ดอลบี แอทมอส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ดอลบี แอทโมส (อังกฤษ: Dolby Atmos) เป็นชื่อของระบบเสียงสำหรับโรงภาพยนตร์ระบบหนึ่งที่พัฒนาขึ้นโดยดอลบี แลบอราทอรี่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน พ.ศ. 2555 โดยภาพยนตร์เรื่องนักรบสาวหัวใจมหากาฬ ของค่ายดิสนีย์ และพิกซาร์ ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของโลกที่ใช้ระบบเสียงนี้ โดยออกฉายที่โรงภาพยนตร์ดอลบี เธียเตอร์ ในเขตฮอลลีวูด รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ครั้งแรกในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2555 โดยได้รับเสียงตอบรับจากผู้ชมและผู้ให้บริการอย่างมาก จนมีการขอซื้อลิขสิทธิ์ไปติดตั้งอย่างล้นหลาม โดยใน พ.ศ. 2556 มีโรงภาพยนตร์ระบบเสียงดอลบี แอทโมสเปิดใหม่ในปีเดียวกว่า 300 โรงภาพยนตร์

ระบบเสียงดอลบี แอทโมส เป็นระบบเสียงที่พัฒนาต่อยอดจากความสำเร็จของระบบเสียงดอลบี เซอร์ราวนด์ 7.1 ที่ใช้อยู่ในโรงภาพยนตร์ทั่วๆ ไป แต่ในระบบดอลบี แอทโมส จะเน้นการจำลองสภาพเสียงจากสามแกนหลักคือ หน้า-หลัง ซ้าย-ขวา และด้านบน เพื่อให้เกิดสภาพเสียงโอบล้อมตัวผู้ชมแบบ 360 องศา อีกทั้งยังมีการประมวลผลด้านเสียงที่แยกจากกัน ซึ่งผู้สร้างภาพยนตร์จะต้องใช้ความคิดในการแยกสภาพเสียงให้แตกต่างจากระบบปกติ ว่าเสียงจุดนี้จะเกิดขึ้นจากลำโพงชุดไหนเป็นต้น

อุปกรณ์ชุดแรกของดอลบี แอทโมส มีชื่อเรียกว่า "ดอลบี แอทโมส ซีเนม่า โปรเซสเซอร์" (Dolby Atmos Cinema Processor) เป็นชุดอุปกรณ์ที่สามารถรับสัญญาณได้กว่า 128 แชนแนล และสามารถแยกสัญญาณเสียงออกไปหาตัวลำโพงได้มากที่สุดถึง 64 ตัวต่อหนึ่งโรงภาพยนตร์ อีกทั้งตัวลำโพงมีความสามารถในการแยกประมวลผลแบบอิสระจากกัน จึงทำให้การฟังเสียงจากภาพยนตร์มีความเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงและสมบูรณ์แบบที่สุด อาทิ เสียงฝนตกจากเดิมที่มีเพียงเสียงรอบทิศทาง แต่ระบบเสียงดอลบี แอทโมส สามารถทำให้เกิดเสียงที่ตกลงมาจาก ฟ้าได้จริง หรือแม้กระทั่งฉากที่มีเฮลิคอปเตอร์ ก็สามารถได้ยินเสียงใบพัดและเครื่องกำลังบินอยู่เหนือศีรษะเราได้อย่างชัดเจน เป็นต้น

โรงภาพยนตร์ระบบเสียงดอลบี แอทโมสในประเทศไทย[แก้]

สำหรับประเทศไทย ระบบเสียงดอลบี แอทโมสเริ่มเข้ามามีบทบาทในเดือนเมษายน พ.ศ. 2556 โดยเอสเอฟ ซีเนม่าเป็นโรงภาพยนตร์ค่ายแรกที่นำระบบเสียงนี้มาใช้ โดยติดตั้งอยู่ในโรงภาพยนตร์ที่ 12 ของโรงภาพยนตร์เอสเอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ เน้นฉายภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากต่างประเทศในช่วงแรก ต่อมาเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ก็ได้เริ่มเปิดโรงภาพยนตร์ระบบเสียงนี้เพิ่มในสาขาต่างๆ ของเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ปัจจุบัน เอสเอฟ ซีเนม่า กลายเป็นผู้ที่มีโรงภาพยนตร์ระบบเสียงดอลบี แอทโมส มากที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ได้หยุดแผนขยายโรงภาพยนตร์ระบบนี้และได้ใช้ระบบทดแทนคือ 3D Sound ในบางสาขา ซึ่งระบบดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับดอลบี แอทโมสทุกประการ ยกเว้นแต่ว่าผู้ติดตั้งไม่จำเป็นต้องติดตั้งลำโพงเหนือหัว และใช้งบในการทำโรงภาพยนตร์เกือบเท่าโรงภาพยนตร์ทั่ว ๆ ไป

ปัจจุบันโรงภาพยนตร์ระบบเสียงดอลบี แอทโมส มีสาขาที่เปิดให้บริการในประเทศไทยดังนี้

ชื่อสาขา โรงภาพยนตร์ วันที่เริ่มเปิดทำการ จังหวัดที่ตั้ง
เอสเอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ 12 เมษายน พ.ศ. 2556 กรุงเทพมหานคร
MX4D Cinema (10) 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559
พารากอนซีนีเพล็กซ์ สยามพารากอน 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 กรุงเทพมหานคร
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน 5 มกราคม พ.ศ. 2557 กรุงเทพมหานคร
เอสเอฟเอกซ์ ซีเนม่า เมญ่า เชียงใหม่ 2 มกราคม พ.ศ. 2557 เชียงใหม่
เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก 8 มีนาคม พ.ศ. 2557 กรุงเทพมหานคร
เอ็มวีพี บุรีรัมย์ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2557 บุรีรัมย์
เอ็มพรีเว่ ซีเนคลับ เอ็มโพเรียม 3,5 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 กรุงเทพมหานคร
ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต เอ็มควอเทียร์ SCB First Screen (6) 1 เมษายน พ.ศ. 2558 กรุงเทพมหานคร
TRUE Screen X (2) 28 เมษายน พ.ศ. 2558
เอสเอฟเอ็กซ์ ซีเนม่า เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา 2 29 มกราคม พ.ศ. 2559 กรุงเทพมหานคร
เอสเอฟ ซีเนม่า เทอร์มินอล 21 โคราช 1 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559 นครราชสีมา
เอสเอฟเอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา MX4D Cinema (1), 6 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 นครราชสีมา
เอสเอฟ ซีเนม่า เซ็นทรัลพลาซา มหาชัย รอระบุ พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 สมุทรสาคร

ส่วนตัวภาพยนตร์ในช่วงหลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภาพยนตร์ที่เข้าฉายในระบบนี้ล้วนเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากต่างประเทศทั้งหมด แต่สำหรับภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๕ ยุทธหัตถีถือว่าเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ใช้ระบบเสียงนี้ โดยออกฉายในกรุงเทพมหานครตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม - 5 มิถุนายน พ.ศ. 2557 และหลังจากนั้นก็เริ่มมีภาพยนตร์ไทยเข้าฉายในระบบนี้มากขึ้น นั่นก็คือเรื่อง ฝากไว้..ในกายเธอที่ฉายในกรุงเทพมหานคร และเรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๖ อวสานหงสาที่ออกฉายในระบบดอลบี แอทโมสทั่วประเทศที่มีโรงภาพยนตร์ตั้งอยู่ (กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และบุรีรัมย์)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]