ไมเคิล โคล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไมเคิล โคล
An image of ไมเคิล โคล.
ข้อมูล
ฉายา ไมเคิล โคล
ความสูง ฟุต 9 นิ้ว (1.75 ม.)
น้ำหนัก 176 ปอนด์ (80 กก.)
เกิด 8 ธันวาคม ค.ศ. 1968 (46 ปี)
Syracuse, รัฐนิวยอร์ก
พำนัก McAllen, รัฐเทกซัส[1]
มาจาก Amenia, รัฐนิวยอร์ก
ฝึกหัดโดย แจ๊ค สแวกเกอร์
เปิดตัว ค.ศ. 1997

ไมเคิล เชียน เคาล์ธาร์ด เกิดวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1968[2] เป็นผู้บรรยายมวยปล้ำอาชีพชาวอเมริกัน ปัจจุบันทำงานให้กับสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี เป็นผู้บรรยายชื่อว่า ไมเคิล โคล

ประวัติในวงการมวยปล้ำ[แก้]

ในรอว์ เจอร์รี ลอว์เลอร์ ได้มีโอกาสท้าชิงแชมป์ WWE กับ เดอะ มิซ ในรูปแบบการปล้ำ TLC Match โดยโคลได้เข้ามาขัดขวางการปล้ำของลอว์เลอร์ ทำให้ เดอะ มิซ ป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้ จากนั้นโคลได้เปิดศึกกับลอว์เลอร์ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2010 เจอร์รีได้มีโอกาสท้าชิงแชมป์ WWE กับ เดอะ มิซ ในรูปแบบการปล้ำ TLC Match แต่สุดท้าย เจอร์รี ลอว์เลอร์ ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ เพราะโคลได้เข้ามาขัดขวาง ทำให้ เดอะ มิซ ป้องกันแชมป์เอาไว้ได้

จากนั้นในวันถัดมา ในการสัมภาษณ์ระหว่าง เจอร์รี และ โคล หลังจากการที่แพ้ เดอะ มิซ ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์ WWE โดยที่ โคล ได้พูดยั่วยวน เจอร์รี่สารพัด จนเจอร์รีท้าโคล เพื่อที่จะเจอกันในเรสเซิลเมเนีย ซึ่งในสัปดาห์ถัดมา คำตอบที่ได้คือ ไม่ แต่มีข้อแม้คือถ้าจะเจอกัน จะต้องเจอแบบมีผู้จัดการอยู่ด้านล่างเวทีและมีกรรมการพิเศษตัดสินบนเวทีโดยโคลเป็นคนเลือกเองและได้เปิดตัวผู้จัดการส่วนตัวคือ แจ๊ค สแวกเกอร์ เจอร์รีจึงยอมที่จะเจอโคลในเรสเซิลเมเนีย และ 6 มีนาคม ในรอว์ โคล ได้ประกาศว่า ในเรสเซิลเมเนีย โคล จะเจอกับ ลอว์เลอร์ โดยที่ จอห์น "แบรดชอว์" เลย์ฟิลด์ หรือ JBL เป็นกรรมการพิเศษ เลย์ฟิลด์บอกว่า โคล คิดถูกแล้วที่เลือกเขาแต่ขณะที่กำลังจะเซ็นสัญญาการเป็นกรรมการนั้น สโตน โคลด์ สตีฟ ออสติน ก็ได้ออกมาจัดการ เลย์ฟิลด์ โดยท่า สตันเนอร์ แล้วเซ็นสัญญาเป็นกรรมการพิเศษ ซึ่งโคลได้บอกว่าเป็นวันที่เขารอคอยและเป็นคืนของเขาแต่ สโตน โคลด์ ก็เอาเบียร์ ราดหัว โคลขนาดที่ทำหน้าที่เป็นผู้บรรยาย เพราะจากที่โคลได้พูดจาถึง สโตน โคลด์ และประกาศว่า "เจอร์รี ลอว์เลอร์ จะเจอกับ ไมเคิล โคล โดยมี สโตน โคลด์ สตีฟ ออสติน เป็นกรรมการพิเศษ" และวันที่ 14 มีนาคม โคลได้เรียก ไบรอัน คริสโตเฟอร์ หรือ แกรนด์ มาสเตอร์ เซ็กซี อดีตแทคทีมคู่กับ สก็อตตี้ ทู ฮ็อตตี้ ในนามแทคทีมว่าทู คูล บอกกับลอว์เลอร์ว่า ลอว์เลอร์ไม่เหมาะที่จะเป็นพ่อของเขาที่ผ่านมา จิม รอสส์ ก็มาออกมาพูดช่วยลอว์เลอร์เพื่อนรักเขาแล้วโคลก็ทำท่าพูดยั่วจนสักพักสแวกเกอร์ก็ลอบทำร้ายลอว์เลอร์จากด้านหลังแล้วเล่นงาน จิม รอสส์ โคล พูดบังคับให้ จิม รอสส์ ตบพื้นยอมแพ้ สักพัก ลอว์เลอร์จะมาช่วย แต่ก็โดนสแวกเกอร์เล่นงานอีก โดยท่า แองเกิลล็อก และโคลก็ใช้ท่านี้เล่นงานจิม รอสส์ ด้วย และวันที่ 21 มีนาคม ใน รอว์ เปิดรายการด้วยเพลงของ จิม รอสส์ แต่เป็นโคล ที่แต่งตัวล้อเลียน เดินออกมาที่สนามอีก จนเกือบจะมีเรื่องกันถ้า การ์ดไม่กันไว้ก่อน และในการปล้ำระหว่าง อีฟ ทอร์เรส กับ มารีส ซึ่งโคลก็พูดขัดการปล้ำของอีฟอีกนับว่าเป็นหลายครั้งแล้วที่โคลก็ก่อกวนอีฟจนจบแมตช์ เมื่ออีฟชนะอีฟได้พยายามจะเข้าไปหาโคลแต่การ์ดกันไว้ขณะที่โคลยืนอยู่ในบูธที่เค้านั่งพากย์แต่อีฟก็เดินเข้ามาตบหน้าโคล จนโคลต้องสั่งให้การ์ดนำตัวอีฟออกทันที และได้ออกมาพูดกลางเวทีถึงเรื่องครอบครัวของ เจอร์รี ลอว์เลอร์ ตั้งแต่อดีตโดยมีรูปครอบครัวของลอว์เลอร์ ตั้งแต่รุ่นพ่อของ เจอร์รี ว่าครอบครัว ลอว์เลอร์ ว่าเป็นพวกขี้แพ้ลอว์เลอร์ทนไม่ได้วิ่งมาแต่สแวกเกอร์เข้ามากันลอว์เลอร์ไม่สนเล่นงานสแวกเกอร์ร่วงไปสักพักนึงขึ้นไปบนเวที แต่โคล รู้ทันรีบลงไปด้านล่าง จากนั้น ลอว์เลอร์ก็โดนสแวกเกอร์เล่นในที่สุด นอกจากนั้น โคลก็ออกมาเล่นงานและบอกให้ ลอว์เลอร์ตบพื้นยอมแพ้ จิม รอสส์ ก็ออกมาพูดหลังจากได้ชมรอว์ ตอนที่ผ่านมานี้ว่า "รู้สึกไม่ดีเลยที่โคลพูดถึงพ่อและแม่ของลอว์เลอร์แบบนั้น เพราะทั้งพ่อและแม่ของลอว์เลอร์ต่างก็เสียชีวิตไปแล้ว โดยแม่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนพ่อนั้นเสียชีวิตไปตอนวันเกิดอายุครบ 19 ปีของลอว์เลอร์ พอดี ซึ่งมันน่าเศร้าใจมากๆ สำหรับ ลอว์เลอร์" ดังนั้น ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 ไมเคิล โคล จะเจอกับ เจอร์รี ลอว์เลอร์ โดยมี แจ๊ค สแวกเกอร์ เป็นผู้จัดการข้างเวทีให้กับโคล และมี สโตน โคลด์ สตีฟ ออสติน เป็นกรรมการพิเศษ สุดท้าย โคล ก็แพ้ให้กับ เจอร์รี ลอว์เลอร์ หลังจบแมตช์ ผู้จัดการทั่วไปของรอว์ ได้อีเมลมาบอกให้โคลชนะเพราะฝั่งลอว์เลอร์นั้นโกง

ทางด้านของ ลอว์เลอร์ เรื่องยังไม่จบสิ้น เมื่อมีการเจอกันกับสแวกเกอร์ ตอนของวันที่ 11 เมษายนในรอว์ โดยลอว์เลอร์เป็นฝ่ายชนะซึ่งโคล บอกสแวกเกอร์ว่าถ้าลอว์เลอร์ชนะโคลจะต้องเจอกับลอว์เลอร์ ในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ แต่ตอนหลังลอว์เลอร์ ประกาศแมตช์นี้ว่าจะเจอแบบแทคทีม โดยจะมีเพื่อนของเขา จิม รอสส์ มาร่วมปล้ำด้วยโดยบอกให้โคลจับคู่กับเพื่อนเก่าสแวกเกอร์ และในสัปดาห์ในรอว์ตอนของวันที่ 25 เมษายน ผู้จัดการทั่วไปของรอว์บอกว่าจะให้เป็นแมตช์การปล้ำแบบ คันทรี วิปปิ้ง แมตช์ จะเจอกันในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ ต่อมา สแวกเกอร์ก็ได้ถูกดราฟท์มาอยู่รอว์แล้ว ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2011) โคลได้จับคู่กับ แจ๊ค สแวกเกอร์ เจอกับ เจอร์รี ลอว์เลอร์ และ จิม รอสส์ สุดท้าย โคล กับ สแวกเกอร์ ก็เป็นฝ่ายเอาชนะมาได้สำเร็จ[3]

หลังจากที่โคลชนะ 2 ครั้งใน เพย์-เพอร์-วิว โดยเจอกับ เจอร์รี ลอว์เลอร์ ซึ่งก็หลังจากที่ชนะไปนั้นโคลก็พูดจาเกี่ยวกับลอว์เลอร์ให้ฟังอีก บอกว่าถ้า ลอว์เลอร์แตะตัวโคล ลอว์เลอร์จะถูกไล่ออก แต่ลอว์เลอร์ก็สวนคำพูดกลับ พร้อมภาพที่ โคล โดน เดอะ ร็อก เล่นงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และบอกว่าถ้าเขาได้เจอกับ โคลอีกรอบแล้วแพ้เขาจะเป็นผู้เชิญเข้าหอเกียรติยศ และมอบแหวนฮอลล์ออฟเฟม ของลอว์เลอร์ให้กับโคล แต่โคลปฏิเสธแล้วเดินลงจากเวทีเข้าไปในโคลไมน์แล้วยืนไปดูพูดจาถูกคนดูรวมถึงลอว์เลอร์ด้วยบอกว่าลอว์เลอร์ แพ้ตั้งแต่ เรสเซิลเมเนีย และ เอ็กซ์ตรีมรูลส์ และพูดจายันไปถึงครอบครัวและทันใดนั้นลอว์เลอร์ก็เข้าไปเล่นงานแต่สแวกเกอร์ เข้ามาลอบทำร้ายจากด้านหลัง ต่อมาระหว่างการปล้ำของสแวกเกอร์นั้น ลอว์เลอร์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าทางเดินก็ยืนดูอยู่โดยไม่ทำอะไรทำให้สแวกเกอร์เสียสมาธิจนแพ้ไปในที่สุด จากนั้นลอว์เลอร์ก็ลากตัวสแวกเกอร์ แล้วจับไปอัดกระเด็นไปฝั่งกำแพงกั้นคนดูแล้วเข้าไปหาโคลที่อยู่ในโคลไมน์ แต่ลอว์เลอร์เข้าไปไม่ได้เลยเอาเก้าอี้ โยนเข้าไปในนั้นแล้วดึงเนคไทของโคลมากระแทกกับโคลไมน์จนกรรมการมาห้ามและสแวกเกอร์บอกว่า "นายแตะต้องตัว ไมเคิล โคล นายถูกไล่ออก" ลอว์เลอร์โต้กลับไปว่า "ฉันไม่ได้แตะตัวโคลซักหน่อยแต่ฉันเพียงแค่จับเนคไทเท่านั้นเอง" สแวกเกอร์เลยตอบรับแทนโคลว่าขอรับคำท้าในสัปดาห์ถัดไปได้มีการเซ็นสัญญาเพื่อแมตช์การปล้ำในศึกใหญ่นั้นโคลได้เปิดภาพที่ลอว์เลอร์เคยจูบเท้าของ เบรต ฮาร์ต ลอว์เลอร์ก็เลยเล่นงานโดยดึงเนคไทของโคลเล่นงานอีกแถมแมตช์นั้นเป็นแมตช์ "Kiss My Foot" อีกด้วย ในศึก โอเวอร์เดอะลิมิต (2011) โคลต้องเจอกับ เจอร์รี ลอว์เลอร์ ในแมตช์การปล้ำ Kiss My Foot (ผู้แพ้ต้องจูบเท้า) สุดท้ายโคลเป็นฝ่ายแพ้และจูบเท้าของ เจอร์รี ลอว์เลอร์[4]

ในศึก รอยัลรัมเบิล (2012) โคลได้เข้าร่วมในแมตช์ รอยัลรัมเบิล โดยขึ้นมาเป็นลำดับที่ 20 แต่ก็ไม่ได้เป็นผู้ชนะ[5] ในศึกรอว์ (4 มิถุนายน 2012) โคลขึ้นมาบนเวทีเพื่อสัมภาษณ์ จอห์น ซีนา แต่โคลโทษซีนา ว่าเป็นคนทำให้ บิ๊กโชว์ เปลี่ยนไป เพราะซีนา ไม่ได้พยายามจะช่วยเหลือ บิ๊กโชว์ ในตอนที่เขาถูกไล่ออก แต่ซีนา กลับออกมาเล่นตลกปัญญาอ่อนใส่ จอห์น โลรีนายติส ซีนา บอก ไม่ช่วยทันทีก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ช่วย เดี๋ยวพอชนะ โลรีนายติส แล้วมันถูกไล่ออก ได้ผู้จัดการคนใหม่เขาก็ต้องจ้าง บิ๊กโชว์ กลับมาอยู่ดี โคลบอก นายจะรู้ได้ไงว่า ผู้จัดการคนใหม่จะจ้าง บิ๊กโชว์ กลับมา นายมันคิดเอาเอง ชอบเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ไม่สนใจความรู้สึกของแฟนๆ และ บิ๊กโชว์ ทำให้ บิ๊กโชว์ ต้องทำในสิ่งที่ชัวร์ที่สุดไว้ก่อนคือการเข้าร่วมกลุ่มกับโลรีนายติส และเขาจะกระทืบนายใน โนเวย์เอาท์ และรู้เอาไว้ด้วยว่านายไม่สามารถทำร้ายผู้บรรยายได้ นี่เป็นกฎข้อใหม่ โลรีนายติส ออกมาและบอกว่าคืนนี้จะให้สิทธิ์ ซีนา เลือกคู่ต่อสู้เอง แต่ บิ๊กโชว์ ไม่อยู่ที่นี่นะ เพราะเป็นวันหยุด ส่วนชั้นก็ได้รีไทร์ไปแล้ว ซีนา บอก งั้นเลือกโคลก็แล้วกัน คืนเดียวกัน ซีนา จะต้องเจอกับโคล แต่ โลรีนายติส ออกมาสั่งให้เป็นแมตช์ไม่มีการจับแพ้ฟาวล์แต่มีข้อแม้ว่า ซีนา ต้องเจอกับ เทนไซ ก่อน สุดท้ายซีนา ก็เอาชนะ เทนไซ มาได้ และเจอกับโคล ในแมตช์การปล้ำไม่มีการจับแพ้ฟาวล์ สุดท้ายโคลก็เป็นฝ่ายแพ้ไป

เกี่ยวกับมวยปล้ำ[แก้]

  • ท่าไม้ตาย
    • An-Cole Lock (Ankle lock)
  • ฉายา
  • เพลงเปิดตัว
    • "Get On Your Knees" โดย Age Against the Machine (2011; Used while teaming with / managing Jack Swagger)
    • "Burn It To The Ground" โดย Nickelback (2011–2012)
    • "Never Thought My Life Could Be This Good" โดย Jim Johnston (May 20, 2012–March 2, 2013)
    • "Cool Party" โดย Jean Baptiste Ayoub, Jérôme Faby, Pierre Dubost (April 4, 2013–ปัจจุบัน)

ผลงานทั้งหมด[แก้]

  • Wrestling Observer Newsletter
    • Worst Gimmick (2011)[7]
    • Worst Television Announcer (2001, 2009-2012)[8]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Weekend ramblings from the "Baron of Bar-B-Q"". J.R.'s Bar-B-Q. 2008-06-27. สืบค้นเมื่อ 2008-07-27. 
  2. "Michael Cole's IMDB Profile". IMDB.com. สืบค้นเมื่อ 2008-07-25. 
  3. "WWE Bio". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-08-31. 
  4. Caldwell, James (2011-05-22). "Caldwell's WWE Over the Limit PPV Results 5/22: Ongoing "virtual time" coverage of live PPV - Cena vs. Miz I Quit, Orton vs. Christian, Cole vs. Lawler". PWTorch. สืบค้นเมื่อ 2011-06-19. 
  5. Caldwell, James. "Caldwell's WWE Royal Rumble report 1/29: Ongoing "virtual time" coverage of live PPV - Rumble match, Punk-Ziggler, Cena-Kane, steel cage". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 30 January 2012. 
  6. "SmackDown Recap 08/10/2010". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 24 July 2012. 
  7. Meltzer, Dave (January 30, 2012). "Jan 30 Wrestling Observer Newsletter: Gigantic year-end awards issue, best and worst in all categories plus UFC on FX 1, death of Savannah Jack, ratings, tons and tons of news". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, CA). ISSN 1083-9593. 
  8. Meltzer, Dave (January 23, 2013). "The 2012 Wrestling Observer Newsletter Annual Awards Issue". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, California). ISSN 1083-9593. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]