สยาม
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
| เมืองหลวง | กรุงเทพมหานคร |
| ภาษา | ภาษาไทย |
| การปกครอง | สมบูรณาญาสิทธิราชย์ |
| พระมหากษัตริย์ |
| ยุคประวัติศาสตร์ | |
| - พ.ศ. 2482 | เปลี่ยนชื่อประเทศจาก "สยาม" เป็น "ไทย" |
| ปัจจุบัน | ราชอาณาจักรไทย |
|
|||||||
-
บทความนี้เกี่ยวกับชื่อเรียกประเทศไทยในอดีต สำหรับความหมายอื่น ดูที่ สยาม (แก้ความกำกวม)
สยาม (อักษรละติน: Siam) คือชื่อเรียกของประเทศไทยในสมัยโบราณ ต่อมา ได้เปลี่ยนชื่อจาก "สยาม" มาเป็น "ไทย" เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 อย่างไรก็ตาม ชื่อ สยาม นั้น ยังถือว่าเป็นที่รู้จักแพร่หลายอยู่ ทั้งในและต่างประเทศ
เนื้อหา |
[แก้] ที่มาของคำว่าสยาม
จนถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังไม่มีใครทราบที่มาของคำว่าสยามว่ามาจากที่ไหนอย่างแน่ชัด ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นถกเถียงในแวดวงนักวิชาการไทยกันอย่างกว้างขวาง แต่ที่ทราบแน่นอนแล้วคือ สยาม เป็นชื่อที่ชาวต่างประเทศใช้เรียกมากกว่าที่คนสยามจะใช้เรียกตัวเอง[ต้องการแหล่งอ้างอิง] โดยในจดหมายเหตุลาลูแบร์ ซึ่งเดินทางเข้ามาในอาณาจักรอยุธยาในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยานั้น คำว่า "สยาม" เป็นนามที่ชาวโปรตุเกสในแถบตะวันออกไกลใช้เรียกอาณาจักรในบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา[1]
นอกจากนี้ยังมีหลักฐานของคำว่า "สยาม" และคำที่ใกล้เคียงกันอยู่ในที่อื่นๆ เช่น
- ตามภาษามอญ เรียกคนไทยว่า "หรั่ว เซม" (หรั่ว ภาษามอญแปลว่าพวก) จนกระทั่งปัจจุบัน
- ชาวมลายูและผู้มีเชื้อสายมลายู (รวมถึงในประเทศไทย) ใช้คำเรียกไทยว่า "สยาม" มาจนถึงปัจจุบัน (ดังเช่นที่ปรากฏในเอกสารของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในบริเวณจังหวัดชายแดนภาคใต้)[ต้องการแหล่งอ้างอิง]
- ในภาษาเขมร คำว่า "สยาม" หมายถึง "ขโมย" โดยออกเสียงว่า "ซี-เอม" เมืองเสียบเรียบ ซึ่งอยู่ใกล้กับนครวัด จึงมีความหมายว่า "พวกขโมยพ่ายแพ้" ดังนั้น ความหมายของคำว่า "สยาม" ในภาษาเขมรจึงหมายถึง "พวกขโมยป่าเถื่อน" เนื่องจากในยุคที่ขอมเรืองอำนาจ มีคนไทที่อพยพมาจากทางเหนือเข้าสู่ดินแดนภาคอีสานของเขมรซึ่งอาจเข้ามาโดยการกวาดต้อนของชาวเขมรเองเพื่อใช้เป็นแรงงานในการสร้างปราสาทหินต่างๆ คำว่า "สยาม" จึงเป็นคำเขมรที่ใช้เรียกกลุ่มคนไทซึ่งในเวลานั้นชาวเขมรยังมองว่าเป็นแค่คนป่า บนรูปสลักฝาผนัง ณ นครวัด ประเทศกัมพูชาที่แสดงถึงกำลังพลจากอาณาเขตต่าง ๆ ที่ได้เข้ามาร่วมกับพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีภาพกองกำลังกองหนึ่งที่มีคำบรรยายใต้ภาพว่า "เนะ สยฺมกุก" (เนะ สยำกุก) [2] ซึ่งแปลได้ความว่า "นี่ เสียมกุก" เป็นกองกำลังต่างหากจากกองกำลังจากอาณาจักรละโว้ ซึ่งรูปสลักฝาผนังได้สลักแยกไว้พร้อมคำบรรยายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน สันนิษฐานกันว่าอาจเป็นคนไท-ลาวกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดเป็นที่ยอมรับกัน
- ตามจดหมายเหตุเก่าของจีน ในบริเวณประเทศไทยปัจจุบันนั้น แต่เดิมมีอาณาจักรอยู่ด้วยกัน 2 อาณาจักร คือ อาณาจักร "เซียน" (น่าจะหมายถึง เสียม หรือ สุโขทัย) ซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้น แต่ยังอยู่ใต้ต่ออาณาจักร "ร้อยสนม" (มีผู้สันนิษฐานว่าคืออาณาจักรล้านนา-ไทใหญ่) และอาณาจักร "หลอหู" (น่าจะหมายถึง อยุธยา ซึ่งจีนยังใช้ชื่อของ ละโว้ เรียกอยู่) ซึ่งอยู่ทางใต้ลงไป โดยอาณาจักร "เซียน" นั้นมักประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร ต้องนำเข้าข้าวจากอาณาจักร "หลอหู" จนในที่สุด อาณาจักร "เซียน" และอาณาจักร "หลอหู" ได้รวมกันเข้า ทางราชสำนักจีนจึงได้รวมเรียกชื่ออาณาจักรใหมที่เกิดจากการรวมกันดังกล่าวว่า อาณาจักร "เซียนหลอ" (ภาษาจีนกลางยุคปัจจุบัน="เสียนหลอกว๋อ" ภาษาจีนแต้จิ๋ว = "เสี่ยมล้อก๊ก") ซึ่งได้กลายเป็นนามเรียกอาณาจักรโดยชาวจีนมาจนกระทั่งมีการเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นประเทศไทย จึงได้เปลี่ยนชื่อเรียกเป็น "ไท่กว๋อ"[ต้องการแหล่งอ้างอิง]
- นักนิรุกติศาสตร์และนักประวัติศาสตร์บางคน ได้แสดงถึงความใกล้เคียงกันของคำว่า สยาม และ ฉาน (Shan) ซึ่งใช้เรียกอาณาจักรของคนไทบริเวณตอนใต้ของจีน ทางตอนเหนือของพม่า และทางรัฐอัสสัมของอินเดีย[ต้องการแหล่งอ้างอิง]
[แก้] การใช้คำว่าสยามในฐานะราชอาณาจักรของไทย
ถึงแม้ว่าจะมีการอ้างอิงถึงราชอาณาจักรและประชาชนไทยโดยใช้คำว่า "สยาม" โดยผู้คนจากที่อื่นอย่างกว้างขวางดังที่ได้ปรากฏไปข้างต้นก็ตาม แต่ทว่าในอดีตของประเทศไทยนั้น แนวคิดเรื่องรัฐชาติของคนไทยยังไม่ปรากฏชัดเจน ดังเช่นที่เกิดขึ้นในยุโรปตั้งแต่ยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ การอ้างอิงถึงราชอาณาจักรของทางราชสำนักของไทยจึงมักอ้างอิงโดยใช้ชื่อเมืองหลวง ดังเช่นพระราชสาสน์ของสมเด็จพระเอกาทศรถที่มีไปถึงพระเจ้าดอน ฟิลลิปแห่งโปรตุเกส โดยผ่านผู้สำเร็จราชการแห่งเมืองกัว ก็ได้มีการอ้างพระองค์ว่าเป็นผู้ปกครองแว่นแคว้นของ กรุงศรีอยุธยา เป็นอาทิ และตามหลักฐานของลาลูแบร์นั้น คนในประเทศไทยได้เรียกเผ่าพันธุ์ของตนเองว่า ไทย ตั้งแต่สมัยอาณาจักรอยุธยา[3]
ต่อมา เมื่อประเทศไทยต้องเผชิญหน้ากับลัทธิจักรวรรดินิยมตั้งแต่สมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์จึงได้พยายามดัดแปลงให้ประเทศมีลักษณะสมัยใหม่ขึ้น ซึ่งประการหนึ่งในนั้นคือ การทำให้ประเทศไทยมีลักษณะเป็นรัฐชาติ ที่มีการควบคุมจากส่วนกลาง และเริ่มมีการใช้ชื่อ "ราชอาณาจักรสยาม" เป็นชื่อประเทศอย่างเป็นทางการ[4]
[แก้] จากคำว่าสยามเป็นไทย
| ยุคก่อนประวัติศาสตร์ | |||||
| บ้านเชียง ประมาณ 2500 ก่อน พ.ศ. | |||||
| บ้านเก่า ประมาณ 2000 ก่อน พ.ศ. | |||||
| ยุคอาณาจักร | |||||
| สุวรรณภูมิ ก่อนพุทธศตวรรษที่ 3-5 |
สุวรรณโคมคำ พศว. 4-5 |
||||
| ทวารวดี-นครชัยศรี ประมาณ พุทธศตวรรษที่ 5-15 |
โยนกนาคพันธุ์ 638-1088 |
||||
| คันธุลี 994-1202 |
เวียงปรึกษา 1090-1181 |
||||
| ศรีวิชัย 1202-1758 |
ละโว้ 1191 -1470 |
หิรัญเงินยางฯ 1181 - 1805 |
|||
| หริภุญชัย 1206-1835 |
|||||
| สงครามสามนคร พ.ศ. 1467-1470 | |||||
| สุพรรณภูมิ ละโว้ |
|||||
| พริบพรี นครศรีธรรมราช |
สุโขทัย 1792-1981 |
พะเยา 1190-2011 |
เชียงราย 1805-1835 |
||
| ล้านนา 1835-2101 |
|||||
| อยุธยา (1) | |||||
| พ.ศ. 1893-2112 | |||||
| สค.ตะเบ็งชเวตี้ | |||||
| สค.ช้างเผือก เสียกรุงครั้งที่ 1 พ.ศ. 2112 |
พิษณุโลก 2106-2112 |
ล้านนาของพม่า 2101-2317 |
|||
| กรุงศรีอยุธยา (2) พ.ศ. 2112-2310 |
|||||
| เสียกรุงครั้งที่ 2 | |||||
| สภาพจลาจล | |||||
| กรุงธนบุรี พ.ศ. 2310-2325 |
ล้านนาของสยาม พ.ศ. 2317-2442 นครเชียงใหม่ เมืองแพร่ แคว้นน่าน |
||||
| กรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2325-ปัจจุบัน สงครามเก้าทัพ อานามสยามยุทธ การเสียดินแดน มณฑลเทศาภิบาล สงครามโลก: ครั้งที่ 1 - ครั้งที่ 2 |
|||||
| ยุครัฐประชาชาติ | |||||
| ประเทศไทย ปฏิวัติ พ.ศ. 2475 เปลี่ยนแปลงชื่อประเทศ |
สหรัฐไทยเดิม พ.ศ. 2485-2489 |
||||
ต่อมา หลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร และการแย่งชิงอำนาจระหว่างกลุ่มอำนาจต่าง ๆ ทั้งเก่าและใหม่หลายครั้ง ในที่สุด จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ก้าวขึ้นสู่อำนาจ ปลุกแนวคิดชาตินิยมและการเชื่อฟังผู้นำอย่างมาก ซึ่งจากรายงานการศึกษาในยุคนั้นโดยนักศึกษาประวัติศาสตร์บางคน[ต้องการแหล่งอ้างอิง] ได้มีการค้นพบคนไทยที่อยู่ในเวียดนาม และจีนตอนใต้ นอกเหนือไปจากจากกลุ่มไทยใหญ่ในพม่าอีก ทำให้เกิดกระแสที่ต้องการรวบรวมชนเผ่าไทยเหล่านั้นเข้ามาสู่ประเทศ "ไทย" เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ในที่สุด จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อ ประเทศ ประชาชน และสัญชาติเป็น "ไทย" ตามประกาศรัฐนิยมฉบับที่ 1 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 ซึ่งได้รับการคัดค้านจากบางฝ่ายว่าจะเป็นการทำให้คนเชื้อชาติอื่น เช่น จีน มลายู ไม่รู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับประเทศ "ไทย" แต่ทว่าในที่สุดประกาศรัฐนิยมก็มีผลบังคับใช้ ทำให้ต้องเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น ไทย ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งกลายเป็นสิ่งตกทอดไม่กี่อย่างจากประกาศดังกล่าวมาถึงปัจจุบัน เช่นเดียวกับคำว่า "สวัสดี"
[แก้] ยุคของสยาม
[แก้] อาณาจักรสุโขทัย
อาณาจักรสุโขทัย หรือ รัฐสุโขทัย (อังกฤษ: Kingdom of Sukhothai) เป็นอาณาจักร หรือรัฐในอดีตรัฐหนึ่ง ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำยม เป็นชุมชนโบราณมาตั้งแต่ยุคเหล็กตอนปลาย จนกระทั่งสถาปนาขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 18 ในฐานะสถานีการค้าของรัฐละโว้ หลังจากนั้นราวปี 1800 พ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมือง ได้ร่วมกันกระทำการยึดอำนาจจากขอมสบาดโขลญลำพง ซึ่งทำการเป็นผลสำเร็จและได้สถาปนาเอกราชให้สุโขทัยเป็นรัฐอิสระ และมีความเจริญรุ่งเรืองตามลำดับและเพิ่มถึงขีดสุดในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ก่อนจะค่อยๆตกต่ำ และประสบปัญหาทั้งจากปัญหาภายนอกและภายใน จนต่อมาถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาไปในที่สุด
[แก้] อาณาจักรอยุธยา
อาณาจักรอยุธยา เป็นอาณาจักรของไทยในอดีต มีหลักฐานของการเป็นเมืองในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 16 - 18 โดยมีร่องรอยของที่ตั้งเมือง โบราณสถาน โบราณวัตถุ และเรื่องราวเหตุการณ์ในลักษณะตำนาน พงศาวดารไปจนถึงศิลาจารึก ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานร่วมสมัยที่ใกล้เคียงเหตุการณ์มากที่สุด ว่าก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา ใน พ.ศ. 1893 นั้น ได้มีบ้านเมืองตั้งอยู่ก่อนแล้ว มีชื่อเรียกว่า เมืองอโยธยา หรือ อโยธยาศรีรามเทพนคร หรือ เมืองพระราม มีที่ตั้งอยู่บริเวณด้านตะวันออกของเกาะ เมืองอยุธยาเป็นเมืองที่มีความเจริญทางการเมืองการปกครอง และมีวัฒนธรรมที่รุ่งเรืองแห่งหนึ่ง มีการใช้กฎหมายในการปกครอง 3 ฉบับ คือ พระอัยการลักษณะเบ็ดเสร็จ พระอัยการลักษณะทาส และพระอัยการลักษณะกู้หนี้
[แก้] อ้างอิง
- ^ สุจิตต์ วงษ์เทศ. คนไทยมาจากไหน?. สำนักพิมพ์มติชน บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน). หน้า 73.
- ^ ชำนาญ สัจจะโชติ. สยำกุก-นครวัด กองทัพศรีวิชัย -- กรุงเทพฯ : บริษัท พิมพ์ดีการพิมพ์ จำกัด, 2549. (ISBN 974-88126-8-5)
- ^ สุจิตต์ วงษ์เทศ. คนไทยมาจากไหน?. สำนักพิมพ์มติชน บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน). หน้า 217.
- ^ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. ประเทศไทย หรือประเทศสยาม
[แก้] ดูเพิ่ม
- จิตร ภูมิศักดิ์. ความเป็นมาของคำสยาม ไทย, ลาว และขอม และ ลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ ศยาม : กรุงเทพฯ, 2519.

