บิ๊กโชว์
| บิ๊กโชว์ | |
|---|---|
| ข้อมูล | |
| ฉายา | (เดอะ) บิ๊กโชว์ เดอะไจแอนท์[1] พอล ไวต์ ์ |
| ความสูง | 7 ฟุต 0 นิ้ว (2.13 เมตร) |
| น้ำหนัก | 450 ปอนด์ (200 กก) |
| เกิด | 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1972 (41 ปี) เอเคน, รัฐเซาท์แคโรไลนา[2] |
| พำนัก | แทมปา รัฐฟลอริดา |
| ฝึกหัดโดย | ลาร์รี ชาร์พ จิม ดักแกน เกลน รูท[3] |
| เปิดตัว | 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1995 |
พอล แรนแดล ไวต์, จูเนียร์. เกิดวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1972 เป็นนักมวยปล้ำอาชีพ, อดีตนักบาสเกตบอลและนักแสดงชาวอเมริกัน ปัจจุบันเซ็นสัญญาให้กับสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ในนามสังเวียนมวยปล้ำมีชื่อว่า บิ๊กโชว์
เนื้อหา |
ประวัติในสังเวียนมวยปล้ำ [แก้]
เวิลด์เรสต์ลิงเฟเดเรชั่น / เอ็นเตอร์เทนเมนต์ (1999 - 2007) [แก้]
ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 20 บิ๊กโชว์ต้องป้องกัน แชมป์ยูเอส กับ จอห์น ซีนา สุดท้ายบิ๊กโชว์ก็เป็นฝ่ายแพ้และเสียแชมป์ยูเอสให้กับซีนา และช่วงปลายปี ในศึก สแมคดาวน์ บิ๊กโชว์โดน เคิร์ต แองเกิล มาลอบทำร้าย และจับบิ๊กโชว์โกนหัว จนกลายมาเป็นคู่แค้นกัน แต่บิ๊กโชว์ก็สามารถล้างแค้นได้ด้วยการเอาชนะ เคิร์ต แองเกิล ในศึก โนเมอร์ซี และกลายมาเป็นฝ่ายธรรมะอีกครั้ง
ในศึก รอยัลรัมเบิล (2005) บิ๊กโชว์ได้เจอกับ เจบีแอล เจ้าของตำแหน่ง แชมป์ WWE และ เคิร์ต แองเกิล ในแมตช์การปล้ำ 3 เส้า เพื่อชิงแชมป์ WWE สุดท้ายเจบีแอลเป็นฝ่ายป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 21 บิ๊กโชว์ได้ท้ากับนักมวยปล้ำซูโม่ชื่อดัง อะคีโบโน เจอกัน ในการต่อสู้ในรูปแบบซูโม่ และบิ๊กโชว์ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป[4]
บิ๊กโชว์ก็ถูกดราฟท์ตัวไปอยู่รอว์[5] ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2005) บิ๊กโชว์ได้เข้าร่วมทีมฝั่งรอว์ เจอกับทีมฝั่งสแมคดาวน์ สุดท้ายทีมฝั่งรอว์ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป[6] ต่อมาบิ๊กโชว์ได้คว้า แชมป์โลกแทคทีม คู่กับ เคน โดยการเอาชนะ แลนซ์ เคด และ เทรเวอร์ เมอร์ด็อค[7] ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 22 บิ๊กโชว์และเคน ต้องป้องกันแชมป์โลกแทคทีม กับ คาร์ลิโต้ และ คริส มาสเตอร์ สุดท้าย บิ๊กโชว์และเคน ก็เป็นฝ่ายชนะและป้องกันแชมป์เอาไว้ได้[8][9] ต่อมาก็เสียแชมป์โลกแทคทีม ให้กับพวกกลุ่ม สปีริต สค๊วอด หลังจากนั้น เคน ก็ได้ทำการหักหลังบิ๊กโชว์ ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นศัตรูคู่แค้นกัน
บิ๊กโชว์ได้ย้ายมาอยู่ ECW และสามารถคว้า แชมป์โลก ECW เป็นคนที่สองในยุคใหม่ มาครอบครอง โดยการเอาชนะ ร็อบ แวน แดม แชมป์คนแรกของ ECW ยุคใหม่[10][11] และกลายมาเป็นฝ่ายอธรรมอีกครั้ง และได้เปิดศึกกับ บ็อบบี แลชลีย์ โดยมี เทสต์ เป็นคู่แทคทีม ในศึก ดีเซมเบอร์ ทู ดิสเมมเบอร์ ในแมตช์การปล้ำ เอ็กซ์ตรีม อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ โดยมีอาวุธอยู่ในกรง เช่น ไม้เบสบอลพันลวดหนาม, เก้าอี้, ชะแลง และ โต๊ะ โดยบิ๊กโชว์ต้องป้องกันแชมป์กับผู้ท้าชิงทั้งหมด 5 คน คือ ร็อบ แวน แดม, ซีเอ็ม พังก์, เทสต์, ซาบู และ บ็อบบี แลชลีย์ แต่ว่า ซาบูถูกลอบทำร้ายจนต้องถูกหามส่งโรงพยาบาล โดยไม่รู้ว่าใครเป็นคนที่ทำร้ายซาบู พอล เฮเมน จึงต้องให้ ฮาร์ดคอร์ ฮอลลี มาแทน ซาบู สุดท้ายบิ๊กโชว์ก็เสียแชมป์ให้กับแลชลีย์[12]
เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ / ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (2008 - ปัจจุบัน) [แก้]
ในศึก โนเวย์เอาท์ (2008) บิ๊กโชว์ได้กลับมาใน WWE อีกครั้ง หลังจากที่พักการปล้ำไปในช่วงปี 2007 และไปเล่นงาน เรย์ มิสเตริโอ หลังจากที่เรย์แพ้ให้กับ เอดจ์ ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท และเรย์ยังมีอาการปวดกล้ามเนื้อไบเส็บด้วย จนทำให้เรย์ต้องพักการปล้ำ[13][14] บิ๊กโชว์ได้ท้ากับนักมวยชื่อดัง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ เจอกัน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 24 ในแมตช์การปล้ำไม่มีกฎกติกา หรือ ไม่มีการจับแพ้ฟาวล์ สุดท้ายบิ๊กโชว์ก็เป็นฝ่ายแพ้ให้กับเมย์เวทเธอร์ โดยเมย์เวทเธอร์ได้ใช้สนับมือชกไปที่ขากรรไกรของบิ๊กโชว์ และถูกกรรมการนับ 10 แพ้ไป[15]
ในศึก แบคแลช (2008) บิ๊กโชว์ได้เจอกับ เดอะ เกรท คาลี สุดท้ายบิ๊กโชว์ก็เป็นฝ่ายชนะ[16] ต่อมาบิ๊กโชว์ได้ไปลอบทำร้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ทำให้อันเดอร์เทเกอร์แค้นมากจึงไปขอท้าเจอกับบิ๊กโชว์ ในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2008) ในรูปแบบการปล้ำจับคู่ต่อสู้ยัดใส่โลงศพ สุดท้ายบิ๊กโชว์ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป ในศึก โนเวย์เอาท์ (2009) บิ๊กโชว์ได้เข้าร่วมในแมตช์การปล้ำอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ ในการชิงแชมป์ WWE กับ เอดจ์, ทริปเปิล เอช, เจฟฟ์ ฮาร์ดี, อันเดอร์เทเกอร์ และ วลาดิเมียร์ คอซลอฟ สุดท้าย ทริปเปิล เอช ก็เป็นฝ่ายคว้าแชมป์ไปได้[17]
บิ๊กโชว์ได้เปิดศึกกับ จอห์น ซีนา ซึ่งซีนาได้ขู่ วิคกี เกอร์เรโร เรื่องที่เธอแอบเป็นกิ๊กกับบิ๊กโชว์ จนเธอต้องยอมให้ซีนาได้ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับเอดจ์ แต่สุดท้ายความจริงก็ปรากฏให้เอดจ์รู้ว่าเธอปันใจให้กับบิ๊กโชว์ ทำให้ทั้งคู่ต้องกลายมาเป็นศัตรูกัน และเจอกัน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 25 ในแมตช์การปล้ำสามเส้า เพื่อชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท สุดท้ายซีนาเป็นฝ่ายชนะและคว้าแชมป์ไปได้[18] บิ๊กโชว์ได้ถูกดราฟท์ตัวไปอยู่รอว์ ในศึก แบคแลช (2009) ซีนาต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ เอดจ์ ในรูปแบบการปล้ำลาสแมนสแตนดิ้ง แมตช์ ซึ่งใครล้มลงไปนอนกับพื้นแล้วถูกกรรมการนับ 10 ก็จะเป็นฝ่ายแพ้ และบิ๊กโชว์ก็ได้เล่นงานซีนา ด้วยท่า โชคสแลม กับ ไฟสปอตไลท์ยักษ์ จนทำให้ซีนาสลบและแพ้ไปแบบหมดรูป และเสียแชมป์คืนให้กับเอดจ์[19] ซีนาแค้นมากจึงขอท้าเจอกับบิ๊กโชว์ ในศึก จัดจ์เมนท์เดย์ (2009) สุดท้ายบิ๊กโชว์ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2009) บิ๊กโชว์จึงไปขอท้าเจอกับซีนา อีกครั้ง ในรูปแบบการปล้ำซับมิสชัน ใครตบพื้นก่อนยอมแพ้ สุดท้ายบิ๊กโชว์ต้องตบพื้นยอมแพ้ ด้วยท่า STF ทำให้ซีนาได้ล้างแค้นบิ๊กโชว์อย่างสะใจ[20][21]
ในศึก แบรกกิ้ง ไรท์ส (2009) บิ๊กโชว์ได้เป็นสมาชิกของทีมฝั่งรอว์ ในการเจอกับทีมฝั่งสแมคดาวน์ แต่บิ๊กโชว์ได้ทำการหักหลังทีมของตนเอง จนทำให้ทีมฝั่งรอว์เป็นฝ่ายแพ้ไป[22] ในศึกรอว์ต่อมา บิ๊กโชว์ต้องเจอกับ ทริปเปิล เอช ในรูปแบบการปล้ำลัมเบอร์แจ็ค แมตช์ โดยมีนักมวยปล้ำฝั่งรอว์ ทั้งหมดอยู่ข้างเวที เพราะต้องการล้างแค้นที่บิ๊กโชว์เป็นต้นเหตุทำให้ทีมรอว์ แพ้ให้กับทีมสแมคดาวน์ และแมตช์นี้ก็มี จอห์น ซีนาเป็นกรรมการพิเศษอีกด้วย และบิ๊กโชว์ถูกนักมวยปล้ำฝั่งรอว์ ทั้งหมดเล่นงานด้วยท่าไม้ตายของแต่ละคน รวมทั้งท่าไม้ตาย 3 ท่าหลัก เช่น แอตติจูด แอดจัสต์เมนต์ ของ กรรมการพิเศษ จอห์น ซีนา, สวีต ชิน มิวสิก ของ ชอว์น ไมเคิลส์ และ เพดดิกรี ของ ทริปเปิล เอช ทำให้บิ๊กโชว์แพ้ให้กับ ทริปเปิล เอช ไปแบบหมดรูป ทำให้ทีมรอว์ ได้ล้างแค้นบิ๊กโชว์อย่างสะใจ
บิ๊กโชว์ได้ครอง แชมป์แทคทีมยูนิฟายด์ คู่กับ คริส เจอริโค และทั้งคู่ได้ตั้งชื่อกลุ่มทีมว่า เจอริ-โชว์ ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2009) ทีมเจอริโชว์ ก็เสียแชมป์ให้กับทีม ดี-เจเนอเรชันเอ็กซ์ (ทริปเปิล เอช กับ ชอว์น ไมเคิลส์) ในแมตช์การปล้ำ TLC Match[23] ทำให้ทีมเจอริ-โชว์ต้องแตกทีมกัน[24] ต่อมาบิ๊กโชว์ได้จับคู่กับ เดอะ มิซ เอาชนะทีม ดี-เจเนอเรชันเอ็กซ์ และคว้าแชมป์แทคทีมยูนิฟายด์ มาได้ และตั้งชื่อทีมว่า โชมิซ[25] ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 26 ทีมโชมิซต้องป้องกันแชมป์แทคทีมยูนิฟายด์ กับ จอห์น มอร์ริสัน และ อาร์-ทรูธ สุดท้ายทีมโชมิซ ก็เป็นฝ่ายป้องกันแชมป์เอาไว้ได้[26] ในศึกรอว์ ทั้งคู่ก็เสียแชมป์ไปให้กลุ่ม เดอะฮาร์ทไดนาสตี้ (เดวิด ฮาร์ท สมิธ กับ ไทสัน คิด) ทำให้บิ๊กโชว์โกรธและชกหน้า เดอะ มิซ จนสลบคาเวทีและแตกทีมกัน
บิ๊กโชว์ก็ถูกดราฟ์ตัวไปอยู่ สแมคดาวน์ และได้กลายมาเป็นฝ่ายธรรมะอีกครั้งและเป็นขวัญใจของแฟนๆมวยปล้ำ และได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ แจ๊ค สแวกเกอร์ ในศึก โอเวอร์เดอะลิมิต (2010) แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะสแวกเกอร์เอาเข็มขัดแชมป์ตีใส่หัวบิ๊กโชว์ ทำให้บิ๊กโชว์ชนะฟาล์ว แต่สแวกเกอร์ไม่เสียแชมป์ หลังแมตช์สแวกเกอร์ก็เล่นงานบิ๊กโชว์อย่างต่อเนื่อง สุดท้ายบิ๊กโชว์ก็เล่นงานกลับ ด้วยท่า โชคสแลม[27]
บิ๊กโชว์ได้ถอดหน้ากากของ ซีเอ็ม พังก์ จนเห็นหัวล้านของพังก์ ทำให้พังก์แค้นมากและท้าเจอกัน ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2010) แต่บิ๊กโชว์ต้องปล้ำในรูปแบบการปล้ำแฮนดิแคป 3 รุม 1 กับ สเตรจต์เอดจ์โซไซตี้ สมาชิก คือ พังก์, ลุค กาล์โลว์ และ โจอี เมอร์คิวรี สุดท้ายบิ๊กโชว์ก็เป็นฝ่ายสามารถเอาชนะมาได้ ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2010) บิ๊กโชว์ต้องเจอกับพังก์ สุดท้ายบิ๊กโชว์ก็เป็นฝ่ายชนะ ในศึก แบรกกิ้ง ไรท์ส (2010) บิ๊กโชว์ได้เป็นกัปตันทีมฝั่งสแมคดาวน์ เจอกับทีมฝั่งรอว์ สุดท้ายทีมฝั่งสแมคดาวน์ก็เป็นฝ่ายชนะ ในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2010) บิ๊กโชว์ได้เข้าร่วมทีมของเรย์ เจอกับทีมของ อัลเบอร์โต เดล รีโอ สุดท้ายทีมของเรย์ก็เป็นฝ่ายชนะ
บิ๊กโชว์ได้เจอกับ ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์, ดรูว์ แมคอินไตย์ และ โคดี โรดส์ ในแมตช์การปล้ำ 4 เส้า โดยถ้าใครชนะก็จะได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ เอดจ์ สุดท้ายซิกก์เลอร์เป็นฝ่ายชนะ โดย เวด บาร์เร็ตต์ ได้มาก่อกวนการปล้ำของบิ๊กโชว์ ทำให้บิ๊กโชว์แค้นมาก จึงไปขอท้าเจอกับบาร์เร็ตต์ ในศึก สแมคดาวน์ ต่อมา ผลสรุป คือ แมตช์จบลงโดยไม่มีผลการตัดสิน เพราะ ฮีท สเลเตอร์ กับ จัสติน เกเบรียล ออกมาช่วยบาร์เร็ตต์ รุมเล่นงานบิ๊กโชว์ แถมมี อีเซเคียล แจ็คสัน ออกมาช่วยรุมเล่นงานบิ๊กโชว์อีกคน และบาร์เร็ตต์ได้ก่อตั้งกลุ่ม เดอะคอร์ โดยมี บาร์เร็ตต์, อีเซเคียล, สเลเตอร์ และเกเบรียล ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2011) บิ๊กโชว์ได้เจอกับ เอดจ์, เรย์, เคน, บาร์เร็ตต์ และแมคอินไตย์ ในแมตช์การปล้ำอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ โดยมาแทนซิกก์เลอร์ ที่ถูก ทีโอดอร์ ลอง ไล่ออกจาก WWE สุดท้ายเอดจ์ป้องกันแชมป์เอาไว้ได้
ในศึก สแมคดาวน์ บิ๊กโชว์ต้องเจอกับเคน แต่ในระหว่างการปล้ำกลุ่มเดอะคอร์ ก็ออกมาพร้อมกับเก้าอี้และส่งเก้าอี้ให้เคนตีใส่บิ๊กโชว์ ทำให้บิ๊กโชว์ชนะฟาล์ว[28] ในศึก สแมคดาวน์ บิ๊กโชว์ได้จับคู่กับเคน เจอกับ บาร์เร็ตต์และสเลเตอร์ แต่ในระหว่างการปล้ำ อีเซเคียลและเกเบรียล ได้มาก่อกวนการปล้ำ ทำให้ บิ๊กโชว์และเคน ชนะฟาล์วไปอีกครั้ง ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 บิ๊กโชว์ได้จับคู่กับ เคน, ซานติโน่ มาเรลล่า และ วลาดิเมียร์ คอซลอฟ เจอกับพวกกลุ่มเดอะคอร์ ในแมตช์การปล้ำแทคทีม 8 คน แต่ วลาดิเมียร์ คอซลอฟ ได้รับบาดเจ็บ จึงให้ โคฟี คิงส์ตัน มาแทน สุดท้ายทีมของบิ๊กโชว์ก็เป็นฝ่ายชนะ[29] ในศึก สแมคดาวน์ บิ๊กโชว์และเคน ได้คว้า แชมป์แทคทีม WWE โดยเอาชนะ สเลเตอร์และเกเบรียล[30] ในศึกรอว์ บิ๊กโชว์และเคน ก็เสียแชมป์แทคทีม WWE ให้กับ เดวิด โอทังก้า และ ไมเคิล แมคกิลลิคัตตี 2 สมาชิกจากกลุ่ม เดอะนิวเน็กซัส[31]
ในคืนเดียวกันขณะที่ บิ๊กโชว์และเคน กำลังให้สัมภาษณ์อยู่หลังเวที อัลเบอร์โต เดล รีโอ เดินมาพูดเยาะเย้ย และตบหน้าบิ๊กโชว์ และวิ่งหนีไป บิ๊กโชว์วิ่งไล่ตาม แต่ถูก ริคาร์โด รอดริเกซ โฆษกส่วนตัวของเดล รีโอ ขับรถชน ทำให้บิ๊กโชว์ได้รับบาดเจ็บที่เข่าขวา บิ๊กโชว์แค้นมากจึงขอท้าเจอกับเดล รีโอ ในศึก แคปิเทล พูนิชเมนท์ สุดท้ายบิ๊กโชว์ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป ในศึกรอว์ บิ๊กโชว์ได้เจอกับเดล รีโอ ในแมตช์การปล้ำกรงเหล็ก สุดท้ายบิ๊กโชว์ก็ไม่สามารถล้างแค้นเดล รีโอได้ เพราะ มาร์ก เฮนรี ได้มาก่อกวนการปล้ำของบิ๊กโชว์ ทำให้บิ๊กโชว์เป็นฝ่ายแพ้ไป บิ๊กโชว์แค้นมากจึงขอท้าเจอกับเฮนรี ในศึก มันนีอินเดอะแบงก์ (2011) สุดท้ายบิ๊กโชว์ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป หลังแมตช์เฮนรีเอาเก้าอี้มาหนีบขาซ้ายของบิ๊กโชว์ ก่อนจะขึ้นเชือกเส้นสองกระโดดลงมาทับใส่เต็มๆ ขาของบิ๊กโชว์จนต้องพักการปล้ำ
ในศึก สแมคดาวน์ (7 ตุลาคม 2011) บิ๊กโชว์ได้กลับมาจากอาการบาดเจ็บและกลับมาอัดเฮนรี เจ้าของแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ในขณะนั้น ด้วยท่า โชคสแลม กับ โต๊ะผู้บรรยาย[32] ในศึก เวนเจินส์ (2011) บิ๊กโชว์ได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับเฮนรี สุดท้าย คู่นี้ไม่มีผลการตัดสิน เนื่องจากเวทีพัง และไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2011) บิ๊กโชว์ได้ขอท้าชิงแชมป์กับเฮนรีอีกครั้ง สุดท้ายบิ๊กโชว์ชนะฟาล์ว แต่ไม่ได้แชมป์[33] ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2011)บิ๊กโชว์ได้เอาชนะเฮนรี และคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวท มาได้ แต่หลังแมตช์ เฮนรีมาลอบทำร้ายบิ๊กโชว์ โดยเอาเก้าอี้มาฟาดบิ๊กโชว์จากด้านหลัง และ DDT อัดใส่เก้าอี้ หลังจากนั้น แดเนียล ไบรอัน วิ่งออกมาพร้อมกับกรรมการ ขอใช้สิทธิ์มันนีอินเดอะแบงก์ โดยบิ๊กโชว์อยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมปล้ำ ทำให้บิ๊กโชว์เสียแชมป์ให้กับไบรอัน[34]
ในศึก สแมคดาวน์ (6 มกราคม 2012) บิ๊กโชว์ได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับไบรอัน สุดท้ายบิ๊กโชว์ถูกปรับแพ้ฟาล์ว[35] ในศึก สแมคดาวน์ (13 มกราคม 2012) บิ๊กโชว์ได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับไบรอัน อีกครั้ง แบบไม่มีกฎกติกา โดยมี เอเจ มายืนอยู่ข้างเวที ปรากฏว่าบิ๊กโชว์เผลอวิ่งไปชนเอเจล้มลงไป ขณะที่วิ่งไล่ตามไบรอัน ทำให้ บิ๊กโชว์และไบรอัน ต้องมาดูอาการของเอเจ โดยแมตช์จบด้วยการไม่มีคำตัดสิน[36] ในศึก รอยัลรัมเบิล (2012) บิ๊กโชว์ได้เจอกับ ไบรอันและเฮนรี ในแมตช์การปล้ำ 3 เส้า เพื่อชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ในกรงเหล็ก แต่ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์คืนมาได้[37] ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2012) บิ๊กโชว์ได้เจอกับ ไบรอัน, บาร์เร็ตต์, โคดี โรดส์, เกรท คาลี และ ซานติโน่ มาเรลล่า ในแมตช์การปล้ำอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ เพื่อชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท แต่ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์คืนมาได้[38]
บิ๊กโชว์ได้เปิดศึกกับ โคดี โรดส์ ในศึกรอว์ (20 กุมภาพันธ์ 2012) ในแมตช์การปล้ำ แบทเทิลรอยัล โดยเหลือบิ๊กโชว์กับ คริส เจอริโค สุดท้ายบิ๊กโชว์ก็ไม่ได้เป็นผู้ชนะ โดยโคดีดึงมือบิ๊กโชว์ลงมาข้างล่าง ทำให้บิ๊กโชว์โมโหและวิ่งไล่ตามโคดี หลังจากนั้นโคดีก็ได้ทำคลิปล้อเลียนบิ๊กโชว์ โดยเอาภาพที่น่าอับอายของบิ๊กโชว์ และถูกเรียกว่าเป็นตัวตลกของเรสเซิลเมเนีย ทุกๆปี[39] ทำให้บิ๊กโชว์แค้นมากและได้ขอท้าชิงแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล กับ โคดี โรดส์ ซึ่งเป็นเจ้าของตำแหน่งในตอนนั้น ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 และบิ๊กโชว์ก็สามารถคว้าแชมป์มาได้[40] แต่ก็เสียแชมป์คืนในแมตช์การปล้ำจับฟาดใส่โต๊ะ ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2012) โดยบิ๊กโชว์เผลอไปเหยียบโต๊ะเอาเองกรรมเลยสั่นกระดิ่งให้บิ๊กโชว์แพ้ไป[41]
บิ๊กโชว์ได้ไปล้อเลียนเสียงแหบของ จอห์น โลรีนายติส ผู้จัดการทั่วไปของรอว์ และ สแมคดาวน์ ในศึกรอว์ (14 พฤษภาคม 2012) โลรีนายติสสั่งให้บิ๊กโชว์ขอโทษที่ไปล้อเลียนเสียงของโลรีนายติส โดยบอกว่าถ้า บิ๊กโชว์ไม่ขอโทษก็จะถูกไล่ออกจาก WWE สุดท้ายบิ๊กโชว์ก็ยอมขอโทษและยอมคุกเข่า แต่โลรีนายติสก็ไล่บิ๊กโชว์ออกจาก WWE[42] ในศึก โอเวอร์เดอะลิมิต (2012) บิ๊กโชว์ได้เข้ามาก่อกวนการปล้ำของโลรีนายติส กับ จอห์น ซีนา โดยมาช่วยโลรีนายติส และเล่นงานซีนา ด้วยท่า WMD ทำให้โลรีนายติสเอาชนะไปได้ และกลายเป็นฝ่ายอธรรม[43][44] ในศึกรอว์ (21 พฤษภาคม 2012) บิ๊กโชว์ได้มาเล่นงานซีนา ด้วยท่า WMD ปิดรายการ ในศึก โนเวย์เอาท์ (2012) บิ๊กโชว์ได้เจอกับซีนา ในแมตช์การปล้ำในกรงเหล็ก โดยถ้า บิ๊กโชว์แพ้ โลรีนายติสจะถูกไล่ออก และถ้า ซีนาแพ้ ซีนาก็จะถูกไล่ออก สุดท้ายบิ๊กโชว์ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป ทำให้โลรีนายติสถูกไล่ออก[45] ในศึก มันนี่อินเดอะแบงค์ (2012) บิ๊กโชว์ได้เข้าร่วมในแมตช์การปล้ำ มันนีอินเดอะแบงก์แลดเดอร์แมตช์ ผู้ชนะจะได้เอกสารสิทธิ์ในกระเป๋าเพื่อชิงแชมป์ WWE แต่ก็ไม่สำเร็จ[46]
ในศึก รอว์ ตอนที่ 1,000 (23 กรกฎาคม 2012) จอห์น ซีนา ได้เจอกับ ซีเอ็ม พังก์ ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์ WWE ผลปรากฏว่า บิ๊กโชว์ได้มาลอบทำร้ายซีนา ทำให้ซีนาชนะฟาวล์[47][48] หลังแมตช์บิ๊กโชว์กระทืบซีนาไม่ยั้ง แต่พังก์ก็ยืนดูเฉยๆ ไม่ยอมช่วย เดอะ ร็อค ออกมาช่วยซีนา และจะใช้ People's Elbow ใส่บิ๊กโชว์ แต่พังก์ขึ้นมาโคลทส์ไลน์ เล่นงานใส่ เดอะ ร็อค และจับใส่ GTS ก่อนจะเดินจากไปท่ามกลางเสียงโห่ของคนดูและกลายเป็นฝ่ายอธรรม[49] ในศึกรอว์ (30 กรกฎาคม 2012) บิ๊กโชว์ได้เจอกับซีนา เพื่อหาผู้ท้าชิงแชมป์ WWE กับพังก์ ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2012) โดยมีพังก์มานั่งเป็นผู้บรรยายอยู่ข้างเวที ผลปรากฏว่า แมตช์จบลงโดยไม่มีผลการตัดสิน หลังแมตช์พังก์เตะก้านคอบิ๊กโชว์ แล้วก็เอาไมค์มาประกาศว่าไม่มีใครชนะแมตช์นี้เลย พวกมันเป็นพวกขี้แพ้ทั้งคู่ พังก์เดินกลับไป แต่เอเจออกมาประกาศให้ทั้ง ซีนาและบิ๊กโชว์ ได้ชิงแชมป์ WWE ในรูปแบบการปล้ำสามเส้า[50] สุดท้ายบิ๊กโชว์ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้[51]
ในศึกรอว์ (24 กันยายน 2012) ในแมตช์ระหว่าง โบรดัส เคลย์ เจอกับ เทนไซ บิ๊กโชว์ออกมาเล่นงานทั้งสองคนด้วยท่า WMD[52] ในศึก สแมคดาวน์ (28 กันยายน 2012) บิ๊กโชว์ออกมาเพื่อขอสิทธิ์ในแมตช์ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท บิ๊กโชว์บอกว่า ตัวเขานั้นไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ในอดีตและต้องการที่จะได้สิทธิ์ชิงแชมป์โลกอีกครั้ง เพราะแชมป์โลกครั้งล่าสุดของเขามันเพียงแค่ 45 วินาทีเท่านั้น พวกนายได้ยินไหมว่ามันแค่ 45 วินาทีเท่านั้น พวกนายรู้ไหมว่ามันรู้สึกอย่างไรเมื่อดูรูปร่างของชั้น และพวกนายรู้ไหมว่ามันทำให้ชั้นอายมาก และรู้ไหมสิ่งที่ชั้นรู้สึกและได้เห็นจากไอ้คนที่ขโมยแชมป์ของชั้นไป มันไปปล้ำในศึก เรสเซิลเมเนีย ป้องกันแชมป์กับ เชมัส มันแค่ 18 วินาที และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ชั้นผิดหวังมากในชีวิตการทำงานของชั้น ชั้นควรจะได้เป็นคู่เอกในศึก เรสเซิลเมเนีย ชั้นต้องการแชมป์ของชั้นคืน และ ทำให้ชั้นไม่ถูกใครก็ตามหัวเราะเยาะ และชั้นก็จะกลายเป็นที่ยกย่องเพราะชั้นคือคนที่โค่น เชมัส ได้และชั้นก็จะ... แรนดี ออร์ตัน ออกมาขัดจังหวะ ออร์ตันบอกว่า เขารู้สึกตลกมากที่นายออกมาบอกว่าต้องการแชมป์และจะจัดการ เชมัส มันไม่มีทางเลย เพราะคนที่จะทำมันคือชั้น และนายควรกลับไปข้างหลังเพื่อเตรียมตัวปล้ำคืนนี้ในแมตช์หาผู้ท้าชิงอันดับ 1 และผู้ชนะจะได้ไปเจอกับเชมัส เพื่อแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ในศึก เฮลอินเอเซล (2012) ชั้นคือแชมป์โลก 9 สมัย และนายอยู่ระหว่างเส้นทางสู่ สมัยที่ 10 บิ๊กโชว์บอกว่า แน่นอนคืนนี้ระหว่าง RKO กับ หมัดน็อคเอาท์ นี่แหละจะตัดสิน อัลเบอร์โต เดล รีโอ ออกมาขัดจังหวะ เดล รีโอ บอกว่า ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ปิดเพลงเดี๋ยวนี้เลย พวกนายไม่ควรทำกับเดล รีโอแบบนั้น พวกนายคิดว่าพวกนายเป็นใคร ชั้นโดนโกงโดย บูเกอร์ ที สั่งยกเลิกแบนท่า โบรก คิก และ แรนดี ออร์ตัน, บิ๊กโชว์ ชั้นดีกว่าพวกนายทั้งสอง เดล รีโอพึ่งขึ้นมาบนเวทีไม่ทันใด แรนดี ออร์ตัน ก็ใส่ท่า RKO เป็นการต้อนรับ ก่อนที่ บิ๊กโชว์กับ แรนดี ออร์ตัน จะยืนจ้องหน้ากัน ในคืนเดียวกัน บิ๊กโชว์ได้เจอกับออร์ตัน เพื่อหาผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท สุดท้ายบิ๊กโชว์ก็เป็นฝ่ายชนะ หลังแมตช์บิ๊กโชว์พูดปิดท้ายว่า เชมัส แล้วเจอกันในศึก เฮลอินเอเซล ก่อนปิดรายการไป[53] ในศึก เฮลอินเอเซล (2012) บิ๊กโชว์ได้ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทกับ เชมัส สุดท้ายบิ๊กโชว์ก็เป็นฝ่ายชนะและคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวท มาได้[54] ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2012) บิ๊กโชว์ต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวทกับ เชมัส สุดท้ายบิ๊กโชว์แพ้ฟาล์ว แต่ไม่เสียแชมป์ ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2012) บิ๊กโชว์ต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ เชมัส อีกครั้ง สุดท้ายบิ๊กโชว์ป้องกันแชมป์เอาไว้ได้
ในศึก สแมคดาวน์ (13 มกราคม 2013) บิ๊กโชว์ต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ อัลเบอร์โต เดล รีโอ ในแมตช์ Last Man Standing สุดท้ายบิ๊กโชว์แพ้ให้กับเดล รีโอ และเสียแชมป์ไป จากนั้นบิ๊กโชว์ได้ขอท้าชิงแชมป์กับเดล รีโอทั้งในศึก รอยัลรัมเบิล (2013) และศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2013) แต่ไม่สำเร็จ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 บิ๊กโชว์ได้จับคู่กับ แรนดี ออร์ตัน และ เชมัส เจอกับ เดอะชีลด์ แต่ทีมบิ๊กโชว์ก็แพ้ไป หลังแมตช์ บิ๊กโชว์ปล่อยหมัดใส่ แรนดี ออร์ตัน และ เชมัส ก่อนจะเดินกลับไป
เกี่ยวกับมวยปล้ำ [แก้]
- ท่าไม้ตาย
- Chokeslam
- Cobra clutch, sometimes from a cobra clutch backbreaker - 2006
- Colossal Clutch (Camel clutch) - 2009 - 2010
- Showstopper (Inverted leg drop bulldog) - 2002 - 2006;used as a signature move thereafter
- WMD – Weapon of Mass Destruction (Right-handed knockout hook) - 2008 - ปัจจุบัน
- ท่าเอกลักษณ์
- Abdominal stretch
- Bearhug
- Big boot
- Fallaway powerbomb
- Final Cut (Inverted headlock spinning elbow drop) - 2001 - 2007
- Headbutt
- Military press slam
- Open-handed chop to a cornered opponent's chest
- Sidewalk slam
- Spear
- ผู้จัดการ
- จิมมี ฮาร์ต
- พอล เฮเมน
- เชน แม็กแมน
- พอล แบเรอร์
- จอย จีโอวานี
- ฉายาและชื่ออื่นๆ
- "The World's Largest Athlete"
- เพลงเปิดตัว
- "Big" โดย Jim Johnston (เมษายน 1999 - 29 พฤษภาคม 2006)
- "Unholy Alliance" โดย Jim Johnston (1999;ใช้คู่กับ ดิอันเดอร์เทเกอร์)
- "Big (Remix)" โดย Mack 10, K Mac, Boo Kapone, และ MC Eiht (พฤษภาคม 2000)
- "Crank the Walls Down" โดย Maylene และ the Sons of Disaster (31 กรกฎาคม 2009 - มกราคม 2010;ใช้คู่กับ คริส เจอริโค)
- "I Came to Crank It Up" โดย Downstait และ Brand New Sin (8 กุมภาพันธ์ 2010 - 25 เมษายน 2010;ใช้คู่กับ เดอะ มิซ)
- "Crank It Up" โดย Brand New Sin (7 มิถุนายน 2006 - 6 ธันวาคม 2006, 17 กุมภาพันธ์ 2008 - ปัจจุบัน)
ผลงานทั้งหมด [แก้]
- นิเคโลเดียน
- สไมล์ เรสต์ลิง แชมเปียนชิป (1 สมัย)
- โปรเรสต์ลิงอิลลูสตราเต็ด
- เวิลด์แชมเปียนชิปเรสต์ลิง
- เวิลด์เฮฟวี่เวท แชมเปียนชิป ดับเบิลยูซีดับเบิลยู (2 สมัย)[57]
- เวิลด์แทคทีม แชมเปียนชิป ดับเบิลยูซีดับเบิลยู (3 สมัย) คู่กับ เล็กซ์ ลูเกอร์ (1), สติง (1) และ สก็อตต์ ฮอลล์ (1)[58]
- สงครามโลกครั้งที่ 3 ของ ดับเบิลยูซีดับเบิลยู (ปี 1996)
- กษัตริย์ของทัวร์นาเมนต์เคเบิล (ปี 1996)[59]
- เวิลด์เรสต์ลิงเฟเดเรชั่น / เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์
- แชมเปียนชิป ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ / ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (2 สมัย)[60][61]
- เวิลด์เฮฟวี่เวท แชมเปียนชิป ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (2 สมัย)[62]
- อีซีดับเบิลยู แชมเปียนชิป (1 สมัย)
- เวิลด์แทคทีม แชมเปียนชิป ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (5 สมัย) – คู่กับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ (2), เคน (1), คริส เจอริโค (1) และ เดอะ มิซ (1)[63]
- ดับเบิลยูดับเบิลยูอี แทคทีมแชมเปียนชิป (3 สมัย) – คู่กับ คริส เจอริโค (1), เดอะ มิซ (1) และ เคน (1)[64]
- อินเตอร์คอนติเนนทัล แชมเปียนชิป ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (1 สมัย)[65]
- สหรัฐอเมริกา แชมเปียนชิป ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (1 สมัย)[66]
- ฮาร์ดคอร์ แชมเปียนชิป ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ (3 สมัย)[67]
- ถ้วยรางวัล แบรกกิ้ง ไรท์ส (ปี 2010) – คู่กับ ทีมสแมคดาวน์
- สแลมมีอวอร์ด สำหรับ คู่แทคทีมแห่งปี (ปี 2009) – คู่กับ คริส เจอริโค
- สแลมมีอวอร์ด สำหรับ Holy $#!+ Move แห่งปี (ปี 2011) – คู่กับ มาร์ก เฮนรี[68]
- แชมป์ทริปเปิล คราวน์ คนที่ 24
- แชมป์แกรนด์สแลม คนที่ 12
- เรสต์ลิง ออฟเซิร์ฟเวอร์ นิวส์เล็ตเตอร์ อวอร์ด
- หน้าใหม่แห่งปี (ปี 1996)[55]
- อาฆาตที่เลวร้ายที่สุดแห่งปี (ปี 1999) ปะทะ เดอะ บิ๊กบอสแมน
- นักมวยปล้ำที่เลวร้ายที่สุด (ปี 2001, ปี 2002)
- นักมวยปล้ำที่น่าอับอายที่สุด (ปี 2002)
ผลงานอื่นๆ [แก้]
โทรทัศน์ [แก้]
- Thunder in Paradise (ปี 1994)
- Figure It Out (ปี 1998)
- Cousin Skeeter (18 มีนาคม ปี 1999) in episode "Skeeter's Suplex"
- Shasta McNasty (5 ตุลาคม ปี 1999) in the pilot episode (as himself, wearing a pizza delivery guy's uniform)
- Appeared in Sisqó's music video "Thong Song" remix
- The Cindy Margolis Show (8 กันยายน ปี 2000)
- The Weakest Link (12 พฤศจิกายน ปี 2001) – WWF Edition (แรกปิดรับการโหวต 6 คะแนน)
- Saturday Night Live (18 มีนาคม ปี 2000)
- TV total (29 เมษายน ปี 2002)
- One on One (25 พฤศจิกายน ปี 2002) in episode "Is It Safe?" as "Miles"
- Player$ (ปี 2004) in episode "Barenaked Players"
- MADtv (13 มีนาคม ปี 2004)
- Star Trek: Enterprise (29 ตุลาคม ปี 2004) in episode "Borderland" as "Orion Slave Trader #1"
- Hogan Knows Best (ปี 2004 – ปี 2005, ปี 2007)
- Late Night with Kevin (27 กันยายน ปี 2005)
- Late Night with Conan O'Brien (ปี 2008, ปี 2009)
- Attack of the Show! (2 ตุลาคม ปี 2008)
- VH1 Top 20 Countdown (ปี 2009)
- Are You Smarter than A Fifth Grader? (รูปแบบออสเตเรีย) (10/17 สิงหาคม ปี 2009)
- The Tonight Show with Conan O'Brien (26 สิงหาคม ปี 2009)
- Extreme Makeover: Home Edition (11 เมษายน ปี 2010)
- Late Night with Jimmy Fallon (16 มิถุนายน ปี 2010)
- Royal Pains Season 2, Episode 3 "Keeping the Faith" (17 กรกฎาคม ปี 2010)
ภาพยนตร์ [แก้]
- Reggie's Prayer (ปี 1996) รับบท "Mr. Portola"
- Jingle All the Way (ปี 1996) รับบท "Huge Santa"
- McCinsey's Island (ปี 1998) รับบท "Little Snow Flake"
- The Waterboy (ปี 1998) รับบท "Captain Insano"
- Little Hercules in 3-D (ปี 2006) รับบท "Marduk"
- MacGruber (ปี 2010) รับบท "Brick Hughes"
- Knucklehead (ผลิตโดย ดับเบิลยูดับเบิลยูอี สตูดิโอ) (ปี 2010) รับบท "Walter Krunk"
ดูเพิ่ม [แก้]
อ้างอิง [แก้]
- ↑ Reynolds, R.D; Brexton, Blade. The Wrestlecrap Book of Lists. p. 21.
- ↑ "Big Show's profile". IMDb. สืบค้นเมื่อ 2009-06-15.
- ↑ http://www.wwe.com/superstars/wherearetheynow/headbangerspart1
- ↑ "WWE WrestleMania Results". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ 2008-03-20.
- ↑ "WWE Raw Results". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ 2008-03-20.
- ↑ "WWE Survivor Series Results". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ 2008-03-20.
- ↑ "WWE Armageddon Results". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ 2008-03-20.
- ↑ "Hell to pay". World Wrestling Entertainment. 2006-03-20. สืบค้นเมื่อ 2008-03-17.
- ↑ "McMahon's bloody plan". World Wrestling Entertainment. 2006-03-27. สืบค้นเมื่อ 2008-03-17.
- ↑ "South Philly Screwjob". World Wrestling Entertainment. 2006-07-04. สืบค้นเมื่อ 2008-03-17.
- ↑ "Big Show's first ECW Championship reign". World Wrestling Entertainment. 2006-07-04. สืบค้นเมื่อ 2008-03-17.
- ↑ Tello, Craig (2006-12-03). "Mission accomplished". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-03-17.
- ↑ Difino, Lennie (2008-02-17). "Showtime in Vegas". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-02-18.
- ↑ "Big Show's WWE Profile". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2010-04-27.
- ↑ "WWE WrestleMania XXIV Results". Pro-Wrestling Edge. สืบค้นเมื่อ 2008-04-06.
- ↑ Clayton, Corey (2004-04-27). "Big Show wins mammoth matchup". World Wrestling Entertainment. Archived from the original on 2008-05-01. สืบค้นเมื่อ 2008-07-26.
- ↑ Passero, Mitch (2009-02-15). "http://www.wwe.com/shows/nowayout/matches/9253224/results/". สืบค้นเมื่อ 2009-03-05.
- ↑ Passero, Mitch (2009-04-05). "Cena reclaims his gold". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2011-01-17.
- ↑ "Results:Fueled by hatred and desperation". World Wrestling Entertainment. 2009-04-26. สืบค้นเมื่อ 2009-04-26.
- ↑ Sitterson, Aubrey (2009-05-17). "Conservation of momentum leads to victory". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2009-08-03.
- ↑ Murphy, Ryan (2009-06-07). "Submission accomplished". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2011-01-17.
- ↑ Bishop, Matt. "Cena, Smackdown earn Bragging Rights". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 5 September 2011.
- ↑ Kapur, Bob. "New champs at strong WWE TLC show". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 5 September 2011.
- ↑ Plummer, Dale. "RAW: Bret Hart returns". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 5 September 2011.
- ↑ "A long, strange trip to WrestleMania".
- ↑ "No business like Show-Miz-ness".
- ↑ "Out of control; Over the Limit".
- ↑ Hillhouse, Dave. "Smackdown: Del Rio looks to disarm the champ". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 4 September 2011.
- ↑ "WrestleMania 27 live coverage from the Georgia Dome". Wrestling Observer. สืบค้นเมื่อ 3 September 2011.
- ↑ Tedesco, Mike. "Smackdown Results - 4/22/11". Wrestleview. สืบค้นเมื่อ 3 September 2011.
- ↑ Plummer, Dale. "RAW: Cena gets nothing but the R-Truth". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 4 September 2011.
- ↑ "WWE Raw SuperShow results: Superstars, employees unite against Triple H". WWE. 2011-10-03. สืบค้นเมื่อ 2011-10-04.
- ↑ Caldwell, James (2011-11-20). "Caldwell's WWE Survivor Series PPV Results 11/20: Complete "virtual time" coverage of live PPV - The Rock returns, Punk vs. Del Rio, Henry vs. Show". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.
- ↑ Hillhouse, Dave (2011-12-18). "TLC: The trouble with tables". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2011-12-19.
- ↑ Parks, Greg. "PARKS' WWE SMACKDOWN REPORT 1/6: Ongoing "virtual time" coverage of the show, including Daniel Bryan vs. Big Show for the World Title". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 8 January 2012.
- ↑ Parks, Greg. "Parks' WWE SmackDown report 1/13: Ongoing "virtual time" coverage of the show, including Daniel Bryan vs. Big Show, no count-out, no-DQ, for the World Title". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 14 January 2012.
- ↑ Caldwell, James. "Caldwell's WWE Royal Rumble report 1/29: Ongoing "virtual time" coverage of live PPV - Rumble match, Punk-Ziggler, Cena-Kane, steel cage". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 30 January 2012.
- ↑ Giannini, Alex (February 19, 2012). "World Heavyweight Champion Daniel Bryan won the SmackDown Elimination Chamber Match". สืบค้นเมื่อ 24 February 2012.
- ↑ Cupach, Mike. "CUPACH'S WWE SMACKDOWN REPORT 3/2: Alt. perspective review of last week's Smackdown - Bryan vs. Orton, GM Switch preview, Mike's Reax". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 16 March 2012.
- ↑ "Intercontinental Champion Cody Rhodes vs. Big Show". WWE. สืบค้นเมื่อ 20 February 2012.
- ↑ Caldwell, James (29 April 2012). "Caldwell's WWE Extreme Rules PPV Report 4/29: Ongoing "virtual time" coverage of live PPV - Brock-Cena, Punk-Jericho in Chicago". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 30 April 2012.
- ↑ Herrera, Tom. "Big Show fired by General Manager John Laurinaitis". WWE. May 14, 2012. Retrieved May 14, 2012.
- ↑ Meltzer, Dave (2012-05-20). "WWE Over the Limit live coverage from Raleigh". Wrestling Observer Newsletter. สืบค้นเมื่อ 2012-05-21.
- ↑ Caldwell, James (21 May 2012). "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 5/21: Ongoing "virtual-time" coverage of live Raw #990 - Over the Limit PPV fall-out". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 23 May 2012.
- ↑ "John Cena vs. Big Show – Steel Cage Match". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-05-21.
- ↑ {{{author}}}, Money in the Bank Ladder Match for a WWE Championship Contract, [[WWE]], {{{date}}}.
- ↑ Styles, Joey (23 July 2012). "Was CM Punk justified?". WWE. สืบค้นเมื่อ 23 July 2012.
- ↑ Martin, Todd (23 July 2012). "Raw 1000th Episode Report". Wrestling Observer. สืบค้นเมื่อ 23 July 2012.
- ↑ Herrera, Tom (23 July 2012). "Raw 1,000 results: John Cena failed to win the WWE Title; The Rock floored by CM Punk". WWE. สืบค้นเมื่อ 23 July 2012.
- ↑ "Raw results: Raw General Manager AJ Lee gets the last laugh on WWE Champion CM Punk". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-07-30.
- ↑ Meltzer, Dave (19 August 2012). "It's SummerSlam day live from Staples Center, HHH vs Brock". Wrestling Observer. สืบค้นเมื่อ 21 August 2012.
- ↑ Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 9/24: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - Cena announcement, Lawler interview, latest on WWE Title picture". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 30 September 2012.
- ↑ Parks, Greg. "PARKS' WWE SMACKDOWN REPORT 9/28: Ongoing "virtual time" coverage of Friday night show, including Randy Orton vs. The Big Show". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 30 September 2012.
- ↑ http://pwtorch.com/artman2/publish/wweppvs/article_66245.shtml
- ↑ 55.0 55.1 55.2 55.3 "Big Show's awards".
- ↑ "Pro Wrestling Illustrated Top 500–1996". Wrestling Information Archive. สืบค้นเมื่อ 2009-03-21.
- ↑ "WCW World Heavyweight Championship history".
- ↑ "WCW World Tag Team Championship history". Wrestling-titles.com. สืบค้นเมื่อ 2009-03-05.
- ↑ "King of Cable Tournament history". Solie.org. 1995-11-26. สืบค้นเมื่อ 2012-08-26.
- ↑ "19991114 - Big Show". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 2012-08-26.
- ↑ "20021117 - Big Show". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 2012-08-26.
- ↑ "20111218 - Big Show". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 2012-08-26.
- ↑ "World Tag Team Championship". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 2012-08-26.
- ↑ "WWE Tag Team Championship". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 2012-08-26.
- ↑ "Big Show". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 2012-08-26.
- ↑ "20031019 - Big Show". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 2012-08-26.
- ↑ "WWE Hardcore Championship history".
- ↑ "2011 Slammy Award winners".
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: บิ๊กโชว์ |
- WWE Profile
- "Big Show interview on the Best Damn Sports Show Podcast"
- Big Show interview about WWE night of champions, his film career and about new film Knucklehaed."
- Big Show video interview in April 2011, about his WWE and actor's career
- ชีวประวัติ Paul Wight ที่ อินเทอร์เน็ตมูวีเดตาเบส