จังหวัดพระตะบอง
| สถิติ | |
|---|---|
| เมืองเอก: | พระตะบอง |
| พื้นที่: | 11,702 กม² |
| ประชากร: | 1,036,523[1] (2008) |
| ความหนาแน่น: | 88.6 คน/กม² |
| ISO 3166-2: | KH-2 |
| แผนที่ | |
พระตะบอง (เขมร: ខេត្តបាត់ដំបង แคตบัดตัมบอง แปลว่า "ตะบองหาย") เป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศกัมพูชา อยู่ทางภาคตะวันตกของประเทศ มีเขตติดต่อกับจังหวัดสระแก้ว และจันทบุรี ประเทศไทย พื้นที่นี้อดีตเคยเป็นจังหวัดพระตะบองในมณฑลบูรพาของสยาม
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
[แก้] ประวัติศาสตร์ยุคต้น
ระหว่างคริตส์ศตวรรษที่ 15 - 18 พื้นที่ที่เรียกว่าจังหวัดพระตะบองนี้ตกอยู่ในความยึดครองของสยาม ผู้คนในแถบนี้แตกฉานซ่านเซ็น ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยในถิ่นต่างๆ
ในช่วงปลายคริตส์ศตวรรษที่ 18 ถึงต้นคริตส์ศตวรรษที่ 20 ตรงกับสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ของสยาม สยามได้จัดการปกครองโดยตรงต่อดินแดนเมืองพระตะบองและส่วนอื่นๆ ซึ่งเรียกรวมกันว่า ดินแดนเขมรส่วนใน โดยตั้งเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ (แบน - ต้นสกุลอภัยวงศ์) ให้เป็นผู้ปกครองดินแดนส่วนนี้ และมีเจ้าเมืองในสกุลอภัยวงศ์สืบทอดต่อมาอีก 5 คน จนถึงปี พ.ศ. 2449 (พ.ศ. 2450 ตามปฏิทินสากล) ซึ่งเป็นปีที่สยามเสียดินแดนเขมรส่วนในและดินแดนลาวฝั่งขวาของแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศส เพื่อแลกกับการคืนเมืองตราดตามสนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส ลงวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2449 หลังจากนั้นในวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2450 พระบาทสมเด็จพระนโรดมสีสุวัตถิ์ ได้ทรงมีพระบรมราชโองการ ให้แบ่งเขตการปกครองของเมืองพระตะบองออกเป็น 3 เขต (จังหวัด) ได้แก่ เขตพระตะบอง เขตเสียมราฐ และเขตศรีโสภณ ต่อมาจึงแบ่งเขตการปกครองใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2468 เป็น 2 เขต คือ เขตพระตะบองและเขตเสียมราฐ โดยเขตพระตะบองมีเมือง (อำเภอ) ในความปกครอง 2 เมือง คือ เมืองพระตะบองกับเมืองศรีโสภณ ถึงปี พ.ศ. 2483 เขตพระตระบองก็มีเมืองในความปกครองเพิ่มขึ้นเป็น 7 เมือง คือ เมืองพระตะบอง เมืองสังแก เมืองระสือ (โมงฤๅษี) เมืองตึกโช เมืองมงคลบุรี เมืองศรีโสภณ และเมือง Bei Thbaung
[แก้] ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2
ในปี พ.ศ. 2484 หลังสิ้นสุดกรณีพิพาทอินโดจีนไทย-ฝรั่งเศส ไทยได้ดินแดนส่วนที่เรียกว่าเขมรส่วนในและลาวฝั่งขวาของแม่น้ำโขงคืน จึงได้ประกาศจัดตั้งจังหวัดขึ้นใหม่ในดินแดนเหล่านี้ 4 จังหวัดคือ จังหวัดพระตะบอง จังหวัดพิบูลสงคราม จังหวัดนครจัมปาศักดิ์ และจังหวัดลานช้าง เฉพาะจังหวัดพระตะบองนั้นเมื่อแรกตั้งจังหวัดนั้น ได้แบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ ตามประกาศเรื่องตั้งอำเภอ ลงวันที่ 23 กรกฎาคม พุทธศักราช 2484 ดังนี้
- อำเภอเมืองพระตะบอง ตามเขตอำเภอพระตะบองเดิม
- อำเภอพรหมโยธี ตามเขตอำเภอสังแกเดิม ตั้งชื่อตาม นายพันเอกหลวงพรหมโยธี (มังกร พรหมโยธี ยศสุดท้ายเป็นที่พลเอก)
- อำเภออธึกเทวเดช ตามเขตอำเภอระสือเดิม ตั้งชื่อตามพลอากาศโท หลวงอธึกเทวเดช (บุญเจียม โกมลมิศร์) แม่ทัพอากาศสนาม ภายหลังในเดิอนเมษายน 2486 ได้เปลี่ยนชื่อ อำเภออธึกเทวเดช เป็นอำเภอรณนภากาศ เนื่องจาก แม่ทัพอากาศ/ผู้บัญชาการทหารอากาศ (พลอากาศโท หลวงอธึกเทวเดช) ได้ลาออกจากตำแหน่ง
- อำเภอมงคลบุรี ตามเขตอำเภอมงคลบุรีเดิม
- อำเภอศรีโสภณ ตามเขตอำเภอศรีโสภณเดิม
- อำเภอสินธุสงครามชัย ตามเขตอำเภอตึกโชเดิม(ภายหลังโอนไปขึ้นกับจังหวัดพิบูลสงคราม) ตั้งชื่อตาม นายพลเรือตรี หลวงสินธุสงครามชัย (สินธุ์ กมลนาวิน ยศสุดท้ายเป็นที่พลเรือเอก) ผู้บัญชาการทหารเรือ และแม่ทัพเรือในขณะนั้น
- อำเภอไพลิน ตามเขตอำเภอไพลินเดิม
อนึ่ง ชื่ออำเภอที่ไทยตั้งขึ้นใหมในทั้ง 4 จังหวัด ที่ได้คืนมาจากฝรั่งเศสนั้น ส่วนหนึ่งตั้งชื่อตามบุคคลที่มีบทบาทอย่างสูงในการรบสงครามอินโดจีน ในจังหวัดพระตะบอง มีชื่ออำเภอลักษณะดังกล่าว 3 อำเภอดังกล่าวข้างต้น ต่อมาทางการไทยได้ปรับปรุงเขตการปกครองจังหวัดพระตะบองเสียใหม่ โดยโอนท้องที่อำเภอศรีโสภณ และอำเภอสินธุสงครามชัย ไปขึ้นจังหวัดพิบูลสงครามแทนในเดือนธันวาคม ปีเดียวกัน จังหวัดพระตะบองจึงมีเขตการปกครองตลอดช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตั้งแต่ พ.ศ. 2484 จนถึง พ.ศ. 2489 รวมทั้งสิ้น 5 อำเภอ คือ อำเภอเมืองพระตะบอง อำเภอพรหมโยธี อำเภออธึกเทวเดช อำเภอมงคลบุรี และอำเภอไพลิน
ในระหว่างที่จังหวัดนี้อยู่ในการปกครองของประเทศไทย ได้มีการจัดการเลือกตั้งขึ้น 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ 6 มกราคม พ.ศ. 2489 นายชวลิต อภัยวงศ์ได้เป็นส.ส. ของจังหวัดพระตะบอง และเมื่อเลือกตั้งเพิ่มเติมเมื่อ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2489 ได้นายสวาสดิ์ อภัยวงศ์ และพระพิเศษพาณิชย์เป็น ส.ส.จังหวัดพระตะบองเพิ่มเติม ก่อนจะคืนดินแดนดังกล่าวให้ฝรั่งเศส[2]
สำหรับตราประจำจังหวัดนั้น กรมศิลปากรได้กำหนดให้จังหวัดพระตะบองใช้ตราประจำจังหวัด เป็นรูปพระยาโคตรตระบองยืนทำท่าจะขว้างตะบอง ตามตำนานในท้องถิ่นที่เล่าถึงที่มาของชื่อจังหวัด
[แก้] หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงปัจจุบัน
ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2496 ได้มีการจัดตั้งเขตบริหารปอยเปต (Poi Pet administration) โดยอยู่ภายใต้การปกครองของเมืองศรีโสภณ (เมืองนี้ได้ถูกแบ่งเป็น 2 เมืองในปีนั้น คือ เมืองศรีโสภณและเมืองบันทายฉมาร์) ต่อมาได้ยกฐานะขึ้นเป็นเมืองชื่อว่า เมือง O Chrov ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2508 และในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน ได้มีการแบ่งเขตการปกครองของเมืองระสือส่วนหนึ่งออกเป็นเขตการปกครองใหม่ คือ เขตบริหาร Kors Kralor หลังจากนั้นในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2509 รัฐบาลกัมพูชาก็ได้ตั้งเมืองทมอปุก (Thmar Pouk) ขึ้นเป็นเมืองในความปกครองของจังหวัดพระตะบอง และได้แบ่งเมืองบันทายฉมาร์ไปขึ้นกับจังหวัด (เขต) อุดรมีชัยซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ในปีนั้น
ในสมัยการปกครองของเขมรแดง ได้มีการอพยพประชาชนออกจากเมืองต่างๆ ไปอยู่ในชนบทเพื่อขยายผลผลิตทางการเกษตร จังหวัดพระตะบองกลายเป็นพื้นที่หนึ่งที่ได้ชื่อว่าทุ่งสังหาร อันเนื่องมาจากการปกครองที่เลวร้ายของเขมรแดง ในยุคนี้ เขมรแดงได้ตั้งเมืองขึ้นใหม่ในเขตจังหวัดพระตะบองอีก 2 เมือง คือ เมืองบานันและเมืองโกรส ลอร์ (Kors Lor)
จังหวัดพระตะบองได้รับการปลดปล่อยจากระบอบเขมรแดงในวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2522 และได้มีการจัดตั้งคณะกรมการเมืองขึ้นปกครองจังหวัดนี้จนกระทั่งมีการเลือกตั้งทั่วไปในปี พ.ศ. 2526 โดยในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 - 2529 จังหวัดพระตะบองมีเมืองในปกครอง 9 เมือง และ 1 เขตการปกครอง
ในปี พ.ศ. 2529 ตั้งมีการจัดตั้งเมืองบานัน เมืองโบเวล และเมืองเอกพมนขึ้น ทำให้จังหวัดพระตะบองมีเมืองในความปกครองรวม 12 เมือง แต่สองปีต่อมา ก็ได้แบ่งเอาเมือง 5 เมืองในความปกครอง ไปจัดตั้งขึ้นเป็นจังหวัดบันเตียเมียนเจย
ในปี พ.ศ. 2542 หลังจากการสลายตัวของเขมรแดงอย่างแท้จริงแล้ว ก็ได้มีการแบ่งอาณาเขตของจังหวัดพระตะบองไปจัดตั้งเป็นเทศบาลนครไพลิน และในปี พ.ศ. 2543 ก็ได้แบ่งเอาเขตเมืองระสือส่วนหนึ่งจัดตั้งขึ้นเป็นเมืองกะห์กรอลอ[3]
[แก้] การแบ่งเขตการปกครอง
จังหวัดพระตะบองแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 เมือง (ស្រុក srok)
| รหัสเมือง | ชื่อเมือง (ภาษาเขมร) |
เขียนด้วยอักษรไทย | เขียนด้วยอักษรโรมัน |
|---|---|---|---|
| 0201 | បាណន់ | บานัน (บาณาน่) | Bananh |
| 0202 | ថ្មគោល | ทมอโกล (ถฺมโคล) | Tamor Coul |
| 0203 | បាត់ដំបង | บัตตัมบอง, พระตะบอง (บาต่ฏํบง) | Batdombong |
| 0204 | បវេល | บอเวล (บเวล) | Bowel |
| 0205 | ឯកភ្នំ | เอกพนม (เอภฺนุ˚) | Ek Pnum |
| 0206 | មោងប្ញស្សី | โมงรืซเซ็ย, เมืองระสือ (โมงฤสฺสี) | Moung Ruessie |
| 0207 | រតនមណ្ឌល | รัตนมณฑล (รตนมณฺฑล) | Rotana Mondol |
| 0208 | សង្កែ | สังแก (สฺงแก) | Sangcae |
| 0209 | សំឡូត | ซ็อมลูต (สํฬูต) | Samlut |
| 0210 | សំពៅលូន | ซ็อมปึวลูน (สํเพาลูน) | Sampoulun |
| 0211 | ភ្នំព្រឹក | พนมพรึก (ภฺนุ˚พฺรึก) | Pnumpruek |
| 0212 | កំរៀង | ก็อมเรียง (กํเรียง) | Camriang |
| 0213 | គាស់ក្រឡ | กะห์กรอลอ (คาส่กฺรฬ) | Cahcrala |
[แก้] อาณาเขต
- ทิศเหนือ จรดจังหวัดบันเตียเมียนเจย และจังหวัดเสียมราฐ
- ทิศใต้ จรดจังหวัดโพธิสัตว์
- ทิศตะวันตก จรดเทศบาลนครไพลิน และจังหวัดสระแก้ว (ประเทศไทย)
- ทิศตะวันออก จรดจังหวัดเสียมราฐ และจังหวัดโพธิสัตว์
[แก้] อ้างอิง
- ^ "General Population Census of Cambodia 2008 - Provisional population totals" (PDF). National Institute of Statistics, Ministry of Planning. 3 September 2008. http://www.stat.go.jp/english/info/meetings/cambodia/pdf/pre_rep1.pdf.
- ^ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. ลัทธิชาตินิยมไทย/สยามกับกัมพูชาและกรณีศึกษาปราสาทพระวิหาร. กทม. โครงการตำราสังคมศาสตร์ฯ.2552
- ^ Welcome to Battambang District
|
||||||||
|
|||||||||||