ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2012)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2012)
Night of Champions (2012)
โปสเตอร์หรือสัญลักษณ์ของ ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2012).
โปสเตอร์ศึก ไนท์ออฟแชมเปี้ยนส์ โดยมี จอห์น ซีนา
เพลงประจำ

"Champions" โดย เควิน รูดอล์ฟ (พร้อมกับ เฟรด เดิร์สต์, เบิร์ตแมน & ลิล เวย์น)[1]

"Big Epic Night" โดย จิม จอห์นสตัน[2]
ข้อมูล
สมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี
ผู้สนับสนุน Lions Gate Entertainment
วันที่ สหรัฐอเมริกา 16 กันยายน 2012
ไทย ทรูวิชั่นส์ 30 กันยายน 2012
ผู้ชม 14,886 คน[3]
สถานที่ ทีดี การ์เดน
เมือง บอสตัน, รัฐแมสซาชูเซตส์
ลำดับเหตุการณ์เพย์-เพอร์-วิว
ซัมเมอร์สแลม (2012) ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2012) เฮลอินเอเซล (2012)
ลำดับเหตุการณ์ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ไนท์ออฟแชมเปี้ยนส์
ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2011) ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2012) ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2013)

ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2012) เป็นรายการเพย์-เพอร์-วิวมวยปล้ำอาชีพของ ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ในปี 2012 ซึ่งจัดเป็นปีที่ 5 แล้ว สถานที่จัดคือ ทีดี การ์เดน ในเมือง บอสตัน, รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา[4] เมื่อวันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 2012 ซึ่งจัดหลังจากศึก ซัมเมอร์สแลม (2012)

เบื้องหลัง / ก่อนจะถึง ไนท์ออฟแชมเปียนส์[แก้]

เรื่องราวของการชิงแชมป์ WWE ระหว่าง ซีเอ็ม พังก์ กับ จอห์น ซีนา[แก้]

ในศึกรอว์ (20 สิงหาคม 2012) ซีเอ็ม พังก์ ออกมาเพื่อประกาศเลือกผู้ท้าชิงในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2012) จอห์น ซีนา ออกมาเพื่อเสนอตัวท้าชิง แต่พังก์มีข้อแม้ว่า ซีนา ต้องยอมรับก่อนว่าเขาคือ "สุดยอดที่สุดในโลก" แต่ ซีนา บอกว่า พังก์ ต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อให้คนยอมรับ ไม่ใช่มาให้คนอื่นพูดโดยไม่เต็มใจ ถ้าไม่กล้าป้องกันแชมป์กับชั้นในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ ที่บอสตันบ้านเกิดชั้นล่ะก็ ไม่มีใครให้เกียรติแกหรอก ซีนา เดินกลับไป พังก์ ไปเรียกให้ เจอร์รี ลอว์เลอร์ ขึ้นมาพูดว่าเขาคือ "สุดยอดที่สุดในโลก" แต่ เจอร์รี ไม่ยอมพูด ทำให้ พังก์ เตะก้านคอ เจอร์รี จากด้านหลัง

ในศึกรอว์ (27 สิงหาคม 2012) เจอร์รี ได้มาเรียกร้องให้ พังก์ ออกมาขอโทษเขา จากการที่ พังก์ มาเตะหัวเขาจากด้านหลังเมื่อสัปดาห์ก่อน พังก์ออกมา แต่ไม่ขอโทษ เจอร์รี แถมยังด่า เจอร์รี ว่าเป็นคนห่วยๆ ที่ไม่น่าจะได้เข้าสู่หอเกียรติยศเลย จากนั้นก็ท้า เจอร์รี เจอกันในแมตช์ปล้ำด้วย พังก์เดินจากไป โดย เจอร์รี บอกว่าเขาจะลองคิดดูก่อน และ เจอร์รี ก็ประกาศรับคำท้าของพังก์ เพื่อชิงแชมป์ WWE สุดท้ายพังก์ก็เป็นฝ่ายเอาชนะ เจอร์รี ลอว์เลอร์ ป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้สำเร็จ

ในศึกรอว์ (3 กันยายน 2012) ก่อนเริ่มรายการ พังก์ ได้ลอบทำร้าย เจอร์รี จนต้องหามส่งห้องพยาบาล ในคืนเดียวกัน พังก์ได้เจอกับ เชมัส แต่พังก์ไม่ยอมปล้ำและเดินหนีกลับไป และในแมตช์ของ ซีนา กับ อัลเบร์โต เดล รีโอ ในแมตช์การปล้ำจับกดที่ไหนก็ได้ พังก์โผล่มาเตะก้านคอซีนา จนหลับ แล้วก็พา เดล รีโอ มากดเอาชนะไปได้ จากนั้น พังก์ จับ ซีนา มาโยนบกใส่ฝากระโปรงรถของตัวเอง และก็ขึ้นรถที่มี พอล เฮเมน เป็นคนขับ แล้วก็ขับออกไป

ในศึกรอว์ (10 กันยายน 2012) ที่ มอนทรีออล, แคนาดา เบรต "ฮิตแมน" ฮาร์ต ออกมาเปิดรายการ โดยแฟนๆ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เบรต บอกว่ารู้สึกดีที่ได้กลับมาที่นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี ขอบอกกับทุกคนว่าพวกคุณอยู่ในใจผมมาตลอด 15 ปี ขอบคุณทุกๆ คนที่สนับสนุนผมมาตลอด ผมจะไม่มีวันลืม และขอให้พระเจ้าคุ้มครองทุกคน ขอบคุณมากๆ ซีเอ็ม พังก์ ออกมาขัดจังหวะ โดยถูกคนดูโห่อย่างหนัก พังก์ บอกว่าถ้าชั้นเป็นคนที่เจอกับนายในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (1997) แทนที่จะเป็น ชอว์น ไมเคิลส์ เบรต รีบตัดบท บอกว่าแกก็จะโดน Sharpshooter จนร้องเอ๋งๆ ไงล่ะ พังก์บอก ชั้นไม่ต้องการ วินซ์ แม็กแมน มาช่วยโกงหรอกนะ ชั้นจะเอาชนะนายได้ด้วยตัวเอง แล้ว Attitude Era ของพวกแกก็จะไม่เกิดขึ้น ส่วนชั้นก็จะกระโดดหนีไปอยู่ WCW ปล่อยให้ WWE เจ๊งไปเลย เบรต เปิดคลิปความอัปยศของพังก์ ให้ทุกคนดูกันอีกครั้ง เมื่อสัปดาห์ก่อน พังก์ไม่กล้าสู้กับ เชมัส แถมยังลอบทำร้ายซีนา จากด้านหลังอีก นี่หรือ "สุดยอดที่สุดในโลก" พังก์บอกว่าคนดูพวกนี้ควรจะเคารพชั้นเหมือนกับที่เคารพนายตอนที่นายเดินออกมาเมื่อกี้นี้ ชั้นสมควรได้รับการต้อนรับแบบนี้ทุกๆ สนามทั่วโลก พังก์ บอก ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ ฉันจะทำให้ ซีนา ต้องหลับสนิทด้วย Go To Sleep เบรต บอก ตอนนี้ทุกคนในสนามก็ใกล้จะหลับอยู่แล้ว พังก์เดินจากไปท่ามกลางเสียงตะโกนด่าของคนดู ในช่วงท้ายรายการ เบรต ประกาศแนะนำตัว ซีนา เพื่อออกมาพูดคุยกัน ซึ่งซีนาก็ยอมรับว่าเขานับถือ เบรต มาก และเขาจะไม่มีวันยิ่งใหญ่ได้เท่า เบรต จากนั้น เบรต ก็ถาม ซีนา ว่าจะจัดการยังไงกับไอ้คนเสแสร้ง พังก์ และพังก์ก็ออกมาโวยวายจะเอาเรื่อง ทำให้ ซีนา ด่า พังก์ ว่า ไอ้เสแสร้ง อีกคนนึง พังก์ ขึ้นเวทีมาสาธยายความเทพของเขาว่าเขาเจ๋งกว่า ชอว์น ไมเคิลส์, เจ๋งกว่า สโตน โคลด์ และเจ๋งกว่า เดอะ ร็อก ด้วย เพราะเขาอัด เดอะ ร็อก ได้ในพริบตาทั้งที่ ซีนา พยายามมาทั้งปีก็ไม่สำเร็จ ซีนา ด่ากลับบ้าง บอกว่า พังก์ เป็นแชมป์มา 300 กว่าวัน แล้วก็ทำให้เข็มขัดแชมป์ตกต่ำสุดๆ ทำได้แค่นั่งมองแมตช์คู่เอกของทุกๆ ศึกใหญ่ผ่านหน้าเขาไปตาปริบๆ เมื่อปีก่อนออกมาพูดซะดิบดี บอกว่าจะเปลี่ยนแปลงวงการให้ดีขึ้น สุดท้ายก็ล้มเหลวหมด เป็นแค่เรื่องโกหกเพื่อให้แฟนๆ ช่วยสนับสนุนให้เขาดังเท่านั้น ชั้นคนนี้ต้องไต่เต้ามาจากดาวรุ่ง กว่าจะมาเป็นที่รักของแฟนๆ ได้ต้องล้มลุกคลุกคลาน ผ่านช่วงเวลาร้ายๆ มามากมาย แต่ชั้นก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ด้วยการเป็นตัวของตัวเอง ไม่เหมือนแกหรอก เปลี่ยนบุคลิกไปมา ขโมยสีกางเกงมาจากตำนานหอเกียรติยศ แล้วยังขโมยท่าไม้ตายศอกบินมาจากคนตายอย่าง แรนดี ซาเวจ อีก เพราะแกมันเป็นคนที่ยังค้นหาตัวเองไม่พบ แกคิดว่าการที่เป็นแชมป์มันจะหมายความว่าทุกคนต้องเคารพแก ที่ช่วง 2-3 สัปดาห์มานี้แกทำตัวน่ารำคาญขึ้นคงเป็นเพราะว่าแกกำลังกลัวว่าจะเสียแชมป์ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ ใช่มั้ย ชั้นจะขอพูดอะไรเป็นภาษาท้องถิ่นของที่นี่หน่อย (ซีนาพูดภาษาฝรั่งเศส) พังก์ บอก แกกำลังทำตัวเองให้ต่ำลง จากการพูดภาษาถิ่นของคนที่นี่ ซีนา โมโห บอกว่า พอได้แล้ว คนดูเหล่านี้คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงได้มาอยู่ที่นี่ แกมันคนไร้ค่าที่ไม่ควรได้รับการเคารพเลยสักนิด สิ่งที่ชั้นพูดเมื่อกี้คือ "แกบอกว่าจะชนะในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ แต่ว่าชั้นจะเตะก้นแก" พังก์ โมโห จะไปต่อยเบรต ระบายอารมณ์ แต่ ซีนา ห้ามไว้ได้ทัน ซีนา ถอดเสื้อแล้วท้า พังก์ มาต่อยกัน แต่พังก์หันไปต่อยเบรตอีก คราวนี้ เบรต บล็อกไว้ได้แล้วต่อยสวนจนพังก์ล้มกลิ้ง คลานหนีเป็นลูกหมากลับไปอย่างอนาถ ปล่อยให้ เบรต กับ ซีนา ฉลองกันบนเวที

เรื่องราวของการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ระหว่าง เชมัส กับ อัลเบร์โต เดล รีโอ[แก้]

ในศึก สแมคดาวน์ (24 สิงหาคม 2012) แรนดี ออร์ตัน ออกมาเปิดรายการ บอกว่าเขาควรจะได้ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ เชมัส บ้าง และถ้าใครมีปัญหากับสิ่งที่เขาพูดล่ะก็ ออกมาเจอกันได้เลย เชมัส ออกมาบอกว่า ไม่ต้องห่วงหรอก ออร์ตัน ชั้นเห็นด้วย เพราะนายชนะ อัลเบร์โต เดล รีโอ ได้อย่างขาวสะอาด ชั้นอยากให้นายเป็นผู้ท้าชิงแชมป์ของชั้น บูเกอร์ ที ออกมาและถามแฟนๆ ในสนามว่าอยากจะเห็นแมตช์นี้เกิดขึ้นมั้ย คนดูเฮ แต่ เดล รีโอ ออกมาขัดขวาง เพราะ เชมัส โกงเขาในศึก ซัมเมอร์สแลม และเขาก็ยื่นประท้วงต่อ บูเกอร์ ที แล้ว แต่ บูเกอร์ ที ไม่สนใจ บูเกอร์ ที เลยจัดแมตช์ อัลเบร์โต เดล รีโอ เจอกับ แรนดี ออร์ตัน เพื่อหาผู้ท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ เชมัส ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ ในคืนเดียวกัน เชมัส ได้เจอกับ ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ สุดท้าย เชมัส ชนะฟาล์ว เพราะ ซิกก์เลอร์ เอากระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ มาฟาดใส่ เชมัส หลังแมตช์ ซิกก์เลอร์ ใช้กระเป๋าตีซ้ำอีก และใช้สิทธิ์กระเป๋าทันที แต่พอเห็น เชมัส ลุกขึ้นมาได้เลยเปลี่ยนใจไม่ใช้ แล้วก็รีบหนีกลับไป และในแมตช์ระหว่าง เดล รีโอ กับ แรนดี ออร์ตัน เพื่อหาผู้ท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ เชมัส สุดท้าย เดล รีโอ เป็นฝ่ายชนะและได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ เชมัส ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ หลังแมตช์ เดล รีโอ ถอดรองเท้า ริคาร์โด รอดริเกซ มาขว้างใส่ เชมัส ทำให้ เชมัส ขึ้นมาบนเวทีแล้วก็โดน เดล รีโอ กับ ริคาร์โด รุมอัด จากนั้นก็ใช้รองเท้าฟาดหัวเข้าไป เดล รีโอ เดินจากไป แล้ว ซิกก์เลอร์ ก็วิ่งออกมาใช้กระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ทันที แต่ ออร์ตัน ฟื้นขึ้นมาพอดีเลย RKO ใส่ ซิกก์เลอร์ เป็นการปิดรายการ

ในศึกรอว์ (3 กันยายน 2012) เชมัส ออกมาโม้เกี่ยวกับการชนะ เดล รีโอ แต่ ซีเอ็ม พังก์ ออกมาขัดจังหวะ บอกว่าเขากระทืบ เจอร์รี ลอว์เลอร์ เพราะ เจอร์รี ลอว์เลอร์ ไม่ยอมเรียกเขาว่า "สุดยอดที่สุดในโลก" เชมัส ทนไม่ไหว มาขัดจังหวะเขาทำไม นี่เหรอการเคารพผู้อื่น ในคืนเดียวกัน เชมัส จะต้องเจอกับ แจ๊ค สแวกเกอร์ สุดท้าย เชมัส ก็เป็นฝ่ายเอาชนะมาได้สำเร็จ หลังแมตช์ เดล รีโอ กับ ริคาร์โด ขึ้นมาลอบทำร้าย เชมัส แต่ก็โดน เชมัส อัดซะน่วม เชมัส จะโดดถีบใส่ เดล รีโอ แต่ ริคาร์โด มาผลัก เดล รีโอ ออกไปแล้วรับลูกถีบแทนจนบาดเจ็บ

ในศึก สแมคดาวน์ (7 กันยายน 2012) เดล รีโอ ออกมาพร้อมกับ ริคาร์โด ที่บาดเจ็บจากการถูก เชมัส โดดถีบ และยังมี เดวิด โอทังก้า เป็นทนายความด้วย เดล รีโอ บอกว่า เขากำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม ปราบทั้ง แรนดี ออร์ตัน, เคน และ จอห์น ซีนา และจะจัดการ เชมัส ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ แต่มีอย่างหนึ่งที่อยากจะพูดถึงคือท่า Brogue Kick และขอเรียกร้องให้ บูเกอร์ ที สั่งแบนท่านี้ โอทังก้า เสริมอีกว่า Brogue Kick ได้ทำร้ายผู้คนมามากแล้ว ถ้า WWE ยังทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นและปล่อยให้ท่านี้ถูกใช้ได้อีกล่ะก็ ต้องมีคนบาดเจ็บเพิ่มอีกแน่ บูเกอร์ ที ออกมาถามความเห็นแฟนๆ ว่าควรจะแบน Brogue Kick หรือไม่ ปรากฏว่าแฟนๆ ในสนามส่งเสียเฮให้กับการปล่อยให้ Brogue Kick ใช้ได้ต่อไป ในคืนเดียวกัน เชมัส จะต้องเจอกับ เดวิด โอทังก้า เชมัส เล่นงาน โอทังก้า เด้งเป็นลูกขนุน และกำลังจะปิดบัญชี แต่ บูเกอร์ ที ออกมาประกาศว่า Brogue Kick ถูกแบนนับแต่นี้เป็นต้นไป สุดท้าย เชมัส ก็เป็นฝ่ายเอาชนะมาได้สำเร็จ ด้วยท่า Cloverleaf

ในศึก สแมคดาวน์ (14 กันยายน 2012) เดล รีโอ, ริคาร์โด และ โอทังก้า ออกมาโวยวายเกี่ยวกับ เชมัส โอทังก้าบอกว่าเขาได้รับบาดเจ็บคอ เพราะโดน Brogue Kick เหมือนกัน เดล รีโอ เปิดวิดีโอศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ ปีก่อนให้ดู เป็นตอนที่ เชมัส โดดถีบ คริสเตียน โอทังก้า บอกว่านี่เป็นอีกหนึ่งเหยื่อของ Brogue Kick ทำให้เขาบาดเจ็บมาตลอดนับตั้งแต่นั้น คริสเตียน โฟนอินเข้ามา บอกว่าตอนนั้นเขาเป็นแชมป์โลก 2 สมัย และก็กำลังจะได้สมัยที่ 3 แต่มาโดนถีบซะก่อน จากนั้นก็บาดเจ็บสะสมและฟอร์มตกไปเลย แดเนียล ไบรอัน ออกมาอีกคน บอกว่าเขาก็เป็นเหยื่อของ Brogue Kick คนล้อเขาว่าหน้าเหมือนแพะ แต่นั่นเป็นเพราะว่า เชมัส ถีบเขาหลายครั้งจนหน้าเหมือนแพะ และไบรอันก็เรียกร้องขอรีแมตช์กับ เชมัส อีกครั้ง เพราะคราวก่อนที่จบลงใน 18 วินาทีมันเป็นเพราะ เชมัส ใช้ท่าที่ไม่ถูกกฎ เชมัส ออกมาเยาะเย้ย ไบรอัน แล้วก็กระตุกคอ โอทังก้า ใส่เชือกเวที ก่อนจะเดินกลับไป ในคืนเดียวกัน เชมัส ได้เจอกับ แดเนียล ไบรอัน สุดท้าย เชมัส ก็เป็นฝ่ายเอาชนะมาได้สำเร็จ ด้วยท่า Cloverleaf

ผลการปล้ำ[แก้]

# แมทช์การปล้ำ กำหนดการปล้ำ เวลา
ก่อนเริ่มรายการ แซค ไรเดอร์ ชนะ โบรดัส เคลย์ (พร้อมด้วย คาเมรอน และ นาโอมิ), พรีโม และ อีปิโค (พร้อมด้วย โรซา เมนเดส), จัสติน เกเบรียล, เทนไซ (พร้อมด้วย ซะกะโมะโตะ), ไทสัน คิด, ไมเคิล แมคกิลลิคัตตี, ดาร์เรน ยัง, ไทตัส โอนีล, จินเดอร์ มาฮาล, เจทีจี, ดรูว์ แมคอินไตย์, เท็ด ดิบิอาซี, ฮีท สเลเตอร์ และ ซานติโน่ มาเรลล่า แมทช์การปล้ำแบทเทิลรอยัล เพื่อหาผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE United States Championship ในรายการ[5] 5:43
1 เดอะ มิซ (c) ชนะ เรย์ มิสเตริโอ, ซิน คารา และ โคดี โรดส์ แมทช์การปล้ำ 4 เส้า เพื่อชิงแชมป์ WWE Intercontinental Championship[6] 12:05
2 เคน และ แดเนียล ไบรอัน ชนะ โคฟี คิงส์ตัน และ อาร์-ทรูธ (c) แมทช์การปล้ำแทคทีม เพื่อชิงแชมป์ WWE Tag Team Championship[7] 8:30
3 แอนโทนีโอ ซีซาโร (c) (พร้อมด้วย อักซานา) ชนะ แซค ไรเดอร์ แมทช์การปล้ำเดี่ยว เพื่อชิงแชมป์ WWE United States Championship[5] 6:40
4 แรนดี ออร์ตัน ชนะ ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ (พร้อมด้วย วิคกี เกอร์เรโร) แมทช์การปล้ำเดี่ยว[8] 18:24
5 อีฟ ทอร์เรส ชนะ เลย์ลา (c) แมทช์การปล้ำเดี่ยว เพื่อชิงแชมป์ WWE Divas Championship[9] 7:05
6 เชมัส (c) ชนะ อัลเบร์โต เดล รีโอ (พร้อมด้วย ริคาร์โด รอดริเกซ และ เดวิด โอทังก้า) แมทช์การปล้ำเดี่ยว เพื่อชิงแชมป์ World Heavyweight Championship[10] 14:25
7 ซีเอ็ม พังก์ (c) (พร้อมด้วย พอล เฮย์แมน) เสมอกับ จอห์น ซีนา โดยกรรมการนับ 3 ในขณะที่ไหล่ของทั้งคู่แตะพื้น แมทช์การปล้ำเดี่ยว เพื่อชิงแชมป์ WWE Championship[11] 26:55
(c) – หมายถึง ยังคงเป็นแชมป์อยู่ก่อนเริ่มแข่งขัน

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ""Champions" by Kevin Rudolf, is an official theme song for Night of Champions". WWE. สืบค้นเมื่อ September 3, 2012. 
  2. "Big Epic Night". WWE. สืบค้นเมื่อ September 3, 2012. 
  3. http://www.lordsofpain.net/news/wwe/Title_Changes_and_Attendance_from_Night_of_Champions_Lawler_Update_Ted_DiBiase.html
  4. "WWE Night Of Champions #WWENOC". TDGarden.com. 
  5. 5.0 5.1 "Pre-Show Battle Royal to name No. 1 Contender to U.S. Champion Antonio Cesaro". WWE. สืบค้นเมื่อ September 10, 2012. 
  6. "Intercontinental Champion The Miz vs. Rey Mysterio vs. Sin Cara vs. Cody Rhodes". WWE. สืบค้นเมื่อ September 14, 2012. 
  7. "Tag Team Champions R-Truth & Kofi Kingston vs. Kane & Daniel Bryan". WWE. สืบค้นเมื่อ September 10, 2012. 
  8. "Randy Orton vs. Dolph Ziggler". WWE. สืบค้นเมื่อ September 9, 2012. 
  9. "Divas Champion Layla vs. Kaitlyn". WWE. สืบค้นเมื่อ September 1, 2012. 
  10. "World Heavyweight Champion Sheamus vs. Alberto Del Rio". WWE. สืบค้นเมื่อ August 27, 2012. 
  11. "WWE Champion CM Punk vs. John Cena". WWE. สืบค้นเมื่อ August 27, 2012. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]