ทะเลสาบ
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ทะเลสาบ หรือบางทีเรียกว่า บึง (อังกฤษ: lake) เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ที่ล้อมรอบด้วยผืนดิน โดยทั่วไปทะเลสาบจะไม่มีทางไหลออกสู่ทะเล และมีน้ำจืด เรียกกันว่า "ทะเลสาบน้ำจืด" แต่ทะเลสาบบางแห่งอาจไหลออกสู่ทะเลได้ และมีน้ำเค็ม จึงเรียกกันว่า "ทะเลสาบน้ำเค็ม"
คำว่า "ทะเลสาบ" ยังครอบคลุมถึงแหล่งน้ำที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ เช่น ทะเลสาบขนาดเล็กในสนามกอล์ฟ หรือ แอ่งเก็บน้ำเหนือเขื่อน นับเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่
เนื้อหา |
รายชื่อทะเลสาบในต่างประเทศ [แก้]
- ทะเลสาบเกรตซอลต์
- เกรตเลกส์
- ทะเลสาบโคโม
- ทะเลสาบเจนีวา
- ทะเลสาบล็อกเนสส์
- ทะเลสาบชาด
- ทะเลสาบแทนกันยีกา
- ทะเลสาบโตบา
- ทะเลสาบตีตีกากา
- ทะเลเดดซี
- ทะเลสาบไบคาล
- ทะเลสาบมัจจอเร
- ทะเลสาบมาราไกโบ
- ทะเลสาบวอลตาะะะะะะ
- ทะเลสาบวิกตอเรีย
- ทะเลสาบแวแนร์น
- ทะเลสาบแอร์
- ทะเลสาบอินเล
- ทะเลสาบกันดอจี
- หนองตุง
- โตนเลสาบ
- ทะเลสาบเอ๋อไห่
- ทะเลสาบซีหู
- ทะเลสาบเต๋อซี
- ทะเลสาบซงจู
- ทะเลสาบยามานะคาโกะ
- ทะเลสาบบิวะ
- ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม
ทะเลสาบในประเทศไทย [แก้]
หากนับโดยลักษณะทางภูมิศาสตร์แล้ว ในประเทศไทยมีทะเลสาบน้ำจืดหลายแห่ง ขณะที่มีทะเลสาบน้ำเค็มเพียงแห่งเดียว ดังนี้
ทะเลสาบน้ำจืด [แก้]
- บึงบอระเพ็ด ในจังหวัดนครสวรรค์ เป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ (132,737 ไร่)
- ทะเลสาบหนองหาน ในจังหวัดสกลนคร เป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นอันดับ 2[1] หรือ 3 ของประเทศ[2]
- กว๊านพะเยา ในจังหวัดพะเยา เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืด และเป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ และเป็นอันดับ 3 ของประเทศ (12,831 ไร่)
- บึงละหาน ในจังหวัดชัยภูมิ เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติมีเนื้อที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย ประมาณ 18,000 ไร่
- บึงสีไฟ ในจังหวัดพิจิตร เป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศ (5,390 ไร่)
- บึงพลาญชัย ในจังหวัดร้อยเอ็ด
- บึงโขงหลง ในจังหวัดบึงกาฬ เป็นพื้นที่อนุรักษ์ตามอนุสัญญาแรมซาร์
ทะเลสาบน้ำเค็ม [แก้]
- ทะเลสาบสงขลา ในจังหวัดสงขลา มีช่องเปิดสู่อ่าวไทย
- ทะเลน้อย ในจังหวัดพัทลุง มีพื้นที่ร่วมกับทะเลสาบสงขลา เป็นแหล่งนกน้ำนานาชนิด
อ้างอิง [แก้]
- ↑ นิตยสารสารคดี ฉบับที่ 267 พ.ค. 2550 หน้า 172
- ↑ ตระเวนไหว้พระธาตุ (อีสาน)
|
|||||