จอห์น ซีนา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จอห์น ซีนา
An image of จอห์น ซีนา.
ข้อมูล
ฉายา จอห์น ซีนา
ฮวน ซีนา[1]
เดอะ โปรโตไทพ์
มิสเตอร์พี
ความสูง ฟุต 1 นิ้ว (1.85 ม.)[2]
น้ำหนัก 251 ปอนด์ (114 กก.)[2]
เกิด 23 เมษายน ค.ศ. 1977 (37 ปี)
เวสต์ นิวเบอร์รี, รัฐแมสซาชูเซตส์
พำนัก แทมปา รัฐฟลอริดา[3]
มาจาก คลาสซิฟิลด์ (UPW)[4]
เวสต์ นิวเบอร์รี, รัฐแมสซาชูเซตส์ (WWE)[2]
"เวสต์ นิวบาร์เนีย, เม็กซิโก" (ในนาม ฮวน ซีนา)[5]
ฝึกหัดโดย Ultimate Pro Wrestling
Ohio Valley Wrestling
เปิดตัว 5 พฤศจิกายน ค.ศ. 1999[6]

จอห์น เฟลิกซ์ แอนโธนี ซีนา (อังกฤษ: John Felix Anthony Cena)[7] เกิดวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 1977[8] ที่ เวสต์ นิวเบอร์รี, รัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นนักแสดง, นักร้อง, ฮิปฮอป และ นักมวยปล้ำอาชีพชาวอเมริกัน ปัจจุบันเซ็นสัญญาสังกัดสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในชื่อว่า จอห์น ซีนา (อังกฤษ: John Cena)[9] เป็นแชมป์โลก 15 สมัย (แชมป์ WWE หรือ แชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE 12 สมัย และ แชมป์โลกเฮฟวี่เวท 3 สมัย)[10] แชมป์ยูเอส 3 สมัย, แชมป์โลกแทคทีม 2 สมัย, แชมป์แทคทีม WWE 2 สมัย และยังเป็นผู้ชนะในศึก รอยัลรัมเบิล ประจำปี 2008 และ 2013

ประวัติในวงการมวยปล้ำอาชีพ[แก้]

ก่อนเข้าวงการมวยปล้ำ[แก้]

หลังจบการศึกษาจากสถาบัน คุชชิง อคาเดมี ได้ศึกษาต่อที่ สปิงค์ฟิวด์ คอลเลต ที่ สปิงค์ฟิวด์,แมตซาซูเซตท์ ในสาขา สรีระวิทยา[11] และยังเป็นนักอเมริกันฟุตบอล ในดิวิชั่น 3 สวมเสื้อเบอร์ 54[12][13] และจบการศึกษาในปี 1998 หลังจากเรียนจบเขาได้ทำงานเป็นนักเพาะกาย[14] และ พนักงานขับรถ ลีมูซีน[15]

ในอาชีพมวยปล้ำ[แก้]

ซีนาได้ฝึกฝนในสมาคม Ultimate University โดยใช้ชื่อในการปล้ำว่า เดอะ โปรโตไทพ์ หรือ มิสเตอร์พี[4] และได้แชมป์เฮฟวี่เวท ในเดือนเมษายน 2000 และได้แชมป์แทคทีมคู่กับ ริโก คอนสแตนติโน 2 สมัย[16] และในปี 2001 ซีนาได้เซ็นสัญญากับ WWF (ภายหลังเปลี่ยนเป็น WWE ในปี 2002 - ปัจจุบัน) ในสไตล์เด็กแร็พและในปัจจุบันในสไตล์ทหาร

เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ / ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (2002 - ปัจจุบัน)[แก้]

ซีนาได้เปิดตัวครั้งแรกในสแมคดาวน์ วันที่ 27 มิถุนายน 2002 และเปิดศึกกับ เคิร์ต แองเกิล[17] ซึ่ง เคิร์ต แองเกิล ได้ขึ้นมาบนเวทีและท้านักมวยปล้ำคนไหนก็ได้ให้ออกมาสู้กับเขาและเป็นซีนาที่ออกมารับคำท้า และแมตช์นั้นเองคือแมตช์การปล้ำแมตช์แรกของเขาใน WWE สุดท้ายซีนา ก็เป็นฝ่ายแพ้ให้กับแองเกิล ไปในที่สุด[18] จากนั้นมา ซีนาก็กลายเป็นขวัญใจของแฟนๆ มวยปล้ำ พร้อมทั้งหันไปเปิดศึกกับ คริส เจอริโค และเอาชนะคริส เจอริโค ในศึก เวนเจินส์ (2002) มาได้อีกด้วย ในเดือนตุลาคม ซีนาได้จับคู่กับ บิลลี คิดแมน ร่วมปล้ำในทัวร์นาเมนต์หาแชมป์แทคทีม WWE แต่ก็แพ้ตกรอบแรกไป[19] ทำให้ซีนาโมโห ทำร้ายคิดแมน และกลายเป็นฝ่ายอธรรม

ซีนาเล่นงานเคิร์ต แองเกิล ด้วยท่า Attitude Adjustment (ชื่อเดิม F-U)

ในศึก แบคแลช 2003 ซีนาได้มีโอกาสชิงแชมป์ WWE กับ บร็อก เลสเนอร์[20][21][22] ตอนนี้เองที่ซีนาได้คิดท่าไม้ตาย F-U (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Attiude Adjustment) ซึ่งล้อเลียนท่าไม้ตาย F-5 ของ บร็อก เลสเนอร์ สุดท้ายซีนาก็ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ จากนั้นซีนาก็ไปเปิดศึกกับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ และเป็นฝ่ายแพ้ไป ในศึก เวนเจินส์ (2003)[23] เมื่อถึงท้ายปี ซีนาก็หันกลับมาเป็นฝ่ายธรรมะอีกครั้ง และได้ร่วมทีมกับเคิร์ต แองเกิล เอาชนะทีมของบร็อก เลสเนอร์ ไปได้ ในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ 2003[24][25]

ซีนากับแชมป์ยูเอส

ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 20 ซีนาได้คว้าแชมป์ยูเอสจาก บิ๊กโชว์ และเป็นแชมป์เส้นแรกของเขาในสมาคม WWE[26] หลังจากนั้นก็ทำให้ซีนาเป็นขวัญใจของแฟนๆ มวยปล้ำทั่วประเทศและเขาไปดัดแปลงลักษณะของเข็มขัดให้สามารถหมุนได้เป็นที่นิยมของเด็กๆ และ วัยรุ่นเป็นอย่างมาก[27][28] และหลังจากนั้นซีนาก็พัฒนาฝีมือการปล้ำได้เยอะเลยทีเดียว ต่อมาในปี 2005 ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 21 ซีนาได้คว้าแชมป์ WWE ครั้งแรกจาก เจบีแอล[29] และเมื่อซีนาได้ครองเข็มขัดแชมป์ทั้งสองเส้นนั้น เขาไปดัดแปลงลักษณะของเข็มขัดให้สามารถหมุนได้ เป็นที่นิยมของเด็กๆ และวัยรุ่นเป็นอย่างมาก ซึ่งดัดแปลงเหมือนแชมป์ยูเอส อีกทั้งตัวเขายังเป็นขวัญใจสาวๆหลายๆคนอีกด้วย ในศึก จัดจ์เมนท์เดย์ 2005 ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับเจบีแอล ในแมตช์การปล้ำ I Quit Match สุดท้ายซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ[30]

หลังจากนั้น ซีนาเจ้าของแชมป์ WWE ก็ถูกดราฟท์ไปอยู่รอว์ โดยสลับกับแชมป์โลกเฮฟวี่เวท บาทิสตา ที่ถูกดราฟท์ไปอยู่สแมคดาวน์[31] โดยซีนาได้เปิดศึกกับ คริส เจอริโค เป็นคนแรกหลังจากย้ายมาอยู่รอว์ และซีนาก็เอาชนะเจอริโคมาได้หลายต่อหลายครั้ง[32] จนกระทั่งเจอริโคต้องห่างหายจากการปล้ำ จากนั้น เคิร์ต แองเกิล ก็มาขอท้าชิงแชมป์ WWE กับซีนา สุดท้ายซีนาก็เอาชนะแองเกิลได้เกือบทุกครั้ง

ซีนาในช่วงที่เปิดศึกกับ เอดจ์

ในศึก นิวเยียร์สเรโวลูชั่น (2006) ซีนาได้เสียแชมป์ WWE ให้กับ เอดจ์ เพราะหลังจากที่ ซีนาชนะทั้ง เคิร์ต แองเกิล, ชอว์น ไมเคิลส์, เคน, คริส มาสเตอร์ และคาร์ลีโต สามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้ ในแมตช์การปล้ำ อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ แมทช์ แต่เอดจ์ใช้แผนสกปรก โดยการใช้กระเป๋าเอกสารสิทธิ์มันนีย์อินเดอะแบงก์ ชิงแชมป์ WWE กับซีนา ในสภาพไม่พร้อมปล้ำ สุดท้ายซีนาก็เสียแชมป์โลกเป็นครั้งแรกให้กับเอดจ์[33] ทำให้ซีนาแค้นมาก หลังจากนั้น ซีนาได้เปิดศึกกับเอดจ์ ในศึก รอยัลรัมเบิล (2006) ซีนาได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE กับเอดจ์ สุดท้ายซีนาก็สามารถเอาชนะเอดจ์ และคว้าแชมป์ WWE สมัยที่ 2 มาครองได้สำเร็จ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 22 ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับสุดยอดนักมวยปล้ำของ WWE ทริปเปิล เอช เป็นครั้งแรก สุดท้ายซีนา ก็เป็นฝ่ายชนะและป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้สำเร็จ[34][35] ในศึก แบคแลช (2006) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ ทริปเปิล เอช และ เอดจ์ ในแมตช์การปล้ำ 3 เส้า สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะและป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ ในศึก วันไนท์สแตนด์ (2006) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ ร็อบ แวน แดม โดยการใช้กระเป๋าเอกสารสิทธิ์มันนีย์อินเดอะแบงก์ ชิงแชมป์ WWE กับซีนา สุดท้ายเอดจ์ได้มาก่อกวนการปล้ำของซีนา ทำให้ซีนาเสียแชมป์ให้กับ แวน แดม และก็ถูกเอดจ์ทิ้งลงแม่น้ำภายหลังจากที่เสียแชมป์ให้ และเข็มขัดก็ถูกเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นตัว "R"[36] ในศึก อันฟอร์กิฟเว่น (2006) ซีนาได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE กับ เอดจ์ ในแมตช์การปล้ำการต่อสู้ด้วยโต๊ะ บันได และเก้าอี้ สุดท้ายซีนาก็สามารถเอาชนะเอดจ์ ได้อีกครั้งและคว้าแชมป์ WWE สมัยที่ 3 มาครองได้สำเร็จ[37][38] และเปลี่ยนจากรูป "R" มาเป็น "W" ดังเดิม[39] และหลังจากนั้นซีนาก็สามารถชนะนักมวยปล้ำที่เก่งกาจได้หลายคนทั้ง ทริปเปิล เอช, ชอว์น ไมเคิลส์, เอดจ์, เคิร์ต แองเกิล, คริส เจอริโค, แรนดี ออร์ตัน, บิ๊กโชว์ ทำให้พูดได้ว่า ซีนากลายเป็นนักมวยปล้ำที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคนี้อีกด้วย และท้ายที่สุดซีนาอาจจะกลายเป็นหนึ่งในตำนานของ WWE อย่างเช่น สโตน โคลด์ สตีฟ ออสติน, เดอะ ร็อก, ฮัลค์ โฮแกน, เบรต ฮาร์ต และ ดิอันเดอร์เทเกอร์

ซีนากับแชมป์ WWE ในปี 2007

ในศึก รอยัลรัมเบิล (2007) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ อูมาก้า ในแมตช์การปล้ำ Last Man Standing Match สุดท้ายซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ[40][41] ในศึก โนเวย์เอาท์ (2007) ซีนาต้องจับคู่กับ ชอว์น ไมเคิลส์ เจอกับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ และบาทิสตา สุดท้ายซีนาและชอว์นก็เอาชนะไปได้สำเร็จ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 23 ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับนักมวยปล้ำมากฝีมือระดับตำนานอย่าง ชอว์น ไมเคิลส์ ผลสรุปคือสู้กันอย่างสูสีและเป็นซีนาที่ป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ[42]

หลังจากนั้น ซีนาก็ครองแชมป์ได้ยาวนานตั้งแต่ปี 2006 - 2007 ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2007) ซีนาต้องป้องกันแชมป์กับ แรนดี ออร์ตัน สุดท้ายซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ[43] ต่อมาออร์ตันได้ไปทำร้ายพ่อของซีนา ด้วยการเตะศีรษะ ทำให้ซีนาแค้นและโมโหออร์ตันมาก ต่อมาซีนาจึงอัดและเล่นงานออร์ตันอย่างหนักและให้พ่อของตนเอาคืนออร์ตัน โดยเตะกะโหลกศีรษะทำเอาออร์ตันเจ็บหนักมาก ต่อมาซีนาก็ต้องสละแชมป์ของตนและพักการปล้ำเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ทำให้ซีนาต้องพักการปล้ำไปเป็นเวลานานหลายเดือน[44]

ในศึก รอยัลรัมเบิล (2008) ซีนาได้กลับมาร่วมในแมตช์การปล้ำ รอยัลรัมเบิล ครั้งนี้ ซึ่งเขาสามารถเอาชนะ ทริปเปิล เอช และ บาทิสตา ในรอบ 3 คนสุดท้าย โดยการจับเหวี่ยงจนหมด เขาเป็นผู้ชนะเลิศ รอยัลรัมเบิล ที่ขึ้นมาเป็นคนที่ 30 เช่นเดียวกับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ ที่ขึ้นมาเป็นคนที่ 30 เมื่อปี 2007[45] ในศึก โนเวย์เอาท์ (2008) ซีนาได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE ล่วงหน้ากับ แรนดี ออร์ตัน เจ้าของตำแหน่ง[46] สุดท้ายซีนาก็ไม่สามารถคว้าแชมป์ WWE กลับคืนมาได้[47] ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 24 ซีนาได้ปล้ำชิงแชมป์ WWE 3 เส้ากับ แรนดี ออร์ตัน และทริปเปิล เอช[48] สุดท้ายซีนาก็ไม่สามารถนำแชมป์โลกกลับมาเป็นของตนได้เหมือนนักมวยปล้ำคนก่อนๆ[49]

ซีนาได้หันไปเปิดศึกกับ บาทิสตา เนื่องจากมีปัญหาเข้าใจผิดที่ซีนาจะใช้เก้าอี้ตีใส่เจบีแอล แต่เจบีแอลหลบได้ เลยพลาดไปถูกบาทิสตา ทำให้คู่นี้กลายเป็นคู่กรณีกันโดย 2 คนนี้ถูกให้จับคู่กันเพื่อไปชิงแชมป์แทคทีมกับ เดอะเลกาซี (โคดี โรดส์ และ เท็ด ดิบิอาซี) ซึ่งก็สามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ[50] แต่เป็นเพราะคู่นี้เป็นคู่กรณีกัน จึงไม่มีความสามัคคี ทำให้อีก 1 อาทิตย์ต่อมา ต้องเสียแชมป์กลับคืนให้กับเดอะเลกาซี[51] ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2008) ซีนาต้องเจอกับบาทิสตา สุดท้ายซีนาโดนท่า Batista Bomb ท่าไม้ตายของ บาทิสตา แพ้ไปอย่างหมดรูป[52] ทำให้ซีนาต้องพักการปล้ำไปนานพอควรเลยทีเดียว[53][54] แต่ซีนาก็ได้กลับมาชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทจาก คริส เจอริโค ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2008) และเอาชนะมาได้สำเร็จ[55] แต่เข็มขัดเส้นนี้ก็ยังไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงรูปแบบแต่อย่างใด ในศึก อาร์มาเกดดอน (2008) ซีนาต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับเจอริโค สุดท้ายซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ[56]

ในศึก รอยัลรัมเบิล (2009) ซีนาต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับเจบีแอล สุดท้ายซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ ในศึก โนเวย์เอาท์ (2009) ซีนาต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ในกรงเหล็กมรณะ หรือ อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ แมทช์ กับนักมวยปล้ำถึง 5 คน ได้แก่ เรย์ มิสเตริโอ, เคน, ไมค์ นอคซ์, คริส เจอริโค และ โคฟี คิงส์ตัน ผลปรากฏว่า ตอนเปิดตัว เอดจ์ได้วิ่งเข้ามาลอบทำร้ายโคฟี หลังจากเสียแชมป์ WWE ให้กับ ทริปเปิล เอช ไปแล้ว ทำให้โคฟีหมดสิทธิ์การปล้ำ และเอดจ์ก็เข้าไปในกรงแทน และก็ใช้กลโกงสารพัดจนกระชากเข็มขัดแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ไปจากซีนา[57] ซีนาแค้นมากที่ตนเสียแชมป์โลกให้เอดจ์ ตนจึงพยายามหาโอกาสชิงเข็มขัดคืนมาแต่ก็ไม่ได้ซักที เพราะ วิคกี เกอร์เรโร ภรรยาของเอดจ์ ซึ่งเป็นผู้จัดการทั่วไปของสแมคดาวน์ ได้กีดกันทุกวิถีทางไม่ให้เอดจ์ได้เจอกับซีนา แต่ซีนาก็ไม่ยอมแพ้ขู่วิคกีเรื่องที่เธอแอบเป็นกิ๊กกับบิ๊กโชว์ จนเธอจำต้องยอมให้ซีนาได้ชิงแชมป์กับเอดจ์ แต่สุดท้ายความจริงก็ปรากฏให้เอดจ์รู้ว่าเธอปันใจให้กับบิ๊กโชว์ ทำให้คู่นี้กลายเป็นศัตรูกัน ทั้งๆที่กะจะรุมซีนา แต่แรก 3 คนนี้ได้เจอกัน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 25 ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ผลปรากฏว่า ซีนาได้จัดการใส่ Attitude Adjustment เล่นงานทั้งเอดจ์ และบิ๊กโชว์ จนคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 5 มาได้สำเร็จ[58]

แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น เอดจ์ได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับซีนาอีกครั้ง ในศึก แบคแลช (2009) ซึ่งเป็นโอกาสสุดท้ายของเอดจ์ ที่จะได้ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ทั้งคู่เจอกันในรูปแบบการปล้ำ Last Man Standing Match ซึ่งใครล้มลงไปนอนกับพื้นแล้วถูกกรรมการนับ 10 ก็จะเป็นฝ่ายแพ้ไป ผลปรากฏว่า ซีนาถูกบิ๊กโชว์เล่นงานด้วยท่า โชคสแลม กับไฟสปอตไลท์ยักษ์ ทำให้ซีนาสลบและแพ้แบบหมดรูป และต้องเสียแชมป์คืนให้กับเอดจ์[59] ซีนาแค้นมากจึงขอท้าเจอกับบิ๊กโชว์ ในศึก จัดจ์เมนท์เดย์ (2009) สุดท้ายซีนาก็เอาชนะไปได้สำเร็จ[60] ต่อมาบิ๊กโชว์จึงไปขอท้าเจอกับซีนาอีกครั้ง ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2009) ในแมตช์การปล้ำ Submission Match ใครตบพื้นก่อนยอมแพ้ สุดท้ายบิ๊กโชว์ต้องตบพื้นยอมแพ้ ด้วยท่า STF ทำให้ซีนาได้ล้างแค้นบิ๊กโชว์ อย่างสะใจ[61] ต่อมาซีนาได้เปิดศึกกับ เดอะ มิซ และท้าเจอกัน ในศึก เดอะแบช (2009) สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายเอาชนะมาได้สำเร็จ

ซีนาได้เปิดศึกกับ แรนดี ออร์ตัน ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2009) ซีนาต้องเจอกับออร์ตัน และทริปเปิล เอช ในแมตช์การปล้ำ 3 เส้า เพื่อชิงแชมป์ WWE สุดท้ายซีนาก็ไม่สามารถคว้าแชมป์ WWE คืนมาได้[62] ในศึก เบรกกิ้งพอยท์ (2009) ซีนาก็สามารถเอาชนะออร์ตันไปได้ ในแมตช์การปล้ำ I Quit Match ชิงแชมป์ WWE และคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 6 มาครองได้สำเร็จ[63] ในศึก เฮลอินเอเซล (2009) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับออร์ตัน ในแมตช์การปล้ำเฮลล์อินเอเซลล์ แมทช์ หรือ นรกในกรงเหล็ก สุดท้ายซีนาก็เสียแชมป์ให้กับออร์ตัน[64] ในศึก แบรกกิ้ง ไรท์ส (2009) ซีนาได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE กับออร์ตันอีกครั้ง ในแมตช์การปล้ำ ไอรอน แมน แมทช์ โดยถ้า ซีนาแพ้ ซีนาจะต้องออกจากรอว์ และย้ายไปอยู่สแมคดาวน์ สุดท้ายซีนาก็สามารถเอาชนะออร์ตัน และคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 7 มาครองได้สำเร็จ ซึ่งชนะไป 6-5[65] ในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2009) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับกลุ่ม ดี-เจเรเนชั่น เอ็กซ์ ทั้ง ทริปเปิล เอช และ ชอว์น ไมเคิลส์ ในแมตช์การปล้ำ 3 เส้า สุดท้ายซีนาสามารถเอาชนะทั้ง ทริปเปิล เอช และ ชอว์น ไมเคิลส์ และป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้สำเร็จ

ซีนาได้เปิดศึกกับนักมวยปล้ำหน้าใหม่ เชมัส ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2009) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ เชมัส ในแมตช์การปล้ำ Table Match สุดท้ายซีนาก็เสียแชมป์ให้กับเชมัส[66] ในรอว์ ซีนาได้รับรางวัล สแลมมีอะวอร์ด รางวัลซูเปอร์สตาร์แห่งปี ประจำปี 2009 โดยต้องปล้ำรอบ 4 คนสุดท้าย โดยซีนาชนะ ซีเอ็ม พังก์ และเข้ารอบชิงชนะเลิศกับออร์ตัน หลังจากออร์ตันเอาชนะอันเดอร์เทเกอร์ ได้ในรอบ 4 คนสุดท้าย และเป็นซีนาที่เอาชนะออร์ตัน ได้และคว้ารางวัลนี้ไปครองได้สำเร็จ

ซีนากับแชมป์ WWE ในปี 2010

ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2010) ซีนาสามารถคว้าแชมป์ WWE กลับคืนมาจากเชมัส ได้อีกครั้งโดยปล้ำ อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ แมทช์ โดยซีนาเอาชนะทั้ง 5 คน มาได้สำเร็จ คือ เชมัส, ทริปเปิล เอช, แรนดี ออร์ตัน, โคฟี คิงส์ตัน และ เท็ด ดิบิอาซี แต่หลังจากจบการแข่งขัน วินซ์ แม็กแมน ได้สั่งให้ซีนาป้องกันแชมป์กับ บาทิสตา ทันที จนทำให้ต้องเสียแชมป์ WWE ให้กับ บาทิสตา อย่างรวดเร็ว[67] จนทำให้ซีนาโมโหมาก แต่ก็ถูกบาทิสตาเข้ามาลอบทำร้ายตลอดเวลา ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 26 ซีนาได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE กับ บาทิสตา สุดท้ายซีนาก็สามารถเอาชนะมาได้ด้วยท่า STF ทำให้ซีนาได้แชมป์โลกเป็นสมัยที่ 9 และเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของซีนา และเป็นครั้งแรกด้วยที่ซีนาเอาชนะ บาทิสตา ได้สำเร็จ[68][69] แต่เรื่องยังไม่จบ บาทิสตา ได้มาลอบทำร้ายซีนา ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2010) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ บาทิสตา ในแมตช์การปล้ำ Last Man Standing Match สุดท้ายซีนาก็สามารถเอาชนะไปได้อีกครั้งเป็นครั้งที่ 2 ทำให้ซีนาป้องกันแชมป์ WWE ของตนเอาไว้ได้สำเร็จ[70] ในศึก โอเวอร์เดอะลิมิต (2010) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ บาทิสตา อีกครั้ง ในแมตช์การปล้ำ I Quit Match สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน และซีนาก็ป้องกันแชมป์ของตนเอาไว้ได้อีกครั้ง[71] และทำให้ บาทิสตา ต้องประกาศลาออกจากวงการมวยปล้ำของ WWE

ในศึก เฟทัลโฟร์เวย์ (2010) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ แรนดี ออร์ตัน, เชมัส และ เอดจ์ ในแมตช์การปล้ำ 4 เส้า สุดท้ายซีนาก็ต้องเสียแชมป์ WWE คืนให้กับเชมัส เพราะกลุ่มเอ็นเอ็กซ์ที ซีซั่น 1 มาลอบทำร้ายซีนา[72] ในศึก มันนีย์อินเดอะแบงก์ (2010) ซีนาได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE คืนจาก เชมัส ในแมตช์การปล้ำกรงเหล็ก สุดท้ายซีนาก็ไม่สามารถคว้าแชมป์คืนจากเชมัสได้ เนื่องจากกลุ่ม เดอะเน็กซัส หรือ เอ็นเอ็กซ์ที ซีซั่น 1 มาก่อกวนการปล้ำของซีนาตลอดเวลา[73] ทำให้ซีนาแค้นมากแล้วไปมีเรื่องกับพวกกลุ่มเน็กซัส แล้วท้าเจอกันในแมตช์การปล้ำแทคทีม 7 ต่อ 7 ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2010) โดยซีนาจับคู่กับ เบรต ฮาร์ต, เอดจ์, คริส เจอริโค, จอห์น มอร์ริสัน, อาร์-ทรูธ และ เดอะ เกรท คาลี เพื่อมาปราบกลุ่มเดอะเน็กซัส ก่อนถึงศึกซัมเมอร์สแลม นั้น เกรท คาลีถูกกลุ่มเดอะเน็กซัส ลอบทำร้าย ทำให้ไม่สามารถมาร่วมปล้ำในครั้งนี้ได้ และต้องหาคนมาแทนโดยซีนา ได้เลือก แดเนียล ไบรอัน อดีตสมาชิกกลุ่มเน็กซัส มาปล้ำแทน โดยสุดท้ายซีนาจัดการ เวด บาร์เร็ตต์ หัวหน้ากลุ่มเน็กซัส เป็นคนสุดท้ายด้วยท่า STF ทำให้ทีม WWE เอาชนะกลุ่มเน็กซัส มาได้สำเร็จ[74][75] ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2010) ซีนาได้ปล้ำชิงแชมป์ WWE 6 คน แบบคัดออก เจอกับ เชมัส, แรนดี ออร์ตัน, เอดจ์, คริส เจอริโค และ เวด บาร์เร็ตต์ หัวหน้ากลุ่มเน็กซัส สุดท้ายกลายเป็น แรนดี ออร์ตัน ที่สามารถคว้าแชมป์ WWE ไปครองได้สำเร็จ

ในศึก เฮลอินเอเซล (2010) ซีนาได้เจอกับ เวด บาร์เร็ตต์ โดยถ้า ซีนาชนะ กลุ่มเน็กซัส จะต้องแตกทีมกันไป แต่ถ้า บาร์เร็ตต์ชนะ ซีนาจะต้องเข้ากลุ่มเดอะเน็กซัส แต่สุดท้ายซีนาก็แพ้ไปให้กับบาร์เร็ตต์ จากการช่วยเหลือของ ฮัสกี แฮร์ริส และ ไมเคิล แมคกิลลิคัตตี ทำให้ซีนาต้องเข้าไปเป็นสมาชิกกลุ่มเน็กซัส[76] ในศึก แบรกกิ้ง ไรท์ส (2010) ซีนาต้องคู่กับ เดวิด โอทังก้า หนึ่งในสมาชิกกลุ่มเน็กซัส เจอกับ ดรูว์ แมคอินไตย์ และโคดี โรดส์ ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์แทคทีม WWE สุดท้ายซีนา กับโอทังก้า ก็เป็นฝ่ายชนะ และคว้าแชมป์แทคทีม WWE มาได้สำเร็จ[77] แต่ก็เสียแชมป์แทคทีมให้กับ จัสติน เกเบรียล และ ฮีท สเลเตอร์ 2 สมาชิกในกลุ่มเน็กซัส โดยซีนากับโอทังก้า ครองแชมป์แทคทีมได้แค่วันเดียวเท่านั้น[78] ในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2010) ซีนาต้องเป็นกรรมการพิเศษคู่ชิงแชมป์ WWE ระหว่าง แรนดี ออร์ตัน กับ เวด บาร์เร็ตต์ โดยถ้าบาร์เร็ตต์ชนะก็จะได้แชมป์ WWE และซีนา ก็จะได้ออกจากกลุ่มเดอะเน็กซัส อย่างถาวรแต่ถ้าบาร์เร็ตต์แพ้ ซีนาก็ต้องออกจาก WWE และเป็นออร์ตันที่ป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ ทำให้ซีนาต้องออกจาก WWE จากนั้นในรอว์ ซีนาได้มาก่อกวนการปล้ำของบาร์เร็ตต์ ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์ WWE กับออร์ตัน โดยซีนาได้เล่นงานบาร์เร็ตต์ ด้วยท่า Attitude Adjustment ทำให้บาร์เร็ตต์เป็นฝ่ายแพ้ให้กับออร์ตัน[79] หลังจากนั้น บาร์เร็ตต์ ได้เรียกซีนา กลับมา WWE อีกครั้ง[80] และได้ท้าเจอกันในรูปแบบการปล้ำ Chairs Match ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2010) สุดท้าย ซีนาก็เป็นฝ่ายชนะ และล้างแค้นบาร์เร็ตต์ ได้สำเร็จ[81]

ในศึก รอยัลรัมเบิล (2011) ซีนาได้เข้าร่วมในแมตช์การปล้ำ รอยัลรัมเบิล โดยออกมาเป็นคนที่ 22 สุดท้ายซีนาก็ไม่ได้เป็นผู้ชนะ เพราะ เดอะ มิซ เจ้าของแชมป์ WWE ได้มาก่อกวนการปล้ำของซีนา ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2011) ซีนาได้ปล้ำแมตช์ อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ เจอกับ แรนดี ออร์ตัน, จอห์น มอร์ริสัน, อาร์-ทรูธ, เชมัส และ ซีเอ็ม พังก์ โดยผู้ชนะก็จะได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE ในศึก เรสเซิลเมเนีย สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะ โดยจัดการพังก์เป็นคนสุดท้าย ทำให้ซีนาได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE กับ เดอะ มิซ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27[82] ในศึกรอว์ ซีนาได้เจอกับ อัลเบร์โต เดล รีโอ แต่ เดอะ มิซ ก็ปลอมตัวเป็น เดอะ ร็อก มาลอบทำร้ายซีนา จนได้รับบาดเจ็บ[83] และในเรสเซิลเมเนีย ซีนาก็ไม่สามารถคว้าแชมป์ WWE คืนมาได้ เพราะ เดอะ ร็อก ได้มาก่อกวนการปล้ำของซีนา ทำให้ซีนาเป็นฝ่ายแพ้ให้กับมิซ[84]

ซีนา และเดอะ ร็อก ได้จับมือกันและพร้อมเจอกันในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28

ในรอว์ (4 เมษายน 2011) หลังจบ เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 ซีนาเรียก เดอะ ร็อก ออกมาที่เวที และท้า เดอะ ร็อก ว่าจะเจอกัน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 โดย เดอะ ร็อก ก็รับข้อเสนอของซีนา โดยที่ ขวัญใจทั้ง 2 ยุคมาเจอกัน โดยทั้งคู่ก็จับมือรับข้อเสนอไปด้วยดี ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2011) ซีนาได้ปล้ำชิงแชมป์ WWE 3 เส้า ในกรงเหล็กกับ เดอะ มิซ และ จอห์น มอร์ริสัน สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะและคว้าแชมป์ WWE ไปครอง ทำให้ซีนาสามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 10 ได้สำเร็จ[84] หลังจากที่ไม่ได้แชมป์โลกมา 10 เดือน ในรอว์ ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ เดอะ มิซ สุดท้ายมิซถูกจับแพ้ฟาล์ว ทำให้ซีนายังเป็นแชมป์ต่อไป ในศึก โอเวอร์ เดอะ ลิมิต (2011) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ เดอะ มิซ ในการปล้ำ I Quit Match โดยมี อเล็กซ์ ไรลีย์ มาช่วยเดอะ มิซ ด้วย สุดท้ายซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้สำเร็จ[85] ในศึก แคปิเทล พูนิชเมนท์ ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ อาร์-ทรูธ สุดท้ายซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้สำเร็จ[86]

ซีนากับแชมป์ WWE ในปี 2011

ในศึก มันนีอินเดอะแบงก์ (2011) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ ซีเอ็ม พังก์ โดยถ้าซีนาแพ้ พังก์จะลาออกจากสมาคม พร้อมกับเข็มขัดแชมป์ WWE และซีนาก็ต้องออกจาก WWE อีกด้วย สุดท้ายซีนาก็พ่ายแพ้และเสียแชมป์ให้กับพังก์ ทำให้พังก์ได้เอาเข็มขัดแชมป์ออกจากสมาคม และซีนาต้องออกจาก WWE[87][88][89] ในรอว์ (18 กรกฎาคม 2011) ทริปเปิล เอช ประธาน COO ของ WWE คนใหม่ ได้มาบอกว่า ซีนาจะไม่ถูกไล่ออกจาก WWE ในรอว์ (25 กรกฎาคม 2011) ซีนาได้ปล้ำชิงแชมป์ WWE กับ เรย์ มิสเตริโอ สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายเอาชนะเรย์ และได้คว้าแชมป์ WWE เส้นใหม่ เป็นสมัยที่ 9 ได้สำเร็จ ทำให้เรย์เป็นแชมป์ได้ไม่ถึง 1 คืนเสียด้วยซ้ำ หลังจากที่ซีนากำลังฉลองชัยชนะอยู่บนเวที ซีเอ็ม พังก์ ได้ออกมาพร้อมกับเข็มขัดแชมป์ WWE เส้นเก่า และยืนจ้องหน้ากับซีนา จากนั้นต่างฝ่ายต่างชูเข็มขัดของตัวเองประกาศศักดา[90] ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2011) ซีนาต้องเจอกับพังก์ ในแมตช์ชิงแชมป์โลกอันดิสพิวเด็ด โดยมี ทริปเปิล เอช เป็นกรรมการพิเศษ สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายแพ้และเสียแชมป์ WWE ให้กับพังก์ แต่ว่าหลังจากจบแมตช์ เควิน แนช ได้ออกมาลอบทำร้ายพังก์ ทำให้ อัลเบร์โต เดล รีโอ ได้ขอใช้สิทธิ์กระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ และกระชากเข็มขัดแชมป์ WWE ไปจากพังก์ได้สำเร็จ[91]

ในรอว์ (22 สิงหาคม 2011) ซีนาได้เจอกับ ซีเอ็ม พังก์ โดยผู้ชนะก็จะได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE กับ อัลเบร์โต เดล รีโอ ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2011) สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะ ทำให้ซีนาได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE กับ เดล รีโอ ในไนท์ออฟแชมเปียนส์ สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะ และคว้าแชมป์ WWE ไปครอง ทำให้ซีนาสามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 10 ได้สำเร็จ[92] ในศึก เฮลอินเอเซล (2011) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ อัลเบร์โต เดล รีโอ และ ซีเอ็ม พังก์ ในแมตช์การปล้ำ 3 เส้า ในกรงเหล็ก เฮลอินเอเซล สุดท้ายซีนาก็เสียแชมป์ WWE ให้กับ เดล รีโอ[93] ในศึก เวนเจินส์ (2011) ซีนาได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE กับ เดล รีโอ ในแมตช์การปล้ำลาสแมนสแตนดิ้ง สุดท้ายซีนาก็ไม่สามารถคว้าแชมป์ WWE คืนมาได้ เพราะ เดอะ มิซ และ อาร์-ทรูธ ได้มาก่อกวนการปล้ำของซีนา[94] และก็ได้หมดสิทธิ์ที่จะชิงแชมป์ WWE แล้วในตอนนี้

ในรอว์ (24 ตุลาคม 2011) ในตอนแรก ซีนาจะต้องจับคู่กับ แซค ไรเดอร์ เจอกับ เดอะ มิซ และ อาร์-ทรูธ ระหว่างสัมภาษณ์ แซค ไรเดอร์ ก็ถูก มิซ และ ทรูธ มาลอบทำร้ายจนบาดเจ็บ ทำให้เป็นแมตช์การปล้ำ 2 รุม 1 ผลปรากฏว่า ซีนาชนะฟาล์ว หลังแมตช์ มิซ และ ทรูธ ได้รุมทำร้ายต่อจนผู้จัดการทั่วไปชั่วคราว จอห์น โลรีนายติส ได้ออกมาห้าม และสั่งให้ซีนาเลือกนักมวยปล้ำ 1 คน เพื่อจะจับคู่เจอกับ เดอะ มิซ และ อาร์-ทรูธ โดยซีนาได้เลือก เดอะ ร็อก มาเป็นคู่แทคทีม ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2011) ซีนา ได้จับคู่กับ เดอะ ร็อก เจอกับ ออซัม ทรูธ (เดอะ มิซ และ อาร์-ทรูธ) สุดท้ายซีนา และร็อก ก็เป็นฝ่ายเอาชนะมิซ และทรูธ มาได้สำเร็จ แต่ว่าหลังจากจบแมตช์ เดอะ ร็อก ได้เล่นงานซีนา ด้วยท่า Rock Bottom เป็นการปิดท้ายรายการอีกด้วย[95] ในศึก สแลมมีอะวอร์ด 2012 หรือศึกรอว์ (12 ธันวาคม 2011) ซีนาได้เจอกับ มาร์ก เฮนรี ระหว่างแมตช์การปล้ำ เคน ได้กลับมาจากอาการบาดเจ็บโดยใส่หน้ากากอีกครั้ง และได้มาเล่นงานซีนา ด้วยท่า โชคสแลม[96]

ในรอว์ (2 มกราคม 2012) ซีนาได้จับคู่กับ บิ๊กโชว์ และ แซค ไรเดอร์ เจอกับ เคน, มาร์ก เฮนรี และ แจ๊ค สแวกเกอร์ แต่ว่า เคน ไม่ออกมาเลยให้เป็นการปล้ำ 3 รุม 2 สุดท้าย ซีนา, บิ๊กโชว์ และ ไรเดอร์ ก็เอาชนะมาได้สำเร็จ แต่หลังจบแมตช์เพลงเปิดตัวของ เคน ดังขึ้น ซีนาเลยลงจากเวทีเดินตรงไปที่ทางเดินเปิดตัวเพื่อจะเคลียร์กับ เคน แต่ว่า เคน โผล่มาจากใต้เวทีแล้วกระทืบแซคบนเวทีจากนั้น เคน ก็ลากขาแซคกลับหลุมบนเวที แต่ซีนาก็มาช่วยแซคได้สำเร็จแล้วพยายามคลานนี้ห่างออกมาทันทีทันใดนั้นหลุมก็ระเบิดและมีเพลิงโหมออกมาจากปากหลุมทันที ในศึก รอยัลรัมเบิล (2012) ซีนาได้เจอกับ เคน สุดท้าย ผลออกมาเป็นถูกนับ 10 แพ้ทั้งคู่ หลังแมตช์ ซีนา และเคน ยังสู้กันต่อแลกหมัดกันไปจนเข้าไปถึงหลังเวที เคนต่อยซีนาร่วง แต่ซีนายังเตะสวนและจับเหวี่ยงไปอัดถังขยะ เคน เอาเก้าอี้กระทุ้งใส่ท้องซีนา จากนั้น เคน ก็ตีใส่หลังไม่ยั้งจนซีนาแน่นิ่ง เคน มองเห็นประตูห้องๆ หนึ่งที่มีชื่อ แซค ไรเดอร์ แปะอยู่ เคน เลยถีบประตูพังแล้วเข้าไปเจอแซค เคน เลยบีบคอแซคจนสลบ จากนั้นก็เข็นรถเข็นแซคเข้าไปในสนาม จากนั้นก็ผลักแซคตกไปกระแทกพื้น เคน ลาก แซค ขึ้นเวทีและถีบเล่น อีฟ ทอร์เรส ออกมาขอร้องแต่ เคน ไม่ฟังแถมจับแซคใส่ท่า Tombstone Piledriver ทำให้แซคบาดเจ็บอย่างหนัก แล้วก็หันไปหาอีฟ แต่ซีนาออกมาช่วยก็โดน เคน จับใส่ โชคสแลม[97] ในรอว์ (13 กุมภาพันธ์ 2012) ซีนากำลังให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ เดอะ ร็อก แต่ซีนายังไม่ทันจะตอบ เสียงกริ๊ดก็ดังขึ้น!! ซีนาเลยวิ่งไปตามเสียง ก็เห็น เคนล็อกขังอีฟในรถพยาบาล พอซีนาจะเข้าไปช่วย เคนก็ออกมาลอบทำร้ายซีนา แต่ซีนาก็สู้กลับและพยายามบอกให้อีฟปลดล็อกออกมา เคนก็หนีและพยายามจะขับรถพยาบาลหนีไป แต่จังหวะนั้นอีฟเปิดประตูออกได้ แล้วกระโดดพุ่งเข้าสุ่อ้อมกอดของซีนาทันที และจังหวะที่ทั้งคู่รอดพ้นจากอันตราย ทั้งคู่ก็จูบกัน แต่แซคที่เข็นรถมาพร้อมกับดอกไม้ในมือ ดันเห็นภาพเหตุการณ์นี้เข้า!! ทั้ง ซีนา และ อีฟ เลยผลักกันออกมา แต่สายไปเสียแล้ว แซคได้แต่ทำหน้าผิดหวังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในคืนเดียวกัน เคน ได้มาลอบทำร้ายแซค โดยการเข็นรถเข็นของแซค พุ่งกระเด็นไปกระแทกพื้นคอนกรีต ซีนาเห็นเข้าจึงรีบวิ่งมาดูอาการแล้วส่งสัญญาณมือ "X" ทันที อีฟก็ออกมาดูอาการ ทีมงานก็เอาเตียงพยาบาลมาช่วยพยุงร่างแซค โดยซีนาดูอาการอย่างใกล้ชิด ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2012) ซีนาได้เจอกับ เคน อีกครั้ง ในแมตช์การปล้ำจับคู่ต่อสู้ยัดใส่รถพยาบาล สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายเอาชนะ เคน และล้างแค้นให้แซคได้สำเร็จ[98]

ในรอว์ (20 กุมภาพันธ์ 2012) ซีนาออกมา และพูดถึง เดอะ ร็อก ว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ในวันนี้ แต่สัปดาห์หน้าเขาจะมา เพื่อมาคุยกับชั้น เมื่อก่อนชั้นก็เคยชอบเค้านะ แต่ตอนนี้น่ะเอียนแล้ว ก็ยินดีกับมันด้วยละกันกับการที่แสดงหนังอันดับหนึ่งของบ๊อกซ์ออฟฟิซ สัปดาห์หน้ามันก็คงมารอว์ ทำท่ายักคิ้วให้คนดูดีใจ จากนั้นก็กลับไปฮอลลีวู้ดเหมือนเดิม สิ่งที่ชั้นภาคภูมิใจก็คือ ชั้นอยู่กับ WWE มาตลอด 7 ปีที่ผ่านมา และไม่เคยจากไปไหน แล้วที่ เดอะ ร็อก มันกลับมาคราวก่อนน่ะนะ มันก็แค่มาโปรโมต Fast Five กับ ทวิตเตอร์ ของมันเท่านั้น ชั้นคนนี้คือคนที่อยู่กับ WWE ตลอด ชั้นขึ้นปล้ำในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 อย่างภาคภูมิใจในฐานะนักมวยปล้ำ พาดหัวข่าวหลังจากคืนนั้นจะต้องเป็น ซีนา เอาชนะ เดอะ ร็อก ในบ้านเกิดของเขา ไมอามี ฟลอริดา เอาไว้เจอกันในเรสเซิลเมเนีย ก็แล้วกัน ในรอว์ (27 กุมภาพันธ์ 2012) เดอะ ร็อก ออกมาทักทายแฟนๆ ในสนาม และพูดถึงซีนา ว่า ชั้นไม่คิดว่านายเป็นคนเลวหรอกนะ แต่นายแค่เป็นคนกระจอกๆ เท่านั้นเอง ซีนา สัปดาห์ก่อนนายพูดจาพาดพิงถึงชั้น นายบอกว่านายจะต่อสู้ในฐานะตัวแทนนักมวยปล้ำทุกคน แต่ชั้นจะสู้เพื่อแฟนๆ ทุกคน แฟนๆ ที่เบื่อหน่ายแกที่ทำอะไรซ้ำๆ ซากๆ ทุกค่ำคืน ซีนา ออกมาตอบโต้ และบอกว่าเขาไม่ชอบ ดเวย์น จอห์นสัน จะจัดการกับมันในศึก เรสเซิลเมเนีย ก่อนจะเดินจากไป เดอะ ร็อก บอกว่าความจริงแล้ว เดอะ ร็อก กับ ดเวย์น จอห์นสัน มันก็คนเดียวกัน และมันก็ไม่สำคัญหรอก เพราะว่าในเรสเซิลเมเนีย ชั้นจะเตะก้นแก If You Smell What the Rock is Cooking? ในรอว์ (12 มีนาคม 2012) ซีนา ออกมาในมาดของ Dr.Thuganomics ใส่หมวกกลับหัว, โซ่ห้อยคอ, เสื้อบาสเก็ตบอล และใช้เพลงเปิดตัวแบบเก่าของตัวเองด้วย ซีนา เริ่มพูดด้วยสำเนียงเด็กแร็ปด่า เดอะ ร็อก ว่าเป็นพวกทรยศเหมือนกับ ลีบอร์น เจมส์ (นักบาสเก็ตบอลที่ย้ายหนีไปจากคลีฟแลนด์) สัปดาห์ก่อน เดอะ ร็อก หรือไอ้ ดเวย์น จอห์นสัน มันโกรธว่ะ มันบอกให้ชั้นหุบปาก แต่หลังจากวันที่ 1 เมษายน มันจะต้องไปศัลยกรรมใบหน้าเหมือนกับที่มันเคยทำศัลยกรรมนมมาแล้ว Team Bring It เหรอ พวกมันไม่น่ากลัวหรอก เพราะ เดอะ ร็อก มันเป็น Tooth Fairy ชั้นจะกระทืบก้นแกในศึก เรสเซิลเมเนีย และเอาถั่วยัดใส่หน้าแก ในคืนเดียวกัน เดอะ ร็อก ออกมาพร้อมกับกีตาร์โปร่งเพื่อจัด Rock Concert ทักทายแฟนๆ ชาวคลีฟแลนด์แล้ว เดอะ ร็อก ก็เริ่มเล่นกีตาร์และร้องเพลงที่แต่งเอง เป็นเพลงด่า ซีนา หลังร้องเสร็จแล้ว เดอะ ร็อก ก็ประกาศจะกระทืบ ซีนา ในศึก เรสเซิลเมเนีย ต่อด้วยเปิดเพลง We Will Rock You ฉบับดัดแปลงด่า ซีนา มาร้องกับแฟนๆ ในสนามเป็นการปิดรายการ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ซีนาได้เจอกับ เดอะ ร็อก เป็นแมตช์ที่ขวัญใจทั้ง 2 ยุคมาเจอกัน สุดท้าย ซีนา ก็เป็นฝ่ายแพ้ให้กับ เดอะ ร็อก ไปในที่สุด[99]

ซีนากับ บร็อก เลสเนอร์ ในรอว์ (2 เมษายน 2012)

ในรอว์ (2 เมษายน 2012) ซีนาออกมาพูด ยอมรับว่าเขาไม่คิดมาก่อนว่าจะแพ้ แต่ก็แพ้จนได้ เขาไม่ได้ออกมาเพื่อจะขอสู้กันอีกครั้ง เพราะด่ากันไปมาปีกว่าแล้ว และก็ได้ตัดสินกันไปแล้วเมื่อคืนนี้ ซีนา บอกว่าเขาขอยอมรับว่า เดอะ ร็อก คือสตาร์ WWE ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในวงการ แต่ บร็อก เลสเนอร์ ก็ได้กลับมาอีกครั้งในรอบ 8 ปี และขึ้นมาประจันหน้ากับซีนา เพื่อขอจับมือ ที่ไหนได้ ซีนา โดน เลสเนอร์ จับใส่ท่า F-5[100] ในรอว์ (9 เมษายน 2012) ซีนาออกมาขัดจังหวะ แล้วก็เดินมาตบหน้าเลสเนอร์ เลยโดนเลสเนอร์ คร่อมต่อยเป็นชุดจนเลือดกบปาก ร้อนถึงสตาร์ WWE คนอื่นๆ ต้องออกมาช่วยกันจับแยก คืนเดียวกัน ซีนาได้เจอกับ เดวิด โอทังก้า และซีนา เป็นฝ่ายชนะไปได้ แต่ว่าหลังจากจบแมตช์ เลสเนอร์โผล่มาเตะผ่าหมาก ซีนา แล้วต่อด้วย F-5[101] ในรอว์ (23 เมษายน 2012) ซีนา และ เลสเนอร์ จะต้องเซ็นสัญญาเพื่อที่จะเจอกันในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2012) ในช่วงต้นรายการ ทีโอดอร์ ลอง ประกาศแนะนำตัวซีนา ออกมาก่อนจากนั้นก็ประกาศเรียก เลสเนอร์ คนที่ออกมากลายเป็น จอห์น โลรีนายติส บอกว่า เลสเนอร์ ยังมาไม่ถึงและสั่งให้ซีนากลับไปก่อน และเอดจ์ ก็ออกมาคุยกับซีนา บอกว่าชั้นไม่ได้มาเพื่อพูดกับ จอห์น ซีนา คนนี้ ชั้นไม่รู้จัก จอห์น ซีนา คนนี้ รู้จักแต่ จอห์น ซีนา ที่เป็นคู่ปรับตลอดกาลของชั้น คนที่พ่อของมันเคยถูกฉันตบหน้า แล้วมันก็มาเอาคืนด้วยการอัดฉันตกบันไดทะลุโต๊ะในแมตช์ TLC นายอย่าลืมว่า เลสเนอร์ มันไม่ได้มาเพื่อแฟนๆ มันมาเพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าของมันเท่านั้น มันออกไปจากสมาคมเมื่อ 8 ปีก่อนในขณะที่เราสองคนช่วยกันประคองสมาคมมา นายเป็นตัวแทนของบรรดานักมวยปล้ำที่ทุ่มเทเพื่อสมาคมมาตลอด ถ้านายไปแพ้ เลสเนอร์ มันก็เท่ากับเป็นการตบหน้าคนอย่าง ชอว์น ไมเคิลส์, ดิอันเดอร์เทเกอร์ และตบหน้าฉันด้วย ฉันไม่ได้ขอให้แกเอาชนะเลสเนอร์ แต่ชั้นขอสั่งให้แกทำ ในช่วงท้ายรายการ โลรีนายติส ก็ได้ออกมาเตรียมการเซ็นสัญญาระหว่าง ซีนา และเลสเนอร์ ในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ ซีนาออกมาโดยใส่โซ่คล้องคอมาด้วยจากนั้นก็ถอดโซ่ออกมากำไว้ในมือแต่เลสเนอร์ ก็ไม่กลัว เลสเนอร์บอกให้ซีนาเซ็นสัญญา เลสเนอร์บอกว่าแกกำลังกลัวอยู่ใช่มั้ยล่ะฉันสัมผัสได้ถึงกระแสจิตที่ออกมาจากตัวแกว่าแกกำลังกลัว ซีนาเซ็นเสร็จแล้วก็โยนใส่เลสเนอร์ เลยทำท่าเหมือนจะต่อยกัน เลสเนอร์แค่ล้มโต๊ะ ซีนาก็สะดุ้งและถอยเล็กน้อย เลสเนอร์หัวเราะเยาะก่อนจะเดินกลับไป[102] ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ ซีนาได้เจอกับ บร็อก เลสเนอร์ ในแมตช์การปล้ำเอ็กซ์ตรีมรูลส์ สุดท้าย ซีนา ก็เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้สำเร็จ หลังแมตช์ ซีนาเอาไมค์มาประกาศว่าเขาอาจจะต้องจากไปสักพัก เพราะบาดเจ็บจากแมตช์นี้ แล้วก็อวยพรให้แฟนๆ กลับบ้านอย่างปลอดภัย[103][104][105]

ในรอว์ (30 เมษายน 2012) ซีนาออกมาโดยมีการเข้าเฝือกอ่อนที่แขนซ้าย ซีนาบอกว่า ทริปเปิล เอช แขนหัก จากการถูก เลสเนอร์ เล่นงานหักแขน และเมื่อคืนชั้นก็เจอแบบเดียวกัน แต่ตอนนี้ชั้นก็มาอยู่ที่นี่แล้ว จากการทำ MRI สแกนพบว่ากล้ามเนื้อไม่ฉีก ดังนั้นเขาจึงยังอยู่ใน WWE มันมีการเจ็บอยู่สองประเภท คือ บาดเจ็บ กับเจ็บ ถ้าบาดเจ็บก็ต้องถูกส่งกลับบ้าน แต่ถ้าแค่เจ็บ เขาก็สามารถออกมาทำในสิ่งที่เขารักได้ จอห์น โลรีนายติส ออกมา บอกว่าเขานำเอา เลสเนอร์ กลับมาในฐานะสัญลักษณ์คนใหม่ของสมาคม และบอกว่าคนที่จะเจอกับซีนา ในศึก โอเวอร์เดอะลิมิต (2012) ออกมาแล้ว คือ ลอร์ด เทนไซ ขึ้นเวทีมาเตรียมจะรุมซีนา ที่ไหนได้ โลรีนายติส อัดใส่ซีนาจากด้านหลังแล้วบอกว่าคนที่จะเจอกับซีนา ในโอเวอร์เดอะลิมิต คือ โลรีนายติส นั่นเอง จากนั้นซีนาก็ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บหนักที่แขนซ้าย[106] ในรอว์ (14 พฤษภาคม 2012) โลรีนายติส ออกมาล้อเลียนคนดูที่เชียร์ซีนาว่าเป็นไอ้พวกขี้แพ้ เพราะซูเปอร์สตาร์ที่คุณชอบก็สะท้อนถึงตัวตนคุณ ซีนาเป็นไอ้ขี้แพ้ ทำให้แฟนๆ ของเขาเป็นไอ้ขี้แพ้ด้วยมันแพ้ เดอะ ร็อก และถูก เลสเนอร์ อัดเละ ซีนา ออกมาล้อเลียน โลรีนายติส และอีฟ ก็ออกมายื่นแฟกซ์ให้อ่าน ซีนาแย่งเอาไปอ่าน บอกว่าเป็นแฟกซ์จากสำนักงานใหญ่ WWE สั่งให้แมตช์ระหว่างซีนากับโลรีนายติส เป็นแมตช์ตัวต่อตัว ห้ามมีผู้ติดตาม ไม่มีกรรมการพิเศษ ชนะด้วยการกดหรือซับมิชชั่นเท่านั้น ถ้าซูเปอร์สตาร์คนไหนเข้ามาก่อกวนจะถูกไล่ออกทันที และถ้า โลรีนายติสแพ้ ก็จะถูกไล่ออกเช่นกัน ในโอเวอร์เดอะลิมิต ซีนาก็เป็นฝ่ายแพ้ให้กับโลรีนายติส[107] จากการช่วยเหลือของ บิ๊กโชว์ ที่ถูกไล่ออกไปแล้ว[108]

ในรอว์ (21 พฤษภาคม 2012) โลรีนายติส ได้ประกาศแนะนำคู่ต่อสู้คนต่อไปของซีนา ในศึก โนเวย์เอาท์ (2012) นั่นคือ บิ๊กโชว์[109] คืนเดียวกัน ซีนาได้ปล้ำแมตช์แฮนดิแคป โดยจับคู่กับ เชมัส เจอกับ ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์, แจ๊ค สแวกเกอร์ และ เทนไซ และมีนักมวยปล้ำฝ่ายอธรรมอยู่ข้างเวทีเป็นลัมเบอร์แจ็ค สุดท้ายแมตช์จบลงโดยไม่มีผลการตัดสินเพราะนักมวยปล้ำข้างเวทีขึ้นมารุม หลังแมตช์ บรรดาฝ่ายธรรมะก็รีบวิ่งออกมาช่วย ซีนารีบวิ่งไปหลังเวทีเพื่อไปตามหา บิ๊กโชว์ แต่กลายเป็นเจอหมัดน็อคจนสลบไป ในโนเวย์เอาท์ ซีนาได้เจอกับ บิ๊กโชว์ ในแมตช์การปล้ำในกรงเหล็ก โดยถ้าซีนา แพ้จะต้องถูกไล่ออก และถ้า บิ๊กโชว์ แพ้ โลรีนายติส จะถูกไล่ออก[110] สุดท้ายซีนา ก็เป็นฝ่ายชนะ และทำให้โลรีนายติส ถูกไล่ออก หลังแมตช์ โลรีนายติส จะเอาไม้เท้ามาฟาดซีนา แต่โดนจับแบก วินซ์เอาไมค์มา และจัดการ You're Fired!! ใส่หน้า โลรีนายติส แล้วซีนาก็ AA ทะลุโต๊ะปิดรายการ[111] ในรอว์ (25 มิถุนายน 2012) ซีนาออกมาล้อเลียน บิ๊กโชว์ ต่างๆ นานา คริส เจอริโค ออกมาแล้วก็ไล่ซีนา บอกว่าคืนนี้เป็นคืนที่จะต้องต้อนรับการกลับมาของชั้น ไม่ใช่ให้แกมาเล่นตลกโชว์ ซีนาบอก ตอนนี้ บิ๊กโชว์ มันกำลังคลั่ง มันจะเข้าร่วมแมตช์มันนีอินเดอะแบงก์ เพราะฉะนั้นชั้นจึงขอเข้าร่วมแมตช์นี้ด้วยเพื่อหยุดยั้งบิ๊กโชว์ เจอริโคบอกว่า แกจะเล่นบทฮีโร่ไปถึงไหนแมตช์มันนีอินเดอะแบงก์ มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันเป็นแมตช์ที่โหดและอาจทำให้ต้องยุติอาชีพได้เลย วิคกี เกอร์เรโร ออกมา และบอกว่าจะมีแมตช์มันนีอินเดอะแบงก์ สองแมตช์ทั้งรอว์ และ สแมคดาวน์ โดยฝั่งรอว์ จะอนุญาตให้เฉพาะอดีตแชมป์ WWE เท่านั้นที่จะมีสิทธิ์เข้าร่วมผู้ที่จะได้เข้าร่วมก็คือ บิ๊กโชว์, เคน, คริส เจอริโค และ ซีนา คืนเดียวกัน ซีนาได้เจอกับ คริส เจอริโค สุดท้ายซีนา ชนะฟาล์ว เพราะ บิ๊กโชว์ มาเล่นงานซีนา หลังแมตช์ บิ๊กโชว์ จัดการโชคสแลมใส่ซีนา และใช้ท่า Colossal Clutch ใส่ซีนา[112] ในศึก มันนีย์อินเดอะแบงก์ (2012) ซีนาได้เข้าร่วมในแมตช์การปล้ำ มันนีอินเดอะแบงก์แลดเดอร์แมตช์ เพื่อชิงเอกสารสิทธิ์ในการชิงแชมป์ WWE[113] สุดท้ายซีนา ก็เป็นฝ่ายคว้ากระเป๋าได้สำเร็จ[114]

ในรอว์ (16 กรกฎาคม 2012) หลังแมตช์ระหว่าง ซีเอ็ม พังก์ กับ บิ๊กโชว์ ซีนาวิ่งออกมาพร้อมกับกระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ และ บิ๊กโชว์ ก็ยุให้ ซีนา ใช้กระเป๋าเลยแต่ซีนา ไม่ยอมใช้ และบอกกับพังก์ ว่าจะขอท้าชิงแชมป์ WWE กับพังก์ ในศึก รอว์ ตอนที่ 1,000 ในสภาพที่สมบูรณ์ทั้งคู่ แล้วทั้งสองคนก็ผลัดกันชูมือบนเวทีเป็นการปิดรายการ ในรอว์ ตอนที่ 1,000 (23 กรกฎาคม 2012) ซีนาได้ใช้สิทธิ์กระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ ชิงแชมป์ WWE กับพังก์ ผลปรากฏว่า บิ๊กโชว์ ได้มาเล่นงานซีนา ทำให้กรรมการปรับซีนา ชนะฟาวล์ และเป็นคนแรกที่ใช้กระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ และไม่ได้แชมป์[115][116] หลังแมตช์ บิ๊กโชว์ กระทืบ ซีนา ไม่ยั้ง แต่ พังก์ ก็ยืนดูเฉยๆ ไม่ยอมช่วย เดอะ ร็อก ออกมาช่วยซีนา และจะใช้ People's Elbow ใส่ บิ๊กโชว์ แต่ พังก์ ขึ้นมาโคลทส์ไลน์ เล่นงานใส่ เดอะ ร็อก และจับใส่ GTS แล้วก็เดินจากไปท่ามกลางเสียงโห่ของคนดู[117] หลังจบศึกรอว์ ตอนที่ 1,000 แล้วก็มีเหตุการณ์แถมท้าย บิ๊กโชว์ ลุกขึ้นมาอัด ซีนา อีกรอบ และ เดอะ ร็อก ก็จัดการ Rock Bottom ใส่ บิ๊กโชว์ ก่อนที่ ซีนา จะซ้ำด้วย Attitude Adjustment หลังจากนั้น ซีนา ก็ถอดปลอกแขนอันหนึ่งมาให้ เดอะ ร็อก แต่ เดอะ ร็อก บอกว่า นายคงจะเอาที่คาดหัวมาใส่เป็นปลอกแขนแน่นอน เพราะคงไม่มีใครแขนใหญ่ขนาดนี้ ซีนา และคนดูก็หัวเราะกันสนุกสนาน จากนั้น เดอะ ร็อก ก็ใช้ People's Elbow ใส่ บิ๊กโชว์ แล้ว เดอะ ร็อก กับ ซีนา ได้จับมือกันก่อนที่ ซีนา เดินกลับไป ในรอว์ (30 กรกฎาคม 2012) ซีนาได้เจอกับ บิ๊กโชว์ เพื่อหาผู้ท้าชิงแชมป์ WWE กับ ซีเอ็ม พังก์ ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2012) โดยมี พังก์ มานั่งเป็นผู้บรรยายอยู่ข้างเวที ผลปรากฏว่า แมตช์จบลงโดยไม่มีผลการตัดสิน หลังแมตช์ พังก์ เตะก้านคอ บิ๊กโชว์ แล้วก็เอาไมค์มาประกาศว่าไม่มีใครชนะแมตช์นี้เลย พวกมันเป็นพวกขี้แพ้ทั้งคู่ พังก์เดินกลับไป แต่ เอเจลี ออกมาประกาศให้ทั้งซีนา และบิ๊กโชว์ ได้ชิงแชมป์ WWE ในรูปแบบการปล้ำ 3 เส้า[118] ในซัมเมอร์สแลม ซีนาได้ปล้ำแมตช์การปล้ำ 3 เส้าชิงแชมป์ WWE ซีเอ็ม พังก์ และบิ๊กโชว์ สุดท้าย พังก์ ใช้ท่า Koji Clutch ใส่ บิ๊กโชว์ แล้ว ซีนา ก็เข้ามา STF ใส่ บิ๊กโชว์ อีกคน ทำให้ บิ๊กโชว์ ยอมแพ้ไป แต่กรรมการไม่รู้จะให้ใครชนะดี ทำให้ เอเจ ออกมาสั่งให้เริ่มปล้ำกันใหม่ คราวนี้เป็น ซีนาจับ บิ๊กโชว์ ใส่ Attitude Adjustment ได้ แต่พังก์มาฉวยโอกาสกดนับ 3 ทำให้ซีนาไม่สามารถคว้าแชมป์คืนมาได้[119]

ในรอว์ (10 กันยายน 2012) เบรต ฮาร์ต ประกาศแนะนำตัวซีนา เพื่อออกมาพูดคุยกัน ซึ่งซีนาก็ยอมรับว่าเขานับถือ เบรต มาก และเขาจะไม่มีวันยิ่งใหญ่ได้เท่า เบรต จากนั้น เบรต ก็ถาม ซีนา ว่าจะจัดการยังไงกับไอ้คนเสแสร้งอย่าง ซีเอ็ม พังก์ จากนั้น พังก์ ออกมาโวยวายจะเอาเรื่อง ทำให้ ซีนา ด่า พังก์ ว่า ไอ้เสแสร้ง อีกคนนึง พังก์ ขึ้นเวทีมาสาธยายความเทพของเขาว่าเขาเจ๋งกว่า ชอว์น ไมเคิลส์, เจ๋งกว่า สโตน โคลด์ สตีฟ ออสติน และเจ๋งกว่า เดอะ ร็อก ด้วย เพราะเขาอัด เดอะ ร็อก ได้ในพริบตาทั้งที่ ซีนา พยายามมาทั้งปีก็ไม่สำเร็จ ซีนา ด่ากลับบ้าง บอกว่า พังก์ เป็นแชมป์มา 300 กว่าวัน แล้วก็ทำให้เข็มขัดแชมป์ตกต่ำสุดๆ ทำได้แค่นั่งมองแมตช์คู่เอกของทุกๆ ศึกใหญ่ ผ่านหน้าเขาไปตาปริบๆ เมื่อปีก่อนออกมาพูดซะดิบดี บอกว่าจะเปลี่ยนแปลงวงการให้ดีขึ้น สุดท้ายก็ล้มเหลวหมด เป็นแค่เรื่องโกหกเพื่อให้แฟนๆ ช่วยสนับสนุนให้เขาดังเท่านั้น ชั้นคนนี้ต้องไต่เต้ามาจากดาวรุ่ง กว่าจะมาเป็นที่รักของแฟนๆ ได้ต้องล้มลุกคลุกคลาน ผ่านช่วงเวลาร้าย มามากมาย แต่ชั้นก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ด้วยการเป็นตัวของตัวเอง ไม่เหมือนแกหรอก เปลี่ยนบุคลิกไปมา ขโมยสีกางเกงมาจากตำนานหอเกียรติยศ แล้วยังขโมยท่าไม้ตายศอกบินมาจากคนตายอย่าง แรนดี ซาเวจ อีก เพราะแกมันเป็นคนที่ยังค้นหาตัวเองไม่พบ แกคิดว่าการที่เป็นแชมป์มันจะหมายความว่าทุกคนต้องเคารพแก ที่ช่วง 2-3 สัปดาห์มานี้แกทำตัวน่ารำคาญขึ้นคงเป็นเพราะว่าแกกำลังกลัวว่าจะเสียแชมป์ใน ไนท์ออฟแชมเปียนส์ ใช่มั้ยล่ะ ชั้นจะขอพูดอะไรเป็นภาษาท้องถิ่นของที่นี่หน่อยนะ พังก์ บอก แกกำลังทำตัวเองให้ต่ำลงนะ จากการพูดภาษาถิ่นของคนที่นี่น่ะ ซีนา โมโห บอกว่า พอได้แล้ว คนดูเหล่านี้คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงได้มาอยู่ที่นี่ แกมันคนไร้ค่าที่ไม่ควรได้รับการเคารพเลยสักนิด สิ่งที่ชั้นพูดเมื่อกี้คือ "แกบอกว่าจะชนะใน ไนท์ออฟแชมเปียนส์ แต่ว่าชั้นจะเตะก้นแก พังก์ โมโห จะไปต่อย เบรต ระบายอารมณ์ แต่ ซีนา ห้ามไว้ได้ทัน ซีนา ถอดเสื้อแล้วท้า พังก์ มาต่อยกัน แต่ พังก์ หันไปต่อย เบรต อีก คราวนี้ เบรต บล็อกไว้ได้แล้วต่อยสวนจน พังก์ ล้มกลิ้ง คลานหนีเป็นลูกหมากลับไปอย่างอนาถ ปล่อยให้ เบรต กับ ซีนา ฉลองกันบนเวที ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2012) ซีนาได้ชิงแชมป์ WWE กับพังก์ ผลปรากฏว่า ซีนาใช้ท่าเยอรมันซูเปอร์เพล็กซ์ และกดด้วยสะพานโค้ง นับ 3 ไปได้ แต่กรรมการบอกว่าตอนที่กดนั้น ไหล่ของซีนาก็แตะพื้นด้วย แมตช์นี้เลยเสมอกัน ทำให้ซีนาไม่สามารถคว้าแชมป์คืนมาได้[120]

ในรอว์ (17 กันยายน 2012) พอล เฮย์แมน ออกมาพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในไนท์ออฟแชมเปียนส์ ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันมาก จึงขอเรียกกรรมการ แชด แพตตัน ออกมาพูดคุย มีการฉายภาพยืนยันว่า แชด ตัดสินได้ถูกต้องแล้วเพราะไหล่ของทั้งสองคนแตะพื้นในตอนที่นับ เฮย์แมน บอกว่าตอนนี้ พังก์ ก็เป็นแชมป์มา 300 กว่าวันแล้ว สมควรที่แฟนๆ จะให้เกียรติเขาซะที ซีนาออกมาขัดจังหวะ บอกว่า แชด ตัดสินได้ถูกต้องแล้ว แต่ก็เชื่อว่าแฟนๆ ทุกคนต่างก็อยากจะรู้ว่าใครกันแน่ที่ควรเป็นผู้ชนะในแมตช์เมื่อคืน ซีนาบอกว่า เฮย์แมน มั่นใจแล้วเหรอว่า พังก์ สมควรได้รับการยกย่อง จากการเสมอเมื่อคืน ป้องกันแชมป์ได้ด้วยการเสมอ จากนั้นก็เอาเข็มขัดมาฟาดหัวคนอื่นแบบเนี้ย นี่น่ะเหรอคนที่ควรได้รับการเคารพ ทำไมไม่รีแมตช์กันเดี๋ยวนี้เลยล่ะ อัลเบร์โต เดล รีโอ ออกมาโวยวาย บอกว่า บูเกอร์ ที ยกเลิกการแบน โบรก คิก ก่อนเริ่มแมตช์เมื่อคืน เขาต้องการรีแมตช์ เอเจ ออกมาจัดแมตช์แทคทีม เดล รีโอ คู่กับพังก์ เจอกับ เชมัส คู่กับซีนา สุดท้าย ซีนา จับพังก์ ใส่ Attitude Adjustment กดนับ จังหวะสุดท้าย พังก์เอาขาพาดเชือกแต่กรรมการมองไม่เห็นนับ 3 ให้ ซีนา กับเชมัส ชนะไป หลังแมตช์ เฮย์แมน กับพังก์ พยายามเรียกให้กรรมการมาดูว่าขาพาดเชือกจริง แต่กรรมการไม่รับฟัง ล่าสุด ซีนาต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณแขน หลังจากที่มีเศษกระดูกที่แตกออกมาจากข้อศอกของซีนา ทำให้แพทย์ต้องผ่าตัดนำเอาเศษกระดูกเหล่านั้นออก และต้องพักการปล้ำ[121] ในรอว์ (8 ตุลาคม 2012) ซีนาออกมาท้าให้พังก์ ยอมป้องกันแชมป์ WWE กับเขา ในศึก เฮลอินเอเซล (2012) คืนเดียวกัน แมตช์ระหว่าง พังก์ กับ วินซ์ แม็กแมน ในแมตช์การปล้ำไม่มีกฎกติกา ซีนา กับ ไรแบ็ค ได้ออกมาช่วยวินซ์ ทำให้พังก์ รีบหนีลงเวที แล้วก็หยิบเข็มขัดหนีเข้าไปบนอัฒจรรย์ หลังแมตช์ วินซ์ประกาศให้พังค์ตัดสินใจเอาว่าจะเจอกับไรแบ็ค หรือซีนา ในเฮลอินเอเซล และถ้าไม่ตัดสินใจภายในสัปดาห์หน้า วินซ์จะตัดสินใจให้เอง ในรอว์ (15 ตุลาคม 2012) ในช่วงการเซ็นสัญญาชิงแชมป์ WWE วินซ์ก็เลือกไรแบ็ค ให้ชิงแชมป์กับพังก์ โดยที่ซีนาก็สนับสนุนและช่วยเชียร์ไรแบ็คด้วย[122]

ในรอว์ (22 ตุลาคม 2012) เอเจได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของรอว์ เอเจบอกว่าสาเหตุเกิดมาจากการที่เธอออกไปกินข้าวกับซีนา จากนั้นซีนาเข้าไปถาม วินซ์ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่วินซ์บ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบ แล้วก็ขึ้นรถกลับไป จากนั้นซีนาเข้าไปถามวิคกีว่าเรื่องมันเป็นยังไง แต่วิคกีบอกว่า เอเจเองนั่นแหละที่ทำให้ตัวเองต้องตกงาน เพราะไปกินข้าวกับซีนา และในเฮลอินเอเซล ช่วงก่อนเริ่มรายการ ซีนาได้ออกมาพูดบนเวที ถึงเรื่องข้อถกเถียงตัวสาเหตุที่ทำให้เอเจลาออก ซึ่งวิคกีอ้างว่าเป็นเพราะเอเจมีความสัมพันธ์กับซีนา จึงเป็นเหตุให้ต้องออกจากตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของรอว์ ซึ่งวิคกีก็บอกว่าตัวเขามีหลักฐานและจะพิสูจน์ให้เห็นในรอว์ ต่อมาก็มีวิดิโอ Tout จาก ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ ซึ่งซิกก์เลอร์ก็บอกว่า ให้ซีนาช่วยชี้แจงความจริงถึงเรื่องความสัมพันธ์กับเอเจ ซึ่งซีนาก็ตอบกลับไปว่า เขารู้ว่า ซิกก์เลอร์อยู่หลังเวที เลยเรียกออกมาเจอกัน ทว่าเป็นวิคกีที่เดินออกมา และขึ้นมาบนเวทีพูดขู่ซีนา ว่าจะแฉความจริงให้ทุกคนได้รู้ในรอว์ ขณะนั้นเอง ซิกก์เลอร์ก็โผล่มาเล่นงานจากข้างหลัง แต่ซีนารู้ทันและเล่นงานซิกก์เลอร์ตกเวทีไป ในรอว์ (5 พฤศจิกายน 2012) วิคกีออกมาแฉหลักฐานความสัมพันธ์ของซีนา กับเอเจ อีกรอบ และซีนาก็ออกมาบอกว่า วิคกีอยากให้รอว์ ขาวสะอาด มันคงยากพอๆ กับการที่เขาจะฝึกท่ามวยปล้ำท่าใหม่นั่นแหละ ในอดีต วิคกีเคยแต่งงานกับ เอดจ์ แล้วก็ใช้อำนาจผู้จัดการช่วยเอดจ์เป็นแชมป์ จากนั้นก็ยังมีซิกก์เลอร์อีก วิคกีโชว์หลักฐานใหม่ คือภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงแรม เป็นตอนที่เอเจ ออกจากห้องของตัวเองแล้วไปเคาะประตูห้องซีนา ก่อนที่จะเข้าไปในห้องด้วยกัน ซีนายังปฏิเสธเสียงแข็ง วิคกีเลยเรียก เอเจ ออกมาอธิบายต่อหน้าทุกคนเลย เอเจโผล่มาทางจอยักษ์ บอกว่า วิคกีคงไม่อยากให้เธอออกไปหรอก เพราะถ้าออกไปแล้วเธอจะตบวิคกี และถ้าไล่เธอออกล่ะก็เธอจะมีอิสระในการทำทุกอย่างที่อยากทำ ซิกก์เลอร์เข้ามาโอบไหล่เอเจ แล้วบอกว่า ใช่ และทุกคนก็รู้ดีว่า เอเจชอบทำอะไร ซีนารีบวิ่งเข้าไปที่หลังฉาก ในรอว์ (12 พฤศจิกายน 2012) วิคกี กับ ซิกก์เลอร์ นำหลักฐานชิ้นใหม่มาแสดง คือข้อความที่เอเจ ฝากเข้าไปถึงโทรศัพท์ของซีนา แต่เอเจ อ้างว่ามันเป็นการตัดต่อแน่นอน ซีนาออกมา และตรงเข้าไปจะเอาเรื่องซิกก์เลอร์ แต่เอเจ ห้ามเอาไว้ บอกว่าเธอจะจัดการเอง เอเจตบหน้าซิกก์เลอร์ ต่อด้วยซีนา เข้ามาต่อยซ้ำอีก ทำให้ซิกก์เลอร์ กับวิคกี ต้องหนีกลับไป คืนเดียวกัน ซีนาได้เจอกับ ซีเอ็ม พังก์ สุดท้ายซีนา ก็เป็นฝ่ายชนะ หลังแมตช์ ไรแบ็ค กับซีนา มาแย่งเข็มขัดแชมป์ WWE กัน ส่วนพังก์ ไม่กล้าเข้าไปแย่งด้วย ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2012) ซีนาได้เจอกับ ซีเอ็ม พังก์ และ ไรแบ็ค ในแมตช์การปล้ำสามเส้า ชิงแชมป์ WWE สุดท้ายซีนา ไม่สามารถคว้าแชมป์ WWE คืนมาได้[123][124]

ในรอว์ (19 พฤศจิกายน 2012) วิคกีออกมาพูดถึงเรื่องซีนา กับเอเจ อีก คราวนี้ ซีนากับเอเจออกมาจูบโชว์ซะเลย เป็นการยอมรับไปว่าคบกันอยู่จริงๆ ซิกก์เลอร์ออกมาลอบทำร้ายซีนา แต่ซีนาก็สวนกลับ จนกระทั่งซิกก์เลอร์ต้องหนีกลับไป ทำให้ซีนาวิ่งตามไป แต่ขณะวิ่งก็เกิดบาดเจ็บหัวเข่า เอเจเข้าไปในห้องแต่งตัวชาย แล้วก็ตรงเข้าไปหาเรื่องซิกก์เลอร์ แต่โดนซิกก์เลอร์ด่าแหลกไม่มีชิ้นดี ทำให้เอเจโมโหตบซิกก์เลอร์ ซีนาเข้ามาห้ามเอเจ แต่โดนซิกก์เลอร์ถีบเข้าให้ จากนั้นซิกก์เลอร์ก็กระทืบหัวเข่าข้างบาดเจ็บของซีนา แล้วก็ต่อยกันจนห้องน้ำพังยับเยิน กรรมการต้องมาช่วยห้าม ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2012) ซีนาได้เจอกับซิกก์เลอร์ ในแมตช์การปล้ำไต่บันไดชิงกระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ เอกสารสิทธิ์ในกระเป๋าเพื่อชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ผลปรากฏว่า ซีนากำลังจะได้อยู่แล้ว แต่เอเจกลับหักหลังด้วยการผลักบันได ซีนาตกลงมา จากนั้นซิกก์เลอร์ก็ขึ้นไปเอากระเป๋าได้ ทำให้ซีนาไม่สามารถคว้ากระเป๋ามาได้[125] ในสแลมมีอะวอร์ด หรือศึกรอว์ (17 ธันวาคม 2012) ซีนาได้ออกมาขัดขวางซิกก์เลอร์ ไม่ให้ใช้กระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับบิ๊กโชว์ คืนเดียวกัน ซีนาได้จับคู่กับวิคกี เจอกับซิกก์เลอร์ จับคู่กับเอเจ ซีนากำลังจะชนะด้วย STF แต่เอเจไปพา บิ๊ก อี แลงสตัน มาเล่นงานซีนา[126] ในรอว์ (31 ธันวาคม 2012) รายการ MizTV เดอะ มิซ เชิญซีนามาเป็นแขกรับเชิญ มิซถามซีนา เกี่ยวกับเรื่องของเอเจ แต่ โรดส์ สคูลาร์ส (โคดี โรดส์ และแดเมียน แซนดาว) ออกมาขัดจังหวะ และสุดท้าย ซีนาก็ท้าให้เจอกันในแมตช์แท็กทีมเดี๋ยวนี้เลย โดยซีนาได้จับคู่กับ เดอะ มิซ เจอกับ โรดส์ สคูลาร์ส สุดท้ายซีนากับมิซ ก็เป็นฝ่ายเอาชนะได้สำเร็จ คืนเดียวกัน ซิกก์เลอร์กับเอเจ เชิญซีนามาร่วมฉลองปีใหม่ด้วยกัน แล้วซีนาก็ให้ของขวัญด้วยขี้หล่นลงมาจากด้านบน

ซีนาในปี 2013

ในรอว์ (7 มกราคม 2013) ตอนแรกของปี 2013 ซีนา ออกมาบอกว่า ซีเอ็ม พังก์ จะป้องกันแชมป์ WWE กับ ไรแบ็ค ในแมตช์การปล้ำการต่อสู้ด้วยโต๊ะ บันได และเก้าอี้ และ เดอะ ร็อก ก็จะกลับมาด้วย ซิกก์เลอร์, เอเจ และบิ๊ก อี ออกมาขัดจังหวะ ซีนาพยายามเล่นมุกกลบเกลื่อน แล้วซิกก์เลอร์ก็บอกว่า เวลาซีนาแพ้ใครแล้วก็ชอบทำหัวเราะกลบเกลื่อนเพื่อหวังให้เขาไปไกลๆ แต่ชั้นจะไม่ไปไหนหรอก ซีนาเลยท้าซิกก์เลอร์ มาเจอกันเดี๋ยวนี้เลย สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะได้สำเร็จ[127] ในรอว์ (14 มกราคม 2013) ซีนาได้เจอกับ ซิกก์เลอร์ อีกครั้ง ในแมตช์การปล้ำกรงเหล็ก สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายเอาชนะมาได้สำเร็จ[128] ในศึก รอยัลรัมเบิล (2013) ซีนาได้เป็นผู้ชนะในแมตช์ รอยัลรัมเบิล 30 คน โดยออกมาเป็นคนที่ 19 และสามารถจับเหวี่ยงไรแบ็ค ได้เป็นคนสุดท้าย จนได้เป็นผู้ชนะเลิศ ประจำปี 2013[129] ในรอว์ (28 มกราคม 2013) ซีนาได้เจอกับ โคดี โรดส์ สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะ หลังแมตช์ ซีนาประกาศเลือกท้าชิงแชมป์ WWE ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 แต่ เดอะชีลด์ (ดีน แอมโบรส, เซท โรลลินส์ และ โรแมน เรนส์) ก็มารุมลอบทำร้ายซีนา แม้ว่า เชมัส กับไรแบ็ค จะออกมาช่วยแต่ก็โดนรุมทำร้าย สุดท้ายเดอะชีลด์เล่นงานซีนาด้วยท่า Triple Powerbomb[130] ในรอว์ (4 กุมภาพันธ์ 2013) ซีนาเข้าไปบอกกับวิคกี ว่าเขาต้องการให้เดอะชีลด์ หยุดการกระทำ คืนเดียวกัน แบรด แมดด็อกซ์ เรียกเดอะชีลด์ ให้ออกมาช่วยคืนความเป็นธรรม เลยโดนเดอะชีลด์ออกมารุมอัดเละ ซีนา, เชมัส และไรแบ็ค ออกมาล้อมเดอะชีลด์เอาไว้ ทำให้เดอะชีลด์วิ่งหนีไปทางหลังเวทีแต่ แรนดี ออร์ตัน นำทัพนักมวยปล้ำออกมาขวางเอาไว้ เดอะชีลด์เลยโดน ซีนา, เชมัส และไรแบ็ค อัดจนน่วม ก่อนที่จะหนีไปทางอัฒจรรย์[131] ในรอว์ (11 กุมภาพันธ์ 2013) ซีนาได้จับคู่กับ เชมัส และ ไรแบ็ค เจอกับ ทรีเอ็มบี (ฮีท สเลเตอร์, จินเดอร์ มาฮาล และ ดรูว์ แมคอินไตย์) สุดท้าย ซีนา, เชมัส และไรแบ็ค ก็เป็นฝ่ายชนะ คืนเดียวกัน เดอะชีลด์ออกมาท้าทายกลุ่มของซีนา ว่าถ้าอยากมีเรื่องก็ออกมาเจอกันเดี๋ยวนี้ได้เลย ปรากฏว่าไฟในสนามดับ แล้วกลุ่มของซีนาก็ออกมาไล่อัดเดอะชีลด์จนหนีกระเจิง ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2013) ซีนาได้จับคู่กับเชมัส และไรแบ็ค เจอกับ เดอะ ชิลด์ สุดท้ายซีนา, เชมัส และไรแบ็ค ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป[132]

ในรอว์ (25 กุมภาพันธ์ 2013) ซีนาได้เจอกับ ซีเอ็ม พังก์ โดยถ้าใครชนะก็จะได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE กับ เดอะ ร็อก ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะ ทำให้ซีนาได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE กับ เดอะ ร็อก ในเรสเซิลเมเนีย[133] ในรอว์ (25 มีนาคม 2013) มีการจัดดีเบตระหว่าง เดอะ ร็อก กับ ซีนา เดอะ ร็อก บอกกับซีนา ว่ามาเจอกันเดี๋ยวนี้เลย ซีนาทำท่า You Can't See Me ใส่ เดอะ ร็อก เลยโดน เดอะ ร็อก ผลัก ซีนาจับเดอะ ร็อกแบก จะใช้ Attitude Adjustment แต่ เดอะ ร็อก ดิ้นหลุดแล้วจับ Rock Bottom[134][135] ในรอว์ (1 เมษายน 2013) ซีนาออกมาพูดชื่นชม เดอะ ร็อก ว่าเป็นแชมป์ WWE ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ และถ้าหากว่าเขาเอาชนะเดอะ ร็อก ได้ในเรสเซิลเมเนีย มันก็จะสุดยอดมากๆ เวลาของเดอะ ร็อก มันหมดลงแล้ว มันจะเป็นเวลาของซีนา ซีนาบอกว่า เดอะ ร็อกจะได้ลิ้มรสความล้มเหลวบ้าง หลังจากที่เขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 มาแล้ว ซีนาบอกว่าทนดู เดอะ ร็อก เปลี่ยนเข็มขัดแชมป์ WWE แบบใหม่แล้วเจ็บปวด แต่เขาจะไม่เปลี่ยนมันหรอก จะแย่งชิงมันมาครองและเขาเหนือกว่า เดอะ ร็อก[136] ในเรสเซิลเมเนีย ในแมตช์ชิงแชมป์ WWE ระหว่าง ร็อก กับซีนา สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะ และคว้าแชมป์ WWE ไปครอง ทำให้ซีนาสามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 11 ได้สำเร็จ หลังจากที่ไม่ได้แชมป์โลกมา 1 ปี หลังแมตช์ เดอะ ร็อก ก็มาจับมือและกอดซีนา เพื่อแสดงความยินดีกับซีนาอีกด้วย[137]

ซีนากับแชมป์ WWE ในปี 2013

ในรอว์ (8 เมษายน 2013) ซีนาได้มีแมตช์เจอกับ มาร์ก เฮนรี สุดท้าย เฮนรี โดนเหวี่ยงไปอัดขั้นบันไดเหล็ก แล้วซีนาก็รีบขึ้นเวที ปล่อยให้กรรมการนับ เฮนรี ถึง 10 แพ้ตกเวทีไปเลย หลังแมตช์ เฮนรี ขึ้นมาอัด ซีนา แล้วจับใส่ World Stornges Slam ดับอนาถ เฮนรี เอาเข็มขัดแชมป์มาชูเล่น ท่ามกลางเสียงโห่ของคนดู แต่ ไรแบ็ค ออกมาเล่นงาน เฮนรี จนกลิ้งหนีลงเวทีไป ซีนานอนเจ็บอยู่ ไรแบ็ค จับมือซีนาขึ้นมา แล้วก็ฉลองกับซีนาบนเวที แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ไรแบ็ค โคทส์ไลน์ ใส่ซีนา แล้วก็จับใส่ Shellshocked จากนั้นก็เอาเข็มขัดมาชู[138][139] ในรอว์ (15 เมษายน 2013) ซีนาให้สัมภาษณ์หลังฉาก บอกว่า ไรแบ็ค มีปัญหากับเขา ดังนั้นขอทำให้จบง่ายๆ เลย เอาไว้ไปเคลียร์กันบนเวที คืนเดียวกัน ซีนาออกมาที่เวที แล้วก็เรียก ไรแบ็ค ออกมาเคลียร์กันเดี๋ยวนี้เลย ซีนาบอกว่าชั้นเป็นแชมป์ WWE และก็พร้อมจะป้องกันแชมป์กับทุกคนอยู่แล้วถ้ามีใครกล้าพอ แต่นายกลับมาลอบทำร้ายชั้นจากด้านหลัง ซีนา ถอดเสื้อเตรียมลุย แต่ไรแบ็ค หนีลงเวทีไป เดอะชีลด์ ออกมารุมกระทืบซีนา โดยที่ ไรแบ็ค ยืนดูเฉยๆ ไม่ยอมช่วย จากนั้นก็เดินกลับไป ปล่อยให้ซีนา โดน Triple Powerbomb ในรอว์ (29 เมษายน 2013) ซีนาได้จับคู่กับ ทีมเฮลโน (เคน และ แดเนียล ไบรอัน) เจอกับ เดอะชีลด์ สุดท้ายซีนา และทีมเฮลโน ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป หลังแมตช์ ไรแบ็ค ออกมายืนจ้องซีนา โดยประกาศว่าแมตช์ของเขากับซีนา จะเป็นแมตช์ลาสแมนสแตนดิ้ง คืนเดียวกัน ไรแบ็ค ได้เจอกับ เคน สุดท้าย ไรแบ็ค เป็นฝ่ายชนะ หลังแมตช์ เดอะชีลด์ ออกมา ทำให้ไรแบ็ค หนีไป ปล่อยให้เคน นอนอยู่บนเวทีคนเดียว ไบรอัน วิ่งออกมาช่วยเคน ตามมาด้วยซีนา สุดท้าย ไรแบ็ค ก็ขึ้นมาพร้อมกับเก้าอี้ ไบรอัน กับซีนา ช่วยกันอัด เดอะชีลด์ แต่ ไรแบ็ค เอาเก้าอี้มาฟาดซีนา[140] ในรอว์ (13 พฤษภาคม 2013) ซีนาได้จับคู่กับ ทีมเฮลโน เจอกับ เดอะชีลด์ ในแมตช์การปล้ำแทคทีม 6 คน แบบคัดออก สุดท้ายเคน ไล่อัด 3 สมาชิก เดอะชีลด์ อย่างหนักโดยไม่สนใจคำเตือนกรรมการ ทำให้ถูกปรับฟาวล์ออกไปเป็นคนแรก และ ดีน แอมโบรส ใช้ท่าไม้ตายใส่ไบรอัน และกดออกไปอีกคน ทำให้ซีนา เหลืออยู่คนเดียว แต่ซีนา จัดการไล่ต่อย เดอะชีลด์ เป็นชุด ก่อนจะ Attitude Adjustment ใส่ เซท โรลลินส์ กดนับ 3 ไป แอมโบรส เข้ามาก็โดนซีนา จับแบกอีกคน โรแมน เรนส์ เข้ามาก่อกวนและผลักกรรมการล้ม ก่อนจะไปสเปียร์ใส่ ซีนา กรรมการปรับฟาวล์ โรแมน เรนส์ จนกระทั่ง ซีนา ลาก ดีน แอมโบรส มาใส่ STF จนได้ ทำให้ เซท โรลลินส์ กับ โรแมน เรนส์ กลับขึ้นมารุมต่อยซีนา และโดนปรับแพ้ฟาวล์ไป หลังแมตช์ เดอะชีลด์ จับซีนา ใส่ Triple Powerbomb ไรแบ็ค ออกมาและหยิบเอาเก้าอี้มาฟาดใส่ขาซีนา[141] ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2013) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ ไรแบ็ค ในแมตช์การปล้ำลาสแมนสแตนดิ้ง ผลปรากฏว่า ไม่มีผลการตัดสิน โดยไรแบ็ค จับซีนา พุ่งชนทะลุมินิตรอนเข้าไปนอนกองกันอยู่ข้างใน กรรมการเห็นท่าไม่ดีเลยยุติแมตช์ไปเลย ทีมงานต้องมาช่วยกันหามซีนานอนเปลไป ส่วนไรแบ็ค ก็นอนหมดสภาพพอกัน[142]

ในรอว์ (20 พฤษภาคม 2013) ไรแบ็ค ออกมายืนบนรถพยาบาล บอกว่า ซีนาแม้จะเป็นแชมป์อยู่แต่ก็ต้องถูกหามออกไปจากสนาม ถึงแม้ว่ามันจะปฏิเสธที่จะขึ้นรถพยาบาล แต่คราวหน้ามันจะไม่มีทางปฏิเสธได้แน่นอน เพราะเขาจะท้าเจอกับซีนา ในแมตช์ยัดรถพยาบาลในศึก เพย์แบ็ค ในรอว์ (27 พฤษภาคม 2013) ซีนาออกมาและบอกว่าพร้อมที่จะปล้ำแมตช์ Ambulance Match ในเพย์แบ็ค แล้วซีนา บอกไรแบ็ค ว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นแมตช์การปล้ำแบบ 3 Stages of Hell ทั้งคู่จะต้องปล้ำ 3 แมตช์ติดต่อกัน แมตช์ต่างๆจะมีกติกาเงื่อนไขพิเศษแตกต่างกันโดยมี Lumberjack Match, Tables Match และ Ambulance Match ผู้ที่จะได้แชมป์ WWE จะต้องชนะ 2 ใน 3 แมตช์ และ ไรแบ็ค ก็ตอบตกลง คืนเดียวกัน ซีนา ได้มีแมตช์เจอกับ เคอร์ติส แอ็กเซล โดยไรแบ็ค ออกมาเปิดหวอรถพยาบาล ทำให้ซีนาลงไปดูเลยทำให้โดนนับ 10 แพ้ไปจากนั้น ไรแบ็ค ก็ออกมาและเข้าข้างหลังและจะจับซีนา เหวี่ยงชนกับมินิตรอนเหมือนในศึกที่ผ่านมา ซีนาหลบได้ทำให้ ไรแบ็ค วิ่งหนีไปหลังฉาก ในศึก เพย์แบ็ค (2013) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ ไรแบ็ค ในแมตช์การปล้ำแบบนรก 3 ขุม แมตช์ที่ 1 Lumberjack Match ไรแบ็ค จับซีนา แบกแล้ว Shellshocked ทันที กดนับ 3 เป็นฝ่ายเอาชนะไปก่อน แมตช์ที่ 2 Tables Match ซีนา จับไรแบ็ค ใส่ Attitude Adjustment ใส่โต๊ะพัง ตีเสมอได้สำเร็จ แมตช์ที่ 3 Ambulance Match ซีนาจัดการ Attitude Adjustment ใส่ ไรแบ็ค จนทะลุหลังคารถพยาบาลลงไป ทำให้ ซีนา เป็นฝ่ายชนะและป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้สำเร็จ[143]

ในรอว์ (17 มิถุนายน 2013) ซีนาออกมาพูดถึงการที่เขาสามารถเอาชนะได้ทั้ง เดอะ ร็อก และ ไรแบ็ค จากนั้นก็ท้าใครก็ได้ที่คิดว่าตัวเองคู่ควร มาท้าชิงแชมป์เป็นคนต่อไปได้เลย มาร์ก เฮนรี ออกมาในชุดสูท พร้อมกับถือรองเท้ามวยปล้ำของเขาออกมาด้วย เฮนรี จับมือ ซีนา ก่อนจะประกาศว่าเขาอยู่ในวงการมานาน วันนี้ถึงเวลาเสียทีที่จะแขวนรองเท้าได้แล้ว เฮนรี พูดไปก็ร้องไห้ไป ส่วนคนดูก็ส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ ซีนา เข้ามาชูมือ เฮนรี และสวมกอด แต่ เฮนรี จับใส่ World's Strongest Slam แล้วก็บอกว่ามันไม่จบง่ายๆ อย่างงั้นหรอก เฮนรี โยนเข็มขัดแชมป์ใส่ซีนา[144] ในรอว์ (8 กรกฎาคม 2013) ซีนา กับเฮนรี ออกมาปะทะคารมกัน โดยเฮนรี บอกว่าเขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้แชมป์ WWE ไม่ว่าจะต้องขายแม่ตัวเอง ขายคนทั้งครอบครัวเขาก็จะเอาแชมป์มาให้ได้ ซีนา กับเฮนรี ท้าทายกันไปมา แล้วสุดท้ายเฮนรี ก็วิ่งเข้าไปอัดซีนาร่วง จากนั้นซีนา พยายามสู้และจะใช้ Attitude Adjustment แต่ยกไม่ไหว เฮนรีหล่นลงมาทับซีนา เฮนรีจัดการลากซีนาใส่ World's Strongest Slam แล้วเอาเท้าเหยียบร่างซีนา พร้อมชูเข็มขัดเรียกเสียงเฮจากคนดู ในศึก มันนีย์อินเดอะแบงก์ (2013) ซีนาก็สามารถเอาชนะเฮนรี และป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้สำเร็จ[145]

ในรอว์ (15 กรกฎาคม 2013) ซีนาออกมาเพื่อเลือกผู้ท้าชิง โดยมีบรรดาซูเปอร์สตาร์มายืนอยู่ที่เวทีเปิดตัว ซีนาเรียกชื่อนักมวยปล้ำทีละคนเพื่อให้แฟนๆ ช่วยกันส่งเสียงสนับสนุนคนที่อยากให้ชิงแชมป์ ฮีท สเลเตอร์? คนดูโห่ ใครก็ได้จาก 3MB? คนดูโห่ แรนดี ออร์ตัน? โห่ผสมเฮ เดอะ เกรท คาลี? โห่หนัก บวกเฮนิดหน่อย อัลเบร์โต เดล รีโอ? โห่ คริส เจอริโค? เฮปานกลาง ร็อบ แวน แดม? เฮดัง ฟันดังโก? โห่ เชมัส? โห่หนัก ไรแบ็ค? โห่ ซีนาถามว่าเขาลืมใครไปหรือเปล่า คนดูตะโกน Yes! Yes! Yes! ซีนาประกาศเลือก แดเนียล ไบรอัน เป็นผู้ท้าชิงของเขาในซัมเมอร์สแลม ไบรอันออกมาตะโกน Yes! Yes! Yes! และคนดูก็ตะโกนตามกันทั้งสนาม[146] ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2013) ซีนาได้เป็นฝ่ายแพ้และเสียแชมป์ WWE ให้กับ ไบรอัน โดยมี ทริปเปิล เอช เป็นกรรมการพิเศษ หลังแมตช์ ไบรอันกำลังฉลองแชมป์ แต่ซีนา มาขัดจังหวะเหมือนจะหาเรื่อง แต่สุดท้ายก็จับมือแสดงความยินดี ซีนาเดินกลับไปและปล่อยให้ ไบรอัน ฉลองบนเวทีโดยมีการจุดพลุฉลองอย่างยิ่งใหญ่ แต่แล้ว ออร์ตันก็เดินถือกระเป๋าออกมา ออร์ตันชูกระเป๋าข่มขวัญและเดินกลับไป แต่ ทริปเปิล เอช จับไบรอัน ใส่ Pedigree แล้วออร์ตัน ก็กลับมาใช้กระเป๋าและกดนับ 3 ชนะไปสบายๆ ออร์ตันได้แชมป์ไปครองโดย ทริปเปิล เอช ก็ร่วมฉลองด้วย[147] คืนต่อมาในรอว์ (19 สิงหาคม 2013) ซีนาออกมาท่ามกลางเสียงโห่ ซีนาบอกว่าเขารู้สึกขยะแขยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ซีนาพูดเข้าข้างไบรอัน แต่คนดูโห่และตะโกน Cena Sucks!! ซีนาบอกว่าข้อศอกของเขาบวมเพราะกล้ามเนื้อฉีกขาด และหมอบอกว่าควรจะยกเลิกแมตช์ในศึกซัมเมอร์สแลม และต้องผ่าตัดทันที แต่ ซีนา บอกว่าเขาไม่ยอมยกเลิกและขอปล้ำทั้งๆ ที่บาดเจ็บ แต่เขาจะไม่เอามาเป็นข้ออ้างหรอก เขาแพ้เพราะว่าคู่ต่อสู้ของเขาเหนือกว่าจริง ๆ เขาแพ้อย่างขาวสะอาด แต่เขารู้สึกขยะแขยงที่ ทริปเปิล เอช ทำแบบนั้นแล้วเอาแชมป์ให้ออร์ตันไป ซีนาบอกว่าเขาคงต้องขออำลาไปสักพักเพื่อไปผ่าตัด (คนดูเฮและตะโกน Yes! Yes! Yes!) หลังจากนั้น ซีนาก็ได้เข้ารับการผ่าตัดบริเวณข้อศอกซ้าย และอาจจะต้องพักยาวถึง 4-6 เดือน[148]

ในรอว์ (7 ตุลาคม 2013) อัลเบร์โต เดล รีโอ เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกเฮฟวี่เวท เปิดตัวออกมา และ วิคกี ก็ตามออกมาเพื่อประกาศคู่ต่อสู้ของ เดล รีโอ คือ ริคาร์โด รอดริเกซ และวิคกียังประกาศอีกว่าผู้ท้าชิงของเดล รีโอ ในเฮลอินเอเซล คือ จอห์น ซีนา เดล รีโอกำลังช็อคและมัวแต่โวยวายเลยโดน ริคาร์โด รวบกดนับ 3 ชนะไป หลังแมตช์ เดล รีโอ เล่นงานริคาร์โดระบายอารมณ์ จากนั้นก็เอาเก้าอี้มาหนีบแขนแล้ว Cross ArmBreaker จนกรรมการต้องมาห้าม[149] ในศึก เฮลอินเอเซล (2013) ซีนาได้กลับมาอีกครั้งและเอาชนะเดล รีโอ คว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ไปครอง ทำให้ซีนาสามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 14 ได้สำเร็จ[150] ในรอว์ (28 ตุลาคม 2013) ซีนา แชมป์โลกเฮฟวี่เวทคนใหม่ บอกว่าเขาชินกับเสียงโห่พวกนี้แล้ว เมื่อคืนนี้มีหลายคนมีความสุขแต่ก็มีหลายคนไม่พอใจ แต่นั่นก็หมายความว่าเขากลับมาแล้ว!! คิดถึงไหมล่ะ? คิดว่าเขาควรจะหายไปนานกว่านี้หรือเปล่า? และ เจบีแอล ก็มักจะพูดอยู่ตลอดว่าถ้าเขากลับมาเขาจะโดน เดล รีโอ อัดจนต้องเลิกปล้ำ แต่ เจบีแอล ก็คิดผิดเพราะเขาเป็นแชมป์โลกคนใหม่แล้ว แดเมียน แซนดาว ออกมา และบอกว่า ซีนาอาจจะหลอกคนดูได้ หลอกหมอได้ แต่หลอกเขาไม่ได้หรอก ซีนาไม่มีทางหายเจ็บเร็วขนาดนั้น แกต้องเจ็บมากกว่าที่แสดงออกให้คนเห็น และที่ออกมาโม้ในวันนี้ก็เพราะว่าซีนากลัวว่าเขาจะออกมาใช้กระเป๋า MITB แซนดาวบอกว่าเขาจะใช้กระเป๋าเมื่อไหร่ก็ได้ แต่คงไม่ใช่คืนนี้ ว่าแล้วก็เดินจากไป แต่ซีนา ทำท่าจะหาเรื่องแซนดาว ทำให้แซนดาวกระทืบซีนาทันที แล้วก็ใช้กระเป๋าฟาดรัวใส่แขนของซีนา จากนั้นแซนดาว เรียกกรรมการออกมาและขอใช้กระเป๋าเดี๋ยวนี้!! ทำให้ซีนา ต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับแซนดาว สุดท้ายซีนา จับแซนดาว ใส่ Attitude Adjustment และกดนับ 3 ไป ทำให้ซีนา เป็นฝ่ายชนะและป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท เอาไว้ได้สำเร็จ และ แซนดาว กลายเป็นคนที่สองที่ใช้กระเป๋า MITB แล้วไม่สำเร็จ ต่อจากซีนา[151] ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2013) ซีนาต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับเดล รีโอ สุดท้ายซีนา เป็นฝ่ายชนะและป้องกันแชมป์ไว้ได้สำเร็จ[152]

ในรอว์ (25 พฤศจิกายน 2013) แรนดี ออร์ตัน ออกมาบอกว่าพวกแกคงจะไม่คิดล่ะสิว่าชั้นคนนี้จะออกมาที่นี่ในฐานะแชมป์ WWE แต่ก็มีอยู่เรื่องหนึ่งที่คาใจ จึงขอให้ ทริปเปิล เอช ออกมาหน่อย ทริปเปิล เอช กับ สเตฟานี แม็กแมเฮิน ออกมา และออร์ตันบอกว่าทำไมต้องออกมาช่วยเขาด้วย? ก็ไหนบอกว่าไม่ต้องมีการก่อกวนไง เขาเอาชนะด้วยตัวเองได้ ไม่ต้องให้ใครมาช่วย เพราะเขาคือผู้เป็นหน้าเป็นตาของ WWE เป็นแชมป์ WWE เป็นซูเปอร์สตาร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ WWE ตลอดกาลและไม่มีใครจะมาแย่งชิงอะไรไปจากเขาได้ ซีนาออกมา และก็บอกว่าเขานี่แหละที่จะทำได้ ขอท้าเจอออร์ตัน โดยเอาแชมป์ทั้งสองเส้นเป็นเดิมพัน ทริปเปิล เอช กับ สเตฟานี ก็เห็นชอบด้วย และ ทริปเปิล เอช ก็จัดแมตช์ในศึก TLC ให้ทั้งสองคนเจอกันและจะเอาแชมป์ทั้งสองเส้นแขวนไว้ในแมตช์ โต๊ะ, บันได, และเก้าอี้ ซีนา กับ ออร์ตัน ชูเข็มขัดแชมป์ข่มกันก่อนจะแยกย้ายกันกลับ คืนเดียวกัน ซีนาได้จับคู่กับ บิ๊กโชว์ เจอกับ ออร์ตัน และเดล รีโอ สุดท้ายซีนา และบิ๊กโชว์ ก็เอาชนะไปได้สำเร็จ หลังแมตช์ เดล รีโอ มาเล่นงานซีนา แต่โดนซีนาจับ Attitude Adjustment แต่ออร์ตันเอาเข็มขัด WWE ฟาดหัวซีนา ออร์ตันไปเอาเข็มขัด WHC ของซีนามา แล้วประกาศศักดาด้วยการชูเข็มขัดสองเส้น[153] ในรอว์ (2 ธันวาคม 2013) มีการเซ็นสัญญาแมตช์การปล้ำชิงแชมป์โลกทั้งสองเส้นในศึก TLC ทั้ง ซีนา และ ออร์ตัน เซ็นสัญญากันเสร็จก็ตีกันจนได้ เป็นซีนาที่เหนือกว่าและเป็นฝ่ายไล่อัดออร์ตัน ได้ก่อน แต่ออร์ตันเอาคืนด้วยการใช้เก้าอี้ฟาดรัวๆ ออร์ตันไปเอาโต๊ะมาวาง แต่ซีนาฟื้นมาจับออร์ตันใส่ Attitude Adjustment ลงบนโต๊ะจนพัง และก็ปิดรายการไป ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2013) ซีนาได้เจอกับออร์ตัน ในแมตช์การต่อสู้ด้วยโต๊ะ บันได และเก้าอี้ ชิงแชมป์ WWE และ แชมป์โลกเฮฟวี่เวท สุดท้ายซีนาเป็นฝ่ายแพ้และเสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวทให้กับออร์ตัน ทำให้ออร์ตันได้เป็น แชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE[154]

ในรอว์ (13 มกราคม 2014) ซีนาได้เจอกับ แดเมียน แซนดาว สุดท้ายซีนา ก็เอาชนะไปได้สำเร็จ คืนเดียวกัน ออร์ตันได้เจอกับ โคฟี คิงส์ตัน และออร์ตันเป็นฝ่ายแพ้ หลังแมตช์ ออร์ตันโมโหโวยวายทำลายโต๊ะผู้บรรยาย จากนั้นก็เหลือบไปเห็นพ่อของซีนา นั่งดูอยู่ที่ข้างเวทีพอดี เลยเข้าไปต่อยพ่อซีนาจนร่วง ซีนาออกมาไล่ออร์ตันไป และเรียกแพทย์ WWE มาดูอาการพ่อ ในศึก รอยัลรัมเบิล (2014) ซีนาได้รีแมตช์กับออร์ตัน ในการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE สุดท้ายซีนาไม่สามารถคว้าแชมป์คืนมาได้ จากการก่อกวนของ เดอะไวแอ็ตต์แฟมิลี[155] ในรอว์ (27 มกราคม 2014) ซีนาได้จับคู่กับ แดเนียล ไบรอัน และ เชมัส เจอกับ เดอะชีลด์ โดยทีมที่ชนะได้สิทธิ์เข้าร่วมแมตช์ อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ เพื่อชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2014) สุดท้ายแมตช์จบลงโดยไม่มีผลการตัดสิน เพราะ เดอะไวแอ็ตต์แฟมิลี มาก่อกวนการปล้ำ หลังแมตช์ทีมซีนาช่วยกันไล่อัดพวกไวแอ็ตต์ จนต้องหนีไป แล้วโฆษกก็ประกาศว่าทีมของซีนา เป็นฝ่ายชนะฟาวล์ ได้สิทธิ์เข้าร่วมแมตช์ อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์[156][157] ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ ซีนาก็ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ จากการก่อกวนอีกครั้งของ เดอะไวแอ็ตต์แฟมิลี

ในศึกรอว์ (24 กุมภาพันธ์ 2014) ซีนาออกมาพูดถึงการเริ่มเปิดบริการ WWE Network และอนาคตของ WWE ได้เริ่มขึ้นแล้ว แต่ดาวรุ่งคนไหนอยากจะเป็นอนาคตของสมาคมก็ต้องผ่านด่านเขาไปก่อน ซีนา บอก บางคนอาจจะไม่ชอบ แต่นี่คือความจริง อนาคตของสมาคมนี้ก็คือเขาคนนี้ และคนที่มาท้าทายตอนนี้ก็คือ เบรย์ ไวแอ็ตต์ ออกมาเจอกันเดี๋ยวนี้เลย!! เบรย์ ออกมาพร้อมกับ ลุก ฮาร์เปอร์ และ อีริก โรแวน จากนั้น เบรย์ก็บอกว่าเขาเห็นด้วยที่จะต้องผ่านซีนา ไปสู่อนาคต แล้วก็รุมกระทืบซีนา จนซีนามีอาการเจ็บที่ขา ก่อนที่ ไวแอ็ตต์ จะเดินจากไป และ ซีนาก็ต้องลงเปลหามกลับไปด้วย ในรอว์ (10 มีนาคม 2014) ซีนาได้ออกมาประกาศว่าเขาจะเข้าร่วมแมตช์การปล้ำ แบทเทิลรอยัล 30 คน ที่ประกาศโดย ฮัลค์ โฮแกน แต่กลุ่ม เดอะไวแอ็ตต์แฟมิลี ก็ออกมา ซีนาก็บอกกับ โฮแกน ว่า เขาอาจจะไม่ได้เข้าร่วมปล้ำแบทเทิลรอยัลแล้ว เพราะตอนนี้เขาขอท้า เบรย์ ไวแอ็ตต์ เจอกันเดี่ยวๆตัวๆ ในเรสเซิลเมเนีย คืนเดียวกัน ซีนาได้เอาชนะ อีริก โรแวน ไปได้สำเร็จ[158] ในรอว์ (24 มีนาคม 2014) ซีนาได้เจอกับ ลุก ฮาร์เปอร์ สุดท้ายแมตช์จบลงโดยไม่มีผลการตัดสิน เพราะซีนากำลังจับ ฮาร์เปอร์ จะใช้ Attitude Adjustment แต่ไฟก็ดับลงและพอสว่างอีกที ซีนาก็โดนจับมัดอยู่กับเชือกเวทีและมีหน้ากากแพะสวมหัวอยู่ แล้ว เบรย์ ก็หัวเราะเยาะเย้ย ในรอว์ (31 มีนาคม 2014) ซีนาสวมหน้ากากแพะมาแอบเข้ากลุ่มกับ ไวแอ็ตต์ จากนั้นก็ไล่อัดพวกไวแอ็ตต์ ซะกระเจิง แต่ เบรย์ หนีไปได้ก่อนจะโดน Attitude Adjustment แบบหวุดหวิด ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30 ซีนาได้เจอกับ เบรย์ ไวแอ็ตต์ สุดท้ายซีนา ก็เอาชนะไปได้สำเร็จ[159][160][161]

ในรอว์ (14 เมษายน 2014) เบรย์ ไวแอ็ตต์ ออกมาที่เวที และซีนา ก็ตามออกมาเปิดเผยภาพครอบครัวไวแอ็ตต์ที่เหลืออยู่โดยเป็นรูปตัดต่อของ เบรย์, ฮาร์เปอร์ และโรแวน จากนั้น ซีนา ก็ท้า เบรย์ เจอกันในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2014) ในแมตช์กรงเหล็ก ในรอว์ (21 เมษายน 2014) ซีนาต้องปล้ำแฮนดิแคป 3 รุม 1 กับ ไวแอ็ตต์แฟมิลี (เบรย์, ฮาร์เปอร์ และโรแวน) สุดท้ายซีนาชนะฟาล์ว เพราะซีนากำลังจะจับกด เบรย์ นับ 3 แต่ ฮาร์เปอร์ และโรแวน เข้ามารุมกระทืบซีนา จนกรรมการปรับให้ซีนาชนะฟาวล์ไป หลังแมตช์ ซีนาโดนรุมกระทืบจนหมดสภาพ ในรอว์ (28 เมษายน 2014) เปิดรายการด้วยไฮไลท์ความขัดแย้งระหว่างซีนา กับไวแอ็ตต์แฟมิลี จากนั้นกรงเหล็กก็ถูกหย่อนลงมาครอบเวที และซีนาก็เปิดตัวออกมา ซีนาเข้าไปในกรงเหล็กและพูดถึงแมตช์ที่เขาจะเจอกับ เบรย์ ไวแอ็ตต์ ในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ แต่แล้วไฟในสนามก็ดับลงและมีเสียงเด็กร้องเพลงกล่อมเด็ก ก่อนที่ไวแอ็ตต์ จะออกมา พร้อมกับเด็กสวมหน้ากากแพะล้อมเวทีเอาไว้[162] ในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ แมตช์ระหว่าง ซีนา กับ เบรย์ ไวแอ็ตต์ ในแมตช์กรงเหล็ก ซีนาจัดการอัดทั้ง เบรย์และพวกลูกน้องจนหมดแล้ว และก็จะออกทางประตู แต่มีเด็กมายืนร้องเพลงขวางเอาไว้ และ เบรย์ ก็ได้โอกาสมา Sister Abigail ใส่ ซีนาก่อนจะเดินออกไปทางประตูได้สำเร็จ ทำให้ซีนา เป็นฝ่ายแพ้ไปในที่สุด[163] ในศึก เพย์แบ็ค (2014) ซีนาได้รีแมตช์กับ ไวแอ็ตต์ อีกครั้ง ในแมตช์ Last Man Standing สุดท้ายซีนาได้โอกาสจับ เบรย์ มา Attitude Adjustment ลงบนกล่องเก็บของจนกล่องทะลุ แล้วซีนาก็ไปผลักกล่องอีกใบมาทับไว้อีกที ทำให้เบรย์ ลุกไม่ได้แล้วก็โดนนับ 10 แพ้ไป ทำให้ซีนา เอาชนะไปได้สำเร็จ[164]

ในรอว์ (2 มิถุนายน 2014) สเตฟานี ออกมาที่เวที และก็บ่นเรื่องที่ แดเนียล ไบรอัน เป็นคนเห็นแก่ตัว ไม่ยอมสละแชมป์ และก็ให้ บรี เบลลา ลาออกไปแทน แต่ช่างมันเถอะ มาพูดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นดีกว่า ถ้า ไบรอัน หายทันศึก มันนีอินเดอะแบงก์ ก็จะต้องป้องกันแชมป์กับ เคน ในแมตช์ Stretcher แต่ถ้าหายไม่ทันล่ะก็แมตช์ มันนีอินเดอะแบงก์ จะเป็นการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE ที่ว่างอยู่ไปเลย ซีนาออกมาขัดจังหวะ และพยายามพูดปกป้อง ไบรอัน โดยบอกว่า สเตฟานี เป็นคนขี้อิจฉา และพยายามใช้อำนาจกลั่นแกล้งไบรอัน ซีนาบอกว่า สเตฟานีกำลังทำลายกิจการของตัวเอง ทำลายศักดิ์ศรีแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE และขอให้คะแนนการทำงานของสเตฟานี 0 คะแนน นั่นหมายความว่าห่วยมาก สเตฟานี จัดให้ซีนา เจอกับ เคน เป็นแมตช์ถัดไป สุดท้าย ซีนา ชนะฟาล์ว เพราะ เคน ต่อยซีนา รัวจนติดมุมเวที กรรมการห้ามยังไงก็ไม่ยอมหยุด ทำให้ต้องปรับแพ้ฟาวล์ไป หลังแมตช์ เคน เล่นงานซีนาต่อและเตรียมจะ Tomestone ลงบนขั้นบันไดเหล็ก แต่ซีนาดิ้นหลุดมาได้แล้วเอาบันไดทุ่มใส่ เคน แทนก่อนจะเดินจากไป ส่วน เคน ก็ฟื้นขึ้นมาทีหลังแล้วก็ทำลายข้าวของระบายอารมณ์ ในรอว์ (16 มิถุนายน 2014) ทริปเปิล เอช กับ สเตฟานี ออกมาเปิดรายการ และก็เรียกบรรดาสตาร์ออกมายืนเรียงแถวกันที่สเตจด้วย ทริปเปิล เอช กับ สเตฟานี บอกว่าพวกนายนี่น่าสงสารนะที่ต้องตกเป็นรองสตาร์ระดับ B+ ที่เป็นแชมป์อยู่ช่วงหนึ่ง แถมมันยังเห็นแก่ตัวด้วย มันไม่ยอมสละแชมป์และให้โอกาสพวกนายได้ชิงบ้าง ทริปเปิล เอช ประกาศว่าคืนนี้จะให้โอกาสทุกคนได้เจอกันแบบ แบทเทิลรอยัล และผู้ชนะจะได้สิทธิ์เข้าร่วม มันนีอินเดอะแบงก์ ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE ด้วย และได้ให้ ซีนา เจอกับ เคน ในแมตช์ Stretcher เป็นการคัดเลือกเข้าสู่ มันนีอินเดอะแบงก์ สุดท้ายซีนา เอาชนะไปได้สำเร็จ ทำให้ซีนาได้ผ่านเข้าไปสู่ มันนีอินเดอะแบงก์ ในรอว์ (23 มิถุนายน 2014) ซีนาได้จับคู่กับ เชมัส และเรนส์ เจอกับ ออร์ตัน, เดล รีโอ, ซีซาโร และไวแอ็ตต์ ในการปล้ำแฮนดิแคป 4 ต่อ 3 สุดท้ายทีมของซีนา เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้สำเร็จ หลังแมตช์ เคน ก็ออกมาไล่อัดทุกคนกระจายหมด ทริปเปิล เอช ออกมาแล้วก็ประกาศว่า เคน คือผู้เข้าร่วม มันนีอินเดอะแบงก์ คนที่ 8 และในศึก มันนีย์อินเดอะแบงก์ (2014) ซีนาสามารถเอาชนะนักมวยปล้ำทั้ง 7 คน และคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE ได้สำเร็จ และเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 15 ของเขาใน WWE[165]

ในรอว์ (30 มิถุนายน 2014) ทริปเปิล เอช กับ สเตฟานี ออกมาประกาศแนะนำตัวซีนา แชมป์โลกคนใหม่ แชมป์ 15 สมัย สเตฟานีประกาศว่าในฐานะที่ซีนาเป็นแชมป์ เขาจะได้เป็นนายแบบปกเกม WWE 2K15 ด้วย ซีนาขอบคุณ และบอกว่าเขารู้สึกเป็นเกียรติ์ที่ได้ขึ้นปก แต่เขารู้สึกว่ามันแปลกๆ นะ เพราะเมื่อคืนตอนที่เขาได้แชมป์น่ะเขาเห็น ทริปเปิล เอช กับ สเตฟานี ทำหน้าบึ้งและกุมขมับอีกต่างหาก ทริปเปิล เอช บอกว่าเราไม่เคยมีปัญหากับนายนะ อย่าเข้าใจผิดสิ เราสนับสนุนนายและตอนนี้นายก็เป็นแชมป์ด้วย แต่นายก็ต้องจำไว้นะว่านายจะเป็นแชมป์ได้ก็ต่อเมื่อนายเคารพเรา นายเองก็รู้ว่าเราสามารถทำให้แชมป์หายไปจากนายได้ทุกเมื่อ ทริปเปิล เอช ได้จัดแมตช์ให้ซีนาป้องกันแชมป์แบบ 4 เส้าในศึก แบทเทิลกราวด์ (2014) และคนที่จะได้เข้าร่วมนั้นคือ แรนดี ออร์ตัน, เคน และโรแมน เรนส์ คืนเดียวกัน ซีนาได้จับคู่กับ เรนส์ เจอกับ ออร์ตัน และเคน สุดท้ายแมตช์จบลงโดยซีนา กับเรนส์ชนะฟาล์ว หลังแมตช์ เคนลากซีนา มาใส่ท่า Tombstone ทำให้ เซท โรลลินส์ เจ้าของกระเป๋ามันนีย์อินเดอะแบงก์ รีบวิ่งออกมาขอใช้สิทธิ์นั้นทันที!! แต่ยังไม่ทันได้เริ่มแมตช์ ดีน แอมโบรส ก็มาไล่ต่อยโรลลินส์ และตามเข้าไปต่อยกันในอัฒจรรย์ ทำให้อดใช้กระเป๋าไป เคนไปเอาเก้าอี้มาและเตรียมอัดซีนาต่อ แต่เรนส์วิ่งมา Spear ใส่เคน แล้วก็ยืนจ้องหน้ากับ ทริปเปิล เอช ในรอว์ (7 กรกฎาคม 2014) ซีนาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องที่ เรนส์พูดถึงเขาก่อนหน้านี้ ซีนาบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดาของการเป็นแชมป์ที่มีน้ำหนักเข็มขัดรวมกว่า 40 ปอนด์ มันต้องตกเป็นเป้าของทุกคนอยู่แล้ว แต่นั่นคือคุณค่าของการเป็นแชมป์ Reigns เข้ามาอวยพรให้ ซีนาโชคดีในการเจอกับ Rollins คืนนี้ แต่ Cena บอกเขาไม่จำเป็นต้องอาศัยโชคหรอก Reigns บอก แต่ Cena ต้องการโชคนะ ในการเจอกับเขาในแมตช์สี่เส้า Battleground คืนเดียวกัน ซีนาได้เจอกับ เซท โรลลินส์ สุดท้าย Kane กับ Randy Orton มารุมกระทืบ Cena ซะ ทำให้กรรมการปรับ Rollins แพ้ฟาวล์ไป หลังแมตช์ Kane กับ Orton รุมอัด Cena ต่อ แต่ Roman Reigns ออกมาช่วย Cena และก็ไล่ Kane กับ Orton ไป Rollins เอากระเป๋ามาฟาดหัว Cena จนหลับ แล้วก็เรียกกรรมการออกมาเพราะเขาจะขอใช้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้!! ไม่ทันไร Ambrose ก็ออกมาไล่ต่อย Rollins จนหมดโอกาสได้ใช้กระเป๋า Orton เห็น Cena นอนอยู่บนเวที เลยคลานขึ้นไปเพื่อจะซ้ำอีกสักหน่อย แต่ Cena ฟื้นมา AA ใส่ Orton เคน จะ Chokeslam ใส่ Cena แต่ Reigns ก็กลับมาสเปียร์ Kane จนกลิ้งตกเวทีไป Reigns ชูมือ Cena และ Cena ก็ชูมือ Reigns คืนบ้าง ก่อนจะปิดรายการไปอย่างฉันท์มิตร ในรอว์ (14 กรกฎาคม 2014) ซีนาออกมาที่เวทีเพื่อพูดถึงแมตช์ชิงแชมป์สี่เส้าใน Battleground ซึ่งเขาไม่จำเป็นจะต้องถูกกดก็อาจเสียแชมป์ได้ Roman Reigns ออกมาขัดจังหวะ Cena บอกว่าคืนนี้เราจะอยู่ทีมเดียวกัน แต่ใน Battleground คงต้องเจอกันหน่อย และทุกคนจะต้องทำเพื่อตัวเอง แต่ก่อนหน้านั้นนายจะต้องเอาชีวิตรอดให้ถึงวันอาทิตย์ให้ได้ก่อน ที่ผ่านมานายโดนพวก The Authority เล่นงานมาตลอด ดังนั้นเราควรจะร่วมมือกันคืนนี้เพื่อกำจัด Randy Orton กับ Kane ออกไปให้ได้ จากนั้นเราอาจจะได้เจอกันเดี่ยว ๆ ก็ได้ Dean Ambrose โผล่มาทางจอยักษ์และก็บอกว่าพวก Authority น่ะแผนสูงเสมอ ดังนั้นเราควรจะสามัคคีกันไว้ จะได้กำจัดพวกมันได้ ไม่ทันไร Orton, Kane และ Seth Rollins ก็เข้ามารุมกระทืบ Ambrose ซะยับเยินหมดสภาพ แถม Kane ยัง Chokeslam ลงบนกล่องเก็บของเป็นการปิดท้ายด้วย แต่ Ambrose ยังปากดีบอกว่าทำได้แค่นี้เหรอ? ทำให้ Rollins ซ้ำอีกทีด้วยท่าโดดเหยียบหัว คืนเดียวกัน ซีนาได้ได้จับคู่กับ เรนส์ เจอกับ ออร์ตัน, เคน และโรลลินส์ สุดท้าย Orton กับ Kane เลยต้องรุมกระทืบ Reigns โดยไม่สนใจกรรมการ และกรรมการก็สั่งปรับแพ้ฟาวล์ไปเลย หลังแมตช์ Reigns ขึ้นมา Spear แต่ Spear ผิด ไปโดน ซีนาแทน แล้ว Kane ก็ถีบ Reigns ตกเวทีไป Orton ก็จัดการหักหลัง Kane ด้วยการแจก RKO ให้ซะ แล้ว ออร์ตันก็ยืนหล่อปิดรายการ แต่แล้ว Reigns ก็กลับขึ้นมา Spear ใส่ ออร์ตัน แล้วปิดรายการซะเอง ในศึก แบทเทิลกราวด์ (2014) ซีนาต้องป้องกันแชมป์แบบ 4 เส้ากับ ออร์ตัน, เคน และเรนส์ สุดท้าย ซีนาเป็นฝ่ายชนะและป้องกันแชมป์ไว้ได้สำเร็จ

ในรอว์ (28 กรกฎาคม 2014) Cena ออกมาที่เวที และแฟน ๆ ก็ต้อนรับด้วยเสียงโห่ Cena บอกว่าสัปดาห์ก่อนเขาได้รู้ว่าผู้ท้าชิงของเขาคือแผนที่สามของพวกผู้บริหาร คือคนที่เขาไม่อยากจะเจอนั่นก็คือ Brock Lesnar และก็ดูเหมือนว่าคนดูหลายคนจะอยากเห็น Lesnar กระทืบเขาให้เละ (คนดูตะโกน Yes! Yes! Yes!) แต่ Cena ก็บอกว่าเขาจะไป SummerSlam เพื่อสู้กับ Lesnar และก็จะปราบมันให้ได้อีกครั้งเหมือนที่ทำมาแล้วในปี 2012 เพราะว่าถ้าปล่อยให้ Lesnar ได้แชมป์ล่ะก็ จะไม่มีใครสามารถปราบเขาได้อีกแล้ว และเขาเป็นคนที่ควบคุมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น The Authority หรือ Paul Heyman ก็คุมเขาไม่ได้หรอก Paul Heyman ออกมาและก็บอกว่า Lesnar จะปราบ Cena ใน SummerSlam และแย่งเอาแชมป์ไปจาก Cena อย่างแน่นอน และ Lesnar จะทำได้แน่นอนไม่เชื่อไปถาม Undertaker ได้เลย และ Lesnar จะไม่แค่ F-5 แล้วกด Cena แต่ Lesnar จะทำให้ Cena ต้องกลายเป็นเหยื่อของเขาอย่างโหดร้ายและไร้ปราณี Cena โวยวาย บอกว่าเขารัก WWE และเขาจะทำทุกอย่างเพื่อป้องกันแชมป์เอาไว้ให้ได้ คนอย่าง Lesnar มันไม่เคยคิดถึงคนอื่นเลยนอกจากตัวเอง แม้ว่ามันจะเป็นสุดยอดนักสู้แต่เขาก็จะปราบมันให้ได้เพื่อป้องกันแชมป์ ซึ่งคนอย่าง Heyman ไม่มีทางเข้าใจหรอก Cesaro ออกมาขัดจังหวะ บอกว่าแม้ว่าฉันกับ Heyman จะไม่ได้ร่วมงานกันอีกแล้ว แต่ฉันจะไม่ยอมให้แกมาลบหลู่เพื่อนของฉันแบบนี้หรอกนะ ดูสารรูปแกสิ แกมันไม่ใช่นักมวยปล้ำ แกมันเป็นแค่ไอ้บ้ากล้ามใหญ่ ไอ้ป้ายโฆษณาเดินได้เท่านั้น Cena โมโหและลงจากเวทีจะไปหา Cesaro แต่ Cesaro บอก หยุดเลย คิดจะทำอะไร? แกซื้อรองเท้าผ้าใบนั่นมาจากไหน? ร้าน K-Mart รึไง? นักมวยปล้ำเขาไม่ใส่รองเท้าแบบนี้กันหรอก อ้อ จริง ๆ แล้วแกมันก็ปล้ำไม่เป็นอยู่แล้ว อยากจะพิสูจน์มั้ยล่ะ? เจอกันเดี๋ยวนี้เลยดีไหม? ซีนาบอก เอาสิ เดี๋ยวป้ายโฆษณาเดินได้ปล้ำไม่เป็นจะปราบแกในแมตช์มวยปล้ำเดี๋ยวนี้แหละ คืนเดียวกัน ซีนาได้เจอกับ ซีซาโร สุดท้าย ซีนา ก็เอาชนะไปได้สำเร็จ

ผลงานอื่นๆ[แก้]

นอกจาก ซีนา จะมีผลงานในสังเวียนมวยปล้ำแล้ว ยังมีผลงานอื่นๆ ดังนี้

ผลงานเพลง[แก้]

  • ในปี 2004 ซีนาได้ร้องเพลงในอัลบัม WWE Originals ของ WWE คือเพลง Basic Thuganomics
  • ในปี 2005 ในอัลบั้มของเขาเองอย่าง You Can't See Me (พร้อมด้วย Tha Trademarc)

ภาพยนตร์[แก้]

ปี ภาพยนตร์ รับบท หมายเหตุ
2000 Ready to Rumble Gym Trainer
2006 คนคลั่ง ล่าทะลุสุดขีดนรก จอห์น ไตรตัน บทนำ
2009 ฝ่าวิกฤติ 12 รอบระห่ำนรก แดนนี่ ฟิชเชอร์ บทนำ
2010 Legendary Mike Chetley
2010 Fred: The Movie Fred's Imaginary Dad
2011 The Reunion Sam Cleary
2011 Fred 2: Night of the Living Fred Fred's Imaginary Dad
2012 Fred 3: Camp Fred Fred's Imaginary Dad
2014 Scooby-Doo! WrestleMania Mystery ตัวเขาเอง (พากย์เสียง)
2015 Trainwreck

โทรทัศน์[แก้]

ปี รายการ รับบท หมายเหตุ
2001 Manhunt Big Tim Kingman
2007 Fast Cars and Superstars: The Gillette Young Guns Celebrity Race ตัวเขาเอง
2010 ไซค์ Ewan O'Hara แขกรับเชิญ; ตอน: "You Can't Handle This Episode" (season 4: episode 10)
True Jackson, VP ตัวเขาเอง แขกรับเชิญ; ตอน: "Pajama Party" (season 2: episode 12)
แฮนนาห์ มอนทานา...สาวเด่น, เต้น, ร้อง... ตัวเขาเอง แขกรับเชิญ; ตอน: "Love That Lets Go" (season 4: episode 7)
Generator Rex Hunter Cain Voice role
"The Hunter" (season 1: episode 13)
การปรากฏตัวที่ไม่ได้แสดง
ปี รายการ หมายเหตุ
2001 Manhunt
2007 Fast Cars and Superstars: The Gillette Young Guns Celebrity Race
2013 Total Divas appearing with girlfriend นิกกี เบลลา

เกี่ยวกับมวยปล้ำ[แก้]

ซีนาใช้ท่า Attitude Adjustment (ชื่อเดิม F-U) เล่นงาน เคน
ซีนาใช้ท่า STF (ชื่อเดิม STFU) เล่นงาน บาติสตา
ซีนาใช้ท่า Five Knuckle Shuffle เล่นงาน ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์
ซีนาใช้ท่า Leg Drop เล่นงาน แรนดี ออร์ตัน
  • ท่าไม้ตาย
    • STF (ชื่อเดิม STFU)
      • วิธีใช้ : จับคู่ต่อสู้งัดคอและงอขาไปหาเอวทำให้คู่ต่อสู้ตบพื้นยอมแพ้
    • AA - Attitude Adjustment (ชื่อเดิม F-U)[168]
      • วิธีใช้ : จับคู่ต่อสู้ยกแล้วจับทุ่มเต็มๆ ทำให้คู่ต่อสู้เจ็บหลัง
  • ท่าเอกลักษณ์
    • Diving leg drop bulldog
    • Drop to hold , some times for STF
    • Dropkick, sometimes from the top rope[1]
    • Emerald Flowsion
    • Five Knuckle Shuffle[169] (จับคู่ต่อสู้ยกแล้วทุ่มแล้วเด้งเชือกและทิ้งหมัดใส่คู่ต่อสู้บริเวณหน้าผาก, บางครั้งก็ใช้ตอนกระโดดเชือก)
    • Fisherman suplex
    • Gutwrench suplex
    • Spin-out powerbomb
    • Running leaping shoulder block
    • Running one–handed bulldog
    • Sitout hip toss
    • Spinebuster – 2002 – 2005; used rarely thereafter
    • Throwback[170] (Running neck snap to a bent–over opponent) - used the last time in 2011
    • Twisting belly to belly suplex
  • ผู้จัดการ
    • เคนนี โบลิน
    • บี-ทู
    • เรดด์ ด็อก
    • วินซ์ แม็กแมน
  • เพลงเปิดตัว
    • "Slam Smack" โดย R. Hardy (FirstCom Production Music) (27 มิถุนายน 2002 - 7 พฤศจิกายน 2002)[173]
    • "Insert Bass Here" โดย DJ Case (FirstCom Production Music) (14 พฤศจิกายน 2002 - 13 กุมภาพันธ์ 2003)[174]
    • "Basic Thuganomics" โดย จอห์น ซีนา (27 มีนาคม 2003 - ปัจจุบัน)
    • "We Are One" โดย 12 Stones (WWE;3 ตุลาคม 2010 - 21 พฤศจิกายน 2010;ใช้เปิดตัวพร้อมกับ เดอะเน็กซัส)
    • "The Time is Now" โดย จอห์น ซีนา และ Tha Trademarc (WWE) (17 มีนาคม 2005 - ปัจจุบัน)

ผลงานในสมาคม WWE[แก้]

จอห์น ซีนา กับ แชมป์ WWE
จอห์น ซีนา กับ แชมป์โลกเฮฟวี่เวท
  • เวิลด์ แทคทีม แชมเปียนชิป (2 สมัย)[178]
    • คู่กับ ชอว์น ไมเคิลส์ ชนะ เอดจ์ และ แรนดี ออร์ตัน ในศึก รอว์
    • คู่กับ บาติสต้า ชนะ โคดี โรดส์ และ เท็ด ดิบิอาซี จูเนียร์ ในศึก รอว์

ผลงานทั้งหมด[แก้]

  • Pro Wrestling Report
  • Ultimate Pro Wrestling
    • UPW Heavyweight Championship (1 สมัย)[189]
  • Wrestling Observer Newsletter Awards
    • Wrestler of the Year (2007, 2010)[190]
    • Best Box Office Draw (2007)
    • Best on Interviews (2007)
    • Feud of the Year (2011) เจอกับ ซีเอ็ม พังก์[191]
    • Match of the Year (2011) เจอกับ ซีเอ็ม พังก์ ในศึก มันนีอินเดอะแบงก์
    • Most Charismatic (2006 – 2010)
    • Most Charismatic of the Decade (2000 – 2009)[192]
    • Worst Feud of the Year (2012) เจอกับ เคน
    • Worst Worked Match of the Year (2012) เจอกับ จอห์น โลรีนายติส ในศึก โอเวอร์เดอะลิมิต วันที่ 20 พฤษภาคม
    • Best Gimmick (2003)[190]
    • Wrestling Observer Newsletter Hall of Fame (Class of 2012)[193]

เกี่ยวกับซีนา[แก้]

  • จอห์น ซีนา ได้ แชมป์โลกทั้งหมด 15 สมัย (แชมป์ WWE หรือ แชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE 12 สมัย และ แชมป์โลกเฮฟวี่เวท 3 สมัย)
  • จอห์น ซีนา ได้ แชมป์ยูเอส ครั้งแรกในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 20 โดยชนะ บิ๊กโชว์
  • จอห์น ซีนา ได้ แชมป์ WWE ครั้งแรกในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 21 โดยชนะ เจบีแอล
  • จอห์น ซีนา ได้ แชมป์โลกเฮฟวี่เวท ครั้งแรกในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2008) โดยชนะ คริส เจอริโค
  • จอห์น ซีนา ได้ แชมป์โลกแทคทีม ครั้งแรกโดยจับคู่กับ ชอว์น ไมเคิลส์ เอาชนะ เรท-อาเคโอ (เอดจ์ และ แรนดี ออร์ตัน)
  • จอห์น ซีนา เป็นนักมวยปล้ำฝ่ายธรรมมะที่ถูกโห่มากที่สุด
  • จอห์น ซีนา สามารถยกนักมวยปล้ำที่ตัวใหญ่กว่าเขาได้ทุกคน
    • เดอะ เกรท คาลี นักมวยปล้ำที่สูงที่สุดในยุคปัจจุบัน
    • บิ๊กโชว์ นักมวยปล้ำที่ตัวใหญ่ที่สุดและน้ำหนักมากที่สุดในยุคปัจจุบัน
    • มาร์ก เฮนรี นักมวยปล้ำที่แข็งแรงที่สุดในโลก เป็นต้น
  • จอห์น ซีนา เป็นผู้ชนะเลิศใน รอยัลรัมเบิล ปี 2008 และ 2013
  • จอห์น ซีนา เคยชนะผู้ที่เคยก่อตั้งทีมเดียวกันในนาม ดี-เจเนอเรชันเอ็กซ์ ทั้ง ทริปเปิล เอช และ ชอว์น ไมเคิลส์ มาแล้ว ในศึก เรสเซิลเมเนีย
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 22 ชนะ ทริปเปิล เอช
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 23 ชนะ ชอว์น ไมเคิลส์
  • จอห์น ซีนา ปล้ำศึก เรสเซิลเมเนีย มาแล้ว 11 ครั้ง โดย ซีนา ชนะ 8 แพ้ 3
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 20 ชนะ บิ๊กโชว์
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 21 ชนะ เจบีแอล
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 22 ชนะ ทริปเปิล เอช
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 23 ชนะ ชอว์น ไมเคิลส์
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 24 แพ้ แรนดี ออร์ตัน โดยมี ทริปเปิล เอช ร่วมปล้ำด้วย
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 25 ชนะ เอดจ์ และ บิ๊กโชว์
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 26 ชนะ บาติสตา
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 แพ้ เดอะ มิซ
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 แพ้ เดอะ ร็อก
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 ชนะ เดอะ ร็อก
    • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30 ชนะ เบรย์ ไวแอ็ตต์
  • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 เป็นครั้งแรกที่ซีนาปล้ำโดยที่ไม่มีเข็มขัดเส้นใดเป็นเดิมพัน
  • จอห์น ซีนา ปล้ำ ไอควิต แมทช์ มาแล้ว 4 ครั้ง และยังไม่เคยแพ้ใคร
    • ในศึก จัดจ์เมนท์เดย์ (2005) ชนะ เจบีแอล
    • ในศึก เบรกกิ้งพอยท์ (2009) ชนะ แรนดี ออร์ตัน
    • ในศึก โอเวอร์เดอะลิมิต (2010) ชนะ บาติสตา
    • ในศึก โอเวอร์ เดอะ ลิมิต (2011) ชนะ เดอะ มิซ
  • จอห์น ซีนา ปล้ำ อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ แมทช์ มาแล้ว 5 ครั้ง โดยชนะ 3 แพ้ 2
    • ในศึก นิวเยียร์สเรโวลูชั่น (2006) ชนะ เคิร์ต แองเกิล, ชอว์น ไมเคิลส์, เคน, คริส มาสเตอร์ และ คาร์ลิโต้
    • ในศึก โนเวย์เอาท์ (2009) แพ้ เอดจ์ ร่วมด้วย เรย์ มิสเตริโอ, เคน, ไมค์ นอคซ์ และ คริส เจอริโค
    • ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2010) ชนะ เชมัส, ทริปเปิล เอช, แรนดี ออร์ตัน, โคฟี คิงส์ตัน และ เท็ด ดิบิอาซี จูเนียร์
    • ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2011) ชนะ แรนดี ออร์ตัน, จอห์น มอร์ริสัน, อาร์-ทรูธ, เชมัส และ ซีเอ็ม พังก์
    • ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2014) แพ้ แรนดี ออร์ตัน ร่วมด้วย เชมัส, แดเนียล ไบรอัน, คริสเตียน และ ซีซาโร
  • จอห์น ซีนา เป็นนักมวยปล้ำคนแรกที่เอาชนะ อูมาก้า มาได้สำเร็จ
  • จอห์น ซีนา ปล้ำ ไอรอน แมน แมทช์ ครั้งแรก โดยชนะ แรนดี ออร์ตัน 6-5 ในศึก แบรกกิ้ง ไรท์ส (2009)
  • จอห์น ซีนา จับคู่กับ ชอว์น ไมเคิลส์ และ บาติสต้า จนได้แชมป์โลกแทคทีม โดยเป็นคู่กรณีกัน
  • จอห์น ซีนา เปิดตัว ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 23 ใช้งบประมาณสูงสุดในประวัติศาสตร์ถึง 100,000 ดอลลาร์
  • จอห์น ซีนา ดัดแปลงเข็มขัด แชมป์โลก WWE แบบหมุนได้ ทำให้เป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดในรอบ 5 ปี
  • จอห์น ซีนา และ เรย์ มิสเตริโอ คือสองคนที่แฟนๆ ต้องการลายเซ็นมากที่สุด
  • จอห์น ซีนา เป็นนักมวยปล้ำคนแรกที่คว้าแชมป์ WWE ได้ถึง 11 สมัย
  • จอห์น ซีนา เป็นนักมวยปล้ำคนแรกที่เอาชนะ เทนไซ มาได้สำเร็จ
  • จอห์น ซีนา เป็นนักมวยปล้ำคนเดียวที่เพลงเปิดตัว มีผู้โหลดใน ไอทูนส์ สูงสุดอันดับที่ 1 โดยครองถึง 2 สัปดาห์
  • จอห์น ซีนา เป็นนักมวยปล้ำคนแรกที่ใช้กระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ และไม่ได้แชมป์ WWE
  • จอห์น ซีนา ปล้ำศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ มาแล้ว 9 ครั้ง โดย ซีนา ชนะ 8 แพ้ 1
    • เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2003) คู่กับ ทีมแองเกิล (เคิร์ต แองเกิล, คริส เบนวา, ฮาร์ดคอร์ ฮอลลี และ แบรดชอว์) ชนะ ทีมเลสเนอร์ (บร็อก เลสเนอร์, บิ๊กโชว์, แมต มอร์แกน, นาธาน โจนส์ และ เอ-เทรน)
    • เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2004) คู่กับ ทีมเกอร์เรโร (เอ็ดดี เกอร์เรโร, บิ๊กโชว์ และ ร็อบ แวน แดม) ชนะ ทีมแองเกิล (เคิร์ต แองเกิล, คาร์ลิโต้, ลูเทอร์ เรนส์ และ มาร์ก จินแดร็ก)
    • เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2005) ชนะ เคิร์ต แองเกิล
    • เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2006) คู่กับ ทีมซีนา (ร็อบ แวน แดม, เคน, บ็อบบี แลชลีย์ และ ซาบู) ชนะ ทีมบิ๊กโชว์ (บิ๊กโชว์, เทสต์, เอ็มวีพี, ฟินเลย์ และ อูมาก้า)
    • เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2008) ชนะ คริส เจอริโค
    • เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2009) ชนะ ทริปเปิล เอช และ ชอว์น ไมเคิลส์
    • เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2011) คู่กับ เดอะ ร็อก ชนะ ออซัม ทรูธ (เดอะ มิซ และ อาร์-ทรูธ)
    • เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2012) แพ้ ซีเอ็ม พังค์ โดยมี ไรแบ็ค ร่วมปล้ำด้วย
    • เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2013) ชนะ อัลเบร์โต เดล รีโอ

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "OWOW Profile". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ December 24, 2012. 
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 "John Cena". WWE. สืบค้นเมื่อ December 14, 2010. 
  3. Keck, William (2006-10-08). "A new action star/femme fatale pairing?". USA Today. สืบค้นเมื่อ 2007-03-27. "At his Tampa home, Cena maintains a humidor that holds more than 300 cigars." 
  4. 4.0 4.1 "UPW: John "Prototype" Cena". UPW. Archived from the original on April 17, 2008. สืบค้นเมื่อ March 13, 2008. 
  5. "Details On John Cena’s New Character; Juan Cena". PWMania. สืบค้นเมื่อ 21 November 2013. 
  6. http://www.cagematch.net/?id=2&nr=691
  7. "Fast Cars & Superstars - Gillette Young Guns Celebrity Race Driver Bios". ABC Media Net. สืบค้นเมื่อ 2007-06-11. 
  8. "SLAM! Sports biography". CANOE. February 6, 2005. สืบค้นเมื่อ May 5, 2007. 
  9. Sokol, Bryan (December 20, 2010). "TLC delivers highs, lows and a new champ". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ December 20, 2010. 
  10. "9 WWE Titles". WWE. สืบค้นเมื่อ September 18, 2011. 
  11. "1998 Football Roster". Springfield College. สืบค้นเมื่อ May 5, 2007. 
  12. "John Cena Bulldog Basketball Jersey". WWE. สืบค้นเมื่อ May 6, 2007. 
  13. "John Cena Personalized Beware of Dog Football Jersey". WWE. สืบค้นเมื่อ January 3, 2008. 
  14. Perkins, Brad (February 2001). "Training Ground". Wrestling Digest. สืบค้นเมื่อ July 17, 2008. 
  15. "Inside WWE's New Magazine". WWE. สืบค้นเมื่อ May 5, 2007. "Who would have guessed John Cena was once a limo driver" 
  16. "OVW Heavyweight Title". Wrestling-Titles. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  17. Hamilton, Ian. Wrestling's Sinking Ship (p.67)
  18. "SmackDown! results – June 27, 2002". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 9, 2007. 
  19. "SmackDown! results – October 10, 2002". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 9, 2007. 
  20. "SmackDown! results – March 6, 2003". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 9, 2007. 
  21. "SmackDown! results – March 13, 2003". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 9, 2007. 
  22. "SmackDown! results – March 20, 2003". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 9, 2007. 
  23. "Backlash 2003 results". Pro Wrestling history. สืบค้นเมื่อ May 9, 2007. 
  24. "SmackDown! results – November 13, 2003". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ July 6, 2007. 
  25. "Survivor Series 2003 results". Pro Wrestling history. สืบค้นเมื่อ December 29, 2007. 
  26. "WrestleMania XX results". Pro Wrestling history. สืบค้นเมื่อ May 10, 2007. 
  27. "SmackDown! results – November 18, 2004". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 10, 2007. 
  28. "John Cena's Second Reign as US Champion". WWE. สืบค้นเมื่อ May 10, 2007. 
  29. "No Way Out 2005 results". Pro Wrestling history. สืบค้นเมื่อ May 10, 2007. 
  30. "Judgment Day 2005 results". Pro Wrestling history. Archived from the original on May 7, 2007. สืบค้นเมื่อ May 10, 2007. 
  31. Evans, Ant. "Power Slam". What’s going down... (SW Publishing LTD). p. 4. 132. 
  32. "RAW results – August 22, 2005". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 10, 2007. 
  33. "2007 Wrestling Almanac & Book of Facts". Wrestling’s Historical Cards (Kappa Publishing). 2007. p. 119. 
  34. Scaia, Rick. "RAW results – March 20, 2006". Online Onslaught. สืบค้นเมื่อ July 10, 2007. "For Cena's initial entrance, it's high pitched squeals, and the requisite 40–50% boos ... there were significant cheers for Trips, which is the REAL issue in play, here." 
  35. "RAW results – April 2, 2006". Online Onslaught. สืบค้นเมื่อ July 10, 2007. "What [Cena] hears is the same thing he heard last night: 10,000 lustily booing the hell out of him, and maybe 5,000 frantically cheering to try to match that volume level." 
  36. "RAW results – July 3, 2006". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 11, 2007. 
  37. "RAW results – August 28, 2006". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ April 5, 2007. 
  38. "Unforgiven 2006 results". Pro Wrestling History. สืบค้นเมื่อ May 11, 2007. 
  39. "RAW results – September 18, 2006". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ April 5, 2007. 
  40. "RAW results – November 27, 2006". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ April 5, 2007. 
  41. "RAW results – January 1, 2007". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 11, 2007. 
  42. McElvaney, Kevin (June 2007). "Pro Wrestling Illustrated, July 2007". WrestleMania 23 (Kappa Publishing). pp. 74–101. 
  43. "SummerSlam 2007 Results". WWE. August 26, 2007. Archived from the original on August 29, 2007. สืบค้นเมื่อ August 26, 2007. 
  44. "WWE RAW Results – December 24, 2007". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ December 25, 2007. 
  45. "Royal Rumble 2008 results". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ January 29, 2008. 
  46. "RAW results – January 28, 2008". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ April 1, 2008. 
  47. "No Way Out 2008 results". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ February 19, 2008. 
  48. "Raw results – February 18, 2008". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ April 1, 2008. 
  49. "WrestleMania XXIV results". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ April 1, 2008. 
  50. Sitterson, Aubrey (August 5, 2008). "Championship scramble". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ August 5, 2008. 
  51. Sitterson, Aubrey (August 11, 2008). "Bracing for a SummerSlam". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ August 12, 2008. 
  52. Plummer, Dale; Nick Tylwalk (August 17, 2008). "SummerSlam comes close to 'blockbuster' status". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ August 12, 2009. 
  53. "Cena out, vows to return". World Wrestling Entertainment. August 26, 2008. สืบค้นเมื่อ August 27, 2008. 
  54. "John Cena: Post-surgery interview". World Wrestling Entertainment. August 26, 2008. สืบค้นเมื่อ August 27, 2008. 
  55. Sitterson, Aubrey (November 23, 2008). "The Champ is back!". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ November 24, 2008. 
  56. "World Heavyweight Champion John Cena def. Chris Jericho". World Wrestling Entertainment. December 14, 2008. สืบค้นเมื่อ June 5, 2012. 
  57. "Edge wins World Heavyweight Title Elimination Chamber Match". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ June 5, 2012. 
  58. Passero, Mitch (April 5, 2009). "Cena reclaims his gold". World Wrestling Entertainment. Archived from the original on June 18, 2009. สืบค้นเมื่อ April 6, 2009. 
  59. Passero, Mitch (April 26, 2009). "Fueled by hatred and desperation". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ April 26, 2009. 
  60. Sitterson, Aubrey (May 17, 2009). "Results:Conservation of momentum leads to victory". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ May 17, 2009. 
  61. Murphy, Ryan (June 7, 2009). "Results:Submission Accomplished". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ June 14, 2009. 
  62. "WWE Champion Randy Orton def. Triple H & John Cena". World Wrestling Entertainment. July 26, 2009. สืบค้นเมื่อ October 21, 2011. 
  63. "John Cena def. Randy Orton ("I Quit" Match - New WWE Champion)". World Wrestling Entertainment. September 13, 2009. สืบค้นเมื่อ June 5, 2012. 
  64. Sokol, Chris; Sokol, Brian (October 7, 2009). "Title changes highlight Hell in a Cell". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ October 6, 2009. 
  65. Tello, Craig (October 25, 2009). "One Hour, Anything Goes WWE Iron Man Match scorecard". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ October 21, 2011. 
  66. Caldwell, James (December 13, 2009). "Caldwell's WWE TLC PPV Report 12/13: Complete PPV report on Cena vs. Sheamus, DX vs. JeriShow, Taker vs. Batista". PWTorch. สืบค้นเมื่อ December 14, 2009. 
  67. Plummer, Dale; Nick Tylwalk (February 22, 2010). "Batista, Jericho and Michaels capitalize on Elimination Chamber opportunities". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ February 22, 2010. 
  68. Adkins, Greg (February 22, 2010). "Taking the bull by the horns". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ March 29, 2010. 
  69. Adkins, Greg (March 28, 2010). "Results:Cena uncorks the "Champ pain"". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ March 29, 2010. 
  70. "WWE Champion John Cena def. Batista (Last Man Standing Match)". World Wrestling Entertainment. April 25, 2010. สืบค้นเมื่อ June 5, 2012. 
  71. Bishop, Matt (May 23, 2010). "Batista quits to end disappointing Over The Limit". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ May 26, 2010. 
  72. "CANOE – SLAM! Sports – Wrestling – RAW: Vote early, vote often; NXT takes over". Slam.canoe.ca. สืบค้นเมื่อ March 28, 2011. 
  73. Adkins, Greg (July 18, 2010). "Results: Bank robbery". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ August 13, 2010. 
  74. Adkins, Greg (August 15, 2010). "Results: The Seventh Sign". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ August 16, 2010. 
  75. http://cdn46.castfire.com/audio/522/3398/25156/2025156/2025156_2013-12-23-195856-7770-0-0-0.64k.mp3?cdn_id=46&uuid=a3f843b4fffda2b7dea93b3b241641ae&referer=http%3A%2F%2Fpodcastone.com%2FTalk-Is-Jericho
  76. Hillhouse, Dave (October 4, 2010). "Hell in a Cell: Betrayal, fan interference, and flying shoes". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ October 4, 2010. 
  77. 77.0 77.1 Sokol, Bryan (October 25, 2010). "Cena central to Bragging Rights; Smackdown wins again". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ October 26, 2010. 
  78. Wilkenfeld, Daniel (October 25, 2010). "Caldwell's WWE Raw results 10/25: Complete "virtual time" coverage of live Raw following Bragging Rights, Bryan vs. Ziggler". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ October 26, 2010. 
  79. Plummer, Dale (November 22, 2010). "RAW: The Miz cashes in as Nexus costs Orton WWE title". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ November 23, 2010. 
  80. Plummer, Dale; Tylwalk, Nick (November 22, 2010). "The fate of Cena is finally decided at so-so Survivor Series". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ November 22, 2010. 
  81. Plummer, Dale (December 13, 2010). "RAW: The Slammy Awards falls flat". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ December 20, 2010. 
  82. Adkins, Greg (January 31, 2011). "It's good to be "King"". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ February 22, 2011. 
  83. Adkins, Greg (February 21, 2011). "Intermitten reign". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ February 22, 2011. 
  84. 84.0 84.1 "Results:WWE Champion The Miz def. John Cena". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ April 5, 2011. 
  85. Wortman, James. "WWE: Homepage > TV Shows > WWE Over The Limit > WWE Over The Limit 2011 > WWE Champion John Cena vs. The Miz ("I Quit" Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ May 14, 2011. 
  86. Wortman, James. "WWE Champion John Cena vs. R-Truth". WWE. สืบค้นเมื่อ June 9, 2011. 
  87. "WWE Chairman Vince McMahon suspends CM Punk". World Wrestling Entertainment. June 28, 2011. สืบค้นเมื่อ June 28, 2011. 
  88. James Wortman (July 4, 2011). "Raw results: Stars and gripes". WWE. สืบค้นเมื่อ July 5, 2011. 
  89. Tello, Craig (July 17, 2011). "Homepage > TV Shows > Money in the Bank > Money in the Bank 2011 > CM Punk def. John Cena (New WWE Champion)". WWE. สืบค้นเมื่อ September 4, 2011. 
  90. Rey Mysterio relinquishes belt on Raw (July 26, 2011). "Story:Title Glory for Cena". Sky Sports. สืบค้นเมื่อ September 4, 2011. 
  91. "John Cena vs. CM Punk – Undisputed WWE Championship Match". WWE. สืบค้นเมื่อ August 1, 2011. 
  92. Murphy, Ryan. "John Cena def. Alberto Del Rio (New WWE Champion)". WWE. สืบค้นเมื่อ December 5, 2011. 
  93. "WWE Championship Triple Threat Hell in a Cell Match". WWE. สืบค้นเมื่อ September 20, 2011. 
  94. "WWE Championship Last Man Standing Match". WWE. สืบค้นเมื่อ October 11, 2011. 
  95. "The Miz and R-Truth vs. John Cena and The Rock". WWE. สืบค้นเมื่อ October 31, 2011. 
  96. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 12/12: Complete "virtual-time" coverage of live three-hour Raw – Henry vs. Cena, Slammys, final TLC hype". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ December 20, 2011. 
  97. Mitch Passero (January 30, 2012). "John Cena vs. Kane (Double Count-Out)". WWE. สืบค้นเมื่อ January 30, 2012. 
  98. Giannini, Alex (February 6, 2012). "John Cena vs. Kane (Ambulance Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ February 13, 2012. 
  99. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE WRESTLEMANIA 28 PPV REPORT 4/1: Ongoing "virtual time" coverage of live PPV – Rock-Cena, Taker-Hunter, Punk-Jericho". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ April 2, 2012. 
  100. Drew, Ryan. "Brock Lesnar Returns to WWE and Attacks John Cena; A Fan's Reaction - Yahoo! Sports". Sports.yahoo.com. สืบค้นเมื่อ 2012-06-09. 
  101. Tom Herrera (9.4.2012). "Raw Kick Off". WWE. สืบค้นเมื่อ April 9, 2012. 
  102. Tom Herrera (23.4.2012). "Raw Results". WWE. สืบค้นเมื่อ April 24, 2012. 
  103. Tom Herrera (9.4.2012). "Extreme Rules Main event". WWE. สืบค้นเมื่อ April 9, 2012. 
  104. "Extreme Rules results". WWE. 30.4.2012. สืบค้นเมื่อ 24 April 2012. 
  105. "John Cena injured against Brock Lesnar at Extreme Rules". WWE.com. 2012-04-01. สืบค้นเมื่อ 2012-06-09. 
  106. "FCW Star Asks For Help, Cena Vs. Laurinaitis News, Extreme Reunion Attendance, Taker Shirt". WrestlingInc.com. 2012-05-04. สืบค้นเมื่อ 2012-06-09. 
  107. http://www.midwestsportsfans.com/2012/05/wwe-over-the-limit-recap-john-laurinaitis-defeats-john-cena-in-main-event/
  108. May 21, 2012 (2012-05-21). "WWE Over the Limit Recap: John Laurinaitis Defeats John Cena In Main Event". Midwestsportsfans.com. สืบค้นเมื่อ 2012-06-09. 
  109. http://www.wwe.com/shows/nowayout/2012/john-cena-big-show
  110. "WWE News: Big stipulation added to the John Cena vs. Big Show main event for No Way Out". Prowrestling.net. 2012-06-12. สืบค้นเมื่อ 2012-08-15. 
  111. http://www.wwe.com/shows/nowayout/2012/no-way-out-2012-results
  112. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 6/25: Ongoing "virtual-time" coverage of live Raw #995 - Cena vs. Jericho, MITB hype". 
  113. http://www.wwe.com/shows/raw/2012-06-25/wwe-raw-results/page-5
  114. Money in the Bank Ladder Match for a WWE Championship Contract, WWE, สืบค้นเมื่อ 2012-06-25 
  115. Styles, Joey (23 July 2012). "Was CM Punk justified?". WWE. สืบค้นเมื่อ 23 July 2012. 
  116. Martin, Todd (23 July 2012). "Raw 1000th Episode Report". Wrestling Observer. สืบค้นเมื่อ 23 July 2012. 
  117. Herrera, Tom (23 July 2012). "Raw 1,000 results: John Cena failed to win the WWE Title; The Rock floored by CM Punk". WWE. สืบค้นเมื่อ 23 July 2012. 
  118. "Raw results: Raw General Manager AJ Lee gets the last laugh on WWE Champion CM Punk". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-07-30. 
  119. "SummerSlam | Matches, Results, Videos, Photos, and More". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 2012-12-09. 
  120. "John Cena undergoes arm surgery?". WWE. 18 September 2012. สืบค้นเมื่อ 13 September 2012. 
  121. "John Cena undergoes arm surgery?". WWE. 18 September 2012. สืบค้นเมื่อ 13 September 2012. 
  122. Giannini, Alex (2012-10-16). "Did John Cena 'pass the torch' to Ryback on Raw?". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 2012-12-09. 
  123. "WWE Championship Triple Threat Match". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-11-05. 
  124. Murphy, Ryan (November 19, 2012). "WWE Champion CM Punk def. John Cena and Ryback (Triple Threat Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-11-24. 
  125. Styles, Irfan Nasir (2012-12-16). "WWE.com: Dolph Ziggler def. John Cena (Ladder Match for the World Heavyweight Championship Money in the Bank contract)". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-12-16. "Dolph Ziggler def. John Cena (Ladder Match for the World Heavyweight Championship Money in the Bank contract)" 
  126. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 12/17". 
  127. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 1/7". 
  128. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 1/14". 
  129. "Full list of Royal Rumble Match participants and eliminations". WWE. January 28, 2012. Archived from the original on January 30, 2013. สืบค้นเมื่อ January 28, 2012. 
  130. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 1/28". 
  131. "WWE Raw Report CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 2/4". 
  132. "CALDWELL'S WWE ELIMINATION CHAMBER PPV RESULTS 2/17". 
  133. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 2/25". 
  134. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 3/4". 
  135. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 3/25". 
  136. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 3/25". 
  137. "CALDWELL'S WWE WRESTLEMANIA 29 PPV RESULTS". 
  138. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 4/8". 
  139. "RYBACK SAYS HE’S THE VILLAIN AGAINST CENA, CM PUNK NOT WORKING LIVE EVENTS & MORE". 
  140. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 4/29 (Hour 3)". 
  141. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 5/13 (Hour 2)". 
  142. "CALDWELL'S WWE EXTREME RULES PPV RESULTS 5/19 (Hour 3)". 
  143. "CALDWELL'S WWE PAYBACK PPV RESULTS 6/16 (Hour 3)". 
  144. Trionfo, Richard. "WWE RAW REPORT: TOO McMANY McMAHONS?; WHAT HAPPENS WHEN YOU ARE NO LONG A HEYMAN 'CLIENT'; MARK HENRY GIVES AN EMOTIONAL SPEECH; A SCARE FOR DANIEL BRYAN; IS STEPHANIE MCMAHON THE NEW KAREN JARRETT?; WHAT IF PEOPLE DON'T COME OUT DURING PROMO SEGMENTS, HOW WOULD WE GET MATCHES?; AND MORE". PWInsider. สืบค้นเมื่อ June 20. 
  145. "CALDWELL'S WWE MITB PPV RESULTS 7/14 (Hour 3): Ongoing "virtual-time" coverage of live PPV - Cena vs. Henry, MITB All-Stars". 
  146. http://www.wwe.com/shows/summerslam/2013/john-cena-daniel-bryan-26131903
  147. "CALDWELL'S WWE SSLAM PPV RESULTS 8/18 (Hour 3): Cena vs. Bryan WWE Title main event, did Orton cash in?". 
  148. "RAW NEWS: Cena gone 4-6 months, Triple H explanation, WWE Title & World Title pictures, RVD, new tag team, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 20 August 2013. 
  149. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 10/7 (Hour 3): Cena's return announced, Triple H finally gets KO'ed, Shield vs. Team Bryan & Rhodes main event, Miz TV, more". 
  150. "CALDWELL'S WWE HIAC PPV RESULTS (Hour 2): Cena returns in World Title match, Punk vs. Ryback HIAC match". 
  151. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 10/28 (Hour 1): Cena opens Raw, Sandow attempts MITB cash-in, Shield". 
  152. "World Heavyweight Champion John Cena def. Alberto Del Rio". 
  153. http://bleacherreport.com/articles/1864402-wwe-survivor-series-2013-wwe-is-smart-to-start-randy-orton-vs-john-cena-feud
  154. Clapp, John (2013-11-25). "World Heavyweight Champion John Cena vs. WWE Champion Randy Orton (Tables, Ladders & Chairs Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ 2013-12-03. 
  155. "WWE World Heavyweight Champion Randy Orton def. John Cena BY ANTHONY BENIGNO - wwe.com". 
  156. "Raw highlights: Jan. 27, 2014 - Daniel Bryan, Sheamus and John Cena vs. The Shield - Elimination Chamber Qualifying Match: Raw, Jan. 27, 2014". 
  157. "WWE World Heavyweight Championship Elimination Chamber Match BY John Clapp - wwe.com". 
  158. Caldwell, James. "Caldwell's WWE Raw results 3/10: Complete "virtual-time" coverage of live Raw – Bryan "hi-jacks" Raw, Taker & Hogan back on TV, Cena vs. Wyatts feud continues". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ April 3, 2014. 
  159. "John Cena vs. Bray Wyatt". WWE. Archived from the original on March 14, 2014. สืบค้นเมื่อ April 3, 2014. 
  160. Guillot, Gene. "John Cena vs. Bray Wyatt centers on Cena's legacy". The Times-Picayune. สืบค้นเมื่อ April 5, 2014. 
  161. Caldwell, James. "WrestleMania 30 PPV results (Hour 2): Complete "virtual-time" coverage of Cena vs. Bray, big moment for Cesaro in the Andre Battle Royal, Shield vs. Outlaws". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ April 10, 2014. 
  162. Caldwell, James. "Caldwell's WWE Raw result 4/28: Complete "virtual-time" coverage of live Raw – final PPV hype, Bryan returns from injury, Flair, Tag Title match, Tourney Finals, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ May 6, 2014. 
  163. Caldwell, James. "Caldwell's Extreme Rules PPV results 5/4: Complete "virtual-time" coverage of live PPV – Bryan vs. Kane, Evolution vs. Shield, Cena vs. Wyatt steel cage match.". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ May 6, 2014. 
  164. Asher, Matthew. "Shield gets suicidal and Cena looks for some Payback against Wyatt". slam.canoe.ca. SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 2 June 2014. 
  165. "WWE Money in the Bank 2014 results". WWE. สืบค้นเมื่อ June 30, 2014. 
  166. Illegal name entered {{{1}}} "John Cena – Artist Chart History". Billboard. Archived from [Illegal name entered {{{1}}} the original] Check |url= scheme (help) on September 20, 2007. สืบค้นเมื่อ May 19, 2007. 
  167. "Chart Log UK – 2005". สืบค้นเมื่อ September 6, 2007. 
  168. "Home > Superstars > Raw > John Cena > Bio". WWE.com. World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ February 3, 2009. 
  169. "Five Knuckle Shuffle". John Cena > Photos. WWE. Archived from the original on March 31, 2008. สืบค้นเมื่อ February 20, 2008. 
  170. Golden, Hunter (January 13, 2009). "Raw Results – 1/12/09 – Sioux City, IA". WrestleView.com. สืบค้นเมื่อ March 25, 2009. 
  171. Dunham, Jeremy (October 23, 2006). "IGN: SmackDown Countdown 2006: John Cena". IGN. สืบค้นเมื่อ March 26, 2009. 
  172. "John Cena And Method Man: Thuganomics 101". MTV News. March 12, 2004. สืบค้นเมื่อ March 26, 2009. 
  173. Hardy, R. "Slam Smack". FirstCom Production Music (FirstCom Music Library). [1]
  174. DJ Case. "Insert Bass Here". FirstCom Production Music (OneMusic Library). [2]
  175. "WWWF/WWF/WWE World Heavyweight Title". Wrestling-Titles. สืบค้นเมื่อ May 17, 2007. 
  176. "World Heavyweight Championship title history". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ December 12, 2008. 
  177. "WWWF/WWE United States Heavyweight Title". Wrestling-Titles. สืบค้นเมื่อ May 17, 2007. 
  178. "WWWF/WWF/WWE World Tag Team Title". Wrestling-Titles. สืบค้นเมื่อ May 17, 2007. 
  179. "OVW Southern Tag Team Title". Wrestling-Titles. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  180. "Feud of the Year". Wrestling Information Archive. Archived from the original on April 3, 2007. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  181. Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 74–75. 2012. 
  182. "Match of the Year". Wrestling Information Archive. Archived from the original on April 15, 2008. สืบค้นเมื่อ April 17, 2008. 
  183. Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 80–81. 2012. 
  184. "Most Improved Wrestler of the Year". Wrestling Information Archive. Archived from the original on February 10, 2007. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  185. "Most Popular Wrestler of the Year". Wrestling Information Archive. Archived from the original on February 10, 2007. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  186. "Wrestler of the Year". Wrestling Information Archive. Archived from the original on February 10, 2007. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  187. "Pro Wrestling Illustrated Top 500 – 2006". Wrestling Information Archive. Archived from the original on March 12, 2007. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  188. "2007 PWI 500 edition of Pro Wrestling Illustrated – cover". Pro Wrestling Illustrated. Archived from the original on October 5, 2007. สืบค้นเมื่อ September 3, 2007. 
  189. "UPW Heavyweight Title". Wrestling-Titles. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  190. 190.0 190.1 Meltzer, Dave (January 26, 2011). "Biggest issue of the year: The 2011 Wrestling Observer Newsletter Awards Issue". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, CA): 1–40. ISSN 1083-9593. 
  191. Meltzer, Dave (January 30, 2012). "January 30 Wrestling Observer Newsletter: Gigantic year-end awards issue, best and worst in all categories plus UFC on FX 1, death of Savannah Jack, ratings, tons and tons of news". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, CA). ISSN 1083-9593. 
  192. Beltrán, William (August 3, 2010). "Según el Wrestling Observer... ¿Quiénes son los mejores los mejores de la década?". SuperLuchas Magazine (ใน Spanish). สืบค้นเมื่อ August 5, 2010. 
  193. Meltzer, Dave (2012-11-12). "Nov. 12, 2012 Wrestling Observer Newsletter: WON Hall of Fame 2012 double issue, six men inducted, all the news and info from around the world and more!". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, California): 8. ISSN 1083-9593. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]