จอห์น ซีนา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จอห์น ซีนา
An image of จอห์น ซีนา.
ข้อมูล
ฉายา จอห์น ซีนา
เดอะ โปรโตไทพ์
มิสเตอร์พี
ความสูง 6 ฟุต 1 นิ้ว (1.85 เมตร)[1]
น้ำหนัก 265 ปอนด์ (121 กก)[1]
เกิด 23 เมษายน ค.ศ. 1977 (36 ปี)
เวสต์ นิวเบอร์รี, รัฐแมสซาชูเซตส์
พำนัก แทมปา รัฐฟลอริดา[2]
มาจาก คลาสซิฟิลด์ (UPW)
เวสต์ นิวเบอร์รี, รัฐแมสซาชูเซตส์ (WWE)
ฝึกหัดโดย Ultimate Pro Wrestling
Ohio Valley Wrestling
เปิดตัว ค.ศ. 2001

จอห์น เฟลิกซ์ แอนโธนี ซีนา[3] (อังกฤษ: John Felix Anthony Cena) เกิดวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 1977[4] ที่ เวสต์ นิวเบอร์รี, รัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นนักแสดง, นักร้อง, ฮิปฮอป และ นักมวยปล้ำอาชีพชาวอเมริกัน ปัจจุบันเซ็นสัญญาสังกัดสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อว่า จอห์น ซีนา[5] เป็นแชมป์โลก 14 สมัย (แชมป์ WWE 11 สมัย และ แชมป์โลกเฮฟวี่เวท 3 สมัย)[6] แชมป์ยูเอส 3 สมัย, แชมป์โลกแทคทีม 2 สมัย, แชมป์แทคทีม WWE 2 สมัย และยังเป็นผู้ชนะในศึก รอยัลรัมเบิล ประจำปี 2008 และ 2013

ประวัติในวงการมวยปล้ำอาชีพ[แก้]

ก่อนเข้าวงการมวยปล้ำ[แก้]

หลังจบการศึกษาจากสถาบัน คุชชิง อคาเดมี ได้ศึกษาต่อที่ สปิงค์ฟิวด์ คอลเลต ที่ สปิงค์ฟิวด์,แมตซาซูเซตท์ ในสาขา สรีระวิทยา[7] และยังเป็นนักอเมริกันฟุตบอล ในดิวิชั่น 3 สวมเสื้อเบอร์ 54[8][9] และจบการศึกษาในปี ค.ศ. 1998 หลังจากเรียนจบเขาได้ทำงานเป็นนักเพาะกาย[10] และ พนักงานขับรถ ลีมูซีน[11]

ในสังเวียนมวยปล้ำ[แก้]

จอห์น ซีนา ได้ฝึกฝนในสมาคม Ultimate University โดยใช้ชื่อในการปล้ำว่า เดอะ โปรโตไทพ์ หรือ มิสเตอร์พี[12] และได้แชมป์เฮฟวี่เวท ในเดือนเมษายน ปี 2000 และได้แชมป์แทคทีม คู่กับ ริโก คอนสแตนติโน 2 สมัย[13] และในปี 2001 ได้เซ็นสัญญากับ WWF (ภายหลังเปลี่ยนเป็น WWE ในปี 2002 - ปัจจุบัน) ในสไตล์เด็กแร็พและในปัจจุบันในสไตล์ทหาร

เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ / ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (2002 - ปัจจุบัน)[แก้]

สแมคดาวน์ (2002 - 2005)[แก้]

ซีนาได้เปิดตัวครั้งแรกวันที่ 27 มิถุนายน ค.ศ. 2002 ในศึก สแมคดาวน์ และเปิดศึกกับ เคิร์ต แองเกิล[14] ซึ่ง เคิร์ต แองเกิล ได้ขึ้นมาบนเวทีและท้านักมวยปล้ำคนไหนก็ได้ให้ออกมาสู้กับเขาและเป็นซีนาที่ออกมารับคำท้า และแมตช์นั้นเองคือแมตช์การปล้ำแมตช์แรกของเขาใน WWE สุดท้าย จอห์น ซีนา ก็เป็นฝ่ายแพ้ให้กับ เคิร์ต แองเกิล ไปในที่สุด[15] จากนั้นมา ซีนาก็กลายเป็นขวัญใจของแฟนๆมวยปล้ำ พร้อมทั้งหันไปเปิดศึกกับ คริส เจอริโค และเอาชนะคริส เจอริโค ในศึก เวนเจินส์ (2002) มาได้อีกด้วย ในเดือนตุลาคม ซีนาได้จับคู่กับ บิลลี คิดแมน ร่วมปล้ำในทัวร์นาเมนต์หาแชมป์แทคทีม WWE แต่ก็แพ้ตกรอบแรกไป[16] ทำให้ซีนาโมโห ทำร้ายคิดแมน และกลายเป็นฝ่ายอธรรม

ซีนาเล่นงานเคิร์ต แองเกิล ด้วยท่า Attitude Adjustment (ชื่อเดิม F-U)

ในศึก แบคแลช 2003 จอห์น ซีนา ได้มีโอกาสชิงแชมป์ WWE กับ บร็อก เลสเนอร์[17][18][19] ตอนนี้เองที่ซีนาได้คิดท่าไม้ตาย F-U (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Attiude Adjustment) ซึ่งล้อเลียนท่าไม้ตาย F-5 ของ บร็อก เลสเนอร์ สุดท้ายซีนาก็ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ จากนั้นซีนาก็ไปเปิดศึกกับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ และเป็นฝ่ายแพ้ไป ในศึก เวนเจินส์ (2003)[20] เมื่อถึงท้ายปี ซีนาก็หันกลับมาเป็นฝ่ายธรรมะอีกครั้ง และได้ร่วมทีมกับเคิร์ต แองเกิล เอาชนะทีมของบร็อก เลสเนอร์ ไปได้ ในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ 2003[21][22]

ซีนา กับแชมป์ยูเอส

ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 20 ซีนาได้คว้าแชมป์ยูเอสจาก บิ๊กโชว์ และเป็นแชมป์เส้นแรกของเขาในสมาคม WWE[23] หลังจากนั้นก็ทำให้ซีนาเป็นขวัญใจของแฟนๆ มวยปล้ำทั่วประเทศและเขาไปดัดแปลงลักษณะของเข็มขัดให้สามารถหมุนได้เป็นที่นิยมของเด็กๆ และ วัยรุ่นเป็นอย่างมาก[24][25] และหลังจากนั้นซีนาก็พัฒนาฝีมือการปล้ำได้เยอะเลยทีเดียว

ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 21 ซีนาได้คว้าแชมป์ WWE ครั้งแรกจาก เจบีแอล[26] และเมื่อซีนาได้ครองเข็มขัดแชมป์ทั้งสองเส้นนั้น เขาไปดัดแปลงลักษณะของเข็มขัดให้สามารถหมุนได้ เป็นที่นิยมของเด็กๆ และวัยรุ่นเป็นอย่างมาก ซึ่งดัดแปลงเหมือนแชมป์ยูเอส อีกทั้งตัวเขายังเป็นขวัญใจสาวๆหลายๆคนอีกด้วย ในศึก จัดจ์เมนท์เดย์ 2005 ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับเจบีแอล ในแมตช์การปล้ำ I Quit Match สุดท้ายซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ[27]

รอว์ (2005 - ปัจจุบัน)[แก้]

หลังจากนั้น แชมป์ WWE ซีนาก็ถูกดราฟท์ไปอยู่รอว์ โดยสลับกับแชมป์โลกเฮฟวี่เวท บาติสตา ที่ถูกดราฟท์ไปอยู่สแมคดาวน์[28] โดยซีนาได้เปิดศึกกับ คริส เจอริโค เป็นคนแรกหลังจากย้ายมาอยู่รอว์ และซีนาก็เอาชนะเจอริโคมาได้หลายต่อหลายครั้ง[29] จนกระทั่งเจอริโคต้องห่างหายจากการปล้ำ จากนั้น เคิร์ต แองเกิล ก็มาขอท้าชิงแชมป์ WWE กับซีนา สุดท้ายซีนาก็เอาชนะแองเกิลได้เกือบทุกครั้ง

ซีนาในช่วงที่เปิดศึกกับ เอดจ์

ในศึก นิวเยียร์สเรโวลูชั่น (2006) ซีนาได้เสียแชมป์ WWE ให้กับ เอดจ์ เพราะหลังจากที่ ซีนาชนะทั้ง เคิร์ต แองเกิล, ชอว์น ไมเคิลส์, เคน, คริส มาสเตอร์ และคาร์ลิโต้ สามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้ ในแมตช์การปล้ำ อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ แมทช์ แต่เอดจ์ใช้แผนสกปรก โดยการใช้กระเป๋าเอกสารสิทธิ์มันนีย์อินเดอะแบงก์ ชิงแชมป์ WWE กับซีนา ในสภาพไม่พร้อมปล้ำ สุดท้ายซีนาก็เสียแชมป์โลกเป็นครั้งแรกให้กับเอดจ์[30] ทำให้ซีนาแค้นมาก หลังจากนั้น ซีนาได้เปิดศึกกับเอดจ์ ในศึก รอยัลรัมเบิล (2006) ซีนาได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE กับเอดจ์ สุดท้ายซีนาก็สามารถเอาชนะเอดจ์ และคว้าแชมป์ WWE สมัยที่ 2 มาครองได้สำเร็จ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 22 ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับสุดยอดนักมวยปล้ำของ WWE ทริปเปิล เอช เป็นครั้งแรก สุดท้าย จอห์น ซีนา ก็เป็นฝ่ายชนะและป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้สำเร็จ ในศึก แบคแลช (2006) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ ทริปเปิล เอช และ เอดจ์ ในแมตช์การปล้ำ 3 เส้า สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะและป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ ในศึก วันไนท์สแตนด์ (2006) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ ร็อบ แวน แดม โดยการใช้กระเป๋าเอกสารสิทธิ์มันนีย์อินเดอะแบงก์ ชิงแชมป์ WWE กับซีนา สุดท้ายเอดจ์ได้มาก่อกวนการปล้ำของซีนา ทำให้ซีนาเสียแชมป์ให้กับร็อบ แวน แดม และก็ถูกเอดจ์ทิ้งลงแม่น้ำภายหลังจากที่เสียแชมป์ให้ และเข็มขัดก็ถูกเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นตัว "R" ในศึก อันฟอร์กิฟเว่น (2006) ซีนาได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE กับเอดจ์ ในแมตช์การปล้ำการต่อสู้ด้วยโต๊ะ บันได และเก้าอี้ สุดท้ายซีนาก็สามารถเอาชนะเอดจ์ ได้อีกครั้งและคว้าแชมป์ WWE สมัยที่ 3 มาครองได้สำเร็จ และเปลี่ยนจากรูป "R" มาเป็น "W" ดังเดิม และหลังจากนั้นซีนาก็สามารถชนะนักมวยปล้ำที่เก่งกาจได้หลายคนทั้ง ทริปเปิล เอช, ชอว์น ไมเคิลส์, เอดจ์, เคิร์ต แองเกิล, คริส เจอริโค, แรนดี ออร์ตัน, บิ๊กโชว์ ทำให้พูดได้ว่า ซีนากลายเป็นนักมวยปล้ำที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคนี้อีกด้วย และท้ายที่สุดซีนาอาจจะกลายเป็นหนึ่งในตำนานของ WWE อย่างเช่น สโตน โคลด์ สตีฟ ออสติน, เดอะ ร็อก, ฮัลค์ โฮแกน, เบรต ฮาร์ต และ ดิอันเดอร์เทเกอร์

ซีนากับแชมป์ WWE ในปี ค.ศ. 2007

ในศึก รอยัลรัมเบิล (2007) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ อูมาก้า ในแมตช์การปล้ำ Last Man Standing Match สุดท้ายซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ ในศึก โนเวย์เอาท์ (2007) ซีนาต้องจับคู่กับ ชอว์น ไมเคิลส์ เจอกับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ และบาติสต้า สุดท้ายซีนาและชอว์นก็เอาชนะไปได้สำเร็จ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 23 ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับนักมวยปล้ำมากฝีมือระดับตำนานอย่าง ชอว์น ไมเคิลส์ ผลสรุปคือสู้กันอย่างสูสีและเป็นซีนาที่ป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ[31]

หลังจากนั้น จอห์น ซีนาก็ครองแชมป์ได้ยาวนานตั้งแต่ปี 2006 - 2007 ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2007) ซีนาต้องป้องกันแชมป์กับ แรนดี ออร์ตัน สุดท้ายซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ ต่อมาออร์ตันได้ไปทำร้ายพ่อของซีนา ด้วยการเตะศีรษะ ทำให้ซีนาแค้นและโมโหออร์ตันมาก ต่อมาซีนาจึงอัดและเล่นงานออร์ตันอย่างหนักและให้พ่อของตนเอาคืนออร์ตัน โดยเตะกะโหลกศีรษะทำเอาออร์ตันเจ็บหนักมาก ต่อมาซีนาก็ต้องสละแชมป์ของตนและพักการปล้ำเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ทำให้ซีนาต้องพักการปล้ำไปเป็นเวลานานหลายเดือน[32]

ในศึก รอยัลรัมเบิล (2008) ซีนาได้กลับมาร่วมในแมตช์การปล้ำ รอยัลรัมเบิล ครั้งนี้ ซึ่งเขาสามารถเอาชนะ ทริปเปิล เอช และ บาติสต้า ในรอบ 3 คนสุดท้าย โดยการจับเหวี่ยงจนหมด เขาเป็นผู้ชนะเลิศ รอยัลรัมเบิล ที่ขึ้นมาเป็นคนที่ 30 เช่นเดียวกับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ ที่ขึ้นมาเป็นคนที่ 30 เมื่อปี 2007[33] ในศึก โนเวย์เอาท์ (2008) ซีนาได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE ล่วงหน้ากับ แรนดี ออร์ตัน เจ้าของตำแหน่ง[34] สุดท้ายซีนาก็ไม่สามารถคว้าแชมป์ WWE กลับคืนมาได้[35] ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 24 ซีนาจะต้องเจอกับแรนดี ออร์ตัน และทริปเปิล เอช ในแมตช์การปล้ำ 3 เส้า เพื่อชิงแชมป์ WWE[36] สุดท้ายซีนาก็ไม่สามารถนำแชมป์โลกกลับมาเป็นของตนได้เหมือนนักมวยปล้ำคนก่อนๆ[37]

ต่อมาซีนาได้หันไปเปิดศึกกับบาติสตา เนื่องจากมีปัญหาเข้าใจผิดที่ซีนาจะใช้เก้าอี้ตีใส่เจบีแอล แต่เจบีแอลหลบได้ เลยพลาดไปถูกบาติสตา ทำให้คู่นี้กลายเป็นคู่กรณีกันโดย 2 คนนี้ถูกให้จับคู่กันเพื่อไปชิงแชมป์แทคทีมกับ เดอะเลกาซี (โคดี โรดส์ และ เท็ด ดิบิอาซี) ซึ่งก็สามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ แต่เป็นเพราะคู่นี้เป็นคู่กรณีกัน จึงไม่มีความสามัคคี ทำให้อีก 1 อาทิตย์ต่อมา ต้องเสียแชมป์กลับคืนให้กับเดอะเลกาซี ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2008) ซีนาต้องเจอกับบาติสตา สุดท้ายซีนาโดนท่า Batista Bomb ท่าไม้ตายของบาติสตา แพ้ไปอย่างหมดรูป ทำให้ซีนาต้องพักการปล้ำไปนานพอควรเลยทีเดียว[38][39] สุดท้ายซีนาก็ได้กลับมาชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทจากคริส เจอริโค ในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2008) และเอาชนะมาได้สำเร็จ[40] แต่เข็มขัดเส้นนี้ก็ยังไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงรูปแบบแต่อย่างใด ในศึก อาร์มาเกดดอน (2008) ซีนาต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับเจอริโค สุดท้ายซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ

ในศึก รอยัลรัมเบิล (2009) จอห์น ซีนา จะต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับเจบีแอล สุดท้ายซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ ในศึก โนเวย์เอาท์ (2009) ซีนาต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ในกรงเหล็กมรณะ หรือ อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ แมทช์ กับนักมวยปล้ำถึง 5 คน ได้แก่ เรย์ มิสเตริโอ, เคน, ไมค์ นอคซ์, คริส เจอริโค และ โคฟี คิงส์ตัน ผลปรากฏว่า ตอนเปิดตัว เอดจ์ได้วิ่งเข้ามาลอบทำร้ายโคฟี หลังจากเสียแชมป์ WWE ให้กับ ทริปเปิล เอช ไปแล้ว ทำให้โคฟีหมดสิทธิ์การปล้ำ และเอดจ์ก็เข้าไปในกรงแทน และก็ใช้กลโกงสารพัดจนกระชากเข็มขัดแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ไปจากซีนา[41] ซีนาแค้นมากที่ตนเสียแชมป์โลกให้เอดจ์ ตนจึงพยายามหาโอกาสชิงเข็มขัดคืนมาแต่ก็ไม่ได้ซักที เพราะ วิคกี เกอร์เรโร ภรรยาของเอดจ์ ซึ่งเป็นผู้จัดการทั่วไปของสแมคดาวน์ ได้กีดกันทุกวิถีทางไม่ให้เอดจ์ได้เจอกับซีนา แต่ซีนาก็ไม่ยอมแพ้ขู่วิคกีเรื่องที่เธอแอบเป็นกิ๊กกับบิ๊กโชว์ จนเธอจำต้องยอมให้ซีนาได้ชิงแชมป์กับเอดจ์ แต่สุดท้ายความจริงก็ปรากฏให้เอดจ์รู้ว่าเธอปันใจให้กับบิ๊กโชว์ ทำให้คู่นี้กลายเป็นศัตรูกัน ทั้งๆที่กะจะรุมซีนา แต่แรก 3 คนนี้ได้เจอกัน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 25 ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ผลปรากฏว่า ซีนาได้จัดการใส่ Attitude Adjustment เล่นงานทั้งเอดจ์ และบิ๊กโชว์ จนคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 5 มาได้สำเร็จ[42]

แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น เอดจ์ได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับซีนาอีกครั้ง ในศึก แบคแลช (2009) ซึ่งเป็นโอกาสสุดท้ายของเอดจ์ ที่จะได้ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ทั้งคู่เจอกันในรูปแบบการปล้ำ Last Man Standing Match ซึ่งใครล้มลงไปนอนกับพื้นแล้วถูกกรรมการนับ 10 ก็จะเป็นฝ่ายแพ้ไป ผลปรากฏว่า ซีนาถูกบิ๊กโชว์เล่นงานด้วยท่า โชคสแลม กับไฟสปอตไลท์ยักษ์ ทำให้ซีนาสลบและแพ้แบบหมดรูป และต้องเสียแชมป์คืนให้กับเอดจ์[43] ซีนาแค้นมากจึงขอท้าเจอกับบิ๊กโชว์ ในศึก จัดจ์เมนท์เดย์ (2009) สุดท้ายซีนาก็เอาชนะไปได้สำเร็จ[44] ต่อมาบิ๊กโชว์จึงไปขอท้าเจอกับซีนาอีกครั้ง ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2009) ในแมตช์การปล้ำ Submission Match ใครตบพื้นก่อนยอมแพ้ สุดท้ายบิ๊กโชว์ต้องตบพื้นยอมแพ้ ด้วยท่า STF ทำให้ซีนาได้ล้างแค้นบิ๊กโชว์ อย่างสะใจ[45] ต่อมาซีนาได้เปิดศึกกับ เดอะ มิซ และท้าเจอกัน ในศึก เดอะแบช (2009) สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายเอาชนะมาได้สำเร็จ

ซีนาในปี ค.ศ. 2009

ซีนาได้เปิดศึกกับ แรนดี ออร์ตัน ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2009) ซีนาต้องเจอกับออร์ตัน และทริปเปิล เอช ในแมตช์การปล้ำ 3 เส้า เพื่อชิงแชมป์ WWE สุดท้ายซีนาก็ไม่สามารถคว้าแชมป์ WWE คืนมาได้ ในศึก เบรกกิ้งพอยท์ (2009) ซีนาต้องเจอกับออร์ตัน ในแมตช์การปล้ำ I Quit Match ชิงแชมป์ WWE สุดท้ายซีนาก็สามารถเอาชนะออร์ตัน และคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 6 มาครองได้สำเร็จ ในศึก เฮลอินเอเซล (2009) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับออร์ตัน ในแมตช์การปล้ำเฮลล์อินเอเซลล์ แมทช์ หรือ นรกในกรงเหล็ก สุดท้ายซีนาก็เสียแชมป์ให้กับออร์ตัน ในศึก แบรกกิ้ง ไรท์ส (2009) ซีนาได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE กับออร์ตันอีกครั้ง ในแมตช์การปล้ำ ไอรอน แมน แมทช์ โดยถ้า ซีนาแพ้ ซีนาจะต้องออกจากรอว์ และย้ายไปอยู่สแมคดาวน์ สุดท้ายซีนาก็สามารถเอาชนะออร์ตัน และคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 7 มาครองได้สำเร็จ ซึ่งชนะไป 6-5[46] ในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2009) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับกลุ่ม ดี-เจเรเนชั่น เอ็กซ์ ทั้ง ทริปเปิล เอช และ ชอว์น ไมเคิลส์ ในแมตช์การปล้ำ 3 เส้า สุดท้ายซีนาสามารถเอาชนะทั้ง ทริปเปิล เอช และ ชอว์น ไมเคิลส์ และป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้สำเร็จ

ซีนาได้เปิดศึกกับนักมวยปล้ำหน้าใหม่ เชมัส ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2009) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ เชมัส ในแมตช์การปล้ำ Table Match สุดท้ายซีนาก็เสียแชมป์ให้กับเชมัส[47] ในศึกรอว์ ซีนาได้รับรางวัล สแลมมีอะวอร์ด รางวัลซูเปอร์สตาร์แห่งปี ประจำปี 2009 โดยต้องปล้ำรอบ 4 คนสุดท้าย โดยซีนาชนะ ซีเอ็ม พังก์ และเข้ารอบชิงชนะเลิศกับออร์ตัน หลังจากออร์ตันเอาชนะอันเดอร์เทเกอร์ ได้ในรอบ 4 คนสุดท้าย และเป็นซีนาที่เอาชนะออร์ตัน ได้และคว้ารางวัลนี้ไปครองได้สำเร็จ

ซีนากับแชมป์ WWE ในปี ค.ศ. 2010

ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2010) ซีนาสามารถคว้าแชมป์ WWE กลับคืนมาจากเชมัส ได้อีกครั้งโดยปล้ำ อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ แมทช์ โดยซีนาเอาชนะทั้ง 5 คน มาได้สำเร็จ คือ เชมัส, ทริปเปิล เอช, แรนดี ออร์ตัน, โคฟี คิงส์ตัน และ เท็ด ดิบิอาซี แต่หลังจากจบการแข่งขัน บาติสตากลับออกมาเล่นงานซีนา จนทำให้ต้องเสียแชมป์ WWE ให้กับบาติสตา อย่างรวดเร็ว[48] จนทำให้ซีนาโมโหมาก แต่ก็ถูกบาติสตาเข้ามาลอบทำร้ายตลอดเวลา ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 26 ซีนาได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE กับบาติสตา สุดท้ายซีนาก็สามารถเอาชนะบาติสตาได้ด้วยท่า STF ทำให้ซีนาได้แชมป์โลกเป็นสมัยที่ 9 และเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของซีนา และเป็นครั้งแรกด้วยที่ซีนาเอาชนะบาติสตามาได้สำเร็จ[49] แต่เรื่องยังไม่จบ บาติสตาได้มาลอบทำร้ายซีนา ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2010) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ บาติสตา ในแมตช์การปล้ำ Last Man Standing Match สุดท้ายซีนาก็สามารถเอาชนะไปได้อีกครั้งเป็นครั้งที่ 2 ทำให้ซีนาป้องกันแชมป์ WWE ของตนเอาไว้ได้[50] ในศึก โอเวอร์เดอะลิมิต (2010) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ บาติสตา อีกครั้ง ในแมตช์การปล้ำ I Quit Match สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน และซีนาก็ป้องกันแชมป์ของตนเอาไว้ได้อีกครั้ง[51] และทำให้บาติสตาได้ประกาศลาออกจากวงการมวยปล้ำของ WWE

ในศึก เฟทัลโฟร์เวย์ (2010) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ แรนดี ออร์ตัน, เชมัส และ เอดจ์ ในแมตช์การปล้ำ 4 เส้า สุดท้ายซีนาก็ต้องเสียแชมป์ WWE คืนให้กับเชมัส เพราะกลุ่มเอ็นเอ็กซ์ที ซีซั่น 1 มาลอบทำร้ายซีนา[52] ในศึก มันนี่อินเดอะแบงค์ (2010) ซีนาได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE คืนจาก เชมัส ในแมตช์การปล้ำกรงเหล็ก สุดท้ายซีนาก็ไม่สามารถคว้าแชมป์คืนจากเชมัสได้ เนื่องจากกลุ่มเดอะเน็กซัส หรือ เอ็นเอ็กซ์ที ซีซั่น 1 มาก่อกวนการปล้ำของซีนาตลอดเวลา[53] ทำให้ซีนาแค้นมากแล้วไปมีเรื่องกับพวกกลุ่มเน็กซัส แล้วท้าเจอกันในแมตช์การปล้ำแทคทีม 7 ต่อ 7 ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2010) โดยซีนาจับคู่กับ เบรต ฮาร์ต, เอดจ์, คริส เจอริโค, จอห์น มอร์ริสัน, อาร์-ทรูธ และ เดอะ เกรท คาลี เพื่อมาปราบกลุ่มเดอะเน็กซัส ก่อนถึงศึกซัมเมอร์สแลม นั้น เกรท คาลีถูกกลุ่มเดอะเน็กซัส ลอบทำร้าย ทำให้ไม่สามารถมาร่วมปล้ำในครั้งนี้ได้ และต้องหาคนมาแทนโดยซีนา ได้เลือก แดเนียล ไบรอัน อดีตสมาชิกกลุ่มเน็กซัส มาปล้ำแทน โดยสุดท้ายซีนาจัดการ เวด บาร์เร็ตต์ หัวหน้ากลุ่มเน็กซัส เป็นคนสุดท้ายด้วยท่า STF ทำให้ทีม WWE เอาชนะกลุ่มเน็กซัส มาได้สำเร็จ[54] ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2010) ซีนาต้องเจอกับ เชมัส, แรนดี ออร์ตัน, เอดจ์, คริส เจอริโค และ เวด บาร์เร็ตต์ หัวหน้ากลุ่มเดอะเน็กซัส ในการปล้ำ 6 คน เพื่อชิงแชมป์ WWE สุดท้ายกลายเป็นแรนดี ออร์ตัน ที่สามารถคว้าแชมป์ WWE มาครองได้ โดยจัดการเชมัส เป็นคนสุดท้าย

ในศึก เฮลล์อินเอเซลล์ (2010) ซีนาต้องเจอกับ เวด บาร์เร็ตต์ โดยถ้า ซีนาชนะ กลุ่มเน็กซัส จะต้องแตกทีมกันไป แต่ถ้า บาร์เร็ตต์ชนะ ซีนาจะต้องเข้ากลุ่มเดอะเน็กซัส แต่สุดท้ายซีนาก็แพ้ไปให้กับบาร์เร็ตต์ จากการช่วยเหลือของ ฮัสกี แฮร์ริส และ ไมเคิล แมคกิลลิคัตตี ทำให้ซีนาต้องเข้าไปเป็นสมาชิกกลุ่มเน็กซัส[55] ในศึก แบรกกิ้ง ไรท์ส (2010) ซีนาต้องคู่กับ เดวิด โอทังก้า หนึ่งในสมาชิกกลุ่มเน็กซัส เจอกับ ดรูว์ แมคอินไตย์ และโคดี โรดส์ ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์แทคทีม WWE สุดท้ายซีนา กับโอทังก้า ก็เป็นฝ่ายชนะ และคว้าแชมป์แทคทีม WWE มาได้สำเร็จ[56] แต่ก็เสียแชมป์แทคทีมให้กับ จัสติน เกเบรียล และ ฮีท สเลเตอร์ 2 สมาชิกในกลุ่มเน็กซัส โดยซีนากับโอทังก้า ครองแชมป์แทคทีมได้แค่วันเดียวเท่านั้น[57] ในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2010) ซีนาต้องเป็นกรรมการพิเศษคู่ชิงแชมป์ WWE ระหว่าง แรนดี ออร์ตัน กับ เวด บาร์เร็ตต์ โดยถ้าบาร์เร็ตต์ชนะก็จะได้แชมป์ WWE และซีนา ก็จะได้ออกจากกลุ่มเดอะเน็กซัส อย่างถาวรแต่ถ้าบาร์เร็ตต์แพ้ ซีนาก็ต้องออกจาก WWE และเป็นออร์ตันที่ป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ ทำให้ซีนาต้องออกจาก WWE

ในศึกรอว์ ซีนาได้มาก่อกวนการปล้ำของบาร์เร็ตต์ ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์ WWE กับ แรนดี ออร์ตัน โดยซีนาได้เล่นงานบาร์เร็ตต์ ด้วยท่า Attitude Adjustment ทำให้บาร์เร็ตต์เป็นฝ่ายแพ้ให้กับออร์ตัน[58] หลังจากนั้น เวด บาร์เร็ตต์ ได้เรียก จอห์น ซีนา กลับมา WWE อีกครั้ง[59] ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2010) ซีนาจะต้องเจอกับบาร์เร็ตต์ ในรูปแบบการปล้ำ Chairs Match สุดท้าย ซีนาก็เป็นฝ่ายชนะ และล้างแค้นบาร์เร็ตต์ มาได้สำเร็จ[60]

ในศึก รอยัลรัมเบิล (2011) ซีนาได้เข้าร่วมในแมตช์การปล้ำ รอยัลรัมเบิล โดยออกมาเป็นคนที่ 22 สุดท้ายซีนาก็ไม่ได้เป็นผู้ชนะ เพราะ เดอะ มิซ เจ้าของแชมป์ WWE ได้มาก่อกวนการปล้ำของซีนา ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2011) ซีนาต้องเจอกับ แรนดี ออร์ตัน, จอห์น มอร์ริสัน, อาร์-ทรูธ, เชมัส และ ซีเอ็ม พังก์ ในแมตช์การปล้ำ อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ แมทช์ โดยถ้าใครชนะก็จะได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE ในศึก เรสเซิลเมเนีย สุดท้าย จอห์น ซีนา ก็เป็นฝ่ายชนะ โดยจัดการพังก์เป็นคนสุดท้าย ทำให้ซีนาได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE กับ เดอะ มิซ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27[61] ในศึกรอว์ ซีนาได้เจอกับ อัลเบร์โต เดล รีโอ แต่ เดอะ มิซ ก็ปลอมตัวเป็น เดอะ ร็อก มาลอบทำร้ายซีนา จนได้รับบาดเจ็บ และในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 ซีนาก็ไม่สามารถคว้าแชมป์ WWE คืนมาได้ เพราะ เดอะ ร็อก ได้มาก่อกวนการปล้ำของซีนา ทำให้ซีนาเป็นฝ่ายแพ้ให้กับมิซ[62]

ซีนา และเดอะ ร็อก ได้จับมือกันและพร้อมเจอกันในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28

ในศึกรอว์ (4 เมษายน 2011) หลังจบ เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 ซีนาเรียก เดอะ ร็อก ออกมาที่เวที และท้า เดอะ ร็อก ว่าจะเจอกัน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 โดย เดอะ ร็อก ก็รับข้อเสนอของซีนา โดยที่ ขวัญใจทั้ง 2 ยุคมาเจอกัน โดยทั้งคู่ก็จับมือรับข้อเสนอไปด้วยดี ในศึกรอว์ (18 เมษายน ค.ศ. 2011) ที่ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ จอห์น ซีนา ได้จับคู่กับ ซิน คารา เจอกับ เดอะ มิซ และ อเล็กซ์ ไรลีย์ สุดท้าย ซีนา และซิน คารา ก็เอาชนะมาได้สำเร็จ ในศึกรอว์ (25 เมษายน 2011) ซีนาได้ย้ายไปอยู่สแมคดาวน์ จากผลการดราฟท์ ในคืนเดียวกัน ซีนาได้ย้ายกลับไปอยู่รอว์ ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2011) ซีนาต้องเจอกับ เดอะ มิซ และ จอห์น มอร์ริสัน ในแมตช์การปล้ำ 3 เส้า ในกรงเหล็ก โดยมีแชมป์ WWE เป็นเดิมพัน สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะและคว้าแชมป์ WWE ไปครอง ทำให้ซีนาสามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 10 ได้สำเร็จ[62] หลังจากที่ไม่ได้แชมป์โลกมา 10 เดือน ในศึกรอว์ ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ เดอะ มิซ สุดท้ายมิซถูกจับแพ้ฟาล์ว ทำให้ซีนายังเป็นแชมป์ต่อไป ในศึก โอเวอร์ เดอะ ลิมิต (2011) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ เดอะ มิซ ในการปล้ำ I Quit Match สุดท้ายซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้สำเร็จ[63] ในศึก แคปิเทล พูนิชเมนท์ ซีนาจะต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ อาร์-ทรูธ สุดท้ายซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้สำเร็จ[64]

ซีนา กับแชมป์ WWE ในปี ค.ศ. 2011

ในศึก มันนีอินเดอะแบงก์ (2011) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับซีเอ็ม พังก์ โดยถ้า ซีนาแพ้ พังก์จะลาออกจากสมาคม พร้อมกับเข็มขัดแชมป์ WWE และซีนาก็ต้องออกจาก WWE อีกด้วย สุดท้ายซีนาก็พ่ายแพ้และเสียแชมป์ให้กับพังก์ ทำให้พังก์ได้เอาเข็มขัดแชมป์ออกจากสมาคม และซีนาต้องออกจาก WWE[65][66][67] ในศึกรอว์ (18 กรกฎาคม 2011) ทริปเปิล เอช ประธาน COO ของ WWE คนใหม่ ได้มาบอกว่า ซีนาจะไม่ถูกไล่ออกจาก WWE ในศึกรอว์ (25 กรกฎาคม 2011) ซีนาได้เจอกับ เรย์ มิสเตริโอ ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์ WWE สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายเอาชนะเรย์ และได้คว้าแชมป์ WWE เส้นใหม่ เป็นสมัยที่ 9 มาได้สำเร็จ ทำให้เรย์เป็นแชมป์ได้ไม่ถึง 1 คืนเสียด้วยซ้ำ หลังจากที่ซีนากำลังฉลองชัยชนะอยู่บนเวที ซีเอ็ม พังก์ได้ออกมาพร้อมกับเข็มขัดแชมป์ WWE เส้นเก่า และยืนจ้องหน้ากับซีนา จากนั้นต่างฝ่ายต่างชูเข็มขัดของตัวเองประกาศศักดา[68] ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2011) ซีนาต้องเจอกับพังก์ ในแมตช์ชิงแชมป์โลกอันดิสพิวเด็ด โดยมี ทริปเปิล เอช เป็นกรรมการพิเศษ สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายแพ้และเสียแชมป์ WWE ให้กับพังก์ แต่ว่าหลังจากจบแมตช์ เควิน แนช ได้ออกมาลอบทำร้ายพังก์ ทำให้ อัลเบร์โต เดล รีโอ ได้ขอใช้สิทธิ์กระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ และกระชากเข็มขัดแชมป์ WWE ไปจากพังก์ได้สำเร็จ[69]

ในศึกรอว์ (22 สิงหาคม 2011) ซีนาต้องเจอกับ ซีเอ็ม พังก์ โดยถ้าใครชนะก็จะได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE กับ อัลเบร์โต เดล รีโอ ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2011) สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะ ทำให้ซีนาได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE กับ เดล รีโอ ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะ และคว้าแชมป์ WWE ไปครอบครอง ทำให้ซีนาสามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 10 มาได้สำเร็จ[70] ในศึก เฮลอินเอเซล (2011) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ อัลเบร์โต เดล รีโอ และ ซีเอ็ม พังก์ ในแมตช์การปล้ำ 3 เส้า ในแมตช์การปล้ำเฮลล์อินเอเซลล์ แมทช์ สุดท้ายซีนาก็เสียแชมป์ WWE ให้กับ อัลเบร์โต เดล รีโอ[71] ในศึก เวนเจินส์ (2011) ซีนาได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE กับ อัลเบร์โต เดล รีโอ ในแมตช์การปล้ำลาสแมนสแตนดิ้ง สุดท้ายซีนาก็ไม่สามารถคว้าแชมป์ WWE คืนมาได้ เพราะ เดอะ มิซ และ อาร์-ทรูธ ได้มาก่อกวนการปล้ำของซีนา[72] และก็ได้หมดสิทธิ์ที่จะชิงแชมป์ WWE แล้วในตอนนี้

ในศึกรอว์ (24 ตุลาคม 2011) ในตอนแรก ซีนาจะต้องจับคู่กับ แซค ไรเดอร์ เจอกับ เดอะ มิซ และ อาร์-ทรูธ ระหว่างสัมภาษณ์ แซค ไรเดอร์ ก็ถูก มิซ และ ทรูธ มาลอบทำร้ายจนบาดเจ็บ ทำให้เป็นแมตช์การปล้ำ 2 รุม 1 ผลปรากฏว่า ซีนาชนะฟาล์ว หลังแมตช์ มิซ และ ทรูธ ได้รุมทำร้ายต่อจนผู้จัดการทั่วไปชั่วคราว จอห์น โลรีนายติส ได้ออกมาห้าม และสั่งให้ซีนาเลือกนักมวยปล้ำ 1 คน เพื่อจะจับคู่เจอกับ เดอะ มิซ และ อาร์-ทรูธ โดยซีนาได้เลือก เดอะ ร็อก มาเป็นคู่แทคทีม ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2011) ซีนา ได้จับคู่กับ เดอะ ร็อก เจอกับ ออซัม ทรูธ (เดอะ มิซ และ อาร์-ทรูธ) สุดท้าย ซีนา และ ร็อก ก็เป็นฝ่ายเอาชนะ มิซ และ ทรูธ มาได้สำเร็จ แต่ว่าหลังจากจบแมตช์ เดอะ ร็อก ได้เล่นงานซีนา ด้วยท่า Rock Bottom เป็นการปิดท้ายรายการอีกด้วย[73] ในศึก สแลมมีอะวอร์ด 2012 หรือศึกรอว์ (12 ธันวาคม 2011) ซีนาได้เจอกับ มาร์ก เฮนรี ระหว่างแมตช์การปล้ำ เคนได้กลับมาจากอาการบาดเจ็บโดยใส่หน้ากากอีกครั้ง และได้มาเล่นงานซีนา ด้วยท่า โชคสแลม ปิดท้ายรายการ[74]

ในศึกรอว์ (2 มกราคม 2012) ซีนาได้จับคู่กับ บิ๊กโชว์ และ แซค ไรเดอร์ เจอกับ เคน, มาร์ก เฮนรี และ แจ๊ค สแวกเกอร์ แต่ว่า เคน ไม่ออกมาเลยให้เป็นการปล้ำ 3 รุม 2 สุดท้าย ซีนา, บิ๊กโชว์ และ ไรเดอร์ ก็เอาชนะมาได้สำเร็จ แต่หลังจบแมตช์เพลงเปิดตัวของ เคน ดังขึ้น ซีนาเลยลงจากเวทีเดินตรงไปที่ทางเดินเปิดตัวเพื่อจะเคลียร์กับ เคน แต่ว่า เคน โผล่มาจากใต้เวทีแล้วกระทืบแซคบนเวทีจากนั้น เคน ก็ลากขาแซคกลับหลุมบนเวที แต่ซีนาก็มาช่วยแซคได้สำเร็จแล้วพยายามคลานนี้ห่างออกมาทันทีทันใดนั้นหลุมก็ระเบิดและมีเพลิงโหมออกมาจากปากหลุมทันที ในศึก รอยัลรัมเบิล (2012) ซีนา ได้เจอกับ เคน สุดท้าย ผลออกมาเป็นถูกนับ 10 แพ้ทั้งคู่ หลังแมตช์ ซีนา และ เคน ยังสู้กันต่อแลกหมัดกันไปจนเข้าไปถึงหลังเวที เคนต่อยซีนาร่วง แต่ซีนายังเตะสวนและจับเหวี่ยงไปอัดถังขยะ เคน เอาเก้าอี้กระทุ้งใส่ท้องซีนา จากนั้น เคน ก็ตีใส่หลังไม่ยั้งจนซีนาแน่นิ่ง เคน มองเห็นประตูห้องๆ หนึ่งที่มีชื่อ แซค ไรเดอร์ แปะอยู่ เคน เลยถีบประตูพังแล้วเข้าไปเจอแซค เคน เลยบีบคอแซคจนสลบ จากนั้นก็เข็นรถเข็นแซคเข้าไปในสนาม จากนั้นก็ผลักแซคตกไปกระแทกพื้น เคน ลาก แซค ขึ้นเวทีและถีบเล่น อีฟ ทอร์เรส ออกมาขอร้องแต่ เคน ไม่ฟังแถมจับแซคใส่ท่า Tombstone Piledriver ทำให้แซคบาดเจ็บอย่างหนัก แล้วก็หันไปหาอีฟ แต่ซีนาออกมาช่วยก็โดน เคน จับใส่ โชคสแลม[75] ในศึกรอว์ (13 กุมภาพันธ์ 2012) ซีนากำลังให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ เดอะ ร็อก แต่ซีนายังไม่ทันจะตอบ เสียงกริ๊ดก็ดังขึ้น!! ซีนาเลยวิ่งไปตามเสียง ก็เห็น เคนล็อกขังอีฟในรถพยาบาล พอซีนาจะเข้าไปช่วย เคนก็ออกมาลอบทำร้ายซีนา แต่ซีนาก็สู้กลับและพยายามบอกให้อีฟปลดล็อกออกมา เคนก็หนีและพยายามจะขับรถพยาบาลหนีไป แต่จังหวะนั้นอีฟเปิดประตูออกได้ แล้วกระโดดพุ่งเข้าสุ่อ้อมกอดของซีนาทันที และจังหวะที่ทั้งคู่รอดพ้นจากอันตราย ทั้งคู่ก็จูบกัน แต่แซคที่เข็นรถมาพร้อมกับดอกไม้ในมือ ดันเห็นภาพเหตุการณ์นี้เข้า!! ทั้ง ซีนา และ อีฟ เลยผลักกันออกมา แต่สายไปเสียแล้ว แซคได้แต่ทำหน้าผิดหวังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในคืนเดียวกัน เคน ได้มาลอบทำร้ายแซค โดยการเข็นรถเข็นของแซค พุ่งกระเด็นไปกระแทกพื้นคอนกรีต ซีนาเห็นเข้าจึงรีบวิ่งมาดูอาการแล้วส่งสัญญาณมือ "X" ทันที อีฟก็ออกมาดูอาการ ทีมงานก็เอาเตียงพยาบาลมาช่วยพยุงร่างแซค โดยซีนาดูอาการอย่างใกล้ชิด ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2012) ซีนา ได้เจอกับ เคน อีกครั้ง ในแมตช์การปล้ำจับคู่ต่อสู้ยัดใส่รถพยาบาล สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายเอาชนะ เคน และล้างแค้นให้แซคได้สำเร็จ[76]

ในศึกรอว์ (20 กุมภาพันธ์ 2012) ซีนา ออกมา และพูดถึง เดอะ ร็อก ว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ในวันนี้ แต่สัปดาห์หน้าเขาจะมา เพื่อมาคุยกับชั้น เมื่อก่อนชั้นก็เคยชอบเค้านะ แต่ตอนนี้น่ะเอียนแล้ว ก็ยินดีกับมันด้วยละกันกับการที่แสดงหนังอันดับหนึ่งของบ๊อกซ์ออฟฟิซ สัปดาห์หน้ามันก็คงมารอว์ ทำท่ายักคิ้วให้คนดูดีใจ จากนั้นก็กลับไปฮอลลีวู้ดเหมือนเดิม สิ่งที่ชั้นภาคภูมิใจก็คือ ชั้นอยู่กับ WWE มาตลอด 7 ปีที่ผ่านมา และไม่เคยจากไปไหน แล้วที่ เดอะ ร็อก มันกลับมาคราวก่อนน่ะนะ มันก็แค่มาโปรโมต Fast Five กับ ทวิตเตอร์ ของมันเท่านั้น ชั้นคนนี้คือคนที่อยู่กับ WWE ตลอด ชั้นขึ้นปล้ำในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 อย่างภาคภูมิใจในฐานะนักมวยปล้ำ พาดหัวข่าวหลังจากคืนนั้นจะต้องเป็น ซีนา เอาชนะ เดอะ ร็อก ในบ้านเกิดของเขา ไมอามี ฟลอริดา เอาไว้เจอกันในศึก เรสเซิลเมเนีย ก็แล้วกัน ในศึกรอว์ (27 กุมภาพันธ์ 2012) เดอะ ร็อก ออกมาทักทายแฟนๆ ในสนาม และพูดถึง ซีนา ว่า ชั้นไม่คิดว่านายเป็นคนเลวหรอกนะ แต่นายแค่เป็นคนกระจอกๆ เท่านั้นเอง ซีนา สัปดาห์ก่อนนายพูดจาพาดพิงถึงชั้น นายบอกว่านายจะต่อสู้ในฐานะตัวแทนนักมวยปล้ำทุกคน แต่ชั้นจะสู้เพื่อแฟนๆ ทุกคน แฟนๆ ที่เบื่อหน่ายแกที่ทำอะไรซ้ำๆ ซากๆ ทุกค่ำคืน ซีนา ออกมาตอบโต้ และบอกว่าเขาไม่ชอบ ดเวย์น จอห์นสัน จะจัดการกับมันในศึก เรสเซิลเมเนีย ก่อนจะเดินจากไป เดอะ ร็อก บอกว่าความจริงแล้ว เดอะ ร็อก กับ ดเวย์น จอห์นสัน มันก็คนเดียวกัน และมันก็ไม่สำคัญหรอก เพราะว่าในศึก เรสเซิลเมเนีย ชั้นจะเตะก้นแก If You Smell What the Rock is Cooking? ในศึกรอว์ (12 มีนาคม 2012) ซีนา ออกมาในมาดของ Dr.Thuganomics ใส่หมวกกลับหัว, โซ่ห้อยคอ, เสื้อบาสเก็ตบอล และใช้เพลงเปิดตัวแบบเก่าของตัวเองด้วย ซีนา เริ่มพูดด้วยสำเนียงเด็กแร็ปด่า เดอะ ร็อก ว่าเป็นพวกทรยศเหมือนกับ ลีบอร์น เจมส์ (นักบาสเก็ตบอลที่ย้ายหนีไปจากคลีฟแลนด์) สัปดาห์ก่อน เดอะ ร็อก หรือไอ้ ดเวย์น จอห์นสัน มันโกรธว่ะ มันบอกให้ชั้นหุบปาก แต่หลังจากวันที่ 1 เมษายน มันจะต้องไปศัลยกรรมใบหน้าเหมือนกับที่มันเคยทำศัลยกรรมนมมาแล้ว Team Bring It เหรอ พวกมันไม่น่ากลัวหรอก เพราะ เดอะ ร็อก มันเป็น Tooth Fairy ชั้นจะกระทืบก้นแกในศึก เรสเซิลเมเนีย และเอาถั่วยัดใส่หน้าแก ในคืนเดียวกัน เดอะ ร็อก ออกมาพร้อมกับกีตาร์โปร่งเพื่อจัด Rock Concert ทักทายแฟนๆ ชาวคลีฟแลนด์แล้ว เดอะ ร็อก ก็เริ่มเล่นกีตาร์และร้องเพลงที่แต่งเอง เป็นเพลงด่า ซีนา หลังร้องเสร็จแล้ว เดอะ ร็อก ก็ประกาศจะกระทืบ ซีนา ในศึก เรสเซิลเมเนีย ต่อด้วยเปิดเพลง We Will Rock You ฉบับดัดแปลงด่า ซีนา มาร้องกับแฟนๆ ในสนามเป็นการปิดรายการ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 ซีนา ได้เจอกับ เดอะ ร็อก เป็นแมตช์ที่ขวัญใจทั้ง 2 ยุคมาเจอกัน สุดท้าย ซีนา ก็เป็นฝ่ายแพ้ให้กับ เดอะ ร็อก ไปในที่สุด[77]

ซีนา กับ บร็อก เลสเนอร์ ในศึกรอว์ (2 เมษายน 2012)

ในศึกรอว์ (2 เมษายน 2012) ซีนา ออกมาพูด ยอมรับว่าเขาไม่คิดมาก่อนว่าจะแพ้ แต่ก็แพ้จนได้ เขาไม่ได้ออกมาเพื่อจะขอสู้กันอีกครั้ง เพราะด่ากันไปมาปีกว่าแล้ว และก็ได้ตัดสินกันไปแล้วเมื่อคืนนี้ ซีนา บอกว่าเขาขอยอมรับว่า เดอะ ร็อก คือสตาร์ WWE ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในวงการ แต่ บร็อก เลสเนอร์ ออกมา และขึ้นมาประจันหน้ากับ ซีนา เพื่อขอจับมือ ที่ไหนได้ ซีนา โดน เลสเนอร์ จับใส่ท่า F-5[78] ในศึกรอว์ (9 เมษายน 2012) ซีนา ออกมาขัดจังหวะ แล้วก็เดินมาตบหน้าเลสเนอร์ เลยโดน เลสเนอร์ คร่อมต่อยเป็นชุดจนเลือดกบปาก ร้อนถึงสตาร์ WWE คนอื่นๆ ต้องออกมาช่วยกันจับแยก และในคืนเดียวกัน ซีนา ได้เจอกับ เดวิด โอทังก้า สุดท้าย ซีนา ก็เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้สำเร็จ แต่ว่าหลังจากจบแมตช์ เลสเนอร์ โผล่มาเตะผ่าหมาก ซีนา แล้วต่อด้วย F-5 ก่อนจะเดินจากไป[79] ในศึกรอว์ (23 เมษายน 2012) ซีนา และ เลสเนอร์ จะต้องเซ็นสัญญาเพื่อที่จะเจอกันในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2012) ในช่วงต้นรายการ ทีโอดอร์ ลอง ประกาศแนะนำตัว ซีนา ออกมาก่อนจากนั้นก็ประกาศเรียก เลสเนอร์ คนที่ออกมากลายเป็น จอห์น โลรีนายติส บอกว่า เลสเนอร์ ยังมาไม่ถึงและสั่งให้ ซีนา กลับไปก่อน และ เอดจ์ ก็ออกมาคุยกับซีนา บอกว่าชั้นไม่ได้มาเพื่อพูดกับ จอห์น ซีนา คนนี้ ชั้นไม่รู้จัก จอห์น ซีนา คนนี้ รู้จักแต่ จอห์น ซีนา ที่เป็นคู่ปรับตลอดกาลของชั้น คนที่พ่อของมันเคยถูกฉันตบหน้า แล้วมันก็มาเอาคืนด้วยการอัดฉันตกบันไดทะลุโต๊ะในแมตช์ TLC นายอย่าลืมว่า เลสเนอร์ มันไม่ได้มาเพื่อแฟนๆ มันมาเพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าของมันเท่านั้น มันออกไปจากสมาคมเมื่อ 8 ปีก่อนในขณะที่เราสองคนช่วยกันประคองสมาคมมา นายเป็นตัวแทนของบรรดานักมวยปล้ำที่ทุ่มเทเพื่อสมาคมมาตลอด ถ้านายไปแพ้ เลสเนอร์ มันก็เท่ากับเป็นการตบหน้าคนอย่าง ชอว์น ไมเคิลส์, ดิอันเดอร์เทเกอร์ และตบหน้าฉันด้วย ฉันไม่ได้ขอให้แกเอาชนะ เลสเนอร์ แต่ชั้นขอสั่งให้แกทำ เอดจ์ ก็เดินจากไป ในช่วงท้ายรายการ โลรีนายติส ก็ได้ออกมาเตรียมการเซ็นสัญญาระหว่าง ซีนา และ เลสเนอร์ ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ ซีนาออกมาโดยใส่โซ่คล้องคอมาด้วยจากนั้นก็ถอดโซ่ออกมากำไว้ในมือแต่ เลสเนอร์ ก็ไม่กลัว เลสเนอร์ บอกให้ ซีนา เซ็นสัญญา เลสเนอร์ บอกว่าแกกำลังกลัวอยู่ใช่มั้ยล่ะฉันสัมผัสได้ถึงกระแสจิตที่ออกมาจากตัวแกว่าแกกำลังกลัว ซีนา เซ็นเสร็จแล้วก็โยนใส่ เลสเนอร์ เลยทำท่าเหมือนจะต่อยกัน เลสเนอร์ แค่ล้มโต๊ะ ซีนา ก็สะดุ้งและถอยเล็กน้อย เลสเนอร์ หัวเราะเยาะก่อนจะเดินกลับไป[80] ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ ซีนา ได้เจอกับ บร็อก เลสเนอร์ ในแมตช์การปล้ำเอ็กซ์ตรีมรูลส์ สุดท้าย ซีนา ก็เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้สำเร็จ หลังแมตช์ ซีนา เอาไมค์มาประกาศว่าเขาอาจจะต้องจากไปสักพัก เพราะบาดเจ็บจากแมตช์นี้ แล้วก็อวยพรให้แฟนๆ กลับบ้านอย่างปลอดภัย[81][82][83]

ในศึกรอว์ (30 เมษายน 2012) ซีนา ออกมาโดยมีการเข้าเฝือกอ่อนที่แขนซ้าย ซีนาบอกว่า ทริปเปิล เอช แขนหัก จากการถูก เลสเนอร์ เล่นงานหักแขน และเมื่อคืนชั้นก็เจอแบบเดียวกัน แต่ตอนนี้ชั้นก็มาอยู่ที่นี่แล้ว จากการทำ MRI สแกนพบว่ากล้ามเนื้อไม่ฉีก ดังนั้นเขาจึงยังอยู่ใน WWE มันมีการเจ็บอยู่สองประเภท คือ บาดเจ็บ กับเจ็บ ถ้าบาดเจ็บก็ต้องถูกส่งกลับบ้าน แต่ถ้าแค่เจ็บ เขาก็สามารถออกมาทำในสิ่งที่เขารักได้ จอห์น โลรีนายติส ออกมา บอกว่าเขานำเอา บร็อก เลสเนอร์ กลับมาในฐานะสัญลักษณ์คนใหม่ของสมาคม และบอกว่าคนที่จะเจอกับ ซีนา ในศึก โอเวอร์เดอะลิมิต (2012) ออกมาแล้ว คือ ลอร์ด เทนไซ ขึ้นเวทีมาเตรียมจะรุมซีนา ที่ไหนได้ โลรีนายติส อัดใส่ซีนาจากด้านหลังแล้วบอกว่าคนที่จะเจอกับซีนา ในศึก โอเวอร์เดอะลิมิต คือ โลรีนายติส นั่นเอง จากนั้นซีนาก็ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บหนักที่แขนซ้าย[84] ในศึกรอว์ (14 พฤษภาคม 2012) โลรีนายติส ออกมาล้อเลียนคนดูที่เชียร์ซีนาว่าเป็นไอ้พวกขี้แพ้ เพราะซูเปอร์สตาร์ที่คุณชอบก็สะท้อนถึงตัวตนคุณ ซีนา เป็นไอ้ขี้แพ้ ทำให้แฟนๆ ของเขาเป็นไอ้ขี้แพ้ด้วยมันแพ้ เดอะ ร็อก และถูก เลสเนอร์ อัดเละ ซีนา ออกมาล้อเลียน โลรีนายติส และ อีฟ ก็ออกมายื่นแฟกซ์ให้อ่าน ซีนา แย่งเอาไปอ่าน บอกว่าเป็นแฟกซ์จากสำนักงานใหญ่ WWE สั่งให้แมตช์ระหว่างซีนากับโลรีนายติส เป็นแมตช์ตัวต่อตัว ห้ามมีผู้ติดตาม ไม่มีกรรมการพิเศษ ชนะด้วยการกดหรือซับมิชชั่นเท่านั้น ถ้าซูเปอร์สตาร์คนไหนเข้ามาก่อกวนจะถูกไล่ออกทันที และถ้า โลรีนายติสแพ้ ก็จะถูกไล่ออกเช่นกัน ในศึก โอเวอร์เดอะลิมิต ซีนาก็เป็นฝ่ายแพ้ให้กับ โลรีนายติส[85] จากการช่วยเหลือของ บิ๊กโชว์ ที่ถูกไล่ออกไปแล้ว[86]

ในศึกรอว์ (21 พฤษภาคม 2012) ซีนา ออกมายอมรับว่า โลรีนายติส ชนะเขา แต่ก็โมโหกับสิ่งที่เกิดขึ้นเขาเกือบจะต้องไปจาก WWE อยู่แล้ว แต่ บิ๊กโชว์ กลับพาเขากลับมา บิ๊กโชว์ มาช่วยคนที่เพิ่งจะไล่เขาออก บิ๊กโชว์ เคยเป็นเพื่อนเขา แต่กลับมาชกหน้าเขา บิ๊กโชว์ ยอมขายวิญญาณไปแล้ว บิ๊กโชว์ ไม่น่าทำแบบนั้นเลย เพราะถ้า โลรีนายติส ถูกไล่ออกไป ผู้จัดการคนต่อไปก็น่าจะจ้าง บิ๊กโชว์ กลับมาอยู่ดี แต่เขากลับเลือกที่จะไปเข้าข้าง โลรีนายติส และ อีฟ ออกมาเพื่อประกาศแนะนำตัว โลรีนายติส ซึ่งออกมาด้วยรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และต้องใช้ไม้ค้ำเดิน โลรีนายติส บอกว่าเขาได้รับบาดเจ็บหนักจนร่างกายซีกซ้ายขยับไม่ได้แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะชั้นชนะนายแล้ว และจากการบาดเจ็บนี้ชั้นขอประกาศเลยว่านับจากนี้ไปห้ามซูเปอร์สตาร์คนไหนมาทำร้ายเขาอีก ไม่อย่างนั้นจะถูกไล่ออกทันที และขอแนะนำคู่ต่อสู้คนต่อไปของซีนา ในศึก โนเวย์เอาท์ (2012) นั่นคือ บิ๊กโชว์[87] ในคืนเดียวกัน ซีนา จะต้องปล้ำแมตช์แฮนดิแคป โดยจับคู่กับ เชมัส เจอกับ ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์, แจ๊ค สแวกเกอร์ และ เทนไซ และมีนักมวยปล้ำฝ่ายอธรรมอยู่ข้างเวทีเป็นลัมเบอร์แจ็ค สุดท้ายแมตช์จบลงโดยไม่มีผลการตัดสินเพราะนักมวยปล้ำข้างเวทีขึ้นมารุม หลังแมตช์ บรรดาฝ่ายธรรมะก็รีบวิ่งออกมาช่วย ซีนา รีบวิ่งไปหลังเวทีเพื่อไปตามหา บิ๊กโชว์ แต่กลายเป็นเจอหมัดน็อคจนสลบไป ในศึกรอว์ (4 มิถุนายน 2012) ไมเคิล โคล ขึ้นมาบนเวทีเพื่อสัมภาษณ์ ซีนา แต่ โคล โทษ ซีนา ว่าเป็นคนทำให้ บิ๊กโชว์ เปลี่ยนไป เพราะ ซีนา ไม่ได้พยายามจะช่วยเหลือ บิ๊กโชว์ ในตอนที่เขาถูกไล่ออก แต่ ซีนา กลับออกมาเล่นตลกปัญญาอ่อนใส่ โลรีนายติส ซีนา บอก ไม่ช่วยทันทีก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ช่วย เดี๋ยวพอชนะ โลรีนายติส แล้วมันถูกไล่ออก ได้ผู้จัดการคนใหม่เขาก็ต้องจ้าง บิ๊กโชว์ กลับมาอยู่ดี โคล บอก นายจะรู้ได้ไงว่า ผู้จัดการคนใหม่จะจ้าง บิ๊กโชว์ กลับมา นายมันคิดเอาเอง ชอบเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ไม่สนใจความรู้สึกของแฟนๆ และ บิ๊กโชว์ ทำให้ บิ๊กโชว์ ต้องทำในสิ่งที่ชัวร์ที่สุดไว้ก่อนคือการเข้าร่วมกลุ่มกับ โลรีนายติส และเขาจะกระทืบนายใน โนเวย์เอาท์ และรู้เอาไว้ด้วยว่านายไม่สามารถทำร้ายผู้บรรยายได้ นี่เป็นกฎข้อใหม่ โลรีนายติส ออกมาและบอกว่าคืนนี้จะให้สิทธิ์ ซีนา เลือกคู่ต่อสู้เอง แต่ บิ๊กโชว์ ไม่อยู่ที่นี่นะ เพราะเป็นวันหยุด ส่วนชั้นก็ได้รีไทร์ไปแล้ว ซีนา บอก งั้นเลือก ไมเคิล โคล ก็แล้วกัน ในคืนเดียวกัน ซีนา ได้เจอกับ ไมเคิล โคล แต่ โลรีนายติส ออกมาสั่งให้เป็นแมตช์ไม่มีการจับแพ้ฟาวล์แต่มีข้อแม้ว่า ซีนา ต้องเจอกับ เทนไซ ก่อน สุดท้าย ซีนา ก็เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ พร้อมกับความพ่ายแพ้ครั้งแรกของ เทนไซ ด้วย และซีนาจะได้เจอกับ ไมเคิล โคล ในแมตช์การปล้ำไม่มีการจับแพ้ฟาวล์ สุดท้าย ซีนา ก็เป็นฝ่ายเอาชนะ ไมเคิล โคล มาได้สำเร็จ ในศึก โนเวย์เอาท์ ซีนา ได้เจอกับ บิ๊กโชว์ ในแมตช์การปล้ำในกรงเหล็ก โดยถ้า ซีนา แพ้จะต้องถูกไล่ออก และถ้า บิ๊กโชว์ แพ้ โลรีนายติส จะถูกไล่ออก[88] สุดท้าย ซีนา ก็เป็นฝ่ายชนะ และทำให้ โลรีนายติส ถูกไล่ออก[89]

ในศึกรอว์ (25 มิถุนายน 2012) ซีนา ออกมาเล่นตลกคาเฟ่ล้อเลียน บิ๊กโชว์ ต่างๆ นานา คริส เจอริโค ออกมาแล้วก็ไล่ ซีนา บอกว่าคืนนี้เป็นคืนที่จะต้องต้อนรับการกลับมาของชั้น ไม่ใช่ให้แกมาเล่นตลกโชว์ ซีนา บอก ตอนนี้ บิ๊กโชว์ มันกำลังคลั่ง มันจะเข้าร่วมแมตช์มันนีอินเดอะแบงก์ เพราะฉะนั้นชั้นจึงขอเข้าร่วมแมตช์นี้ด้วยเพื่อหยุดยั้ง บิ๊กโชว์ คริส เจอริโค บอกว่า แกจะเล่นบทฮีโร่ไปถึงไหนแมตช์มันนีอินเดอะแบงก์ มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันเป็นแมตช์ที่โหดและอาจทำให้ต้องยุติอาชีพได้เลย วิคกี เกอร์เรโร ออกมา และบอกว่าจะมีแมตช์มันนีอินเดอะแบงก์ สองแมตช์ทั้งรอว์ และ สแมคดาวน์ โดยฝั่งรอว์ จะอนุญาตให้เฉพาะอดีตแชมป์ WWE เท่านั้นที่จะมีสิทธิ์เข้าร่วมผู้ที่จะได้เข้าร่วมก็คือ บิ๊กโชว์, เคน, คริส เจอริโค และ ซีนา ในคืนเดียวกัน ซีนา ได้เจอกับ คริส เจอริโค สุดท้าย ซีนา ชนะฟาล์ว เพราะ บิ๊กโชว์ มาเล่นงานซีนา หลังแมตช์ บิ๊กโชว์ จัดการโชคสแลมใส่ ซีนา ยังไม่พอ บิ๊กโชว์ ใช้ท่า Colossal Clutch ใส่ ซีนา เป็นการปิดท้ายรายการ[90] ต่อมา ในศึก มันนี่อินเดอะแบงค์ (2012) ซีนาได้เข้าร่วมในแมตช์การปล้ำไต่บันไดคว้ากระเป๋า มันนีอินเดอะแบงก์แลดเดอร์แมตช์ ผู้ชนะจะได้เอกสารสิทธิ์ในกระเป๋าเพื่อชิงแชมป์ WWE[91] สุดท้าย ซีนา ก็เป็นฝ่ายคว้ากระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ มาได้สำเร็จ[92]

ในศึกรอว์ (16 กรกฎาคม 2012) หลังแมตช์ระหว่าง ซีเอ็ม พังก์ กับ บิ๊กโชว์ ซีนาวิ่งออกมาพร้อมกับกระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ และ บิ๊กโชว์ ก็ยุให้ ซีนา ใช้กระเป๋าเลยแต่ ซีนา ไม่ยอมใช้ และบอกกับ พังก์ ว่าจะขอท้าชิงแชมป์ WWE กับ พังก์ ในศึก รอว์ ตอนที่ 1,000 ในสภาพที่สมบูรณ์ทั้งคู่ แล้วทั้งสองคนก็ผลัดกันชูมือบนเวทีเป็นการปิดรายการ ในศึกรอว์ ตอนที่ 1,000 (23 กรกฎาคม 2012) ซีนา ได้เจอกับ พังก์ ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์ WWE ผลปรากฏว่า บิ๊กโชว์ ได้มาเล่นงานซีนา ทำให้กรรมการปรับ ซีนา ชนะฟาวล์ และเป็นคนแรกที่ใช้กระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ และไม่ได้แชมป์[93][94] หลังแมตช์ บิ๊กโชว์ กระทืบ ซีนา ไม่ยั้ง แต่ พังก์ ก็ยืนดูเฉยๆ ไม่ยอมช่วย เดอะ ร็อก ออกมาช่วยซีนา และจะใช้ People's Elbow ใส่ บิ๊กโชว์ แต่ พังก์ ขึ้นมาโคลทส์ไลน์ เล่นงานใส่ เดอะ ร็อก และจับใส่ GTS แล้วก็เดินจากไปท่ามกลางเสียงโห่ของคนดู[95] หลังจบศึกรอว์ ตอนที่ 1,000 แล้วก็มีเหตุการณ์แถมท้าย บิ๊กโชว์ ลุกขึ้นมาอัด ซีนา อีกรอบ และ เดอะ ร็อก ก็จัดการ Rock Bottom ใส่ บิ๊กโชว์ ก่อนที่ ซีนา จะซ้ำด้วย Attitude Adjustment หลังจากนั้น ซีนา ก็ถอดปลอกแขนอันหนึ่งมาให้ เดอะ ร็อก แต่ เดอะ ร็อก บอกว่า นายคงจะเอาที่คาดหัวมาใส่เป็นปลอกแขนแน่นอน เพราะคงไม่มีใครแขนใหญ่ขนาดนี้ ซีนา และคนดูก็หัวเราะกันสนุกสนาน จากนั้น เดอะ ร็อก ก็ใช้ People's Elbow ใส่ บิ๊กโชว์ แล้ว เดอะ ร็อก กับ ซีนา ได้จับมือกันก่อนที่ ซีนา เดินกลับไป ในศึกรอว์ (30 กรกฎาคม 2012) ซีนา ได้เจอกับ บิ๊กโชว์ เพื่อหาผู้ท้าชิงแชมป์ WWE กับ ซีเอ็ม พังก์ ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2012) โดยมี พังก์ มานั่งเป็นผู้บรรยายอยู่ข้างเวที ผลปรากฏว่า แมตช์จบลงโดยไม่มีผลการตัดสิน หลังแมตช์ พังก์ เตะก้านคอ บิ๊กโชว์ แล้วก็เอาไมค์มาประกาศว่าไม่มีใครชนะแมตช์นี้เลย พวกมันเป็นพวกขี้แพ้ทั้งคู่ พังก์ เดินกลับไป แต่ เอเจลี ออกมาประกาศให้ทั้ง ซีนา และ บิ๊กโชว์ ได้ชิงแชมป์ WWE ในรูปแบบการปล้ำสามเส้า[96] ในศึก ซัมเมอร์สแลม ซีนาได้เจอกับ ซีเอ็ม พังก์ และบิ๊กโชว์ ในแมตช์การปล้ำสามเส้าชิงแชมป์ WWE สุดท้าย พังก์ ใช้ท่า Koji Clutch ใส่ บิ๊กโชว์ แล้ว ซีนา ก็เข้ามา STF ใส่ บิ๊กโชว์ อีกคน ทำให้ บิ๊กโชว์ ยอมแพ้ไป แต่กรรมการไม่รู้จะให้ใครชนะดี ทำให้ เอเจ ออกมาสั่งให้เริ่มปล้ำกันใหม่ คราวนี้เป็น ซีนาจับ บิ๊กโชว์ ใส่ Attitude Adjustment ได้ แต่พังก์มาฉวยโอกาสกดนับ 3 ทำให้ซีนาไม่สามารถคว้าแชมป์คืนมาได้[97]

ในศึกรอว์ (20 สิงหาคม 2012) ซีเอ็ม พังก์ ออกมาเพื่อประกาศเลือกผู้ท้าชิงในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2012) ซีนาออกมาเพื่อเสนอตัวท้าชิง แต่พังก์มีข้อแม้ว่า ซีนาต้องยอมรับก่อนว่าเขาคือ "สุดยอดที่สุดในโลก" แต่ซีนาบอกว่า พังก์ต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อให้คนยอมรับ ไม่ใช่มาให้คนอื่นพูดโดยไม่เต็มใจ ถ้าไม่กล้าป้องกันแชมป์กับชั้นในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ ที่บอสตันบ้านเกิดชั้นล่ะก็ ไม่มีใครให้เกียรติแกหรอกซีนาเดินกลับไป ในศึกรอว์ (3 กันยายน 2012) ซีนา ได้เจอกับ อัลเบร์โต เดล รีโอ ในแมตช์การปล้ำจับกดที่ไหนก็ได้ แต่พังก์โผล่มาเตะก้านคอซีนาจนหลับ แล้วก็พา เดล รีโอ มากดเอาชนะไปในที่สุด จากนั้นพังก์จับซีนามาโยนบกใส่ฝากระโปรงรถของตัวเอง และก็ขึ้นรถที่มี พอล เฮย์แมน เป็นคนขับ แล้วก็ขับออกไป ในศึกรอว์ (10 กันยายน 2012) เบรต ฮาร์ต ประกาศแนะนำตัวซีนา เพื่อออกมาพูดคุยกัน ซึ่งซีนาก็ยอมรับว่าเขานับถือ เบรต ฮาร์ต มาก และเขาจะไม่มีวันยิ่งใหญ่ได้เท่า เบรต จากนั้น เบรต ก็ถาม ซีนา ว่าจะจัดการยังไงกับไอ้คนเสแสร้งอย่าง ซีเอ็ม พังก์ จากนั้น พังก์ ออกมาโวยวายจะเอาเรื่อง ทำให้ ซีนา ด่า พังก์ ว่า ไอ้เสแสร้ง อีกคนนึง พังก์ ขึ้นเวทีมาสาธยายความเทพของเขาว่าเขาเจ๋งกว่า ชอว์น ไมเคิลส์, เจ๋งกว่า สโตน โคลด์ สตีฟ ออสติน และเจ๋งกว่า เดอะ ร็อก ด้วย เพราะเขาอัด เดอะ ร็อก ได้ในพริบตาทั้งที่ ซีนา พยายามมาทั้งปีก็ไม่สำเร็จ ซีนา ด่ากลับบ้าง บอกว่า พังก์ เป็นแชมป์มา 300 กว่าวัน แล้วก็ทำให้เข็มขัดแชมป์ตกต่ำสุดๆ ทำได้แค่นั่งมองแมตช์คู่เอกของทุกๆ ศึกใหญ่ ผ่านหน้าเขาไปตาปริบๆ เมื่อปีก่อนออกมาพูดซะดิบดี บอกว่าจะเปลี่ยนแปลงวงการให้ดีขึ้น สุดท้ายก็ล้มเหลวหมด เป็นแค่เรื่องโกหกเพื่อให้แฟนๆ ช่วยสนับสนุนให้เขาดังเท่านั้น ชั้นคนนี้ต้องไต่เต้ามาจากดาวรุ่ง กว่าจะมาเป็นที่รักของแฟนๆ ได้ต้องล้มลุกคลุกคลาน ผ่านช่วงเวลาร้าย มามากมาย แต่ชั้นก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ด้วยการเป็นตัวของตัวเอง ไม่เหมือนแกหรอก เปลี่ยนบุคลิกไปมา ขโมยสีกางเกงมาจากตำนานหอเกียรติยศ แล้วยังขโมยท่าไม้ตายศอกบินมาจากคนตายอย่าง แรนดี ซาเวจ อีก เพราะแกมันเป็นคนที่ยังค้นหาตัวเองไม่พบ แกคิดว่าการที่เป็นแชมป์มันจะหมายความว่าทุกคนต้องเคารพแก ที่ช่วง 2-3 สัปดาห์มานี้แกทำตัวน่ารำคาญขึ้นคงเป็นเพราะว่าแกกำลังกลัวว่าจะเสียแชมป์ใน ไนท์ออฟแชมเปียนส์ ใช่มั้ยล่ะ ชั้นจะขอพูดอะไรเป็นภาษาท้องถิ่นของที่นี่หน่อยนะ พังก์ บอก แกกำลังทำตัวเองให้ต่ำลงนะ จากการพูดภาษาถิ่นของคนที่นี่น่ะ ซีนา โมโห บอกว่า พอได้แล้ว คนดูเหล่านี้คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงได้มาอยู่ที่นี่ แกมันคนไร้ค่าที่ไม่ควรได้รับการเคารพเลยสักนิด สิ่งที่ชั้นพูดเมื่อกี้คือ "แกบอกว่าจะชนะใน ไนท์ออฟแชมเปียนส์ แต่ว่าชั้นจะเตะก้นแก พังก์ โมโห จะไปต่อย เบรต ระบายอารมณ์ แต่ ซีนา ห้ามไว้ได้ทัน ซีนา ถอดเสื้อแล้วท้า พังก์ มาต่อยกัน แต่ พังก์ หันไปต่อย เบรต อีก คราวนี้ เบรต บล็อกไว้ได้แล้วต่อยสวนจน พังก์ ล้มกลิ้ง คลานหนีเป็นลูกหมากลับไปอย่างอนาถ ปล่อยให้ เบรต กับ ซีนา ฉลองกันบนเวที ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ ซีนาได้เจอกับพังก์ ในแมตช์ชิงแชมป์ WWE ผลปรากฏว่า ซีนาใช้ท่าเยอรมันซูเปอร์เพล็กซ์ และกดด้วยสะพานโค้ง นับ 3 ไปได้ แต่กรรมการบอกว่าตอนที่กดนั้น ไหล่ของซีนาก็แตะพื้นด้วย แมตช์นี้เลยเสมอกัน ทำให้ซีนาไม่สามารถคว้าแชมป์คืนมาได้[98]

ในศึกรอว์ (17 กันยายน 2012) พอล เฮเมน ออกมาพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นใน ไนท์ออฟแชมเปียนส์ ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันมาก จึงขอเรียกกรรมการ แชด แพตตัน ออกมาพูดคุย มีการฉายภาพยืนยันว่า แชด ตัดสินได้ถูกต้องแล้วเพราะไหล่ของทั้งสองคนแตะพื้นในตอนที่นับ เฮเมน บอกว่าตอนนี้ พังก์ ก็เป็นแชมป์มา 300 กว่าวันแล้ว สมควรที่แฟนๆ จะให้เกียรติเขาซะที ซีนา ออกมาขัดจังหวะ บอกว่า แชด ตัดสินได้ถูกต้องแล้ว แต่ก็เชื่อว่าแฟนๆ ทุกคนต่างก็อยากจะรู้ว่าใครกันแน่ที่ควรเป็นผู้ชนะในแมตช์เมื่อคืน ซีนา บอกว่า เฮเมน มั่นใจแล้วเหรอว่า พังก์ สมควรได้รับการยกย่อง จากการเสมอเมื่อคืน ป้องกันแชมป์ได้ด้วยการเสมอ จากนั้นก็เอาเข็มขัดมาฟาดหัวคนอื่นแบบเนี้ย นี่น่ะเหรอคนที่ควรได้รับการเคารพ ทำไมไม่รีแมตช์กันเดี๋ยวนี้เลยล่ะ อัลเบอร์โต เดล รีโอ ออกมาโวยวาย บอกว่า บูเกอร์ ที ยกเลิกการแบน โบรก คิก ก่อนเริ่มแมตช์เมื่อคืน เขาต้องการรีแมตช์ เอเจ ออกมาจัดแมตช์แทคทีม เดล รีโอ คู่กับ พังก์ เจอกับ เชมัส คู่กับ ซีนา สุดท้าย ซีนา จับ พังก์ ใส่ Attitude Adjustment กดนับ จังหวะสุดท้าย พังก์ เอาขาพาดเชือกแต่กรรมการมองไม่เห็นนับ 3 ให้ ซีนา กับ เชมัส ชนะไป หลังแมตช์ เฮเมน กับ พังก์ พยายามเรียกให้กรรมการมาดูว่าขาพาดเชือกจริง แต่กรรมการไม่รับฟัง ล่าสุด ซีนา ต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณแขน หลังจากที่มีเศษกระดูกที่แตกออกมาจากข้อศอกของซีนา ทำให้แพทย์ต้องผ่าตัดนำเอาเศษกระดูกเหล่านั้นออก และต้องพักการปล้ำ[99] ในศึกรอว์ (24 กันยายน 2012) ช่วงท้ายรายการ ซีนา ก็ออกมากล่าวขอบคุณคนดูบนเวทีด้วยตัวเอง ทั้งเรื่องการบาดเจ็บของเขาและเรื่องการสนับสนุนโครงการ "Rise Against Cancer" ของทาง WWE กับมูลนิธิต่อต้านโรคมะเร็งเต้านม Susan G. Komen ที่แฟนๆ ให้การสนับสนุนอย่างดีเกินคาด สักพัก พังก์ ออกมา และพูดกับ ซีนา ว่า ฉันจะไม่เจอกับแกในศึก เฮลอินเอเซล (2012) ก่อนจะให้คำแนะนำซีนาไปว่ารีบวิ่งลงไปจากเวที ก่อนจะหันหลังแล้วนับ 1-5 พังก์ก็หันหลังพร้อมกับเฮย์แมนด้วย ระหว่างที่ทั้งคู่หันหลังอยู่นั้น ซีนาก็ควักแท่งเหล็กขนาดประมาณ 1 ฟุตออกมา พอพังก์ นับ 1-5 เสร็จ หันกลับมาโดนซีนาเอาแท่งเหล็กตีไปเต็มๆ จนทั้งคู่ต้องรีบลงจากเวที ในศึกรอว์ (8 ตุลาคม 2012) ซีนาออกมาเปิดรายการทักทายแฟนๆ และท้าให้ พังก์ ยอมป้องกันแชมป์ WWE กับเขา ในศึก เฮลอินเอเซล ในคืนเดียวกัน แมตช์ระหว่าง พังก์ กับ วินซ์ แม็กแมน ในแมตช์การปล้ำไม่มีกฎกติกา ซีนากับไรแบ็ค ได้ออกมาช่วยวินซ์ ทำให้ พังก์ รีบหนีลงเวที แล้วก็หยิบเข็มขัดหนีเข้าไปบนอัฒจรรย์ หลังแมตช์ วินซ์ประกาศให้พังค์ตัดสินใจเอาว่าจะเจอกับไรแบ็ค หรือซีนา ในศึก เฮลอินเอเซล และถ้าไม่ตัดสินใจภายในสัปดาห์หน้า วินซ์จะตัดสินใจให้เอง ในศึกรอว์ (15 ตุลาคม 2012) ในช่วงการเซ็นสัญญาชิงแชมป์ WWE วินซ์ก็เลือกไรแบ็ค ให้ชิงแชมป์กับพังก์ โดยที่ซีนาก็สนับสนุนและช่วยเชียร์ไรแบ็คด้วย[100] ในศึกรอว์ (22 ตุลาคม 2012) หลังจากที่เอเจประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของรอว์ เอเจบอกว่าสาเหตุเกิดมาจากการที่เธอออกไปกินข้าวกับซีนาในวันนั้น จากนั้นซีนาเข้าไปถาม วินซ์ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่วินซ์บ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบ แล้วก็ขึ้นรถกลับไป จากนั้นซีนาเข้าไปถามวิคกีว่าเรื่องมันเป็นยังไง แต่วิคกีบอกว่า เอเจเองนั่นแหละที่ทำให้ตัวเองต้องตกงาน เพราะไปกินข้าวกับซีนา ในศึก เฮลอินเอเซล ช่วงก่อนเริ่มรายการ ซีนาได้ออกมาพูดบนเวที ถึงเรื่องข้อถกเถียงตัวสาเหตุที่ทำให้เอเจลาออก ซึ่งวิคกีอ้างว่าเป็นเพราะเอเจมีความสัมพันธ์กับซีนา จึงเป็นเหตุให้ต้องออกจากตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของรอว์ ซึ่งวิคกีก็บอกว่าตัวเขามีหลักฐานและจะพิสูจน์ให้เห็นในศึกรอว์ ต่อมาก็มีวิดิโอ Tout จาก ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ ซึ่งซิกก์เลอร์ก็บอกว่า ให้ซีนาช่วยชี้แจงความจริงถึงเรื่องความสัมพันธ์กับเอเจ ซึ่งซีนาก็ตอบกลับไปว่า เขารู้ว่า ซิกก์เลอร์อยู่หลังเวที เลยเรียกออกมาเจอกัน ทว่าเป็นวิคกีที่เดินออกมา และขึ้นมาบนเวทีพูดขู่ซีนา ว่าจะแฉความจริงให้ทุกคนได้รู้ในศึกรอว์ ขณะนั้นเอง ซิกก์เลอร์ก็โผล่มาเล่นงานจากข้างหลัง แต่ซีนารู้ทันจับซิกก์เลอร์แบกจะใส่ Attitude Adjustment ทว่าซิกก์เลอร์ดิ้นหลุด แต่ก็โดนซีนาใส่ Clothesline ตกเวทีไป

ในศึกรอว์ (29 ตุลาคม 2012) วิคกีออกมาที่เวที และประกาศจะเปิดเผยหลักฐานว่า ซีนา กับ เอเจ มีความสัมพันธ์กัน โดยเรียก ซีนา ออกมา ซิกก์เลอร์ ออกมาอีกคน และบอกว่าเขากับแฟนๆ ทุกคนรู้ดีว่า ซีนา กับ เอเจ นั้น... ซีนา คว้าคอเสื้อ ซิกก์เลอร์ แล้วขู่ว่าอย่าพูดถึงชื่อเขากับ เอเจ ในประโยคเดียวกันอีก แล้วก็ผลัก ซิกก์เลอร์ ล้ม ก่อนจะเดินกลับไป ในศึกรอว์ (5 พฤศจิกายน 2012) วิคกีออกมาแฉหลักฐานความสัมพันธ์ของ ซีนา กับ เอเจ อีกรอบ และซีนาก็ออกมาบอกว่า วิคกี อยากให้ศึกรอว์ ขาวสะอาด มันคงยากพอๆ กับการที่เขาจะฝึกท่ามวยปล้ำท่าใหม่นั่นแหละ ในอดีต วิคกีเคยแต่งงานกับ เอดจ์ แล้วก็ใช้อำนาจผู้จัดการช่วย เอดจ์ เป็นแชมป์ จากนั้นก็ยังมี ซิกก์เลอร์ อีก วิคกีโชว์หลักฐานใหม่ คือภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงแรม เป็นตอนที่ เอเจ ออกจากห้องของตัวเองแล้วไปเคาะประตูห้องซีนา ก่อนที่จะเข้าไปในห้องด้วยกัน ซีนา ยังปฏิเสธเสียงแข็ง วิคกี เลยเรียก เอเจ ออกมาอธิบายต่อหน้าทุกคนเลย เอเจ โผล่มาทางจอยักษ์ บอกว่า วิคกี คงไม่อยากให้เธอออกไปหรอก เพราะถ้าออกไปแล้วเธอจะตบ วิคกี และถ้าไล่เธอออกล่ะก็เธอจะมีอิสระในการทำทุกอย่างที่อยากทำ ซิกก์เลอร์ เข้ามาโอบไหล่ เอเจ แล้วบอกว่า ใช่ และทุกคนก็รู้ดีว่า เอเจ ชอบทำอะไร ซีนา รีบวิ่งเข้าไปที่หลังฉาก ในศึกรอว์ (12 พฤศจิกายน 2012) วิคกี กับ ซิกก์เลอร์ นำหลักฐานชิ้นใหม่มาแสดง คือข้อความที่ เอเจ ฝากเข้าไปถึงโทรศัพท์ของ ซีนา แต่ เอเจ อ้างว่ามันเป็นการตัดต่อแน่นอน ซีนา ออกมา และตรงเข้าไปจะเอาเรื่อง ซิกก์เลอร์ แต่ เอเจ ห้ามเอาไว้ บอกว่าเธอจะจัดการเอง เอเจ ตบหน้า ซิกก์เลอร์ ต่อด้วย ซีนา เข้ามาต่อยซ้ำอีก ทำให้ ซิกก์เลอร์ กับ วิคกี ต้องหนีกลับไป ในคืนเดียวกัน ซีนา ได้เจอกับ ซีเอ็ม พังก์ สุดท้าย ซีนา ก็เป็นฝ่ายชนะ หลังแมตช์ ไรแบ็ค กับ ซีนา มาแย่งเข็มขัดแชมป์ WWE กัน ส่วน พังก์ ไม่กล้าเข้าไปแย่งด้วย ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2012) ซีนาได้เจอกับ ซีเอ็ม พังก์ และ ไรแบ็ค ในแมตช์การปล้ำสามเส้า ชิงแชมป์ WWE สุดท้าย ซีนา ไม่สามารถคว้าแชมป์ WWE คืนมาได้[101][102]

ในศึกรอว์ (19 พฤศจิกายน 2012) วิคกีออกมาพูดถึงเรื่อง ซีนา กับ เอเจ อีก คราวนี้ ซีนากับเอเจออกมาจูบโชว์ซะเลย เป็นการยอมรับไปว่าคบกันอยู่จริงๆ ซิกก์เลอร์ออกมาลอบทำร้ายซีนา แต่ซีนาก็สวนกลับ จนกระทั่งซิกก์เลอร์ต้องหนีกลับไป ทำให้ซีนาวิ่งตามไป แต่ขณะวิ่งก็เกิดบาดเจ็บหัวเข่า เอเจเข้าไปในห้องแต่งตัวชาย แล้วก็ตรงเข้าไปหาเรื่องซิกก์เลอร์ แต่โดนซิกก์เลอร์ด่าแหลกไม่มีชิ้นดี ทำให้เอเจโมโหตบซิกก์เลอร์ ซีนาเข้ามาห้ามเอเจ แต่โดนซิกก์เลอร์ถีบเข้าให้ จากนั้นซิกก์เลอร์ก็กระทืบหัวเข่าข้างบาดเจ็บของซีนา แล้วก็ต่อยกันจนห้องน้ำพังยับเยิน กรรมการต้องมาช่วยห้าม ในศึกรอว์ (26 พฤศจิกายน 2012) ซีนาได้ต้องเจอกับซิกก์เลอร์ สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะไปได้สำเร็จ ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2012) ซีนาได้เจอกับซิกก์เลอร์ ในแมตช์การปล้ำไต่บันไดชิงกระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ เอกสารสิทธิ์ในกระเป๋าเพื่อชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ผลปรากฏว่า ซีนากำลังจะได้อยู่แล้ว แต่เอเจกลับหักหลังด้วยการผลักบันได ซีนาตกลงมา จากนั้นซิกก์เลอร์ก็ขึ้นไปเอากระเป๋าได้ ทำให้ซีนาไม่สามารถคว้ากระเป๋ามาได้ ในศึก สแลมมีอะวอร์ด หรือศึกรอว์ (17 ธันวาคม 2012) ซีนาได้ออกมาขัดขวางซิกก์เลอร์ ไม่ให้ใช้กระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับบิ๊กโชว์ ในคืนเดียวกัน ซีนาได้จับคู่กับวิคกี เจอกับซิกก์เลอร์ จับคู่กับเอเจ ซีนากำลังจะชนะด้วย STF แต่เอเจไปพา บิ๊ก อี แลงสตัน มาเล่นงานซีนา ในศึกรอว์ (31 ธันวาคม 2012) รายการ MizTV เดอะ มิซ เชิญซีนามาเป็นแขกรับเชิญ มิซถามซีนา เกี่ยวกับเรื่องของเอเจ แต่ โรดส์ สคูลาร์ส (โคดี โรดส์ และแดเมียน แซนดาว) ออกมาขัดจังหวะ และสุดท้าย ซีนาก็ท้าให้เจอกันในแมตช์แท็กทีมเดี๋ยวนี้เลย โดยซีนาได้จับคู่กับ เดอะ มิซ เจอกับโรดส์ สคูลาร์ส สุดท้ายซีนากับมิซ ก็เป็นฝ่ายเอาชนะมาได้สำเร็จ ในคืนเดียวกัน ซิกก์เลอร์กับเอเจ เชิญซีนามาร่วมฉลองปีใหม่ด้วยกัน แล้วซีนาก็ให้ของขวัญด้วยขี้หล่นลงมาจากด้านบน

ซีนา ในปี ค.ศ. 2013

ในศึกรอว์ (7 มกราคม 2013) ตอนแรกของปี 2013 ซีนา ออกมาบอกว่า ซีเอ็ม พังก์ จะป้องกันแชมป์ WWE กับ ไรแบ็ค ในแมตช์การปล้ำการต่อสู้ด้วยโต๊ะ บันได และเก้าอี้ และ เดอะ ร็อก ก็จะกลับมาด้วย ซิกก์เลอร์, เอเจ และบิ๊ก อี ออกมาขัดจังหวะ ซีนาพยายามเล่นมุกกลบเกลื่อน แล้วซิกก์เลอร์ก็บอกว่า เวลาซีนาแพ้ใครแล้วก็ชอบทำหัวเราะกลบเกลื่อนเพื่อหวังให้เขาไปไกลๆ แต่ชั้นจะไม่ไปไหนหรอก ซีนาเลยท้า ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ มาเจอกันเดี๋ยวนี้เลย สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายเอาชนะมาได้สำเร็จ[103][104] ในศึกรอว์ (14 มกราคม 2013) ซีนาได้เจอกับ ซิกก์เลอร์ อีกครั้ง ในแมตช์การปล้ำกรงเหล็ก สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายเอาชนะมาได้สำเร็จ ในศึก รอยัลรัมเบิล (2013) ซีนาได้เป็นผู้ชนะในแมตช์การปล้ำรอยัลรัมเบิล 30 คน โดยออกมาเป็นคนที่ 19 และสามารถจับเหวี่ยงไรแบ็ค ได้เป็นคนสุดท้าย และเป็นผู้ชนะเลิศ รอยัลรัมเบิล ประจำปี 2013[105] ในศึกรอว์ (28 มกราคม 2013) จอห์น ซีนา จะต้องเจอกับ โคดี โรดส์ สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะ หลังแมตช์ ซีนา ประกาศเลือกท้าชิงแชมป์ WWE ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 แต่ เดอะชีลด์ (ดีน แอมโบรส, เซท โรลลินส์ และ โรแมน เรนส์) ก็มารุมลอบทำร้ายซีนา แม้ว่า เชมัสกับไรแบ็คจะออกมาช่วยแต่ก็โดนรุมทำร้าย สุดท้ายเดอะชีลด์เล่นงานซีนาด้วยท่า Triple Powerbomb[106] ในศึกรอว์ (4 กุมภาพันธ์ 2013) ซีนาเข้าไปบอกกับวิคกี ว่าเขาต้องการให้เดอะชีลด์หยุดการกระทำ ในคืนเดียวกัน แบรด แมดด็อกซ์ เรียกเดอะชีลด์ให้ออกมาช่วยคืนความเป็นธรรม เลยโดนเดอะชีลด์ออกมารุมอัดเละ ซีนา, เชมัส และไรแบ็ค ออกมาล้อมเดอะชีลด์เอาไว้ ทำให้เดอะชีลด์วิ่งหนีไปทางหลังเวทีแต่ แรนดี ออร์ตัน นำทัพนักมวยปล้ำออกมาขวางเอาไว้ เดอะชีลด์เลยโดน ซีนา, เชมัส และไรแบ็ค อัดจนน่วม ก่อนที่จะหนีไปทางอัฒจรรย์ ในศึกรอว์ (11 กุมภาพันธ์ 2013) ซีนาได้จับคู่กับ เชมัส และ ไรแบ็ค เจอกับ 3MB (ฮีท สเลเตอร์, จินเดอร์ มาฮาล และ ดรูว์ แมคอินไตย์) สุดท้าย ซีนา, เชมัส และไรแบ็ค ก็เป็นฝ่ายชนะ ในคืนเดียวกัน เดอะชีลด์ออกมาท้าทายกลุ่มของซีนา ว่าถ้าอยากมีเรื่องก็ออกมาเจอกันเดี๋ยวนี้ได้เลย ปรากฏว่าไฟในสนามดับ แล้วกลุ่มของซีนาก็ออกมาไล่อัดเดอะชีลด์จนหนีกระเจิง[107] ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2013) ซีนาได้จับคู่กับเชมัส และไรแบ็ค เจอกับ เดอะ ชิลด์ สุดท้ายซีนา, เชมัส และไรแบ็ค ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป[108]

ในศึกรอว์ (25 กุมภาพันธ์ 2013) ซีนาได้เจอกับ ซีเอ็ม พังก์ โดยถ้าใครชนะก็จะได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE กับ เดอะ ร็อก ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะ ทำให้ซีนาได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE กับ เดอะ ร็อก ในศึก เรสเซิลเมเนีย[109] ในศึกรอว์ (18 มีนาคม 2013) ซีนาออกมาบอกว่าเวลาของแฟนๆ เดอะ ร็อก ใกล้จะหมดลงแล้ว มันเป็นเวลาของแฟน ๆ ซีนา แล้ว ดาร์เรน ยัง กับ ไทตัส โอนีล ออกมาก่อกวน และบอกว่า ไม่มีใครอยากเห็นแกในเรสเซิลเมเนีย หรอก ซีนาท้าให้ดาร์เรน ยังมาเจอกันบนเวทีเดี๋ยวนี้เลย จะแสดงให้เห็นว่าความพร้อมสำหรับเรสเซิลเมเนียนั้นเป็นยังไง สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะไปได้สำเร็จ ในศึกรอว์ (25 มีนาคม 2013) มีการจัดดีเบตระหว่าง เดอะ ร็อก กับ ซีนา เดอะ ร็อก บอกกับซีนา ว่ามาเจอกันเดี๋ยวนี้เลย ซีนาทำท่า You Can't See Me ใส่ เดอะ ร็อก เลยโดน เดอะ ร็อก ผลัก ซีนาจับเดอะ ร็อกแบก จะใช้ Attitude Adjustment แต่ เดอะ ร็อก ดิ้นหลุดแล้วจับ Rock Bottom แล้วเดินจากไป[110] ในศึกรอว์ (1 เมษายน 2013) ซีนาออกมาพูดชื่นชม เดอะ ร็อก ว่าเป็นแชมป์ WWE ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ และถ้าหากว่าเขาเอาชนะเดอะ ร็อก ได้ในเรสเซิลเมเนีย มันก็จะสุดยอดมากๆ เวลาของเดอะ ร็อก มันหมดลงแล้ว มันจะเป็นเวลาของซีนา ซีนาบอกว่า เดอะ ร็อกจะได้ลิ้มรสความล้มเหลวบ้าง หลังจากที่เขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 มาแล้ว ซีนาบอกว่าทนดู เดอะ ร็อก เปลี่ยนเข็มขัดแชมป์ WWE แบบใหม่แล้วเจ็บปวด แต่เขาจะไม่เปลี่ยนมันหรอก จะแย่งชิงมันมาครองและเขาเหนือกว่า เดอะ ร็อก[111] ในศึก เรสเซิลเมเนีย ซีนาได้เจอกับ เดอะ ร็อก ในแมตช์ชิงแชมป์ WWE สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะ และคว้าแชมป์ WWE ไปครอง ทำให้ซีนาสามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 11 มาได้สำเร็จ หลังจากที่ไม่ได้แชมป์โลกมา 1 ปี หลังแมตช์ เดอะ ร็อกก็มาจับมือและกอดซีนา เพื่อแสดงความยินดีกับซีนาอีกด้วย[112]

ซีนา กับแชมป์ WWE ในปี ค.ศ. 2013

ในศึกรอว์ (8 เมษายน 2013) ซีนาออกมาท่ามกลางเสียงโห่ของผู้ชม มาร์ก เฮนรี ออกมาหาเรื่องเพื่อจะชิงแชมป์คนต่อไป แล้วซีนาก็จัดให้ เจอกันเป็นคู่เอกชิงแชมป์ด้วย บูเกอร์ ที ออกมาขัดขวาง บอกว่านายจัดแมตช์เองไม่ได้นะ เดอะ ร็อก ยังมีสัญญารีแมตช์อยู่ แต่เขาบาดเจ็บจากแมตช์เมื่อคืนเลยไม่ได้มาวันนี้ บูเกอร์ ที บอกให้ เฮนรี พิสูจน์ตัวเองก่อนถึงจะได้ชิงแชมป์ โดยต้องชนะ ซีนา ให้ได้คืนนี้ สุดท้าย เฮนรี โดนเหวี่ยงไปอัดขั้นบันไดเหล็ก แล้วซีนาก็รีบขึ้นเวที ปล่อยให้กรรมการนับ เฮนรี ถึง 10 แพ้ตกเวทีไปเลย หลังแมตช์ เฮนรี ขึ้นมาอัด ซีนา แล้วจับใส่ World Stornges Slam ดับอนาถ เฮนรี เอาเข็มขัดแชมป์มาชูเล่น ท่ามกลางเสียงโห่ของคนดู แต่ ไรแบ็ค ออกมาเล่นงาน เฮนรี จนกลิ้งหนีลงเวทีไป ซีนานอนเจ็บอยู่ ไรแบ็ค จับมือซีนาขึ้นมา แล้วก็ฉลองกับซีนาบนเวที แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ไรแบ็ค โคทส์ไลน์ ใส่ซีนา แล้วก็จับใส่ Shellshocked จากนั้นก็เอาเข็มขัดมาชูปิดท้ายรายการ[113][114] ในศึกรอว์ (15 เมษายน 2013) ซีนา ให้สัมภาษณ์หลังฉาก บอกว่า ไรแบ็ค มีปัญหากับเขา ดังนั้นขอทำให้จบง่ายๆ เลย เอาไว้ไปเคลียร์กันบนเวที ในคืนเดียวกัน ซีนา ออกมาที่เวที แล้วก็เรียก ไรแบ็ค ออกมาเคลียร์กันเดี๋ยวนี้เลย ซีนา บอกว่าชั้นเป็นแชมป์ WWE และก็พร้อมจะป้องกันแชมป์กับทุกคนอยู่แล้วถ้ามีใครกล้าพอ แต่นายกลับมาลอบทำร้ายชั้นจากด้านหลัง ซีนา ถอดเสื้อเตรียมลุย แต่ ไรแบ็ค หนีลงเวทีไป เดอะชีลด์ ออกมารุมกระทืบ ซีนา โดยที่ ไรแบ็ค ยืนดูเฉยๆ ไม่ยอมช่วย จากนั้นก็เดินกลับไป ปล่อยให้ ซีนา โดน Triple Powerbomb ในศึกรอว์ (22 เมษายน 2013) ซีนา เข้าไปเตือน มิค โฟลีย์ ให้ระวังตัวให้ดีในการเผชิญหน้ากับ ไรแบ็ค ในคืนเดียวกัน โฟลีย์ ออกมาพร้อมกับเก้าอี้และเรียก ไรแบ็ค ออกมาเคลียร์ ไรแบ็ค ออกมาเถียงกับ โฟลีย์ แล้วทำท่าจะต่อยกัน ทำให้ ซีนา ตามออกมาอีกคน ซีนา บอกให้ โฟลีย์ หลบไปก่อน เดอะชีลด์ จะออกมากระทืบ ซีนา และ ไรแบ็ค แต่คราวนี้ ซีนา หนีลงเวทีและจะเดินกลับไป สุดท้าย ซีนา ก็กลับมาช่วย ไรแบ็ค โดยใช้เก้าอี้ไล่ฟาด เดอะชีลด์ จนกระเจิงกลับไป แล้ว ซีนา ก็จัดการ Attitude Adjustment ใส่ ไรแบ็ค ในศึกรอว์ (29 เมษายน 2013) ซีนา บอกกับ แบรด แมดด็อกซ์ ว่าเขาจะไม่ปล่อยให้ ทีมเฮลโน (เคน และ แดเนียล ไบรอัน) ต้องเจอกับ เดอะชีลด์ แบบ 2 ต่อ 3 เพราะเขาจะเข้าร่วมแทน ไรแบ็ค เองถึงแม้จะบาดเจ็บอยู่ก็ตาม ในคืนเดียวกัน ซีนา ได้จับคู่กับ ทีมเฮลโน เจอกับ เดอะชีลด์ สุดท้าย ซีนา และ ทีมเฮลโน ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป หลังแมตช์ ไรแบ็ค ออกมายืนจ้อง ซีนา อยู่ที่ทางเดิน โดย ทริปเปิล เอช จะเจอกับ บร็อก เลสเนอร์ ในกรงเหล็ก, ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ ป้องกันแชมป์ในแมตช์ไต่บันได และแมตช์ ซีนา กับ ไรแบ็ค ก็จะต้องมีกติกาพิเศษเช่นกัน ไรแบ็ค ออกมา และประกาศว่าเขาเลือกให้เป็นแมตช์ลาสแมนสแตนดิ้ง ในคืนเดียวกัน ไรแบ็ค ได้เจอกับ เคน สุดท้าย ไรแบ็ค เป็นฝ่ายชนะ หลังแมตช์ เดอะชีลด์ ออกมา ทำให้ ไรแบ็ค หนีไป ปล่อยให้ เคน นอนอยู่บนเวทีคนเดียว ไบรอัน วิ่งออกมาช่วย เคน ตามมาด้วย ซีนา สุดท้าย ไรแบ็ค ก็ขึ้นมาพร้อมกับเก้าอี้ ไบรอัน กับ ซีนา ช่วยกันอัด เดอะชีลด์ แต่ ไรแบ็ค เอาเก้าอี้มาฟาดซีนา[115] ในศึกรอว์ (13 พฤษภาคม 2013) ซีนา ได้จับคู่กับ ทีมเฮลโน เจอกับ เดอะชีลด์ ในแมตช์การปล้ำแทคทีม 6 คน แบบคัดออก สุดท้าย เคน ไล่ยำ 3 สมาชิก เดอะชีลด์ อย่างหนักโดยไม่สนใจคำเตือนกรรมการ ทำให้ถูกปรับฟาวล์ออกไปเป็นคนแรก และ ดีน แอมโบรส ใช้ท่าไม้ตายใส่ ไบรอัน และกดออกไปอีกคน ทำให้ ซีนา เหลืออยู่คนเดียว แต่ ซีนา จัดการไล่ต่อย เดอะชีลด์ เป็นชุด ก่อนจะ Attitude Adjustment ใส่ เซท โรลลินส์ กดนับ 3 ไป แอมโบรส เข้ามาก็โดน ซีนา จับแบกอีกคน โรแมน เรนส์ เข้ามาก่อกวนและผลักกรรมการล้ม ก่อนจะไปสเปียร์ใส่ ซีนา กรรมการปรับฟาวล์ โรแมน เรนส์ จนกระทั่ง ซีนา ลาก ดีน แอมโบรส มาใส่ STF จนได้ ทำให้ เซท โรลลินส์ กับ โรแมน เรนส์ กลับขึ้นมารุมต่อย ซีนา และโดนปรับแพ้ฟาวล์ไป หลังแมตช์ เดอะชีลด์ จับ ซีนา ใส่ Triple Powerbomb ไรแบ็ค ออกมาและหยิบเอาเก้าอี้มาฟาดใส่ขาซีนา แล้วเดินจากไป[116] ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2013) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ ไรแบ็ค ในแมตช์การปล้ำลาสแมนสแตนดิ้ง ผลปรากฏว่า ไม่มีผลการตัดสิน โดย ไรแบ็ค จับ ซีนา พุ่งชนทะลุมินิตรอนเข้าไปนอนกองกันอยู่ข้างใน กรรมการเห็นท่าไม่ดีเลยยุติแมตช์ไปเลย ทีมงานต้องมาช่วยกันหามซีนานอนเปลไป ส่วน ไรแบ็ค ก็นอนหมดสภาพพอกัน[117]

ในศึกรอว์ (20 พฤษภาคม 2013) ไรแบ็ค ออกมายืนบนรถพยาบาล บอกว่า ซีนาแม้จะเป็นแชมป์อยู่แต่ก็ต้องถูกหามออกไปจากสนาม ถึงแม้ว่ามันจะปฏิเสธที่จะขึ้นรถพยาบาล แต่คราวหน้ามันจะไม่มีทางปฏิเสธได้แน่นอน เพราะเขาจะท้าเจอกับ ซีนา ในแมตช์ยัดรถพยาบาลในศึก เพย์แบ็ค ในศึกรอว์ (27 พฤษภาคม 2013) ซีนา ออกมาและบอกว่าพร้อมที่จะปล้ำแมตช์ Ambulance Match ใน เพย์แบ็ค แล้ว ซีนา บอก ไรแบ็ค ว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นแมทช์การปล้ำแบบ 3 Stages of Hell ทั้งคู่จะต้องปล้ำ 3 แมตช์ติดต่อกัน แมตช์ต่างๆจะมีกติกาเงื่อนไขพิเศษแตกต่างกันโดยมี Lumberjack Match, Tables Match และ Ambulance Match ผู้ที่จะได้แชมป์ WWE จะต้องชนะ 2 ใน 3 แมตช์ และ ไรแบ็ค ก็ตอบตกลง พอล เฮเมน ออกมาและโม้ว่าเด็กปั้นของเค้าชนะและทำลาย ทริปเปิล เอช ในรอว์ อาทิตย์ที่แล้ว เคอร์ติส แอ็กเซล ออกมา เฮเมน บอกว่าวันนี้ฉันตั้งใจจะให้ แอ็กเซล เจอกับ ซีนา ในคืนนี้ ซีนา เตือน แอ็กเซล ว่าให้รีบไปให้ไกลจาก เฮเมน ซะเถอะ และ ซีนา ก็พูดท้าทายและตอบตกลงในแมตช์คืนนี้ ในแมตช์ของ ซีนา และ แอ็กเซล ไรแบ็ค ออกมาเปิดหวอรถพยาบาล ทำให้ซีนาลงไปดูเลยทำให้โดนนับ 10 แพ้ไปจากนั้น ไรแบ็ค ก็ออกมาและเข้าข้างหลังและจะจับ ซีนา เหวี่ยงชนกับมินิตรอนเหมือนในศึกที่ผ่านมา ซีนา หลบได้ทำให้ ไรแบ็ค วิ่งหนีไปหลังฉาก ในศึกรอว์ (10 มิถุนายน 2013) มีการเผชิญหน้ากันระหว่าง ซีนา กับ ไรแบ็ค โดยมีการจัด Lumberjack ออกมาช่วยกันยืนป้องกันไม่ให้ทั้งสองคนทะเลาะกัน ไรแบ็ค บอกว่า ซีนา พยายามสกัดดาวรุ่งอย่างเขาเพราะกลัวว่าจะมีคนอื่นมาแย่งความดังไปจากตัวเอง ไรแบ็ค บอกว่าเมื่อ 8 เดือนก่อน ซีนา ยกสิทธิ์ชิงแชมป์ให้กับเขา แต่ในศึก เพย์แบ็ค เขาจะชิงแชมป์มาจาก ซีนา ซะ ซีนา ทนไม่ไหว ถอดเสื้อทิ้งแล้ววิ่งลงเวทีไปหา ไรแบ็ค แต่ดันลงเวทีด้านที่มีแต่ฝ่ายอธรรม เลยโดนเหวี่ยงกลับขึ้นไป คราวนี้ ไรแบ็ค เลยวิ่งขึ้นเวทีไปหา จอห์น ซีนา เอง แต่โดน จอห์น ซีนา เหวี่ยงตกเวทีไปซะ จากนั้นก็ขึ้นมาต่อยกันบนเวทีจนพวกนักมวยปล้ำต้องมาช่วยกันแยก ในศึก เพย์แบ็ค ซีนา ต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ ไรแบ็ค ในแมตช์การปล้ำแบบนรก 3 ขุม แมตช์ที่ 1 Lumberjack Match ไรแบ็ค จับ ซีนา แบกแล้ว Shellshocked ทันที กดนับ 3 เป็นฝ่ายเอาชนะไปก่อน แมตช์ที่ 2 Tables Match ซีนา จับ ไรแบ็ค ใส่ Attitude Adjustment ใส่โต๊ะพัง ตีเสมอได้สำเร็จ แมตช์ที่ 3 Ambulance Match ซีนา จัดการ Attitude Adjustment ใส่ ไรแบ็ค จนทะลุหลังคารถพยาบาลลงไป ทำให้ ซีนา เป็นฝ่ายชนะและป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้สำเร็จ[118]

ในศึกรอว์ (17 มิถุนายน 2013) ซีนาออกมาพูดถึงการที่เขาสามารถเอาชนะได้ทั้ง เดอะ ร็อก และ ไรแบ็ค จากนั้นก็ท้าใครก็ได้ที่คิดว่าตัวเองคู่ควร มาท้าชิงแชมป์เป็นคนต่อไปได้เลย มาร์ก เฮนรี ออกมาในชุดสูท พร้อมกับถือรองเท้ามวยปล้ำของเขาออกมาด้วย เฮนรี จับมือ ซีนา ก่อนจะประกาศว่าเขาอยู่ในวงการมานาน วันนี้ถึงเวลาเสียทีที่จะแขวนรองเท้าได้แล้ว เฮนรี พูดไปก็ร้องไห้ไป ส่วนคนดูก็ส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ ซีนา เข้ามาชูมือ เฮนรี และสวมกอด แต่ เฮนรี จับใส่ World's Strongest Slam แล้วก็บอกว่ามันไม่จบง่ายๆ อย่างงั้นหรอก เฮนรี โยนเข็มขัดแชมป์ใส่ ซีนา แล้วเดินจากไป[119] ในศึกรอว์ (8 กรกฎาคม 2013) ซีนา กับ เฮนรี ออกมาปะทะคารมกัน โดย เฮนรี บอกว่าเขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้แชมป์ WWE ไม่ว่าจะต้องขายแม่ตัวเอง ขายคนทั้งครอบครัวเขาก็จะเอาแชมป์มาให้ได้ ซีนา กับ เฮนรี ท้าทายกันไปมา แล้วสุดท้าย เฮนรี ก็วิ่งเข้าไปอัด ซีนา ร่วง จากนั้น ซีนา พยายามสู้และจะใช้ Attitude Adjustment แต่ยกไม่ไหว เฮนรี หล่นลงมาทับ ซีนา เฮนรี จัดการลาก ซีนา มา World's Strongest Slam แล้วเอาเท้าเหยียบร่างซีนา พร้อมชูเข็มขัดเรียกเสียงเฮจากคนดู ในศึก มันนีอินเดอะแบงก์ (2013) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ เฮนรี สุดท้าย ซีนา เป็นฝ่ายชนะและป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้สำเร็จ[120]

ในศึกรอว์ (15 กรกฎาคม 2013) ซีนา ออกมาเพื่อเลือกผู้ท้าชิง โดยมีบรรดาซูเปอร์สตาร์มายืนอยู่ที่เวทีเปิดตัว ซีนา เรียกชื่อนักมวยปล้ำทีละคนเพื่อให้แฟนๆ ช่วยกันส่งเสียงสนับสนุนคนที่อยากให้ชิงแชมป์ ฮีท สเลเตอร์? คนดูโห่ ใครก็ได้จาก 3MB? คนดูโห่ แรนดี ออร์ตัน? โห่ผสมเฮ เดอะ เกรท คาลี? โห่หนัก บวกเฮนิดหน่อย อัลเบร์โต เดล รีโอ? โห่ คริส เจอริโค? เฮปานกลาง ร็อบ แวน แดม? เฮดัง ฟันดังโก? โห่ เชมัส? โห่หนัก ไรแบ็ค? โห่ จอห์น ซีนา ถามว่าเขาลืมใครไปหรือเปล่า คนดูตะโกน Yes! Yes! Yes! ซีนาประกาศเลือก แดเนียล ไบรอัน เป็นผู้ท้าชิงของเขาในซัมเมอร์สแลม ไบรอันออกมาตะโกน Yes! Yes! Yes! และคนดูก็ตะโกนตามกันทั้งสนาม[121] ในศึกรอว์ (22 กรกฎาคม 2013) แมดด็อกซ์ ออกมาประกาศให้มีการเซ็นสัญญาปล้ำระหว่าง ซีนา กับ ไบรอัน ซีนาออกมาเตรียมเซ็นสัญญา และแมดด็อกซ์ ก็สัมภาษณ์ซีนาไปด้วยว่าทำไมถึงเลือกไบรอัน เขาตัวเล็กกว่านายตั้งเยอะ นายเลือกเขาเพราะว่าจะได้ชนะง่ายๆ หรือเปล่า ไบรอันออกมาท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนๆ และถามแมดด็อกซ์ ว่านายคิดว่าว่าชั้นไม่สมควรจะได้ชิงแชมป์เหรอ ซีนาบอก ถ้าแมดด็อกซ์คิดว่าขนาดตัวเป็นสิ่งสำคัญล่ะก็ เอาแชมป์ไปให้ เกรท คาลี ได้เลย ใน WWE เราเคยมีแชมป์อย่าง ชอว์น ไมเคิลส์, เรย์ มิสเตริโอ และ เอ็ดดี เกอร์เรโร มาแล้ว ทั้งสองคนเซ็นสัญญา แล้วแมดด็อกซ์ก็เตรียมจัดแมตช์ให้ไบรอัน ได้พิสูจน์ตัวเองว่าเหมาะสมจริงหรือไม่ที่ได้ชิงแชมป์ โดยจะต้องปล้ำแมตช์ Gauntlet Match โดยเจอกับ แจ๊ค สแวกเกอร์, แอนโทนีโอ ซีซาโร และ ไรแบ็ค ผลปรากฏว่า แมตช์ที่ 1 ไบรอันชนะ แมตช์ที่ 2 ไบรอันชนะ แมตช์สุดท้าย ไบรอันชนะฟาว์ลเพราะ ไรแบ็ค จับไบรอันไปพาวเวอร์บอมใส่โต๊ะจนพัง หลังแมตช์ ไรแบ็ค จะเล่นงานไบรอันต่อ แต่ซีนาออกมาช่วยไล่อัดไรแบ็คหนีไป ซีนาเอาไมค์มาประกาศท้าไรแบ็ค ให้มาเจอกันในแมตช์โต๊ะ ซึ่งไรแบ็คก็ตอบตกลง ในศึกรอว์ (29 กรกฎาคม 2013) ซีนาได้เจอกับ ไรแบ็ค ในแมตช์การปล้ำจับฟาดใส่โต๊ะ สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะไปได้ หลังแมตช์ ไบรอันออกมาคว้าเข็มขัดแชมป์ WWE แล้วเอาขึ้นไปยื่นให้ ซีนาจะรับเข็มขัด แต่ไบรอันดึงกลับ ซีนาเลยแย่งเอามาจนได้ แล้วไบรอันก็ทำท่า Yes! Yes! Yes! ใส่ซีนา ในศึกรอว์ (5 สิงหาคม 2013) ซีนาออกมาตอบโต้สิ่งที่ไบรอันพูด โดยเขาบอกว่า ไบรอันอย่ามาดูถูกเขาเพราะเขาเป็นแชมป์มาแล้ว 11 สมัย มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครจะโชคดีถึง 11 ครั้ง และถ้า ไบรอัน ไม่สามารถชิงแชมป์ไปได้ในซัมเมอร์สแลม นั่นก็หมายความว่า ไบรอัน ไม่ได้มีดีอย่างที่คิด แรนดี ออร์ตัน ถือกระเป๋า MITB ออกมา และบอกกับ ซีนา ว่าอย่ามัวแต่ระวังศัตรูที่อยู่ข้างหลัง เพราะศัตรูที่อยู่ข้างหน้าแกตอนนี้อันตรายกว่า เขามีกระเป๋า MITB และมันก็ไม่สำคัญว่าใครจะชนะในซัมเมอร์สแลม เพราะแชมป์ของจริงนั้นอยู่ที่กระเป๋าใบนี้ เดอะชีลด์ ออกมาล้อมเวทีเอาไว้ และ ไบรอัน ก็ออกมาช่วย ออร์ตัน กับ ซีนา อีกคน แมดด็อกซ์ เลยออกมาจัดแมตช์แท็กทีม 6 คนเป็นคู่เอกคืนนี้ไปเลย สุดท้าย ไบรอัน ลาก เซท โรลลินส์ มา Yes Lock จนได้ แต่ เดอะชีลด์ มารุมต่อย ไบรอัน จนโดนปรับแพ้ฟาวล์ไป หลังแมตช์ ไบรอัน กับ ซีนา ฉลองกันอยู่บนเวทีแต่ ออร์ตัน โผล่มา RKO ใส่ ไบรอัน เดอะชีลด์ กลับขึ้นมาหาเรื่องเลยโดน ออร์ตัน กับ ซีนา ช่วยกันอัดตกเวทีไปหมด แล้ว ออร์ตัน ก็ RKO ใส่ ซีนา อีกคน ออร์ตัน ทำท่าจะใช้กระเป๋า แต่ เดอะชีลด์ ยังกลับมารังควาญ ทำให้ ออร์ตัน รีบหนีไป ปล่อยให้ ซีนา กับ ไบรอัน โดนเล่นงาน ในศึกรอว์ (12 สิงหาคม 2013) เดอะ มิซ ออกมาจัดรายการ MizTV โดยมีแขกรับเชิญเป็น ไบรอัน กับ ซีนา เดอะ มิซ ถามว่าตอนแรกเป็นการสู้กันระหว่างเพื่อน แต่ทำไมตอนนี้เหมือนจะทะเลาะกันไปซะแล้วล่ะ? ซีนา มีปัญหาอะไรกับ ไบรอัน เหรอ? ซีนา บอกว่า ไบรอัน พูดจาดูหมิ่นเขา ส่วน ไบรอัน ก็บอกว่า ซีนา ไม่เคารพเขา ไบรอัน บอกว่าเห็นเสื้อตวนี้มั้ย? (เสื้อ The Beard is Here) นี่คือเรื่องตลกล้อเลียนเสื้อของแก เพราะแกคือตัวตลกของวงการมวยปล้ำ ซีนา โมโห ถอดเสื้อทิ้ง ก่อนจะบอกว่า ไบรอัน เกือบทำให้โมโหแล้วนะ เขาตระเวณปล้ำมาทั่วโลก เป็นแชมป์ 11 สมัย และ ไบรอัน ไม่ใช่คนแรกที่มาพูดกับเขาแบบนี้ และเขาก็เอาชนะคนแบบนี้มาเยอะแล้วไม่ว่าจะเป็น ทริปเปิล เอช, ชอว์น ไมเคิลส์, บาติสตา, แรนดี ออร์ตัน, ซีเอ็ม พังก์ และ เดอะ ร็อก ไบรอัน บอก ซีนา พูดเหมือนกับว่าคนพวกนั้นเหนือกว่าเขาอย่างงั้นแหละ ซีนา บอก ก็นายไม่ได้อยู่ระดับเดียวกับพวกนั้นสักหน่อย และนายก็ไม่คู่ควรจะอยู่ในระดับนั้นด้วย ไบรอัน บอก สรุปก็คือ ซีนา ไม่เคารพเขา ซีนา ไม่เคยมองแมตช์ที่จะเจอกับเขาว่าเป็นแมตช์สำคัญเหมือนที่ ซีนา มองแมตช์ที่เจอกับตำนานพวกนั้น ไบรอัน บอกอีกว่า รู้มั้ยว่าในญี่ปุ่นเขามีธรรมเนียมการกระตุ้นให้นักมวยปล้ำฝ่ายตรงข้ามเอาจริง 100% นั่นคือการตบหน้ากันและกัน เขาก็อยากจะทำแบบนั้นกับ ซีนา เสียแต่ว่า ซีนา ไม่คู่ควรจะได้รับธรรมเนียมนี้เพราะว่า ซีนา ไม่ใช่นักมวยปล้ำ ซีนา โมโห แล้วก็ตบหน้า ไบรอัน จากนั้นก็บอกให้ ไบรอัน ตบหน้าเขาสิ แต่ ไบรอัน ไม่ยอมตบ บอกว่า ซีนา ไม่คู่ควร ทริปเปิล เอช ออกมาห้ามไม่ให้ทั้งคู่ทะเลาะกัน แล้ว ออร์ตัน ก็เดินออกมาชูกระเป๋าเตือนทั้งสองคนให้ระวังตัวให้ดีใน ซัมเมอร์สแลม ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2013) ซีนาได้เป็นฝ่ายแพ้และเสียแชมป์ WWE ให้กับ ไบรอัน หลังแมตช์ ไบรอัน กำลังฉลองแชมป์ แต่ ซีนา มาขัดจังหวะเหมือนจะหาเรื่อง แต่สุดท้ายก็จับมือแสดงความยินดี ซีนา เดินกลับไปและปล่อยให้ ไบรอัน ฉลองบนเวทีโดยมีการจุดพลุฉลองอย่างยิ่งใหญ่ แต่แล้ว ออร์ตัน ก็เดินถือกระเป๋าออกมา ออร์ตัน ชูกระเป๋าข่มขวัญและเดินกลับไป แต่ ทริปเปิล เอช จับ ไบรอัน ใส่ Pedigree แล้ว ออร์ตัน ก็กลับมาใช้กระเป๋าและกดนับ 3 ชนะไปสบายๆ ออร์ตัน ได้แชมป์ไปครองโดย ทริปเปิล เอช ก็ร่วมฉลองด้วย[122]

ในศึกรอว์ (19 สิงหาคม 2013) ซีนา ออกมาเปิดรายการท่ามกลางเสียงโห่ ซีนา บอกว่าเขารู้สึกขยะแขยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ซีนา พูดเข้าข้าง ไบรอัน แต่คนดูโห่และตะโกน Cena Sucks!! ซีนา บอกว่าข้อศอกของเขาบวมเพราะกล้ามเนื้อฉีกขาด และหมอบอกว่าควรจะยกเลิกแมตช์ในศึกซัมเมอร์สแลม และต้องผ่าตัดทันที แต่ ซีนา บอกว่าเขาไม่ยอมยกเลิกและขอปล้ำทั้งๆ ที่บาดเจ็บ แต่เขาจะไม่เอามาเป็นข้ออ้างหรอก เขาแพ้เพราะว่าคู่ต่อสู้ของเขาเหนือกว่าจริง ๆ เขาแพ้อย่างขาวสะอาด แต่เขารู้สึกขยะแขยงที่ ทริปเปิล เอช ทำแบบนั้นแล้วเอาแชมป์ให้ออร์ตันไป ซีนา บอกว่าเขาคงต้องขออำลาไปสักพักเพื่อไปผ่าตัด (คนดูเฮและตะโกน Yes! Yes! Yes!) แต่ก่อนจะจากไป ซีนา ได้แนะนำให้รู้จักกับ แดเนียล ไบรอัน!! ไบรอัน ออกมา และซีนาก็ส่งไมค์ให้ก่อนจะเดินจากไป หลังจากนั้น ซีนา จะต้องเข้ารับการผ่าตัดบริเวณข้อศอกซ้าย ทำให้ ซีนา อาจจะต้องพักยาวถึง 4-6 เดือน[123]

ในศึกรอว์ (7 ตุลาคม 2013) อัลเบร์โต เดล รีโอ เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกเฮฟวี่เวท เปิดตัวออกมา และ วิคกี ก็ตามออกมาเพื่อประกาศคู่ต่อสู้ของ เดล รีโอ คือ ริคาร์โด รอดริเกซ และวิคกียังประกาศอีกว่าผู้ท้าชิงของ เดล รีโอ ในศึก เฮลอินเอเซล คือ จอห์น ซีนา เดล รีโอกำลังช็อคและมัวแต่โวยวายเลยโดน ริคาร์โด รวบกดนับ 3 ชนะไป หลังแมตช์ เดล รีโอ เล่นงานริคาร์โดระบายอารมณ์ จากนั้นก็เอาเก้าอี้มาหนีบแขนแล้ว Cross ArmBreaker จนกรรมการต้องมาห้าม[124] ในศึก เฮลอินเอเซล (2013) ซีนาได้กลับมาอีกครั้งเจอกับเดล รีโอ ในแมตช์ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะ และคว้าแชมป์ไปครอง ทำให้ซีนาสามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 14 มาได้สำเร็จ[125] ในศึกรอว์ (28 ตุลาคม 2013) ซีนา แชมป์โลกเฮฟวี่เวทคนใหม่ บอกว่าเขาชินกับเสียงโห่พวกนี้แล้ว เมื่อคืนนี้มีหลายคนมีความสุขแต่ก็มีหลายคนไม่พอใจ แต่นั่นก็หมายความว่าเขากลับมาแล้ว!! คิดถึงไหมล่ะ? คิดว่าเขาควรจะหายไปนานกว่านี้หรือเปล่า? และ เจบีแอล ก็มักจะพูดอยู่ตลอดว่าถ้าเขากลับมาเขาจะโดน อัลเบร์โต เดล รีโอ อัดจนต้องเลิกปล้ำ แต่ เจบีแอล ก็คิดผิดเพราะเขาเป็นแชมป์โลกคนใหม่แล้ว แดเมียน แซนดาว ออกมา และบอกว่า ซีนา อาจจะหลอกคนดูได้ หลอกหมอได้ แต่หลอกเขาไม่ได้หรอก ซีนาไม่มีทางหายเจ็บเร็วขนาดนั้น แกต้องเจ็บมากกว่าที่แสดงออกให้คนเห็น และที่ออกมาโม้ในวันนี้ก็เพราะว่าซีนากลัวว่าเขาจะออกมาใช้กระเป๋า MITB แซนดาวบอกว่าเขาจะใช้กระเป๋าเมื่อไหร่ก็ได้ แต่คงไม่ใช่คืนนี้ ว่าแล้วก็เดินจากไป แต่ ซีนา ทำท่าจะหาเรื่องแซนดาว ทำให้แซนดาวกระทืบซีนาทันที แล้วก็ใช้กระเป๋าฟาดรัวใส่แขนของซีนา จากนั้น แซนดาว เรียกกรรมการออกมาและขอใช้กระเป๋าเดี๋ยวนี้!! ทำให้ ซีนา ต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับแดเมียน แซนดาว สุดท้าย ซีนา จับ แซนดาว ใส่ Attitude Adjustment และกดนับ 3 ไป ทำให้ ซีนา เป็นฝ่ายชนะและป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท เอาไว้ได้สำเร็จ และ แซนดาว กลายเป็นคนที่สองที่ใช้กระเป๋า MITB แล้วไม่สำเร็จ[126] ในศึกรอว์ (4 พฤศจิกายน 2013) ซีนา ได้จับคู่กับแชมป์แทคทีม WWE โกลดัสต์ และโคดี โรดส์ เจอกับ แซนดาว, แจ๊ค สแวกเกอร์ และแอนโทนีโอ ซีซาโร สุดท้าย ซีนา, โกลดัสต์ และ โคดี ก็เอาชนะไปได้สำเร็จ ในศึกรอว์ (18 พฤศจิกายน 2013) ซีนา ออกมาที่เวทีโดยพันแขนข้างซ้ายอยู่ ซีนาพูดถึงแมตช์ที่เขาจะป้องกันแชมป์ใน เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ แล้ว อัลเบร์โต เดล รีโอ ก็ออกมา เดล รีโอ บอกว่าเขาจะกระทืบ ซีนาในบ้านเกิดของเขาเองต่อหน้าพ่อแม่ของซีนา และรู้อะไรไหมว่าแชมเปี้ยนที่แท้จริงจะต้องฉวยโอกาสทุกอย่างที่เห็น และตอนนี้เขาก็ได้โอกาสนั้นแล้ว ซีนาบอก นายพูดถูกนะ แชมเปี้ยนที่แท้จริงต้องคว้าทุกโอกาส ว่าแล้ว ซีนาก็ถอดสลิงที่แขนซ้ายออกแล้วไล่ต่อย เดล รีโอ จนต้องรีบหนีไป ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2013) ซีนา ต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ เดล รีโอ สุดท้าย ซีนา เป็นฝ่ายชนะและป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท เอาไว้ได้สำเร็จ

ในศึกรอว์ (25 พฤศจิกายน 2013) แรนดี ออร์ตัน ออกมาบอกว่าพวกแกคงจะไม่คิดล่ะสิว่าชั้นคนนี้จะออกมาที่นี่ในฐานะแชมป์ WWE แต่ก็มีอยู่เรื่องหนึ่งที่คาใจ จึงขอให้ ทริปเปิล เอช ออกมาหน่อย ทริปเปิล เอช กับ สเตฟานี แม็กแมเฮิน ออกมา และออร์ตันบอกว่าทำไมต้องออกมาช่วยเขาด้วย? ก็ไหนบอกว่าไม่ต้องมีการก่อกวนไง เขาเอาชนะด้วยตัวเองได้ ไม่ต้องให้ใครมาช่วย เพราะเขาคือผู้เป็นหน้าเป็นตาของ WWE เป็นแชมป์ WWE เป็นซูเปอร์สตาร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ WWE ตลอดกาลและไม่มีใครจะมาแย่งชิงอะไรไปจากเขาได้ ซีนา ออกมา และก็บอกว่าเขานี่แหละที่จะทำได้ ขอท้าเจอ ออร์ตัน โดยเอาแชมป์ทั้งสองเส้นเป็นเดิมพัน ทริปเปิล เอช กับ สเตฟานี ก็เห็นชอบด้วย และ ทริปเปิล เอช ก็จัดแมตช์ในศึก TLC ให้ทั้งสองคนเจอกันและจะเอาแชมป์ทั้งสองเส้นแขวนไว้ในแมตช์ โต๊ะ, บันได, และ เก้าอี้ ซีนา กับ ออร์ตัน ชูเข็มขัดแชมป์ข่มกันก่อนจะแยกย้ายกันกลับ ในคืนเดียวกัน ซีนา ได้จับคู่กับ บิ๊กโชว์ เจอกับ ออร์ตัน และ อัลเบร์โต เดล รีโอ สุดท้าย ซีนา และ บิ๊กโชว์ ก็เอาชนะไปได้สำเร็จ หลังแมตช์ เดล รีโอ มาเล่นงานซีนา แต่โดนซีนาจับ Attitude Adjustment แต่ออร์ตันเอาเข็มขัด WWE ฟาดหัวซีนา ออร์ตันไปเอาเข็มขัด WHC ของซีนามา แล้วประกาศศักดาด้วยการชูเข็มขัดสองเส้น[127] ในศึกรอว์ (2 ธันวาคม 2013) มีการเซ็นสัญญาแมตช์การปล้ำชิงแชมป์โลกทั้งสองเส้นในศึก TLC ทั้ง ซีนา และ ออร์ตัน เซ็นสัญญากันเสร็จก็ตีกันจนได้ เป็นซีนาที่เหนือกว่าและเป็นฝ่ายไล่อัดออร์ตัน ได้ก่อน แต่ออร์ตันเอาคืนด้วยการใช้เก้าอี้ฟาดรัวๆ ออร์ตันไปเอาโต๊ะมาวาง แต่ซีนาฟื้นมาจับออร์ตันใส่ Attitude Adjustment ลงบนโต๊ะจนพัง และก็ปิดรายการไป ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2013) ซีนาได้เจอกับออร์ตัน ในแมตช์การต่อสู้ด้วยโต๊ะ บันได และเก้าอี้ ชิงแชมป์ WWE และ แชมป์โลกเฮฟวี่เวท สุดท้าย จอห์น ซีนา เป็นฝ่ายแพ้และเสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ให้กับ ออร์ตัน[128] ในศึกรอว์ (13 มกราคม 2014) ซีนาได้เจอกับ แดเมียน แซนดาว สุดท้าย ซีนา ก็เอาชนะไปได้สำเร็จ ในคืนเดียวกัน ออร์ตัน จะต้องเจอกับ โคฟี คิงส์ตัน และ ออร์ตัน เป็นฝ่ายแพ้ หลังแมตช์ ออร์ตันโมโหโวยวายทำลายโต๊ะผู้บรรยาย จากนั้นก็เหลือบไปเห็นพ่อของซีนา นั่งดูอยู่ที่ข้างเวทีพอดี เลยเข้าไปต่อยพ่อซีนาจนร่วง ซีนาออกมาไล่ออร์ตันไป และเรียกแพทย์ WWE มาดูอาการพ่อ ในศึก รอยัลรัมเบิล (2014) ซีนาได้รีแมตช์กับ ออร์ตัน อีกครั้ง ในแมตช์ชิงแชมป์ WWE เวิลด์เฮฟวี่เวท สุดท้ายซีนาไม่สามารถคว้าแชมป์คืนมาได้ จากการก่อกวนของ เดอะไวแอ็ตต์แฟมิลี[129]

ในศึกรอว์ (27 มกราคม 2014) ซีนา ได้จับคู่กับ แดเนียล ไบรอัน และ เชมัส เจอกับ เดอะชีลด์ โดยทีมที่ชนะได้สิทธิ์เข้าร่วมแมตช์ อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ เพื่อชิงแชมป์ WWE เวิลด์เฮฟวี่เวท ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2014) สุดท้ายแมตช์จบลงโดยไม่มีผลการตัดสิน เพราะ เดอะไวแอ็ตต์แฟมิลี มาก่อกวนการปล้ำ หลังแมตช์ทีมซีนาช่วยกันไล่อัดพวกไวแอ็ตต์ จนต้องหนีไป แล้วโฆษกก็ประกาศว่าทีมของซีนา เป็นฝ่ายชนะฟาวล์ ได้สิทธิ์เข้าร่วมแมตช์ อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์[130] [131] ในศึกรอว์ (10 กุมภาพันธ์ 2014) ซีนาได้เจอกับ แรนดี ออร์ตัน สุดท้าย ซีนา ก็เอาชนะไปได้สำเร็จ ในศึกรอว์ (17 กุมภาพันธ์ 2014) ซีนาได้เจอกับ ซีซาโร สุดท้าย ซีนา ก็เอาชนะไปได้สำเร็จ ในคืนเดียวกัน ออร์ตัน จะต้องเจอกับ เชมัส สุดท้าย เดอะชีลด์ มาก่อกวนการปล้ำ หลังแมตช์ เดอะชีลด์ รุมกระทืบ เชมัส ต่อ แต่ ซีนา กับ ไบรอัน ออกมาไล่อัด เดอะชีลด์ ก่อนที่ ซีซาโร กับ คริสเตียน จะออกมาร่วมด้วย เดอะไวแอ็ตต์แฟมิลี โผล่มากลางเวทีอีก แล้วก็มาต่อยกับ เดอะชีลด์ จากนั้นก็ต่อยกันมั่วไปหมดและก็จบรายการไป ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ ซีนาก็ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ จากการก่อกวนของ เดอะไวแอ็ตต์แฟมิลี

จอห์น ซีนา เจอกับ เบรย์ ไวแอ็ตต์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30

ในศึกรอว์ (24 กุมภาพันธ์ 2014) ซีนา ออกมาพูดถึงการเริ่มเปิดบริการ WWE Network และอนาคตของ WWE ได้เริ่มขึ้นแล้ว แต่ดาวรุ่งคนไหนอยากจะเป็นอนาคตของสมาคมก็ต้องผ่านด่านเขาไปก่อน ซีนา บอก บางคนอาจจะไม่ชอบ แต่นี่คือความจริง อนาคตของสมาคมนี้ก็คือเขาคนนี้ และคนที่มาท้าทายตอนนี้ก็คือ เบรย์ ไวแอ็ตต์ ออกมาเจอกันเดี๋ยวนี้เลย!! เบรย์ ออกมาพร้อมกับ ลุก ฮาร์เปอร์ และ อีริก โรแวน จากนั้น เบรย์ ก็บอกว่าเขาเห็นด้วยที่จะต้องผ่าน ซีนา ไปสู่อนาคต แล้วก็รุมกระทืบซีนา จนซีนามีอาการเจ็บที่ขา ก่อนที่ ไวแอ็ตต์ จะเดินจากไป และ ซีนาก็ต้องลงเปลหามกลับไปด้วย ในศึกรอว์ (10 มีนาคม 2014) จอห์น ซีนา ได้ออกมาประกาศว่าเขาจะเข้าร่วมแมตช์การปล้ำ แบทเทิลรอยัล 30 คน ที่ประกาศโดย ฮัลค์ โฮแกน แต่กลุ่ม เดอะไวแอ็ตต์แฟมิลี ก็ออกมา ซีนาก็บอกกับ โฮแกน ว่า เขาอาจจะไม่ได้เข้าร่วมปล้ำในแมตช์แบทเทิลรอยัลแล้ว เพราะตอนนี้เขาขอท้า เบรย์ ไวแอ็ตต์ เจอกันเดี่ยวๆตัวๆ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ในคืนเดียวกัน ซีนาได้เจอกับ อีริก โรแวน สุดท้าย ซีนา ก็เอาชนะไปได้สำเร็จ ในศึกรอว์ (17 มีนาคม 2014) ซีนาออกมาพูดถึง เบรย์ ไวแอ็ตต์ บอกว่าถึงเขาจะกลัว เบรย์ ก็เถอะ แต่เขาจะปราบ ไวแอ็ตต์ ให้ได้ใน เรสเซิลเมเนีย เบรย์ก็โผล่มาทางจอยักษ์โดยสวมเสื้อซีนาอยู่ บอกว่า ซีนาเป็นแค่คนขายเสื้อและมีแฟนยัดไส้พลาสติก ในศึกสแมคดาวน์ (21 มีนาคม 2014) ซีนาได้เจอกับ ลุก ฮาร์เปอร์ สุดท้าย ซีนา ก็เอาชนะไปได้สำเร็จ หลังแมตช์ เบรย์ กับ โรแวน จะขึ้นมากระทืบ ซีนา แต่ ซีนา ก็หนีไปได้ซะก่อน และ ซีนาก็ไปฉลองปิดรายการที่ทางเดินเปิดตัว ในศึกรอว์ (24 มีนาคม 2014) ซีนาได้เจอกับ ลุก ฮาร์เปอร์ อีกครั้ง สุดท้ายแมตช์จบลงโดยไม่มีผลการตัดสิน เพราะ ซีนากำลังจับ ฮาร์เปอร์ จะใช้ AA แต่ไฟก็ดับลงและพอสว่างอีกที ซีนาก็โดนจับมัดอยู่กับเชือกเวทีและมีหน้ากากแพะสวมหัวอยู่ แล้ว เบรย์ ก็หัวเราะเยาะเย้ย ในศึกรอว์ (31 มีนาคม 2014) ซีนาสวมหน้ากากแพะมาแอบเข้ากลุ่มกับ ไวแอ็ตต์ จากนั้นก็ไล่อัดพวกไวแอ็ตต์ ซะกระเจิง แต่ เบรย์ หนีไปได้ก่อนจะโดน AA แบบหวุดหวิด ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30 ซีนาได้เจอกับ เบรย์ ไวแอ็ตต์ สุดท้าย ซีนา ก็เอาชนะไปได้สำเร็จ

ในศึกสแมคดาวน์ (11 เมษายน 2014) ซีนาออกมาที่เวทีและพูดถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ในช่วงนี้ที่บรรดาดาวรุ่งต่างโชว์ฟอร์มกันได้ดี แต่อยากจะขอเตือนเอาไว้ว่าถ้าอยากจะประสบความสำเร็จในขั้นต่อไปล่ะก็จะต้องข้ามผ่านเขาไปก่อน ไวแอ็ตต์แฟมิลี โผล่มาทางจอยักษ์ และ เบรย์ ก็บอกว่าเขาดีใจที่เขาแพ้ซีนา เพราะมันทำให้เขาได้เห็นอะไรบางอย่างในตัวซีนา ที่กำลังเปลี่ยนไป ในศึกรอว์ (14 เมษายน 2014) เบรย์ ไวแอ็ตต์ ออกมาที่เวที และซีนา ก็ตามออกมาเปิดเผยภาพครอบครัวไวแอ็ตต์ที่เหลืออยู่โดยเป็นรูปตัดต่อของ เบรย์, ฮาร์เปอร์ และโรแวน จากนั้น ซีนา ก็ท้า เบรย์ เจอกันในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2014) ในแมตช์กรงเหล็ก

เกี่ยวกับมวยปล้ำ[แก้]

ซีนาใช้ท่า Attitude Adjustment (ชื่อเดิม F-U) เล่นงาน เคน
ซีนาใช้ท่า STF (ชื่อเดิม STFU) เล่นงาน บาติสตา
ซีนาใช้ท่า Five Knuckle Shuffle เล่นงาน ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์
ซีนาใช้ท่า Leg Drop เล่นงาน แรนดี ออร์ตัน
  • ท่าไม้ตาย
    • STF (ชื่อเดิม STFU)
      • วิธีใช้ : จับคู่ต่อสู้งัดคอและงอขาไปหาเอวทำให้คู่ต่อสู้ตบพื้นยอมแพ้
    • AA - Attitude Adjustment (ชื่อเดิม F-U)[132]
      • วิธีใช้ : จับคู่ต่อสู้ยกแล้วจับทุ่มเต็มๆ ทำให้คู่ต่อสู้เจ็บหลัง
  • ท่าเอกลักษณ์
    • Diving leg drop bulldog
    • Drop to hold , some times for STF
    • Dropkick, sometimes from the top rope[133]
    • Emerald Flowsion
    • Five Knuckle Shuffle[134] (จับคู่ต่อสู้ยกแล้วทุ่มแล้วเด้งเชือกและทิ้งหมัดใส่คู่ต่อสู้บริเวณหน้าผาก, บางครั้งก็ใช้ตอนกระโดดเชือก)
    • Fisherman suplex
    • Gutwrench suplex
    • Spin-out powerbomb
    • Running leaping shoulder block
    • Running one–handed bulldog
    • Sitout hip toss
    • Spinebuster – 2002 – 2005; used rarely thereafter
    • Throwback[135] (Running neck snap to a bent–over opponent) - used the last time in 2011
    • Twisting belly to belly suplex
  • ผู้จัดการ
    • เคนนี โบลิน
    • บี-ทู
    • เรดด์ ด็อก
    • วินซ์ แม็กแมน
  • เพลงเปิดตัว
    • "Slam Smack" โดย R. Hardy (FirstCom Production Music) (27 มิถุนายน 2002 - 7 พฤศจิกายน 2002)[138]
    • "Insert Bass Here" โดย DJ Case (FirstCom Production Music) (14 พฤศจิกายน 2002 - 13 กุมภาพันธ์ 2003)[139]
    • "Basic Thuganomics" โดย จอห์น ซีนา (27 มีนาคม 2003 - ปัจจุบัน)
    • "We Are One" โดย 12 Stones (WWE;3 ตุลาคม 2010 - 21 พฤศจิกายน 2010;ใช้เปิดตัวพร้อมกับ เดอะเน็กซัส)
    • "The Time is Now" โดย จอห์น ซีนา และ Tha Trademarc (WWE) (17 มีนาคม 2005 - ปัจจุบัน)

ผลงานในสมาคม WWE[แก้]

จอห์น ซีนา กับ แชมป์ WWE
จอห์น ซีนา กับ แชมป์โลกเฮฟวี่เวท
  • เวิลด์ แทคทีม แชมเปียนชิป (2 สมัย)[143]
    • คู่กับ ชอว์น ไมเคิลส์ ชนะ เอดจ์ และ แรนดี ออร์ตัน ในศึก รอว์
    • คู่กับ บาติสต้า ชนะ โคดี โรดส์ และ เท็ด ดิบิอาซี จูเนียร์ ในศึก รอว์

ผลงานทั้งหมด[แก้]

  • Pro Wrestling Report
  • Ultimate Pro Wrestling
    • UPW Heavyweight Championship (1 สมัย)[154]
  • Wrestling Observer Newsletter Awards
    • Wrestler of the Year (2007, 2010)[155]
    • Best Box Office Draw (2007)
    • Best on Interviews (2007)
    • Feud of the Year (2011) เจอกับ ซีเอ็ม พังก์[156]
    • Match of the Year (2011) เจอกับ ซีเอ็ม พังก์ ในศึก มันนีอินเดอะแบงก์
    • Most Charismatic (2006 – 2010)
    • Most Charismatic of the Decade (2000 – 2009)[157]
    • Worst Feud of the Year (2012) เจอกับ เคน
    • Worst Worked Match of the Year (2012) เจอกับ จอห์น โลรีนายติส ในศึก โอเวอร์เดอะลิมิต วันที่ 20 พฤษภาคม
    • Best Gimmick (2003)[155]
    • Wrestling Observer Newsletter Hall of Fame (Class of 2012)[158]

ผลงานอื่นๆ[แก้]

นอกจาก จอห์น ซีนา จะมีผลงานในสังเวียนมวยปล้ำแล้ว ยังมีผลงานอื่นๆ ดังนี้

ผลงานเพลง[แก้]

  • ในปี 2004 จอห์น ซีนา ได้ร้องเพลงในอัลบัม WWE Originals ของ WWE คือเพลง Basic Thuganomics
  • ในปี 2005 ในอัลบั้มของเขาเองอย่าง You Can't See Me[159][160]

ภาพยนตร์[แก้]

ปี ภาพยนตร์ รับบท หมายเหตุ
2000 Ready to Rumble Gym Trainer
2006 คนคลั่ง ล่าทะลุสุดขีดนรก จอห์น ไตรตัน บทนำ
2009 ฝ่าวิกฤติ 12 รอบระห่ำนรก แดนนี่ ฟิชเชอร์ บทนำ
2010 Legendary Mike Chetley
Fred: The Movie Fred's Imaginary Dad Television film
2011 The Reunion Sam Cleary
Fred 2: Night of the Living Fred Fred's Imaginary Dad TV film
2012 Fred 3: Camp Fred Fred's Imaginary Dad
2013 Fred 4 Fred's Imaginary Dad
2014 Scooby Doo: The Curse of the Ghost Bear
The Expendables 3

โทรทัศน์[แก้]

ปี รายการ รับบท หมายเหตุ
2001 Manhunt Big Tim Kingman
2007 Fast Cars and Superstars: The Gillette Young Guns Celebrity Race ตัวเขาเอง
2010 ไซค์ Ewan O'Hara แขกรับเชิญ; ตอน: "You Can't Handle This Episode" (season 4: episode 10)
True Jackson, VP ตัวเขาเอง แขกรับเชิญ; ตอน: "Pajama Party" (season 2: episode 12)
แฮนนาห์ มอนทานา...สาวเด่น, เต้น, ร้อง... ตัวเขาเอง แขกรับเชิญ; ตอน: "Love That Lets Go" (season 4: episode 7)
Generator Rex Hunter Cain Voice role
"The Hunter" (season 1: episode 13)

เกี่ยวกับซีนา[แก้]

  • จอห์น ซีนา ได้ แชมป์โลกทั้งหมด 14 สมัย (แชมป์ WWE 11 สมัย และ แชมป์โลกเฮฟวี่เวท 3 สมัย)
  • จอห์น ซีนา ได้ แชมป์ยูเอส ครั้งแรกในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 20 โดยชนะ บิ๊กโชว์
  • จอห์น ซีนา ได้ แชมป์ WWE ครั้งแรกในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 21 โดยชนะ เจบีแอล
  • จอห์น ซีนา ได้ แชมป์โลกเฮฟวี่เวท ครั้งแรกในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2008) โดยชนะ คริส เจอริโค
  • จอห์น ซีนา ได้ แชมป์โลกแทคทีม ครั้งแรกโดยจับคู่กับ ชอว์น ไมเคิลส์ เอาชนะ เรท-อาเคโอ (เอดจ์ และ แรนดี ออร์ตัน)
  • จอห์น ซีนา สามารถยกนักมวยปล้ำที่ตัวใหญ่กว่าเขาได้ทุกคน
    • เดอะ เกรท คาลี นักมวยปล้ำที่สูงที่สุดในยุคปัจจุบัน
    • บิ๊กโชว์ นักมวยปล้ำที่ตัวใหญ่ที่สุดและน้ำหนักมากที่สุดในยุคปัจจุบัน
    • มาร์ก เฮนรี นักมวยปล้ำที่แข็งแรงที่สุดในโลก เป็นต้น
  • จอห์น ซีนา เป็นผู้ชนะเลิศใน รอยัลรัมเบิล ปี 2008 และ 2013
  • จอห์น ซีนา เคยชนะผู้ที่เคยก่อตั้งทีมเดียวกันในนาม ดี-เจเนอเรชันเอ็กซ์ ทั้ง ทริปเปิล เอช และ ชอว์น ไมเคิลส์ มาแล้ว ในศึก เรสเซิลเมเนีย
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 22 ชนะ ทริปเปิล เอช
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 23 ชนะ ชอว์น ไมเคิลส์
  • จอห์น ซีนา ปล้ำศึก เรสเซิลเมเนีย มาแล้ว 11 ครั้ง โดย ซีนา ชนะ 8 แพ้ 3
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 20 ชนะ บิ๊กโชว์
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 21 ชนะ เจบีแอล
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 22 ชนะ ทริปเปิล เอช
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 23 ชนะ ชอว์น ไมเคิลส์
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 24 แพ้ แรนดี ออร์ตัน โดยมี ทริปเปิล เอช ร่วมปล้ำด้วย
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 25 ชนะ เอดจ์ และ บิ๊กโชว์
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 26 ชนะ บาติสตา
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 แพ้ เดอะ มิซ
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 แพ้ เดอะ ร็อก
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 ชนะ เดอะ ร็อก
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30 ชนะ เบรย์ ไวแอ็ตต์
  • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 เป็นครั้งแรกที่ซีนาปล้ำโดยที่ไม่มีเข็มขัดเส้นใดเป็นเดิมพัน
  • จอห์น ซีนา ปล้ำ ไอควิต แมทช์ มาแล้ว 4 ครั้ง และยังไม่เคยแพ้ใคร
  • จอห์น ซีนา ปล้ำศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ มาแล้ว 5 ครั้ง และยังไม่เคยแพ้ใคร
    • เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2009) ชนะ บิ๊กโชว์
    • เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2010) ชนะ บาติสตา
    • เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2011) ชนะ เดอะ มิซ และ จอห์น มอร์ริสัน
    • เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2012) ชนะ บร็อก เลสเนอร์
    • เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2013) No Contest กับ ไรแบ็ค
  • จอห์น ซีนา ปล้ำ อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ แมทช์ มาแล้ว 5 ครั้ง โดยชนะ 3 แพ้ 2
  • จอห์น ซีนา เป็นนักมวยปล้ำคนแรกที่เอาชนะ อูมาก้า มาได้สำเร็จ
  • จอห์น ซีนา ปล้ำ ไอรอน แมน แมทช์ ครั้งแรก โดยชนะ แรนดี ออร์ตัน 6-5 ในศึก แบรกกิ้ง ไรท์ส (2009)
  • จอห์น ซีนา จับคู่กับ ชอว์น ไมเคิลส์ และ บาติสต้า จนได้แชมป์โลกแทคทีม โดยเป็นคู่กรณีกัน
  • จอห์น ซีนา เปิดตัว ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 23 ใช้งบประมาณสูงสุดในประวัติศาสตร์ถึง 100,000 ดอลลาร์
  • จอห์น ซีนา ดัดแปลงเข็มขัด แชมป์โลก WWE แบบหมุนได้ ทำให้เป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดในรอบ 5 ปี
  • จอห์น ซีนา และ เรย์ มิสเตริโอ คือสองคนที่แฟนๆ ต้องการลายเซ็นมากที่สุด
  • จอห์น ซีนา เป็นนักมวยปล้ำคนแรกที่คว้าแชมป์ WWE ได้ถึง 11 สมัย
  • จอห์น ซีนา เป็นนักมวยปล้ำคนแรกที่เอาชนะ เทนไซ มาได้สำเร็จ
  • จอห์น ซีนา เป็นนักมวยปล้ำคนเดียวที่เพลงเปิดตัว มีผู้โหลดใน ไอทูนส์ สูงสุดอันดับที่ 1 โดยครองถึง 2 สัปดาห์
  • จอห์น ซีนา เป็นนักมวยปล้ำคนแรกที่ใช้กระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ และไม่ได้แชมป์ WWE
  • จอห์น ซีนา ปล้ำศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ มาแล้ว 9 ครั้ง โดย ซีนา ชนะ 8 แพ้ 1
    • เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2003) คู่กับ ทีมแองเกิล (เคิร์ต แองเกิล, คริส เบนวา, ฮาร์ดคอร์ ฮอลลี และ แบรดชอว์) ชนะ ทีมเลสเนอร์ (บร็อก เลสเนอร์, บิ๊กโชว์, Matt Morgan, นาธาน โจนส์ และ A-Train)
    • เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2004) คู่กับ ทีมเกอร์เรโร (เอ็ดดี เกอร์เรโร, บิ๊กโชว์ และ ร็อบ แวน แดม) ชนะ ทีมแองเกิล (เคิร์ต แองเกิล, คาร์ลิโต้, Luther Reigns และ Mark Jindrak)
    • เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2005) ชนะ เคิร์ต แองเกิล
    • เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2006) คู่กับ ทีมซีนา (ร็อบ แวน แดม, เคน, บ็อบบี แลชลีย์ และ ซาบู) ชนะ ทีมบิ๊กโชว์ (บิ๊กโชว์, เทสต์, เอ็มวีพี, ฟินเลย์ และ อูมาก้า)
    • เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2008) ชนะ คริส เจอริโค
    • เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2009) ชนะ ทริปเปิล เอช และ ชอว์น ไมเคิลส์
    • เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2011) คู่กับ เดอะ ร็อก ชนะ ออซัม ทรูธ (เดอะ มิซ และ อาร์-ทรูธ)
    • เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2012) แพ้ ซีเอ็ม พังค์ โดยมี ไรแบ็ค ร่วมปล้ำด้วย
    • เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2013) ชนะ อัลเบร์โต เดล รีโอ

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 "John Cena". WWE. สืบค้นเมื่อ 2007-05-05. 
  2. Keck, William (2006-10-08). "A new action star/femme fatale pairing?". USA Today. สืบค้นเมื่อ 2007-03-27. "At his Tampa home, Cena maintains a humidor that holds more than 300 cigars." 
  3. "Fast Cars & Superstars - Gillette Young Guns Celebrity Race Driver Bios". ABC Media Net. สืบค้นเมื่อ 2007-06-11. 
  4. "SLAM! Sports biography". CANOE. February 6, 2005. สืบค้นเมื่อ May 5, 2007. 
  5. Sokol, Bryan (December 20, 2010). "TLC delivers highs, lows and a new champ". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ December 20, 2010. 
  6. "9 WWE Titles". WWE. สืบค้นเมื่อ September 18, 2011. 
  7. "1998 Football Roster". Springfield College. สืบค้นเมื่อ May 5, 2007. 
  8. "John Cena Bulldog Basketball Jersey". WWE. สืบค้นเมื่อ May 6, 2007. 
  9. "John Cena Personalized Beware of Dog Football Jersey". WWE. สืบค้นเมื่อ January 3, 2008. 
  10. Perkins, Brad (February 2001). "Training Ground". Wrestling Digest. สืบค้นเมื่อ July 17, 2008. 
  11. "Inside WWE's New Magazine". WWE. สืบค้นเมื่อ May 5, 2007. "Who would have guessed John Cena was once a limo driver" 
  12. "UPW: John "Prototype" Cena". UPW. Archived from the original on April 17, 2008. สืบค้นเมื่อ March 13, 2008. 
  13. "OVW Heavyweight Title". Wrestling-Titles. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  14. Hamilton, Ian. Wrestling's Sinking Ship (p.67)
  15. "SmackDown! results – June 27, 2002". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 9, 2007. 
  16. "SmackDown! results – October 10, 2002". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 9, 2007. 
  17. "SmackDown! results – March 6, 2003". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 9, 2007. 
  18. "SmackDown! results – March 13, 2003". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 9, 2007. 
  19. "SmackDown! results – March 20, 2003". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 9, 2007. 
  20. "Backlash 2003 results". Pro Wrestling history. สืบค้นเมื่อ May 9, 2007. 
  21. "SmackDown! results – November 13, 2003". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ July 6, 2007. 
  22. "Survivor Series 2003 results". Pro Wrestling history. สืบค้นเมื่อ December 29, 2007. 
  23. "WrestleMania XX results". Pro Wrestling history. สืบค้นเมื่อ May 10, 2007. 
  24. "SmackDown! results – November 18, 2004". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 10, 2007. 
  25. "John Cena's Second Reign as US Champion". WWE. สืบค้นเมื่อ May 10, 2007. 
  26. "No Way Out 2005 results". Pro Wrestling history. สืบค้นเมื่อ May 10, 2007. 
  27. "Judgment Day 2005 results". Pro Wrestling history. Archived from the original on May 7, 2007. สืบค้นเมื่อ May 10, 2007. 
  28. Evans, Ant. "Power Slam". What’s going down... (SW Publishing LTD). p. 4. 132. 
  29. "RAW results – August 22, 2005". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 10, 2007. 
  30. "2007 Wrestling Almanac & Book of Facts". Wrestling’s Historical Cards (Kappa Publishing). 2007. p. 119. 
  31. McElvaney, Kevin (June 2007). "Pro Wrestling Illustrated, July 2007". WrestleMania 23 (Kappa Publishing). pp. 74–101. 
  32. "WWE RAW Results – December 24, 2007". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ December 25, 2007. 
  33. "Royal Rumble 2008 results". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ January 29, 2008. 
  34. "RAW results – January 28, 2008". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ April 1, 2008. 
  35. "No Way Out 2008 results". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ February 19, 2008. 
  36. "Raw results – February 18, 2008". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ April 1, 2008. 
  37. "WrestleMania XXIV results". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ April 1, 2008. 
  38. "Cena out, vows to return". World Wrestling Entertainment. August 26, 2008. สืบค้นเมื่อ August 27, 2008. 
  39. "John Cena: Post-surgery interview". World Wrestling Entertainment. August 26, 2008. สืบค้นเมื่อ August 27, 2008. 
  40. Sitterson, Aubrey (November 23, 2008). "The Champ is back!". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ November 24, 2008. 
  41. Tello, Craig. "Gold way out". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ February 19, 2009. 
  42. Passero, Mitch (April 5, 2009). "Cena reclaims his gold". World Wrestling Entertainment. Archived from the original on June 18, 2009. สืบค้นเมื่อ April 6, 2009. 
  43. Passero, Mitch (April 26, 2009). "Fueled by hatred and desperation". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ April 26, 2009. 
  44. Sitterson, Aubrey (May 17, 2009). "Results:Conservation of momentum leads to victory". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ May 17, 2009. 
  45. Murphy, Ryan (June 7, 2009). "Results:Submission Accomplished". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ June 14, 2009. 
  46. Tello, Craig (October 25, 2009). "One Hour, Anything Goes WWE Iron Man Match scorecard". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ October 21, 2011. 
  47. Caldwell, James (December 13, 2009). "Caldwell's WWE TLC PPV Report 12/13: Complete PPV report on Cena vs. Sheamus, DX vs. JeriShow, Taker vs. Batista". PWTorch. สืบค้นเมื่อ December 14, 2009. 
  48. Plummer, Dale; Nick Tylwalk (February 22, 2010). "Batista, Jericho and Michaels capitalize on Elimination Chamber opportunities". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ February 22, 2010. 
  49. Adkins, Greg (February 22, 2010). "Taking the bull by the horns". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ March 29, 2010. 
  50. "Results: Tale of the tape". World Wrestling Entertainment. April 25, 2010. สืบค้นเมื่อ April 29, 2010. 
  51. Bishop, Matt (May 23, 2010). "Batista quits to end disappointing Over The Limit". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ May 26, 2010. 
  52. Eck, Kevin (June 21, 2010). "Fatal Fourway thoughts". The Baltimore Sun. สืบค้นเมื่อ June 21, 2010. 
  53. Adkins, Greg (July 18, 2010). "Results: Bank robbery". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ August 13, 2010. 
  54. Adkins, Greg (August 15, 2010). "Results: The Seventh Sign". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ August 16, 2010. 
  55. Hillhouse, Dave (October 4, 2010). "Hell in a Cell: Betrayal, fan interference, and flying shoes". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ October 4, 2010. 
  56. 56.0 56.1 Sokol, Bryan (October 25, 2010). "Cena central to Bragging Rights; Smackdown wins again". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ October 26, 2010. 
  57. Wilkenfeld, Daniel (October 25, 2010). "Caldwell's WWE Raw results 10/25: Complete "virtual time" coverage of live Raw following Bragging Rights, Bryan vs. Ziggler". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ October 26, 2010. 
  58. Plummer, Dale (November 22, 2010). "RAW: The Miz cashes in as Nexus costs Orton WWE title". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ November 23, 2010. 
  59. Plummer, Dale (December 7, 2010). "RAW: Cena pushes Nexus, Barrett to the breaking point". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ December 7, 2010. 
  60. Plummer, Dale (December 13, 2010). "RAW: The Slammy Awards falls flat". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ December 20, 2010. 
  61. Adkins, Greg (January 31, 2011). "It's good to be "King"". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ February 22, 2011. 
  62. 62.0 62.1 "Results:WWE Champion The Miz def. John Cena". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ April 5, 2011. 
  63. Wortman, James. "WWE: Homepage > TV Shows > WWE Over The Limit > WWE Over The Limit 2011 > WWE Champion John Cena vs. The Miz ("I Quit" Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ May 14, 2011. 
  64. Wortman, James. "WWE Champion John Cena vs. R-Truth". WWE. สืบค้นเมื่อ June 9, 2011. 
  65. "WWE Chairman Vince McMahon suspends CM Punk". World Wrestling Entertainment. June 28, 2011. สืบค้นเมื่อ June 28, 2011. 
  66. James Wortman (July 4, 2011). "Raw results: Stars and gripes". WWE. สืบค้นเมื่อ July 5, 2011. 
  67. Tello, Craig (July 17, 2011). "Homepage > TV Shows > Money in the Bank > Money in the Bank 2011 > CM Punk def. John Cena (New WWE Champion)". WWE. สืบค้นเมื่อ September 4, 2011. 
  68. Rey Mysterio relinquishes belt on Raw (July 26, 2011). "Story:Title Glory for Cena". Sky Sports. สืบค้นเมื่อ September 4, 2011. 
  69. "John Cena vs. CM Punk – Undisputed WWE Championship Match". WWE. สืบค้นเมื่อ August 1, 2011. 
  70. Murphy, Ryan. "John Cena def. Alberto Del Rio (New WWE Champion)". WWE. สืบค้นเมื่อ December 5, 2011. 
  71. "WWE Championship Triple Threat Hell in a Cell Match". WWE. สืบค้นเมื่อ September 20, 2011. 
  72. "WWE Championship Last Man Standing Match". WWE. สืบค้นเมื่อ October 11, 2011. 
  73. "The Miz and R-Truth vs. John Cena and The Rock". WWE. สืบค้นเมื่อ October 31, 2011. 
  74. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 12/12: Complete "virtual-time" coverage of live three-hour Raw – Henry vs. Cena, Slammys, final TLC hype". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ December 20, 2011. 
  75. Mitch Passero (January 30, 2012). "John Cena vs. Kane (Double Count-Out)". WWE. สืบค้นเมื่อ January 30, 2012. 
  76. Giannini, Alex (February 6, 2012). "John Cena vs. Kane (Ambulance Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ February 13, 2012. 
  77. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE WRESTLEMANIA 28 PPV REPORT 4/1: Ongoing "virtual time" coverage of live PPV – Rock-Cena, Taker-Hunter, Punk-Jericho". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ April 2, 2012. 
  78. Drew, Ryan. "Brock Lesnar Returns to WWE and Attacks John Cena; A Fan's Reaction - Yahoo! Sports". Sports.yahoo.com. สืบค้นเมื่อ 2012-06-09. 
  79. Tom Herrera (9.4.2012). "Raw Kick Off". WWE. สืบค้นเมื่อ April 9, 2012. 
  80. Tom Herrera (23.4.2012). "Raw Results". WWE. สืบค้นเมื่อ April 24, 2012. 
  81. Tom Herrera (9.4.2012). "Extreme Rules Main event". WWE. สืบค้นเมื่อ April 9, 2012. 
  82. "Extreme Rules results". WWE. 30.4.2012. สืบค้นเมื่อ 24 April 2012. 
  83. "John Cena injured against Brock Lesnar at Extreme Rules". WWE.com. 2012-04-01. สืบค้นเมื่อ 2012-06-09. 
  84. "FCW Star Asks For Help, Cena Vs. Laurinaitis News, Extreme Reunion Attendance, Taker Shirt". WrestlingInc.com. 2012-05-04. สืบค้นเมื่อ 2012-06-09. 
  85. http://www.midwestsportsfans.com/2012/05/wwe-over-the-limit-recap-john-laurinaitis-defeats-john-cena-in-main-event/
  86. May 21, 2012 (2012-05-21). "WWE Over the Limit Recap: John Laurinaitis Defeats John Cena In Main Event". Midwestsportsfans.com. สืบค้นเมื่อ 2012-06-09. 
  87. http://www.wwe.com/shows/nowayout/2012/john-cena-big-show
  88. http://www.prowrestling.net/artman/publish/WWE/article10025676.shtml
  89. http://www.wwe.com/shows/nowayout/2012/no-way-out-2012-results
  90. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 6/25: Ongoing "virtual-time" coverage of live Raw #995 - Cena vs. Jericho, MITB hype". 
  91. http://www.wwe.com/shows/raw/2012-06-25/wwe-raw-results/page-5
  92. {{{author}}}, Money in the Bank Ladder Match for a WWE Championship Contract, [[WWE]], {{{date}}}.
  93. Styles, Joey (23 July 2012). "Was CM Punk justified?". WWE. สืบค้นเมื่อ 23 July 2012. 
  94. Martin, Todd (23 July 2012). "Raw 1000th Episode Report". Wrestling Observer. สืบค้นเมื่อ 23 July 2012. 
  95. Herrera, Tom (23 July 2012). "Raw 1,000 results: John Cena failed to win the WWE Title; The Rock floored by CM Punk". WWE. สืบค้นเมื่อ 23 July 2012. 
  96. "Raw results: Raw General Manager AJ Lee gets the last laugh on WWE Champion CM Punk". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-07-30. 
  97. "SummerSlam | Matches, Results, Videos, Photos, and More". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 2012-12-09. 
  98. "John Cena undergoes arm surgery?". WWE. 18 September 2012. สืบค้นเมื่อ 13 September 2012. 
  99. "John Cena undergoes arm surgery?". WWE. 18 September 2012. สืบค้นเมื่อ 13 September 2012. 
  100. Giannini, Alex (2012-10-16). "Did John Cena 'pass the torch' to Ryback on Raw?". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 2012-12-09. 
  101. "WWE Championship Triple Threat Match". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-11-05. 
  102. Murphy, Ryan (November 19, 2012). "WWE Champion CM Punk def. John Cena and Ryback (Triple Threat Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-11-24. 
  103. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 1/7". 
  104. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 1/14". 
  105. "Full list of Royal Rumble Match participants and eliminations". WWE. January 28, 2012. Archived from the original on January 30, 2013. สืบค้นเมื่อ January 28, 2012. 
  106. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 1/28". 
  107. "WWE Raw Report CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 2/4". 
  108. "CALDWELL'S WWE ELIMINATION CHAMBER PPV RESULTS 2/17". 
  109. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 2/25". 
  110. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 3/4". 
  111. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 3/25". 
  112. "CALDWELL'S WWE WRESTLEMANIA 29 PPV RESULTS". 
  113. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 4/8". 
  114. "RYBACK SAYS HE’S THE VILLAIN AGAINST CENA, CM PUNK NOT WORKING LIVE EVENTS & MORE". 
  115. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 4/29 (Hour 3)". 
  116. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 5/13 (Hour 2)". 
  117. "CALDWELL'S WWE EXTREME RULES PPV RESULTS 5/19 (Hour 3)". 
  118. "CALDWELL'S WWE PAYBACK PPV RESULTS 6/16 (Hour 3)". 
  119. Trionfo, Richard. "WWE RAW REPORT: TOO McMANY McMAHONS?; WHAT HAPPENS WHEN YOU ARE NO LONG A HEYMAN 'CLIENT'; MARK HENRY GIVES AN EMOTIONAL SPEECH; A SCARE FOR DANIEL BRYAN; IS STEPHANIE MCMAHON THE NEW KAREN JARRETT?; WHAT IF PEOPLE DON'T COME OUT DURING PROMO SEGMENTS, HOW WOULD WE GET MATCHES?; AND MORE". PWInsider. สืบค้นเมื่อ June 20. 
  120. "CALDWELL'S WWE MITB PPV RESULTS 7/14 (Hour 3): Ongoing "virtual-time" coverage of live PPV - Cena vs. Henry, MITB All-Stars". 
  121. http://www.wwe.com/shows/summerslam/2013/john-cena-daniel-bryan-26131903
  122. "CALDWELL'S WWE SSLAM PPV RESULTS 8/18 (Hour 3): Cena vs. Bryan WWE Title main event, did Orton cash in?". 
  123. "RAW NEWS: Cena gone 4-6 months, Triple H explanation, WWE Title & World Title pictures, RVD, new tag team, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 20 August 2013. 
  124. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 10/7 (Hour 3): Cena's return announced, Triple H finally gets KO'ed, Shield vs. Team Bryan & Rhodes main event, Miz TV, more". 
  125. "CALDWELL'S WWE HIAC PPV RESULTS (Hour 2): Cena returns in World Title match, Punk vs. Ryback HIAC match". 
  126. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 10/28 (Hour 1): Cena opens Raw, Sandow attempts MITB cash-in, Shield". 
  127. http://bleacherreport.com/articles/1864402-wwe-survivor-series-2013-wwe-is-smart-to-start-randy-orton-vs-john-cena-feud
  128. Clapp, John (2013-11-25). "World Heavyweight Champion John Cena vs. WWE Champion Randy Orton (Tables, Ladders & Chairs Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ 2013-12-03. 
  129. "WWE World Heavyweight Champion Randy Orton def. John Cena BY ANTHONY BENIGNO - wwe.com". 
  130. "Raw highlights: Jan. 27, 2014 - Daniel Bryan, Sheamus and John Cena vs. The Shield - Elimination Chamber Qualifying Match: Raw, Jan. 27, 2014". 
  131. "WWE World Heavyweight Championship Elimination Chamber Match BY John Clapp - wwe.com". 
  132. "Home > Superstars > Raw > John Cena > Bio". WWE.com. World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ February 3, 2009. 
  133. "John Cena profile". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ July 3, 2007. 
  134. "Five Knuckle Shuffle". John Cena > Photos. WWE. Archived from the original on March 31, 2008. สืบค้นเมื่อ February 20, 2008. 
  135. Golden, Hunter (January 13, 2009). "Raw Results – 1/12/09 – Sioux City, IA". WrestleView.com. สืบค้นเมื่อ March 25, 2009. 
  136. Dunham, Jeremy (October 23, 2006). "IGN: SmackDown Countdown 2006: John Cena". IGN. สืบค้นเมื่อ March 26, 2009. 
  137. "John Cena And Method Man: Thuganomics 101". MTV News. March 12, 2004. สืบค้นเมื่อ March 26, 2009. 
  138. Hardy, R. "Slam Smack". FirstCom Production Music (FirstCom Music Library). [1]
  139. DJ Case. "Insert Bass Here". FirstCom Production Music (OneMusic Library). [2]
  140. "WWWF/WWF/WWE World Heavyweight Title". Wrestling-Titles. สืบค้นเมื่อ May 17, 2007. 
  141. "World Heavyweight Championship title history". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ December 12, 2008. 
  142. "WWWF/WWE United States Heavyweight Title". Wrestling-Titles. สืบค้นเมื่อ May 17, 2007. 
  143. "WWWF/WWF/WWE World Tag Team Title". Wrestling-Titles. สืบค้นเมื่อ May 17, 2007. 
  144. "OVW Southern Tag Team Title". Wrestling-Titles. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  145. "Feud of the Year". Wrestling Information Archive. Archived from the original on April 3, 2007. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  146. Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 74–75. 2012. 
  147. "Match of the Year". Wrestling Information Archive. Archived from the original on April 15, 2008. สืบค้นเมื่อ April 17, 2008. 
  148. Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 80–81. 2012. 
  149. "Most Improved Wrestler of the Year". Wrestling Information Archive. Archived from the original on February 10, 2007. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  150. "Most Popular Wrestler of the Year". Wrestling Information Archive. Archived from the original on February 10, 2007. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  151. "Wrestler of the Year". Wrestling Information Archive. Archived from the original on February 10, 2007. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  152. "Pro Wrestling Illustrated Top 500 – 2006". Wrestling Information Archive. Archived from the original on March 12, 2007. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  153. "2007 PWI 500 edition of Pro Wrestling Illustrated – cover". Pro Wrestling Illustrated. Archived from the original on October 5, 2007. สืบค้นเมื่อ September 3, 2007. 
  154. "UPW Heavyweight Title". Wrestling-Titles. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  155. 155.0 155.1 Meltzer, Dave (January 26, 2011). "Biggest issue of the year: The 2011 Wrestling Observer Newsletter Awards Issue". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, CA): 1–40. ISSN 1083-9593. 
  156. Meltzer, Dave (January 30, 2012). "January 30 Wrestling Observer Newsletter: Gigantic year-end awards issue, best and worst in all categories plus UFC on FX 1, death of Savannah Jack, ratings, tons and tons of news". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, CA). ISSN 1083-9593. 
  157. Beltrán, William (August 3, 2010). "Según el Wrestling Observer... ¿Quiénes son los mejores los mejores de la década?". SuperLuchas Magazine (ใน Spanish). สืบค้นเมื่อ August 5, 2010. 
  158. Meltzer, Dave (2012-11-12). "Nov. 12, 2012 Wrestling Observer Newsletter: WON Hall of Fame 2012 double issue, six men inducted, all the news and info from around the world and more!". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, California): 8. ISSN 1083-9593. 
  159. "John Cena – Artist Chart History". Billboard. Archived from the original on September 20, 2007. สืบค้นเมื่อ May 19, 2007. 
  160. "Chart Log UK – 2005". สืบค้นเมื่อ September 6, 2007. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]