อำเภอภูเขียว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอภูเขียว
แผนที่จังหวัดชัยภูมิ เน้นอำเภอภูเขียว
ภูเขียวเมืองแห่งศาลาพันห้อง หนองน้ำใหญ่ ไม้ตะโกงามล้ำ หม่ำเลิศรสผ้าขิดสดสวย ร่ำรวยอ้อยหวาน
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย อำเภอภูเขียว
อักษรโรมัน Amphoe Phu Khiao
จังหวัด ชัยภูมิ
รหัสทางภูมิศาสตร์ 3610
รหัสไปรษณีย์ 36110
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 801.8 ตร.กม.
ประชากร 124,727 คน (พ.ศ. 2556)
ความหนาแน่น 155.55 คน/ตร.กม.
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้ง ที่ว่าการอำเภอภูเขียว ถนนภูเขียว-ชุมแพ ตำบลผักปัง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ 36110
พิกัด 16°22′35″N 102°7′43″E / 16.37639°N 102.12861°E / 16.37639; 102.12861
หมายเลขโทรศัพท์ 0 4486 1000
หมายเลขโทรสาร 0 4486 1000

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

อำเภอภูเขียว เดิมคือ เมืองภูเขียว ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร ต่อมาถูกยุบให้เป็นอำเภอหนึ่งขึ้นตรงต่อจังหวัดชัยภูมิ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 80 กิโลเมตร เป็นอำเภอขนาดใหญ่ ทางตอนบนที่มีความเจริญทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน การเมืองการปกครอง การศึกษา การคมนาคม การสื่อสาร การเงินการธนาคาร และการแพทย์ เนื่องจากมีพื้นที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวจังหวัดมาก จึงมีส่วนราชการสำคัญ ๆ เป็นพิเศษมากกว่าอำเภออื่น ๆ ในจังหวัด อีกทั้งเป็นอำเภอที่มีเงินลงทุนภาคอุตสาหกรรมมากที่สุดของจังหวัด มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 2 (รองจากอำเภอเมืองชัยภูมิ) และมีการจ้างงานเป็นอันดับที่ 5 ของจังหวัด (รองจากอำเภอจัตุรัส อำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอแก้งคร้อ และอำเภอเกษตรสมบูรณ์) ปัจจุบันกำลังจะดำเนินการก่อสร้างถนนสี่ช่องจราจรทางหลวงหมายเลข 201 (ช่วงแก้งคร้อ-ภูเขียว-ชุมแพ) โครงการถนนเลี่ยงเมืองภูเขียว ฝั่งทิศตะวันตก และก่อสร้างตึกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลภูเขียว 4 ชั้น และตึกสงฆ์อาพาธ 5 ชั้น

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอภูเขียวตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอข้างเคียง ดังนี้

ประวัติ[แก้]

เดิมพื้นที่แถบบริเวณ อำเภอภูเขียว เป็นชุมชนโบราณมาตั้งแต่สมัยทวารวดีโดยมีหลักฐานคือ คูดิน ใบเสมาจารึกอักษรปัลลวะ รวมทั้งโบราณสถานหลายแห่ง เช่น พระธาตุกลางบ้าน ตำบลผักปัง มีพระพุทธรูปโบราณปรากฏอยู่ พระธาตุบ้านโนนธาตุงาม ตำบลผักปัง พระธาตุวัดธาตุบ้านค้าว ตำบลโอโล และยังมีอีกหลายเแห่งที่ใกล้เคียงรอบๆ เช่น พระธาตุแก้งกอย หรือว่าโนนเมือง ตำบลโนนคูณ อำเภอคอนสาร จึงสรุปได้ว่าเป็นชุมชนเมืองมานานแล้ว อีกอย่างในตำนานอุรังคนิทาน ได้กล่าวถึงเมืองที่ชื่อ "กุรุนทนคร" อยู่ด้านทิศตะวันตกของเมือง หนองหาร ส่วนมากจะเข้าใจผิดว่า กุรุนทนคร เป็นเมืองแถบจังหวัดร้อยเอ็ด แต่ที่จริงแล้วคือบริเวณ "อำเภอภูเขียว" นี้เอง โดยในตำนานกล่าวว่า พระยากุรุนทนคร ไม่ได้มาร่วมสร้างพระธาตุด้วย และปรากฏอีกครั้งเมื่อสมัยอยุธยา มีฐานะเป็นเมืองเมืองหนึ่งในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีที่ตั้งเมืองอยู่ที่บ้านเมืองเก่า (ปัจจุบันอยู่ในท้องที่อำเภอเกษตรสมบูรณ์) หลวงไกรสิงหนาทเป็นเจ้าเมืองปกครองขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร พระไกรสิงหนาทผู้นี้ไม่มีบุตรสืบตระกูล จึงได้มีใบบอกแจ้งไปทางกรุงเทพมหานคร ให้แต่งตั้ง "นายฤๅชา" ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถดีให้เป็นเจ้าเมืองแทน โดยได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงไกรสิงหนาทและพระยาไกรสิงหนาทตามลำดับ ระหว่างที่พระยาไกรสิงหนาทปกครองเมืองอยู่นั้น ปรากฏว่าเมืองภูเขียวมีพลเมืองเพิ่มขึ้น ที่ตั้งเมืองเริ่มคับแคบจึงได้ย้ายเมืองมาอยู่ที่ "บ้านกุดเชือก" (บ้านยาง ซึ่งเป็นที่ตั้งที่ว่าการอำเภอเกษตรสมบูรณ์ปัจจุบัน) เมื่อพระยาไกรสิงหนาทชราภาพลงก็ได้มีใบบอกไปยังกรุงเทพมหานคร ให้แต่งตั้ง "นายบุญมา" บุตรชายคนโตของตนเป็นผู้ปกครองแทน ต่อมาจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระยาไกรสิงหนาทแทนบิดา และได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาภักดีฤๅชัยจางวาง ซึ่งต่อมาได้ทำการย้ายเมืองจากบ้านกุดเชือกไปอยู่ที่บ้านโนนเสลา (ปัจจุบันอยู่ในท้องที่ตำบลหนองตูม อำเภอภูเขียว) เพราะเห็นว่าเป็นทำเลที่เหมาะสม และได้ให้กรมการเมืองไปขุดร่อนเอาทองซึ่งเป็นทองเนื้อดีที่บ่อโข่โหล่ในภูเขาพระยาฝ่อ (ปัจจุบันอยู่ในท้องที่อำเภอภักดีชุมพล) หล่อเป็นแท่งส่งไปยังกรุงเทพมหานครเพื่อเป็นการส่งส่วยอากรแทนเงินของราษฎร ซึ่งในสมัยนั้นการครองชีพของราษฎรยังขัดสน เมื่อย้ายเมืองไปอยู่ที่บ้านโนนเสลา ปรากฏว่าราษฎรในเขตตำบลนางแดดและตำบลหนองบัวแดงได้รับความเดือดร้อน มีความลำบากในการติดต่อเจ้าหน้าที่เพราะอยู่ไกลจากตัวเมืองมาก ได้รับความไม่สะดวกในด้านการปกครอง จึงได้มีใบบอกแจ้งไปยังกรุงเทพมหานครซึ่งก็ได้แต่งตั้งให้ "พระยาชุมพลภักดี" มาเป็นเจ้าเมืองเกษตรสมบูรณ์ โดยให้ตั้งบ้านเมืองอยู่บ้านหนองแพง ตำบลหนองบัวแดง ซึ่งในปัจจุบันยังมีคูและซากกำแพงเมืองปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้ ในปี พ.ศ. 2440 ประเทศไทยได้เปลี่ยนรูปการปกครองจากแบบจตุสดมภ์ มาเป็น มณฑลเทศาภิบาล แทน ได้ตั้งร้อยโทขุนแผ้วภักดี (โต๊ะ) มากำกับราชการอยู่ที่เมืองภูเขียวเมื่อ พ.ศ. 2442 เมืองภูเขียวก็ถูกยุบฐานะลงมาเป็น "อำเภอภูเขียว" โดยขึ้นตรงต่อจังหวัดชัยภูมิ และให้หลวงพรมภักดี (ท้าวหล่าอ้วย) ยกกระบัตรเมืองชัยภูมิมาเป็นอำเภอภูเขียว ต่อมาทางราชการได้แต่งตั้งให้ "หลวงพินิจคงคา" มาเป็นนายอำเภอภูเขียว เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2444–พ.ศ. 2445 หลวงพินิจคงคาได้ย้ายที่ว่าการอำเภอจากบ้านโนนเสลา ไปตั้งใหม่ที่บ้านผักปัง (ที่ตั้งที่ว่าการอำเภอภูเขียวในปัจจุบัน) โดยใช้นามว่า "อำเภอภูเขียว" ต่อมาในปี พ.ศ. 2449 ได้แยกอำเภอภูเขียวออกเป็น 2 อำเภอ คืออำเภอภูเขียว และ อำเภอเกษตรสมบูรณ์ ที่บ้านลาดหนองสามหมื่น (บ้านลาด ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียวในปัจจุบัน) โดยมีหลวงนรินทร์สงครามเป็นนายอำเภอคนแรก

ในปี พ.ศ. 2452 พระยาจ่าแสงได้มาตรวจราชการที่อำเภอภูเขียวและอำเภอเกษตรสมบูรณ์ เห็นว่าอำเภอทั้งสองใกล้กันมาก จึงได้ยุบอำเภอเกษตรสมบูรณ์ลงมาเป็นกิ่งอำเภอเกษตรสมบูรณ์ โดยให้ขึ้นกับอำเภอภูเขียว และย้ายที่ว่าการกิ่งอำเภอไปตั้งที่บ้านยาง (ที่ตั้งที่ว่าการอำเภอเกษตรสมบูรณ์ในปัจจุบัน) เรียกชื่อว่า "กิ่งอำเภอบ้านยาง"

ในปี พ.ศ. 2460 ขุนสารกิจคณิตดำรงตำแหน่งนายอำเภอภูเขียว ทางราชการได้เปลี่ยนชื่ออำเภอภูเขียวเป็น อำเภอผักปัง เพื่อให้ตรงกับสถานที่ตั้งที่ว่าการอำเภอและได้เปลี่ยนใช้ชื่อ "อำเภอภูเขียว" อีกครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2482 ซึ่งการเปลี่ยนชื่อกลับมาเป็นอำเภอภูเขียวครั้งนี้ทางราชการได้ตั้งชื่อผิดพลาดไป กล่าวคือ ทางอำเภอภูเขียวได้รายงานการขอตั้งชื่อกิ่งอำเภอบ้านยาง (เกษตรสมบูรณ์ปัจจุบัน) ซึ่งได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอโดยใช้ชื่อว่าอำเภอภูเขียว เพราะว่ามีภูเขาเขียวอยู่ในท้องที่อำเภอ และขอเปลี่ยนชื่ออำเภอผักปังเป็นอำเภอเกษตรสมบูรณ์แทน แต่ราชการได้ตั้งชื่ออำเภอผักปังว่า "อำเภอภูเขียว" ซึ่งไม่ตรงกับสถานที่ปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2481 ทางราชการเห็นว่าอำเภอภูเขียวมีภูมิประเทศกว้างขวาง มีพลเมืองมาก (ประมาณเกือบสองแสนคน) และมีระยะทางห่างไกลจากตัวจังหวัดมาก (ประมาณ 80 กิโลเมตร) การคมนาคมไม่สะดวก ต้องเดินทางด้วยเท้าหรือใช้ช้างม้าเป็นพาหนะ จึงให้ก่อตั้งศาลจังหวัด ที่ทำการอัยการจังหวัด และเรือนจำประจำอำเภอโดยใช้เวลาก่อสร้างอยู่ประมาณ 5 ปี จึงได้ประกาศเปิดทำการเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2485

ในปี พ.ศ. 2490 ทางราชการก็ได้ประกาศตั้งคลังอำเภอภูเขียวขึ้น เพราะเล็งเห็นว่าที่ตั้งอำเภอภูเขียวมีสภาพอยู่ในหุบเขาล้อมรอบและมีพลเมืองมาก ระยะทางห่างไกลจากจังหวัด และมีเงินจำนวนมากอยู่ในความรับผิดชอบ ประกอบกับทางราชการได้ตั้งศาล เรือนจำและอัยการประจำศาล กองตำรวจ และการไปรษณีย์โทรเลขเป็นหน่วยราชการ เกือบจะไม่ต่างจากจังหวัดแต่ประการใด แต่หน่วยงานดังกล่าวก็ได้ตั้งอยู่จนถึงปัจจุบันนี้และมีปริมาณงานเพิ่มมากขึ้นทุกปีเนื่องจากอำเภอภูเขียวมีพื้นที่มาก ในปี พ.ศ. 2501 ทางราชการได้ประกาศแยกพื้นที่ออกเป็นกิ่งอำเภอ 2 แห่ง คือ กิ่งอำเภอแก้งคร้อและกิ่งอำเภอคอนสาร ซึ่งต่อมากิ่งอำเภอทั้งสองได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเมื่อปี พ.ศ. 2502 และปี พ.ศ. 2507 ทางราชการได้ประกาศตั้งกิ่งอำเภอบ้านแท่นโดยแยกจากอำเภอภูเขียวอีกครั้งหนึ่ง และได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอเมื่อปี พ.ศ. 2512 จากประวัติดังกล่าวมาแล้วข้างต้น จะเห็นว่าในอดีตอำเภอภูเขียวเป็นอำเภอที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์มาก กล่าวคือ เคยเป็นเมืองเก่าซึ่งมีเจ้าเมืองที่มีบรรดาศักดิ์ถึงชั้นพระยาพานทอง เทียบเท่ากับจังหวัดทุกประการ ดังนั้นถึงแม้จะถูกยุบฐานะลงมาเป็นอำเภอแล้วก็ตาม ทางราชการก็ยังเห็นความสำคัญอยู่มาก ถึงกับตั้งหน่วยราชการที่สำคัญ ๆ พิเศษกว่าอำเภอทั่วไป เช่น ศาลจังหวัดภูเขียว สำนักงานอัยการจังหวัดภูเขียว สำนักงานคุมประพฤติ สำนักงานขนส่ง เรือนจำ สำนักงานที่ดิน และคลังจังหวัดขึ้น นอกจากนั้นยังได้พิจารณายกฐานะขึ้นเป็นอำเภอชั้นเอกเมื่อปี พ.ศ. 2490 โดยมีนายย้อย เปรมไทย มาดำรงตำแหน่งนายอำเภอชั้นเอกคนแรก และนายอำเภอคนต่อมาก็เป็นข้าราชการชั้นเอกทุกคน ในขณะที่เวลานั้นตำแหน่งปลัดจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ เป็นเพียงข้าราชการชั้นโทและรองผู้ว่าราชการชั้นโท และผู้ว่าราชการจังหวัดสมัยนั้นก็เป็นข้าราชการชั้นเอกเช่นกัน ในปี พ.ศ. 2521 ทางราชการได้ยกฐานะอำเภอภูเขียวขึ้นเป็นระดับ 7 ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2530 ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ร่วมกับกรมการปกครองให้ทางอำเภอภูเขียวสำรวจปริมาณงานในหน้าที่ของนายอำเภอเพื่อขอเปลี่ยนเป็นระดับ 8 (ชั้นพิเศษ) และได้ยกฐานะอำเภอเป็นระดับ 8 (ชั้นพิเศษ) เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2531 และในปี พ.ศ. 2550 ทางราชการกำหนดให้นายอำเภอภูเขียวดำรงตำแหน่งข้าราชการระดับ 9 เทียบเท่ากับนายอำเภอเมืองชัยภูมิ

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอภูเขียวแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 11 ตำบล 147 หมู่บ้าน ได้แก่

1. ผักปัง (Phak Pang) 7. โคกสะอาด (Khok Sa-at)
2. กวางโจน (Kwang Chon) 8. หนองตูม (Nong Tum)
3. หนองคอนไทย (Nong Khon Thai) 9. โอโล (Olo)
4. บ้านแก้ง (Ban Kaeng) 10. ธาตุทอง (That Thong)
5. กุดยม (Kut Yom) 11. บ้านดอน (Ban Don)
6. บ้านเพชร (Ban Phet)

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอภูเขียวประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 13 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลภูเขียว ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลผักปัง
  • เทศบาลตำบลบ้านเพชรภูเขียว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านเพชร (เฉพาะหมู่ที่ 2, 7-9 และบางส่วนของหมู่ที่ 1)
  • เทศบาลตำบลบ้านแก้ง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านแก้งทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลธาตุทอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลธาตุทองทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดอน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านดอนทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลผักปัง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลผักปัง (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลภูเขียว)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลกวางโจน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกวางโจนทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองคอนไทย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองคอนไทยทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลกุดยม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกุดยมทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเพชร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านเพชร (เฉพาะหมู่ที่ 3-6 และบางส่วนของหมู่ที่ 1)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโคกสะอาด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกสะอาดทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองตูม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองตูมทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโอโล ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโอโลทั้งตำบล

การศึกษา[แก้]

โรงเรียนในตัวอำเภอ

  • โรงเรียนภูเขียว (มัธยมประจำอำเภอ 3,384 คน)
  • โรงเรียนภูมิวิทยา (ประถมประจำอำเภอ 1,762 คน)
  • โรงเรียนอนุบาลบ้านทับทิม (เอกชน)
  • โรงเรียนอินทรศึกษา [อิน-ทะ-ระ-สึก-สา] (เอกชน)
  • โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลภูเขียว (เทศบาล)

โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา 10 แห่ง

  • โรงเรียนบ้านแดงสว่าง
  • โรงเรียนโนนเสลาประสาทวิทย์ [โนน-สะ-เหฺลา-ปฺระ-สาด-วิด]
  • โรงเรียนบ้านฉนวน
  • โรงเรียนคุรุราษฎร์วิทยา
  • โรงเรียนบ้านหนองกุงใหม่
  • โรงเรียนบ้านธาตุ
  • โรงเรียนบ้านภูดิน (มิตรผลอุปถัมภ์)
  • โรงเรียนบ้านหนองแวง
  • โรงเรียนเนรมิตศึกษา
  • โรงเรียนบ้านหนองดินดำ (คุรุราษฎร์ผดุงวิทย์)

โรงเรียนมัธยมศึกษา 6 แห่ง

  • โรงเรียนภูเขียว สังกัด สพม.30 ชัยภูมิ (ขนาดใหญ่พิเศษ 3,384 คน)
  • โรงเรียนหนองคอนไทยวิทยาคม สังกัด สพม.30 ชัยภูมิ (ขนาดเล็ก 383 คน)
  • โรงเรียนพระธาตุหนองสามหมื่น สังกัด สพม.30 ชัยภูมิ (ขนาดเล็ก 263 คน)
  • โรงเรียนโคกสะอาดวิทยา สังกัด อบจ.ชัยภูมิ (ขนาดเล็ก 202 คน)
  • โรงเรียนกวางโจนศึกษา สังกัด อบจ.ชัยภูมิ (ขนาดเล็ก 494 คน)
  • โรงเรียนเพชรวิทยาคาร สังกัด อบจ.ชัยภูมิ (ขนาดกลาง 1,086 คน)

วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน 2 แห่ง

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเขียว
  • วิทยาลัยศิขรินทร์บริหารธุรกิจ

อุดมศึกษาเอกชน 1 แห่ง

  • มหาวิทยาลัยปทุมธานี ศูนย์ภูเขียว

สถานพยาบาล[แก้]

  • โรงพยาบาลภูเขียว 1 แห่ง (ขนาด 150 เตียง) (เป็นโรงพยาบาลศูนย์แม่ข่าย 4 อำเภอ คือ ภูเขียว,เกษตรสมบูรณ์,คอนสาร,บ้านแท่น)
  • สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 1 แห่ง
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 15 แห่ง
  • รพ.สต.บ้านเพชร
  • รพ.สต.มูลกระบือ
  • รพ.สต.กุดยม
  • รพ.สต.หนองแซง
  • รพ.สต.บ้านลาด
  • รพ.สต.กุดจอก
  • รพ.สต.โนนเสลา
  • รพ.สต.โอโล
  • รพ.สต.หนองบัวพรม
  • รพ.สต.บ้านธาตุ
  • รพ.สต.บ้านดอน
  • รพ.สต.กวางโจน
  • รพ.สต.บัวพักเกวียน
  • รพ.สต.ภูดิน
  • รพ.สต.แดงสว่าง

ธนาคาร[แก้]

  • ธนาคารกรุงไทย สาขาภูเขียว
  • ธนาคารกสิกรไทย สาขาภูเขียว
  • ธนาคารออมสิน สาขาภูเขียว
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาภูเขียว
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาภูเขียว (ชัยภูมิ)
  • ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาย่อยภูเขียว

หน่วยงานที่สำคัญ[แก้]

  • ศาลจังหวัดภูเขียว
  • สำนักงานอัยการจังหวัดภูเขียว
  • เรือนจำอำเภอภูเขียว
  • สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดชัยภูมิ สาขาภูเขียว
  • สำนักงานสรรพากรพื้นที่ สาขาภูเขียว
  • สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ชัยภูมิ สาขาภูเขียว
  • สำนักงานคลังจังหวัด ณ อำเภอภูเขียว
  • สำนักงานที่ดินจังหวัดชัยภูมิ สาขาภูเขียว
  • สำนักงานขนส่งชัยภูมิ สาขาภูเขียว
  • สถานีขนส่งผู้โดยสารภูเขียว (บขส.ภูเขียว)
  • การประปาส่วนภูมิภาค สาขาภูเขียว
  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอภูเขียว
  • สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2
  • สหกรณ์ออมทรัพย์ครู สาขาภูเขียว
  • ที่ทำการไปรษณีย์ภูเขียว
  • ศูนย์บริการ TOT
  • สมาคมชาวไร่อ้อยอีสานกลาง
  • สำนักงานเทศบาลตำบลภูเขียว
  • สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านเพชรภูเขียว
  • สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านแก้ง
  • สำนักงานเทศบาลตำบลธาตุทอง
  • ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลผักปัง
  • ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลกวางโจน
  • ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคอนไทย
  • ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลกุดยม
  • ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเพชร
  • ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลโคกสะอาด
  • ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลหนองตูม
  • ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลโอโล
  • ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดอน
  • สถานีตำรวจภูธรภูเขียว
  • สถานีตำรวจภูธรบ้านเพชร
  • สถานีตำรวจภูธรบ้านแก้ง
  • สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชัยภูมิ สาขาภูเขียว

ตลาด[แก้]

  • ตลาดสดเทศบาลตำบลภูเขียว
  • ตลาดราชพัสดุเทศบาลตำบลภูเขียว
  • ตลาดสดเทศบาลตำบลบ้านเพชรภูเขียว

สถานที่สำคัญ[แก้]

  • ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองภูเขียว
  • ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง-ศาลหลวงบาล บ้านเพชร
  • ศาลเจ้าแม่ทับทิม
  • วิหารหลวงปู่สมบูรณ์ (พระครูสมบูรณ์สาธุวัฒน์ อดีตเจ้าคณะอำเภอภูเขียว)
  • อ่างเก็บน้ำหนองผักปัง
  • อ่างเก็บน้ำบ้านเพชร (หาดทรายเพชร)
  • หมู่บ้านเอื้ออาทร 500 หลังคาเรือน (เฟส 1)
  • สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เทศบาลตำบลภูเขียว

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

  • หาดทรายเพชร

อยู่ริมอ่างเก็บน้ำบ้านเพชร บ้านเพชร ตำบลบ้านเพชร อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอภูเขียว ประมาณ 20 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลบ้านเพชรภูเขียว

  • ศูนย์รวมไม้ดัดบ้านแข้

อยู่บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 (สีคิ้ว-เชียงคาน) จากตัวเมืองชัยภูมิก่อนถึงอำเภอภูเขียวประมาณ 1 กิโลเมตร สองข้างทางจะเป็นแหล่งจำหน่ายไม้ดัดซึ่งเป็นไม้ประดับที่สวยงามมาก เป็นอาชีพของชาวบ้านแข้โดยเฉพาะ โดยนำไม้ประเภทข่อย มะสัง ตะโก ซึ่งมักจะขึ้นในที่ดอนและตามท้องไร่ท้องนามาดัดให้เป็นรูปทรงที่สวยงามและจำหน่ายในราคาที่ย่อมเยาแก่นักเดินทางที่ผ่านไปมาเพื่อนำไปประดับบ้าน ตลอดไปจนถึงส่งออกไปยังต่างประเทศก็มี

  • ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์จากผ้าขิด

กลุ่มสตรีทอผ้าขิดบ้านโนนเสลา ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลหนองตูม บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 (สีคิ้ว-เชียงคาน) จากหมู่บ้านตะโกดัดบ้านแข้ประมาณ 5 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าไปอีก 3 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านทอผ้าขิดทั้งผ้าฝ้ายและผ้าไหม รวมทั้งหมอนขิดและหมอนจีบ

  • พระธาตุหนองสามหมื่น

พระธาตุหนองสามหมื่นหรือพระธาตุบ้านแก้ง ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านแก้ง เดินทางจากจังหวัดชัยภูมิตามทางหลวงแผ่นหมายเลข 201 (สีคิ้ว-เชียงคาน) ประมาณ 5 กิโลเมตร ถึงสี่แยกเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 (สีคิ้ว-เชียงคาน) สู่อำเภอภูเขียว เลยไปจนถึงบ้านหนองสองห้อง ระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2055 [แยกทางหลวงหมายเลข 201 (หนองสองห้อง) -บรรจบทางหลวงหมายเลข 12 (คอนสาร)] ประมาณ 9 กิโลเมตร ถึงบ้านแก้ง เลี้ยวซ้ายเข้าวัดบ้านแก้งอีกประมาณ 5 กิโลเมตร องค์พระธาตุตั้งอยู่ภายในวัด

พระธาตุสามหมื่น เรียกชื่อตามหนองน้ำสามหมื่นซึ่งตั้งห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัด เป็นพระธาตุที่มีลักษณะสวยงามและสมบูรณ์ที่สุดองค์หนึ่ง ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่จากลักษณะทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมที่ผสมผสานกันระหว่างล้านนา ล้านช้าง และอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 21-22 ในสมัยพระไชยเชษฐาธิราชแห่งราชอาณาจักรลาว

พระธาตุสามหมื่นมีลักษณะเป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ตั้งอยู่บนฐานเขียงรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างประมาณ 32.70 เมตร สูงถึงยอดประมาณ 45.30 เมตร มีบันไดทางขึ้นทั้งสี่ด้าน เหนือฐานเขียงเป็นฐานบัวคว่ำบัวหงายรองรับองค์พระธาตุซึ่งมีซุ้มทั้งสี่ทิศประดิษฐานพระพุทธรูปปางรำพึงและปางลีลา ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า รูปแบบดังกล่าวอาจเปรียบเทียบได้กับพระธาตุอื่น ๆ ทั้งในนครเวียงจันทน์และในเขตไทย เช่น พระธาตุวัดเทพพล เมืองเวียงคุก จังหวัดหนองคาย พระธาตุศรีเมือง นครเวียงจันทน์ เป็นต้น

นอกจากนี้ บริเวณที่ตั้งพระธาตุสามหมื่น แต่เดิมก็เคยเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดีที่มีขนาดใหญ่เมืองหนึ่ง อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-16 ด้วยปรากฏร่องรอยของคูน้ำคันดินและโคกเนินโบราณสถานหลายแห่ง โบราณวัตถุสำคัญที่พบทั้งในและนอกเขตคูเมืองหลายชิ้นได้นำมาเก็บรักษาไว้ที่วัด เช่น กลุ่มใบเสมาหินทราย บางแผ่นก็มีจารึกอักษรปัลลวะภาษาสันสกฤต อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-14 และมีแผ่นหนึ่งนำไปตั้งเป็นหลักเมืองประจำอำเภอภูเขียวด้วย นอกจากนี้ยังมีประติมากรรมรูปเคารพอีก 2 ชิ้น สภาพชำรุดชิ้นหนึ่งคล้ายเศียรพระพุทธรูปนาคปรกในศิลปะขอมแบบบายน อายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 พระธาตุสามหมื่นและบริเวณโดยรอบแห่งนี้จึงนับว่าเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญและน่าสนใจมาก