบลในอำเภอผักปัง จังหวัดชัยภูมิ". ราชกิจจานุเบกษา 55: 1203. 15 กรกฎาคม 2481. 
  2. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอเมืองชัยภูมิ กิ่งอำเภอคอนสวรรค์ และอำเภอภูขียว จังหวัดชัยภูมิ". ราชกิจจานุเบกษา 69: 4774–4782. 17 ธันวาคม 2495. 
  3. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอภูขียว จังหวัดชัยภูมิ". ราชกิจจานุเบกษา 70: 3272–3273. 29 สิงหาคม 2496. 
  4. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ยกฐานะตำบลขึ้นเป็นกิ่งอำเภอ". ราชกิจจานุเบกษา 75: 2540–2541. 16 กันยายน 2501. 
  5. "พระราชกฤษฎีกา ตั้งอำเภอชุมพวง อำเภอเชียงยืน อำเภอแก้งคร้อ อำเภอสำโรงทาบ อำเภอคอนสาร อำเภอเซกา อำเภอทุ่งเสลี่ยม อำเภอบ้านด่าน อำเภอขนอม อำเภอบ้านแพรก อำเภอกะทู้ และอำเภอคลองใหญ่ พ.ศ. 2502". ราชกิจจานุเบกษา 76: 8–11. 10 ธันวาคม 2502. 
  6. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอบำเหน็จณรงค์ อำเภอคอนสาน อำเภอเกษตรสมบูรณ์ อำเภอจัตุรัส และอำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ". ราชกิจจานุเบกษา 87: 2430–2445. 1 สิงหาคม 2513. 
  7. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอคอนสวรรค์ อำเภอแก้งคร้อ และกิ่งอำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ". ราชกิจจานุเบกษา 96: 3362–3371. 1 กันยายน 2522. 
  8. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ". ราชกิจจานุเบกษา 103: 6056–6058. 1 สิงหาคม 2529. 
  9. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอเมืองชัยภูมิ และอำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ". ราชกิจจานุเบกษา 105: 182–188. 1 สิงหาคม 2531. 
  10. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ". ราชกิจจานุเบกษา 107: 22–27. 19 มิถุนายน 2533. 
  11. ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ทรัพยากรสุขภาพ โรงพยาบาลแก้งคร้อ [1]. สืบค้นเมื่อ 13 สิงหาคม 2556.
  12. ศูนย์ปฏิบัติธรรมอรุณธรรมสถาน เรื่องอัตลักษณ์ พระมหาเจดีย์สิริชัยภูมิ[2].

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]