มวยปล้ำอาชีพ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก นักมวยปล้ำอาชีพ)
นักมวยปล้ำบนเวทีมวยปล้ำ(ในภาพเป็น จอห์น ซีนา และ บาติสตา)

มวยปล้ำอาชีพ (อังกฤษ: professional wrestling) โดยทั่วไปหมายถึง รูปแบบหนึ่งของศาสตร์กีฬามวยปล้ำที่นักมวยปล้ำได้รับค่าตอบแทน ที่ความหมายในปัจจุบันอ้างอิงไปถึง มวยปล้ำที่มีการจัดผลการปล้ำไว้ล่วงหน้า มวยปล้ำอาชีพสมัยใหม่โดยส่วนใหญ่ จะมีการโจมตีประเภทต่อยเตะและอื่นๆที่ไม่มีในศาสตร์มวยปล้ำดั้งเดิม

มวยปล้ำอาชีพสมัยใหม่ถือเป็นการแสดงชนิดหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นการแสดงศิลปะการต่อสู้ เพื่อความบันเทิง ที่แสดงความแข็งแกร่ง ท่าทาง และท่ากายกรรมต่างๆ ในแบบของกีฬาต่อสู้ โดยระดับความสมจริงจะแตกต่างกัน ตั้งแต่แบบอเมริกัน ที่เน้นความสมจริงปานกลางและเสริมด้วยการแสดงอื่นๆ, แบบญี่ปุ่น ที่เน้นความสมจริงอย่างมาก, ไปจนถึงแบบเม็กซิกัน ("ลูจา ลิเบร" Lucha libre) ที่เน้นท่ากายกรรมอย่างมาก

เนื้อหา

[แก้] กฎกติกาของมวยปล้ำอาชีพ

1.แบบปล้ำเดี่ยว -ผู้เข้าแข่งขัน จะต้องต่อสู้กันบนเวที โดยใช้การโจมตีจากการเตะ, การใช้กำปั้นทุบ ,การฟันศอก, การตีเข่า, การวิ่งเข้าปะทะ, การใช้ท่อนแขนหรือท่อนขาฟาด,การพุ่งเข้าปะทะจากบนเสามุมเวที, การกระโดดทับตัวของคู่ต่อสู้และการซ้ำคู่ต่อสู้ด้วยการทิ้งท่อนขา,ศอก,เข่า,ทวารหนัก ฯลฯ(จากบนพื้นเวทีหรือจากบนเสามุมเวทีก็ได้), การทุ่มเพื่อโจมตีคู่ต่อสู้ การแข่งขันจะจบลงพร้อมผลแพ้ชนะ เมื่อมีการกดไหล่อีกฝ่ายหนึ่งให้แตะพื้นเวที จนกระทั่งกรรมการผู้ห้ามเข้ามาแล้วนับ 1-3 ฝ่ายที่กดไหล่ก็จะเป็นฝ่ายชนะ หากไหล่ของผู้ถูกกดนั้นหลุดออกไปจากการกด ก็จะถือว่าการกดไหล่ครั้งนั้นของผู้กดไม่สำเร็จ ต้องต่อสู้กันไปจนกว่าจะมีการกดไหล่อีกครั้ง เมื่อใดที่กรรมการผู้ห้ามนับ1-3 หากไหล่ของผู้ถูกกดยังติดพื้นอยู่ ฝ่ายที่กดไหล่ก็จะเป็นฝ่ายชนะ ผู้แข่งขันสามารถใช้ท่าล็อกที่จะขัดขวางการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อให้อีกฝ่ายแสดงสัญญาณการขอยอมแพ้ โดยกรรมการจะเข้าไปถามว่า ยอมแพ้ไหม?(Give up?) หากฝ่ายที่ถูกใช้ท่าออกสัญญาณยอมแพ้โดยการตบพื้น หรือ แตะส่วนของร่างกายที่ถูกล็อก กรรมการจะหยุดการปล้ำ และให้ฝ่ายที่ใช้ท่าล็อก เป็นผู้ชนะทันที ผู้ถูกใช้ท่าล็อกสามารถดิ้นออกจากล็อก เพื่อหลบหนีออกจากการถูกล็อกได้ หรือ เข้าไปจับเชือกเวที(Rope break) เพื่อให้คู่ต่อสู้หยุดใช้ท่าล็อกได้ หากมีผู้เข้าแข่งขันตกลงไปจากเวทีหรือเดินลงไปจากเวทีทั้งๆที่การแข่งขันยังไม่มีผลแพ้ชนะ กรรมการผู้ห้ามจะนับ1-10(Ring out count)(ช่วงประมาณปีค.ศ1960-1999จะนับ1-20)เพื่อให้เวลาผู้ที่ตกลงไปจากเวทีได้กลับขึ้นมา หากไม่กลับมา จะถูกปรับแพ้ ผู้เข้าแข่งขันที่อยู่บนเวทีจะชนะทันที หากกลับขึ้นมา การปล้ำจะถูกดำเนินต่อไป จนกระทั่งมีผลแพ้ชนะ หากผู้เข้าแข่งขันทั้งสองฝ่ายลงไปต่อสู้กันล่างเวที กรรมการก็จะนับ Ring out count เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาสู้บนเวที หากฝ่ายที่ลงเวทีก่อนกลับขึ้นมา แล้วอีกฝ่ายที่ลงเวทีไปทีหลังไม่ขึ้นมา กรรมการจะเริ่มการนับใหม่ เพื่อฝ่ายที่ลงเวทีทีหลังได้ขึ้นมา แต่หากฝ่ายที่ลงเวทีไปก่อนยังไม่ขึ้น แต่ฝ่ายที่ลงเวทีไปทีหลังขึ้นมาก่อน กรรมการจะนับไปเรื่อยๆจนถึงที่ได้กำหนดไว้ หากไม่กลับขึ้นมาก็จะแพ้ทันที หากทั้งสองฝ่ายล้มลงนอนบนเวทีทั้งคู่ ไม่ว่าจะสาเหตุใดก็ตาม กรรมการจะนับ 1-10เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้มีเวลาลุกขึ้นมา หากไม่ลุกขึ้นมาทั้งคู่ กรรมการผู้ห้ามจะยุติการแข่งขัน และจะให้ผลออกมาเสมอกัน หากลุกขึ้นมาทั้งคู่ การแข่งจะถูกดำเนินต่อไป จนกว่าจะมีผลแพ้ชนะออกมา การกดไหล่ด้านล่างเวทีนั้นกรรมการจะไม่นับให้ ต้องกดไหล่กันบนเวทีเท่านั้น กรรมการถึงจะนับ1-3 และตัดสินผลแพ้ชนะ (ยกเว้นการแข่งแบบHardcoreที่ผู้แข่งสามารถกดไหล่ด้านล่างเวทีได้)ส่วนการใช้อาวุธบนเวทีนั้นเป็นสิ่งที่ผิดกติกา หากการแข่งขันไม่ได้เป็นแบบ Hardcoreหรือการแข่งแบบที่ใช้อาวุธได้ ผู้ที่ใช้อาวุธเข้าโจมตีจะถูกปรับแพ้ และให้ผู้ที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธเป็นฝ่ายชนะไป วิดีโอตัวอย่าง การแข่งขันมวยปล้ำอาชีพแบบเดี่ยว คลิก

2.แบบ Tag team- กติกาหลักๆของการปล้ำแบบนี้ ไม่ต่างจากการปล้ำเดี่ยวเลย แต่สิ่งต่างกันคือตรงที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องมาแบบทีม หนึ่งทีมจะมี2คน ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองทีมต้องส่งตัวแทนไปต่อสู้ในเวที ส่วนอีกคนรอเปลี่ยนตัวบริเวณด้านมุมเสาเวที คนอีกคนจะเข้าไปต่อสู้ได้นั้น ต้องถูกแตะมือจากผู้แข่งขันของทีมตัวเองที่ออกไปต่อสู้ ถึงจะเข้าไปสู้แทนได้ ส่วนคนที่แตะมือไปแล้ว ต้องไปรออยู่บริเวณมุมเสาเวที จนกว่าจะถูกแตะมือแล้วถึงเข้าไปอีกทีได้ การตัดสินผลแพ้ชนะจะตัดสินแบบเป็นทีม

3. แบบ 6 men tag team - เป็นการปล้ำแบบ Tag team โดยที่ทั้งสองฝ่ายจะมีสมาชิกในทีมจำนวน 3 คน

4. แบบ 3 เศร้า (3 Way Dance)-เป็นมวยปล้ำแบบที่จะมีนักมวยปล้ำต่างฝ่ายจำนวนสามคนบนเวทีเดียว โดยที่ทั้งสามคนต้องตะลุมบอนกัน เพื่อแย่งชิงชัยชนะ ที่จะมีให้ผู้ชนะเพียงคนเดียว ส่วนกติกาหลักๆในการปล้ำก็เหมือนเดิม แต่ส่วนใหญ่แล้ว การปล้ำแบบนี้จะถูกใช้ผสมกับกติกาแบบ Hardcore มากกว่า

[แก้] มวยปล้ำอาชีพในประเทศไทย

มวยปล้ำอาชีพเข้ามาแพร่ภาพในประเทศไทย ทาง โทรทัศน์ ตั้งแต่ช่วงต้นพุทธทศวรรษ 2530, ทางเคเบิลทีวี และทาง วิดีโอและวีซีดี โดยผู้ที่พากย์มวยปล้ำเป็นคนแรกในเมืองไทย ได้แก่ เจือ จักษุรักษ์ ต่อมามวยปล้ำอาชีพกลับมาเป็นที่นิยมในช่วงต้นพุทธทศวรรษ 2540 โดยส่วนหนึ่งมาจากการบรรยายของ สุวัฒน์ กลิ่นเกษร หรือที่รู้จักกันในผู้ชมมวยปล้ำอาชีพในนาม "น้าติง"

[แก้] ดูเพิ่ม

[แก้] อ้างอิง

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น