ยุทธนาวีเกาะช้าง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ยุทธนาวีเกาะช้าง
เป็นส่วนหนึ่งของ กรณีพิพาทไทย - อินโดจีนฝรั่งเศส
แผนที่การรบในยุทธนาวีเกาะช้าง
ตามการสรุปของ พล.ร.ท.พัน รักษ์แก้ว
วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2484
สถานที่ เกาะช้าง ในบริเวณอ่าวไทย เขตจังหวัดตราด
ผลการรบ (1) กองทัพเรือฝรั่งเศส ถือว่าได้รับชัยชนะ เพราะสามารถทำลาย เรือรบสำคัญของฝ่ายไทย ได้ถืง 3 ลำ
(2) กองทัพเรือไทย ถือว่าเป็นชัยชนะของฝ่ายไทย ที่สามารถขับไล่ข้าศึกได้
ผู้ร่วมรบ
ไทย ฝรั่งเศส
ผู้บัญชาการ
หลวงพร้อมวีระพันธ์ เรจี เบรังเยร์
กำลัง
เรือตอร์ปิโด 2 ลำ
เรือปืนยามฝั่ง 1 ลำ
เรือลาดตระเวนเบา 1 ลำ
เรือสลุป 2 ลำ
• เรือปืน 2 ลำ
ความสูญเสีย
• เรือตอร์ปิโดทั้ง 2 ลำ อับปาง
ร.ล. ธนบุรี เสียหายอย่างหนัก
• ทหารเรือเสียชีวิต รวม 36 นาย
• เรือลามอตต์ปิเกต์ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
• ไม่มีการยืนยัน จำนวนทหาร ที่บาดเจ็บและเสียชีวิด

ยุทธนาวีเกาะช้าง เป็นเหตุการณ์รบทางเรือที่เกิดขึ้นในกรณีพิพาทไทย-อินโดจีนฝรั่งเศส อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ไทยเรียกร้องให้ปรับปรุงเส้นแบ่งเขตแดน ไทย-อินโดจีนฝรั่งเศส เสียใหม่ โดยใช้แนวร่องน้ำลึกเป็นเกณฑ์ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักความยุติธรรม และให้ฝรั่งเศสคืนดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงที่ฝรั่งเศสยึดไปจากเหตุการณ์ ร.ศ. 112 ให้ไทย ยุทธภูมิในการรบครั้งนี้เกิดขึ้นที่บริเวณด้านใต้ของเกาะช้าง เมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2484 และถือเป็นการรบทางทะเลครั้งเดียวในประวัติศาสตร์กองทัพเรือไทย และรัฐบาลฝรั่งเศสวิชีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย

การรบทางทะเลครั้งนี้ ในบทความเรื่อง "การรบที่เกาะช้าง" (ข้อมูลอย่างเป็นทางการของกองทัพเรือ - ตีพิมพ์ในหนังสือ เมื่อธนบุรีรบ) ระบุว่า การรบครั้งนี้ควรเรียกชื่อว่า "การรบที่เกาะช้าง" เนื่องจากเป็นเพียงการรบกันระหว่างกองกำลังทางเรือส่วนน้อยของฝ่ายไทย กับกองกำลังทางเรือส่วนใหญ่ของฝ่ายฝรั่งเศสเท่านั้น ไม่ถึงขั้นการรบโดยการทุ่มเทกำลังส่วนใหญ่ของทั้งสองฝ่าย และผลของสงครามไม่อาจตัดสินผลสงครามได้อย่างเด็ดขาด อีกทั้งตามปกติแล้ว จะต้องมีเรือประจัญบานเข้าร่วมรบด้วย จึงจะนับว่าการรบแบบยุทธนาวีได้[1] อย่างไรก็ตาม คนไทยส่วนใหญ่ก็ยังนิยมเรียกเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า "ยุทธนาวีเกาะช้าง" ดังปรากฏหลักฐานในคำขวัญประจำจังหวัดตราดว่า "เมืองเกาะครึ่งร้อย พลอยแดงค่าล้ำ ระกำแสนหวาน หลังอานหมาดี ยุทธนาวีเกาะช้าง สุดทางบูรพา"

เนื้อหา

[แก้] กำลังรบของทั้งสองฝ่าย

[แก้] ฝ่ายไทย (ราชนาวีไทย)

ฝ่ายไทยได้จัดกำลังเรือ 1 หมวด เพื่อรักษาพื้นที่อ่าวไทยบริเวณเกาะช้าง ประกอบด้วย

[แก้] ฝ่ายฝรั่งเศส (หมวดเรือเฉพาะกิจที่ 7)

[แก้] ความเคลื่อนไหวก่อนเกิดการรบ

[แก้] ฝ่ายไทย

วันที่ 16 มกราคม เรือดำน้ำของราชนาวีไทย ได้ทำการกลับมาที่ฐานทัพเรือในกรุงเทพ เพื่อทำการเปลี่ยนเวรกัน จึงไม่ปรากฏว่ามีเรือดำน้ำของไทยในการรบ

ภาพเรือหลวงธนบุรี ก่อนเข้าร่วมยุทธนาวีเกาะช้าง 4 วัน
ภาพเรือหลวงธนบุรี ก่อนเข้าร่วมยุทธนาวีเกาะช้าง 4 วัน
เรือลามอตต์ ปิเกต์ ขณะจอดอยู่ในเวียดนาม
เรือลามอตต์ ปิเกต์ ขณะจอดอยู่ในเวียดนาม
เรือสลุปฝรั่งเศส
เรือสลุปฝรั่งเศส

[แก้] ฝ่ายฝรั่งเศส

[แก้] การรบ

ในเช้าวันที่ 17 มกราคม เวลา 05:30 น. กองเรือฝรั่งเศสเคลื่อนเข้าหาตำแหน่งกองเรือไทยที่ทอดสมออยู่บริเวณเกาะช้าง เวลา 05:45 น. กองเรือฝรั่งเศส แยกตัวออกเป็นสามหมู่ตามแผนโจมตี หมู่ที่ 1 เรือ ลามอตต์ ปิเกต์ อ้อมไปเข้าตีทางด้านตะวันออกของกองเรือไทย หมู่ที่ 2 เรือ ดูมองต์ ดูวิลล์ และ เรือ อมิราล ชาร์แนร์ มุ่งหน้าเข้าตีตามแนวกลาง หมู่ที่ 3 เรือ ตาอูร์ และ เรือ มาร์น เดินหน้าเข้าตีจากทางตะวันตก สภาพอากาศในเวลาเช้าตรู่ ดวงอาทิตย์กำลังจะขึ้น ท้องฟ้ามีเมฆเป็นกลุ่ม ทะเลมีคลื่นเล็กน้อย ลมกำลังอ่อน

เวลา 06:05 น. เครื่องบินตรวจการณ์ฝรั่งเศสแบบ Potez จากฐานทัพเมืองเรียม บินตรวจการผ่านกองเรือไทย และ ยืนยันตำแหน่งเรือตอร์ปิโดไทยสองลำ สร้างความประหลาดใจให้แก่ฝรั่งเศส เนื่องจากรายงานก่อนหน้าระบุจำนวนเรือตอร์ปิโดไทยเพียงลำเดียว แต่เนื่องจากในคืนนั้น ร.ล. ชลบุรี พึ่งเดินทางมาถึงเพื่อเปลี่ยนผลัดกับ ร.ล. สงขลา ที่มีกำหนดการกลับไปฐานทัพเรือสัตหีบ

เวลา 06:10 น. เครื่องบินตรวจการณ์ฝรั่งเศสทำการทิ้งระเบิดโจมตีเรือตอร์ปิโดไทยแต่ถูกยิงตกด้วยปืนต่อสู้อากาศยาน เรือฝรั่งเศสรู้จำนวนเรือไทยจึงเดินหน้าเข้าตีตามแผน แต่กองเรือไทยเริ่มไหวตัวแล้ว และได้โหมเร่งความดันไอน้ำเพื่อเตรียมปฏิบัติการ เมื่อสังเกตเห็นข้าศึกอยู่ในพิสัย ร.ล. สงขลา เปิดฉากยิงต่อสู้กับ เรือ ลามอตต์ ปิเกต์ ที่มีอาวุธหนักกว่ามาก แต่ไม่มีมุมยิงตอร์ปิโด กระสุนจากเรือ ลามอตต์ ปิเกต์ ทำความเสียหายให้แก่ ร.ล. สงขลา มีไฟไหม้กลางลำเรือ น้ำทะลักเข้าตัวเรือ ยุ้งกระสุนน้ำท่วม ลูกเรือเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก นาวาตรี ชั้น สิงหชาญ ผู้บังคับการ ร.ล. สงขลา สั่งสละเรือใหญ่ เวลา 06:45 น. หลังจากยืนหยัดทำการรบได้ 35 นาที

ในขณะเดียวกัน ร.ล. ชลบุรี ได้ทำการยิงต่อสู้กับหมู่เรือสลุปของฝรั่งเศส ที่ตรงเข้ามารุมโจมตี ถูกกระสุนที่ท้ายเรือ และกลางเรือ เกิดระเบิดไฟลุกไหม้ ลูกเรือเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายนาย เรือเอก ประทิน ไชยปัญญา ผู้บังคับการ ร.ล. ชลบุรี สั่งสละเรือใหญ่ เวลา 06:53 น. หลังจากยืนหยัดทำการรบได้ประมาณ 40 นาที ในภายหลัง มีรายงานจากฝ่ายไทยว่ากองเรือฝรั่งเศสได้กระทำการผิดธรรมเนียมการรบทางทะเล โดยใช้ปืนกลกราดยิงทหารเรือไทยที่ลอยคออยู่ในทะเลอีกด้วย

นาวาโทหลวงพร้อมวีระพันธ์
นาวาโทหลวงพร้อมวีระพันธ์

เวลา 06:20 น. นาวาโท หลวงพร้อมวีระพันธ์ ผู้บังคับการ ร.ล. ธนบุรี สั่ง ถอนสมอ และ เคลื่อนลำ ประจำสถานีรบ และสั่งให้ ร.ล. หนองสาหร่าย และ ร.ล. เทียวอุทก ที่ทั้งสองลำเป็นเรือเล็ก ถอนตัวออกไปให้ปลอดภัยจากสมรภูมิรบ

เวลา 06:38 น. ร.ล. ธนบุรี ประจันหน้าเข้ากับกองเรือฝรั่งเศส และทำการยิงตอบโต้กับ เรือ ลามอตต์ ปิเกต์ ที่ระยะ 10,000 เมตร การรบเป็นไปอย่างหนักขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อหมู่เรือสลุปของฝรั่งเศสเข้าทำการร่วมรบรุมยิง ร.ล. ธนบุรี ด้วย กระสุนนัดหนึ่งจาก เรือ ลามอตต์ ปิเกต์ ได้ตกใต้สะพานเดินเรือและเกิดระเบิดขึ้น ทำให้ผู้บังคับการ ร.ล. ธนบุรี รวมทั้งนายทหารเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสหลายนาย ส่งผลให้การบังคับบัญชา สื่อสาร ควบคุม หยุดชะงัก ระบบถือท้ายเสียหาย บังคับทิศทางไม่ได้

เวลา 07:15 น. ผลจากการถูกรุมยิง ได้เกิดไฟไหม้ใหญ่ขึ้นบน ร.ล. ธนบุรี แต่ทหารบนเรือไทยที่เหลือเพียงลำเดียวยังคงทำการยิงต่อสู้ โดยสลับเปลี่ยนเป้าหมายไปที่เรือฝรั่งเศสทั้งสามลำ เมื่อระบบถือท้ายเสียหาย ป้อมปืนไม่ทำงาน ทำให้การยิงโต้ตอบของ ร.ล. ธนบุรี เป็นไปโดยยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นก็ยังสร้างความเสียหายให้แก่ เรือ ลามอตต์ ปิเกต์ ได้ในที่สุด

เวลา 07:40 น. มีเครื่องบิน 1 ลำ บินเข้ามาทิ้งระเบิดทะลุดาดฟ้า ร.ล. ธนบุรี มีลูกเรือเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหนึ่งในขณะที่ เรือทั้งหมดยังทำการรบอย่างติดพัน ป้อมปืนที่เหลือของ ร.ล. ธนบุรี ไม่สามารถยิงได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากไม่อาจบังคับเรือได้ตรงทิศทาง ในที่สุด ร.ล. ธนบุรี ได้แล่นลำเข้าสู่บริเวณน้ำตื้น กองเรือรบฝรั่งเศสได้ส่งสัญญาณถอนตัวจากการรบ

เวลา 07:50 น. หลังจากถอนตัวจากการรบ ที่ระยะ 15,000 ม. เรือ ลามอตต์ ปิเกต์ ยิงตอร์ปิโดอีกชุด เข้าหา ร.ล. ธนบุรี แต่พลาดเป้า ในขณะที่ ร.ล. ธนบุรี ยังทำการยิงต่อสู้อย่างต่อเนื่อง และในที่สุดเรือทั้งหมดได้เคลื่อนออกนอกพิสัยทำการรบ

เวลา 08:20 น. ร.ล. ธนบุรี หยุดยิง

เวลา 08:40 น. นาวาเอก เรจี เบรังเยร์ ออกคำสั่งให้ กองเรือฝรั่งเศสมุ่งหน้ากลับฐานทัพ ในเวลาเดียวกัน หมู่บินที่ 2 แบบ Hawk 3จากฝูงบินจันทบุรีได้มาถึงและทำการทิ้งระเบิดโจมตีเรือฝรั่งเศส แต่ถูกสกัดด้วยปืนต่อสู้อากาศยานอย่างหนัก ระเบิดลูกหนึ่งตกลงบนเรือ ลามอตต์ ปิเกต์ แต่ไม่ระเบิด ในเวลา 09:40 น. ฝูงบินทิ้งระเบิดบ่ายหน้ากลับ ทำให้กองเรือฝรั่งเศสหลุดรอดออกไปได้ และมุ่งหน้ากลับไปไซ่ง่อน

[แก้] เหตุการณ์หลังการรบ

[แก้] เรือหลวงธนบุรีจมเกยตื้น

ทหารเรือช่วยกันดับไฟที่กำลังไหม้บนเรือหลวงธนบุรี (ภาพถ่ายจากเรือหลวงช้าง)
ทหารเรือช่วยกันดับไฟที่กำลังไหม้บนเรือหลวงธนบุรี (ภาพถ่ายจากเรือหลวงช้าง)
เรือหลวงธนบุรี ขณะไฟที่ไหม้ได้สงบลงชั่วขณะ
เรือหลวงธนบุรี ขณะไฟที่ไหม้ได้สงบลงชั่วขณะ

เมื่อเรือรบฝรั่งเศสล่าถอยไปจากบริเวณเกาะช้างแล้ว ป้อมปืนต่าง ๆ ในเรือหลวงธนบุรีจึงหยุดยิงเมื่อเวลา 8.20 น. ทหารประจำป้อมปืนต่างพากันเปล่งเสียงไชโยขึ้นพร้อม ๆ กัน ด้วยความดีใจที่สามารถขับไล่ข้าศึกไปได้ จากนั้นทั้งหมดก็ได้ช่วยกันดับไฟที่ไหม้เรืออยู่อย่างหนัก แต่ไฟก็ไม่สงบลง เรือเอกทองอยู่ สว่างเนตร์ ต้นเรือซึ่งทำหน้าที่แทนผู้บังคับการเรือ จึงตัดสินใจไขน้ำเข้าคลังกระสุนและดินปืน เพื่อป้องกันดินปืนและกระสุนต่างๆ ระเบิดเมื่อไฟลุกลามไปถึง ทำให้น้ำไหลเข้าเรือเร็วขึ้นและเอียงไปทางกราบขวา แต่เรือก็ยังใช้จักรเดินต่อไปด้วยความสามารถของพรรคกลิน ต่อมาเมื่อไฟไหม้ลุกลามไปถึงหลังห้องเครื่องจักร ควันไฟและควันระเบิดได้กระจายไปถึงห้องเครื่องจักรใหญ่ เครื่องจักรช่วย และห้องไฟฟ้า ทำให้ทหารพรรคกลินในห้องไฟฟ้า 8 นายขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ แม้ผู้ที่อยู่ข้างนอกจะพยายามเข้าไปช่วยเหลือนายทหารดังกล่าวก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีไฟไหม้สก้ดอยู่ที่ปากทางช่องขึ้นลงไปยังห้องเครื่องของเรือ

เวลา 9.50 น. เรือหลวงช้าง ภายใต้การบังคับบัญชาของเรือเอกสนิท อังกินันท์ ได้นำเรือเข้าช่วยดับไฟที่ไหม้อยู่อย่างหนักบนเรือหลวงธนบุรี แต่ไม่ค่อยได้ผล เพราะสายสูบน้ำผ้าใบยาวไม่พอที่จะลากหัวสูบไปฉีดให้ถึงห้องต่างๆ ภายใต้ดาดฟ้าเรือได้ เรือหลวงช้างจึงเปลี่ยนวิธีเป็นทำการลากจูงเรือหลวงธนบุรีไปพลางพร้อมทั้งทำการดับไฟในเรือไปด้วย แต่ก็ยังไม่ได้ผลอีก เมื่อเห็นหมดทางที่จะแก้ไขได้แล้ว ผู้บังคับการเรือหลวงช้างจึงตัดสินใจจูงเรือหลวงธนบุรีให้ไปเกยตื้นที่บริเวณแหลมงอบ

เวลา 11.30 น. เรือหลวงธนบุรีถูกจูงมาถึงเขตน้ำตื้นและไม่สามารถลากจูงต่อไปได้ ต้นเรือเรือหลวงธนบุรีจึงสั่งให้ลำเลียงทหารบาดเจ็บลงเรือหลวงช้าง แล้วให้สละเรือใหญ่ ชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงและทหารเรือส่วนหนึ่งยังคงพยายามดับไฟในเรือหลวงธนบุรีต่อไปแต่ไม่สำเร็จ ในที่สุดเรือหลวงธนบุรีก็จมลงเมื่อเวลา 16.40 น. โดยจมไปทางกราบเรือทางขวา เสาทั้งสองเอนจมลงไป กราบซ้ายและกระดูกงูกันโคลงโผล่อยู่พ้นน้ำ

[แก้] ผลการรบ

ทหารผ่านศึกจากเรือหลวงธนบุรี
ทหารผ่านศึกจากเรือหลวงธนบุรี

ฝ่ายไทยเสียเรือรบไป 3 ลำ คือ เรือหลวงธนบุรี เรือหลวงสงขลา และเรือหลวงชลบุรี ทหารเสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 36 นาย แบ่งเป็นทหารประจำเรือหลวงธนบุรี 20 นาย (รวมนาวาเอก หลวงพร้อมวีระพันธ์ ผู้บังคับการเรือหลวงธนบุรีด้วย) เรือหลวงสงขลา 14 นาย และเรือหลวงชลบุรี 2 นาย

สำหรับฝ่ายฝรั่งเศส แม้จะไม่เสียเรือรบลำใดเลยก็ตาม แต่เรือธงลามอตต์ปิเกต์นั้นก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักเช่นกัน ส่วนจำนวนทหารที่เสียชีวิต และบาดเจ็บนั้น การข่าวของฝ่ายไทยไม่ทราบจำนวนแน่นอน แต่มีรายงานว่าเมื่อเรือข้าศึกกลับถึงไซ่ง่อน ได้มีการขนศพทหารที่เสียชีวิต และทหารที่ได้รับบาดเจ็บขึ้นบกกันตลอดคืน ขณะที่ฝ่ายฝรั่งเศสอ้างว่าไม่มีความสูญเสียแต่อย่างใดเลย แต่ฝ่ายไทยกลับยืนยันว่าเรือลามอตต์ปิเกต์ถูกเรือหลวงธนบุรียิงเข้าอย่างจัง จนสังเกตได้ว่ามีไฟลุกอยู่ตอนท้ายเรือ และลำเรือตอนท้ายนั้นแปล้น้ำมากกว่าปกติ โดยอ้างตามคำให้การของทหารเรือที่รอดชีวิตและชาวประมงที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ยุทธนาวี

[แก้] บำเหน็จหลังการรบ

จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ทำพิธีประดับแพรแถบเหรียญกล้าหาญแก่ธงฉานประจำเรือหลวงธนบุรี
จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ทำพิธีประดับแพรแถบเหรียญกล้าหาญแก่ธงฉานประจำเรือหลวงธนบุรี

หลังสิ้นสุดการรบในกรณีพิพาทไทย-อินโดจีนฝรั่งเศสแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานเหรียญกล้าหาญเพื่อเชิดชูเกียรติแก่ทหารเรือที่เข้าร่วมรบในสงครามครั้งนี้ทั้งสิ้น 18 คน (ส่วนใหญ่คือผู้ที่เสียชีวิตจากการยุทธนาวีที่เกาะช้าง) และเรือรบอีก 1 ลำ คือ เรือหลวงธนบุรี[2] โดยรัฐบาลได้จัดพิธีประดับเหรียญกล้าหาญแก่ธงฉานเรือหลวงธนบุรี ธงชัยเฉลิมพลประจำหน่วยทหารต่างๆ ตลอดจนทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตำรวจสนามที่ปฏิบัติการรบดีเด่นในสงครามครั้งนี้เมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2484ลานพระบรมรูปทรงม้า

นอกจากนี้ ทหารที่เข้าร่วมปฏิบัติการรบในกรณีพิพาทไทย-อินโดจีนฝรั่งเศสทุกคน ยังได้รับพระราชทานเหรียญชัยสมรภูมิ และได้สิทธิพิเศษตามที่ทางราชการกำหนดไว้ ผู้ที่กระทำการจนได้รับคำชมเชยจากทางราชการจะได้รับพระราชทานเครื่องหมายเปลวระเบิดประดับบนแพรแถบด้วย

[แก้] อนุสรณ์แห่งยุทธนาวีเกาะช้าง

อนุสรณ์สถานเรือหลวงธนบุรี
อนุสรณ์สถานเรือหลวงธนบุรี
แผ่นป้ายอนุสรณ์การรบที่เกาะช้างของกองทัพเรือฝรั่งเศส
แผ่นป้ายอนุสรณ์การรบที่เกาะช้างของกองทัพเรือฝรั่งเศส

ฝ่ายไทยได้จัดสร้างอนุสรณ์สถานยุทธนาวีเกาะช้างไว้ 2 แห่ง คือ อนุสรณ์สถานเรือหลวงธนบุรี ที่โรงเรียนนายเรือ จังหวัดสมุทรปราการ และอนุสรณ์สถานยุทธนาวีเกาะช้าง ที่แหลมงอบ จังหวัดตราด ซึ่งเป็นสถานที่ที่เรือหลวงธนบุรีถูกลากจูงมาเกยตื้นเมื่อเย็นวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2484

สำหรับฝ่ายฝรั่งเศส ได้มีการจัดทำป้ายอนุสรณ์ระลึกถึงทหารเรือสังกัดกองกำลังทางเรือฝรั่งเศสภาคตะวันออกไกล (Forces Navales d'Extrême-Orient) ที่เสียชีวิตในการรบครั้งนี้ ซึ่งจัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีแห่งการยุทธนาวีเกาะช้างเมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2544 ข้อความในป้ายจารึกเป็นอักษรโรมัน ภาษาฝรั่งเศส แปลความเป็นภาษาไทยได้ว่า
แด่ทหารเรืออินโดจีน
1939 - 1945
ด้วยความระลึก
ถึงชัยชนะในยุทธนาวีเกาะช้าง
วันที่ 17 มกราคม 1941

ปัจจุบันป้ายนี้ตั้งอยู่ที่ Fort-Musée Montbarrey เมืองแบรสต์ (Brest) ประเทศฝรั่งเศส

[แก้] สื่อต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับยุทธนาวีเกาะช้าง

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ จิตต์ สังขดุลย์, พล.ร.อ.. เมื่อธนบุรีรบ. ม.ป.ท.: ม.ป.พ., ม.ป.ป. หน้า 39-40.
  2. ^ "แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญกล้าหาญ. 26 สิงหาคม 2484" ราชกิจจานุเบกษา. 58 (2 กันยายน 2484) : 2810-2811.

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

  • สรศัลย์ แพ่งสภา, "สงครามอินโดจีน ไทยรบฝรั่งเศส พ.ศ. ๒๔๘๓", กรุงเทพฯ : สารคดี ๒๕๔๕

[แก้] ภาษาไทย

[แก้] ภาษาอังกฤษ

[แก้] ภาษาฝรั่งเศส

[แก้] ภาษาโปแลนด์

เครื่องมือส่วนตัว
ภาษาอื่น