วุฒิสภาไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วุฒิสภาไทย
Coat of arms or logo.
ประเภท
ประเภท สภาสูง เป็นส่วนหนึ่งของรัฐสภาไทย
ผู้บริหาร
โครงสร้าง
สมาชิก 150 คน (เลือกตั้ง 77, สรรหา 73)
การเลือกตั้ง
การเลือกตั้งล่าสุด 30 มีนาคม พ.ศ. 2557
ที่ประชุม
อาคารรัฐสภาไทย
เว็บไซต์
Senate.go.th

วุฒิสภาไทย หรือเดิมมีชื่อว่า "พฤฒสภา" เป็นวุฒิสภาของประเทศไทย โดยเป็นสภาสูงในรัฐสภาไทยคู่กับสภาผู้แทนราษฎรไทยซึ่งเป็นสภาล่าง

วุฒิสภาไทยเริ่มก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2489 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 แบ่งรูปแบบสำคัญออกเป็น 2 ยุค คือ ยุคสมาชิกวุฒิสภาจากการแต่งตั้ง และยุคสมาชิกวุฒิสภาจากการเลือกตั้งและการสรรหา

ยุคสมาชิกวุฒิสภาจากการแต่งตั้ง[แก้]

ยุคสมาชิกวุฒิสภาจากการเลือกตั้งทั้งหมดและยุคสมาชิกวุฒิสภาจากการเลือกตั้งผสมกับการสรรหา[แก้]

วุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540[แก้]

วุฒิสภา ประกอบด้วย สมาชิกซึ่งราษฎรเลือกตั้งจำนวน 200 คน ตามวิธีแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง มีหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2541 มีกำหนดวาระคราวละ 6 ปีนับแต่วันเลือกตั้ง

สมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยเช่นเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย

วุฒิสภามีอำนาจหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมาย ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน โดยการตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี หรือเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาโดยไม่มีการลงมติ และมีหน้าที่อื่นตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ

นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พุทธศักราช 2540) ยังได้บัญญัติให้วุฒิสภามีอำนาจหน้าที่โดยเฉพาะอีกหลายประการ คือ การพิจารณาเลือก แต่งตั้ง ให้คำแนะนำ หรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งต่าง ๆ คือ

  1. การสรรหาและการเลือกประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง
  2. ถวายคำแนะนำต่อพระมหากษัตริย์ในการแต่งตั้งผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา และการแต่งตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
  3. การสรรหาและการเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และถวายคำแนะนำต่อพระมหากษัตริย์ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
  4. เลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 คน ซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการตุลาการ เป็นกรรมการในคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม
  5. ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์และผู้ทรงคุณวุฒิในการบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นตุลาการในศาลปกครองสูงสุด จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนตุลาการในศาลปกครองสูงสุดทั้งหมดและให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งประธานศาลปกครองสูงสุด และเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คน ในคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง
  6. ถวายคำแนะนำต่อพระมหากษัตริย์ในการแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และการแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
  7. ถวายคำแนะนำต่อพระมหากษัตริย์ในการแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

นอกจากนี้ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย วุฒิสภามีอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออัยการสูงสุด รวมทั้งกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้พิพากษาหรือตุลาการ พนักงานอัยการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ผู้มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปรกติ ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย วุฒิสภามีอำนาจถอดถอนผู้นั้นออกจากตำแหน่งได้.

วุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550[แก้]

วุฒิสภา ประกอบด้วยสมาชิกจำนวนรวม 150 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด จังหวัดละ 1 คน และมาจากการสรรหาเท่ากับจำนวนรวมข้างต้นหักด้วยจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง (จังหวัด 77 คน และสรรหา 73 คน)[1]

ตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน วุฒิสภามีอำนาจหน้าที่ในการกลั่นกรองและพิจารณากฎหมายที่ผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน โดยการตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี หรือเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาโดยไม่มีการลงมติ นอกจากนี้ ยังให้วุฒิสภามีอำนาจหน้าที่ ในการพิจารณาเลือก แต่งตั้ง เสนอชื่อ หรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ โดยตั้งคณะกรรมาธิการ ทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง รวมทั้งรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จำเป็น แล้วรายงานต่อวุฒิสภา เพื่อประกอบการพิจารณา ตามมาตราที่ 121 ของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 อีกด้วย[2]

ลำดับชุดวุฒิสภา[แก้]

      คณะรัฐประหาร
ชุดที่ จำนวนสมาชิก ระยะการดำรงตำแหน่ง การสิ้นสุดสมาชิกสภาพ รัฐธรรมนูญ หมายเหตุ
(แต่งตั้ง/เลือกตั้ง/สรรหา)
1 80 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 - 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 รัฐประหาร รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม
คณะทหารแห่งชาติ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 - 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490
2 301 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 - 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 ยึดอำนาจ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 14
ครม. 41 ครม. 42
3 120 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2511 - 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 คณะปฏิวัติประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2511 (ฉบับที่ 3) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511
4 100 26 มกราคม พ.ศ. 2518 - 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ยุบสภาตามประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 3 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517
5 225 22 เมษายน พ.ศ. 2522 - 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 รัฐประหาร รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521 ในวาระเริ่มแรกให้จับสลากออก 1 ใน 3 เมื่อครบ 2 ปีแรก และอีก 2 ปีถัดมาให้จับสลากออกกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่เหลือจากการถูกจับสลากออกคราวแรก
  • จับฉลากออก 17 เมษายน พ.ศ. 2524 และแต่งตั้งเพิ่มเติม 22 เมษายนของปีเดียวกัน
  • จับฉลากออก 15 เมษายน พ.ศ. 2526 และแต่งตั้งเพิ่มเติม 22 เมษายนของปีเดียวกัน
  • สมาชิกครบวาระ 6 ปี วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2528 และแต่งตั้งเพิ่มเติมในวันเดียวกัน
  • แต่งตั้งสมาชิกเพิ่มเติมตามจำนวน ส.ส.ที่เพิ่มขึ้น 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2529
  • สมาชิกครบวาระ 6 ปี วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2530
  • แต่งตั้งสมาชิกเพิ่มเติมตามจำนวน ส.ส.ที่เพิ่มขึ้น 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2531
  • สมาชิกครบวาระ 6 ปี วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2532
คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 - 22 มีนาคม พ.ศ. 2535
6 270 23 มีนาคม พ.ศ. 2535 - 22 มีนาคม พ.ศ. 2539 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2535
7 260 22 มีนาคม พ.ศ. 2539 - 21 มีนาคม พ.ศ. 2543 ครบวาระ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่ 5) พุทธศักราช 2535 (พ.ศ. 2538)
8 200 22 มีนาคม พ.ศ. 2543 - 21 มีนาคม พ.ศ. 2549 ครบวาระ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 เป็นครั้งแรกที่ได้มาจากการเลือกตั้ง สว. โดยตรง เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2543
9 200 19 เมษายน พ.ศ. 2549 - 19 กันยายน พ.ศ. 2549 รัฐประหาร " เลือกตั้ง 2549
คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 19 กันยายน พ.ศ. 2549 - 1 ตุลาคม พ.ศ. 2549
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2549 - 22 ธันวาคม พ.ศ. 2550
10 150 2 มีนาคม พ.ศ. 2551 - 1 มีนาคม พ.ศ. 2557 ครบวาระ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เลือกตั้ง 2551
11 150 30 มีนาคม พ.ศ. 2557 - 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 รัฐประหาร
(ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 30/2557)
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เลือกตั้ง 2557
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - ปัจจุบัน ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 30/2557
ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2557

อ้างอิง[แก้]

  1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ. 2550)ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 124 ตอนที่ 47ก หน้า 39 วันที่ 24 สิงหาคม 2550
  2. กลุ่มงานผลิตเอกสาร สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, 340, หน้า 114

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]