เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28
WrestleMania XXVIII
โปสเตอร์หรือสัญลักษณ์ของ เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28.
โปสเตอร์ศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 โดยมี จอห์น ซีนา และ เดอะ ร็อค เป็นนายแบบ
คำโปรย "Once in a Lifetime"
(ครั้งหนึ่งในชีวิต)
เพลงประจำ "Invincible" Feat Ester Dean โดย Machine Gun Kelly[1]
"Wild Ones" โดย Flo Rida featuring Sia[2]
"Good Feeling" โดย Flo Rida[3]
"Girl Gone Wild" โดย Madonna[4]
"The Memory Remains" โดย Metallica[5]
ข้อมูล
สมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี
ค่าย รอว์ และ สแมคดาวน์
วันที่ สหรัฐอเมริกา1 เมษายน 2012
ไทย ทรูวิชั่นส์ 15 เมษายน 2012
ผู้ชม 78,363 คน
สถานที่ ซันไลฟ์ สเตเดียม
เมือง ไมแอมี ฟลอริดา
ลำดับเหตุการณ์เพย์-เพอร์-วิว
อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2012) เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2012)
ลำดับเหตุการณ์เรสเซิลเมเนีย
เรสเซิลเมเนีย XXVII เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 เรสเซิลเมเนีย XXIX

เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 เป็นการแสดงมวยปล้ำอาชีพแบบ เพย์-เพอร์-วิว (PPV) จัดโดย ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (WWE), โดยจัดเมื่อวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 2012 ที่เมือง ไมแอมี รัฐฟลอริดา สนาม ซันไลฟ์ สเตเดียม[6][7][8] เป็นศึกที่รวมการแสดงนักมวยปล้ำแต่ละค่ายของ WWE เอาไว้ทั้งหมด โดยเรสเซิลเมเนียครั้งนี้ยังถือว่าเป็นเรสเซิลเมเนียที่ทำรายได้มากที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดเรสเซิลเมียมา

เบื้องหลัง[แก้]

บรรยายกาศในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 ที่มีจำนวนผู้เข้าชมถึง 78,363 คนในสนาม ซันไลฟ์ สเตเดียม
เดอะ ร็อค และ จอห์น ซีนา ได้จับมือกันและพร้อมเจอกัน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28
เดอะ ร็อค และ จอห์น ซีนา ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28
ทริปเปิล เอช กับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28

เรื่องราวของ เดอะ ร็อค และ จอห์น ซีนา ในศึกรอว์ (4 เมษายน 2011) หลังจบ เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 จากการที่ เดอะ ร็อค ได้มาลอบทำร้าย จอห์น ซีนา ในการชิงแชมป์ WWE กับ เดอะ มิซ จนทำให้ จอห์น ซีนา เป็นฝ่ายแพ้ จอห์น ซีนา เลยเรียก เดอะ ร็อค ออกมาที่เวที และท้า เดอะ ร็อค ว่าจะเจอกัน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 โดย เดอะ ร็อค ก็รับข้อเสนอของซีนาโดยที่ ขวัญใจ 2 ยุคมาเจอกัน โดยทั้งคู่ก็จับมือรับข้อเสนอไปด้วยดี[9]

ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2011) เดอะ ร็อค ได้กลับมาปล้ำใน WWE อีกครั้ง ในรอบ 7 ปี โดยคู่กับ จอห์น ซีนา เจอกับ เดอะ มิซ และ อาร์-ทรูธ สุดท้าย เดอะ ร็อค และ จอห์น ซีนา ก็เอาชนะไปได้สำเร็จ แต่ว่าหลังจากจบแมตช์ เดอะ ร็อค ได้เล่นงาน จอห์น ซีนา ด้วยท่า Rock Bottom เป็นการปิดท้ายรายการอีกด้วย[10]

ในศึกรอว์ (20 กุมภาพันธ์ 2012) จอห์น ซีนา ออกมา และพูดถึง เดอะ ร็อค ว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ในวันนี้ แต่สัปดาห์หน้าเขาจะมา เพื่อมาคุยกับชั้น เมื่อก่อนชั้นก็เคยชอบเค้านะ แต่ตอนนี้น่ะเอียนแล้ว ก็ยินดีกับมันด้วยละกันกับการที่แสดงหนังอันดับหนึ่งของบ๊อกซ์ออฟฟิซ สัปดาห์หน้ามันก็คงมารอว์ ทำท่ายักคิ้วให้คนดูดีใจ จากนั้นก็กลับไปฮอลลีวู้ดเหมือนเดิม สิ่งที่ชั้นภาคภูมิใจก็คือ ชั้นอยู่กับ WWE มาตลอด 7 ปีที่ผ่านมา และไม่เคยจากไปไหน แล้วที่ เดอะ ร็อค มันกลับมาคราวก่อนน่ะนะ มันก็แค่มาโปรโมต Fast Five กับ ทวิตเตอร์ ของมันเท่านั้น ชั้นคนนี้คือคนที่อยู่กับ WWE ตลอด ชั้นขึ้นปล้ำในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 อย่างภาคภูมิใจในฐานะนักมวยปล้ำ พาดหัวข่าวหลังจากคืนนั้นจะต้องเป็น จอห์น ซีนา เอาชนะ เดอะ ร็อค ในบ้านเกิดของเขา ไมอามี ฟลอริดา เอาไว้เจอกันในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 ก็แล้วกัน

ในศึกรอว์ (27 กุมภาพันธ์ 2012) เดอะ ร็อค ออกมาทักทายแฟนๆ ในสนาม และพูดถึง จอห์น ซีนา ว่า ชั้นไม่คิดว่านายเป็นคนเลวหรอกนะ แต่นายแค่เป็นคนกระจอกๆ เท่านั้นเอง จอห์น ซีนา สัปดาห์ก่อนนายพูดจาพาดพิงถึงชั้น นายบอกว่านายจะต่อสู้ในฐานะตัวแทนนักมวยปล้ำทุกคน แต่ชั้นจะสู้เพื่อแฟนๆ ทุกคน แฟนๆ ที่เบื่อหน่ายแกที่ทำอะไรซ้ำๆ ซากๆ ทุกค่ำคืน จอห์น ซีนา ออกมาตอบโต้ และบอกว่าเขาไม่ชอบ ดเวย์น จอห์นสัน จะจัดการกับมันในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 ก่อนจะเดินจากไป เดอะ ร็อค ก็บอกว่าถึงแกจะปากเสียแล้วรีบเดินหนีไป แต่ว่าความจริงแล้ว เดอะ ร็อค กับ ดเวย์น จอห์นสัน มันก็คนเดียวกัน และมันก็ไม่สำคัญหรอก เพราะว่าในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 ชั้นจะเตะก้นแก If You Smell What the Rock is Cooking?

ในศึกรอว์ (12 มีนาคม 2012) จอห์น ซีนา ออกมาในมาดของ Dr.Thugonomic ใส่หมวกกลับหัว, โซ่ห้อยคอ, เสื้อบาสเก็ตบอล และใช้เพลงเปิดตัวแบบเก่าของตัวเองด้วย จอห์น ซีนา เริ่มพูดด้วยสำเนียงเด็กแร็ปด่า เดอะ ร็อค ว่าเป็นพวกทรยศเหมือนกับ ลีบอร์น เจมส์ (นักบาสเก็ตบอลที่ย้ายหนีไปจากคลีฟแลนด์) สัปดาห์ก่อน เดอะ ร็อค หรือไอ้ ดเวย์น จอห์นสัน มันโกรธว่ะ มันบอกให้ชั้นหุบปาก แต่หลังจากวันที่ 1 เมษายน มันจะต้องไปศัลยกรรมใบหน้าเหมือนกับที่มันเคยทำศัลยกรรมนมมาแล้ว Team Bring It เหรอ พวกมันไม่น่ากลัวหรอก เพราะ เดอะ ร็อค มันเป็น Tooth Fairy ชั้นจะกระทืบก้นแกในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 และเอาถั่วยัดใส่หน้าแก ในคืนเดียวกัน เดอะ ร็อค ออกมาพร้อมกับกีตาร์โปร่งเพื่อจัด Rock Concert ทักทายแฟนๆ ชาวคลีฟแลนด์แล้ว เดอะ ร็อค ก็เริ่มเล่นกีตาร์และร้องเพลงที่แต่งเอง เป็นเพลงด่า จอห์น ซีนา หลังร้องเสร็จแล้ว เดอะ ร็อค ก็ประกาศจะกระทืบ จอห์น ซีนา ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 ต่อด้วยเปิดเพลง We Will Rock You ฉบับดัดแปลงด่า จอห์น ซีนา มาร้องกับแฟนๆ ในสนามเป็นการปิดรายการ

เรื่องราวของ ดิอันเดอร์เทเกอร์ และ ทริปเปิล เอช ในศึกรอว์ (30 มกราคม 2012) ดิอันเดอร์เทเกอร์ ได้หายกลับมาจากอาการบาดเจ็บ โดยเผชิญหน้ากับ ทริปเปิล เอช ก่อนจะมองโลโก้เรสเซิลเมเนีย และทำท่าเชือดคอแล้ว ทริปเปิล เอช ก็เดินจากไป ต่อมา อันเดอร์เทเกอร์ ได้ขอท้าเจอกับ ทริปเปิล เอช อีกครั้ง ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 ซึ่งเป็นการเจอกันครั้งที่ 3 ของศึก เรสเซิลเมเนีย (อันเดอร์เทเกอร์ สามารถเอาชนะ ทริปเปิล เอช ไปได้ถึง 2 ครั้ง ในครั้งที่ 17 และ ครั้งที่ 27) ในรูปแบบการปล้ำในกรงเหล็กเฮลล์อินเอเซลล์ แมตช์ โดยมีสถิตไร้พ่าย 19-0 ของ อันเดอร์เทเกอร์ เป็นเดิมพัน

ชอว์น ไมเคิลส์ ได้มาปรากฏตัว ในศึกรอว์ 13 กุมภาพันธ์ 2012 ได้ออกมาบอกให้ ทริปเปิล เอช ออกมารับคำท้าของ ดิอันเดอร์เทเกอร์ ที่จะเจอกัน ในศึก เรสเซิลเมเนีย หลังจากนั้น ทริปเปิล เอช ออกมาและคุยกับ ชอว์น ไมเคิลส์ และ ชอว์น ไมเคิลส์ ต้องการให้ ทริปเปิล เอช ทำลายสถิติของ ดิอันเดอร์เทเกอร์ (19-0) ทั้งคู่จ้องตากันสักพักแล้ว ทริปเปิล เอช ก็บอกว่าไม่ ชอว์น ไมเคิลส์ ทิ้งไมค์ลงทันทีแล้วเดินจากไป ในศึกรอว์ 20 กุมภาพันธ์ 2012 ทริปเปิล เอช ก็ยอมรับคำท้าของ ดิอันเดอร์เทเกอร์ เนื่องจาก ดิอันเดอร์เทเกอร์ บอกว่า ชอว์น ไมเคิลส์ เหนือกว่าตน ทริปเปิล เอช เลยยอมรับคำท้าและเพื่อที่จะทำในสิ่งที่ ชอว์น ไมเคิลส์ ทำไม่สำเร็จ โดยการทำลายสถิติของ ดิอันเดอร์เทเกอร์ ในศึกรอว์ (5 มีนาคม 2012) ชอว์น ไมเคิลส์ ก็ออกมาปรากฏตัวและกล่าวขอโทษ ทริปเปิล เอช ที่พูดรุนแรงไปเมื่อคราวก่อนและ ชอว์น ไมเคิลส์ ได้ประกาศว่าจะเป็นกรรมการให้ในแมตช์ของ ทริปเปิล เอช เจอกับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย

เรื่องราวของการชิงแชมป์ ของ แดเนียล ไบรอัน และ เชมัส เพื่อชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ในศึก มันนีอินเดอะแบงก์ (2011) แดเนียล ไบรอัน ได้เอาชนะในแมตช์การปล้ำไต่บันไดชิงกระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ ฝั่งสแมคดาวน์ โดยมี เวด บาร์เร็ตต์, เชมัส, โคดี โรดส์, เคน, ฮีท สเลเตอร์, จัสติน เกเบรียล และ ซิน คารา เป็นผู้ร่วมเข้าแข่งขันทั้งหมด ต่อมา ในศึก สแมคดาวน์ (22 กรกฎาคม 2011) แดเนียล ไบรอัน ได้ประกาศว่าจะใช้กระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28[11] แต่ ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2011) แดเนียล ไบรอัน ก็ได้ใช้กระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ จนสามารถคว้า แชมป์โลกเฮฟวี่เวท มาจาก บิ๊กโชว์[12]

ในศึก รอยัลรัมเบิล (2012) เชมัส ได้เข้าร่วมในแมตช์การปล้ำ รอยัลรัมเบิล โดยออกมาเป็นลำดับที่ 22 สุดท้าย เชมัส ก็ได้เป็นผู้ชนะในรอยัลรัมเบิล ประจำปี 2012 และได้เป็นคู่เอกชิงแชมป์โลก ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28[13] ต่อมา ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2012) เชมัส ได้ออกมาลอบทำร้าย แดเนียล ไบรอัน และได้เลือก แดเนียล ไบรอัน ที่จะชิงเข็มขัดแชมป์โลกเฮฟวี่เวท เพื่อที่จะเจอกันในศึก เรสเซิลเมเนีย

เรื่องราวของการชิงแชมป์ ของ ซีเอ็ม พังก์ และ คริส เจอริโค เพื่อชิงแชมป์ WWE ในศึกรอว์ (30 มกราคม 2012) คริส เจอริโค ได้มาก่อกวนการปล้ำของ ซีเอ็ม พังก์ และ แดเนียล ไบรอัน ทำให้ ซีเอ็ม พังก์ ถูกปรับแพ้ฟาล์ว หลังแมตช์ คริส เจอริโค ขึ้นมาใส่ท่า Codebreaker เล่นงาน ซีเอ็ม พังก์ ก่อนจะเดินจากไป ในศึกรอว์ (6 กุมภาพันธ์ 2012) คริส เจอริโค จะต้องปล้ำในแมตช์การปล้ำซิกแพ็คชาเลนซ์ หรือแมตช์การปล้ำ 6 คน โดยเจอกับ ซีเอ็ม พังก์ (เจ้าของแชมป์ WWE), ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์, เดอะ มิซ, อาร์-ทรูธ และ โคฟี คิงส์ตัน สุดท้าย คริส เจอริโค ก็เป็นฝ่ายเอาชนะนักมวยปล้ำทั้ง 5 คน มาได้สำเร็จ

ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2012) คริส เจอริโค จะต้องเจอกับ ซีเอ็ม พังก์, เดอะ มิซ, อาร์-ทรูธ, ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ และ โคฟี คิงส์ตัน ในแมตช์การปล้ำอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ เพื่อชิงแชมป์ WWE สุดท้าย คริส เจอริโค ต้องออกจากการแข่งขันจากการถูก ซีเอ็ม พังก์ เตะออกนอกกรงและหัวไปกระแทกกับกล้องนอกสนาม จนกรรมการส่งสัญญาณตัว X ให้ คริส เจอริโค ออกจากแมตช์ทันที ในศึกรอว์ (20 กุมภาพันธ์ 2012) คริส เจอริโค ได้เป็นผู้ชนะในแมตช์การปล้ำ แบทเทิลรอยัล ทำให้ คริส เจอริโค ได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE กับ ซีเอ็ม พังก์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 โดย ซีเอ็ม พังก์ ขึ้นมาแสดงความยินดีด้วยการจับมือ แต่ คริส เจอริโค ไม่จับมือแล้วเดินออกไป

ในศึกรอว์ (27 กุมภาพันธ์ 2012) ซีเอ็ม พังก์ ได้เจอกับ แดเนียล ไบรอัน ผลปรากฏว่า ซีเอ็ม พังก์ กำลังจะกดนับ 3 แต่ จอห์น โลรีนายติส สั่งให้กรรมการสั่นระฆังยุติการปล้ำ ทำให้ ทีโอดอร์ ลอง ไม่พอใจเลยผลักใส่ จอห์น โลรีนายติส ล้มลงไป และ ซีเอ็ม พังก์ ก็เดินกลับแต่ คริส เจอริโค ออกมาลอบทำร้ายโดยใส่สแลมกับพื้นโลหะ และ ใส่ท่า Wall of Jericho และท้า ซีเอ็ม พังก์ ว่าใครคือ "สุดยอดที่สุดในโลก" จากนั้น คริส เจอริโค ก็ได้พูดด่าถึงครอบครัวของ ซีเอ็ม พังก์ โดยด่าว่า พ่อติดเหล้า, น้องสาวติดยา, แม่แต่งงานหลังวันเกิดของ ซีเอ็ม พังก์ ทำให้ ซีเอ็ม พังก์ โกรธมากและบอกว่าจะอัด คริส เจอริโค ให้เละ ในศึก เรสเซิลเมเนีย

เรื่องราวของ ทีม จอห์น โลรีนายติส และ ทีม ทีโอดอร์ ลอง จอห์น โลรีนายติส และ เดวิด โอทังก้า ออกมาประกาศเรื่องสำคัญว่าเขาต้องการจะเป็นผู้จัดการควบทั้ง รอว์ และ สแมคดาวน์ โดย อัลเบร์โต เดล รีโอ ออกมาและสนับสนุน จอห์น โลรีนายติส และ มาร์ก เฮนรี ออกมาสนับสนุนอีกคน และบอกว่า ทีโอดอร์ ลอง เป็นอันธพาล สองสัปดาห์ก่อนเขาทำร้ายฉันและยังสั่งแบนอีกด้วย มาร์ก เฮนรี บอกกับ จอห์น โลรีนายติส ว่าเราไม่เคยเจอกัน แต่นายไม่ใช่คนที่ชอบรังแกคนอื่น ดังนั้นฉันคิดว่านายควรจะได้เป็นผู้จัดการทั้ง รอว์ และ สแมคดาวน์ จากนั้น คริสเตียน ก็ออกมาสนับสนุนอีกคน และบอกว่าเขาโดน เชมัส เล่นงานข้อเท้า และยังโดน บิ๊กโชว์ อัดจนคอแทบหัก แต่ ทีโอดอร์ ลอง ก็ยังบังคับให้ฉันออกไปปล้ำจนต้องเจ็บซ้ำอีก ดังนั้นจึงขอสนับสนุนให้ จอห์น โลรีนายติส มาเป็นผู้จัดการแทนจากนั้นทุกคนก็ร่วมถ่ายรูปหมู่กันเพื่อประสานความสัมพันธ์อันดี

เรื่องราวของการชิงแชมป์ ของ โคดี โรดส์ และ บิ๊กโชว์ เพื่อชิงแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล ในศึกรอว์ (20 กุมภาพันธ์ 2012) ในแมตช์การปล้ำ แบทเทิลรอยัล โดยเหลือ คริส เจอริโค กับ บิ๊กโชว์ และ คริส เจอริโค ได้เป็นผู้ชนะ และได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE จากการช่วยเหลือของ โคดี โรดส์ โดยดึงมือ บิ๊กโชว์ ลงมาข้างล่าง ทำให้ บิ๊กโชว์ ได้วิ่งไล่ตาม โคดี โรดส์ ไป ต่อมา โคดี โรดส์ ก็ได้ทำคลิปล้อเลียน บิ๊กโชว์ โดยเอาภาพเหตุการณ์ที่น่าอับอายของ บิ๊กโชว์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย แต่ละครั้งมาล้อเลียน และถูกเรียกว่าเป็นตัวตลกของ เรสเซิลเมเนีย ทุกๆ ปี ทำให้ บิ๊กโชว์ แค้นมากและได้ขอท้าเจอกัน ในศึก เรสเซิลเมเนีย

เรื่องราวของ แรนดี ออร์ตัน และ เคน ในศึก สแมคดาวน์ (2 มีนาคม 2012) แรนดี ออร์ตัน ได้หายจากอาการบาดเจ็บจากการถูก แดเนียล ไบรอัน เอาเข็มขัดแชมป์ฟาดหัวในระหว่างการปล้ำกับ บิ๊กโชว์ ในศึกรอว์ (13 กุมภาพันธ์ 2012) จนมีอาการกระทบกระเทือนทางสมอง โดย แรนดี ออร์ตัน กลับมาล้างแค้น แดเนียล ไบรอัน สุดท้าย ไม่มีผลแพ้ชนะ เพราะ เคน ออกมาก่อกวน แถมไล่อัด แรนดี ออร์ตัน ในขณะที่ แดเนียล ไบรอัน หนีไปได้ และ เคน เล่นงาน แรนดี ออร์ตัน ด้วยท่า โชคสแลม แล้วเอาไมค์มากล่าวยินดีต้อนรับ แรนดี ออร์ตัน ที่หายบาดเจ็บกลับมา ต่อมา ในศึกรอว์ (5 มีนาคม 2012) แรนดี ออร์ตัน ได้มาเอาคืนเล่นงาน เคน ด้วยท่า RKO

ผลการปล้ำ[แก้]

# แมทช์การปล้ำ กำหนดการปล้ำ เวลา
ก่อนเริ่มรายการ พรีโม และ อีปิโค (c) (พร้อมด้วย โรซา เมนเดส) ชนะ จัสติน เกเบรียล และ ไทสัน คิด และ ดิ อูโซส์ (เจย์ อูโซ และ จิมมี อูโซ) แมทช์การปล้ำสามเส้าแทคทีม เพื่อชิงแชมป์ WWE Tag Team Championship[14] 05:11
1 เชมัส ชนะ แดเนียล ไบรอัน (c) (พร้อมด้วย เอเจ) แมทช์การปล้ำเดี่ยว เพื่อชิงแชมป์ World Heavyweight Championship[15] 00:18
2 เคน ชนะ แรนดี ออร์ตัน แมทช์การปล้ำเดี่ยว[16] 10:56
3 บิ๊กโชว์ ชนะ โคดี โรดส์ (c) แมทช์การปล้ำเดี่ยว เพื่อชิงแชมป์ WWE Intercontinental Championship[17] 05:18
4 มาเรีย มีนัวโนส & เคลลี เคลลี ชนะ เบท ฟีนิกซ์ & อีฟ ทอร์เรส แมทช์การปล้ำดีวาส์แทคทีม[18] 06:49
5 ดิอันเดอร์เทเกอร์ ชนะ ทริปเปิล เอช แมทช์การปล้ำ Hell in a Cell "นรกในกรงเหล็ก" โดยมี ชอว์น ไมเคิลส์ เป็นกรรมการพิเศษ[19] 30:52
6 ทีมจอห์นนี (เดวิด โอทังก้า (กัปตันทีม), มาร์ก เฮนรี, ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์, แจ๊ค สแวกเกอร์, เดอะ มิซ และ ดรูว์ แมคอินไตย์) (พร้อมด้วย จอห์น โลรีนายติส, วิคกี เกอร์เรโร และ บรี เบลลา) ชนะ ทีมเท็ดดี (ซานติโน่ มาเรลล่า (กัปตันทีม), โคฟี คิงส์ตัน, อาร์-ทรูธ, เดอะ เกรท คาลี, แซค ไรเดอร์ และ บูเกอร์ ที) (พร้อมด้วย ทีโอดอร์ ลอง, ฮอร์นสวอเกอร์, อีฟ, นิกกี เบลลา และ อักซานา) แมทช์การปล้ำแทคทีม 12 คน ทีมของใครชนะจะได้เป็นผู้จัดการทั้ง รอว์ และ สแมคดาวน์[20] 10:38
7 ซีเอ็ม พังก์ (c) ชนะ คริส เจอริโค โดยการทำซับมิสชั่น แมทช์การปล้ำเดี่ยว เพื่อชิงแชมป์ WWE Championship ถ้าพังก์ทำฟาล์ว แชมป์จะเปลี่ยนมือโดยปริยาย[21] 22:21
8 เดอะ ร็อค ชนะ จอห์น ซีนา แมทช์การปล้ำเดี่ยว[22] 30:34
(c) – หมายถึงเจ้าของเข็มขัดแชมป์ก่อนเริ่มแข่ง

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. WWE Music Group Tweet ที่ทวิตเตอร์
  2. WWE Music Group Tweet ที่ทวิตเตอร์
  3. WWE Music Group Tweet ที่ทวิตเตอร์
  4. WWE Music Group Tweet ที่ทวิตเตอร์
  5. http://www.wwe.com/subscriptions/wwetunes
  6. "aboutus". Sun Life Stadium. 2011-04-04. สืบค้นเมื่อ 2011-04-04. 
  7. "WrestleMania is Miami-bound in 2012". World Wrestling Entertainment. 2011-02-09. สืบค้นเมื่อ 2011-02-09. 
  8. Varsallone, Jim (2011-02-09). "WrestleMania 28 headed to Sun Life Stadium". The Miami Herald. สืบค้นเมื่อ 2011-02-09. 
  9. Adkins, Greg (2011-04-05). "Raw Results: C U at WrestleMania!". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2011-04-05. 
  10. "The Miz and R-Truth vs. John Cena and The Rock". WWE. สืบค้นเมื่อ 31 October 2011. 
  11. Michael, Burdick (2011-07-22). "SmackDown results: Calamity after the storm". WWE. สืบค้นเมื่อ 2011-07-23. 
  12. "Caldwell's WWE TLC PPV Report 12/18: Complete "virtual time" coverage of live PPV - TLC, Table, Ladder, Chair matches". James Caldwell. สืบค้นเมื่อ 18 December 2011. 
  13. Murphy, Ryan (January 29, 2012). "Sheamus won the 30-Man Royal Rumble Match". WWE. สืบค้นเมื่อ 31 January 2012. 
  14. "WWE Tag Team Championship Triple Threat Match". WWE. สืบค้นเมื่อ 30 March 2012. 
  15. Giannini, Alex (February 19, 2012). "World Heavyweight Champion Daniel Bryan vs. Sheamus". WWE. สืบค้นเมื่อ 19 February 2012. 
  16. "Randy Orton vs. Kane". WWE. สืบค้นเมื่อ 17 March 2012. 
  17. "Intercontinental Champion Cody Rhodes vs. Big Show". WWE. สืบค้นเมื่อ 20 February 2012. 
  18. "Kelly Kelly and Maria Menounos vs. Divas Champion Beth Phoenix and Eve". WWE. สืบค้นเมื่อ 16 March 2012. 
  19. "The Undertaker vs. Triple H (Hell in a Cell Match with special referee Shawn Michaels)". WWE. สืบค้นเมื่อ 20 February 2012. 
  20. "Team Teddy vs. Team Johnny". WWE. สืบค้นเมื่อ 12 March 2012. 
  21. "WWE Champion CM Punk vs. Chris Jericho". WWE. สืบค้นเมื่อ 20 February 2012. 
  22. "John Cena vs. The Rock". WWE. สืบค้นเมื่อ 28 October 2011. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]