เดอะชีลด์ (มวยปล้ำอาชีพ)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เดอะชีลด์
The Shield
An image of เดอะชีลด์.
ข้อมูล
สมาชิก ดีน แอมโบรส
เซท โรลลินส์
โรแมน เรนส์
ฉายา เดอะชีลด์
เดอะชีลด์ฟอร์มอินจัสติส
ความสูง โรลลินส์:
6 ฟุต 1 นิ้ว (1.85 เมตร)
เรนส์:
6 ฟุต 3 นิ้ว (1.91 เมตร)
แอมโบรส์:
6 ฟุต 4 นิ้ว (1.93 เมตร)
น้ำหนัก 695 ปอนด์ (315.25 กิโลกรัม)
เปิดตัว 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2012[1]
สมาคม WWE
แตกกลุ่ม 2 มิถุนายน ค.ศ. 2014

เดอะชีลด์ เป็นกลุ่มนักมวยปล้ำอาชีพฝ่ายอธรรมของสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ประกอบด้วย ดีน แอมโบรส, เซท โรลลินส์ และ โรแมน เรนส์ ปรากฏตัวครั้งแรกในปี 2012 ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์

ประวัติ[แก้]

การเปิดตัวของเดอะชีลด์
เดอะชีลด์รุมทำร้ายเคน

เดอะชีลด์เป็นกลุ่มที่ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2012 ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2012) ในแมตช์การปล้ำคู่เอกระหว่าง ซีเอ็ม พังก์, จอห์น ซีนา และไรแบ็ค ในการชิงแชมป์ WWE พวกเขาได้ใส่ท่า Triple Powerbomb กับไรแบ็คบนโต๊ะผู้บรรยาย ทำให้พังก์จับกดซีนาจนชนะและป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้[1] ในศึกทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2012) เดอะชีลด์ ได้เจอกับไรแบ็ค และทีมเฮลโน (เคน และแดเนียล ไบรอัน) เป็นแมตช์แรกในแมตช์การปล้ำแทคทีมแบบโต๊ะ บันได และเก้าอี้ โดยเอาชนะด้วยการจับกดหรือทำให้ยอมแพ้ สุดท้ายเดอะชีลด์เป็นฝ่ายชนะไปในแมตช์แรก[2][3][4][5][6]

หลังจากศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2012) เดอะชีลด์ได้มารอบทำร้ายริก แฟลร์ และโดยมีโบรดัส เคลย์ และเชมัส ออกมาช่วย ในศึกรอว์ เดอะชีลด์ (7 มกราคม 2013) ได้ออกมารุมทำร้ายไรแบ็ก ในระหว่างการปล้ำโต๊ะ บันได และเก้าอี้ ชิงแชมป์ WWE กับพังก์ จนพังก์สามารถป้องกันแชมป์ไปได้ ใน NXT (9 มกราคม 2013) โรลลินส์ต้องป้องกันแชมป์ NXT กับบิ๊ก อี แลงสตัน ในแมตช์ไม่มีกฎกติกา ระหว่างแมตช์สมาชิกเดอะชีลด์ ได้ขึ้นไปรุมบิ๊ก อี จนเหล่านักมวยปล้ำ NXT ทั้งหมดออกมาช่วย และบิ๊ก อี สามารถคว้าแชมป์ NXT ไปได้[7] ในศึก รอยัลรัมเบิล (2013) เดอะชีลด์ได้ปรากฏตัวโดยรุมทำร้าย เดอะ ร็อก ระหว่างแมตช์การปล้ำชิงแชมป์ WWE ซึ่งในตอนแรกพังก์กดนับ 3 ชนะ แต่ วินซ์ แม็กแมน ออกมาบอกให้เริ่มใหม่ เลยทำให้เดอะ ร็อก คว้าแชมป์ WWE ไปได้[8]

ในศึกรอว์ (28 มกราคม 2013) จอห์น ซีนา ได้เจอกับ โคดี โรดส์ สุดท้ายซีนาก็เอาชนะโคดีไปได้ หลังแมตช์ ซีนาประกาศเลือกท้าชิงแชมป์ WWE ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 แต่เดอะชีลด์ก็มารุมลอบทำร้ายซีนา แม้ว่า เชมัสกับไรแบ็ค จะออกมาช่วยแต่ก็โดนรุมทำร้าย สุดท้ายเดอะชีลด์เล่นงานซีนา ด้วยท่า Triple Powerbomb ในศึกรอว์ (4 กุมภาพันธ์ 2013) เดอะชีลด์โดนซีนา, ไรแบ็คและเชมัส ล้อมเอาไว้ ทำให้เดอะชีลด์ วิ่งหนีไปทางหลังเวทีแต่ แรนดี ออร์ตัน นำทัพนักมวยปล้ำออกมาขวางเอาไว้ เดอะชีลด์ เลยโดน ซีนา, ไรแบ็คและเชมัส อัดจนน่วม ก่อนที่จะหนีไปทางอัฒจรรย์ ในศึกรอว์ (11 กุมภาพันธ์ 2013) เดอะชีลด์ออกมาท้าทายกลุ่มของซีนา ว่าถ้าอยากมีเรื่องก็ออกมาเจอกันเดี๋ยวนี้ได้เลย ปรากฏว่าไฟในสนามดับ แล้วกลุ่มของซีนาก็ออกมาไล่อัดเดอะชีลด์ จนหนีกระเจิง ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2013) เดอะชีลด์ได้เจอกับ ซีนา, เชมัสและไรแบ็ค[9] ในแมตช์การปล้ำแทคทีม 6 คน สุดท้ายเดอะชีลด์ก็เอาชนะไป[10] ในศึก เรสเซิลเมเนีย 29 เดอะชีลด์ ได้เจอกับ เชมัส, แรนดี ออร์ตัน และ บิ๊กโชว์ สุดท้ายเดอะชีลด์ก็เอาชนะไป

ในศึกรอว์ (8 เมษายน 2013) ดิอันเดอร์เทเกอร์ ออกมาที่เวที และขออุทิศชัยชนะให้กับ พอล แบเรอร์ หลังจากที่ชนะ ซีเอ็ม พังก์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย 29 เดอะชีลด์ออกมารุมล้อมอันเดอร์เทเกอร์ แต่ เคน กับ แดเนียล ไบรอัน ออกมาช่วยอันเดอร์เทเกอร์ ทำให้เดอะชีลด์หนีไป[11] ในศึกรอว์ (22 เมษายน 2013) เดอะชีลด์ได้เจอกับ อันเดอร์เทเกอร์, เคน และ ไบรอัน สุดท้ายเดอะชีลด์ก็เอาชนะไป[12] ในศึก สแมคดาวน์ (26 เมษายน 2013) ดีน แอมโบรส ได้เจอกับอันเดอร์เทเกอร์ แต่แอมโบรสก็แพ้ไป หลังแมตช์ เดอะชีลด์ได้ลอบทำร้ายอันเดอร์เทเกอร์จนต้องพักการปล้ำ[13][14] ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2013) ดีน แอมโบรสได้เอาชนะ โคฟี คิงส์ตัน และคว้าแชมป์ยูเอส เป็นสมัยแรกได้สำเร็จ ในคืนเดียวกัน เซท โรลลินส์ กับ โรแมน เรนส์ ได้เอาชนะ ทีมเฮลโน และคว้าแชมป์แทคทีม WWE ได้สำเร็จ ทำให้เดอะชีลด์มีแชมป์ครบทั้งทีม[15] ในศึกรอว์ (14 ตุลาคม 2013) โรลลินส์ กับเรนส์ ได้เสียแชมป์แทคทีม WWE ให้กับ โคดี โรดส์ และโกลดัสต์ จากการช่วยเหลือของบิ๊กโชว์[16]

เดอะชีลด์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30

ในศึกรอว์ (27 มกราคม 2014) เดอะชีลด์ได้ปล้ำแทคทีม 6 คนกับ แดเนียล ไบรอัน, เชมัส และ จอห์น ซีนา เพื่อที่จะเข้าไปปล้ำในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2014) ในการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE แต่ก็ไม่ชนะ เพราะ เดอะไวแอ็ตต์แฟมิลี ได้เข้ามาก่อกวนการปล้ำ ทำให้เดอะชีลด์แพ้ฟาวล์ไป[17] เดอะชีลด์จึงท้าเจอกับไวแอ็ตต์แฟมิลี ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ แต่สุดท้ายเดอะชีลด์ก็แพ้ไป[18] ต่อมาเดอะชีลด์ได้เป็นฝ่ายธรรมะ และเปิดศึกกับ เคน และ เดอะนิวเอจเอาต์ลอวส์ และได้เจอกันในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30 สุดท้ายเดอะชีลด์ก็เอาชนะไปได้[19]

1 วันหลังจากจบรายการ เรสเซิลเมเนีย 30 ในรอว์ (7 เมษายน 2014) แชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE แดเนียล ไบรอัน ได้มาฉลองกับผู้ชม ก่อนจะถูกขัดจังหวะโดย ทริปเปิล เอช โดยจัดแมทช์ชิงแชมป์ในคืนนั้น และคู่ต่อสู้ของเขาคือ ทริปเปิล เอช ก่อนหน้าแมตช์ชิงแชมป์นั้น สเตฟานี แม็กแมน ได้ออกมาสั่งให้ แรนดี ออร์ตัน และ บาทิสตา ให้ร่วมมือกันเป็นทีม เริ่มต้นจากแมตช์ชิงแชมป์แทคทีม กับ ดิ อูโซส์ ผลออกมาเป็น ดับเบิลเคาท์เอาท์ และได้สั่งให้ เคน, บาทิสตา และ ออร์ตัน ทำร้ายไบรอันก่อนการก่อนแข่งขันจะเริ่มต้น เป็นการสร้างจุดอ่อน และทำให้ ทริปเปิล เอช มีโอกาสในการชนะมากขึ้น จน เดอะชีลด์ ได้ออกมาบนเวที และจัดการกับพวกกลุ่มของ ทริปเปิล เอช และได้ช่วยไบรอัน จากการกลั่นแกล้งจากกลุ่ม ทริปเปิล เอช[20] ในสแมคดาวน์ (11 เมษายน 2014) โดยไบรอันได้จับคู่กับ ดิ อูโซส์ เจอกับกลุ่มของออร์ตัน แต่กลุ่มออร์ตันทำร้าย ไบรอันและ ดิ อูโซส์ ด้านล่างเวที จนกรรมการสั่งยุติการปล้ำแล้ว กลุ่มออร์ตัน ก็ยังทำร้ายไม่หยุดจน เดอะชิลด์ ต้องออกมาช่วย ทั้งออร์ตัน และบาทิสตา รอดไปได้ ในรอว์ (14 พฤษภาคม 2014) เดอะชีลด์ ต้องปล้ำในแมตช์แฮนดิแคป 11 รุม 3 แต่กรรมการต้องยุติแมตช์ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายอัดกันไม่หยุด ก่อนที่ ทริปเปิล เอช, ออร์ตัน และ บาทิสตา จะออกมาในนามของกลุ่ม เอฟโวลูชั่น เพื่อจัดการกลุ่มเดอะชีลด์[21] ก่อนที่จะประกาศแมตช์การปล้ำแทคทีมอย่างเป็นทางการ ในสแมคดาวน์ (18 เมษายน 2014) ระหว่าง เดอะชีลด์ เจอกับ เอฟโวลูชั่น ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2014) เดอะชีลด์ เป็นฝ่ายเอาชนะ เอฟโวลูชั่น ไปได้สำเร็จ[22]

หลังจากกลุ่ม เดอะชีลด์ ได้รับชัยชนะในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ ดูเหมือนว่าความแค้นของกลุ่ม เอฟโวลูชั่น จะยังไม่จบลง เมื่อในรอว์ (5 พฤษภาคม 2014) แอมโบรส จะต้องป้องกันแชมป์ยูเอส กับนักมวยปล้ำ 19 คน ในแมตช์แบทเทิลรอยัล โดย เชมัส เป็นฝ่ายเอาชนะไป และเป็นแชมป์ใหม่ไปในทันที และจบสถิติการป้องกันแชมป์ของแอมโบรส 351 วันได้สำเร็จ ก่อนที่กลุ่ม เอฟโวลูชั่นจะตามมาก่อกวน และทำร้ายเดอะชีลด์ในแมตช์ที่ต้องเจอกับ เดอะไวแอ็ตต์แฟมิลี จนกลุ่มเดอะชีลด์หมดสภาพไปในคืนนั้น[23][24] ในรอว์ (12 พฤษภาคม 2014) เดอะชีลด์ได้ออกมาท้ากลุ่มเอฟโวลูชั่น หลังจากที่ได้ทำร้ายพวกเขาในสัปดาห์ที่ผ่านมา และรถลีมูซีนกลุ่มเอฟโวลูชั่นก็โผล่มาทางจอยักษ์ในสนาม ทำให้เดอะชีลด์ไม่รอช้าตามไปอัดถึงที่ จนกรรมการต้องออกมาห้าม และกลุ่มของเอฟโวลูชั่นก็ได้รับคำท้า และเจอกันในเพย์แบ็ค ขณะที่บาทิสตา ท้าขอเจอกับ โรแมน เรนส์ ในคู่เอกของรายการ ซึ่งในแมตช์นั้น สมาชิกที่เหลือของเดอะชีลด์ และเอฟโวลูชั่นต่างก็ยืนอยู่ข้างเวที และในระหว่างแมทช์ทั้งสองฝ่ายต่างอัดกันจนกรรมการบนเวที ต้องยุติการปล้ำ แต่เดอะชีลด์ก็ยังไม่หยุด สเตฟานี แม็กแมเฮิน จึงเรียกนักมวยปล้ำคนอื่นๆ มาช่วยจัดการเดอะขีลด์ แต่ก็ไม่สำเร็จ และยังโดนเดอะชีลด์เล่นงานคืนได้สำเร็จ ในศึก เพย์แบ็ค (2014) เดอะชีลด์ ได้เจอกับ เอฟโวลูชั่น อีกครั้ง ในแมตช์การปล้ำอิลิมิเนชั่นแทคทีม 6 คน ไม่มีกฎกติกา สุดท้าย เดอะชีลด์ เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 3-0[25]

ในรอว์ (2 มิถุนายน 2014) เดอะชีลด์ ออกมาที่เวทีโดย โรแมน เรนส์ มีคิวเจอกับ แรนดี ออร์ตัน ออร์ตัน เปิดตัวออกมาพร้อมกับ ทริปเปิล เอช โดยถือค้อนมาด้วย ทำให้ เดอะชีลด์ พากันไปหยิบเก้าอี้มาเตรียมไว้ ทริปเปิล เอช บอกว่า บาทิสตา มันหนีไปแล้ว แต่เราก็มีแผน 2 เสมอ... ว่าแล้ว โรลลินส์ ก็เอาเก้าอี้ฟาดใส่ เรนส์ จากด้านหลัง จากนั้นก็ฟาด แอมโบรส อีกคน โรลลินส์ เอาเก้าอี้ไปยื่นให้ ออร์ตัน เพื่อเอาไปฟาด เรนส์ กับ แอมโบรส ต่ออีก จากนั้นก็ RKO เรนส์ ลงบนเก้าอี้ ปิดท้ายรายการโดยมี โรลลินส์ ยืนอยู่กับ แรนดี ออร์ตัน และ ทริปเปิล เอช เป็นอันว่า โรลลินส์ ได้แยกทีมกับ เดอะชีลด์ ไปแล้ว[26] ในรอว์ (9 มิถุนายน 2014) ทริปเปิล เอช ได้สั่งจัดแมตช์ ไวแอ็ตต์แฟมิลี เจอกับ เดอะชีลด์ แบบ 3 ต่อ 3 ทว่าสมาชิกของ เดอะชีลด์ มีเพียง 2 คน ทริปเปิล เอช บอกว่าถ้าหาคู่แทคทีมไม่ได้ก็ต้องสู้แบบ 2 ต่อ 3 คืนเดียวกัน แอมโบรส และเรนส์ ได้จับคู่กับ จอห์น ซีนา เจอกับ ไวแอ็ตต์แฟมิลี สุดท้ายทีมของซีนา เป็นฝ่ายชนะไปได้สำเร็จ[27][28]

ในสแมคดาวน์ (13 มิถุนายน 2014) แอมโบรส กับเรนส์ ออกมาพูดถึงเรื่องที่ แรนดี ออร์ตัน ได้เข้าร่วมมันนีย์อินเดอะแบงก์ โดยไม่ต้องผ่านรอบคัดเลือกว่าเอาแต่ใช้เส้นไม่เลิก เรนส์ บอกว่าเขากับ แอมโบรส ก็อยากจะเป็นแชมป์เหมือนกัน ทริปเปิล เอช โผล่มาทางจอยักษ์ และบอกว่าเสียใจด้วยนะ เหลือที่ว่างอีกแค่ที่เดียวเท่านั้น ดังนั้นจะใช้วิธีการโยนเหรียญตัดสิน ผลการโยนเหรียญคือ แอมโบรส จะได้โอกาสปล้ำรอบคัดเลือกเพื่อเข้าสู่ มันนีย์อินเดอะแบงก์ โดยเจอกับ เบรย์ ไวแอ็ตต์ และ เรนส์ กับลูกน้องของเบรย์ จะต้องโดนแบนจากข้างเวทีด้วย ส่วนเรนส์ มีแมตช์ให้ปล้ำทันที เจอกับ แบด นิวส์ บาร์เร็ตต์ สุดท้ายเรนส์ ชนะฟาล์ว เพราะกลุ่ม ทรีเอ็มบี ออกมาขัดจังหวะ หลังแมตช์ เรนส์ไล่อัด ทรีเอ็มบี กระจายหมด และแมตช์ระหว่างแอมโบรส กับไวแอ็ตต์ นั้น โรลลินส์ ได้มาก่อกวนการปล้ำ ทำให้แอมโบรส เป็นฝ่ายแพ้ไป จนหมดสิทธิ์เข้าร่วม มันนีย์อินเดอะแบงก์ ในรอว์ (16 มิถุนายน 2014) โรลลินส์ มีแมตช์เจอกับ ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ ระหว่างแมตช์ แอมโบรส ก็โผล่มาอัดโรลลินส์ จนกรรมการยุติแมตช์ไป หลังแมตช์ ทริปเปิล เอช โผล่มาทางจอยักษ์ และสั่งให้ แอมโบรส เจอกับ แบด นิวส์ บาร์เร็ตต์ เป็นแมตช์ต่อไป สุดท้ายแอมโบรส แพ้เคาท์เอาท์ เพราะโรลลินส์ ได้มาก่อกวน ทำให้แอมโบรส ไปวิ่งไล่อัดโรลลินส์ จนกรรมการนับ 10 แพ้ไป คืนเดียวกัน เรนส์ได้เป็นผู้ชนะในแมตช์แบทเทิลรอยัล 20 คน และได้เข้าร่วมแมตช์ไต่บันได มันนีย์อินเดอะแบงก์ ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE และเป็นการแยกทีมอย่างเป็นทางการของกลุ่มเดอะชีลด์ ในการแยกไปเป็นศิลปินเดี่ยว[29]

เกี่ยวกับมวยปล้ำ[แก้]

เดอะชีลด์เล่นงานเคน ด้วยท่า Triple Powerbomb
เดอะชีลด์เล่นงานเดอะนิวเอจเอาต์ลอวส์ ด้วยท่า double Triple Powerbomb
  • ท่าไม้ตาย
    • Cerberus Bomb[30] (Triple powerbomb), sometimes through a table[31]
    • Backbreaker rack (Reigns) / Diving knee drop (Rollins) combination[32]
    • Turnbuckle powerbomb (Rollins) followed by a spear (Reigns)
  • ท่าเอกลักษณ์
    • Bow and arrow stretch (Ambrose) / Diving knee drop (Rollins) combination[33]
    • Running front dropkick (Ambrose) to an opponent against the ropes followed by a running single leg dropkick (Rollins)
    • Reigns Irish whips Rollins into a running forearm smash to the cornered opponent followed by Rollins Irish whipping the opponent into a leaping clothesline from Reigns[34]
    • Stereo suicide dive (Ambrose and Rollins)[35][36]
    • Wishbone split
  • ท่าไม้ตายของแอมโบรส
  • ท่าไม้ตายของเรนส์
  • ท่าไม้ตายของโรลลินส์
    • Black Out[41] / Piece of Mind[42] (Running pushing stomp to the head of a bent-over opponent)[43]
    • Diving or a springboard high knee[44]
  • ฉายา
    • "The Hounds of Justice"[45]
  • เพลงเปิดตัว
    • "Special Op" โดย Jim Johnston[46] (16 ธันวาคม 2012–ปัจจุบัน)

ผลงานทั้งหมด[แก้]

  • Pro Wrestling Illustrated
    • PWI ranked Ambrose #26 of the top 500 singles wrestlers in the PWI 500 in 2013[47]
    • PWI ranked Rollins #35 of the top 500 singles wrestlers in the PWI 500 in 2013[47]
    • PWI ranked Reigns #39 of the top 500 singles wrestlers in the PWI 500 in 2013[47]
    • PWI Tag Team of the Year (2013)[48] – Roman Reigns and Seth Rollins
    • PWI Feud of the Year (2013) ปะทะ แดเนียล ไบรอัน[49] เข้าร่วมเป็นสามชิกของ "The Authority"
    • PWI Most Hated Wrestler of the Year (2013)[50] เข้าร่วมเป็นสามชิกของ "The Authority"
  • WWE NXT
    • NXT Championship (1 สมัย)[51] - โรลลินส์
  • WWE
    • WWE United States Championship (1 สมัย)[52] - แอมโบรส
    • WWE Tag Team Championship (1 สมัย)[53] - โรลลินส์ และ เรนส์
    • สแลมมีอะวอร์ด for "What a Maneuver" of the Year (2013): Reigns - สำหรับท่า Spear
    • สแลมมีอะวอร์ด for Faction of the Year (2013)
    • สแลมมีอะวอร์ด for Trending Now Hashtag of the Year (2013) - #BelieveInTheShield
    • สแลมมีอะวอร์ด for Breakout Star of the Year (2013)
  • Wrestling Observer Newsletter
    • Most Improved (2013) – Reigns[54]
    • Tag Team of the Year (2013) – Reigns and Rollins[54]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Caldwell, James. "SURVIVOR SERIES NEWS: NXT stars debut in PPV main event angle, plus other news from annual PPV". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 19 November 2012. 
  2. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 11/19: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - Survivor Series fall-out". PWTorch. สืบค้นเมื่อ 5 December 2012. 
  3. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 11/26: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - The Shield speaks, Cena-Ziggler". PWTorch. สืบค้นเมื่อ 5 December 2012. 
  4. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 12/3: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - McMahon returns, Punk takes a Test". PWTorch. สืบค้นเมื่อ 5 December 2012. 
  5. "WWE NEWS: WWE officially announces TLC main event change; will Ryback still get a WWE Title shot?". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 5 December 2012. 
  6. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE TLC PPV RESULTS 12/16: Complete "virtual-time" coverage of final 2012 PPV - Cena vs. Ziggler main event, Shield makes a statement". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 17 December 2012. 
  7. James, Justin. "JAMES'S WWE NXT REPORT 1/9: Big E. captures NXT Title, Shield involved, PAC debut promo, Overall Reax". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 12 January 2013. 
  8. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE ROYAL RUMBLE PPV RESULTS 1/27: Complete "virtual-time" coverage of Punk vs. Rock, 30-man Rumble". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 29 January 2013. 
  9. Caldwell, James. "WWE NEWS: Team Cena vs. The Shield official for Elimination Chamber; updated PPV line-". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 6 February 2013. 
  10. Caldwell, James. "WWE NEWS: Chamber PPV results & notes - WM29 main event set, World Title match set, Shield big win, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 18 February 2013. 
  11. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 4/8: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - WM29 fall-out, new World Champ, no Rock, Taker live, crowd takes over". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 26 May 2013. 
  12. Bishop, Matt. "Raw: Undertaker, Team Hell No face The Shield". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 27 May 2013. 
  13. "Smackdown!:The Undertaker returns to Friday night action". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 27 May 2013. 
  14. Benigno, Anthony. "Why hasn't The Shield been beaten yet? They work cohesively". WWE. Archived from the original on 24 May 2013. สืบค้นเมื่อ 24 May 2013. 
  15. Bishop, Matt. "Lesnar finishes off Triple H at Extreme Rules". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 26 May 2013. 
  16. Tylwalk, Nick. "Raw: The Rhodes brothers get their big chance". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 1 November 2013. 
  17. Tylwalk, Nick. "Raw: The Yes Movement keeps rolling in Cleveland". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 25 February 2014. 
  18. Caldwell, James. "WWE E. Chamber PPV results 2/23 (Hour 2): Shield vs. Wyatts big six-man tag, Batista vs. Del Rio, Divas Title". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 25 February 2014. 
  19. Caldwell, James. "Caldwell's WWE Raw results 4/7: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - WM30 fall-out, WWE Title match teaser, Bryan's first night as champ, Warrior, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 8 April 2014. 
  20. Caldwell, James. "Caldwell's WWE Raw results 4/7: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - WM30 fall-out, WWE Title match teaser, Bryan's first night as champ, Warrior, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 8 April 2014. 
  21. McCarron, Rob. "WWE Raw TV report - April 14, 2014". สืบค้นเมื่อ 23 May 2014. 
  22. Caldwell, James. "Caldwell's Extreme Rules PPV results 5/4: Complete "virtual-time" coverage of live PPV - Bryan vs. Kane, Evolution vs. Shield, Cena vs. Wyatt steel cage match". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 6 May 2014. 
  23. Caldwell, James. "Caldwell's WWE Raw results 5/5: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - PPV fall-out, U.S. Title battle royal, IC Title re-match, Shield vs. Wyatts, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 23 May 2014. 
  24. Asher, Matthew. "Mat Matters: Temporarily shelving the YES! Movement IS what's best for business". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 23 May 2014. 
  25. Asher, Matthew. "Shield gets suicidal and Cena looks for some Payback against Wyatt". slam.canoe.ca. SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 2 June 2014. 
  26. Caldwell, James. "Caldwell's WWE Raw results 6/2: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - PPV fall-out, huge angle at the end of Raw, post-Raw coverage, MITB hype, more". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ 3 June 2014. 
  27. Caldwell, James. "Raw news: Bryan injury timetable, Rollins's heel turn explanation, Lesnar & Goldust teasers, guest star next week, more". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ 12 June 2014. 
  28. Caldwell, James. "Caldwell's WWE Raw results 6/9: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - Daniel Bryan's WWE Title status, Cena joins Shield for main event, Bray Wyatt returns, more". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ 12 June 2014. 
  29. Caldwell, James. "Caldwell's WWE Raw results 6/9: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - Daniel Bryan's WWE Title status, Cena joins Shield for main event, Bray Wyatt returns, more". WrestlingInc. สืบค้นเมื่อ 20 June 2014. 
  30. http://www.pwinsider.com/article/84923/wwe-smackdown-report-hulk-hogan-makes-a-superstars-dream-come-true-the-shield-continue-the-nightmare-for-others-who-is-the-new-dance-partner-for-fandango-and-more.html?p=1
  31. "WWE.com: The Shield's most monstrous triple powerbombs". WWE. สืบค้นเมื่อ 24 March 2013. 
  32. "COMPLETE WWE EXTREME RULES PPV COVERAGE". สืบค้นเมื่อ 21 May 2013. "Reigns held him in a Torture Rack. Rollins came off with the flying kneedrop and killed Bryan. The Shield scored the win." 
  33. "WWE NXT REPORT: THE SHIELD DELIVER JUSTICE". สืบค้นเมื่อ 12 May 2013. 
  34. Tedesco, Mike (7 June 2013). "WWE Smackdown Results - 6/7/13 (Tag team main event)". WrestleView. สืบค้นเมื่อ 10 June 2013. 
  35. Caldwell, James. "SMACKDOWN SPOILERS 3/21: Caldwell's in-person report from Smackdown TV taping (w/Overall Thoughts)". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 12 April 2014. 
  36. Pollock, John. "WrestleMania 30 Report - Live From New Orleans". Fight Network. สืบค้นเมื่อ 12 April 2014. 
  37. "PARKS'S WWE SMACKDOWN REPORT 3/28: Ongoing "virtual time" coverage of Friday show, including Bray Wyatt vs. Big Show". 
  38. Bishop, Matt. "Lesnar finishes off Triple H at Extreme Rules". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 26 May 2013. "... but Ambrose ducks. He grabs Kingston on the rebound and hits the headlock driver and that does it." 
  39. Tylwalk, Nick. "Raw: Lesnar and Heyman pay Triple H an office visit". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 26 May 2013. "Ambrose hits his headlock driver finisher and The Shield wins again." 
  40. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE ELIMINATION CHAMBER PPV RESULTS 2/17: Complete "virtual-time" coverage of Rock-Punk II, Elimination Chamber match, Shield beats Team Cena". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 27 February 2013. 
  41. Artus, Matthew. "Editors' debate: Who is the most underrated Superstar in WWE?". WWE. สืบค้นเมื่อ 14 December 2013. 
  42. "WWE RAW Results – 3/24/2014". Daily Wrestling News. สืบค้นเมื่อ 2014-03-24. 
  43. "WWE Tag Team Champions Roman Reigns & Seth Rollins def. Randy Orton & Daniel Bryan". WWE. Archived from the original on 20 July 2013. สืบค้นเมื่อ 20 July 2013. "Rollins ran in, disposed of Orton and landed a frightening leaping stomp on Bryan’s skull for the pinfall." 
  44. "COMPLETE WWE RAW REPORT: REMEMBER TO DOWNLOAD THE APP; THE SHIELD DEFEND THEIR TITLES; CM PUNK IS COMING BACK SOON; BRET HART IS IN THE HOUSE . . . AND SO IS SHAWN MICHAELS; HAPPY BIRTHDAY NATALYA, REMEMBER WE ARE IN YOUR HOME TOWN; AND MORE". สืบค้นเมื่อ 28 May 2013. 
  45. Wortman, James. "Dean Ambrose def. U.S. Champion Kofi Kingston". WWE. Archived from the original on 24 May 2013. สืบค้นเมื่อ 24 May 2013. "Representing the black-clad trio whose brutality knows no bounds..." 
  46. "WWE: Special Op (The Shield) - Single by Jim Johnston". WWE. iTunes. Archived from the original on 26 February 2013. สืบค้นเมื่อ 26 February 2013. 
  47. 47.0 47.1 47.2 "Pro Wrestling Illustrated (PWI) 500 for 2013". The Internet Wrestling Database. สืบค้นเมื่อ 22 August 2013. 
  48. Pro Wrestling Illustrated 34 (2): 42–43. 2014. 
  49. Pro Wrestling Illustrated 34 (2): 34–35. 2014. 
  50. Pro Wrestling Illustrated 34 (2): 38–39. 2014. 
  51. Josh, Parry (7 December 2012). "NXT Spoilers: New champion, The Shield involved, Nash's role, Hall of Famer at next TV taping". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 3 January 2013. 
  52. "Dean Ambrose's first United States Championship reign". 
  53. "The Shield's first Tag Team Championship reign". 
  54. 54.0 54.1 Meltzer, Dave (January 27, 2014). "Jan 27 2014 Wrestling Observer Newsletter: 2013 Annual awards issue, best in the world in numerous categories, plus all the news in pro-wrestling and MMA over the past week and more". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, California): 1–37. ISSN 1083-9593. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]