กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์
| กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(ร.1 รอ.) |
|
|---|---|
"ตราราชวัลลภ" เครื่องหมายราชการแห่งกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ |
|
| ประจำการ | พ.ศ. 2411 |
| ประเทศ | ไทย |
| เหล่าทัพ | กองทัพบกไทย |
| รูปแบบ | กรมทหารราบรักษาพระองค์ |
| ขึ้นกับ | กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ |
| หน่วยขึ้นตรง | ร.1 พัน.1 รอ. ร.1 พัน.2 รอ. ร.1 พัน.3 รอ. ร.1 พัน.4 รอ. |
| สีหน่วย | แดง-ขาว |
| เพลงหน่วย | มาร์ชราชวัลลภ |
| วันสถาปนา | 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2411 (วันบรมราชาภิเษกครั้งที่ 1 ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) |
กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (อักษรย่อ: ร.1 รอ.) มีชื่อเต็มว่า กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นหน่วยทหารรักษาพระองค์ที่ตั้งขึ้นหน่วยแรกสุดของประเทศไทย มีหน้าที่ถวายความปลอดภัยและถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ, พระรัชทายาท, ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โดยใกล้ชิด
เนื้อหา |
[แก้] การจัดกำลังหน่วย
กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.1 รอ.) จัดแบ่งกำลังพลภายในหน่วยออกเป็น 4 กองพัน คือ
- กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.1 พัน.1 รอ.)
- กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.1 พัน.2 รอ.)
- กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.1 พัน.3 รอ.)
- กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.1 พัน.4 รอ.)
[แก้] ภารกิจและหน้าที่รับผิดชอบ
ในฐานะหน่วยทหารราบ กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ มีภารกิจดังต่อไปนี้
- ทำลายกำลังรบของข้าศึก เข้ายึดและควบคุมพื้นที่ รวมทั้งประชาชน และทรัพยากรในพื้นที่
- การรักษาความสงบภายใน ป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบ, ระวังป้องกันสถานที่ตั้ง และบุคคลสำคัญในพื้นที่รับผิดชอบ
- การป้องกันประเทศ จากการรุกรานภายนอก
- การปฏิบัติการจิตวิทยา และช่วยเหลือประชาชน เสริมสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่าง ทหาร กับ ประชาชน
นอกจากนี้ ในฐานะที่เป็นหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ จึงมีภารกิจนอกเหนือไปจากหน่วยทหารราบอื่นด้วย กล่าวคือ การถวายความปลอดภัย และถวายพระเกียรติ แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ, พระรัชทายาท, ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โดยใกล้ชิด โดยหน้าที่ของหน่วยทหารตามภารกิจดังกล่าวคือ การรับเสด็จ การแซงเสด็จ การนำเสด็จ การตามเสด็จ และการรักษาการณ์
[แก้] ประวัติหน่วย
กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ถือกำเนิดขึ้นพร้อมๆ กับกิจการทหารรักษาพระองค์และทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ของไทย กล่าวคือ ในปี พ.ศ. 2404 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมบุตรในราชตระกูลและบุตรข้าราชการที่ยังเยาว์วัยมาทดลองฝึกหัดเป็นทหาร ตามยุทธวิธีแบบใหม่เช่นเดียวกับกรมทหารหน้า ซึ่งในชั้นแรกนั้นมี 12 คน และให้ทำหน้าที่ไล่กาที่บินมารบกวนในเวลาทรงบาตร ตลอดจนตั้งแถวรับเสด็จฯ ณ ที่นั้นทุกเวลาเช้า มหาดเล็กเหล่านี้เรียกกันทั่วไปว่า “ทหารมหาดเล็กไล่กา”
ปลายปี พ.ศ. 2411 รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษกผ่านพ้นไปแล้ว ได้โปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมทหารมหาดเล็กข้าหลวงเดิมจำนวน 24 คน ตั้งขึ้นเป็นหน่วยทหารอีกหน่วยหนึ่ง เรียกว่า ทหารสองโหล มีหน้าที่เฝ้าพระฉากตามเดิมแต่ในตอนเช้าและตอนเย็นต้องมารับการฝึกทหาร
พ.ศ. 2413 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาสุรศักดิ์มนตรี (แสง ชูโต) จางวางมหาดเล็ก ทำการคัดเลือกบรรดาบุตรในราชตระกูล และบุตรข้าราชการที่เป็นทหารมหาดเล็ก เพื่อจัดตั้งเป็นกองทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ทำหน้าที่รักษาพระองค์อย่างใกล้ชิด และตามเสด็จในเวลาเสด็จประพาสหัวเมือง ในชั้นนี้คัดเลือกไว้ 48 คน เมื่อรวมทหารมหาดเล็ก 2 โหลเดิมด้วยแล้ว จึงมีทหารมหาดเล็กทั้งหมด 72 คน
เมื่อการปฏิบัติหน้าที่กว้างขวางขึ้น จำนวนทหารที่มีอยู่เดิมจึงไม่เพียงพอที่จะปฏิบัติหน้าที่ จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระยาสุรศักดิ์มนตรีคัดเลือกบุคคลเข้ามาเป็นทหารเพิ่มขึ้น ในการนี้ พระยาสุรศักดิ์มนตรี (แสง ชูโต) ได้นำบุตรชาย คือ นายเจิม ชูโต (ต่อมาคือเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี เจิม แสง-ชูโต) เข้าถวายตัวเป็นทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ โดยสมัครเป็นตัวอย่างคนแรก (เนื่องจากสมัยนั้นคนไทยไม่นิยมเป็นทหาร) ทำให้มีจำนวนทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์เพิ่มขึ้นทั้งที่เป็นผู้ใหญ่และที่เป็นเด็ก เพราะทุกคนต่างก็เห็นและรู้สึกเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลในการที่บุตรหลานของตนได้เข้ารับราชการใกล้ชิดพระมหากษัตริย์
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งหน่วยทหารดังกล่าวขึ้นเป็น กรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ และทรงดำรงพระยศเป็นนายพันเอก ตำแหน่งผู้บังคับการกรมด้วยพระองค์เอง ต่อมาโปรดเกล้าฯ ให้จัดหน่วยทหารมหาดเล็กออกเป็น 2 กองร้อย และขยายเป็น 6 กองร้อยในเวลาต่อมา พร้อมทั้งจัดระเบียบในกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์จนมั่นคงดีขึ้น และได้ทรงขนานนามหน่วยนี้เสียใหม่ว่า "กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์" (ราชวัลลภ หมายถึง ผู้เป็นที่รัก สนิท คุ้นเคยของพระราชา) ในปี พ.ศ. 2414
ปลาย พ.ศ. 2416 โปรดเกล้าฯ ให้แบ่งทหารในกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์จากทุกกองร้อยทำการฝึกการใช้ปืนกล ซึ่งได้นำเข้ามาประจำการครั้งแรก 10 กระบอก และจัดตั้งเป็น “กองปืนกล” ในการบังคับบัญชาของกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ซึ่งต่อมาได้ย้ายไปอยู่ในการบังคับบัญชากับกรมแสง (กรมสรรพาวุธทหารบกในปัจจุบัน)
พ.ศ. 2417 โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งกองทหารม้าขึ้นในกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ นับเป็นการสถาปนากิจการทหารม้าในประเทศไทย
พ.ศ. 2418 โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งกองทหารช่างขึ้นในกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ทั้งยังได้ดำเนินการ ฝึกหัดวิชาแผนที่ขึ้นในกองทหารช่างนี้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นกิจการทหารช่างและกิจการแผนที่ทหารในเมืองไทยด้วย
พ.ศ. 2420 โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติข้อบังคับสำหรับกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ลงวันศุกร์ เดือน 9 ขึ้นค่ำ 1 ปีฉลู นพศก จุลศักราช 1239 เพื่อให้การจัดหน่วยเป็นไปอย่างเป็นระเบียบและมีประสิทธิภาพเป็นแบบแผนเดียวกัน โดยพระองค์ทรงดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกรม และทรงตั้งผู้รับพระบรมราชโองการมาสั่งการแก่ทหาร และนำกิจการในโรงทหารขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณา
พ.ศ. 2430 โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติจัดการทหารขึ้น โดยรวมทหารบก ทหารเรือ ตั้งเป็นกรมหนึ่ง เรียกว่า “กรมยุทธนาธิการ” กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบของกรมและวิธีการปกครองเป็นอย่างใหม่ให้เป็นเพียงกองพันทหารราบกองหนึ่ง เรียกว่า “กองทหารราบใน มหาดเล็กรักษาพระองค์” และให้ พลโท พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงอดิศรอุดมเดช (แต่เมื่อครั้งยังเป็น กรมหมื่น และ พันตรี ปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนผู้บังคับการกรมทหารล้อมวัง) ดำรงพระยศเป็น พันโท ตำแหน่งผู้บังคับการกองทหารมหาดเล็กที่จัดใหม่ เมื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้บังคับการกรมคนใหม่แล้ว จึงเลิกตำแหน่งผู้รับพระบรมราชโองการในกรมนี้ตั้งแต่นั้นมา
ครั้นถึง พ.ศ. 2435 กรมยุทธนาธิการได้ดำเนินการจัดระเบียบหน่วยทหารใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้จัดให้มี พระราชพิธีพระราชทานธงชัยเฉลิมพลใหญ่รูปตราแผ่นดินพื้นสีแดงแก่กองทหารให้เป็นแบบเดียวกันทุกหน่วย
พ.ศ. 2450 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ประทับที่พระราชวังดุสิตเป็นการถาวร กรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์จึงจัดให้กองร้อยที่ 3 ไปประจำอยู่ ณ ที่นั้นทั้งกอง และได้พระราชทานนามหน่วยใหม่ว่า “กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์”
23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า “ควรจะยกกรมนี้ถวายแด่สมเด็จพระบรมชนกาธิบดีให้เป็นข้าสืบไปชั่วกัลป์ปาวศานต์" จึงโปรดเกล้าฯ ให้ขนานนามกรมทหารนี้ว่า “กรมทหารบกราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” และ ให้มีเครื่องหมายเป็นอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ติดที่อินธนูทหารในกรมนี้ทั่วไป
ลุถึงสมัยรัชกาลที่ 7 กรมทหารบกราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับการเปลี่ยนนามหน่วยโดยตัดคำว่า “บก” ออก เป็น “กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” และปรับอัตรากำลังพลเป็น 1 กองพัน กองพันละ 1 กองร้อย
ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ ก็ได้ย้ายเข้าที่ตั้งแห่งใหม่ ณ สวนเจ้าเชตุ จังหวัดพระนคร
[แก้] เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ประจำหน่วย
[แก้] สำหรับหน่วยขึ้นตรงทุกหน่วย (ยกเว้นกองพันที่ 3)
กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ และกองพันที่ขึ้นตรงกับกรมนี้ทุกกองพัน ยกเว้นกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ใช้เครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์แบบเดียวกันทั้งหมด ดังนี้
- หมวก หมวกยอดสีขาว มีพู่สีดำ หน้าหมวกมีตราราชวัลลภ ยอดหมวกและสายรัดคางโซ่ถักทำด้วยโลหะสีทอง
- เสื้อ สักหลาดหรือเสิร์จสีแดง ปลอกคอโดยรอบทำด้วยกำมะหยี่สีดำ ปลอกคอด้านบนมีแถบไหมสีเหลือง 1 แถบ แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ 7 ดุม ที่ดุมมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จปร ที่บ่ามีอินทรธนูอ่อน ขัดดุมสีทองขนาดเล็ก
- คันชีพ สายสะพาย ทำด้วยหนังสีขาว
- เข็มขัด ทำด้วยหนังสีขาว หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทอง มีตราเครื่องหมายกองทัพบกดุนนูน
- กางเกง สักหลาดหรือเสิร์จสีดำ ที่แนวตะเข็บข้างมีแถบสักหลาดสีแดง 1 แถบ กว้าง 1 ซม.
- ร้องเท้า หุ้มข้อหนังสีดำ
- กระเป๋าคันชีพ ทำด้วยหนังสีขาว มีตราราชวัลลภทำด้วยโลหะสีทอง ติดที่ฝากระเป๋า
- ชายเสื้อด้านหลัง มีดุมโลหะสีทองขนาดกลางข้างละ 1 ดุม
- แขนเสื้อด้านข้าง ปลอกข้อมือด้านนอกทั้ง 2 ข้าง โดยรอบทำด้วยกำมะหยี่สีดำ มีแถบ 3 แถบ ทำด้วยไหมสีเหลือง 2 แถบ ไหมสีขาวอยู่กลาง 1 แถบ ด้านบนเป็นรูปสามเหลี่ยม ปักอักษรไขว้กันด้วยไหมสีเหลืองและสีขาวเป็นตัวอักษร สพปมจ
[แก้] สำหรับกองพันที่ 3
เนื่องจากกองพันที่ 3 เป็นหน่วยทหารที่แปรสภาพมาจากกรมทหารรักษาวังในรัชกาลที่ 6 จึงมีเครื่องแบบประจำกองพันของตนโดยเฉพาะ ซึ่งสืบทอดมาจากเครื่องแบบของกรมทหารรักษาวัง ดังนี้
- หมวกยอดมีพู่สีบานเย็น ตราครุฑพ่าห์
- เสื้อคอปิดสีขาว แผงคอและข้อมือสักหลาดสีบานเย็น
- ปลอกข้อมือปักรูปอักษร ว.ภายใต้พระมหามงกุฏสีทอง
- กางเกงสักหลาดสีดำ แถบสีบานเย็นข้างละ 2 แถบ รองเท้าหนังหุ้มข้อสีดำ
- เครื่องหมาย : มีอักษร ว. ภายในพระมหามงกุฏทำด้วยโลหะสีทอง ประดับที่อกเสื้อเบื้องขวา
[แก้] รายนามผู้บังคับการกรม
| พระนาม / นาม | ดำรงตำแหน่ง (พ.ศ.) | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| จอมพล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว | 2411 - 2416 | ทรงดำรงพระยศเป็นนายพันเอกผู้บังคับการพิเศษแห่งกองทหารราบมหาดเล็กรักษาพระองค์ |
| พันโท เจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) | 2416 - 2422 | |
| พันโท สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ | 2422 - 2428 | พระอิสริยยศสุดท้ายคือ จอมพล สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช |
| พันโท พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร | 2428 - 2435 | พระอิสริยยศสุดท้ายคือ พลเอก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ |
| พันโท พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นอดิศรอุดมเดช | 2435 | พระอิสริยยศสุดท้ายคือ พลโท พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศุขสวัสดี กรมหลวงอดิศรอุดมเดช |
| พันโท จมื่นวิชิตไชยศักดาวุธ (อ๊อด ศุภมิตร) | 2435 - 2439 | ยศและบรรดาศักดิ์สุดท้ายในการรับราชการ คือ พลตรี พระยาราชวัลภานุสิษฐ์ |
| พันโท พระราญรอนอริราช (เพิ่ม ภูมิประภาส) | 2439 - 2441 | บรรดาศักดิ์สุดท้ายคือ พระนราธิราชภักดี |
| พันโท พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช | 2441 - 2444 | พระอิสริยยศสุดท้ายคือ จอมพล พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช |
| พันโท สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกฎราชกุมาร | 2444 - 2453 | พระอิสริยยศเมื่อเสวยราชสมบัติคือ จอมพล พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว |
| จอมพล สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ | 2453 - 2462 | |
| พลเอก เจ้าพระยารามราฆพ (หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ) | 2462 - 2469 | |
| จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต | 2466 - 2475 | |
| พันเอก หลวงไกรชิงฤทธิ (กร ไกรชิงฤทธิ) | 2484 - 2486 | |
| พันเอก ชะลอ นันทเสนีย์ | 2486 - 2488 | |
| พันเอก เชื้อ พลอยมีค่า | 2488 | |
| พันเอก สฤษดิ์ ธนะรัชต์ | 2488 - 2491 | ชั้นยศสุดท้ายในการรับราชการทหาร คือ จอมพล |
| พันเอก บัญญัติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา | 2491 | |
| พันเอก ประภาส จารุเสถียร | 2491 - 2494 | ชั้นยศสุดท้ายในการรับราชการทหาร คือ จอมพล |
| พันเอก ขุนชิตผะดุงผล (พิชิต ชิตอรุณ) | 2494 - 2496 | |
| พันเอก กฤษณ์ สีวะรา | 2496 - 2500 | ชั้นยศสุดท้ายในการรับราชการทหาร คือ พลเอก |
| พันเอก เกรียงไกร อัตตะนันทน์ | 2500 - 2503 | ชั้นยศสุดท้ายในการรับราชการทหาร คือ จอมพล |
| พันเอก ประเสริฐ ธรรมศิริ | 2503 - 2507 | |
| พันเอก เอื้อม จิรพงศ์ | 2507 - 2512 | |
| พันเอก จิตต์กวี เกษะโกมล | 2512 - 2515 | |
| พันเอก พัฒน์ อุไรเลิศ | 2515 - 2516 | |
| พันเอก อร่าม ศรีอักขรินทร์ | 2516 - 2519 | |
| พันเอก สุธี บุญวัฒนะกุล | 2519 - 2520 | |
| พันเอก จาป เอี่ยมศิริ | 2520 - 2521 | |
| พันเอก สุเทพ สีวะรา | 2521 - 2523 | |
| พันเอก ปรีดี รามสูต | 2523 - 2524 | |
| พันเอก ศัลย์ ศรีเพ็ญ | 2524 - 2525 | |
| พันเอก บัณฑิตย์ มลายอริศูนย์ | 2525 - 2528 | |
| พันเอก สมภพ อัตตะนันทน์ | 2528 - 2533 | ชั้นยศสุดท้ายในการรับราชการทหาร คือ พลเอก |
| พันเอก ภิรมย์ ตังครัตน์ | 2533 - 2536 | |
| พันเอก ฤทธิชัย เถาทอง | 2536 - 2538 | |
| พันเอก จิระเดช โมกขะสมิต | 2538 - 2542 | |
| พันเอก รณยุทธ ฤทธิฦาชัย | 2542 - 2543 | |
| พันเอก พฤณท์ สุวรรณทัต | 2543 - 2544 | |
| พันเอก นพดล เจริญพร | 2544 - 2545 | |
| พันเอก ชำนิ รักเรือง | 2545 - 2546 | |
| พันเอก ยศนันท์ หร่ายเจริญ | 2546 - 2548 | |
| พันเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา | 2548 - 2549 | |
| พันเอก วราห์ บุญญะสิทธิ์ | 2549 - 2551 | |
| พันเอก ณัฐวัฒน์ อัคนิบุตร | 2551 - 2553 | |
| พันเอก พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ | 2553 - ปัจจุบัน |
[แก้] อ้างอิง
- ตำนานมหาดเล็ก (คัดจากต้นฉบับเดิม โดย นายวรการบัญชา) . หนังสือที่ระลึกเนื่องในงานราชวัลลภฯ ครบรอบหนึ่งร้อยสามสิบหกปี กรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 11 พฤศจิกายน 2547 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์. กรุงเทพฯ: กรีนแมคพาย, 2547.
- สมุดภาพเครื่องแบบทหารบก กรมกำลังพลทหารบก พ.ศ. 2541