บิ๊กโชว์
| บิ๊กโชว์ | |
|---|---|
| ข้อมูล | |
| ฉายา | (เดอะ) บิ๊กโชว์ เดอะไจแอนท์[1] พอล ไวต์ ์ |
| ความสูง | 7 ฟุต 0 นิ้ว (2.13 เมตร) |
| น้ำหนัก | 441 ปอนด์ (200 กก) |
| เกิด | 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1972 (40 ปี) เอเคน, เซาท์แคโรไลนา[2] |
| พำนัก | แทมปา มลรัฐฟลอริดา |
| ฝึกหัดโดย | ลาร์รี ชาร์พ จิม ดักแกน เกลน รูท[3] |
| เปิดตัว | 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1995 |
พอล แรนแดล ไวต์, จูเนียร์. เกิดวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1972 เป็นนักมวยปล้ำอาชีพและนักแสดงชาวอเมริกัน ปัจจุบันเซ็นสัญญาให้กับสมาคม เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ หรือ ดับเบิลยูดับเบิลยูอี สังกัดค่าย สแมคดาวน์ ในนามสังเวียนมวยปล้ำมีชื่อว่า บิ๊กโชว์
[แก้] ประวัติในสังเวียนมวยปล้ำ
บิ๊กโชว์ เคยเป็นอดีตนักบาสเกตบอลมาก่อน และเป็นอดีตสมาชิกในกลุ่ม "nWo" และได้สลายลงไป ในปี ค.ศ. 2002 บิ๊กโชว์ เป็นอดีต แชมป์ WWE 2 สมัย, แชมป์โลกเฮฟวี่เวท 1 สมัย, แชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล 1 สมัย, แชมป์ยูเอส 1 สมัย, แชมป์โลกแทคทีม 5 สมัย คู่กับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ 2 สมัย, เคน 1 สมัย, คริส เจอริโค 1 สมัย และ เดอะ มิซ 1 สมัย, แชมป์แทคทีม WWE 3 สมัย คู่กับ เคน 1 สมัย, คริส เจอริโค 1 สมัย และ เดอะ มิซ 1 สมัย แชมป์โลก ECW 1 สมัย และ แชมป์ฮาร์ดคอร์ 3 สมัย
[แก้] เวิลด์เรสต์ลิงเฟเดเรชั่น / เอ็นเตอร์เทนเมนต์ (ปี 1999 - 2007)
[แก้] สแมคดาวน์ (ปี 2004 - 2005)
[แก้] ปี 2004
ในศึก รอยัลรัมเบิล (2004) บิ๊กโชว์ ได้เข้าร่วมในแมตช์ รอยัลรัมเบิล โดยออกมาเป็นลำดับที่ 24 สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็ไม่ได้เป็นผู้ชนะ บิ๊กโชว์ ต่อมา ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 20 บิ๊กโชว์ จะต้องป้องกันแชมป์ยูเอส กับ จอห์น ซีนา สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็ถูก จอห์น ซีนา เล่นงานด้วยท่าไม้ตาย F-U หรือ แอตติจูด แอดจัสต์เมนต์ ในปัจจุบัน ทำให้ บิ๊กโชว์ เป็นฝ่ายแพ้และเสียแชมป์ยูเอส ให้กับ จอห์น ซีนา ไปในที่สุด และช่วงปลายปี ในศึก สแมคดาวน์ บิ๊กโชว์ โดน เคิร์ต แองเกิล มาลอบทำร้าย และจับ บิ๊ก โชว์ โกนหัว จนกลายมาเป็นคู่แค้นกัน แต่ บิ๊ก โชว์ ก็สามารถล้างแค้นได้ด้วยการเอาชนะ เคิร์ต แองเกิล ในศึก โน เมอร์ซี่ และกลายมาเป็นฝ่ายธรรมะอีกครั้ง
[แก้] ปี 2005
ในศึก รอยัลรัมเบิล (2005) บิ๊กโชว์ จะต้องเจอกับ เจบีแอล เจ้าของตำแหน่งแชมป์ WWE และ เคิร์ต แองเกิล ในแมตช์การปล้ำ 3 เส้า เพื่อชิงแชมป์ WWE สุดท้ายกลายเป็น เจบีแอล ที่เป็นฝ่ายป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้สำเร็จ ต่อมา ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 21 บิ๊กโชว์ ได้ท้ากับนักมวยปล้ำซูโม่ชื่อดัง อะคีโบโน เจอกัน ในการต่อสู้ในรูปแบบซูโม่ และ บิ๊กโชว์ ก็เป็นฝ่ายแพ้ให้กับ อะคีโบโน ไปในที่สุด[4]
[แก้] รอว์ (ปี 2005 - 2006)
[แก้] ปี 2005
บิ๊กโชว์ ก็ถูกดราฟท์ตัวไปอยู่รอว์[5] ต่อมา ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2005) บิ๊กโชว์ ได้เข้าร่วมทีมฝั่งรอว์ เจอกับทีมฝั่งสแมคดาวน์ สุดท้ายทีมฝั่งรอว์ ก็เป็นฝ่ายแพ้ให้กับทีมฝั่งสแมคดาวน์ ไปในที่สุด[6] ต่อมา บิ๊กโชว์ ก็สามารถคว้าแชมป์โลกแทคทีม คู่กับ เคน โดยการเอาชนะ แลนซ์ เคด และ เทรเวอร์ เมอร์ด็อค มาได้สำเร็จ[7]
[แก้] ปี 2006
ในศึก รอยัลรัมเบิล (2006) บิ๊กโชว์ ได้เข้าร่วมในแมตช์ รอยัลรัมเบิล โดยออกมาเป็นลำดับที่ 6 สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็ไม่ได้เป็นผู้ชนะ ต่อมา ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 22 บิ๊กโชว์ และ เคน จะต้องป้องกันแชมป์โลกแทคทีม กับ คาร์ลิโต้ และ คริส มาสเตอร์ สุดท้าย บิ๊กโชว์ และ เคน ก็เป็นฝ่ายเอาชนะและป้องกันแชมป์โลกแทคทีม เอาไว้ได้สำเร็จ[8][9]ต่อมา บิ๊กโชว์ และ เคน จะต้องป้องกันแชมป์โลกแทคทีม กับพวกกลุ่ม สปีริต สค๊วด สุดท้าย บิ๊กโชว์ และ เคน ก็เป็นฝ่ายแพ้และเสียแชมป์โลกแทคทีม ไปในที่สุด หลังจากนั้น เคน ก็ได้ทำการหักหลัง บิ๊กโชว์ ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นศัตรูคู่แค้นกันไปในที่สุด
[แก้] อีซีดับเบิลยู (ดับเบิลยูดับเบิลยูอี) (ปี 2006)
[แก้] ปี 2006
บิ๊กโชว์ ได้ย้ายมาอยู่ อีซีดับเบิลยู และสามารถคว้าแชมป์โลก ECW เป็นคนที่สองในยุคใหม่ มาครอบครอง โดยการเอาชนะ ร็อบ แวน แดม แชมป์คนแรกของ อีซีดับเบิลยู ยุคใหม่[10][11] และกลายมาเป็นฝ่ายอธรรมอีกครั้ง ต่อมา บิ๊กโชว์ ก็เปิดศึกกับ บ็อบบี แลชลีย์ โดยมี เทสต์ เป็นคู่แทคทีม ในศึก ดีเซมเบอร์ ทู ดิสเมมเบอร์ ในแมตช์การปล้ำ เอ็กซ์ตรีม อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ โดยมีอาวุธอยู่ในกรง เช่น ไม้เบสบอลพันลวดหนาม, เก้าอี้, ชะแลง และ โต๊ะ โดย บิ๊กโชว์ จะต้องป้องกันแชมป์โลก ECW กับผู้ท้าชิงทั้งหมด 5 คน คือ ร็อบ แวน แดม, ซีเอ็ม พังค์, เทสต์, ซาบู และ บ็อบบี แลชลีย์ แต่ว่า ซาบู ถูกลอบทำร้ายจนต้องถูกหามส่งโรงพยาบาล โดยไม่รู้ว่าใครเป็นคนที่ทำร้ายซาบู พอล เฮเมน จึงต้องให้ ฮาร์ดคอร์ ฮอลลี มาแทน ซาบู สุดท้าย บิ๊กโชว์ เป็นฝ่ายแพ้และเสียแชมป์โลก ECW ให้กับ บ็อบบี แลชลีย์ ไปในที่สุด[12]
[แก้] เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ / ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (ปี 2008 - ปัจจุบัน)
[แก้] สแมคดาวน์ (ปี 2008 - 2009)
[แก้] ปี 2008
ในศึก โนเวย์เอาท์ (2008) บิ๊กโชว์ ได้กลับมาใน WWE อีกครั้ง หลังจากที่พักการปล้ำไปในช่วงปี 2007 และไปเล่นงาน เรย์ มิสเตริโอ หลังจากที่ เรย์ มิสเตริโอ แพ้ให้กับ เอดจ์ ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท และ เรย์ มิสเตริโอ ยังมีอาการปวดกล้ามเนื้อไบเส็บด้วย จนทำให้ เรย์ มิสเตริโอ ต้องพักการปล้ำไปในที่สุด[13][14] ต่อมา บิ๊กโชว์ ได้ท้ากับนักมวยชื่อดัง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ เจอกัน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 24 ในแมตช์การปล้ำไม่มีกฏกติกา หรือ ไม่มีการจับแพ้ฟาวล์ สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็เป็นฝ่ายแพ้ให้กับ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ โดย เมย์เวทเธอร์ ได้ใช้สนับมือชกไปที่ขากรรไกรของ บิ๊กโชว์ และถูกกรรมการนับ 10 แพ้ไปในที่สุด[15] ต่อมา ในศึก แบคแลช (2008) บิ๊กโชว์ จะต้องเจอกับ เดอะ เกรท คาลี นักมวยปล้ำร่างสูงยักษ์ ในแมตช์ระหว่างยักษ์เจอยักษ์ สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็เป็นฝ่ายเอาชนะ เดอะ เกรท คาลี มาได้สำเร็จ[16] ต่อมา บิ๊กโชว์ ได้ไปลอบทำร้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ทำให้ ดิอันเดอร์เทเกอร์ แค้นมากจึงไปขอท้าเจอกับ บิ๊กโชว์ ในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2008) ในรูปแบบการปล้ำแคสเก็ต แมตช์ จับคู่ต่อสู้ยัดใส่โลงศพ สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป ให้กับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ ในที่สุด
[แก้] ปี 2009
บิ๊กโชว์ ได้เข้าร่วมในแมตช์ รอยัลรัมเบิล ในศึก รอยัลรัมเบิล (2009) โดยออกกมาเป็นลำดับสุดท้ายที่ 30 สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็ไม่ได้เป็นผู้ชนะ ต่อมา ในศึก โนเวย์เอาท์ (2009) บิ๊กโชว์ ได้เข้าร่วมในแมตช์การปล้ำอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ ในการชิงแชมป์ WWE กับ เอดจ์, ทริปเปิล เอช, เจฟฟ์ ฮาร์ดี, ดิอันเดอร์เทเกอร์ และ วลาดิเมียร์ คอซลอฟ สุดท้าย ทริปเปิล เอช ก็เป็นฝ่ายคว้าแชมป์ WWE ไปได้สำเร็จ[17]
บิ๊กโชว์ ได้เปิดศึกกับ จอห์น ซีนา ซึ่ง จอห์น ซีนา ได้ขู่ วิคกี เกอร์เรโร เรื่องที่เธอแอบเป็นกิ๊กกับ บิ๊กโชว์ จนเธอต้องยอมให้ จอห์น ซีนา ได้ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ เอดจ์ แต่สุดท้ายความจริงก็ปรากฏให้ เอดจ์ รู้ว่าเธอปันใจให้กับ บิ๊กโชว์ ทำให้ทั้งคู่ต้องกลายมาเป็นศัตรูกันจนในที่สุด และเจอกัน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 25 ในแมตช์การปล้ำสามเสร้า เพื่อชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท สุดท้ายกลายเป็น จอห์น ซีนา ที่เป็นฝ่ายชนะและคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ไปครองได้สำเร็จ[18]
[แก้] รอว์ (ปี 2009 - 2010)
[แก้] ปี 2009
บิ๊กโชว์ ได้ถูกดราฟท์ตัวไปอยู่ รอว์ ต่อมา ในศึก แบคแลช (2009) จอห์น ซีนา จะต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ เอดจ์ ในรูปแบบการปล้ำลาสแมนสแตนดิ้ง แมตช์ ซึ่งใครล้มลงไปนอนกับพื้นแล้วถูกกรรมการนับ 10 ก็จะเป็นฝ่ายแพ้และ บิ๊กโชว์ ก็ได้เล่นงาน จอห์น ซีนา ด้วยท่า โชคสแลม กับ ไฟสปอตไลท์ยักษ์ จนทำให้ จอห์น ซีนา สลบและแพ้ไปแบบหมดรูป ทำให้ จอห์น ซีนา ต้องเสียแชมป์คืนให้กับ เอดจ์[19] ต่อมา จอห์น ซีนา แค้นมากจึงขอท้าเจอกับ บิ๊กโชว์ ในศึก จัดจ์เมนท์เดย์ (2009) สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็เป็นฝ่ายแพ้ไปให้กับ จอห์น ซีนา ต่อมา ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2009) บิ๊กโชว์ จึงไปขอท้าเจอกับ จอห์น ซีนา อีกครั้ง ในรูปแบบการปล้ำซับมิสชั่น แมตช์ ใครตบพื้นก่อนยอมแพ้ สุดท้าย บิ๊กโชว์ ต้องตบพื้นยอมแพ้ ด้วยท่า STF ทำให้ จอห์น ซีนา ได้ล้างแค้น บิ๊กโชว์ อย่างสะใจ ไปในที่สุด[20][21]
ในศึก แบรกกิ้ง ไรท์ส (2009) บิ๊กโชว์ ได้เป็นสมาชิก ของทีมฝั่งรอว์ ในการเจอกับทีมฝั่งสแมคดาวน์ แต่ บิ๊กโชว์ ได้ทำการหักหลังทีมของตนเอง จนทำให้ทีมฝั่งรอว์ เป็นฝ่ายแพ้ให้กับทีมฝั่งสแมคดาวน์ ไปในที่สุด[22] ในศึก รอว์ ต่อมา บิ๊กโชว์ จะต้องเจอกับ ทริปเปิล เอช ในรูปแบบการปล้ำลัมเบอร์ แจ็ค แมตช์ โดยมีนักมวยปล้ำฝั่งรอว์ ทั้งหมดอยู่ข้างเวที เพราะต้องการล้างแค้นที่ บิ๊กโชว์ เป็นต้นเหตุทำให้ทีมรอว์ แพ้ให้กับทีมสแมคดาวน์ และแมตช์นี้ก็มี จอห์น ซีนา เป็นกรรมการพิเศษอีกด้วย และ บิ๊กโชว์ ถูกนักมวยปล้ำฝั่ง รอว์ ทั้งหมดเล่นงานด้วยท่าไม้ตายของแต่ละคน รวมทั้งท่าไม้ตาย 3 ท่าหลัก เช่น แอตติจูด แอดจัสต์เมนต์ ของ กรรมการพิเศษ จอห์น ซีนา, สวีต ชิน มิวสิก ของ ชอว์น ไมเคิลส์ และ เพดดิกรี ของ ทริปเปิล เอช ทำให้ บิ๊กโชว์ แพ้ให้กับ ทริปเปิล เอช ไปแบบหมดรูป ทำให้ทีม รอว์ ได้ล้างแค้น บิ๊กโชว์ อย่างสะใจ ไปในที่สุด
บิ๊กโชว์ ก็ได้ครอง แชมป์แทคทีมยูนิฟายด์ คู่กับ คริส เจอริโค และทั้งคู่ได้ตั้งชื่อกลุ่มทีมว่า เจอริโชว์ ต่อมา ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2009) ทีมเจอริโชว์ จะต้องเจอกับทีมของ ดี-เจเนอเรชันเอ็กซ์ (ทริปเปิล เอช กับ ชอว์น ไมเคิลส์) ในแมตช์การปล้ำ TLC Match[23] สุดท้ายทั้งคู่ก็เสียแชมป์แทคทีมยูนิฟายด์ ให้กับทีม ดี-เจเนอเรชันเอ็กซ์ ทำให้ทีมเจอริโชว์ ต้องแตกทีมกันไปในที่สุด[24]
[แก้] ปี 2010
ในศึก รอยัลรัมเบิล (2010) บิ๊กโชว์ ได้เข้าร่วมในแมตช์ รอยัลรัมเบิล โดยออกมาเป็นลำดับที่ 22 สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็ไม่ได้เป็นผู้ชนะ ต่อมา บิ๊กโชว์ ได้จับคู่กับ เดอะ มิซ เจอกับทีมดี-เจเนอเรชันเอ็กซ์ อีกครั้ง ในแมตช์ชิงแชมป์แทคทีมยูนิฟายด์ สุดท้าย บิ๊กโชว์ และ เดอะ มิซ ก็สามารถเอาชนะทีม ดี-เจเนอเรชันเอ็กซ์ และคว้าแชมป์แทคทีมยูนิฟายด์ มาได้สำเร็จ และได้ตั้งชื่อกลุ่มทีมว่า โชมิซ[25] ต่อมา ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 26 ทีมโชมิซ จะต้องป้องกันแชมป์แทคทีมยูนิฟายด์ กับ จอห์น มอร์ริสัน และ อาร์-ทรูธ สุดท้ายทีมโชมิซ ก็เป็นฝ่ายป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ[26] สุดท้าย ในศึก รอว์ ทั้งคู่ก็เสียแชมป์แทคทีม ไปให้กับกลุ่ม เดอะฮาร์ทไดนาสตี้ (เดวิด ฮาร์ท สมิธ กับ ไทสัน คิด) ทำให้ บิ๊กโชว์ โกรธและชกหน้า เดอะ มิซ จนสลบคาเวที และแตกทีมกันไปในที่สุด
[แก้] สแมคดาวน์ (ปี 2010 - 2011)
[แก้] ปี 2010
บิ๊กโชว์ ก็ถูกดราฟ์ตัวไปอยู่ สแมคดาวน์ ในตอนนี้ได้กลายมาเป็นฝ่ายธรรมะอีกครั้งและเป็นขวัญใจของแฟนๆมวยปล้ำจนถึงปัจจุบัน และ บิ๊กโชว์ ได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ แจ๊ค สแวกเกอร์ ในศึก โอเวอร์เดอะลิมิต (2010) แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะ แจ๊ค สแวกเกอร์ เอาเข็มขัดแชมป์ตีใส่หัว บิ๊กโชว์ ทำให้ แจ๊ค สแวกเกอร์ ถูกจับแพ้ฟาล์ว แต่ แจ๊ค สแวกเกอร์ ไม่เสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวท หลังแมตช์ แจ๊ค สแวกเกอร์ ก็เล่นงาน บิ๊กโชว์ อย่างต่อเนื่อง สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็เล่นงานกลับ ด้วยท่า โชคสแลม ใส่ แจ๊ค สแวกเกอร์[27]
บิ๊กโชว์ ถอดหน้ากากของ ซีเอ็ม พังค์ ทำให้เห็นหัวล้านของ ซีเอ็ม พังค์ ทำให้ ซีเอ็ม พังค์ แค้นมาก และท้าเจอกัน ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2010) แต่ บิ๊กโชว์ จะต้องปล้ำในรูปแบบการปล้ำแฮนดิแคป 3 รุม 1 กับ สเตรจต์เอดจ์โซไซตี้ สมาชิก คือ ซีเอ็ม พังค์, ลุค กาล์โลว์ และ โจอี เมอร์คิวรี สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็เป็นฝ่ายสามารถเอาชนะกลุ่ม สเตรจต์เอดจ์โซไซตี้ มาได้สำเร็จ ต่อมา ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2010) บิ๊กโชว์ จะต้องเจอกับ ซีเอ็ม พังค์ อีกครั้ง สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็เป็นฝ่ายเอาชนะ ซีเอ็ม พังค์ มาได้สำเร็จ
ในศึก แบรกกิ้ง ไรท์ส (2010) บิ๊กโชว์ ได้เป็นกัปตันทีมฝั่งสแมคดาวน์ เจอกับทีมฝั่งรอว์ สุดท้ายทีมฝั่งสแมคดาวน์ ก็เป็นฝ่ายเอาชนะทีมฝั่งรอว์ มาได้สำเร็จ ต่อมา ในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2010) บิ๊กโชว์ ได้เข้าร่วมทีมของ เรย์ มิสเตริโอ เจอกับทีมของ อัลเบอร์โต เดล รีโอ สุดท้ายทีมของ เรย์ มิสเตริโอ ก็เป็นฝ่ายเอาชนะทีมของ อัลเบอร์โต เดล รีโอ มาได้สำเร็จ ในศึก สแมคดาวน์ บิ๊กโชว์ ได้จับคู่กับ โคฟี คิงส์ตัน เจอกับ ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ และ แจ๊ค สแวกเกอร์ ในการปล้ำแทคทีม สุดท้าย บิ๊กโชว์ กับ โคฟี คิงส์ตัน ก็เป็นฝ่ายเอาชนะมาได้สำเร็จ
[แก้] ปี 2011
บิ๊กโชว์ จะต้องเจอกับ ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์, ดรูว์ แมคอินไตย์ และ โคดี้ โรดส์ ในการปล้ำ 4 เส้า โดยถ้าใครชนะก็จะได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ เอดจ์ สุดท้ายกลายเป็น ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ ที่เป็นฝ่ายชนะ เพราะ เวด บาร์เร็ตต์ ได้มาก่อกวนการปล้ำของ บิ๊กโชว์ ทำให้ บิ๊กโชว์ แค้นมาก จึงไปขอท้าเจอกับ เวด บาร์เร็ตต์ ในศึก สแมคดาวน์ ต่อมา ผลสรุป คือ แมตช์จบลงโดยไม่มีผลการตัดสิน เพราะ ฮีท สเลเตอร์ กับ จัสติน เกเบรียล ออกมาช่วย เวด บาร์เร็ตต์ รุมเล่นงาน บิ๊กโชว์ แถมมี อีเซเคียล แจ็คสัน ออกมาช่วยรุมเล่นงาน บิ๊กโชว์ อีกคน จนทำให้ บิ๊กโชว์ ถึงกับหมดสภาพ และ เวด บาร์เร็ตต์ ได้ก่อตั้งกลุ่ม เดอะคอร์ โดยมี อีเซเคียล แจ็คสัน, ฮีท สเลเตอร์ และ จัสติน เกเบรียล ต่อมา ในศึก รอยัลรัมเบิล (2011) บิ๊กโชว์ ได้เข้าร่วมแข่งขันในแมตช์ รอยัลรัมเบิล โดยออกมาเป็นลำดับที่ 35 สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็ไม่ได้เป็นผู้ชนะ ต่อมา ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2011) บิ๊กโชว์ จะต้องเจอกับ เอดจ์, เรย์ มิสเตริโอ, เคน, เวด บาร์เร็ตต์ และ ดรูว์ แมคอินไตย์ ในแมตช์การปล้ำอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ โดยมาแทน ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ ที่ถูก ทีโอดอร์ ลอง ไล่ออกจาก WWE จึงเรียกให้ บิ๊กโชว์ เข้าร่วมแทน ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ สุดท้ายกลายเป็น เอดจ์ ที่ป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ไปได้ในที่สุด
ในศึก สแมคดาวน์ บิ๊กโชว์ จะต้องเจอกับ เคน แต่ในระหว่างการปล้ำกลุ่มเดอะคอร์ ก็ออกมาพร้อมกับเก้าอี้และส่งเก้าอี้ให้ เคน ตีใส่ บิ๊กโชว์ ทำให้ บิ๊กโชว์ ชนะฟาล์ว[28] ในศึก สแมคดาวน์ ต่อมา บิ๊กโชว์ ได้จับคู่กับ เคน เจอกับ เวด บาร์เร็ตต์ และ ฮีท สเลเตอร์ แต่ในระหว่างการปล้ำ อีเซเคียล แจ็คสัน และ จัสติน เกเบรียล ได้มาก่อกวนการปล้ำ ทำให้ บิ๊กโชว์ และ เคน ชนะฟาล์วไปอีกครั้ง ต่อมา ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 บิ๊กโชว์ ได้จับคู่กับ เคน, ซานติโน่ มาเรลล่า และ วลาดิเมียร์ คอซลอฟ เจอกับพวก เดอะคอร์ ในแมตช์การปล้ำแทคทีม 8 คน แต่ วลาดิเมียร์ คอซลอฟ ได้รับบาดเจ็บ จึงให้ โคฟี คิงส์ตัน มาแทน สุดท้ายทีมของ บิ๊กโชว์, เคน, ซานติโน่ มาเรลล่า และ โคฟี คิงส์ตัน ก็เป็นฝ่ายเอาชนะทีม เดอะคอร์ มาได้สำเร็จ[29] ในศึก สแมคดาวน์ ต่อมา บิ๊กโชว์ ได้จับคู่กับ เคน เจอกับ ฮีท สเลเตอร์ และ จัสติน เกเบรียล ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์แทคทีม WWE สุดท้าย บิ๊กโชว์ และ เคน ก็เป็นฝ่ายเอาชนะ ฮีท สเลเตอร์ และ จัสติน เกเบรียล และคว้าแชมป์แทคทีม WWE มาได้สำเร็จ[30]
[แก้] รอว์ (ปี 2011)
[แก้] ปี 2011
บิ๊กโชว์ ได้ถูก ดราฟท์ ตัวไปอยู่รอว์ ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2011) บิ๊กโชว์ และ เคน จะต้องป้องกันแชมป์แทคทีม WWE กับ เวด บาร์เร็ตต์ และ อีเซเคียล แจ็คสัน ในแมตช์การปล้ำลัมเบอร์แจ๊ค สุดท้าย บิ๊กโชว์ และ เคน ก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ ต่อมา ในศึก โอเวอร์ เดอะ ลิมิต (2011) บิ๊กโชว์ และ เคน จะต้องป้องกันแชมป์แทคทีม WWE กับ ซีเอ็ม พังค์ และ เมสัน ไรอัน 2 สมาชิกจากกลุ่ม เดอะนิวเน็กซัส สุดท้าย บิ๊กโชว์ และ เคน ป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ ในศึกรอว์ บิ๊กโชว์ และ เคน ก็เสียแชมป์แทคทีม WWE ให้กับ เดวิด โอทังก้า และ ไมเคิล แมคกิลลิคัตตี 2 สมาชิกจากกลุ่ม เดอะนิวเน็กซัส ไปในที่สุด[31]
ในขณะ บิ๊กโชว์ และ เคน กำลังให้สัมภาษณ์อยู่หลังเวที อัลเบอร์โต เดล รีโอ เดินมาพูดเยาะเย้ยดูถูกทั้ง บิ๊กโชว์ และ เคน และตบหน้า บิ๊กโชว์ วิ่งหนีไป บิ๊กโชว์ วิ่งไล่ตาม แต่ถูก ริคาร์โด รอดริเกซ โฆษกส่วนตัวของ อัลเบอร์โต เดล รีโอ ขับรถชน ทำให้ บิ๊กโชว์ ได้รับบาดเจ็บที่เข่าขวา ต่อมา บิ๊กโชว์ แค้นมากจึงขอท้าเจอกับ อัลเบอร์โต เดล รีโอ ในศึก แคปิเทล พูนิชเมนท์ สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็เป็นฝ่ายแพ้ให้กับ อัลเบอร์โต เดล รีโอ ไปในที่สุด ในศึกรอว์ บิ๊กโชว์ จะต้องเจอกับ อัลเบอร์โต เดล รีโอ ในแมตช์การปล้ำกรงเหล็ก สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็ไม่สามารถล้างแค้น อัลเบอร์โต เดล รีโอ ได้เพราะ มาร์ก เฮนรี ได้มาก่อกวนการปล้ำของ บิ๊กโชว์ ทำให้ บิ๊กโชว์ เป็นฝ่ายแพ้ให้กับ อัลเบอร์โต เดล รีโอ ไปในที่สุด ต่อมา บิ๊กโชว์ แค้นมากจึงขอท้าเจอกับ มาร์ก เฮนรี ในศึก มันนีอินเดอะแบงก์ (2011) สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็เป็นฝ่ายแพ้ให้กับ มาร์ก เฮนรี ไปในที่สุด หลังแมตช์ มาร์ก เฮนรี เอาเก้าอี้มาหนีบขาซ้ายของ บิ๊กโชว์ ก่อนจะขึ้นเชือกเส้นสองกระโดดลงมาทับใส่เต็ม ๆ ขาของ บิ๊กโชว์ จนต้องพักการปล้ำ
[แก้] สแมคดาวน์ (ปี 2011 - ปัจจุบัน)
[แก้] ปี 2011
ในศึก สแมคดาวน์ (7 ตุลาคม 2011) บิ๊กโชว์ ได้กลับมาจากอาการบาดเจ็บและกลับมาอัด มาร์ก เฮนรี ด้วยท่า โชคสแลม กับ โต๊ะผู้บรรยาย[32] ต่อมา ในศึก เวนเจินส์ (2011) บิ๊กโชว์ ได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ มาร์ก เฮนรี สุดท้าย คู่นี้ไม่มีผลการตัดสิน เนื่องจากเวทีพัง ทำให้ บิ๊กโชว์ ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ ต่อมา ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2011) บิ๊กโชว์ ได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ มาร์ก เฮนรี อีกครั้ง สุดท้าย บิ๊กโชว์ ชนะฟาล์ว แต่ไม่ได้แชมป์โลกเฮฟวี่เวท[33] ต่อมา ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2011) บิ๊กโชว์ ได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ มาร์ก เฮนรี อีกครั้ง สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็เป็นฝ่ายเอาชนะ มาร์ก เฮนรี คว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวท มาได้สำเร็จ แต่หลังแมตช์ มาร์ก เฮนรี มาลอบทำร้าย บิ๊กโชว์ โดยเอาเก้าอี้มาฟาด บิ๊กโชว์ จากด้านหลัง และ DDT อัดใส่เก้าอี้ ทำให้ บิ๊กโชว์ หมดสภาพ หลังจากนั้น แดเนียล ไบรอัน วิ่งออกมาพร้อมกับกรรมการ ขอใช้สิทธิ์มันนีอินเดอะแบงก์ โดย บิ๊กโชว์ อยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมปล้ำ ทำให้ บิ๊กโชว์ แพ้ให้กับ แดเนียล ไบรอัน และเสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ไปในที่สุด[34]
[แก้] ปี 2012
ในศึก สแมคดาวน์ (6 มกราคม 2012) บิ๊กโชว์ จะต้องเจอกับ แดเนียล ไบรอัน ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท สุดท้าย บิ๊กโชว์ ถูกปรับแพ้ฟาล์ว ทำให้ บิ๊กโชว์ ไม่ได้แชมป์โลกเฮฟวี่เวท[35] ต่อมา ในศึก สแมคดาวน์ (13 มกราคม 2012) บิ๊กโชว์ จะต้องเจอกับ แดเนียล ไบรอัน ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท อีกครั้ง แบบไม่มีกฎกติกา โดยมี เอเจ มายืนอยู่ข้างเวที ปรากฏว่า บิ๊กโชว์ เผลอวิ่งไปชน เอเจ ล้มลงไป ขณะที่วิ่งไล่ตาม แดเนียล ไบรอัน ทำให้ บิ๊กโชว์ และ แดเนียล ไบรอัน ต้องมาดูอาการของ เอเจ โดยแมตช์จบด้วยการไม่มีคำตัดสิน[36] ต่อมา ในศึก รอยัลรัมเบิล (2012) บิ๊กโชว์ จะต้องเจอกับ แดเนียล ไบรอัน และ มาร์ก เฮนรี ในแมตช์การปล้ำ 3 เส้า เพื่อชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ในกรงเหล็ก สตีลเคจ สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวท คืนมาได้ ในคืนเดียวกัน บิ๊กโชว์ ได้เข้าร่วมแมตช์ รอยัลรัมเบิล โดยออกมาเป็นลำดับที่ 30 สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็ไม่ได้เป็นผู้ชนะ[37] ต่อมา ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2012) บิ๊กโชว์ จะต้องเจอกับ แดเนียล ไบรอัน, เวด บาร์เร็ตต์, โคดี้ โรดส์, เดอะ เกรท คาลี และ ซานติโน่ มาเรลล่า ในแมตช์การปล้ำอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ เพื่อชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวท คืนมาได้[38]
บิ๊กโชว์ ได้เปิดศึกกับ โคดี้ โรดส์ ในศึกรอว์ (20 กุมภาพันธ์ 2012) ในแมตช์การปล้ำ แบทเทิลรอยัล โดยเหลือ บิ๊กโชว์ กับ คริส เจอริโค สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็ไม่ได้เป็นผู้ชนะ โดย โคดี้ โรดส์ ดึงมือ บิ๊กโชว์ ลงมาข้างล่าง ทำให้ บิ๊กโชว์ โมโหและวิ่งไล่ตาม โคดี้ โรดส์ ไปในที่สุด หลังจากนั้น โคดี้ โรดส์ ก็ได้ทำคลิปล้อเลียน บิ๊กโชว์ โดยเอาภาพที่น่าอับอายของ บิ๊กโชว์ และถูกเรียกว่าเป็นตัวตลกของเรสเซิลเมเนีย ทุกๆปี[39] ทำให้ บิ๊กโชว์ แค้นมากและได้ขอท้าชิงแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล กับ โคดี้ โรดส์ ซึ่งเป็นเจ้าของตำแหน่งในตอนนั้น ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 บิ๊กโชว์ ก็เป็นฝ่ายเอาชนะ โคดี้ โรดส์ และคว้าแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล มาได้สำเร็จ[40] ต่อมา ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2012) บิ๊กโชว์ จะต้องป้องกันแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล กับ โคดี้ โรดส์ ในแมตช์การปล้ำจับฟาดใส่โต๊ะ สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็เป็นฝ่ายแพ้ โดยบิ๊กโชว์เพลอไปเหยียบโต๊ะเอาเองกรรมเลยสั่นกระดิ่งให้บิ๊กโชว์แพ้ไปในที่สุด ก็เลยเสียแชมป์ ให้กับ โคดี้ โรดส์ ไปในที่สุด[41]
บิ๊กโชว์ ได้ไปล้อเลียนเสียงของ จอห์น โลรีนายติส ผู้จัดการทั่วไปของรอว์ และ สแมคดาวน์ ในศึกรอว์ (14 พฤษภาคม 2012) จอห์น โลรีนายติส สั่งให้ บิ๊กโชว์ ขอโทษที่ไปล้อเลียนเสียงของ จอห์น โลรีนายติส โดยบอกว่าถ้า บิ๊กโชว์ ไม่ขอโทษก็จะถูกไล่ออกจาก WWE สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็ยอมขอโทษและยอมคุกเข่า แต่สุดท้าย จอห์น โลรีนายติส ก็ไล่ บิ๊กโชว์ ออกจาก WWE ไปในที่สุด[42]
[แก้] รอว์ (2012 - ปัจจุบัน)
[แก้] ปี 2012
ในศึก โอเวอร์เดอะลิมิต (2012) บิ๊กโชว์ ได้เข้ามาก่อกวนการปล้ำของ จอห์น โลรีนายติส กับ จอห์น ซีนา โดยมาช่วย จอห์น โลรีนายติส และเล่นงาน จอห์น ซีนา ด้วยท่า WMD ทำให้ จอห์น โลรีนายติส เอาชนะไปได้ และกลายเป็นฝ่ายอธรรมไปในที่สุด[43][44] ต่อมา ในศึกรอว์ (21 พฤษภาคม 2012) บิ๊กโชว์ ได้มาเล่นงาน จอห์น ซีนา ด้วยท่า WMD ปิดรายการอีกด้วย ต่อมา ในศึก โนเวย์เอาท์ (2012) บิ๊กโชว์ จะต้องเจอกับ จอห์น ซีนา ในแมตช์การปล้ำในกรงเหล็ก
[แก้] เกี่ยวกับมวยปล้ำ
- ท่าไม้ตาย
- โชคสแลม / โชว์สตอปเปอร์ (WWF/E)
- โคลอสซอล คลัทซ์ (คาเมล คลัทช์) - ปี 2009 - 2010
- ไรท์-แฮนเดด น็อคเอาท์ ฮุค - ปี 2008 - ปัจจุบัน
- โชว์สตอปเปอร์ / ฮ็อก ล็อก (อินเวอร์เต็ด เลค ดรอป บูลล์ด็อก) - ปี 2006, ปี 2008 - ปัจจุบัน
- น๊อกเอ๊าท์ พั้นช์ (WMD) 2010 - ปัจจุบัน
- ท่าเอกลักษณ์
- ซูเพล็ก
- แอ็บดอมินัล สเตรทช์
- แบร์ฮัก
- บิ๊กบู๊ต
- คอบรา ครัทช์ แบคแบรกเกอร์
- ไดวิ่งเอลโบว์ ดรอป
- ไฟนัล คัต (สปินนิ่ง เฮดล็อก เอลโบว์ ดรอป)
- เฮดบัตต์
- มิลลิตารี เพรสส์ สแลม
- โอเพน-แฮนเดด ช็อพ
- รีเวอร์ส พาวเวอร์บอมบ์
- คอร์เนอร์ สลิงช็อต สแปลช
- ไซด์วอล์ก สแลม
- สเปียร์
- สติงค์ เฟซ
- ผู้จัดการ
- เควิน ซัลลิแวน
- จิมมี ฮาร์ต
- พอล เฮเมน
- เชน แม็กแมน
- พอล แบเรอร์
- จอย จิโอวานี
- ฉายาและชื่ออื่นๆ
- เดอะ เวิร์ล ลาร์เก็สต์ แอ็ทลีต
- เดอะไจแอนท์
- เพลงเปิดตัว
- "Taskmaster" (ปี 1995 - ปี 1996)
- "Slammer" (ปี 1996 - ปี 1998)
- "In Your Face" (ปี 1998)
- "Rockhouse" โดย Jimmy Hart and H. Helm (ปี 1996 – ปี 1997, ปี 1998 – ปี 1999)
- "St. Valentines Day Massacre" (ปี 1999)
- "No Chance in Hell" โดย Jim Johnston (ปี 1999)
- "Big" โดย Jim Johnston (ปี 1999 – ปี 2006)
- "Big (Remix)" โดย Mack 10, K Mac, Boo Kapone, and MC Eiht (ปี 2000)
- "Big World Order" composed โดย Jimmy Hart and H. Helm and remixed โดย Jim Johnston (ปี 2002)
- "Crank the Walls Down" โดย Maylene and the Sons of Disaster (ใช้เพลง คู่กับ คริส เจอริโค)
- "I Came to Play" performed โดย Downstait (ใช้เพลง คู่กับ เดอะ มิซ) (ปี 2010)
- "Crank It Up" โดย Brand New Sin (ปี 2006, ปี 2008 – ปัจจุบัน)
[แก้] ผลงานทั้งหมด
- โปรเรสต์ลิงอิลลูสตราเต็ด
- PWI หน้าใหม่แห่งปี (ปี 1996)
- PWI นักมวยปล้ำแห่งปี (ปี 1996)
- PWI จัดในอันดับที่ 2 ของท็อป 500 อันดับ ซิงเกิลนักมวยปล้ำแห่งปีใน PWI 500 ในปี 1996
- เวิลด์แชมเปี้ยนชิพเรสต์ลิง
- เวิลด์เฮฟวี่เวท แชมเปียนชิป ดับเบิลยูซีดับเบิลยู (2 สมัย)
- เวิลด์แทคทีม แชมเปียนชิป ดับเบิลยูซีดับเบิลยู (3 สมัย) คู่กับ เล็กซ์ ลูเกอร์ (1), สติง (1) และ สก็อตต์ ฮอลล์ (1)
- สงครามโลกครั้งที่ 3 ของ ดับเบิลยูซีดับเบิลยู (ปี 1996)
- กษัตริย์ของทัวร์นาเมนต์เคเบิล (ปี 1996)
- เวิลด์เรสต์ลิงเฟเดเรชั่น / เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์
- อีซีดับเบิลยู แชมเปียนชิป (1 สมัย)
- แชมเปียนชิป ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ / ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (2 สมัย)
- เวิลด์เฮฟวี่เวท แชมเปียนชิป ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (1 สมัย)
- เวิลด์แทคทีม แชมเปียนชิป ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (5 สมัย) – คู่กับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ (2), เคน (1), คริส เจอริโค (1) และ เดอะ มิซ (1)
- ดับเบิลยูดับเบิลยูอี แทคทีมแชมเปียนชิป (3 สมัย) – คู่กับ คริส เจอริโค (1), เดอะ มิซ (1) และ เคน (1)
- อินเตอร์คอนติเนนทัล แชมเปียนชิป ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (1 สมัย)
- สหรัฐอเมริกา แชมเปียนชิป ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (1 สมัย)
- ฮาร์ดคอร์ แชมเปียนชิป ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ (3 สมัย)
- ถ้วยรางวัล แบรกกิ้ง ไรท์ส (ปี 2010) – คู่กับ ทีมสแมคดาวน์
- สแลมมีอวอร์ด คู่แทคทีมแห่งปี (ปี 2009) – คู่กับ คริส เจอริโค
- เรสต์ลิง ออฟเซิร์ฟเวอร์ นิวส์เล็ตเตอร์ อวอร์ด
- หน้าใหม่แห่งปี (ปี 1996)
- อาฆาตที่เลวร้ายที่สุดแห่งปี (ปี 1999) ปะทะ เดอะ บิ๊กบอสแมน
- นักมวยปล้ำที่เลวร้ายที่สุด (ปี 2001, ปี 2002)
- นักมวยปล้ำที่น่าอับอายที่สุด (ปี 2002)
[แก้] ผลงานอื่นๆ
[แก้] โทรทัศน์
- Thunder in Paradise (ปี 1994)
- Figure It Out (ปี 1998)
- Cousin Skeeter (18 มีนาคม ปี 1999) in episode "Skeeter's Suplex"
- Shasta McNasty (5 ตุลาคม ปี 1999) in the pilot episode (as himself, wearing a pizza delivery guy's uniform)
- Appeared in Sisqó's music video "Thong Song" remix
- The Cindy Margolis Show (8 กันยายน ปี 2000)
- The Weakest Link (12 พฤศจิกายน ปี 2001) – WWF Edition (แรกปิดรับการโหวต 6 คะแนน)
- Saturday Night Live (18 มีนาคม ปี 2000)
- TV total (29 เมษายน ปี 2002)
- One on One (25 พฤศจิกายน ปี 2002) in episode "Is It Safe?" as "Miles"
- Player$ (ปี 2004) in episode "Barenaked Players"
- MADtv (13 มีนาคม ปี 2004)
- Star Trek: Enterprise (29 ตุลาคม ปี 2004) in episode "Borderland" as "Orion Slave Trader #1"
- Hogan Knows Best (ปี 2004 – ปี 2005, ปี 2007)
- Late Night with Kevin (27 กันยายน ปี 2005)
- Late Night with Conan O'Brien (ปี 2008, ปี 2009)
- Attack of the Show! (2 ตุลาคม ปี 2008)
- VH1 Top 20 Countdown (ปี 2009)
- Are You Smarter than A Fifth Grader? (รูปแบบออสเตเรีย) (10/17 สิงหาคม ปี 2009)
- The Tonight Show with Conan O'Brien (26 สิงหาคม ปี 2009)
- Extreme Makeover: Home Edition (11 เมษายน ปี 2010)
- Late Night with Jimmy Fallon (16 มิถุนายน ปี 2010)
- Royal Pains Season 2, Episode 3 "Keeping the Faith" (17 กรกฎาคม ปี 2010)
[แก้] ภาพยนตร์
- Reggie's Prayer (ปี 1996) รับบท "Mr. Portola"
- Jingle All the Way (ปี 1996) รับบท "Huge Santa"
- McCinsey's Island (ปี 1998) รับบท "Little Snow Flake"
- The Waterboy (ปี 1998) รับบท "Captain Insano"
- Little Hercules in 3-D (ปี 2006) รับบท "Marduk"
- MacGruber (ปี 2010) รับบท "Brick Hughes"
- Knucklehead (ผลิตโดย ดับเบิลยูดับเบิลยูอี สตูดิโอ) (ปี 2010) รับบท "Walter Krunk"
[แก้] อ้างอิง
- ^ Reynolds, R.D; Brexton, Blade. The Wrestlecrap Book of Lists. p. 21.
- ^ "Big Show's profile". IMDb. http://www.imdb.com/name/nm0927833/bio. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-06-15.
- ^ http://www.wwe.com/superstars/wherearetheynow/headbangerspart1
- ^ "WWE WrestleMania Results". Online World of Wrestling. http://www.onlineworldofwrestling.com/results/wweppv/wrestlemania21/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-03-20.
- ^ "WWE Raw Results". Online World of Wrestling. http://www.onlineworldofwrestling.com/results/raw/050627.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-03-20.
- ^ "WWE Survivor Series Results". Online World of Wrestling. http://www.onlineworldofwrestling.com/results/wweppv/survivorseries05.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-03-20.
- ^ "WWE Armageddon Results". Online World of Wrestling. http://www.onlineworldofwrestling.com/results/wweppv/armageddon05.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-03-20.
- ^ "Hell to pay". World Wrestling Entertainment. 2006-03-20. http://www.wwe.com/shows/raw/archive/03202006/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-03-17.
- ^ "McMahon's bloody plan". World Wrestling Entertainment. 2006-03-27. http://www.wwe.com/shows/raw/archive/03272006/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-03-17.
- ^ "South Philly Screwjob". World Wrestling Entertainment. 2006-07-04. http://www.wwe.com/shows/ecw/archive/070420061/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-03-17.
- ^ "Big Show's first ECW Championship reign". World Wrestling Entertainment. 2006-07-04. http://www.wwe.com/shows/ecw/history/ecwchampionship/070406bigshow. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-03-17.
- ^ Tello, Craig (2006-12-03). "Mission accomplished". World Wrestling Entertainment. http://www.wwe.com/shows/decembertodismember/matches/32934421/results/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-03-17.
- ^ Difino, Lennie (2008-02-17). "Showtime in Vegas". World Wrestling Entertainment. http://www.wwe.com/shows/nowayout/history/2008/exclusives/showtimeinvegas. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-02-18.
- ^ "Big Show's WWE Profile". World Wrestling Entertainment. http://www.wwe.com/superstars/smackdown/bigshow/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2010-04-27.
- ^ "WWE WrestleMania XXIV Results". Pro-Wrestling Edge. http://www.wwe-zone.com/wwe/results/ppv/wrestlemania/XXIV/index.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-04-06.
- ^ Clayton, Corey (2004-04-27). "Big Show wins mammoth matchup". World Wrestling Entertainment. Archived from the original on 2008-05-01. http://web.archive.org/web/20080501145517/http://www.wwe.com/shows/backlash/matches/6842782/results/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-07-26.
- ^ Passero, Mitch (2009-02-15). "http://www.wwe.com/shows/nowayout/matches/9253224/results/". http://www.wwe.com/shows/nowayout/matches/9253224/results/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-03-05.
- ^ Passero, Mitch (2009-04-05). "Cena reclaims his gold". World Wrestling Entertainment. http://www.wwe.com/shows/wrestlemania/history/2009/matches/9472972/results/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-01-17.
- ^ "Results:Fueled by hatred and desperation". World Wrestling Entertainment. 2009-04-26. http://www.wwe.com/shows/backlash/matches/9808960/results/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-04-26.
- ^ Sitterson, Aubrey (2009-05-17). "Conservation of momentum leads to victory". World Wrestling Entertainment. http://www.wwe.com/shows/judgmentday/matches/10109268/results/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-08-03.
- ^ Murphy, Ryan (2009-06-07). "Submission accomplished". World Wrestling Entertainment. http://www.wwe.com/shows/extremerules/history/2009/matches/10247542/results/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-01-17.
- ^ Bishop, Matt. "Cena, Smackdown earn Bragging Rights". SLAM! Wrestling. http://slam.canoe.ca/Slam/Wrestling/PPVReports/2009/10/25/11522721.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 5 September 2011.
- ^ Kapur, Bob. "New champs at strong WWE TLC show". SLAM! Wrestling. http://slam.canoe.ca/Slam/Wrestling/PPVReports/2009/12/14/12146261.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 5 September 2011.
- ^ Plummer, Dale. "RAW: Bret Hart returns". SLAM! Wrestling. http://slam.canoe.ca/Slam/Wrestling/2010/01/04/12348066.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 5 September 2011.
- ^ "A long, strange trip to WrestleMania". http://www.wwe.com/shows/raw/archive/03012010/.
- ^ "No business like Show-Miz-ness". http://www.wwe.com/shows/wrestlemania/matches/13691242/results/.
- ^ "Out of control; Over the Limit". http://www.wwe.com/shows/smackdown/archive/05072010/.
- ^ Hillhouse, Dave. "Smackdown: Del Rio looks to disarm the champ". SLAM! Wrestling. http://slam.canoe.ca/Slam/Wrestling/2011/03/05/17505631.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 4 September 2011.
- ^ "WrestleMania 27 live coverage from the Georgia Dome". Wrestling Observer. http://www.f4wonline.com/component/content/article/20116/. เรียกข้อมูลเมื่อ 3 September 2011.
- ^ Tedesco, Mike. "Smackdown Results - 4/22/11". Wrestleview. http://www.wrestleview.com/viewnews.php?id=1303535352. เรียกข้อมูลเมื่อ 3 September 2011.
- ^ Plummer, Dale. "RAW: Cena gets nothing but the R-Truth". SLAM! Wrestling. http://slam.canoe.ca/Slam/Wrestling/2011/05/23/18183151.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 4 September 2011.
- ^ "WWE Raw SuperShow results: Superstars, employees unite against Triple H". WWE. 2011-10-03. http://www.wwe.com/shows/raw/2011-10-03/results. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-10-04.
- ^ Caldwell, James (2011-11-20). "Caldwell's WWE Survivor Series PPV Results 11/20: Complete "virtual time" coverage of live PPV - The Rock returns, Punk vs. Del Rio, Henry vs. Show". Pro Wrestling Torch. http://pwtorch.com/artman2/publish/wweppvs/article_55339.shtml. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-11-21.
- ^ Hillhouse, Dave (2011-12-18). "TLC: The trouble with tables". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. http://slam.canoe.ca/Slam/Wrestling/2011/12/18/19140816.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-12-19.
- ^ Parks, Greg. "PARKS' WWE SMACKDOWN REPORT 1/6: Ongoing "virtual time" coverage of the show, including Daniel Bryan vs. Big Show for the World Title". Pro Wrestling Torch. http://www.pwtorch.com/artman2/publish/wwesmackdownreport/article_56699.shtml. เรียกข้อมูลเมื่อ 8 January 2012.
- ^ Parks, Greg. "Parks' WWE SmackDown report 1/13: Ongoing "virtual time" coverage of the show, including Daniel Bryan vs. Big Show, no count-out, no-DQ, for the World Title". Pro Wrestling Torch. http://www.pwtorch.com/artman2/publish/wwesmackdownreport/article_56931.shtml. เรียกข้อมูลเมื่อ 14 January 2012.
- ^ Caldwell, James. "Caldwell's WWE Royal Rumble report 1/29: Ongoing "virtual time" coverage of live PPV - Rumble match, Punk-Ziggler, Cena-Kane, steel cage". Pro Wrestling Torch. http://pwtorch.com/artman2/publish/wweppvs/article_57526.shtml. เรียกข้อมูลเมื่อ 30 January 2012.
- ^ Giannini, Alex (February 19, 2012). "World Heavyweight Champion Daniel Bryan won the SmackDown Elimination Chamber Match". http://www.wwe.com/shows/eliminationchamber/2012/smackdown-elimination-chamber-2012. เรียกข้อมูลเมื่อ 24 February 2012.
- ^ Cupach, Mike. "CUPACH'S WWE SMACKDOWN REPORT 3/2: Alt. perspective review of last week's Smackdown - Bryan vs. Orton, GM Switch preview, Mike's Reax". Pro Wrestling Torch. http://pwtorch.com/artman2/publish/wwesmackdownreport/article_58796.shtml. เรียกข้อมูลเมื่อ 16 March 2012.
- ^ "Intercontinental Champion Cody Rhodes vs. Big Show". WWE. http://www.wwe.com/shows/wrestlemania/28/big-show-rhodes. เรียกข้อมูลเมื่อ 20 February 2012.
- ^ Caldwell, James (29 April 2012). "Caldwell's WWE Extreme Rules PPV Report 4/29: Ongoing "virtual time" coverage of live PPV - Brock-Cena, Punk-Jericho in Chicago". Pro Wrestling Torch. http://pwtorch.com/artman2/publish/wweppvs/article_60881.shtml. เรียกข้อมูลเมื่อ 30 April 2012.
- ^ Herrera, Tom. "Big Show fired by General Manager John Laurinaitis". WWE. May 14, 2012. Retrieved May 14, 2012.
- ^ Meltzer, Dave (2012-05-20). "WWE Over the Limit live coverage from Raleigh". Wrestling Observer Newsletter. http://www.f4wonline.com/more/more-top-stories/118-daily-updates/25730-wwe-over-the-limit-live-coverage-from-raleigh. เรียกข้อมูลเมื่อ 2012-05-21.
- ^ Caldwell, James (21 May 2012). "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 5/21: Ongoing "virtual-time" coverage of live Raw #990 - Over the Limit PPV fall-out". Pro Wrestling Torch. http://pwtorch.com/artman2/publish/wwerawreport/article_61661.shtml. เรียกข้อมูลเมื่อ 23 May 2012.
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- WWE Profile
- "Big Show interview on the Best Damn Sports Show Podcast"
- Big Show interview about WWE night of champions, his film career and about new film Knucklehaed."
- Big Show video interview in April 2011, about his WWE and actor's career
- ชีวประวัติ Paul Wight ที่ อินเทอร์เน็ตมูวีดาตาเบส