บร็อก เลสเนอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บร็อก เลสเนอร์
An image of บร็อก เลสเนอร์.
ข้อมูล
ฉายา บร็อก เลสเนอร์
ความสูง ฟุต 3 นิ้ว (1.91 ม.)
น้ำหนัก 266 ปอนด์ (121 kg; 19.0 st)
เกิด 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1977 (35 ปี)
Webster, รัฐเซาท์ดาโคตา
มาจาก มินนีแอโพลิส, รัฐมินนิโซตา
ฝึกหัดโดย Ohio Valley Wrestling
เปิดตัว ตุลาคม ค.ศ. 2000

บร็อก เอ็ดเวิร์ด เลสเนอร์[1] (อังกฤษ: Brock Edward Lesnar) เกิดวันที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1977 เป็นนักมวยปล้ำอาชีพ, อดีตนักมวยปล้ำสมัครเล่น และนักต่อสู้แบบผสมผสานชาวอเมริกัน[2] เซ็นสัญญากับสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ในนามสังเวียนมวยปล้ำมีชื่อว่า บร็อก เลสเนอร์[3]

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

บร็อก เลสเนอร์ เป็นผู้ชนะรอยัลรัมเบิล ประจำปี ค.ศ. 2003[4][5] เป็นอดีต แชมป์ WWE 3 สมัย (เป็นแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุดในขณะนั้น ด้วยอายุเพียง 25 ปี) และเป็นผู้ชนะในทัวร์นาเมนท์คิงออฟเดอะริง ปี ค.ศ. 2002 และยังเคยเป็นอดีตแชมป์ UFC รุ่นเฮฟวี่เวท[6]

เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ (2000 - 2004)[แก้]

บร็อก เลสเนอร์ ได้คว้าแชมป์โลกสมัยแรก โดยการเอาชนะ เดอะ ร็อค ในศึก ซัมเมอร์สแลม 2002[7] โดยได้สิทธิเป็นผู้ท้าชิงจากการชนะทัวร์นาเมนต์ คิงออฟเดอะริง ปี 2002[8] จนกลายเป็นนักมวยปล้ำที่อายุน้อยที่สุดที่ได้แชมป์โลก ด้วยอายุ 25 ปี ล้มสถิติของ เดอะ ร็อค ที่ทำไว้ที่ 26 ปีได้และก็ครองแชมป์ได้นานอยู่ 3 เดือน ก่อนที่จะถูก พอล เฮย์แมน ผู้จัดการส่วนตัวในขณะนั้นหักหลังและเสียแชมป์ให้กับ บิ๊กโชว์ ในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ 2002[9] บร็อก เลสเนอร์ กลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 19 และขึ้นปล้ำเป็นคู่ปิดรายการในวันนั้นในฐานะผู้ชนะ รอยัลรัมเบิล ประจำปี ค.ศ. 2003 และสามารถเอาชนะ เคิร์ต แองเกิล คว้าแชมป์สมัยที่ 2 ไปครอง และครองแชมป์อยู่ได้นานร่วม 4 เดือนด้วยกัน และเสียแชมป์ไปให้กับ เคิร์ต แองเกิล อีกครั้ง ในศึก เวนเจินส์ 2003 ซึ่งเป็นแมตช์สามเศร้า โดยมี บิ๊กโชว์ ร่วมปล้ำด้วย ก่อนที่ บร็อก เลสเนอร์ จะมาได้แชมป์สมัยสุดท้ายของเขาที่ครองแชมป์นานอยู่ 5 เดือน ในศึก สแมคดาวน์ ในการเจอกับ เคิร์ต แองเกิล ในแมตช์การปล้ำ ไอรอน แมน แมทช์ ที่ปล้ำกันยาวนานถึง 60 นาที ก่อนที่ บร็อก เลสเนอร์ จะชนะไปด้วยคะแนน 5 ต่อ 4[10] และเสียแชมป์ไปให้กับ เอ็ดดี เกอร์เรโร ในศึก โนเวย์เอาท์ 2004 แมตช์สุดท้ายของ บร็อก เลสเนอร์ ในวันที่ 14 มีนาคม 2004 ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 20 ในการเจอกับ บิลล์ โกลด์เบิร์ก[11] ซึ่ง บร็อก เลสเนอร์ เป็นฝ่ายแพ้ไปในวันนั้น[12] และก็แยกทางกับ WWE ในทางอ้อมสิ่งที่ WWE วางแผนเอาไว้คือจะให้ บร็อก เลสเนอร์ ชนะเพิ่มความยิ่งใหญ่เข้าไปอีก แต่ในเมื่อความจริงไม่เป็นเหมือนสิ่งที่วางแผนไว้เส้นทางของ บร็อก เลสเนอร์ ก็ยังต้องเดินทางต่อไปในสายอาชีพใหม่นั่นคืออเมริกันฟุตบอลที่ท้าทาย บร็อก เลสเนอร์ ในขณะนั้น

ในระยะเวลาที่ บร็อก เลสเนอร์ อยู่กับ WWE บร็อก เลสเนอร์ ได้เป็นคู่ปิดรายการถึง 9 ศึกใหญ่ด้วยกัน ซึ่งรวมถึง 5 ในศึกใหญ่ทั้งหมดของปี 2003 หลายๆ แมตช์ในนั้นรวมถึงการเจอกับ เดอะ ร็อค, ดิอันเดอร์เทเกอร์, เคิร์ต แองเกิล, และ เอ็ดดี เกอร์เรโร ด้วย นี่ยังไม่รวมถึงการที่เจ้าตัวใส่ท่า Bear Hug ใส่ ฮัลค์ โฮแกน จนสลบไปคาเวที เป็นสิ่งที่ อ็องเดรเดอะไจแอนต์ ไม่เคยทำได้ สิ่งต่างๆที่ผมกล่าวมาบอกได้เลยครับว่า บร็อก เลสเนอร์ แทบจะเป็นสตาร์ที่ WWE ดันเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของสมาคมเลยก็ว่าได้ WWE ให้ความเชื่อใจในตัว บร็อก เลสเนอร์ มากมายมหาศาล แต่แล้ว บร็อก เลสเนอร์ ก็สร้างความผิดหวังให้สมาคมด้วยการประกาศลาออกจาก สมาคมและหันไปเอาดีทางด้าน อเมริกันฟุตบอล แทน บร็อก เลสเนอร์ สร้างความบาดหมางและความไม่พอใจให้กับสมาคม บร็อก เลสเนอร์ ยังมีปัญหากับรุ่นพี่ในสมาคมทั้ง ดิอันเดอร์เทเกอร์ และขาใหญ่อย่าง สโตน โคลด์ สตีฟ ออสติน อีกด้วย เรียกได้ว่านิสัยหลังฉากนั้นไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ สำหรับนักมวยปล้ำคนนี้

แต่บทบาทของนักมวยปล้ำและความเป็นจริงในอเมริกันฟุตบอล ไม่เหมือนกันเมื่อ บร็อก เลสเนอร์ ประสบปัญหาความล้มเหลวกับ เดอะไวกิ้งส์ และได้แต่นั่งข้างสนามดูเพื่อนร่วมทีมทำผลงานกัน บร็อก เลสเนอร์ ประกาศยุติบทบาททางอเมริกันฟุตบอล และไปปล้ำให้กับสมาคมบางแห่งในญี่ปุ่น ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินทางเข้าสู่อีกบทบาทนึงของนักสู้ UFC เจ้าตัวกระชากเข็มขัดแชมป์โลกเฮฟวี่เวท UFC ในปลายปี 2008 จาก แรนดี คอร์เทอร์ และป้องกันแชมป์เอาไว้ได้กับ แฟรงก์ เมียร์ และ เชน คาร์วิน ก่อนที่จะถูกน็อคในปีต่อมาโดย เคน เวลาสเควซ และหลังจากนั้นเจ้าตัวก็ได้รับบาดเจ็บที่ซี่โครงโดย Alistair Overeem หลังจากนั้นไม่นาน บร็อก เลสเนอร์ ก็ยุติอาชีพนักสู้ MMA ลงหลังจากลงสนามได้เพียงแค่ 8 แมตช์เท่านั้น แต่จะบอกว่า บร็อก เลสเนอร์ ไม่ประสบความสำเร็จกับ UFC เลยนั้นก็ไม่ถูกเสมอไป เพราะเจ้าตัวถือว่าเป็นนักกีฬาที่ได้เงินมากที่สุดของ UFC ด้วยจำนวนเงินสูงถึง 5,300,000 เหรียญ และแต่ละแมตช์ที่ บร็อก เลสเนอร์ แข่งยังมีคนดูเกินล้านคนขึ้นไปทุกครั้งแต่ต้องบอกก่อนเลยว่าชื่อเสียงที่เจ้าตัวได้มานอกจากจะเป็นฝีมือของ บร็อก เลสเนอร์ แล้ว WWE ยังมีส่วนผลักดันทำให้ชื่อเสียงของ บร็อก เลสเนอร์ มาถึงระดับนี้ได้ ไม่ใช่คำถามที่ยากเลยหากจะตอบว่า นักมวยปล้ำระดับตำนานหลายคนเป็นผู้ผลักดัน บร็อก เลสเนอร์ ขึ้นมาทุกครั้งที่ บร็อก เลสเนอร์ แถลงข่าวหรือให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนจะจับจ้องไปที่ บร็อก เลสเนอร์ มากกว่าคนอื่นในวงการเดียวกัน นั่นเพราะหลายๆคนยังคงยึดติดกับภาพลักษณ์ WWE ของ บร็อก เลสเนอร์ คำถามที่ตามหลังจาก บร็อก เลสเนอร์ ยุติอาชีพ UFC ลงในสายตาของแฟนๆมวยปล้ำทั่วโลกก็คือ การที่จะได้เห็น บร็อก เลสเนอร์ กลับมาสู่สมาคมอีกครั้ง ดานา ไวท์ เจ้าของสมาคม UFC บอกว่าไม่แปลกใจเลยที่ บร็อก เลสเนอร์ จะประกาศยุติอาชีพเค้ารู้ดีมาตลอดอยู่แล้วว่านี่ไม่ใช่เส้นทางของเขาถึงแม้ ดานา ไวท์ จะสนิทกับ วินซ์ แม็กแมน ประธานของ WWE แต่การที่ บร็อก เลสเนอร์ จะกลับมาสู่ WWE นั้นก็ขึ้นอยู่กับเขาเท่านั้น

ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (2012 - ปัจจุบัน)[แก้]

บร็อก เลสเนอร์ กับ จอห์น ซีนา ในศึกรอว์ (2 เมษายน 2012)
บร็อก เลสเนอร์ พร้อมด้วย พอล เฮย์แมน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29

บร็อก เลสเนอร์ ได้กลับมาใน WWE อีกครั้ง ในศึกรอว์ (2 เมษายน 2012) โดยออกมาและขึ้นมาประจันหน้ากับ จอห์น ซีนา เพื่อขอจับมือ ที่ไหนได้ บร็อก เลสเนอร์ จับ จอห์น ซีนา ใส่ท่าไม้ตาย F-5 ไปในที่สุด[13] ในศึกรอว์ (9 เมษายน 2012) จอห์น ซีนา ออกมาขัดจังหวะ แล้วก็เดินมาตบหน้า บร็อก เลสเนอร์ เลยโดน บร็อก เลสเนอร์ คร่อมต่อยเป็นชุดจนเลือดกบปาก ร้อนถึงสตาร์ WWE คนอื่นๆ ต้องออกมาช่วยกันจับแยก และในคืนเดียวกัน จอห์น ซีนา ได้เจอกับ เดวิด โอทังก้า สุดท้าย จอห์น ซีนา ก็เป็นฝ่ายชนะ แต่ว่าหลังจากจบแมตช์ บร็อก เลสเนอร์ โผล่มาเตะผ่าหมาก จอห์น ซีนา แล้วต่อด้วยท่า F-5 ก่อนจะเดินจากไป ในศึกรอว์ (23 เมษายน 2012) จอห์น ซีนา และ บร็อก เลสเนอร์ จะต้องเซ็นสัญญาเพื่อที่จะเจอกันในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2012) ในช่วงต้นรายการ ทีโอดอร์ ลอง ประกาศแนะนำตัว จอห์น ซีนา ออกมาก่อนจากนั้นก็ประกาศเรียก บร็อก เลสเนอร์ คนที่ออกมากลายเป็น จอห์น โลรีนายติส บอกว่า บร็อก เลสเนอร์ ยังมาไม่ถึง และก็สั่งให้ จอห์น ซีนา กลับไปก่อน ในช่วงท้ายรายการ จอห์น โลรีนายติส ก็ได้ออกมาเตรียมการเซ็นสัญญาระหว่าง จอห์น ซีนา และ บร็อก เลสเนอร์ ในศึก เอกซ์ตรีมรูลส์ และ บร็อก เลสเนอร์ ออกมาก่อน แต่พอถึงคิว จอห์น ซีนา กลายเป็นว่ามีแต่เพลงแต่ไม่ออกมา บร็อก เลสเนอร์ นำเอาสัญญาฉบับใหม่ที่เขาต้องการแก้ไข และบอกว่าเขาไม่ใช่เด็กบ้านนอกเหมือนเมื่อ 8 ปีก่อนแล้ว ชั้นเป็นสตาร์ดังสมาคมนี้ต้องการตัวชั้นและชั้นต้องยิ่งใหญ่กว่าสมาคม ข้อแรก ชั้นต้องการเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของ วินซ์ แมคแมน ในการรับส่งชั้นจากบ้านไปที่สนาม ข้อ 2 ชั้นไม่ชอบถูกสัมภาษณ์ ชั้นเกลียดการพบปะผู้คน ข้อ 3 ชั้นจะมาร่วมรายการรอว์ เมื่อไหร่ก็ตามแต่ต้องการ ชั้นจะไม่เป็นเครื่องมือของแกเหมือนกับที่คนอื่นๆ เป็น ข้อ 4 นายปรับเงินคนอื่นไปทั่ว อย่างเช่น เชมัส แต่นั่นจะไม่เกิดขึ้นกับชั้น มีแต่แกจะต้องจ่ายเงินชั้นมากขึ้นจนกว่านายจะยอมรับข้อเสนอนี้ชั้นจะไม่เซ็นสัญญาปล้ำแมตช์ในวันอาทิตย์นี้ ชั้นไม่สนใจหรอกว่าคนดูจะคิดยังไง และดูที่บรรทัดสุดท้ายให้ดีๆ ถ้าชั้นกลายเป็นสัญลักษณ์ของรายการนี้เมื่อไหร่ จะต้องเปลี่ยนชื่อรายการเป็น มันเดย์ ไนท์ รอว์ นำแสดงโดย บร็อก เลสเนอร์ ด้วย จอห์น โลรีนายติส ตอบตกลง และจับมือกับ บร็อก เลสเนอร์ ก่อนที่จะเซ็นสัญญากัน จอห์น ซีนา ออกมาโดยใส่โซ่คล้องคอมาด้วยจากนั้นก็ถอดโซ่ออกมากำไว้ในมือแต่ บร็อก เลสเนอร์ ก็ไม่กลัว บร็อก เลสเนอร์ บอกให้ จอห์น ซีนา เซ็นสัญญา บร็อก เลสเนอร์ บอกว่าแกกำลังกลัวอยู่ใช่มั้ยล่ะฉันสัมผัสได้ถึงกระแสจิตที่ออกมาจากตัวแกว่าแกกำลังกลัว จอห์น ซีนา เซ็นเสร็จแล้วก็โยนใส่ บร็อก เลสเนอร์ เลยทำท่าเหมือนจะต่อยกัน บร็อก เลสเนอร์ แค่ล้มโต๊ะ จอห์น ซีนา ก็สะดุ้งและถอยเล็กน้อย บร็อก เลสเนอร์ หัวเราะเยาะ ก่อนจะเดินกลับไป ต่อมา ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ บร็อก เลสเนอร์ จะต้องเจอกับ จอห์น ซีนา ในแมตช์การปล้ำเอกซ์ตรีมรูลส์ สุดท้าย บร็อก เลสเนอร์ ก็เป็นฝ่ายแพ้ให้กับ จอห์น ซีนา ไปในที่สุด[14]

ในศึกรอว์ (30 เมษายน 2012) จอห์น โลรีนายติส ได้เชิญให้ บร็อก เลสเนอร์ ออกมา แต่ไม่ทันไร ทริปเปิล เอช ก็ตามออกมา ทริปเปิล เอช บอกชั้นออกมาเพื่อจะทำในสิ่งที่ จอห์น โลรีนายติส ไม่กล้าทำ บร็อก เลสเนอร์ นายจะไม่ได้รับสัญญาฉบับใหม่ที่เรียกร้องเกินกว่าเหตุเครื่องบินที่รับนายมาจากบ้านจะไม่ส่งนายกลับยกเว้นนายจะจ่ายเงินเช่นเดียวกับรถลิมูซีนที่พานายมาสนามด้วยและรายการนี้ก็จะชื่อ มันเดย์ ไนท์ รอว์ ตลอดไปไม่มีใครใหญ่ไปกว่า WWE ชั้นต้องการให้นายอยู่ที่นี่คนดูก็ต้องการจะดูนายเจอกับ จอห์น ซีนา, ซีเอ็ม พังก์, แรนดี ออร์ตัน หรือ เชมัส แต่นายจะต้องอยู่ภายใต้สัญญาฉบับแรกที่เราตกลงกันเท่านั้นสัญญาใหม่ที่นายขอแก้ไขนั้นชั้นจะไม่เซ็นให้หรอกนะ ทริปเปิล เอช ฉีกสัญญาใหม่ของ บร็อก เลสเนอร์ ทิ้งแล้วพูดต่อว่าถ้านายไม่พอใจล่ะก็จะยกเลิกสัญญาก็ได้แล้วก็จากไปพร้อมกับความพ่ายแพ้ที่มีต่อ จอห์น ซีนา ซึ่งนายคงจะไม่อยากให้เป็นแบบนั้นใช่มั้ย จอห์น โลรีนายติส พยายามพูดช่วย บร็อก เลสเนอร์ แต่ ทริปเปิล เอช สั่งให้ จอห์น โลรีนายติส หุบปากซะแต่ จอห์น โลรีนายติส ไม่หยุดพูด ทริปเปิล เอช เลยหันไปเอาเรื่อง จอห์น โลรีนายติส เลยเปิดโอกาสให้ บร็อก เลสเนอร์ อัด ทริปเปิล เอช จากด้านหลังจากนั้นก็ลากไปอัดที่มุมเวที ทริปเปิล เอช พยายามต่อยสู้แต่โดน บร็อก เลสเนอร์ จับใส่ท่าคิมุระล็อกจนร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดเพราะแขนหักร้อนถึงนักมวยปล้ำฝ่ายธรรมะต้องรีบออกมาช่วย ทำให้ บร็อก เลสเนอร์ รีบหนีลงเวทีไป[15] ในศึกรอว์ (7 พฤษภาคม 2012) พอล เฮย์แมน ออกมา บอกว่าเขามาเพื่อเป็นตัวแทนของ บร็อก เลสเนอร์ ชายผู้ซึ่งชอบการทำลายล้างที่สุดในประวัติศาสตร์ WWE แต่เขากลับถูกแฟนๆ โห่อย่างหนักมาตลอดตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อนจากความช่วยเหลือของ จอห์น โลรีนายติส ก็ได้เซ็นสัญญาที่เป็นธรรมกับ บร็อก เลสเนอร์ แต่เขากลับถูกหักหลังซึ่งเขาไม่สมควรจะได้รับการปฏิบัติเช่นนั้นเขาเป็น แชมป์ NCWA, แชมป์ WWE และแชมป์ UFC บร็อก เลสเนอร์ ได้มอบหมายให้ เฮย์แมน มาเพื่ออ่านคำแถลงของ บร็อก เลสเนอร์ ผมกลับมาเพื่อนำความจริงจังกลับมาสู่ WWE ชั้นไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำกับ จอห์น ซีนา เพราะชั้นเกลียดมันและอีกคนหนึ่งที่ถูกชั้นทำให้อับอายก็คือ ทริปเปิล เอช มันอิจฉาชั้นมันทนอยู่ในกรงเหล็กกับอันเดอร์เทเกอร์ ได้หนึ่งชั่วโมงแต่มันสู้กับชั้นได้ไม่ถึง 1 นาทีด้วยซ้ำมันฉีกสัญญาชั้นทิ้งชั้นจึงหักแขนของมันและชั้นก็ไม่สนใจว่า WWE จะฟ้องร้องหรืออะไร เพราะชั้นลาออกแล้ว[16]

ในศึก โนเวย์เอาท์ (2012) ทริปเปิล เอช ออกมาพูดถึง บร็อก เลสเนอร์ ว่าจะเสียเวลายื่นฟ้อง WWE ไปทำไมมาสู้กันเลยดีกว่า ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2012)[17] ในศึก รอว์ ตอนที่ 1,000 (23 กรกฎาคม 2012) ทริปเปิล เอช ออกมาเพื่อมาเจรจากับ บร็อก เลสเนอร์ แต่เป็น พอล เฮย์แมน ออกมาเพื่อบอกปฏิเสธแมตช์ในศึก ซัมเมอร์สแลม สเตฟานี แม็กแมเฮิน ออกมาเยาะเย้ยถากถางเฮย์แมน ทำให้เฮย์แมนโมโห บอกจะให้ บร็อก เลสเนอร์ มาทำลาย ทริปเปิล เอช ให้สิ้นซาก ในศึก ซัมเมอร์สแลม สเตฟานีคร่อมต่อยเฮย์แมนไม่ยั้งแล้ว บร็อก เลสเนอร์ ก็ออกมาเล่นงานอัด ทริปเปิล เอช แต่ ทริปเปิล เอช ต่อยสู้ แล้วก็อัด บร็อก เลสเนอร์ ตกเวทีไป[18] ในศึกรอว์ (13 สิงหาคม 2012) บร็อก เลสเนอร์ กับ พอล เฮย์แมน ออกมาที่เวทีเพื่อมาเซ็นสัญญาปล้ำกับ ทริปเปิล เอช ในศึก ซัมเมอร์สแลม ชอว์น ไมเคิลส์ กับ ทริปเปิล เอช ก็ออกมาเซ็นสัญญา แล้ว เลสเนอร์กับเฮย์แมน ก็กลับไปหลังจากที่เซ็นกันเสร็จเรียบร้อย ชอว์น ไมเคิลส์ จะขับรถกลับบ้าน แต่โดนเฮย์แมนขับรถมาขวางเอาไว้ แล้ว บร็อก เลสเนอร์ ก็มาลาก ชอว์น ไมเคิลส์ ลงจากรถแล้วก็อัดซะเละ บร็อก เลสเนอร์ แบก ชอว์น ไมเคิลส์ กลับมาที่เวที แล้วก็จัดการด้วย F-5 ต่อด้วย คิมุระล็อก ทริปเปิล เอช วิ่งออกมาช่วย แต่เฮย์แมนสั่งห้าม ทริปเปิล เอช เข้ามาใกล้ ไม่อย่างนั้น บร็อก เลสเนอร์ จะหักแขน ชอว์น ไมเคิลส์ ซะ ทริปเปิล เอช ไม่กล้าเข้าไปใกล้ แต่ บร็อก เลสเนอร์ ก็หักแขน ชอว์น ไมเคิลส์ อยู่ดี ทริปเปิล เอช รีบวิ่งเข้าไปช่วย แต่ เลสเนอร์กับเฮย์แมนก็วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว[19] ในศึก ซัมเมอร์สแลม บร็อก เลสเนอร์ ก็เป็นฝ่ายชนะ[20]

ในศึกรอว์ คืนวันที่ 18 มีนาคม ค.ศ. 2013 ทริปเปิล เอช ก็ได้ออกมาเซ็นสัญญาในการเจอกับ บร็อก เลสเนอร์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 แถมยังอัดเล่นงาน พอล เฮย์แมน จนหมดสภาพและร้องโอดโอยเรียกให้ บร็อก เลสเนอร์ ออกมาช่วยอีกด้วย ภายหลังจากการเซ็นสัญญา บร็อก เลสเนอร์ ก็ออกมาพร้อมกับเก้าอี้ทำท่าโมโห ก่อนจะเดินมายังเวทีทำท่าเหมือนจะขึ้นไปฟัดกับ ทว่า ทริปเปิล เอช คว้าค้อนปอนด์มาได้เหมือนกัน บร็อก เลสเนอร์ ไม่ขึ้นไป ก่อนจะโยนเก้าอี้ไปใส่ ทริปเปิล เอช บนเวที ทริปเปิล เอช ปัดเก้าอี้ทิ้ง กวักมือเรียก บร็อก เลสเนอร์ ให้ขึ้นมา และเฮย์แมนก็ประกาศกติการรวมทั้งเงื่อนไขพิเศษของแมทช์การปล้ำระหว่าง ทริปเปิล เอช ปะทะ บร็อก เลสเนอร์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 ออกมาอย่างเป็นทางการว่าจะปล้ำกันในรูปแบบไม่มีกฏกติกา และมีอาชีพการเป็นนักมวยปล้ำของ ทริปเปิล เอช เป็นเดิมพันด้วย ถ้า ทริปเปิล เอช แพ้จะต้องเลิกปล้ำ[21] สุดท้าย บร็อก เลสเนอร์ ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป[22] ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2013) บร็อก เลสเนอร์ ได้เจอกับ ทริปเปิล เอช อีกครั้ง ในแมตช์การปล้ำในกรงเหล็ก สุดท้าย บร็อก เลสเนอร์ ก็เอาชนะมาได้สำเร็จ[23]

ในศึกรอว์ (17 มิถุนายน 2013) บร็อก เลสเนอร์ ได้มาเล่นงาน ซีเอ็ม พังก์ โดยการจับใส่ F-5

เกี่ยวกับมวยปล้ำ[แก้]

บร็อก เลสเนอร์ เล่นงาน จอห์น ซีนา ด้วยท่า F-5
  • ท่าไม้ตาย
    • Brock Lock (Over the shoulder single leg Boston crab - WWE or a side bearhug - OVW)
    • F-5 (WWE) / Verdict (NJPW) (Spin-out fireman's carry facebuster)
    • Shooting star press - OVW
    • Kimura lock (WWE) - 2012[24]
  • ท่าเอกลักษณ์
    • Backbreaker
    • Double or a triple powerbomb
    • Kimura lock[25]
    • Knee lift to the opponent's midsection
    • Multiple suplex variations
      • Overhead belly to belly
      • Super
    • Multiple turnbuckle thrusts
  • ฉายาและชื่ออื่นๆ
    • "The Next Big Thing"
    • "War Machine"
    • "The Beast"
    • "The Freak"
    • "The Anomaly"
  • เพลงเปิดตัว
    • World Wrestling Federation / Entertainment
      • "Unknown Title" โดย (8 เมษายน 2002 - 3 มิถุนายน 2002)
      • "Next Big Thing" โดย Jim Johnston (10 มิถุนายน 2002 – 14 มีนาคม 2004;2 เมษายน 2012 - ปัจจุบัน)
    • Ultimate Fighting Championship
      • "Shout at the Devil" โดย Mötley Crüe
      • "Enter Sandman" โดย Metallica

ผลงานทั้งหมด[แก้]

มวยปล้ำวิทยาลัย[แก้]

  • Big Ten Conference
    • Big Ten Conference Champion (1999, 2000)
    • Ranked the #1 Heavyweight in the Big Ten Conference (2000)
  • National Collegiate Athletic Association
    • NCAA Division I Runner-up (1999)
    • NCAA Division I Champion (2000)
  • North Dakota State University's annual Bison tournament
    • Heavyweight Champion (1997 – 1999)[26]
  • National Junior College Athletic Association
    • NJCAA All-American (1997, 1998)
    • Junior College National Champion (1998)

ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน[แก้]

  • Ultimate Fighting Championship
    • UFC Heavyweight Championship (1 สมัย)
    • Submission of the Night (1 สมัย)
  • Wrestling Observer Newsletter awards
    • Best Box Office Draw (2008 - 2010)
    • MMA Most Valuable Fighter (2008 - 2010)[27]
  • Sherdog Awards
    • Beatdown of the Year (2009)[28]
  • Fighter's Only World MMA Awards
    • Breakthrough fighter of the year (2009)[29]

มวยปล้ำอาชีพ[แก้]

บร็อก เลสเนอร์ กับ แชมป์ WWE
  • New Japan Pro Wrestling
    • IWGP Heavyweight Championship (1 สมัย)
  • Inoki Genome Federation
    • IWGP Heavyweight Championship (1 สมัย)
  • Pro Wrestling Illustrated
    • PWI Feud of the Year (2003) ปะทะ เคิร์ต แองเกิล[31]
    • PWI Match of the Year (2003) ปะทะ เคิร์ต แองเกิล – ใน ไอรอน แมน แมทช์ 60 นาที ในศึก สแมคดาวน์ 16 กันยายน[32]
    • PWI Most Improved Wrestler of the Year (2002)[33]
    • PWI Wrestler of the Year (2002)[34]
    • PWI จัดในอันดับที่ 1 ของท็อป 500 อันดับ ซิงเกิลนักมวยปล้ำแห่งปีใน PWI 500 ในปี 2003[35]
  • World Wrestling Entertainment
    • WWE Championship (3 สมัย)[36]
    • King of the Ring (2002)
    • Royal Rumble (2003)
  • Wrestling Observer Newsletter awards
    • Best Brawler (2003)[37]
    • Best Wrestling Maneuver (2002) F-5
    • Feud of the Year (2003) ปะทะ เคิร์ต แองเกิล[38]
    • Most Improved Wrestler (2002, 2003)[39]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Biography for Brock Lesnar". IMDB.com. สืบค้นเมื่อ March 23, 2009. 
  2. "UFC signs former WWE star Brock Lesnar". 411mania.com. สืบค้นเมื่อ October 20, 2007. 
  3. "WWE News: Paul Heyman Will Keep Brock Lesnar Relevant While He's off Television". Bleacher Report. 2012-05-08. สืบค้นเมื่อ 2012-06-09. 
  4. "WWE King Of The Ring Results 6–23–02". Lords of Pain. สืบค้นเมื่อ May 9, 2008. 
  5. "Brock Lesnar (spot No. 29) wins the Royal Rumble Match". WWE. Archived from the original on March 19, 2008. สืบค้นเมื่อ March 22, 2008. 
  6. "Former UFC Heavyweight Champion Brock Lesnar Undergoes Surgery; Hopeful for Early 2012 Return". MMAWeekly.com. May 28, 2011. 
  7. Michael McAvennie (2003). "WWE The Yearbook: 2003 Edition". Pocket Books. p. 200. 
  8. Michael McAvennie (2003). "WWE The Yearbook: 2003 Edition". Pocket Books. pp. 198–199. 
  9. PWI Staff (2007). "Pro Wrestling Illustrated presents: 2007 Wrestling almanac & book of facts". "Wrestling's historical cards" (Kappa Publishing). pp. 112–113. 
  10. "WWE: Inside WWE > title History > WWE championship > 20030918 – Brock Lesnar". WWE. สืบค้นเมื่อ April 21, 2008. 
  11. PWI Staff (2007). "Pro Wrestling Illustrated presents: 2007 Wrestling almanac & book of facts". "Wrestling's historical cards" (Kappa Publishing). p. 115. 
  12. Powell, John (March 15, 2004). "WrestleMania XX bombs". Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ March 7, 2012. 
  13. Mitch Passero (2.4.2012). "Brock is back". WWE. สืบค้นเมื่อ 18 March 2012. 
  14. Tom Herrera (16.4.2012). "Brock Lesnar vs. John Cena - Extreme Rules Match". WWE. สืบค้นเมื่อ 16 April 2012. 
  15. Tom Herrera (30.4.2012). "Raw SuperShow results: Brock Lesnar, General Manager John Laurinaitis fly off the handle". WWE. สืบค้นเมื่อ 30 April 2012. 
  16. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 5/14: Ongoing "virtual-time" coverage of live Raw - Cena & Triple H return, final PPV hype". 
  17. Caldwell, James (2012-06-17). "CALDWELL'S WWE NO WAY OUT PPV REPORT 6/17". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 2012-06-17. 
  18. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 7/23: Complete "virtual-time" coverage of live Raw #999 - WWE recognizes 1,000 episodes, WWE Title match, Lesnar, Rock, DX, wedding". 
  19. Brock Lesnar breaks Shawn Michaels' arm a week before SummerSlam
  20. [1]
  21. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 3/18: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - Hunter signs WM29 contract, IC Title match, more WM29 developments". 
  22. Myers, Thomas. "Wrestlemania 29 results: Brock Lesnar pinned by Triple H after steel step Pedigree". MMAMANIA. สืบค้นเมื่อ 8 April 2013. 
  23. "WWE Extreme Rules results and reactions from last night (May 19): Believe in Gold". 
  24. Martin, Adam (29 April 2012). "Extreme Rules PPV Results - 4/29/12". Wrestleview. สืบค้นเมื่อ 30 April 2012. 
  25. Martin, Adam (29 April 2012). "Extreme Rules PPV Results - 4/29/12". Wrestleview. สืบค้นเมื่อ 30 April 2012. 
  26. "Bison Open Champions – H eavyweight". Bison Wrestling. November 15, 2007. สืบค้นเมื่อ March 22, 2008. 
  27. Meltzer, Dave (January 26, 2011). "Biggest issue of the year: The 2011 Wrestling Observer Newsletter Awards Issue". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, CA): 1–40. ISSN 10839593. 
  28. "Beatdown of the Year – Sherdog’s 2009 Misc. Awards". Sherdog.com. January 11, 2010. สืบค้นเมื่อ October 31, 2011. 
  29. [2]
  30. Westcott, Brian; Dupree. "NWA Ohio Valley Wrestling Southern Tag Team Title History". Solie's Title Histories. สืบค้นเมื่อ March 22, 2008. 
  31. "PWI Feud of the Year" (ใน German). Cagematch.de. สืบค้นเมื่อ March 22, 2008. 
  32. "PWI Match of the Year" (ใน German). Cagematch.de. สืบค้นเมื่อ March 22, 2008. 
  33. "PWI Most Improved Wrestler of the Year" (ใน German). Cagematch.de. สืบค้นเมื่อ March 22, 2008. 
  34. "PWI Wrestler of the Year" (ใน German). Cagematch.de. สืบค้นเมื่อ March 22, 2008. 
  35. "Pro Wrestling Illustrated Top 500 – 2003". Wrestling Information Archive. Archived from the original on April 15, 2008. สืบค้นเมื่อ May 4, 2008. 
  36. "History Of The WWE Championship". WWE. สืบค้นเมื่อ March 22, 2008. 
  37. "Observer: Bruiser Brody Memorial Award (Best Brawler)" (ใน German). Cagematch.de. สืบค้นเมื่อ March 22, 2008. 
  38. "Observer: Best Feud Of The Year" (ใน German). Cagematch.de. สืบค้นเมื่อ March 22, 2008. 
  39. "Observer: Most Improved Wrestler" (ใน German). Cagematch.de. สืบค้นเมื่อ March 22, 2008. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]