สตีฟ ออสติน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สตีเวน เจมส์ แอนเดอร์สัน
An image of สตีเวน เจมส์ แอนเดอร์สัน.
ข้อมูล
ฉายา เดอะริงมาสเตอร์
สตีฟ ออสติน[1]
สตีฟ วิลเลียม
ความสูง ฟุต 2 นิ้ว (1.88 ม.)
น้ำหนัก 252 ปอนด์ (114 กก.)
เกิด 18 ธันวาคม ค.ศ. 1964 (50 ปี)
วิกตอเรีย รัฐเท็กซัส
พำนัก ลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย
มาจาก วิกตอเรีย รัฐเท็กซัส
ฝึกหัดโดย คริส อดัมส์
เปิดตัว 1989
เลิกปล้ำ 2003

สตีฟ ออสติน (อังกฤษ: Steve Austin) (เดิมชื่อ สตีเวน เจมส์ แอนเดอร์สัน ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น สตีเวน วิลเลียม) เกิดวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1964 เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในสังเวียนมวยปล้ำมีชื่อว่า "สโตน โคลด์" สตีฟ ออสติน (อังกฤษ: Stone Cold Steve Austin) เป็นนักแสดง และนักมวยปล้ำอาชีพที่เกษียณอายุชาวอเมริกัน ออสตินได้ปล้ำให้กับหลายสมาคม ได้แก่ เวิลด์แชมเปี้ยนชิพเรสต์ลิง (WCW) เอ็กซ์ตรีม แชมเปี้ยนชิพ เรสต์ลิง (ECW) และ เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ (WWE)[2][3][4][5][6] ในปี 2009 ออสตินได้ขึ้นรับรางวัล หอเกียรติยศดับเบิลยูดับเบิลยูอี[7]

ประวัติในวงการมวยปล้ำอาชีพ[แก้]

ออสติน เกิดในเมืองเล็กๆชื่อ Edna ในรัฐเทกซัส เป็นที่นิยมของสาวๆในโรงเรียนมาตั้งแต่สมัยเป็นหนุ่ม จนได้รับตำแหน่ง มิสเตอร์ คาว์บอย ในปี 1983 หรือที่เรียกอีกอย่างว่า "คิง" ในงานเลี้ยงอำลารุ่น และยังได้ทุนอเมริกันฟุตบอลไปศึกษาต่อใน Wharton County Junior College อีกด้วย หลังจากนั้นก็ได้ทุนย้ายไปเรียนที่ University of North Texas โดยเขาเล่นในตำแหน่ง defensive end และหันมาสนใจทางด้านมวยปล้ำจึงสมัครเข้าไปเรียนในโรงเรียนของ คริส อดัมส์

ในปี 1989 นั้น ออสติน ปล้ำครั้งแรกและเอาชนะ Frogman Lablanc โดย ออสติน ใช้ชื่อจริงของเขาในการปล้ำว่า สตีฟ วิลเลียม แต่เนื่องจากชื่อนี้ " ดร. เดท " สตีฟ วิลเลียม นั้นได้ใช้อยู่ก่อนแล้ว เขาจึงเปลี่ยนชื่อมาเป็น ออสติน ออสติน และ คริส อดัมส์ ได้จับคู่กับเขาปล้ำใน USWA แต่อยู่ได้ไม่นาน ออสติน ก็หักหลัง เขาปล้ำเจอกับ อดัมส์ หลายครั้ง ต่อมา ออสติน ได้นำ Jeannie Clarke อดีตภรรยาของ อดัมส์ มาเป็นผู้ติดตาม ทำให้ อดัมส์ ต้องนำ โทนี่ ภรรยาคนปัจจุบันออกมา และนำไปสู่การปล้ำแทคทีมคู่ผสม ออสติน ยังได้จ้าง Percy Pringle (พอล แบเรอร์) มาเป็นผู้จัดการให้เขาด้วย

หลังจากนั้น ออสตินออกมาปล้ำที่ Texas Wrestling Federation และจับคู่กับ ร็อด พรีช ได้เข็มขัดแท็กทีมของ TWF ในเดือนพฤศจิกายน 1990 เขาครองเข็มขัดจนกระทั่งสมาคมปิดตัวลงในเดือนพฤษภาคม 1991 เขาและ Jeannie ย้ายไปยัง Tennessee กลับไปยังสมาคม USWA เขาชนะ เจฟฟ์ จาเรตต์ ได้เข็มขัด Southern แต่หลังจากนั้นก็โดนปลดเพราะ ออสติน เอาขาพาดเชือกขณะกด สองอาทิตย์ถัดมา ออสตินแพ้ให้กับจาเรตต์ ในทัวร์นาเมนต์หาผู้ครองเข็มขัดคนใหม่ สามเดือนต่อมาเขาก็ย้ายไป WCW

ออสติน มาใน WCW เขามีผู้ติดตามคนใหม่ชื่อ Vivacious Veronica และได้สมยานามว่า "Stunning" แต่อยู่ได้ไม่นาน เขาก็นำตัว Jeannie มาเป็นผู้ติดตามเหมือนเคย ไม่นาน 3 มิถุนายน 1991 ออสติน ก็เอาชนะ Bobby Eaton ได้เข็มขัด แชมป์TV มาครอง หลังจากนั้นเขาก็เริ่มมีปัญหากับ ดัสติน โรดส์ ออสติน เกือบได้ แชมป์ยูเอส แต่ไปแพ้ให้กับ สติง ในทัวร์นาเมนต์ชิงเข็มขัดในรอบชิง

ออสติน แยกทางกับ Jeannie หลังจากที่ Paul E. Dangerously ซื้อสัญญาของ ออสติน และนำ ออสติน ไปอยู่ในกลุ่ม Dangerous Alliance ซึ่งตอนนั้นมี อาร์น แอนเดอร์สัน, Rick Rude, Larry Zbyzsko, Bobby Eaton และ Madusa Austin เขายังคงป้องกันเข็มขัดไว้ได้จากผู้ท้าชิงอย่าง Ron Simmons (Faarooq), ดัสติน โรดส์, Scott Steiner และ Van Hammer แต่ในที่สุด ปลายเดือนเมษายน 1992 เขาก็เสียเข็มขัดให้ Barry Windham เขาชิงเข็มขัดกลับคืนมาได้ ในวันที่ 23 พฤษภาคม 1992 โดยเอาชนะ Windham ได้ ในศึก WrestleWar ออสติน เป็นส่วนหนึ่งใน War Games Match และเขาได้สู้กับ ดัสติน โรดส์ อย่างดุเดือด

ออสติน ได้มามีเรื่องกับ ริคกี้ สตีมโบ๊ต หลังจากที่ Paul E. Dangerously ช่วยเขาไว้หลายครั้ง WCW จึงสั่งให้จับ Paul E. ใส่กรงไว้ในการปล้ำที่ Clash of Champions XX 2 กันยายน 1992 ออสติน จึงแพ้ให้กับ สตีมโบ๊ต หลังจากที่ Paul E. Dangerously ย้ายออกจาก WCW จึงทำให้กลุ่ม Dangerous Alliance แยกทางกัน ออสติน เป็นฝ่ายจับกด Barry Windham ได้แต่เวลาหมดเสียก่อนจึงเสมอกันไป หลังจากนั้นไม่นาน

ต้นปี 1993 ออสติน ก็มาปล้ำในนามแทคทีม Hollywood Blonds โดยจับคู่กับ ไบรอัน พิลล์แมน วันที่ 2 มีนาคม 1993 เขาได้เข็มขัดแทคทีมมาครองเป็นสมัยแรก หลังจากเอาชนะ ริกกี้ สตีมโบ๊ต และ เชน ด๊อกลาส ต่อมา The Blonds ก็เอาชนะ สตีมโบ๊ต และ ด๊อกลาส ได้อีกใน Slamboree หลังจากนั้น The Blonds ก็ออกมาล้อเลียน ริก แฟลร์ โดยสร้างโชว์ที่ชื่อ Flair for the Old โดยมี พิลล์แมน รับบทเป็น แฟลร์ และ ออสติน เล่นเป็น อาร์น แอนเดอร์สัน โดยออกมายืนเป็นรูปปั้น จึงนำไปสู่การปล้ำกับ แฟลร์ และ อาร์น ก็ยังคงป้องกันเข็มขัดไว้ได้ 18 สิงหาคม 1993 The Blonds มาเสียเข็มขัดให้ อาร์น แอนเดอร์สัน และ พอล โรม่า หลังจากที่ พิลล์แมน บาดเจ็บ จึงให้ ลอร์ด สตีเว่น รีกัล มาปล้ำแทน ในศึก Clash of Champions

ช่วงที่ พิลล์แมน ได้รับบาดเจ็บ ออสติน หันมาปล้ำเดี่ยวอีกครั้ง โดยคราวนี้มี Colonel Parker มาเป็นผู้จัดการให้ ออสติน ได้ขึ้นปล้ำกับ ดัสติน โรดส์ ชิงแชมป์ยูเอส ในศึก Halloween Havoc และ ออสติน เป็นฝ่ายกด ดัสติน แต่เนื่องจากใช้เชือกช่วย จึงต้องปล้ำกันต่อไป ขณะที่ ออสติน กำลังเถียงกรรมการอยู่ เขาโดนลวบกดและแพ้ไป ออสติน โกรธจัดจึงเล่นงาน ดัสติน และเอาเข็มขัดไป และเขาเอาชนะ พิลล์แมน ได้ใน Clash of the Champions XXV จึงได้โอกาสเจอกับ ดัสติน อีกครั้ง ในศึก Starrcade 1993 โดยเจอกันในแบบใครกดได้สองครั้งก่อนชนะ ออสติน ได้คะแนนแรกหลังจาก ดัสติน เหวี่ยง ออสติน ข้ามเชือกซึ่งผิดกติกา คะแนนที่สอง ออสติน เป็นฝ่ายกด ดัสติน ทำให้ ออสติน ได้ครอง แชมป์ยูเอส ไปในที่สุด ในศึก SuperBrawl IV ออสติน จะต้องเจอกับ ไบรอัน พิลล์แมน โดย ออสติน จับคู่กับ ริก รู๊ด และ พอล ออร์นดอรฟฟ์ เจอกับทีมของ สติง, ดัสติน โรดส์ และ พิลล์แมน ในกรงเหล็ก และ พิลล์แมน ก็แก้แค้นได้ โดยจับกด ออสติน และช่วยให้ทีมชนะไปในที่สุด ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 19 ออสติน ได้ปล้ำในแมตช์สุดท้าย แต่ก็พ่ายแพ้ให้กับ เดอะ ร็อก ในปี 2009 สโตน โคลด์ ได้ขึ้นรับรางวัล Hall of Fame Class of 2009

ในปี 2011 สโตน โคลด์ ได้เป็นกรรมการพิเศษในแมตท์ระหว่าง เจอร์รี ลอว์เลอร์ พบกับ ไมเคิล โคล ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 และในวันที่ 4 เมษายน 2011 ในศึกรอว์ นั้น สโตน โคลด์ ได้ทำการต่อสู้หลังจากโดนท้าทายจาก เดอะ มิซ โดย สโตน โคลด์ ก็ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวังในการโชวสไตล์การปล้ำจนทำให้ อเล็กซ์ ไรลีย์ คู่หูของ เดอะ มิซ ต้องจดจำไปอีกนาน และท้ายที่สุดยังได้เป็น Host ของรายการเรียลลิตี้ของ WWE รายการ ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ทัฟ อีนัฟ และในปี 2011 นี้ ออสติน ยังบอกถึงความเป็นไปได้ที่เขาจะกลับมาปล้ำ ซึ่งบอกกลับสื่อว่าเขาสามารถปล้ำ Full Time ได้อีก 2 ปีเป็นอย่างน้อย และถ้าได้กลับมาครั้งนี้เขาเองก็อยากเปิดศึกกับนักมวยปล้ำรุ่นน้องอย่าง ซีเอ็ม พังก์

ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30 ฮัลค์ โฮแกน ออกมาเปิดรายการ และ สโตน โคลด์ ได้กลับมาอีกครั้ง และบอกว่ารู้สึกดีจังที่ได้กลับมาที่ซูเปอร์โดมอีกครั้ง และเขาก็รู้สึกว่าอยากจะเตะก้นใครซักคน ใครก็ได้ที่อยู่บนเวทีเดียวกัน เมื่อคืนนี้เขากับ โฮแกน นั่งใกล้ๆ กันในงาน Hall of Fame และเขาก็เห็น โฮแกน ปล้ำในเรสเซิลเมเนีย มาหลายปี ปราบคนมาก็เยอะ และเขาก็นับถือสิ่งที่ โฮแกน ทำ จากนั้น สโตน โคลด์ ก็ขอจับมือกับ โฮแกน และขอให้แฟน ๆ ช่วย Hell Yeah! ให้ โฮแกน เดอะ ร็อก ออกมาอีกคน และบอกว่าในที่สุดเขาก็ได้กลับมาเยือนนิวออร์ลีนส์อีกครั้ง และก็กลับมาที่ซูเปอร์โดมด้วย เดอะ ร็อก บอกว่า สโตน โคลด์ กับ โฮแกน เป็นสองตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน WWE และเขาก็เคยเจอกับทั้งคู่มาแล้วใน เรสเซิลเมเนีย ตอนนี้เรามารวมกันเกือบครบแล้ว ขาดแต่พระเอกยุคปัจจุบันซึ่งมันคงไม่กล้าออกมาหรอกนอกจาก โฮแกน จะเชิญมันออกมา จากนั้นทั้ง 3 พระเอกก็พูดประโยคฮิตของตัวเอง โดย เดอะ ร็อก บอกว่า If you smell what the rock is cooking!?, สโตน โคลด์ บอก and that's the bottom line cause Stone Cold said so! และ โฮแกน ปิดท้ายว่า Watcha gonna do brothers when Hulk Hogan, Stone Cold Steve Austin, The Rock, and Superdome run wild on you!? สโตน โคลด์ เอาเบียร์มาเลี้ยงทุกคนและก็แยกย้ายกันกลับ

ผลงานอื่นๆ[แก้]

สารคดี[แก้]

ปี เรื่อง รับบท
2005 The Longest Yard Guard Dunham
2007 The Condemned Jack Conrad
2009 Damage John Brickner
2010 The Expendables Paine
2013 Grown Ups 2 Dennis "Tommy" Cavanaugh
2015 The Echo Effect Unannounced

หนังแผ่น[แก้]

ปี เรื่อง รับบท
2010 The Stranger The Stranger
Hunt to Kill Jim Rhodes
2011 Recoil Ryan Varrett
Knockout Dan Barnes
Tactical Force Tate
2012 Maximum Conviction Manning
2013 The Package Tommy Wick

รายการของตนเอง[แก้]

ปี เรื่อง รับบท
1999 Beyond The Mat Himself

โทรทัศน์[แก้]

ซีรีส์ รับบท ปี
Celebrity Deathmatch Himself 1998-2002
Nash Bridges Detective Jake Cage 1999-2000
Dilbert Juez 2000
The Bernie Mac Show Himself 2005
Chuck Hugo Panzer 2010
Tough Enough Host/Trainer 2011
Redneck Island Host 2012-Present
Steve Austin's Broken Skull Challenge Host 2014-Present

เกี่ยวกับมวยปล้ำ[แก้]

สตีฟ ออสติน สมัยเป็นนักมวยปล้ำของสมาคม WWE
สตีฟ ออสติน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27
  • ท่าไม้ตาย
    • As "Stone Cold" Steve Austin
      • Stone Cold Stunner (Stunner)[8]
    • As "Stunning" Steve Austin
      • Stun Gun (Flapjack dropped into a hangman)[8]
    • As The Ringmaster
  • ท่าเอกลักษณ์
    • As "Stone Cold" Steve Austin
      • Back body drop[8]
      • Knife-edged chop[8]
      • Leapfrog body guillotine[8]
      • Mudhole Stomp (Multiple stomps to the chest of an opponent seated in the corner, with theatrics)[8]
      • Piledriver[8]
      • Pointed elbow drop,[8] sometimes from the second rope[8]
      • Sleeper hold[8]
      • Spinebuster[8]
      • Stomp to the opponent's groin[8]
      • Thesz press followed by multiple punches[8]
    • As "Stunning" Steve Austin
      • Hollywood and Vine (Standing figure-four leglock)[8]
      • Knee drop[9]
      • Pointed elbow drop, sometimes from the second or top rope[8]
      • Sleeper hold[9]
      • That's a Wrap (Modified figure-four leglock)
      • Vertical suplex[9]
  • กลุ่ม
    • Dangerous Alliance
    • Hollywood Blonds
    • Million Dollar Corporation
    • The Alliance
    • The Power Trip
  • ฉายา
    • "The Bionic Redneck"[12][13]
    • "Stone Cold"
    • "Stunning"[8]
    • "Superstar"[8]
    • "The Texas Rattlesnake"[12][14]
    • "The Toughest Son of a Bitch in the WWF/E"
  • เพลงเปิดตัว
    • World Championship Wrestling
      • As "Stunning" Steve Austin
        • "Roman Love" (1991–1993)
        • "Satan's Sister" (1993–1995)
    • Extreme Championship Wrestling
      • As "Superstar" Steve Austin
        • "Jesus Christ Superstar" (1995)
    • World Wrestling Entertainment
      • As The Ringmaster
        • "Ringmaster" by Jim Johnston (1996)
      • As "Stone Cold" Steve Austin
        • "Hell Frozen Over" by Jim Johnston (October 27, 1996–October 11, 1998)
        • "I Won't Do What You Tell Me" by Jim Johnston (October 12, 1998–April 27, 2000; December 3, 2001–ปัจจุบัน)
        • "Glass Shatters" by Disturbed (September 24, 2000–July 22, 2001; 2011 – Promos)
        • "Rattlesnake" by Jim Johnston (2001)
        • "Hell on Earth" by Jim Johnston (2001)
        • "Paranoid" by Jim Johnston (2001)
        • "Venomous" by Jim Johnston (August 6, 2001–November 29, 2001)

ผลงานในสมาคม WCW และ WWE[แก้]

ออสติน กับ แชมป์ WWF
ออสติน ในงานรับรางวัล หอเกียรติยศดับเบิลยูดับเบิลยูอี ประจำปี 2009
  • WCW World Tag Team Championship (1 สมัย)[19]
    • คู่กับ Brian Pillman ชนะ ริคกี้ สตีมโบ๊ต และ Shane Douglas
  • WCW World Television Championship (2 สมัย)[20]
    • ชนะ Bobby Eaton
    • ชนะ Barry Windham

ผลงานอื่นๆ[แก้]

  • Pro Wrestling Illustrated
    • Feud of the Year (1998, 1999)[24] vs. Vince McMahon
    • Match of the Year (1997)[25] vs. Bret Hart at WrestleMania 13 in a Submission match
    • Most Hated Wrestler of the Year (2001)[26]
    • Most Popular Wrestler of the Year (1998)[27]
    • Rookie of the Year (1990)[28]
    • Wrestler of the Year (1998, 1999, 2001)[29]
    • PWI ranked #1 of the Top 500 singles wrestlers in the PWI 500 in 1998 and 1999[30][31]
    • PWI ranked #19 of the Top 500 singles wrestlers in the PWI Years in 2003
  • Texas Wrestling Federation
    • TWF Tag Team Championship (1 สมัย) – คู่กับ The California Stud[32]
  • Wrestling Observer Newsletter awards
    • 5 Star Match (1992) คู่กับ Rick Rude, Arn Anderson, Bobby Eaton and Larry Zbyszko vs. Dustin Rhodes, Nikita Koloff, Sting, Ricky Steamboat and Barry Windham in a WarGames match at WrestleWar
    • 5 Star Match (1997) vs. Bret Hart at WrestleMania 13
    • Best Box Office Draw (1998, 1999)
    • Best Gimmick (1997, 1998)
    • Best Heel (1996)
    • Best Interviews (1996–1998, 2001)
    • Best Non-Wrestler (2003)
    • Feud of the Year (1997) vs. The Hart Foundation
    • Feud of the Year (1998, 1999) vs. Vince McMahon
    • Match of the Year (1997) vs. Bret Hart in a Submission match at WrestleMania 13
    • Most Charismatic (1997, 1998)
    • Rookie of the Year (1990)
    • Tag Team of the Year (1993) คู่กับ Brian Pillman as the Hollywood Blonds
    • Wrestler of the Year (1998)
    • Worst Worked Match of the Year (1991) คู่กับ Terrance Taylor vs. Bobby Eaton and P.N. News in a Scaffold match at The Great American Bash
    • Wrestling Observer Newsletter Hall of Fame (Class of 2000)

1 The Million Dollar Championship isn't an official championship recognized by World Wrestling Entertainment.

สถิติต่างๆ[แก้]

  • สโตน โคลด์ เป็นหนึ่งนักมวยปล้ำ ที่ได้รับการยอมรับจากนักมวยปล้ำรุ่นเดียวกัน และรุ่นปัจจุบันเป็นอย่างมาก
  • สโตน โคลด์ เป็นนักมวยปล้ำคนแรกที่เปิดศึกกับเจ้าของบริษัท WWE วินซ์ แม็กแมน
  • สโตน โคลด์ เป็นนักมวยปล้ำคนเดียวในปัจจุบัน ที่ชนะใน รอยัลรัมเบิล ได้ถึง 3 ครั้ง
  • สโตน โคลด์ เป็นหนึ่งในนักมวยปล้ำที่เปิดศึกกับทุกลุ่มนักมวยปล้ำที่เคยมีมาใน WWE อย่างเช่น NWO (นิว เวิลด์ ออร์เดอร์), ดี-เจเนอเรชันเอ็กซ์, Corporate Ministry, Evolution
  • สโตน โคลด์ เป็นหนึ่งในนักมวยปล้ำที่ได้รับบท CEO (ประธานกรรมการบริหาร) ของ WWE
  • สโตน โคลด์ เป็นคนแรกที่ชนะในแมทช์ Buried Alive ซึ่งพบกับ ดิอันเดอร์เทเกอร์
  • สโตน โคลด์ เป็นนักมวยปล้ำคนเดียว ที่ได้ใช้ใบหน้าของเขาทำเป็นฉากของศึกมวยปล้ำของ WWE ศึก Unforgiven 2001
  • สโตน โคลด์ เป็นนักมวยปล้ำที่มีผลโหวตเป็นอันดับ 1 จากแฟนๆนักมวยปล้ำ ในศึกใหญ่ ไซเบอร์ซันเดย์ มาโดยตลอดทุกปี
  • สโตน โคลด์ ได้รับการกล่าวขานว่า เป็นหนึ่งในกรรมการพิเศษ ที่ซื่อตรงที่สุดเท่าที่ WWE เคยมีมา
  • สโตน โคลด์ ได้ชนะ คิงออฟเดอะริง ปี 1996 ซึ่งทำให้เรตติ้ง WWE และการจำหน่ายของไม่ว่าจะเป็นเสื้อหรืออุปกรณ์ต่างๆได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ WWE และยังไม่มีนักมวยปล้ำคนใดสามารถทำได้อย่าง สโตน โคลด์ สตีฟ ออสติน
  • สโตน โคลด์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักมวยปล้ำที่ทำให้ WWE มีทุกวันนี้ ร่วมกับ ฮัลค์ โฮแกน, เบรต ฮาร์ต, เดอะ ร็อก, ดิอันเดอร์เทเกอร์, ทริปเปิล เอช, และ ชอว์น ไมเคิลส์
  • สโตน โคลด์ ได้รับการยอมรับจากแฟนๆนักมวยปล้ำว่าเป็น นักมวยปล้ำที่มีลักษณะการพูดที่โฉ่งฉ่าง ตรง และดุดัน แถมยังเป็นการพูดที่ไม่เคยไว้หน้าใครแม้คนๆนั้นจะเป็น วินซ์ แมคแมน หรือนักมวยปล้ำคนใดก็ตาม และยากที่จะมีใครทำได้อย่างเขา ประโยคติดปาก Give Me a Hell Yeah!! , And That's Bottom Line Because STONE COLD SAID SO!!!
  • สโตน โคลด์ เคยทำให้ทุกคนใน WWE ช็อคในการกระทำของเขา โดยการขึ้นไปหาเรื่อง ไมค์ ไทสัน นักมวยสากลแชมป์ WBC ซึ่งๆหน้า ทำให้ทาง WWE ต้องรีบวางบทให้ทั้งสองคนมาจับมือกันภายหลัง ก่อนจะมีเหตุการช็อควงการอีกรอบ
  • สโตน โคลด์ เป็นนักมวยปล้ำที่ครองแชมป์ United States Champion ได้สั้นที่สุด ครองแชมป์ได้ 5 นาที

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.wwe.com/magazine/9660498/10141016/
  2. "Vince McMahon interview". Off the Record. TSN. 3 minutes in. “He [Austin] surpassed all of [Hulk] Hogan's records... in terms of merchandising and licensing, and pay-per-view and live events. Without question the most popular performer we've ever had.”
  3. "Steve Austin". The Ross Report. PodcastOne. No. 1. 9 minutes in. “Nobody touches Austin. He did more financially – box office bottom line – than anybody in the annals of the business thus far. And certainly, others like The Rock have taken it to another level after the business, but inside the business, inside the squared circle – that 20 foot square – no-one generated more cash in the length of their WWE career.”
  4. WrestleMania XXIV: WWE Hall of Fame 2008 (bonus feature) (Digital Video Disc). WWE Home Video. May 20, 2008. "Austin is the biggest star in the history of the WWE. I'm so tired of saying [Hulk] Hogan's the biggest star of all time – it ends tonight." 
  5. "John Cena interview". Jimmy Kimmel Live!. American Broadcasting Company. No. 43, season 7. “'The Texas Rattlesnake' [Steve Austin], he certainly is the biggest name in the history of our business. [Asked if Austin is 'bigger than Hulk Hogan'] Austin 3:16 is the biggest marquee in the history of the WWE.”
  6. Soscia, Brian (December 20, 2011). "Christmas With WWE's CM Punk 2011". Beneath The Mat. สืบค้นเมื่อ May 4, 2014. "Austin [is] the biggest star in the wrestling business, period. Bigger than Hulk Hogan, by a landslide." 
  7. "One and only "Hall-Raiser"". WWE. สืบค้นเมื่อ 2009-02-15. 
  8. 8.00 8.01 8.02 8.03 8.04 8.05 8.06 8.07 8.08 8.09 8.10 8.11 8.12 8.13 8.14 8.15 8.16 8.17 ""Stone Cold" Steve Austin at Online World of Wrestling". 
  9. 9.0 9.1 9.2 "US Heavyweight Championship; Ricky Steamboat vs. Steve Austin (c)". World Championship Wrestling. WCW Clash of the Champions XXVIII. 1994-08-28.
  10. "Paul Heyman's proflle". Obsessed With Wrestling. สืบค้นเมื่อ 2009-07-29. 
  11. 11.0 11.1 Steve Austin; Dennis Bryant (25 December 2012). The Stone Cold Truth. Simon and Schuster. ISBN 978-1-4711-0927-0. 
  12. 12.0 12.1 Reynolds, R. D. (2007). The WrestleCrap Book of Lists!. ECW Press. p. 20. ISBN 1-55022-762-9. 
  13. Reynolds, R. D. (2007). The WrestleCrap Book of Lists!. ECW Press. p. 19. ISBN 1-55022-762-9. 
  14. Steve Austin. The Stone Cold Truth (p.8)
  15. "WWE Championship history". WWE. สืบค้นเมื่อ 2008-07-01. 
  16. "Intercontinental Championship history". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 2007-09-17. 
  17. "WWE World Tag Team Championship". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 2007-09-18. 
  18. "United States Championship history". WWE. สืบค้นเมื่อ 2008-07-01. 
  19. Duncan, Royal. "WCW World Tag Team Championship history". Solie. สืบค้นเมื่อ 2008-07-01. 
  20. Duncan, Royal. "World Television Championship history". Solie. สืบค้นเมื่อ 2008-07-01. 
  21. Duncan, Royal. "Royal Rumble winners". Solie. สืบค้นเมื่อ 2008-07-01. 
  22. Duncan, Royal. "King of the Ring winners". Solie. สืบค้นเมื่อ 2008-07-01. 
  23. "Million Dollar Championship history". Wrestling Information Archive. สืบค้นเมื่อ 2008-07-01. 
  24. Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 99. 2012. 
  25. Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 98. 2012. 
  26. Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 101. 2012. 
  27. Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 100. 2012. 
  28. Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 104. 2012. 
  29. Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 96. 2012. 
  30. "Pro Wrestling Illustrated (PWI) 500 for 1998". Internet Wrestling Database. สืบค้นเมื่อ 2012-08-22. 
  31. "Pro Wrestling Illustrated (PWI) 500 for 1999". Internet Wrestling Database. สืบค้นเมื่อ 2012-08-22. 
  32. Duncan, Royal. "TWF Tag Team Championship history". Solie. สืบค้นเมื่อ 2008-07-01. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]